<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; S.REPORT</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/category/s-report/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 10:43:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พระนครศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำส้วมเฉพาะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วมพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วมเฉพาะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาอุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิสิต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4824</guid>
		<description><![CDATA[ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
  
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ<span id="more-4824"></span></p>
<p style="text-align: center;">  <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4001.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4860" title="ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โครงการ &quot;ส้วมเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&quot;" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4001-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><span style="color: #800080;">เรื่อง: วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #800080;">ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #800000;">         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท เป็นต้น เพราะจังหวัดที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและบางแห่งเป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนหรือพื้นที่รับน้ำ ซึ่งประสบปัญหานี้เป็นประจำ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำมากจริงๆ ทำให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด ไม่สามารถนำความช่วยเหลือไปสู่พี่น้องพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ห่างไกลได้ นอกจากนี้พื้นที่บางแห่งยังประสบอุทกภัยนานกว่าหนึ่งเดือน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และสุขา</span></p>
<p><span style="color: #800000;">        ด้วยความรู้สึกเพียงแค่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ทางคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำโครงการ “ส้วมเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ขึ้น วันนี้เรามาคุยกับผู้ริเริ่มทำโครงการกันค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4006.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4825 alignright" title="ภาพ คุณวรา จิตรประทักษ์ ศิษย์เก่า คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังเล่าที่มาและแรงบันดาลใจของการทำส้วมเฉพาะกิจ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4006-300x225.jpg" alt="" width="212" height="169" /></span></a></p>
<p><span style="color: #800000;">         นายวรา จิตรประทักษ์ ศิษย์เก่า คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า “แรงบันดาลใจในการทำโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากความรู้สึกอยากช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้นเอง จึงเริ่มทำจากกลุ่มเล็กๆก่อน โดยที่มีเพื่อนของเราเป็นผู้ประสบอุทกภัยและต้องการส้วมเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยเหลือด้วย เบื้องต้นเราไม่ได้คิดผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเอง แต่ได้ต้นแบบมาจากเว็บไซต์พันธ์ทิพย์ ซึ่งมีการนำไปใช้แล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเก้าอี้ 5 ขามาเจาะรู”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">    วัสดุอุปกรณ์ในการทำ ได้แก่ 1.เก้าอี้ 5 ขา หรือ 6 ขา เพื่อความแข็งแรในการนำไปใช้งาน 2.ถุงดำขนาด30&#215;40 นิ้ว(จำนวน 1 แพ็ค) 3.กระดาษทิชชู 4 ม้วน 4.ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว  5.ยางรัด 1-2 กำมือ 6.จุลินทรีย์ EM 1ขวด</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนการทำ</span></span></p>
<p><span style="color: #800000;">         “ส้วมเฉพาะกิจ 1 ชุด”                                                                                                         </span><span style="color: #800000;"><br />
 <br />
      1.นำเก้าอี้ 5 ขา หรือ 6 ขา มาเจาะรูเป็นรูปห้าเหลี่ยม </span><span style="color: #800000;">ด้วยเครื่องเจียร </span></p>
<div><span style="color: #800000;">      2.ใช้ตะไบหรือกระดาษทรายขัดขอบเก้าอี้พลาสติกให้หมดคม เพื่อจะได้ไม่ทำให้ถุงดำขาด     </span></div>
<div><span style="color: #800000;">      3.แพ็คกองที่เป็นอุปกรณ์เสริมในถุงเดียวกัน ประกอบด้วย ถุงดำขนาด30&#215;40 นิ้ว(จำนวน 1 แพ็ค) กระดาษทิชชู 4 ม้วน ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว  ยางรัด 1-2 กำมือ และจุลินทรีย์ EM 1ขวด (ช่วยดับกลิ่น)</span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<p><span style="color: #800000;"> </p>
<p></span></p>
<p> <span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39581.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4844 alignleft" title="ภาพนิสิตจุฬาฯกำลังเจาะรูเก้าอี้เป็นรูปห้าเหลี่ยมด้วยเครื่องเจียร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39581-300x225.jpg" alt="" width="197" height="169" /></span></a><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39842.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4890" title="ภาพนิสิตจุฬาฯร่วมกันแพ็คอุปกรณ์เสริมในการใช้ส้วมเฉพาะกิจ ซึ่งได้แก่กระดาษทิชชู 4ม้วน จุลินทรีย์EM 1 ขวด ถุงดำ 1 แพ็ค ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว และยางรัด 1-2 กำมือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39842-300x225.jpg" alt="" width="209" height="168" /></a><img class="size-medium wp-image-4830 aligncenter" title="ภาพนิสิตจุฬาฯกำลังช่วยกันตะไบและขัดขอบเก้าอี้พลาสติก ให้หมดคม เพื่อความปลอดภัยในการนำไปใช้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945-300x225.jpg" alt="" width="201" height="167" /></span></span></p>
<div><span style="color: #800000;">         </span><span style="color: #800000;">    </span></div>
<div><span style="color: #800000;">            <span style="text-decoration: underline;">วิธีการนำไปใช้</span></span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span><span style="color: #800000;">            นำถุงดำสวมลงไปในรูเก้าอี้ แล้วใช้ตัวหนีบผ้ายึดทั้ง 4 มุม เมื่อใช้ทำธุระเสร็จแล้ว ก็ทำความสะอาดด้วยกระดาษทิชชู และดับกลิ่นด้วยจุลินทรีย์ EM สุดท้ายคือปิดปากถุงให้เรียบร้อยด้วยยางรัด แต่หากเป็นกรณีจะใช้ซ้ำต้องใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองก่อน แล้วค่อยใช้จุลินทรีย์ EM ดับกลิ่นทีเดียวได้</span><span style="color: #800000;">     <br />
              <br />
             นอกจากนี้คุณวรา ยังมีความคิดเห็นว่า  “ตอนนี้มีปัญหาว่าเราจะจัดการของเสียอย่างไร แต่ก็ดีขึ้นตรงที่ไม่ต้องขับถ่ายลงน้ำ ทั้งนี้อยากขยายผลเรื่องนี้ครับ หากมีหน่วยงานใดที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ก็อยากให้เข้ามาช่วยกัน ตอนนี้เราพร้อมมากๆที่จะให้ความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการส่งมอบส้วมเฉพาะกิจนี้ ตามแผนก็จะส่งมอบให้ช่อง 3 ซึ่งเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยส่งมอบในวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม นี้ครับ เป็นชุดส้วมเฉพาะกิจจำนวน 300- 400 ชุด ซึ่งช่อง 3ร่วมกับกองทัพเรือจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง แต่หากใครมีความประสงค์ต้องการส้วมเฉพาะกิจนี้ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้</span></div>
<p><span style="color: #800000;"> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/chula-made-plastic-closet.jpg"></a>            เรื่องจำนวนจิตอาสาในขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน เพราะเราเพิ่งเริ่มทำ และยังไม่ทราบถึงผลตอบรับจากผู้นำไปใช้ หรือความต้องการของผู้ประสบภัยครับ การทำส้วมเฉพาะกิจนี้ต้องถือว่าได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ด้วยครับ คือเราต้องดูก่อนว่ากระบวนการทำมีกี่ขั้นตอน แล้วก็วางแผนการทำ 1 2 3 4  เช่นขั้นตอนในการเจาะรูเก้าอี้ เราต้องมาคิดว่าตัดอย่างไรให้เหลือพื้นที่นั่งมากที่สุด เครื่องมือที่เจาะจะใช้อะไร แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเร็วไว้ก่อน<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39652.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4854" title="ภาพนิสิตจุฬาฯที่มีจิตอาสา ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และคณาจารย์ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างตั้งใจ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39652-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">       </span><span style="color: #800000;"> สุดท้ายอยากฝากให้ช่วยเหลือกันครับ คือให้ในสิ่งที่เรามีก่อน ถ้าเราช่วยได้ เราก็ช่วยก่อน  อยากให้ทุกฝ่ายออกมาช่วยกัน โดยไม่ต้องคำนึงว่าทำดีไหม ทำแล้วเหมือนวัวหายล้อมคอกหรือเปล่า ไม่มีเวลาคิดแล้ว ซึ่งผมก็ถือว่าเริ่มทำช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย สำหรับการบริจาคของยังเปิดรับเสมอครับ บริจาคได้ที่ชั้น 1 ตึกคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอของล็อตแรกออกไปแล้ว เราจะทำต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับและงบประมาณนี่แหละครับ สมมติว่าทำต่อ เราก็มีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่กำลังทดลองทำ นั่นก็คือ “ผนังปิดล้อมส้วม” เพื่อความสะดวกในการขับถ่าย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ครับ”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          เห็นความร่วมมือร่วมใจจากนิสิตจุฬาฯ ศิษย์เก่า คณาจารย์ และผู้มีจิตอาสาร่วมกันทำงานอย่างตั้งใจแล้ว รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยก็ตาม ขอเพียงคนไทยไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามความสามารถที่ทำได้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจฟันฝ่าปัญหาในครั้งนี้ให้ผ่านลุล่วงไปได้แล่วค่ะ ดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนด้วยนะคะ “ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ อดทนรอ ต่อสู้กับมันต่อไป” สู้ๆค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a></p>
<p> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39841.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a>           <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2011 07:52:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเยียวยาเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สท.]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ฉวีวรรณ แจ่มหมวก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาเด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแก้ไขปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมมิราเคิล แกรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4804</guid>
		<description><![CDATA[สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/sad.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/sad1.jpg"></a>สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน <span id="more-4804"></span></h4>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3494.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4805" title="ภาพบนเวทีขณะรายงานผลการวิจัย เรื่อง‘การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก’ และ ‘นโยบายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา’ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3494-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p> เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี</p>
<p>ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา</p>
