<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; S.READING ROOM</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/category/s-style/s-reading-room/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2011 11:13:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.LOOK]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[229ปี]]></category>
		<category><![CDATA[9 สิงหาคม 2554]]></category>
		<category><![CDATA[พระบรมมหาราชวัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีบวงสรวง]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงรัตนโกสินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กองประชาสัมพันธ์ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่1]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่4]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่5]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่9]]></category>
		<category><![CDATA[วังหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วังหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวิไลซ์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งพระสุเมรุ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องพระโรงกลางแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องสนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับภูมิทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4620</guid>
		<description><![CDATA[229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดฯให้เรียกว่า &#8220;ท้องสนามหลวง&#8221; ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ขยายเนื้อที่ออกไปอีกครึ่งหนึ่ง แล้วแต่งเป็นรูปไข่ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน<span id="more-4620"></span></h4>
<p>ข่าว: วิรงรอง พรมมี</p>
<p>ภาพ: กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4628" title="ภาพท้องสนามหลวงในอดีต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p>            <span style="color: #333399;"> วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2554 ถือเป็นฤกษ์ดีของการเปิดใช้ท้องสนามหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากปรับภูมิทัศน์มานานกว่าหนึ่งปี ได้ลุล่วงพร้อมใช้ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 1,985 รูปและถวายภัตตาหารพระราชาคณะ 10 รูป รวมถึงพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า ท้องสนามหลวงในวันนี้ จึงมีความสง่างามเคียงคู่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป โดยงานนี้มีการจัดนิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์”บริเวณสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิทรรศการ “แม่ของแผ่นดิน”บริเวณสนามหลวงฝั่งศาลฎีกา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ด้วย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4631" title="ภาพพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพกษัตราธิราชเจ้า โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><span style="color: #333399;">                 นิทรรศการนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวข้ามกาลเวลาวิวัฒนาการของท้องสนามหลวงผ่านแกเลอรี่ภาพแห่งความทรงจำ นับตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สนามหลวงเป็นเพียงท้องไร่ท้องนา ในกาลสมัยต่อมาได้ยกระดับเป็นทุ่งพระสุเมรุ สถานที่ส่งเสด็จพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์กลับสู่สวรรคาลัย จนถึงนาหลวง สู่การเป็น มณฑลพิธี จัดงานพระราชพิธีรัฐพิธี ประเพณีต่างๆ จนกระทั่งก้าวล่วงสู่ยุคการเป็น ท้องพระโรงกลางแจ้ง สถานที่ที่ปวงชนชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง และยุคศูนย์กลางพระนคร ที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมและความเจริญในทุกด้านจวบจนปัจจุบัน นอกจากนี้ประชาชนที่มาร่วมชมนิทรรศการยังได้ชมภาพยนตร์สารคดีชุด “ท้องพระโรงกลางแจ้งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ผู้เข้าชมจะได้บรรยากาศของวันวานของท้องสนามหลวงจากอดีตถึงปัจจุบันและเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลากว่า 229 ปี ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ฉายภาพอดีต ปัจจุบันสู่อนาคตที่มีการใช้ท้องสนามหลวงอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลังสืบไป</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4635" title="ภาพพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4633" title="ภาพงานมณฑลพิธี ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวง โดยมีประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27-300x257.jpg" alt="" width="300" height="257" /></a></p>