<p>    <span style="color: #008000;">  สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส (สท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานเสนอผลงานวิจัยเรื่อง ‘การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก’ และ ‘นโยบายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา’ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ในวันที่ 29 –31สิงหาคม 2554 เพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะของผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนในมิติต่างๆ มีบุคลากรจากหลายองค์กรที่สำคัญเข้าร่วมงานถึง 31 จังหวัดจากทั่วประเทศ ได้แก่ ชลบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น เลย ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ บึงกาฬ อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ พังงา สงขลา นครสวรรค์ พะเยา ตาก เชียงใหม่ และเชียงราย  ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่วันนี้ดิฉันได้สัมภาษณ์บุคลากรผู้ที่ทำงานในการแก้ปัญหาด้านความรุนแรงท่านหนึ่ง ท่านมาจาก จ.เชียงราย เรามาฟังท่านพูดถึงประเด็นต่างๆ ในทรรศนะของท่านกันนะคะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3566.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4806" title="ภาพคุณฉวีวรรณ  แจ่มหมวก ผู้อำนวยการองค์กรสานสายใยชุมชนเข้มแข็ง จ.เชียงราย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3566-300x225.jpg" alt="" width="264" height="193" /></a></p>
<p><span style="color: #008000;"> คุณฉวีวรรณ  แจ่มหมวก ผู้อำนวยการองค์กรสานสายใยชุมชนเข้มแข็ง จ.เชียงราย กล่าวว่า “มุมมองของความรุนแรงต่อเด็ก ในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่า สังคมมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะโดยวิธีฆ่า หรือทำร้ายด้านร่างกายและจิตใจ คราวนี้พอย้อนกลับไปดู ก็จะพบว่า สถิติเด็กที่ได้รับความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เห็นว่า ความรุนแรงต่อเด็กทุกวันนี้มันมากขึ้นๆ จนเราต้องมากันถามว่าเกิดอะไรขึ้น และเราจะจัดการอย่างไร”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">“งานวิจัยชิ้นนี้เห็นว่าเป็นการเก็บข้อมูลเด็กประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวนหนึ่ง เป็นการเก็บข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียด และก็เป็นประโยชน์ต่อการหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน  ด้วยต้องใช้งบประมาณสูง กว่าจะได้ตรงนี้มา เพื่อว่าจะได้ต่อยอดในการทำงาน ให้บังเกิดผลต่อไป และเห็นด้วยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการแบบนี้ เป็นประโยชน์มากๆ”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “ดิฉันทำงานเกี่ยวกับเรื่องของความรุนแรงเหมือนกัน การป้องกันและแก้ไขความรุนแรงต่อเด็ก ต้องทำตั้งแต่เด็กเกิดมา สิ่งแรกที่จะเจอคือคนในบ้านคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง พอไปโรงเรียนก็เจอครู ครูต้องดูแลเด็ก เพราะเด็กจะใช้เวลาอยู่กับครู เพราะฉะนั้น ความรุนแรงจากที่ทำงานมา ปรากฎว่าเด็กที่ได้รับความรุนแรง เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็จะทำความรุนแรงต่อลูกหลานต่อไป ฉะนั้นเวลาเราจะแก้ไข เราต้องมาแก้ไขที่ต้นตอสาเหตุ การแก้ไขปัญหามันจึงจะถูก เพราะว่าไม่ตามหลังปัญหา ต้องไปอยู่ตรงนั้น ต้องแก้ที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือ พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรุนแรงมาแล้ว ต้องหาทางแก้ไขคือ เยียวยา ให้ความรู้ ให้ความตระหนัก ที่สำคัญก็คือในเวลานี้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการเลี้ยงดูเด็กตามช่วงวัย อันนี้ขาดมากๆ และจริงๆแล้ว คนที่เป็นพ่อแม่ ต้องเลี้ยงดูเด็กจริง หรือพูดง่ายๆว่าเป็นพ่อแม่มืออาชีพ แต่ปัจจุบันไม่ใช่มืออาชีพ ซึ่งเขาไม่รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ ตรงนี้สำคัญมาก”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “ปัญหาความรุนแรงอีกส่วนหนึ่งอาจมาจากความไม่พร้อมที่จะมีบุตร แต่พอมีแล้วก็ต้องเลี้ยงกันไปตามยถากรรม  เรื่องนี้ก็นำไปสู่ความรุนแรงต่อเด็กด้วย จากวัฒนธรรมของเรา พอพูดถึงรื่องเพศ เราก็จะนึกถึง แต่เรื่องเพศสัมพันธ์ ซึ่งมันไม่ใช่ คำว่าเพศคือชาย หญิง ซึ่งมีความแตกต่างกันทางความคิด ฉะนั้นเราสอนเรื่องเพศต้องสอนอย่างถูกต้อง ในเรื่องความสัมพันธ์ พัฒนาการทางร่างกาย และก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติ ว่าเพศไม่ใช่หมายถึงการร่วมเพศอย่างเดียว ตอนนี้เราต้องสอน พอสอนแล้ว เขาจะเข้าใจ รู้เรื่องความสัมพันธ์ การวางตัวที่ถูกต้อง  การเตรียมความพร้อมที่จะมีครอบครัวในอนาคต  เราจะเห็นเลยว่า พ่อแม่ก็จะมีคุณภาพมากขึ้น เมื่อโตเขาก็จะกลายเป็นครอบครัวใหม่ที่มีคุณภาพ ฉะนั้นตรงนี้สำคัญมากในเรื่องการเตรียมความพร้อมของคน เหมือนจะออกสนามรบก็ต้องฝึกเตรียมความพร้อมก่อน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">       “แนวโน้มความรุนแรงในปัจจุบัน จากที่เคยรับราชการมาประมาณ 30 ปีที่แล้ว พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก็ยังมีการวิจัยอื่นๆ ออกมามากมายในเชิงวิชาการ แต่ในเชิงนำไปปฏิบัติใช้จนเกิดผล มันเกิดเพราะว่าเราต้องทำงานหลายๆด้าน มันมีปัจจัยหลายอย่างเช่น ต้องทำในส่วนคนที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆกัน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “นอกจากนี้ความรุนแรงต่อเด็ก ยังรับจากสื่อได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง เด็กเล่นเกม เกมส่วนมากก็จะเป็นที่เกมรุนแรง เมื่อก่อนเราเคยเห็นในต่างประเทศ เด็กยิงเพื่อนในโรงเรียน ผลปรากฎว่า เด็กดูมาจากเกม ตอนนั้นเราก็มีความวิตกกังวลว่าจะเกิดในประเทศไทย จากนั้นเพียงปี สองปี ก็เกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ ส่วนประเด็นที่ว่าปัญหาที่เกิดกับเด็กมาจากคนใกล้ตัว ก็ควรจะแก้ไขโดย เข้าไปหาเขา เข้าไปให้ความรู้ และสร้างความตระหนักให้เขารู้ว่า นี่คือเรื่องสำคัญนะ ใกล้ตัวด้วย พอเข้าใจแล้วก็อบรม และฝึกทักษะให้เขา ให้เป็นพ่อแม่มืออาชีพ ให้เป็นครูมืออาชีพ นอกจากวิธีการสอนแล้ว วิธีการสอดที่สอดคล้อง ตามช่วงวัยของเด็กจะทำให้เด็กไทยดีมากขึ้น มาตรฐานที่เราเคยประเมินเด็กด้านการศึกษา ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">       “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กจะเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก ยิ่งเป็นวัยที่เขากำลังซนจะได้รับความรุนแรงมากที่สุด(ผลวิจัยบอกว่า ช่วงอายุ 6-11 ปีพบความรุนแรงมากที่สุด) อยากให้หน่วยงานที่มีบทบาท หรือเกี่ยวข้อง อย่างทางด้านพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครูอย่างกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองกระทรวงนี้ต่างคน ต่างทำงานไม่ได้ ต้องหันหน้ามาคุยกัน โดยมีภาคประชาสังคม ช่วยผลักดันและช่วยขับเคลื่อน หากทำงานเชื่อมกันน่าจะได้ผลที่ดีกว่า”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “คนที่สร้งความรุนแรงต่อเด็กมากที่สุดในความคิดของดิฉันคือ โรงเรียน เพราะมองจากเวลาที่เด็กอยู่ อย่างบ้าน เขาก็จะอยู่แค่เช้ากับเย็น แต่ตลอดทั้งวันเขาอยู่โรงเรียน  แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าโรงเรียนก็เป็นที่บ้าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก หากเป็นทางกายย่อมรักษาได้ แต่หากเป็นทางใจ มันย่อมฝังลึกลงไปที่จิตใต้สำนึก ซึ่งจะติดตัวเด็กไปตลอด ต้องใช้จิตวิทยาเข้ามาช่วยเยียวยา”</span></p>
<p><span style="color: #008000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3516.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4807" title="ภาพบรรยากาศผู้เข้าร่วมประชุมการวิจัยอย่างเต็มห้องประชุมโรงแรมมิราเคิล แกรนด์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3516-300x225.jpg" alt="" width="262" height="176" /></a></p>
<p>       “สุดท้ายขอฝากเรื่องความรุนแรงต่อเด็กว่า งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายๆฝ่าย และก็มีการเผยแพร่งานวิจัย เพื่อต่อยอดงานวิจัย เราคิดว่าการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ ถ้ากำหนดแล้วปฏิบัติมันก็เกิด แต่ถ้าเรากำหนดแล้วไม่ปฏิบัติมันก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นเราต้องผลักดันไปถึงว่า กำหนดแล้วนำสู่การปฏิบัติจริง ได้อย่างไร ตรงนี้สำคัญมาก”</p>
<p></span></p>
<p><span style="color: #008000;">      ในวันนี้สังคมไทยกำลังเสื่อมโทรม ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กเป็นปัญหาที่รอการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากคนไทยด้วยกัน สองมือของคนไทยทุกคน  ต้องช่วยกันโอบอุ้ม ประคับประครองให้สังคมไทย ดำเนินต่อไปบนกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรู้เท่าทัน สังคมไทยจึงจะเป็นสังคมที่น่าอยู่ตราบนานเท่านาน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2011 08:08:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอสถสภา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สัตหีบ]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เรือใบ]]></category>
		<category><![CDATA[Sailboat]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4789</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล<span id="more-4789"></span></span></h4>
<p><span style="color: #333399;">เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
ภาพ::กองทัพเรือ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/Sailboat.jpg"></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้สถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ ซึ่งบริษัทโอสถสภาเป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2554 ค่ะ ก่อนอื่นต้องพูดถึงโครงการนี้เสียก่อน เพราะน่าสนใจสำหรับเยาวชนและพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเล่นเรือใบเป็น</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4791" title="ภาพ พิธีเปิดโครงการเยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี โดยมีประธานและผู้ร่วมการโครงการ เยาวชนถ่ายภาพร่วมกันบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเวลานับสัปดาห์ ที่พักพร้อม อาหารเพียงพอ แบบที่ผู้ปกครองไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท ทางสมาคมเรือใบฯจัดครูฝึกมากประสบการณ์มาสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กฏ กติกาเบื้องต้นของกีฬาเรือใบ การนิรภัยทางน้ำ แต่ก่อนจะได้ลงน้ำจริงๆ ต้องฝึกบังคับเรือใบจำลองบนบกเพื่อให้เกิดทักษะเบื้องต้นในการควบคุมเรือใบกันก่อนค่ะ แม้จะอยู่บนบก แต่เวลาที่มีลมพัดมาเจ้าเรือใบจำลองนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนจริง ครูฝึกสามารถสอนวิธีการบังคับใบและหางเสือให้เด็กๆคุ้นเคย พอลงทะเลไปเจอคลื่นลมจริงๆ ก็จะลดความตื่นเต้นไปได้มาก แต่อย่างไรก็ตามการฝึกแล่นใบนี้ต้องมีครูฝึกคอยควบคุมดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด โดยครู 1 คน ดูแลเด็กไม่เกิน 5 คนค่ะ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignright size-medium wp-image-4792" title="ภาพ เรือใบเล็จอดเรียงรายอยู่บนบก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2-300x224.jpg" alt="" width="279" height="157" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          นอกจากการฝึกแล่นใบแล้ว ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เด็กๆได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ยังเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคี ทำให้เด็กคิดเป็น ตัดสินใจเป็น และจุดประกายให้เด็ก ๆ อยากเป็นนักกีฬาเรือใบที่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับแชมป์โลก เรือใบเยาวชน ของสมาคมแข่งเรือใบฯ ที่มาร่วมดูแลและเป็นผู้ช่วยฝึกเด็กๆในโครงการนี้ด้วย<br />
 <br />
          กองทัพเรือและสมาคมแข่งเรือใบฯ ได้เริ่มจัดโครงการเยาวชนเรือใบเมื่อปีที่แล้วในภาคตะวันออก และที่อำเภอหัวหินเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โอสถสภา จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ และ เทศบาลเมืองหัวหิน และในอนาคตจะขยายโครงการไปทั่วประเทศไม่เว้นแม้แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เดิมหลายคนคงคิดเหมือนกับดิฉันว่า เรือใบจะอยู่คู่กับทะเลเท่านั้น แต่เมื่อได้พูดคุยกับครูฝึกถึงได้เข้าใจว่า กีฬาเรือใบสามารถเล่นได้ในแหล่งน้ำทุกที่ไม่เฉพาะในทะเล ดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีน้ำ มีลม ที่นั่นมีเรือใบ” <br />
 <br />
</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4794" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่งยืนถ่ายภาพคู่กับ   ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><span style="color: #333399;">          ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย ยังอธิบายต่อไปอีกว่ากีฬาประเภทนี้สามารถเล่นได้ทั้งชายและหญิง ฝึกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แม้กระทั่งเด็กพิเศษเช่นออทิสติก ก็สามารถฝึกได้ หากแต่ครูฝึกจะต้องประกบอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวไม่ให้คลาดสายตา เด็กชั้นประถมขึ้นไปถึงผู้ใหญ่โดยทั่วไป เรียนแบบจริงจังเต็มๆวันก็จะเห็นผลแล้ว สามารถบังคับเรือใบได้ เพียงแต่จะเก่งหรือไม่เก่ง จะพัฒนาไปถึงขั้นไหนนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความขยันหมั่นฝึกซ้อมนั่นเองค่ะ เมื่อซ้อมมากอยู่ในทะเลบ่อยๆ ก็จะมีโจทย์เรื่องลมและคลื่นในสภาวะต่างๆ มาให้แก้ปัญหาจนเกิดทักษะสูงขึ้นไป ฟังแล้วก็ชักสนใจอยากจะเล่นเรือใบให้เก่งเสียแล้วสิคะ คิดว่าใครที่เอาจริงเอาจังก็ไม่อยากเกินความพยายามแน่นอน เพราะดิฉันเองแค่ลงน้ำไปไม่ถึงชั่วโมง (โดยไม่ผ่านการฝึกเรือใบจำลองบนบกก่อนด้วยซ้ำ) ก็ยังพอเอาตัวรอดได้ แค่มีจังหวะที่เรือเอียงจนเกือบล่มไปนิดเดียวเท่านั้นเอง!!!!<br />
 <br />
          ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าที่คนไทยไม่นิยมเล่นเรือใบเพราะค่าใช้จ่ายมันสูงเกินไปรึเปล่า ร.ต.สมเกียรติก็ยอมรับว่าเป็นเหตุผลหนึ่ง นอกจากนั้น กีฬาเรือใบสมัยก่อนๆ ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการถ่ายทอดข่าวสารออกไปสู่ประชาชนทั่วไป ก็ทำให้ไม่มีใครได้เห็นกันมากนัก เด็กๆก็ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และไม่เกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่นเรือใบ ทางสมาคมเรือใบฯจึงพยายามเผยแพร่เรื่องนี้ และการเปิดโครงการอบรมให้แก่เยาวชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงกีฬาชนิดนี้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ(รวมทั้งดิฉันด้วย) บรรดาครูฝึกก็เชื้อเชิญให้ไปฝึกที่สมาคมเรือใบฯ ที่สัตหีบได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ<br />
 <br />
          ดิฉันเห็นด้วยกับสมาคมเรือใบฯ ที่ว่าหากขยายผลกีฬาเรือใบให้กว้างขวางออกไปในหมู่เยาวชนมากเท่าใด ก็จะยิ่งฝึกทักษะให้เยาวชนไทยคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มากยิ่งขึ้น ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ว่า&#8221;ถ้าเราเล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้ แล้วนำมาใช้ชีวิต นำมาใช้ในกิจการงานได้ ไม่มีทางขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต&#8221; <br />
 </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4795" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขณะแล่นเรือใบอยู่ในทะเล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;">          แต่ความประทับใจส่วนตัวที่ดิฉันคิดว่าเป็นเสน่ห์ของการเล่นเรือใบ คือ ความรู้สึกมีพลังอำนาจในการควบคุมตัวเองอย่างอิสระกลางคลื่นลมในทะเล ฝึกใช้สติ ใช้สมองและสองมือให้สัมพันธ์กัน สายตาไม่ละเป้าหมายและจิตใจที่แน่วแน่เพื่อนำพาเรือใบเข้าฝั่งให้ได้อย่างปลอดภัย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกษตรเมืองกรุง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2011 08:19:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.LOOK]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[26 เขตเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[กทม]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกผักไฮโดรโพนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มบางมด]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไฮโดรโพนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ของฝาก]]></category>
		<category><![CDATA[ของดัง]]></category>
		<category><![CDATA[ของดี]]></category>
		<category><![CDATA[งานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เขตสายไหม]]></category>
		<category><![CDATA[hydroponic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4720</guid>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร  หลายคนคงนึกถึงภาพของความเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว ศูนย์กลางหน่วยงานราชการ จนลืมนึกไปว่าภายใต้อาณาเขตอันกว้างขวางนั้น ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้ กรุงเทพฯมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 180,000 ไร่ และชาวกรุงเทพฯมีอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 13,000 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 26 เขตจาก 50 เขต แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้กรุงเทพฯต้องจัดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานครขึ้น

เรื่อง : วิรงรอง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>หากพูดถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร  หลายคนคงนึกถึงภาพของความเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว ศูนย์กลางหน่วยงานราชการ จนลืมนึกไปว่าภายใต้อาณาเขตอันกว้างขวางนั้น ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้ กรุงเทพฯมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 180,000 ไร่ และชาวกรุงเทพฯมีอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 13,000 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 26 เขตจาก 50 เขต แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้กรุงเทพฯต้องจัดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานครขึ้น<span id="more-4720"></span></h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3350.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4721" title="ภาพการเปิดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรกรุงเทพมหานคร โดยดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3350-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เรื่อง : วิรงรอง  พรมมี</p>
<p>ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</p>
<p>       งานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 ส.ค. 2554 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเผยแพร่ผลิตผลทางการเกษตร ของกรุงเทพมหานครให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และ มีแหล่งตลาดรองรับ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย โดยมีกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการด้านการเกษตร การประกวดผลผลิตด้านการเกษตร การประกวดกิจกรรมของแม่บ้าน พ่อบ้านเกษตรกร  ยุวเกษตรกร และครูเกษตรของกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรของกรุงเทพมหานครนานาชนิด ซึ่งมีเกษตรกร จากพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ เข้าร่วมนำผลผลิตมาจำหน่ายในราคาผู้ผลิตโดยตรง</p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3298.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4723" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง และคุณรุ่งนภา ตรีแก้ว ณ บริเวณนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3298-225x300.jpg" alt="" width="213" height="270" /></a></p>
<p>          จุดสนใจของงานนี้ที่ดิฉันอยากนำเสนอ หลังจากไปเดินมาแล้วตั้งแต่วันแรกของงานคือ นิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งจัดไว้ในส่วนกลางของงานอย่างสวยงาม ที่ตรงนั้นถูกแบ่งเป็น 30:30:30 และ10 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแบ่งป็นพื้นที่ทำนา ทำไร่ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และที่อยู่อาศัย อีกส่วนหนึ่งคือผักไฮโดรโพนิกส์ หรือการปลูกพืชในน้ำที่มีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ ทดแทนการปลูกพืชในดิน ที่เราใช้ในการปลูกพืชในการเกษตรทั่วไปนั่นเอง ดิฉันเห็นว่าน่าสนใจและเหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองกรุง เนื่องจากในเมืองมีพื้นที่น้อยกว่าชนบท จึงขอนำเสนอในวันนี้</p>
<p>           พรเพ็ญ ชาวเขาพระ หรือ พี่น้อย ผู้จำหน่ายผักไฮโดรโพนิกส์ เขตสายไหม เล่าให้ฟังว่า “…ธุรกิจนี้เป็นของเจ้านายซึ่งทำมาประมาณ 6 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นคือ เจ้านายจบเกษตรมาและต้องการทำธุรกิจส่วนตัว วิธีทำก็ไม่ยากเพียงแค่นำฟองน้ำมาผ่าเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ แล้วนำเมล็ดไปหยอดตามช่องรอยตัดของฟองน้ำ จากนั้นก็นำไปแช่น้ำ แล้วนำขึ้นภาชนะที่สามารถนำฟองน้ำลงไปวางได้ ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์จะเกิดต้นอ่อน หลังจากนั้นก็ฉีกฟองน้ำออก นำต้นอ่อนไปลงรางที่เตรียมไว้ โดยในรางนั้นจะมีน้ำซึ่งผสมปุ๋ยธาตุอาหารเรียบร้อยแล้ว น้ำในรางหมุนเวียนด้วยระบบมอเตอร์ และพืชก็จะดูดสารอาหารเหล่านั้นมาเลี้ยงต้นให้เจริญเติบโต พื้นที่ที่ใช้ปลูกมีประมาณ 2 ไร่ ผลผลิตจะขายได้กำไรเป็นหมื่นบาทต่อเดือน ผักที่สามารถปลูกแบบไฮโดรโพนิกส์ได้คือ คะน้า กวางตุ้งฮ่องเต้  กวางตุ้งธรรมดา ผักสลัด(ผักกาดหอม) ผักขม ผักบุ้ง เป็นต้น ระยะเวลาที่ใช้ปลูกและเก็บเกี่ยวประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่ง (15 &#8211; 20 วัน) ผักของเราทุกชนิดปลอดสารพิษแน่นอน ตลาดของเราคือแถวสายไหม ตลาดวงศกร และอนามัยสายไหม โดยนำผักไปส่งเขา</p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p>           ก่อนหน้านั้นเคยปลูกผักใช้ดินมา 5 ปี แต่พอผักโฮโดรโพนิกส์เข้ามาก็เลยพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาทำผักแบบนี้ แต่รายได้ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร เจ้านายเขา ทำด้วยใจรัก ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาถือว่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจากสาขาการเกษตร และนี่ก็เป็นธุรกิจส่วนตัวด้วย รายได้หลักของเขามาจากการจัดสวน ผักไฮโดรโพนิกส์เป็นงานอดิเรก หรืออาชีพเสริม เขาคิดค้น และนำมาสอนให้เราทำ ลูกจ้างของเขามีทั้งหมด 6 คน แต่ทำผักไฮโดรโพนิกส์ เพียง 2 คน อย่างที่บอกไปแล้วว่ารักที่จะทำ ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ที่มางานนี้เพราะต้องการขายราง ซึ่งมีสองราคา คือ 4,000 (รางแขวน ผูกด้วยเชือกป่าน) และ 5,000 บาท (รางตั้งกับพื้น โครงสร้างเป็นเหล็ก) ส่วนผักที่นำมาจำหน่ายในวันนี้ทุกช<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3336.jpg"></a>นิดราคา 10 บาทเท่านั้นนะคะ ขายถูก เพราะเราปลูกเองค่ะ… ”</p>
<p><img class="size-medium wp-image-4747 alignright" title="ภาพต้นอ่อน และต้นโตเต็มวัยของผักไฮโดรโพนิกส์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/hydro-300x300.jpg" alt="" width="162" height="155" /></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"><img class="size-medium wp-image-4735 alignright" title="ภาพคุณพรเพ็ญ ชาวเขาพระ ผู้จำหน่ายผักไฮโดรโพนิกส์ เขตสายไหม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351-300x225.jpg" alt="" width="165" height="155" /></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p>          เห็นไหมคะว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ก็สามารถปลูกผักสวนครัวได้  เพราะปัจจุบันการปลูกผักไม่จำเป็นต้องใช้ดินแล้ว แถมผักที่ได้ยังสะอาด และปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่น่าสนใจอีกมากมาย ได้แก่ แพะสร้างรายได้ เขตทุ่งครุ ,ไร่หญ้า เศรษฐกิจสีเขียว เขตมีนบุรี ,ปลาสวยงาม เขตประเวศ, นาข้าวในเมืองหลวง เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง ,ฟาร์มเห็ดยายฉิม เกษตรยั่งยืน เขตบางเขน, กล้วยไม้นานาพันธุ์ เขตตลิ่งชัน หนองแขม ทวีวัฒนา, สวนผักลอยฟ้า พื้นที่เล็กๆ ก็เขียวได้ เขตหลักสี่, สีสันไก่แจ้ เขตวังทองหลาง, ผักปลอดสารพิษ บางแค และ ตำนานส้มบางมด เขตจอมทอง<strong> </strong>ที่สูญหายไปกว่า 10 ปี บัดนี้ได้กลับมาแล้ว และยังคงรสชาติที่หวานแหลม ผสมกับอมเปรี้ยวนิดๆเหมือนเดิม</p>
<p>                   สำหรับใครที่ปีนี้พลาดงานดีดี อย่างงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ เพราะกรุงเทพฯ เขาต้องการจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปีเลยค่ะ อดใจรอไว้พบกันปีหน้านะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><strong> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/pic1.jpg"><img class="size-medium wp-image-4763 aligncenter" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ในซุ้มนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ และภาพเด็กกำลังให้อาหารแพะ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/pic1-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บัตรประชาชนใบแรกของหนู</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/child-id-card/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/child-id-card/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 11:14:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรประชาชนเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[พลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กทม]]></category>