<p>                                                                                                                                                              <span style="color: #333399;"> นิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์” จะเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2554 ระหว่างเวลา 09.00-22.00 น. และในวันที่ 13 สิงหาคม &#8211; 11 กันยายน 2554 ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. โดยมิเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4641" title="ภาพท้องสนามหลวงหลังจากปรับภูมิทัศน์แล้วอย่างสวยงาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ล้มให้เป็น&#8230;ลุกให้ได้: บทเรียนสอนใจจากคนพิการผู้ไม่แพ้</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/eakkachai/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/eakkachai/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Nov 2010 16:34:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[มติชน]]></category>
		<category><![CDATA[รูป]]></category>
		<category><![CDATA[วาดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[สู้ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[คนค้นคน]]></category>
		<category><![CDATA[ปาก]]></category>
		<category><![CDATA[แพ้]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วตา ปริศวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชัย วรรณแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เท้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=3174</guid>
		<description><![CDATA[“ความกลัวมักเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และอาจกลายเป็นตัวปิดกั้นเส้นทางฝัน เพราะหากกลัวจนไม่กล้าที่จะก้าว ก้าวสุดท้ายก่อนพบความสำเร็จย่อมไม่เกิดขึ้น ผมรู้ว่าทุกคนมีความกลัวอยู่ในตัวเอง&#8230;แต่เชื่อผมเถอะว่าความกลัวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย” เอกชัย วรรณแก้ว ผู้ที่เกิดมาพิการแต่ใจไม่เคยยอมแพ้ สอนให้ทั้งคนพิการและไม่พิการ มีวิธีคิดใหม่แบบ “ล้มให้เป็น..ลุกให้ได้”

เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
              
           คนที่กำลังท้อแท้ เหน็ดเหนื่อย คนที่กำลังสิ้นหวัง ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมที่กินพื้นที่เกือบครึ่งค่อนประเทศในปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000080;">“ความกลัวมักเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และอาจกลายเป็นตัวปิดกั้นเส้นทางฝัน เพราะหากกลัวจนไม่กล้าที่จะก้าว ก้าวสุดท้ายก่อนพบความสำเร็จย่อมไม่เกิดขึ้น ผมรู้ว่าทุกคนมีความกลัวอยู่ในตัวเอง&#8230;แต่เชื่อผมเถอะว่าความกลัวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย” เอกชัย วรรณแก้ว ผู้ที่เกิดมาพิการแต่ใจไม่เคยยอมแพ้ สอนให้ทั้งคนพิการและไม่พิการ มีวิธีคิดใหม่แบบ “ล้มให้เป็น..ลุกให้ได้”<span id="more-3174"></span></span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/Eakkachai.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="aligncenter size-full wp-image-3177" title="ภาพ หน้าปกหนังสือ ล้มให้เป็น..ลุกให้ได้  ของเอกชัย วรรณแก้วที่มีภาพตนบนปกในลักษณะที่ร่างกายพิการ แขน และขา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/Eakkachai.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></h3>
<p><span style="color: #000080;">เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
              </span></p>
<p><span style="color: #000080;">           คนที่กำลังท้อแท้ เหน็ดเหนื่อย คนที่กำลังสิ้นหวัง ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมที่กินพื้นที่เกือบครึ่งค่อนประเทศในปี 2553 นี้ อาจยังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาทางออกในชีวิตอย่างไร บางคนเครียดจัดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดังมีตัวเลขที่กรมสุขภาพจิตต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึง 168 ราย (ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2553) ดิฉันอยากให้สละเวลาอ่าน หรือฟังผู้ชายคนนี้ค่ะ “เอกชัย วรรณแก้ว” ผู้พิการที่เกิดมาไม่มีแขน ส่วนขาและเท้าทั้งสองข้างก็มีขนาดเล็กมาก โผล่พ้นลำตัวออกมาเพียงนิดเดียว แต่เขาไม่เคยยอมแพ้โชคชะตา หากแต่พยายามเรียนรู้การใช้ชีวิตทั้งในห้องเรียน(ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย) และชีวิตในโลกกว้างอย่างผู้พิการที่มีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">              ดิฉันเคยพบกับเอกชัยนานมาแล้ว ตั้งแต่ยังทำงานอยู่ที่ไอทีวี นานจนจำรายละเอียดของงานไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าพบกันในวาระไหน แต่ทันทีที่เราพบกันในงานเปิดตัวหนังสือ “ล้มให้เป็น..