		<category><![CDATA[รถบริการทะเบียนเคลื่อนที่]]></category>
		<category><![CDATA[ฤกษ์ดี วิศาลอรรถกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานปกครองและทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Mobile Service]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Citizen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4656</guid>
		<description><![CDATA[กลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับข่าวการทำบัตรประชาชนของเด็กอายุ 7 ปีบริบูรณ์ บนความสงสัยของบรรดาผู้ปกครองว่าทำไมเด็กๆ ต้องมีบัตรประชาชน ทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไร บางคนถึงขนาดมองลึกลงไปว่า มีใครมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการนี้ด้วยหรือไม่

เรื่อง : วิรงรอง พรมมี
ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา

   11 กรกฎาคม 2554 เป็นวันที่เปิดให้ทำบัตรประชาชนเด็กวันแรก และเด็กที่อยู่ในวัยนี้ทั่วประเทศก็มีประมาณ 8 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>กลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับข่าวการทำบัตรประชาชนของเด็กอายุ 7 ปีบริบูรณ์ บนความสงสัยของบรรดาผู้ปกครองว่าทำไมเด็กๆ ต้องมีบัตรประชาชน ทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไร บางคนถึงขนาดมองลึกลงไปว่า มีใครมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการนี้ด้วยหรือไม่</h4>
<p><span id="more-4656"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/Bangkok-Mobile-Service.jpg"></a>เรื่อง : วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/atcar1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4683" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง และคุณฤกษ์ดี วิศาลอรรถกิจ ซึ่งมีฉากหลังคือรถบริการทะเบียนเคลื่อนที่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/atcar1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>   <span style="color: #993366;">11 กรกฎาคม 2554 เป็นวันที่เปิดให้ทำบัตรประชาชนเด็กวันแรก และเด็กที่อยู่ในวัยนี้ทั่วประเทศก็มีประมาณ 8 ล้านคน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลยทีเดียว ประโยชน์ของการทำบัตรประชาชนเด็กคือ การยืนยันตัวบุคคล เพราะในขั้นตอนการทำบัตร จะมีการบันทึกข้อมูล ทำให้การสวมรอยตัวบุคคล โดยคนต่างด้าวทำได้ยากขึ้น และที่สำคัญ ถ้าสังเกตในประเทศที่ก้าวหน้าแล้ว เขาจะเริ่มทำบัตรประชาชนตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งถ้าทำตอนอายุ 7 ขวบ ก็เป็นช่วงอายุที่เหมาะสม ในการรักษาสิทธิพลเมือง</span></p>
<div><span style="color: #993366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/work1.jpg"><span style="color: #993366;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4688" title="ภาพภายในตัวรถบริการทะเบียนเคลื่อนที่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และเครื่องมือทำบัตรประชาชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/work1-300x225.jpg" alt="" width="232" height="186" /></span></a></span></div>
<div><span style="color: #993366;">                กรุงเทพมหานคร เล็งเห็นถึงการบริการที่ต้องการเข้าถึงประชาชน โดยลดข้อจำกัดด้านเวลาในการเข้ารับบริการ จึงมีแนวคิดทำโครงการ Bangkok Mobile Service หรือรถบริการทะเบียนเคลื่อนที่ ซึ่งให้บริการตามจุดชุมชนหรือพื้นที่สาธารณะต่างๆในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการมาตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 จนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว</span></div>
<div><span style="color: #993366;"> </span></div>
<div><span style="color: #993366;"> </span></div>
<p><span style="color: #993366;"> </p>
<p></span></p>
<div><span style="color: #993366;">               คุณฤกษ์ดี วิศาลอรรถกิจ เจ้าพนักงานปกครอง 7 ว. เล่าว่า “…รถบริการทะเบียนเคลื่อนที่ จะให้บริการตั้งแต่ 09.30-17.30 น.โดย กทม.มีแนวคิดมาจากต้องการบริการให้เป็นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพราะจากเดิมประชาชนต้องเดินเข้าไปทำบัตรประชาชน(walk in) ที่สำนักงานเขต หรืออำเภอ เราก็เลยปรับแนวคิดใหม่ว่า อยากตั้งจุดบริการประชาชนให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยนำรถไปตั้งจุดบริการ ณ ที่ใดที่หนึ่ง อาจจะเป็นที่ในชุมชน ห้างสรรพสินค้า บริษัท โรงเรียน องค์กรที่มีคนจำนวนมาก และที่สาธารณะ แนวคิดนี้มีมาตั้งแต่ ก.พ.51 แต่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก อาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง หรือมีการประชาสัมพันธ์น้อย ตอนนี้ กทม. มีรถแบบนี้เพียงคันเดียว เพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณและจำนวนเจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่ประจำรถหากทำงานแบบเต็มอัตราจะมี 7 คน </span><span style="color: #993366;"><span style="color: #993366;">แต่วันนี้มี 5 คน คือ ข้าราชการประจำ 2 คน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุมัติให้ทำบัตรประชาชน และน้องๆที่เป็นเจ้าหน้าที่ของโครงการอีก 3 คน การจัดเวรจะใช้วิธีสับเปลี่ยนแบบวันต่อวัน การให้บริการทำบัตรสมาร์ทการ์ดบนรถบริการฯนี้ จะมีกรณีทำบัตรครั้งแรก (ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ) ,กรณีบัตรชำรุด ,กรณีเปลี่ยนที่อยู่ ,กรณีเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล ,กรณีบัตรหมดอายุ แต่จะยกเว้นกรณีบัตรหายที่ต้องมีการสอบสวน เพราะที่นี่เน้นการให้บริการที่รวดเร็ว แผนการทำงานคือ 1เดือนจะไปตั้งจุดบริการ 4 จุด โดยคำนึงถึงสัญญาณลิงค์ระบบของบริษัท ทีโอที เขตที่รถจะไปให้บริการ ต้องเป็นเขตที่มีผู้เข้าใช้บริการหนาแน่น เช่น เขตบางกะปิ เขตบางเขน เขตบางนา เขตลาดกระบัง เป็นต้น ซึ่งสถิติอยู่ที่ 150-200 คนต่อวัน ส่วนสถิติของรถบริการฯนี้มีผู้ใช้บริการมากที่สุด 200 กว่าคน (230-250 คน) และน้อยที่สุด 1 คนก็เคยมี เนื่องจากระบบมีปัญหา และผู้ใช้บริการไม่อยากรอ การทำงานของรถบริการฯนี้ไม่มีวันหยุด เว้นเสียแต่จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดที่ได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดพิเศษ คำถามที่มาจากการทำบัตรประชาชนเด็ก ที่มักได้ยินบ่อยจากพ่อแม่เด็ก คือ ทำไมเด็กๆอายุ 7 ขวบต้องมีบัตรประชาชนแล้วหรือ? ก็เลยต้องตอบเขาไปว่าบัตรประชาชนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะตอนนี้ระบบข้อมูลเป็น Electronic Citizen แล้ว หมายความว่า ข้อมูลในบัตรประชาชน รวมถึงเลข 13 หลัก (PID)  จะเป็นข้อมูลยืนยันตัวบุคคลซึ่งจะลิงค์กับโรงพยาบาล เวลาเกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ ก็จะสามารถรู้ได้ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร นอกจากนี้เสียงตอบรับจากเด็กๆก็ดีด้วย เพราะเด็กๆชอบ เหมือนได้ของใหม่ไปอวดเพื่อนๆ เอกสารที่ต้องใช้ มีเพียงสูจิบัตรและบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง และตอนนี้มีเด็กใน กทม. มาทำบัตรแล้วพอสมควร หากต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็ติดต่อได้ที่ 02-611-0721 E-Mail  Address : </span><a href="mailto:ard@bangkok.go.th%20และ"><span style="color: #993366;">ard@bangkok.go.th และ</span></a><span style="color: #993366;"> www.bangkok.ard หรือ ค้นหาในกูเกิล ด้วยคำว่า สำนักงานปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร ก็ได้…”<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/yoyo-crop.jpg"><span style="color: #993366;"><img class="alignright size-medium wp-image-4684" title="ภาพน้องโยเกิร์ตและคุณแม่กำลังเตรียมตัวทำบัตรประชาชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/yoyo-crop-251x300.jpg" alt="" width="178" height="202" /></span></a></span><span style="color: #993366;">          </span></span></div>
<p><span style="color: #993366;">         เราลองมาฟังความรู้สึกของเด็กๆที่มาใช้บริการรถบริการทะเบียนเคลื่อนที่ในวันนี้กันนะคะ ว่าเด็กๆรู้สึกอย่างไรกับบัตรประชาชนใบแรกที่เขาได้รับ</span></p>
<p><span style="color: #993366;">         ด.ญ.ชญานิษฐ์ พิมลวิชยากิจ หรือ น้องโยเกิร์ต  อายุ 8 ปีครึ่ง เล่าให้ฟังว่า “…รู้สึกตื่นเต้นกับการทำบัตรใบแรกนี้มาก ทราบเรื่องทำบัตรนี้จากการดูข่าว ว่าเด็ก 7  ขวบ ต้องมีบัตรประชาชน แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องมี ก็ถามพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่ก็บอกว่าจะได้เป็นการยืนยันข้อมูล ขอเชิญชวนเพื่อนๆที่ยังไม่ได้ทำ ไปทำบัตรกันนะคะ จะได้มีบัตรประชาชนเป็นของตัวเอง…”</span></p>
<div><span style="color: #993366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/two.jpg"><span style="color: #993366;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4685" title="ภาพน้องอาละฟัดและน้องชาย อวดบัตรประชาชนใบแรกในชีวิตอย่างยิ้มแย้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/two-300x225.jpg" alt="" width="186" height="162" /></span></a></span></div>
<div><span style="color: #993366;">                ด.ช.จักรินทร์ เอมประพันธ์ หรือน้อง อาละฟัด อายุ 11ปี บอกว่า “…รู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่ แม่บอกว่าจะพามาทำบัตรประชาชน เพราะเคยได้ยินข่าวมาบ้างแล้ว ว่าเด็กต้องมีบัตรประชาชน ซึ่งจะทำได้เด็กต้องมีอายุ 7 ปี ขึ้นไป…”</span></div>
<div><span style="color: #993366;"> </span></div>
<div><span style="color: #993366;"> </span></div>
<p><span style="color: #993366;"> </p>
<p></span></p>
<p><span style="color: #993366;">              ไม่ว่าบัตรประชาชนใบนี้จะเกิดจากมุมมองที่ดีหรือไม่ดีของใครก็ตาม แต่มันคือการยืนยันสิทธิในการเป็นพลเมืองไทยของเด็กไทยทุกคน ซึ่งจำเป็นต้องรักษาไว้ บัตรใบนี้อาจเป็นก้าวแรกที่สอนให้หนูๆ อายุ 7 ขวบมีความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สินของตนเองมากยิ่งขึ้น และเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องอธิบายให้ลูกฟังถึงความสำคัญของบัตรใบนี้ด้วย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/yoyo-crop.jpg"><span style="color: #993366;"> </span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/child-id-card/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสง่างามของสนามหลวงยุคใหม่</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 10:43:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมธนารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยามวิกาล]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[คนจรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[คนไร้บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[CCTV]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4655</guid>
		<description><![CDATA[สนามหญ้าเขียวขจี ที่ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติด้วยการสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดูสวยงามน่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ใหม่ ของท้องสนามหลวง  ไม่นับการตกแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างแม้กระทั่งม้านั่งสาธารณะ ที่ทำให้สนามหลวงดูสง่างามขึ้นมากโข  แต่หากจะให้สนามหลวงเป็นสถานที่&#8221;สวยแต่รูปจูบไม่หอม&#8221; ก็คงไม่คุ้มค่ากับงบประมาณเกือบ 200  ล้านบาท  กรุงเทพมหานครจึงวางกฎ กติกา  การบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงอย่างครบวงจรด้วย

เรื่อง:  สายสวรรค์  ขยันยิ่ง
ภาพ:  กองประชาสัมพันธ์  กรุงเทพมหานคร
 
              กรุงเทพมหานคร  ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003300;">สนามหญ้าเขียวขจี ที่ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติด้วยการสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดูสวยงามน่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ใหม่ ของท้องสนามหลวง  ไม่นับการตกแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างแม้กระทั่งม้านั่งสาธารณะ ที่ทำให้สนามหลวงดูสง่างามขึ้นมากโข  แต่หากจะให้สนามหลวงเป็นสถานที่&#8221;สวยแต่รูปจูบไม่หอม&#8221; ก็คงไม่คุ้มค่ากับงบประมาณเกือบ 200  ล้านบาท  กรุงเทพมหานครจึงวางกฎ กติกา  การบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงอย่างครบวงจรด้วย</span></h3>
<p><span id="more-4655"></span></p>
<p><span style="color: #003300;">เรื่อง:  สายสวรรค์  ขยันยิ่ง</span></p>
<p><span style="color: #003300;">ภาพ:  กองประชาสัมพันธ์  กรุงเทพมหานคร</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003300;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAFDGOOZ1.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="aligncenter size-full wp-image-4662" title="ภาพสนามหลวงโดยมีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)อยู่ด้านหลัง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAFDGOOZ1.jpg" alt="" width="313" height="161" /></span></a></p>
<p><span style="color: #003300;">              กรุงเทพมหานคร  ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสนามหลวงโดยตรง  ได้เริ่มดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม  และปัญหาสังคม ในพื้นที่สนามหลวงและปริมณฑล มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/ssa.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4681" title="ภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในบริเวณสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นปัญหานกพิราบ ปันหาคนเร่ร่อนเเละปันหาพ่อค้าเเผงลอยที่ใช้บริเวณสนามหลวงเป็นที่ขายของ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/ssa-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCARJ9W23.jpg"></a><span style="color: #003300;">      </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAXDRG6K.jpg"></a><span style="color: #003300;">     ใครที่จำข่าวการย้ายนกพิราบกว่า  2 หมื่นตัว  ที่เคยมากินอาหารจากคนที่ซื้อเลี้ยงมันที่สนามหลวง ออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมนอกเมือง เมื่อปีกลายได้  นั่นแหล่ะค่ะ  คือแผนแรกๆ ของโครงการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงแห่งนี้  เมื่อนกพิราบไม่มี  (หรือจะมีกลับมาบ้างก็เป็นไปตามธรรมชาติ  ที่มาแล้วก็ไป ไม่ได้อยู่ประจำเป็นฝูงใหญ่เหมือนก่อน) จากนั้นก็ออกกฎห้ามจำหน่ายอาหารนกพิราบ  รวมถึงห้ามจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่กำหนด  ก็เป็นการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยไปในคราวเดียวกัน </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_0191.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignright size-medium wp-image-4677" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยั่นยิ่ง กำลังสนทนาคู่กับ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_0191-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></span></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAXDRG6K.jpg"><span style="color: #003300;"> </span></a></p>
<p><span style="color: #003300;">            ผู้ค้าที่อาศัยสนามหลวงเป็นที่ทำมาหากินมานาน  หากไม่มีที่ไปก็คงไม่พ้นต้องฝืนกฎ  กทม.จึงรับมือด้วยการจัดพื้นที่ให้ข้ามฝั่งไปค้าขายกันริมคลองหลอดแทน  และเตรียมปรับภูมิทัศน์ให้คลองหลอดสวยงามกว่านี้  แต่เท่าที่ประเมินมาร่วมปี  ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น บอกว่าผู้ค้าก็สามารถค้าขายได้เป็นที่น่าพอใจ แต่ กทม.ก็จะพัฒนาบริเวณริมคลองหลอดให้เป็นถนนคนเดิน  เชื่อมต่อไปยังถนนราชดำเนิน และสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง ฟังดูแล้วอดนึกภาพตามไม่ได้ว่าจะคลาสสิคขนาดไหน (ถ้าไม่มีรถเมล์ไร้มาตรฐานมาพ่นควันดำโขมงใส่นะคะ)</span></p>
<p><span style="color: #003300;">            ที่ผ่านมาสนามหลวงเป็นพื้นที่เปิด  เรียกว่าเปิดกันทั้งวันทั้งคืน  จึงไม่พ้นเป็นที่อาศัยหลับนอนของคนจรจัด คนไร้บ้าน เบื่อบ้าน  หรือขอทาน ไปจนกระทั่งผู้ขายบริการทางเพศ ที่อาศัยมุมมืด  หรือร่มเงาใต้ต้นมะขามเก่าแก่รายรอบสนามหลวงเป็นแหล่งนัดพบ ร้ายถึงขั้นหามุมขายบริการกันได้แบบที่นึกไม่ถึง  เหล่านี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ กทม. ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้เองเพียงลำพัง  จึงต้องร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการใช้กฏหมายเข้ามาจับปรับดำเนินคดีอย่างเข้มงวด  และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูเยียวยาคนไร้บ้าน คนหนีออกจากบ้านบ้าน คนด้อยโอกาส ให้มีที่พักพิง ซึ่งเตรียมสร้างที่พักถาวรให้ที่เขตสายไหม และขอความร่วมมือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมธนารักษ์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยหาพื้นที่รองรับเพิ่มเติมด้วย ที่ต้องให้เครดิตอย่างยิ่งอีกกลุ่มหนึ่งคือองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGO ที่เข้ามาดูแลคนเร่ร่อน จรจัด ในพื้นที่สนามหลวงที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างดี โดยเฉพาะข้อมูลต่างๆ ที่เขาเก็บรวบรวมมานานแล้ว  ดร.ธีระชน ยังกล่าวถึงความสำเร็จของการผลักดันขอทานต่างด้าวที่เข้ามาหากินในพื้นที่สนามหลวงกลับประเทศเพื่อนบ้าน โดย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ออกแรงช่วยเต็มที่<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/sanam-luang.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #003300;">            อีกปัญหาหนึ่งที่คู่กันมากับสนามหลวงก็คือปัญหาอาชญากรรม ฉกชิงวิ่งราว โดยเฉพาะในยามวิกาล ที่บางครั้งประชาชนก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาต่อรถโดยสารตามป้ายรถเมล์ หรือเดินลัดเลาะข้ามสนามหลวง โครงการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงครั้งนี้จึงซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ติดตั้งรอบสนามหลวง และจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้าเวรยามกันตลอด 24 ชั่วโมง  ถึงแม้ฟังดูแล้วอุ่นใจขึ้น  แต่ กทม.ก็ยังกำหนดเวลาเข้าใช้สนามหลวงอีกด้วย  จากที่ไม่เคยกำหนด  คราวนี้เปิดใช้ตั้งแต่เวลา 05:00 น.- 22:00 น. หลังจากนั้นก็ปิดรั้วกั้นเรียบร้อย  เว้นแต่ถนนเส้นที่ตัดผ่ากลางสนามหลวงซึ่งขยายให้กว้างขวางกว่าเดิม และยังเปิดให้เดินผ่านได้ตลอดเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องเดินข้ามฝั่งไปมา</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19762.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4670" title="ภาพหัวฉีดน้ำสปริงเกอลร์ซึ่งเป็นระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นเวลา โดยสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา  " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19762-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1920.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignright size-medium wp-image-4672" title="ภาพท่อระบายน้ำของสนามหลวง ซึ่งเป็นระบบที่ระบายน้ำได้ดีกว่าเดิม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1920-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a></p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_15031.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4671" title="ภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งรอบสนามหลวง " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_15031-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a><span style="color: #003300;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19761.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1976.jpg"></a><span style="color: #003300;">             สนามหญ้าเขียวขจีนี้ รองผู้ว่าฯธีระชน บอกว่าติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นเวลา โดยสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา  และวางระบบระบายน้ำให้ดีกว่าเดิม ตอนออกแบบครั้งแรกจะปูกระเบื้องทางทิศเหนือของสนามหลวงสำหรับใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรง แต่กรมศิลปากรแนะนำให้เป็นสนามหญ้าเต็มพื้นที่เพื่อความสวยงาม ประกอบกับการขึ้นทะเบียบสนามหลวงเป็นโบราณสถานแล้ว กทม.จึงใช้กฏหมายบริหารจัดการ ให้สนามหลวงใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดพระราชพิธี รัฐพิธี หรือพิธีสำคัญทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรม เช่นการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวนมากๆ และประเดิมการจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2554 เป็นงานแรกหลังจากเปิดใช้สนามหลวงยุคใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 และเตรียมฟื้นเทศกาลแข่งขันว่าวขึ้นมาในฤดูกาลเล่นว่าว เพื่อให้บรรยากาศการที่มีครอบครัวมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ เตรียมอาหารมาปิคนิค มาเล่นว่าวกันที่ท้องสนามหลวงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #003300;">           ต้องจับตากันต่อไปว่าสนามหลวงยุคใหม่จะมีการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหนอย่างไร แต่ที่สำคัญคือ หากคนไทยทุกคนที่เป็นเจ้าของเงินภาษี ไม่ช่วยกันรักษาและหวงแหนดูแลสนามหลวงให้สมกับที่เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย  งบประมาณจำนวนมากที่ใช้ไปในการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวงและปริมณฑลครั้งนี้คงสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2011 11:13:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.LOOK]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[229ปี]]></category>
		<category><![CDATA[9 สิงหาคม 2554]]></category>
		<category><![CDATA[พระบรมมหาราชวัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีบวงสรวง]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงรัตนโกสินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กองประชาสัมพันธ์ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่1]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่4]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่5]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่9]]></category>
		<category><![CDATA[วังหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วังหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวิไลซ์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งพระสุเมรุ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องพระโรงกลางแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องสนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับภูมิทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4620</guid>
		<description><![CDATA[229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดฯให้เรียกว่า &#8220;ท้องสนามหลวง&#8221; ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ขยายเนื้อที่ออกไปอีกครึ่งหนึ่ง แล้วแต่งเป็นรูปไข่ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน<span id="more-4620"></span></h4>
<p>ข่าว: วิรงรอง พรมมี</p>