ลุกให้ได้” ของเขา เอกชัยพูดทักทายเลยว่า “เราเคยเจอกันตอนที่ผมพาเด็กๆ ไปวาดรูปนะครับพี่”&#8230;..<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_0581-1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-3181" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ถ่ายภาพคู่กับคุณเอกชัย วรรณแก้ว พร้อมกับถือหนังสือ ล้มให้เป็น ลุกให้ได้ไว้ที่มือด้านซาย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_0581-1-225x300.jpg" alt="" width="172" height="224" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000080;">              ดิฉันยิ้มรับ ออกจะเขินด้วยซ้ำที่ตัวเองไม่เป็นฝ่ายหยิบยกเรื่องนั้นมาทักทายให้เขาดีใจเสียเอง นี่ล่ะค่ะ จุดอ่อนของคนปกติ ที่บางทีเราก็ไม่ละเอียดอ่อนเท่ากับคนพิการด้วยซ้ำ!!! เอกชัย มีพี่น้อง 5 คน เขาเป็นคนสุดท้อง และเป็นคนเดียวที่เกิดมามีร่างกายไม่เหมือนคนอื่น แต่เขาโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่วิเศษ คือสมาชิกทุกคนในบ้านให้ความรักความอบอุ่น และพร้อมใจกัน “ลืมความไม่พร้อม”ของเขา ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง และมีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดีมาก เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย หรือเป็นผู้พิการทุพพลภาพที่ต้องให้ใครมาดูแลประคบประหงม หรือมาสงเคราะห์ อย่างที่เราคุ้นชินกันในสังคมไทย ที่เป็น &#8220;สังคมแห่งการสงเคราะห์&#8221;<br />
                      “..ผมมองว่าเรื่องสภาพทางกายมักจะทำให้ท้อแท้บ้าง แต่จริงๆ แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนพิการหรอก แต่อยู่ที่คนให้โอกาสพวกเขามากกว่า คนพิการอยากมีเพื่อน อยากมีสังคม แต่บุคคลที่สองและสามนี่เองที่เป็นคนปิดประตูกั้นเขา เช่น พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกที่พิการออกไปไหน เพราะอายคนอื่นที่มีลูกเป็นแบบนี้ อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นห่วง กลัวลูกจะลำบาก กลัวลูกจะทำอะไรไม่ได้..” นั่นคือมุมมองของเขา</span></p>
<p><span style="color: #000080;">           เอกชัยพิสูจน์ตัวเองให้คนรอบข้างเห็น ว่าเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้ ทั้งการเรียนหนังสือ และการเรียนทางด้านศิลปะ เพียงแต่อวัยวะที่เขาใช้เขียนหนังสือ และวาดรูป ก็คือ “ปาก” กับ “เท้า”</span></p>
<p><span style="color: #000080;">            แก้วตา ปริศวงศ์ คนเดินเรื่องรายการ &#8220;คนค้นคน&#8221; ของบริษัททีวีบูรพา ผู้ตีแผ่เรื่องราวอันน่าประทับใจของเอกชัย ยอมรับว่าเธอต้องปรับตัวอย่างมากในการติดตามถ่ายทำชีวิตของคนที่ใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากด้วย&#8221;เท้า&#8221; และการดำรงชีวิตหลายอย่างที่ธรรมชาติสอนให้เขาต้องมีพฤติกรรมไม่เหมือนคนปกติ ซึ่งยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งต้องทึ่ง ที่สำคัญคือ เอกชัยไม่ใช่ผู้พิการคนแรกที่เธอพานพบหรือนำเสนอเรื่องราวออกอากาศ แต่เอกชัยพิเศษกว่าหลายๆคนตรงที่เขามีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่เข้มแข็งและงดงามมาก แก้วตายืนยันว่าที่เอกชัยเป็นอย่างนี้ ต้องยกความดีให้พ่อกับแม่ของเขาที่เติมเต็มจิตใจให้ลูกที่พิการทางกายได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_0570.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-3182" title="ภาพคุณเอกชัย วรรณแก้วใช้เท้าด้านขวาเซ็นต์ลายเซ็นต์บนด้านในของหนังสือ ล้มให้เป็นลุกให้ได้ โดยใช้นิ้วหนีบปากกาในการเซ็นต์ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_0570-150x150.jpg" alt="" width="237" height="168" /></a>        ทุกวันนี้เอกชัยไม่เพียงแต่พึ่งพาตนเองและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพจนได้รับยกย่องเป็น &#8220;บุคคลพิการตัวอย่าง&#8221;และกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วนเท่านั้น แต่เขายัง &#8220;มี&#8221; มากพอที่จะแบ่งปันให้คนอื่นที่ &#8220;ขาด&#8221;กว่าเขา ด้วยการรับสอนศิลปะให้แก่ผู้ที่มีความตั้งใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเคยเข้าไปเป็นวิทยากรสอนศิลปะให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000080;">        “ในวันที่มีมากขึ้น ในวันที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ผมยินดีจะหยิบยื่นโอกาสส่งต่อให้กับอีกหลายชีวิตที่ยังอยู่ในมุมมืด มุมที่ไม่มีใครมองเห็น เพราะอย่างน้อยการผลักดันคนเหล่านี้ให้ได้แสดงความสามารถออกสู่สังคมถือว่าเป็นการเปิดโอกาสได้อย่างดีทีเดียว เพราะการให้โอกาสคน ถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” นี่คือเจตนารมณ์ของเอกชัย ที่อาจยิ่งใหญ่กว่าคนปกติหลายๆคน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       ใครต้องการอ่านเรื่องราวของเขาให้ละเอียดลึกซึ้ง หรือหาหนังสือดีๆ มอบเป็นแรงบันดาลใจสำหรับใครๆ &#8220;ล้มให้เป็น..