<p>ภาพ: กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4628" title="ภาพท้องสนามหลวงในอดีต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p>            <span style="color: #333399;"> วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2554 ถือเป็นฤกษ์ดีของการเปิดใช้ท้องสนามหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากปรับภูมิทัศน์มานานกว่าหนึ่งปี ได้ลุล่วงพร้อมใช้ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 1,985 รูปและถวายภัตตาหารพระราชาคณะ 10 รูป รวมถึงพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า ท้องสนามหลวงในวันนี้ จึงมีความสง่างามเคียงคู่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป โดยงานนี้มีการจัดนิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์”บริเวณสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิทรรศการ “แม่ของแผ่นดิน”บริเวณสนามหลวงฝั่งศาลฎีกา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ด้วย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4631" title="ภาพพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพกษัตราธิราชเจ้า โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><span style="color: #333399;">                 นิทรรศการนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวข้ามกาลเวลาวิวัฒนาการของท้องสนามหลวงผ่านแกเลอรี่ภาพแห่งความทรงจำ นับตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สนามหลวงเป็นเพียงท้องไร่ท้องนา ในกาลสมัยต่อมาได้ยกระดับเป็นทุ่งพระสุเมรุ สถานที่ส่งเสด็จพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์กลับสู่สวรรคาลัย จนถึงนาหลวง สู่การเป็น มณฑลพิธี จัดงานพระราชพิธีรัฐพิธี ประเพณีต่างๆ จนกระทั่งก้าวล่วงสู่ยุคการเป็น ท้องพระโรงกลางแจ้ง สถานที่ที่ปวงชนชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง และยุคศูนย์กลางพระนคร ที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมและความเจริญในทุกด้านจวบจนปัจจุบัน นอกจากนี้ประชาชนที่มาร่วมชมนิทรรศการยังได้ชมภาพยนตร์สารคดีชุด “ท้องพระโรงกลางแจ้งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ผู้เข้าชมจะได้บรรยากาศของวันวานของท้องสนามหลวงจากอดีตถึงปัจจุบันและเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลากว่า 229 ปี ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ฉายภาพอดีต ปัจจุบันสู่อนาคตที่มีการใช้ท้องสนามหลวงอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลังสืบไป</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4635" title="ภาพพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4633" title="ภาพงานมณฑลพิธี ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวง โดยมีประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27-300x257.jpg" alt="" width="300" height="257" /></a></p>
<p>                                                                                                                                                              <span style="color: #333399;"> นิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์” จะเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2554 ระหว่างเวลา 09.00-22.00 น. และในวันที่ 13 สิงหาคม &#8211; 11 กันยายน 2554 ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. โดยมิเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4641" title="ภาพท้องสนามหลวงหลังจากปรับภูมิทัศน์แล้วอย่างสวยงาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดโลกทัศน์ธุรกิจกับผู้หญิงเก่ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2011 10:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[7วันx24ชั่วโมง]]></category>
		<category><![CDATA[7x24]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชา ชุมชัยเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พรทิพย์ กองชุน]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมการผู้จัดการใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[กล้าคิด]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา สหวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงเเกร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้าฝ่ายการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงแถวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณพรรณสิรี อมาตยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ค้นอะไรก็เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอบีเอ็ม]]></category>
		<category><![CDATA[เพลินวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เเมนชั่น7]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Thinking]]></category>
		<category><![CDATA[FM 106]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4584</guid>
		<description><![CDATA[สถานีวิทยุครอบครัว FM 106 Mhz. ได้จัดงาน ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ในงานสัมมนา Young Generation New Technology  เนื่องจากวันที่ 1สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีนักบริหารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  จัด ณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>สถานีวิทยุครอบครัว FM 106 Mhz. ได้จัดงาน ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ในงานสัมมนา Young Generation New Technology  เนื่องจากวันที่ 1สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีนักบริหารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  จัด ณ โรงภาพยนตร์ 8 เอสพลานาด ซินีเพล็กซ์ รัชดา เมื่อวันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2554</h4>
<h4><span id="more-4584"></span></h4>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #008080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/working-women.jpg"></a>ข่าว : วิรงรอง พรมมี</span></em></p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #008080;">ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></p>
<p style="text-align: center;">              <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2939.jpg"><img class="size-medium wp-image-4586 aligncenter" title="ภาพบนเวทีโดยมีคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง3เป็นพิธีกรขวาสุด ถัดมาเป็นคุณพรรณสิรี อมาตยกุล, คุนพรทิพย์ กองชุน, คุณภัทรา สหวัฒน์ซึ่งนั่งอยู่ซ้ายมือ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2939-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>        <span style="color: #800000;">       โดยบรรยากาศภายในงานเป็นการนั่งพูดคุยสบายๆ มีคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งแขกรับเชิญในวันนี้ ได้แก่ คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ,คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทย กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก และคุณภัทรา สหวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด หรือเจ้าของเพลินวาน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหัวหิน</span></p>
<p><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p><span style="color: #800000;">                ประเด็นการพูดคุยในวันนี้เน้นบทบาทความสำคัญในตำแหน่งงานที่ทำ กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้  และยังมีการเล่าประสบการณ์การทำงานที่นำมาแบ่งปันให้แก่ผู้ฟังทั้ง 350 ท่านอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p><span style="color: #800000;">              </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2960.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4588" title="ภาพคุณพรรณสิรี อมาตยกุล กำลังบรรยายบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2960-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;">    คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เล่าให้ฟังว่า “…แรกเริ่มของการทำงานที่ ไอบีเอ็ม ของดิฉัน ต้องยอมรับว่าได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะตอนนั้นเพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ จากจุฬาลงกรณ์ฯมาใหม่ๆ อยากทำงานด้านการตลาดตั้งแต่แรก แต่ผู้ใหญ่จะให้ทำไฟแนนซ์ ดิฉันก็เลยบอกเขาว่าขอทำการตลาดเถอะนะคะ เขามองว่าเราจะทำได้เหรอ เพราะเป็นผู้หญิงงานการตลาดในตอนนั้นเป็นงานหนักและทีมเป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด งานที่เข้าไปทำตอนนั้นเป็นงานขายคอมพิวเตอร์ให้กับธนาคาร 3 แห่ง ซึ่งไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามาก่อน ฟังว่าเป็นไปได้ยากนะคะ แต่อาจด้วยความกล้า บ้าบิ่นในวัย 20 กว่าๆ ทำให้ดิฉันตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับเบอร์ 2 ของธนาคารหนึ่ง ก็เข้าไปขอพบ ไปขอนำเสนอ ไปอธิบายสิ่งที่อยากทำ 1 2 3 4 และท่านก็เมตตาค่ะ อาจเพราะได้เปรียบในความเป็นผู้หญิงที่จะอ่อนหวานเวลาเจรจางานหรืออาจเพราะท่านชอบการทำงานของดิฉัน ก็เลยขายงานนั้นได้ค่ะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของงานชิ้นต่อๆมา เวลาสอนคนในบริษัทดิฉันจะบอกว่าการทำงานให้ประสบความสำเร็จก็เหมือนภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่คนอื่นเห็นอาจมีแค่ยอด แต่ใต้พื้นลงมาก็ยังมีฐานที่ใหญ่โตซึ่งรอวันโผล่ขึ้นมา แต่ต้องอาศัยความอดทน การวางตัว และความมีระเบียบวินัย ตอนนี้ทำงานที่ไอบีเอ็มเข้าปีที่ 19 แล้ว เห็นไหมคะว่าโอกาสมีอยู่รอบๆตัว แต่ต้องกล้ารับความท้าทายเมื่อโอกาสยื่นมือมาหา เพราะอุปสรรคจะมาพร้อมกับโอกาส และเกิดคำว่า ‘แต่’ เต็มไปหมด เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี หากใช้ในทางที่เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ นานมาแล้วมีคนเคยบอกว่า เราจะสามารถอ่านหนังสือได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียว ฟังเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้โลกก็มีไอแพด(Ipad) ใช้แล้ว ทุกอย่างเกิดจากวิสัยทัศน์ หากรู้จักประยุกต์ใช้ก็ไม่มีคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เทคโนโลยีทำให้คนทำงานมากขึ้น  เพราะต้องทำงานแบบ 7&#215;24 (7วันx24ชั่วโมง) ปัจจุบันผู้หญิงได้รับโอกาสทัดเทียมกับผู้ชายแล้ว  ไอบีเอ็มจึงไม่แบ่งแยกเพศที่จะรับเข้าทำงาน แต่จะเก็บคนเก่ง คนหนึ่งเอาไว้ เพราะปัจจุบันเขาวัดกันที่ความสามารถในการทำงานค่ะ…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">               </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2947.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4595" title="ภาพคุณพรทิพย์ กองชุน กำลังบรรยายบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2947-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;"> คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทย กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก เล่าว่า “…ดิฉันทำงานในกูเกิลมา 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นทำที่ ททท.2 ปี (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และ ไมโครซอฟท์ ไทยแลนด์ อีก 2 ปี การสร้างการยอมรับเริ่มจากความตั้งใจที่จะสร้างกูเกิลให้ ‘ค้นอะไรก็เจอ’ ส่วนหนึ่งมาจากรู้สึกดีเมื่อมีคนมาบอกว่า กูเกิลช่วยชีวิต ค้นอะไรก็เจอ แต่หากบางครั้งค้นไม่เจออาจเพราะใช้คำค้นยาวเกินไปหรือการใช้ภาษาค้นไม่ค่อยดี การที่กูเกิลเป็นเว็บสืบค้นอันดับหนึ่ง ความสำเร็จนี้ไม่ใช่มาจากดิฉันคนเดียว แต่มาจากทีมที่ดีของกูเกิล ดิฉันชอบวิธีการทำงานขององค์กรนี้มากซึ่งเรามีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว แต่เราต้องกล้าเสนอความคิดใหม่ๆ แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ตาม ผู้ใหญ่ของกูเกิลจะไม่มาควบคุมความคิดของเรา แต่จะเปิดกว้างทางความคิด เพื่อให้เกิดไอเดีย วันแรกที่เข้าไปทำงานในกูเกิล สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เขาให้ความสมดุลในเรื่องเพศ แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ได้รับโอกาส หากมีควาสามารถ เพราะในกูเกิลมีความแตกต่างอยู่แล้ว ทั้งเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ท้ายสุดคือจะทำให้มองไม่เห็นความแบ่งแยก เนื่องจากยอมรับในความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงก็สามารถช่วยกันทำงานได้ภายใต้ทีมเดียวกัน ดิฉันมองว่าโอกาสมีตลอดเวลา แต่คุณรับโอกาสนั้นหรือเปล่า เตรียมตัวรับโอกาสนั้นหรือเปล่า อะไรหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนได้ แต่เป้าหมายในชีวิตต้องไม่เปลี่ยน ดิฉันมีเป้าหมายว่าอยากเปลี่ยนโลก ดิฉันจึงทำผ่านเทคโนโลยี แม้จะทำได้เล็กๆน้อยๆก็ตาม การสร้างตัวเองให้มีความพร้อมรับโอกาสนั้นๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะเมื่อได้รับโอกาสทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จะสามารถแตกแนวคิดให้ทำสิ่งอื่นต่อไป โลกยุคนี้เป็นโลกที่เปิดกว้างทางความคิดแล้ว การคิดงานจึงควรเป็นแบบ Creative Thinking  ต้องกล้าคิดให้แตกต่าง กูเกิลตอบโจทย์ทุกอย่างด้วยการสืบค้น กูเกิลเชื่อมทุกอย่างให้ใกล้กันด้วยการสืบค้นและมีแรงจูงใจด้วยการให้รางวัลด้วยโบนัสรายเดือน ซึ่งเพื่อนสามารถขอให้ได้ หากมีผลงาน…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">             </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_29741.