ลุกให้ได้&#8221; ของสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดิฉันมีความสุขที่จะแนะนำค่ะ และสามารถชมคลิปสัมภาษณ์เปิดใจเอกชัย วรรณแก้ว บางส่วนจากงานวันเปิดตัวหนังสือได้เลยค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> (ชมคลิปวิดีโอ)</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Xy4enTzlF9E?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="385" src="http://www.youtube.com/v/Xy4enTzlF9E?fs=1&amp;hl=en_US" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/eakkachai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“เหวิน เหวิน” กับ “ฉลุย” แง่มุมอันอ่อนโยนของสมัคร สุนทรเวช</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/wen-wen/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/wen-wen/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2010 08:45:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[การกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[สมัคร สุนทรเวช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[สุนัข]]></category>
		<category><![CDATA[หมา]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะชัย สุนทรเวช]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหมาแมวจรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอาสาช่วยเหลือเพื่อนสี่ขา]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[“ฉลุย”]]></category>
		<category><![CDATA[“เหวิน เหวิน”]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2755</guid>
		<description><![CDATA[ทันทีที่แกะซองไปรษณีย์แล้วพบเห็นหนังสือเด็กเล่มกะทัดรัด มีภาพวาดแมวหน้าตาน่ารัก และอักษรบนปกว่า “เหวิน เหวิน” พลันก็นึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรักแมวเป็นพิเศษ และมีแมวตัวโปรดตรงกับชื่อนี้  อีกเล่มหนึ่งที่ส่งมาพร้อมกัน ชื่อเรื่อง “ฉลุย” พร้อมภาพปกเป็นเจ้าหมาน้อยน่ารัก ฉันเปิดดูหนังสือทีละเล่มอย่างรวดเร็วด้วยความสนใจ ก่อนจะอ่านจดหมายที่ผู้เขียนเล่าที่มาที่ไปและคุณูปการของหนังสือที่กำลังเกิดขึ้นด้วยจิตอาสา 
 
 
เรื่อง สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
วันที่ 19 กรกฎาคม 2553
 

              [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">ทันทีที่แกะซองไปรษณีย์แล้วพบเห็นหนังสือเด็กเล่มกะทัดรัด มีภาพวาดแมวหน้าตาน่ารัก และอักษรบนปกว่า “เหวิน เหวิน” พลันก็นึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรักแมวเป็นพิเศษ และมีแมวตัวโปรดตรงกับชื่อนี้  อีกเล่มหนึ่งที่ส่งมาพร้อมกัน ชื่อเรื่อง “ฉลุย”</span><span style="color: #ff6600;"> พร้อมภาพปกเป็นเจ้าหมาน้อยน่ารัก ฉันเปิดดูหนังสือทีละเล่มอย่างรวดเร็วด้วยความสนใจ ก่อนจะอ่านจดหมายที่ผู้เขียนเล่าที่มาที่ไปและคุณูปการของหนังสือที่กำลังเกิดขึ้นด้วยจิตอาสา </span><strong><span id="more-2755"></span></strong></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">เรื่อง สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">วันที่ 19 กรกฎาคม 2553</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/sm2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2765" title="ภาพหน้าปกหนังสือคนรักแมวโดยมีคุณสมัคร สุนทรเวชอุ้มแมว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/sm2.jpg" alt="" width="252" height="359" /></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">              ผู้เขียนแนะนำตัวในจดหมายว่า ชื่อ ธนะชัย สุนทรเวช เป็นหลานของคุณลุงสมัคร สุนทรเวช  เขียนหนังสือเด็กเรื่อง “ฉลุย” กับ “เหวิน เหวิน” ขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 นี้เอง เนื่องจากตรงกับเดือนเกิดของคุณลุงสมัคร โดยใช้นามปากกาว่า “น้าเมฆ” ซึ่งเป็นการนำเรื่องราวหมาและแมวในบ้านท่านมาถ่ายทอดเป็นหนังสือสำหรับเด็ก และตั้งใจว่ารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้แก่โครงการหมาแมวจรจัด เหมือนกับที่คุณลุงเคยทำในสมัยที่เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งได้ขออนุญาตท่านไว้แล้วตั้งแต่ครั้งยังมีชีวิตอยู่<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/sm1.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">                คุณธนะชัยบอกสาเหตุที่ส่งหนังสือมาให้ดิฉันอ่านว่า “…คุณสายสวรรค์ได้เคยไปสัมภาษณ์คุณลุงสมัครสมัยยังอยู่ ITV และได้คุยเรื่องเหวิน เหวิน แมวตัวโปรดของคุณลุง ครั้งนั้นทำให้คนรักแมวหลายคนประทับใจ ผมไม่แน่ใจว่าวันนั้นคุณสายสวรรค์ได้สังเกตหมาแก่สีขาวที่นอนอยุ่ในบ้านคุณลุงหรือเปล่าครับ เจ้าหมาตัวนั้นคือ ฉลุย คุณลุงเก็บฉลุยมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ เจ้าฉลุยก็เลยคิดว่าตัวเองก็เป็นแมวตัวหนึ่งในบ้าน  พอออกไปเจอหมาด้วยกัน กลิ่นแมวติดตัว เป็นเหตุให้ต้องฟัดกับหมาแถวบ้านจนตาบอด&#8230;”  </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span><span style="color: #0000ff;">                ในบทนำของหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง “เหวิน เหวิน” นี้คุณธนะชัยได้ยกข้อความของคุณสมัคร สุนทรเวชที่เขียนความรู้สึกเกี่ยวกับแมวเอาไว้ว่า</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">                “คนที่ชอบแมวกับคนที่รักแมวนั้นไม่เหมือนกัน  คนที่ชอบแมวเจอแมวก็อุ้มเล่นด้วย แต่ถ้าแมวตัวที่เลี้ยงไว้ขึ้นไปถ่ายบนที่นอน ก็จะเกิดโมโหเอาไม้ไล่ตีแมว </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">                แต่คนที่รักแมวแล้ว ถ้าเจอแมวของตัวเองทำอย่างนั้น ก็ต้องจัดการอุ้มแมวออกไปไว้ที่อื่น เอาผ้าปูที่นอนไปซัก แล้วคิดหาหนทางแก้ไขไม่ให้แมวเข้าไปในห้องนอน”  </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/photo.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2759" title="ภาพการ์ตูนเจ้าแมวเหวิน เหวิน นอนหมอบที่เท้าของคุณสมัคร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/photo-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">                ด้วยความมีจิตใจอบอุ่นแบบคุณพ่อลูกหนึ่ง ที่เชื่อมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือ และเคยสร้างสรรค์หนังสือทำมือส่งประกวดจนได้รับรางวัลรักลูกอวอร์ด ปี 2550 จากเรื่อง “คุณเต่าพูดเพราะ”มาแล้ว คุณธนะชัยจึงอยากให้คนอื่นได้เห็นคุณค่าของหนังสือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงว่า “ถ้าเด็กๆ ได้ดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยตัวของเขาเอง ตั้งแต่การจัดหาอาหารมาให้  พาสัตว์เลี้ยงไปหาหมอเมื่อยามเจ็บป่วย การเอาใจใส่เช่นนี้จะทำให้เด็กคนนั้นมีจิตใจอ่อนโยน มีเมตตาแม้ว่าเรื่องการพลัดพรากเป็นสัจธรรมที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เด็กๆ ก็จะเข้าใจวงจรของชีวิตไปด้วย (เรื่องหนึ่งเจ้าของจากไปก่อน อีกเรื่องหนึ่งสัตว์เลี้ยงจากไปก่อน)”</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Wen-Wen1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2761" title="ภาพวาดแมวเหวิน เหวิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Wen-Wen1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong><span style="color: #0000ff;"><strong>                </strong>น่าเสียดาย ที่คุณสมัคร สุนทรเวช ไม่ทันได้เห็นผลงานหนังสือเด็กที่ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของท่านทั้ง 2 เล่มนี้  แต่เชื่อเหลือเกินว่า ใครที่ได้อ่าน ก็คงจะทำให้ได้เห็นแง่มุมความอ่อนโยนในจิตใจของท่านได้เป็นอย่างดี  และเป็นมุมส่วนตัวที่หลายคนไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก  และคนที่ไม่เคยรักหมารักแมวอาจจินตนาการไม่ถูกถึงความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงผู้จงรักภักดี</span></p>
<p> </p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">                ที่สุดแล้วหนังสือทั้งสองเล่มนี้ยังจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใจบุญกับหมาแมวที่ถูกทอดทิ้งอีกด้วย โดยรายได้จากการจำหน่ายเล่มละ 55 บาทของหนังสือเรื่อง “เหวิน เหวิน” เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็สมทบทุนให้ “โครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร”   ส่วนเรื่องของเจ้า “ฉลุย” ราคาเดียวกัน หักค่าใช้จ่ายแล้วก็สมทบทุนให้ “โครงการอาสาช่วยเหลือเพื่อนสี่ขา” ซึ่งทั้งสองโครงการมีวัตถุประสงค์ในการจัดหารายได้ช่วยเหลือสุนัขไร้บ้าน หรือแมวจรจัด ให้มีอาหารกินเพียงพอ  ดูแลรักษาสัตว์ตัวที่เจ็บป่วยหรือพิการให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนช่วยฉีดวัคซีน และทำหมัน เป็นต้น </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">      <span style="color: #ff00ff;"> ขอบคุณนะคะ “น้าเมฆ” ผู้คิดและทำอะไรดีๆ อย่างนี้  และหวังว่าคงจะมีหนังสือสำหรับเด็กเล่มต่อไปๆ ออกมาในเร็ววัน เป็นกำลังใจให้ค่ะ</span></span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong><strong><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Easily.jpg"><img class="size-medium wp-image-2762 aligncenter" title="ภาพวาดสุนัขฉลุย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Easily-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/wen-wen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุคคลแห่งปี &#8220;ไอ้มนุษย์ค้างคาว&#8221;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/hero-batman/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/hero-batman/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2009 03:39:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[พิจิต เชื้อแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์ค้างคาว]]></category>