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4601 alignright" title="ภาพคุณภัทรา สหวัฒน์ กำลังบรรยายบนเวที " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_29741-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;">คุณภัทรา สหวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด หรือเจ้าของเพลินวาน  เล่าว่า “…เริ่มต้นการทำงานที่บริษัท วนชัย กรุ๊ป  เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว และวนชัย กรุ๊ป คือพื้นฐานในการทำเพลินวาน รวมถึงแมนชั่น7 อย่างเป็นระบบ Social Network ทำให้เพลินวานเป็นการส่งต่อโอกาส เพราะโอกาสคือทรัพยากรอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช้ควรส่งต่อให้แก่ผู้อื่น พนักงานทุกคนของเพลินวานไม่มีตำแหน่ง มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่อยากทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีทำให้คนเปิดกว้างทางความรู้สึกมากขึ้น เพราะปัจจุบันคนนั่งระบายความรู้สึกผ่าน Facebook Twitter BB MSN ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวปลดล็อคความรู้สึกของคนที่ถูกปิดกั้นมานาน ธุรกิจสมัยนี้ไม่ได้ตอบสนองฟังก์ชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องตอบสนองความรู้สึกด้วย จุดสมดุลของการทำงานคือเราไม่ได้มองที่ความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะความสามารถไม่ได้อยู่ที่เพศในเพลินวานจึงมีคนปะปนกันไป การตลาดในวันนี้ถูกเปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะการตลาดวันนี้มันต้องรอบด้าน ความเป็นผู้หญิงได้เปรียบในการทำงานตรงที่ คุมทีมได้ดีกว่าเนื่องจากใส่ใจรายละเอียด ความรู้สึก ทุกอย่างคือทีม จริงๆแล้วเพลินวานคือการให้โอกาสคนใกล้ตัว เพราะทีมแรกที่เข้าไปทำคือคนใกล้ตัว คือพวกพี่ๆ เพื่อนๆ แล้วจึงส่งต่อไปสู่คนอื่นๆ เพลินวานประสบความสำเร็จตั้งแต่ลงมือทำแล้ว เพราะเราทำงานบนพื้นฐานของความสุขความสนุก หลายคนคิดว่าความสำเร็จมักมาพร้อมกับความสุข แต่ความจริงมันไม่ใช่ มันเป็นคนละเรื่อง ความสุขมาจากการคิด การใช้ชีวิต ส่วนแมนชั่น 7 ก็เป็นความคิดที่ฉีกจากเพลินวานอีกที ที่นี่ใช้เทคโนโลยีทำให้เกิดความกลัว แต่ให้ข้อคิดว่า ให้สติสว่างในความมืด ที่นั่นไม่มีผี มีเพียงกลิ่นและเสียงที่ทำให้คุณหลอกตัวเอง งานที่อยู่ในนั้นเป็นงานอาร์ตมากกว่าธุรกิจ การเทรนด์พนักงานจะเทรนด์เรื่องคิดอย่างไรให้แตกต่าง การบริหารสมองซีกชวา ทุกอย่างที่มีในวันนี้ยังไม่ใช่ความสำเร็จแต่เป็นการเริ่มต้นต่างหาก คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่ใช้เทคโนโลยี…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">                เวทีการสัมมนาในวันนี้ถือเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทำงานทุกคน ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าแสดงออก ให้แตกต่างอย่างมีคุณภาพ เรียนรู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะโลกเทคโนโลยี เตรียมพร้อมรับโอกาสที่จะมาถึง เพราะเมื่อโอกาสมาถึงจะได้แสดงศักยภาพที่มี เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้หญิงแถวหน้าอย่างวิทยากรทั้งสามท่านในวันนี้<span id="_marker"> </span></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/106.jpg"><img class="size-medium wp-image-4603 aligncenter" title="ภาพคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์, คุณพรรณสิรี อมาตยกุล, คุนพรทิพย์ กองชุน, คุณภัทรา สหวัฒน์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/106-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้รักษ์ภาษาไทย กับ อสมท กิจกรรมดีดีของสังคมไทย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jul 2011 07:56:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[95.00 ลูกทุ่งมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บำนาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง 9]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กวลิน กังวานธนวัต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ]]></category>
		<category><![CDATA[วันภาษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยากร]]></category>
		<category><![CDATA[สมองซีกซ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยั่นยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[อสมท]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจรย์แม่]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเจต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นิสิต]]></category>
		<category><![CDATA[mcot]]></category>
		<category><![CDATA[Seed97.50]]></category>
		<category><![CDATA[www.mcot.net]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4480</guid>
		<description><![CDATA[ภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อีกทั้งยังแสดงถึงเอกราชของชาติที่ไม่เคยตกอยู่ใต้การปกครองของใคร นับตั้งแต่พ.ศ.๑๘๒๖ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นใช้ตราบจนวันนี้ เป็นเวลายาวนานกว่า ๗๒๘ ปี ที่บรรพบุรุษสละชีพเพื่อรักษาความป็นเอกราชนี้ไว้ เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนที่มีวันสำคัญวันหนึ่งซึ่งคนไทยควรจดจำและภาคภูมิใจ นั่นคือ วันภาษาไทย ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี

เรื่อง : วิรงรอง พรมมี
ภาพ : พันธ์พันธ์ พวงพิลา



          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อีกทั้งยังแสดงถึงเอกราชของชาติที่ไม่เคยตกอยู่ใต้การปกครองของใคร นับตั้งแต่พ.ศ.๑๘๒๖ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นใช้ตราบจนวันนี้ เป็นเวลายาวนานกว่า ๗๒๘ ปี ที่บรรพบุรุษสละชีพเพื่อรักษาความป็นเอกราชนี้ไว้ เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนที่มีวันสำคัญวันหนึ่งซึ่งคนไทยควรจดจำและภาคภูมิใจ นั่นคือ วันภาษาไทย ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี</span></h4>
<p><span id="more-4480"></span></p>
<p><em><span style="color: #3366ff;">เ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/Moct-take.jpg"></a>รื่อง : วิรงรอง พรมมี</span></em></p>
<p><em><span style="color: #3366ff;">ภาพ : พันธ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="color: #3366ff;"><br />
</span></em><br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4500" title="ภาพบรรยากาศภายในงาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span style="color: #333399;">          บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและปัญหาในการใช้ภาษาไทย รวมถึงบทบาทสื่อมวลชนกับการใช้ภาษาไทยด้วย จึงได้จัดโครงการดีดีที่มีชื่อว่า “นิสิต-นักศึกษา รู้รักษ์ภาษาไทยกับ อสมท” ขึ้นเมื่อวันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่๓ แล้ว งานนี้มีนิสิต-นักศึกษาเข้าร่วมถึง ๒๐ สถาบันจากทั่วประเทศ หรือ ๑๙๔ คน วิทยากรที่มาให้ความรู้แต่ละท่านล้วนเป็นผู้มีความชำนาญด้านการใช้ภาษาไทยทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2575.jpg"><img class="size-medium wp-image-4482 alignleft" title="ภาพ รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ขึ้นบรรยายบนเวทีในรอบเช้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2575-300x225.jpg" alt="" width="270" height="198" /></a></span>ช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายโดย รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต อาจารย์เริ่มการบรรยายจากการใช้ภาษาให้ถูกกาลเทศะ อ.ใช้คำว่า กราบประทานอภัย กับผู้ใหญ่ของช่องที่ร่วมฟังการบรรยายอยู่ที่นั้นด้วย เนื่องจากอ.จะขอใช้คำพูดที่ไม่ไพเราะ อ.อธิบายต่อว่าสมองมนุษย์มีสองซีกคือซ้ายและขวา สมองซีกซ้ายจะให้ความถนัดด้านศาสตร์ ส่วนซีกขวาจะให้ความถนัดด้านศิลป์  ซึ่งสมองทั้งสองซีกจะสื่อสารและแสดงออกเป็น “ภาษา”  คำว่า ภาษา มาจากคำสันสกฤต คำว่าภาษา ซึ่งแปลว่า เข้าใจ ดังนั้นหากถูกใครดุว่าไม่รู้ภาษา ย่อมแปลว่า ไม่เข้าใจ ใช้ไม่ได้ นั่นเอง เคยมีคำถามว่าเหตุใดภาษาจึงสำคัญต่อชีวิตและประเทศชาติ ก็คงต้องตอบว่าเพราะภาษาแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติและยังถือเป็นวัฒนธรรมประจำชาติอีกด้วย ซึ่งจะสลายไปไม่ได้เพราะนี่คือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “สิ้นภาษา ก็สิ้นชาติ” บรรพบุรุษของเรามีความฉลาดและอาจหาญยิ่งนักจะเห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่๒ ที่ไทยจับมือเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นรบกับอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศสซึ่งเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามไทยก็ย้ายข้างมาอยู่กับอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส เพื่อรักษาเอกราชชาติไทยไว้ เหตุการณ์นี้อาจทำให้หลายประเทศมองไทยไม่ค่อยดีนักแต่นั่นคือการรักษาชาติที่ดีที่สุด มิเช่นนั้นคงตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกไปแล้ว ลักษณะเด่นของภาษาไทยคือ๑.คำคำเดียวมีเสียงหนักเบาและสามารถนำมาสร้างเป็นวรรณกรรม ๒.ความมีเสียงเสนาะในภาษา คือเสียงวรรณยุกต์ ๓.คำเป็นคำตายทำให้เกิดการหยุดเสียงในตัวเอง ๔.ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์  อัตลักษณ์ และอัจฉริยะลักษณ์ที่งดงาม ๕.ผลของการอนุรักษ์ภาษาเป็นวรรณศิลป์ทำให้เรามีสมบัติและมรดกทางปัญญาของบรรพชน ๖.ภาษามีผลต่อบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของภาษา กิริยามารยาทไทย ๗.เสน่ห์ของภาษาไทยคือมีคำสุภาษิต สำนวน คำคม     คำอุปมาอุปไมย เป็นต้น เมื่อเกิดเป็นคนไทยแล้วจึงควรภาคภูมิใจในความเป็นไทย หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อบันทึกความจำของโลก เดิมคำว่า ประเทศไทยไม่มี ย เพราะ ไท คำนี้แปลว่าอิสระเสรี แต่ต่อมาเห็นว่าไม่สวยงามจึงเติม ย ลงไปและกลายเป็นไทย เรื่องต่อมาภาษาซ่อนความหมายอะไรหลายๆอย่างเช่น สุภาษิตสอนหญิงที่ฟังไพเราะและแฝงแง่มุม เช่น การรักนวลสงวนตัวด้วย โบราณสอนว่า“แม้จะรักรักไว้ในอารมณ์ อย่ารักชมเกินหน้าเป็นราคี” ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงอาจสรุปได้ว่าเอกราชของชาติอยู่ที่ภาษา เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคนจึงควรรักษาภาษาของชาติ เพราะถ้าสิ้นภาษาก็สิ้นชาติ</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;">           วิทยากรคนต่อมาคือคุณพัชรินทร์ เศวตสุทธิพันธ์ หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวราชสำนัก อธิบายว่า ปัจจุบันการใช้ภาษาไทยกับสื่อมวลชนควรเลือกใช้คำให้ดี เพราะภาษาในข่าวต้องสั้น กระชับ และได้ใจความ หากเลือกใช้คำไม่ดีพอประโยคนั้นก็อาจมีความหมายผิดเพี้ยนตามไปด้วย การใช้คำราชาศัพท์กับการทำข่าวพระราชสำนักเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะต้องระวังการใช้ไม่ให้ผิดพลาด คำที่มักใช้ผิดคือ องค์ประธาน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ต้องเป็นคำว่าประธาน และต้องอ่านออกเสียง ร ล ให้ชัดเจน คุณสมบัติของผู้ประกาศได้แก่ ๑.อ่านหนังสือแตกฉาน อ่านได้รวดเร็ว จับใจความได้ มีไหวพริบปฏิภาณ เมื่อพบว่าผู้พิมพ์ พิมพ์ผิดพลาด ๒.สามารถแก้ไขคำผิดให้ถูกได้ทันที ๓.เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ๔.ออกเสียงภาษาไทยให้ชัดเจน  ๕.รับฟังการตักเตือนเมื่ออ่านผิด เหตุผลที่เลือกวันที่ ๒๙ ก.ค. เป็นวันภาษาไทยเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๙ ก.ค. ๒๕๐๒พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานวันกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งท่านมีอัจฉริยภาพในทางอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเรื่องปัญหาการใช้ภาษาไทย วันนี้จึงได้รับการขนานนามว่า ‘วันภาษาไทย’</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25871.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4485" title="ภาพคุณเกวลิน กังวานธนวัต,คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท และคุณเขมิอร วงส์ดีลาภ ผู้สื่อข่าว อสมท" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25871-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>สำหรับช่วงบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ ‘บทบาทสื่อมวลชนกับการใช้ภาษาไทย’ โดยคุณเกวลิน กังวานธนวัต,คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท และ      คุณเขมิอร วงส์ดีลาภ ผู้สื่อข่าว อสมท เริ่มบรรยายที่ความแตกต่างของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต จุดเด่นของงานโทรทัศน์คือภาพและเสียงซึ่งสื่อต่อผู้รับสารได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่นๆ แต่หากเป็นการถ่ายทอดสดข่าวที่จะออกไปสู่ผู้ชมจะต้องผ่าน ผู้สื่อข่าวไปยังกระบวนการเรียบเรียง/ตัดต่อ แล้วจึงไปยังผู้ประกาศข่าว สุดท้ายคือส่งไปยังผู้ชม หากใครสนใจที่จะทำงานในสายงานข่าว คงต้องถามก่อนว่า สนใจข่าวอะไร เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม พระราชสำนัก สิ่งแวดล้อม กีฬา  การเกษตร บันเทิง เป็นต้น  ต้องตอบตัวเองให้ได้ ทักษะของผู้สื่อข่าวที่สำคัญ ได้แก่ ๑.ความรู้ ความเข้าใจในข่าว ๒.การคิดวิเคราะห์ เรียบเรียงความคิด ๓.การจับประเด็น ๔. การสัมภาษณ์ ๕.การเขียนข่าว (ทักษะฟัง พูด อ่าน เขียน ต้องแตกฉาน) ๖.เทคโนโลยี ๗.ความรับผิดชอบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าภาษาข่าวเป็นภาษาที่ชัด ตรง ไม่เยิ่นเย้อและควรเลือกใช้คำให้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น คำว่าบอกว่า อ้างว่า กล่าวว่า อธิบายว่า ยอมรับว่า แถลงว่า อาจฟังดูมีความหมายคล้ายคลึงกัน แต่ความจริงแล้วใช้ในโอกาสที่แตกต่างกัน หลังจากให้ความรู้จบแล้ว ต่อมาเป็นการปฏิบัติการข่าวหรือเวิร์คช็อป โดยพี่ๆทั้งสามคน ให้น้องๆได้เขียนข่าวจากภาพที่กำหนดให้แล้วพี่ๆเขาก็แสดงความคิดเห็นต่องานชิ้นนั้นๆ  นอกจากนี้ทักษะของผู้ประกาศข่าวยังได้แก่ ๑.เข้าใจเรื่องที่อ่าน ๒.สมาธิ ๓.อ่านถูกอักขรวิธี ๔.ถ่ายทอดอารมณ์ได้ ๕.ความมั่นใจ ๖.แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เคล็ดลับการเป็นผู้ประกาศมืออาชีพคือการสั่งสมประสบการณ์ การเก็บข้อมูล หมั่นทำการบ้านและทำความเข้าใจกับข่าวที่อ่าน สุดท้ายเป็นกิจกรรมการปฏิบัติการประกาศข่าวโดยตัวแทนจากหลายสถาบัน ข่าวที่ให้ทดลองอ่านก็มีทั้งข่าวสังคม ข่าวพระราชสำนักและข่าวเศรษฐกิจ นักศึกษาที่เข้าร่วมทุกคนมีอาการตื่นเต้นและเกร็งอย่างชัดเจน  พี่ๆบอกว่า ครั้งแรกน้องๆทำได้แค่นี้ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว การเป็นผู้ประกาศข่าวต้องอาศัยการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ ดังนั้นเมื่อภาษาไทยเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย เราคนไทยจึงควรใช้ให้ถูกต้องและรักษาไว้ให้ชนรุ่นหลัง  ในช่วงสุดท้ายก่อนหมดเวลา พี่ๆอนุญาตให้น้องๆถามเรื่องที่อยากรู้หรือข้องใจในการบรรยายครั้งนี้ ปรากฏว่าถามตอบกันอย่างครึกครื้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2593.jpg"><img class="size-medium wp-image-4486 aligncenter" title="ภาพนิสิต-นักศึกษาได้ทดลองอ่านข่าวบนเวทีในช่วงปฏิบัติการ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2593-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #333399;">              การอบรมด่านสุดท้ายของวันนี้คือ การใช้ภาษาไทยกับรายการวิทยุ ช่วงแรกเป็นการฉายวีดีทัศน์ประวัติของวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย วิวัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบัน  ต่อมาเป็นการแนะนำผู้ประกาศคลื่นต่างๆของ อสมท พร้อมกับเคล็ดลับการใช้ภาษาไทยที่ดี ดีเจกบ จาก 95.00 ลูกทุ่งมหานคร    บอกว่า “การที่พี่พูดชัดเป็นเพราะติดมาจากการอัดรายการวิทยุและชอบอ่านป้ายโฆษณาตามทางแบบอัดสปอต ซึ่งถือเป็นการซ้อมทุกวัน” ดีเจต๊ะ จาก Seed97.50 บอกว่า “ถ้าอยากเป็นดีเจย่อมฝึกฝนได้ อะไรที่ทำได้ไม่ดี ย่อมฝึกฝนให้ดีได้” ดีเจแก้ว จากMet 107 บอกว่า “แก้วเป็นลูกครึ่ง แก้วจะติดพูดไทยคำอังกฤษคำ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้วเพราะฝึกฝนการพูดให้ชัด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน” สุดท้ายจาก 99.00 คลื่นเมืองไทยแข็งแรง โดยดีเจธรและดีเจชิต ดีเจธร บอกว่าผมมีปัญหาในการอ่านออกเสียง ร ล ไม่ชัดเจนเพราะผมลิ้นไก่สั้น ซึ่งผมการหมั่นฝึกอ่านหนังสือที่มี ร ล  เยอะๆ เพื่อเป็นการฝึกฝน ตอนนี้ทำได้แล้ว ด้านดีเจชิต บอกว่าปัญหาของตนคือพูดไม่ค่อยรู้เรื่องชอบรวบคำ พรสวรรค์เป็นเพียงบางส่วนของการใช้เสียงทำมาหากินแต่การมีพรแสวงย่อมดีกว่า ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ กิจกรรมต่อมาเป็นการบริหารอวัยวะด้วยการหัวเราะ โดยพี่หนูนา ดีเจคลื่น 99.00 คลื่นเมืองไทยแข็งแรง  น้องๆนักศึกษาทุกคนสนุกไปกับพี่หนูนา งานวิทยุกระจายเสียงจำเป็นต้องออกเสียงให้ชัดเจนเพราะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ฟังในการใช้ภาษาไทยต่อไป ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ ความตอนหนึ่งว่า  &#8220;&#8230;ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เอง เป็นสิ่งอันเป็นประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่า ตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่ต้องรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษา ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกัน เพื่อความวัฒนาของประเทศชาติ&#8230;&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891.jpg"></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;">           สำหรับผู้สนใจท่านใดที่พลาดกิจกรรมดีดี จาก อสมท ในปีนี้ ก็ขอให้ติดตามข่าวสาร กิจกรรมต่างๆของ อสมท ได้ทาง  www.mcot.net ค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสุขจากการให้ แรงบันดาลใจจากในหลวง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2011 08:39:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ชินคอร์ป]]></category>
		<category><![CDATA[การให้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาด]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรฒ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[อินทัช]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จ.เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[www.intouchcompany.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4430</guid>
		<description><![CDATA[การอ่านวรรณกรรมไทยที่มีคุณค่า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ &#8220;ให้&#8221;แล้วสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นภาพวาด  เป็นหัวใจของโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่  5&#8243; ที่ บ.ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรักการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านวรรณกรรมที่ให้ข้อคิดสอนใจและทำให้เกิดปัญญา สร้างสรรค์สังคม
เรื่อง  วิรงรอง  พรมมี
ภาพ  พงษ์พันธ์  พวงพิลา

            [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #0000ff;">การอ่านวรรณกรรมไทยที่มีคุณค่า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ &#8220;ให้&#8221;แล้วสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นภาพวาด  เป็นหัวใจของโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่  5&#8243; ที่ บ.ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรักการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านวรรณกรรมที่ให้ข้อคิดสอนใจและทำให้เกิดปัญญา สร้างสรรค์สังคม</span><span id="more-4430"></span></h4>
<p><em><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="color: #333333;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/intouch1.jpg"></a>เรื่อง  วิรงรอง  พรมมี</span></strong></span></em></p>
<p><em><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="color: #333333;">ภาพ  พงษ์พันธ์  พวงพิลา</span></strong></span></em></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2222.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4431" title="ภาพการเเถลงข่าวโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณกรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเเละคุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร อินทัช กรุ๊ป" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2222-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span style="color: #000080;">            วรรณกรรมไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ปัจจุบันเด็กไทยลดความนิยมในการอ่านวรรณกรรมไทย อาจด้วยจากกระแสหนังสือที่มาจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่กำลังตีตลาดหนังสืออยู่ในขณะนี้ ดังนั้นทาง บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ได้จัดกิจกรรมการอ่านบันดาลใจสู่ภาพศิลป์กับโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 5&#8243; ในหัวข้อ ‘ความสุขจากการให้’ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘พระองค์ทรงเป็นผู้ให้แก่ปวงชนชาวไทย’ ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติ์จากศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี   ศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ร่วมแถลงข่าวในพิธีเปิดโครงการครั้งนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF6500.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4433" title="ภาพ เด็ก2 คนสวมใส่ชุดชาวเขาประจำเผ่า กำลังอ่านหนังสือวรรณกรรมไทย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF6500-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;">           เพราะการอ่านทำให้เกิดปัญญา ด้วยเหตุนี้โครงการการประกวดภาพวาดจากวรรณกรรมไทย ‘จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัชปีที่ 5 ’จึงเกิดขึ้นเพื่อเชิดชูและสืบสานความเป็นไทยซึ่งเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมไทยด้วยการกระตุ้นให้เยาวชนรักการอ่าน ภาคภูมิใจในความเป็นไทย สามารถนำประโยชน์และความรู้ที่ได้รับจากการอ่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม โดยหัวข้อการประกวดในปีนี้คือ ‘ความสุขจากการให้’ เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้ เป็นสังคมที่มีความสุขอันเกิดมาจากการเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การให้ความรัก การให้ทาน การให้โอกาส การให้อภัย การให้เหล่านี้จะนำมาซึ่งมิตรภาพ ความสุข รอยยิ้มโดยสามารถเกิดแก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          นอกจากนี้ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจมากมายนานับประการที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ ถือเป็นตัวอย่างที่เราควรดำเนินรอยตาม ด้วยการ&#8221;ให้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2270.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4434" title="ภาพ นางสาวเชอเกลอ แบ่แหย่ กับผลงานภาพวาดในหลวงที่ผสมผสานงานศิลป์กับการนำเศษวัสดุเหลือใช้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2270-300x225.jpg" alt="" width="254" height="200" /></a>          นางสาวเชอเกลอ แบ่แหย่ อายุ 18 ปี ชาวเผ่าอาข่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30  จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   กล่าวว่า “ภาพนี้มีชื่อว่า ‘น้ำพระทัยไหลริน สู่แดนผา’ เป็นการใช้จินตนาการร่วมกันของ 5 ชนเผ่า มีดังนี้ จีนฮ่อ ไทลื้อ อาข่า ไทยใหญ่และเย้า โดยเป็นผลงานศิลปะสื่อผสม และไม่ได้อ้างอิงมาจากวรรณกรรมเล่มใดนะคะ  เป็นการใช้จินตนาการเรื่องการให้ของในหลวงมาถ่ายทอดว่าแต่ละเผ่าได้รับอะไรบ้างจากในหลวง ในหลวงท่านให้อะไรแก่พวกเราบ้าง ก็นำสิ่งเหล่านั้นมารวมกันจึงเกิดมาเป็นภาพนี้ เราได้ใช้เวลาวาดภาพนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ ความยากของภาพนี้อยู่ที่รูปของในหลวงค่ะ เพราะต้องทำให้คล้ายมากที่สุดและก็ต้องพิถีพิถันมากๆ” โดยการแสดงฝีมือการวาดภาพก็มาเป็นปีแรกด้วย แต่จะนำโครงการนี้ไปบอกต่อกับเพื่อนๆให้ส่งภาพเข้าประกวดเยอะๆค่ะ สุดท้ายนี้สิ่งที่ได้เหนือสิ่งใดๆคือได้แสดงความรู้สึกรักในหลวงออกมาเป็นภาพค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2230.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4441" title="ภาพ การถ่ายภาพหมู่ของผู้จัดทำโครงการเเละเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2230-300x225.jpg" alt="" width="277" height="208" /></a>           แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงของเรา จะทรงเป็นแบบอย่างของการให้  แต่โครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านหรือบทพระราชนิพนธ์แต่อย่างใด   เยาวชนที่สนใจเข้าประกวดสามารถไปอ่านและคัดเลือกวรรณกรรมไทยเรื่องใดก็ได้ที่ตนเองชื่นชอบ แล้วคัดบางช่วงบางตอนมา ใช้จินตนาการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดให้ตรงตามนั้น  สิ่งที่ได้รับจากการประกวดนี้มิได้มีเพียงแค่เงินรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สำหรับรางวัลชนะเลิศอีกด้วย  ซึ่งการประกวดได้แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษา 4-6, มัธยมตอนต้น, มัธยมตอนปลายและอุดมศึกษา ที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ภาพวาดที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจะถูกนำมาประมูลหารายได้สมทบมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตน </span><span style="color: #000080;">ราชสุดาฯ  เพื่อช่วยเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เป็นการแบ่งปันไปยังผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาอีกชั้นหนึ่ง  หากผู้ใดสนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.intouchcompany.com เพื่อร่วมก้าว   เข้าสู่สังคมที่มีความสุขจากการให้กันค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