		<category><![CDATA[รถดับเพิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[ค้างคาว]]></category>
		<category><![CDATA[แฟลตดินแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=350</guid>
		<description><![CDATA[           หากไม่บันทึกชื่อ พิจิต เชื้อแก้ว หรือแตงโม เป็นบุคคลแห่งปี 2552 ก็ยากที่จะยกใครขึ้นเทียบเคียง เขาเป็นชายหนุ่มแดนอีสาน จากอุบลราชธานี พิจิต เชื้อแก้ว คือชื่อจริงของแบทแมนเมืองไทยวัย 35 ปี มีภรรยาเป็นชาว จ.บุรีรัมย์ และลูกชาย 2 คนชื่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">           หากไม่บันทึกชื่อ พิจิต เชื้อแก้ว หรือแตงโม เป็นบุคคลแห่งปี 2552 ก็ยากที่จะยกใครขึ้นเทียบเคียง เขาเป็นชายหนุ่มแดนอีสาน จากอุบลราชธานี พิจิต เชื้อแก้ว คือชื่อจริงของแบทแมนเมืองไทยวัย 35 ปี มีภรรยาเป็นชาว จ.บุรีรัมย์ และลูกชาย 2 คนชื่อ พิจิต เชื้อแก้ว อาจลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คน แต่มั่นใจได้เลยว่า คนไทยไม่มีทางลืมวีรกรรมของเขาในวันที่ 13 เม.ย. 2552<span id="more-350"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.โพสทูเดย์ วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000000;">วีรกรรมของไอ้มนุษย์ค้างคาว<img class="size-thumbnail wp-image-352 aligncenter" title="ภาพ คุณพิจิต เชื้อแก้ว ผู้ได้รับขนานนามเป็นไอ้มนุษย์ค้างคาว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/bakeman1-150x150.jpg" alt="bakeman" width="150" height="150" /></span></span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ความขัดแย้งได้บานปลายกลายเป็นการจลาจลบนท้องถนน มีการก่อเหตุรุนแรงในหลายจุด เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องเคลื่อนกำลังทหารและตำรวจออกมารักษาความสงบเรียบร้อย ตอนเช้ามืดของวันที่ 13 เม.ย.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มีเพียงจุดเดียวเท่านั้น บนนถนนหน้าแฟลตดินแดง กลุ่มนปช. เคลื่อนรถบรรทุกแก๊สจอดขวางเส้นทางจราจรหน้าแฟลตดินแดง พร้อมเปิดวาล์วแก๊สข่มขู่เจ้าหน้าที่ ประกาศจุดระเบิดรถแก๊ส หากเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าเคลียร์สถานการณ์โดยมีชีวิตชาวบ้านเป็นเดิมพัน  กลิ่นแก๊สตลบอบอวลทั่วบริเวณ บรรยากาศเริ่มเขม็งเกลียวมากขึ้น เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากและเกิดศึกปะทะระหว่างชาวบ้านกับผู้ชุมนุมหลายระลอก เวลาล่วงเลยจากเช้าจรดเย็น ยังไม่มีใครสามารถยุติเหตุการณ์ได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทหารและตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้คลี่ คลายสถานการณ์ เหมือนตกอยู่ในอาการจนแต้ม และหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนสิ้นแสงพระอาทิตย์&#8230;อันตรายจะเพิ่มเป็นทวีคูณ เจ้าหน้าที่ทำได้ดีที่สุดเพียงประกาศให้ประชาชนชาวแฟลตอพยพไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>          พิจิต เชื้อแก้ว</strong> หนุ่มชาวแฟลตดินแดง นอนไม่หลับมาตั้งแต่เช้ามืดจากเสียงปืนนับพันนับหมื่นนัดที่เจ้าหน้าที่ยิงขึ้นฟ้าเพื่อสลายการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์การจลาจล จุดนั้น แต่อันตรายกลับเข้าใกล้ตัวเขามาก กว่า ถึงขั้นมาเยือนหน้าบ้าน ต่อหน้าชุมชนของพวกเขา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พิจิต หรือ แตงโม ชื่อที่ประชาชน ชาวแฟลตมักคุ้นกว่า เหลือบมองไปที่ชุดแบทแมน หนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนและภาพยนตร์ซึ่งเขาคลั่งไคล้&#8230; แล้วก็ถึงเวลาที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องมึนงง และขำขันกับภาพที่เสนอผ่านจอโทรทัศน์ ชายหนุ่มในเครื่องแบบแบทแมนเต็มยศ กระโดดลงบนพื้นถนน พื้นที่แห่งความตึงเครียด เงาร่างสีดำ มือข้างหนึ่งถือกล้องถ่ายวิดีโอ อีกมือหนึ่งชูกำปั้นทำท่าเหมือน จะบิน วิ่งอย่างทะมัดทะแมงไปที่กลุ่ม เจ้าหน้าที่ สลับกับวิ่งไปยังกลุ่มนปช. ที่ควบคุมรถบรรทุกแก๊ส ผู้คนเริ่มส่งเสียงหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ และกลุ่มคนที่ข่มขู่ว่าจะระเบิดรถบรรทุกแก๊ส ไม่เพียงเท่านั้น แบทแมนยังกระโดดขึ้นเกาะประตูรถบรรทุกแก๊ส ส่ายกล้องและสายตาบันทึกเหตุการณ์ภายในรถก่อนวิ่งกลับมาทางเจ้าหน้าที่ บรรยากาศเริ่มคลี่คลาย นาทีถัดมา รถบรรทุกน้ำของฝ่าย เจ้าหน้าที่เคลื่อนเข้าไปยังที่ตั้งของรถบรรทุกแก๊สอย่างช้า โดยมีเงาร่างสีดำ กระโจนขึ้นเกาะรถบรรทุกน้ำ มือข้างหนึ่งถือกล้องถ่ายวิดีโอ อีกมือหนึ่งชูกำปั้นทำท่าเหมือนจะบิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คน ท่ามกลางความมึนงงของทุกสายตา&#8230;ท่ามันจะบ้า ในเสี้ยวนาทีที่ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในอาการตะลึงงัน ทันใดนั้นรถแก๊สเจ้าปัญหาก็ถูกสตาร์ตเครื่องและค่อยๆ ถอยออกจากจุดเกิดเหตุ กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มแตกฮือ เปิดช่องให้ทหารเข้าสลายการชุมนุมโดยสะดวก จนกระทั่งคลี่คลายสถานการณ์ได้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ในนาทีที่รถแก๊สกำลังเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ&#8230;“ไอ้มนุษย์ค้างคาว” ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้แต่วีรกรรมที่เป็นตำนานเล่าขานในชุมชนชาวแฟลต กับปริศนาทิ้งท้ายว่าชายนิรนามผู้นั้นคือใคร แบทแมนหายไปหลังภารกิจสิ้นสุด สันติสุขกลับคืนสู่ชาวแฟลตดินแดง&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สื่อมวลชนทั้งไทยและเทศ ออกตามหาเขาเพื่อค้นหาซูเปอร์ฮีโร่สายพันธุ์ไทยไม่ต่างจากบทภาพยนตร์ หลายคนคาดเดาจากท่าวิ่งกระฉับกระเฉง ไม่มีการเหนื่อยหอบ แบทแมนน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ซึ่งมีความชำนาญด้านปฏิบัติการจิตวิทยา แต่ไม่ใช่&#8230;.<img class="alignright size-thumbnail wp-image-362" title="ภาพภาพ คุณพิจิต เชื้อแก้ว ผู้ได้รับเป็นไอ้มนุษย์ค้างคาว พื้นหลังเป็นรถขนน้ำมัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/bakeman2-150x150.jpg" alt="bakeman2" width="150" height="150" /></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พิจิต เชื้อแก้ว กลับมาเป็นไอ้แตงโม ของแม่ค้าส้มตำใต้ถุนแฟลต ไม่กระสาว่า เขากลายเป็นคนดังของประเทศนี้ไปแล้วด้วยวีรกรรมอาจหาญอันเหลือเชื่อของเขา <strong>“ผมไม่ได้บ้า แล้วก็ไม่ได้อยากดัง ผมเพียงแต่คิดว่าต้องลงมือทำอะไร สักอย่าง”</strong> แตงโม บอก ขณะที่ทหารไม่สามารถทำอะไรได้ แตงโมจึงตัดสินใจลอกคราบเปลี่ยนชุดเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่ไม่ได้ต้องการเป็นวีรบุรุษพิทักษ์โลก เพียงแต่อยากสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในสถานการณ์ที่ตึงเครียด และไม่ต้องการให้เกิดการหลั่งเลือด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          “นาทีนั้นผมไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แค่ ต้องการวิ่งไปถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ ซึ่งผมสังเกตได้ว่าคนแถวนั้นเริ่มปรากฏรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขึ้น อย่างน้อย ก็ถือว่าภารกิจของผมประสบความสำเร็จแล้ว”  ทว่า ฉากจบที่น่าประทับใจคนดูคือฉากสุดท้าย เมื่อมนุษย์ค้างคาวกระโจนขึ้นรถบรรทุกน้ำที่กำลังเคลื่อนเข้าไปดับอุณหภูมิความร้อน ซึ่งเป็นเสี้ยวนาทีเดียวกันกับการเคลื่อนย้ายรถแก๊สออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องของชาวบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           “ที่จริงแล้วผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการกู้รถแก๊สอย่างที่ใครเข้าใจ และไม่คิดจะแย่งซีนใคร แต่สถานการณ์ก็ได้สร้างวีรบุรุษ ขึ้นแล้ว สิ่งที่ผมลำบากใจก็คือ การเสนอข่าวของสื่อมวลชน เพราะถ้าไม่ถูกอกถูกใจใครเข้า ผมก็อาจตกเป็นเป้าได้” แตงโม เผยความรู้สึก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           บางทีเจ้าตัวอาจไม่รู้ว่า สิ่งที่ทำไปนั้นกลับกลายเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ เพราะ ได้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากผู้ชุมนุม และทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าภายในห้องคนขับรถแก๊สปราศจากผู้คน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปกู้รถแก๊สออกมาได้อย่างปลอดภัย นำมาซึ่งความสงบสุขกลับคืนสู่ชุมชนชาวแฟลตอีกครั้ง เช่นเดียวกันที่เขาไม่ทราบด้วยว่า สิ่งที่ได้กระทำลงไปเสี่ยงถึงการสูญเสียชีวิตของตัวเองอย่างที่สุด!</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>คำถามที่ทุกคนอยากรู้&#8230;ไอ้หมอนี่เป็นใคร!</strong><strong>? </strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-359" title="ภาพมนุษย์ค้างคาว " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/batman2-150x150.jpg" alt="batman" width="150" height="150" />          ฮีโร่กู้รถแก๊ส เป็นประชาชนคนเดินดินธรรมดา ที่เราสามารถพบปะได้บนท้องถนน เป็นเซลส์แมนขายอุปกรณ์ทอล์กกิงดิกชันนารี ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ด้วยรายได้เดือนละหมื่นกว่า เพื่อเลี้ยงครอบครัว อันประกอบด้วยภรรยาและบุตรอีก 2 คน ค่ำๆ แตงโมมักจะมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านลาบ แกล้มกับเครื่องดื่มขมๆ เย็นๆ เคล้าเสียงเพลงหมอลำซิ่งจากตู้คาราโอเกะ  แตงโมเป็นคนสนุกสนานร่าเริง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ที่สำคัญมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ประกอบสัมมาอาชีพปกติในฐานะเซลส์แมน ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อสุขภาพ และทำทุกเช้าก่อนออกเดินทางไปทำงาน เป็นนักวิ่งมาราธอน เคยวิ่งแข่งมา แล้วหลายรายการ เริ่มเข้าสู่วงการกรีฑาประมาณปี 2543 โดยฝีเท้าของแตงโม จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดานักวิ่งลมกรดทั้งหลาย และไม่ว่าจะมีการจัดมหกรรม วิ่งมาราธอนรายการไหน เขาก็ไม่เคยพลาดที่จะเข้าร่วม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ต่อมาแตงโมเริ่มค้นพบตัวเองว่า ความสุขในการวิ่งไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันทำความเร็ว แต่ความสุขอยู่ระหว่างเส้นทางก่อนถึงเส้นชัย ในที่สุดเขาจึงหันมาเอาดีในการเป็นนักกีฬาแฟนซี แทนที่จะแข่งขันเพื่อเอาชนะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          “ผมเป็นโรคเสพติดการวิ่ง ทำยังไงก็เลิกไม่ได้ ขนาดไม่มีเงินค่าสมัคร ผมก็จะขอวิ่งด้วย โดยขอใส่ชุดแบทแมนไปร่วมแจมในสนาม ทางเจ้าภาพเขาก็เห็นใจ ตั้งแต่นั้นมาคนในวงการกรีฑาก็เริ่มรู้จักมากขึ้นในฐานะนักวิ่งแฟนซี” เขากล่าว  ใช่แล้ว ทุกวันนี้เขาชอบแต่งตัวแปลกๆ ไปเชียร์กีฬา มีทั้งชุดแบทแมน สไปเดอร์แมน ซูเปอร์แมน ชุดบางระจัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ใช่ครับ&#8230;.แม้กระทั่งซีเกมส์ที่ประเทศลาว เขาก็ไม่พลาดที่จะติดตามไปเชียร์ทีมชาติไทย โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล บางท่านอาจเห็นแบทแมนวิ่งซ้ายวิ่งขวา กระโดดโลดเต้นเชียร์ทีมไทยแวบๆ ผ่านการถ่ายทอดสด ใครหนอจะคิดว่า ภายใต้ชุดคลุมสีดำ เขาคือคนที่ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ผู้กู้สถานการณ์วิกฤตหนึ่งในสงกรานต์เลือด</span></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">พิจิต เชื้อแก้ว หรือแตงโม บุคคล แห่งปี! </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">(คลิกชมวีดีโอ)</span></strong></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong> </strong><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="445" height="364" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Dc8vmZt_sLI&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;border=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="445" height="364" src="http://www.youtube.com/v/Dc8vmZt_sLI&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;border=1" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-reading-room/hero-batman/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/apeacockinthelandofpenguins/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/apeacockinthelandofpenguins/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Dec 2009 10:19:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[จินตนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[นกยูง]]></category>
		<category><![CDATA[เพนกวิน]]></category>
		<category><![CDATA[เหยี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เค้าแมว]]></category>
		<category><![CDATA[International Bestseller]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[          “นี่คือวิถีที่พวกเราปฏิบัติ..ถ้าอยากประสบความสำเร็จ จงทำให้เหมือนกับที่พวกเราทำ”แม้ว่านกชนิดอื่นจะพยายามทำให้เหมือนนกเพนกวินมากแค่ไหน  ก็ไม่เคยได้รับการเลื่อนขั้นไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ แม้แต่ตัวเดียว!อย่างไรก็ตาม ทุกชีวิตจะดำเนินไปด้วยดีในดินแดนแห่งนี้ ถ้าเล่นตามกฎของนกเพนกวิน นี่คือส่วนหนึ่งในหนังสือ &#8220;นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน&#8221;

  
          ดิฉันหยิบหนังสือเล่มนี้จากชั้นวางในร้านหนังสือด้วยแรงดึงดูดจากหน้าปกค่ะ 
          นอกจากชื่อเรื่องที่อ่านปุ๊ปก็ท้าทายให้ตีความไปต่างๆ นานา แล้ว หัวหนังสือยังการันตีว่าเป็น “หนังสือขายดีติดอันดับ International Bestseller” อีกด้วย เปิดดูข้างในก็ติดใจ เพราะอ่านง่าย มีภาพการ์ตูนประกอบ และตัวหนังสือแต่ละหน้าน้อยๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>          “นี่คือวิถีที่พวกเราปฏิบัติ..ถ้าอยากประสบความสำเร็จ จงทำให้เหมือนกับที่พวกเราทำ”แม้ว่านกชนิดอื่นจะพยายามทำให้เหมือนนกเพนกวินมากแค่ไหน  ก็ไม่เคยได้รับการเลื่อนขั้นไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ แม้แต่ตัวเดียว!อย่างไรก็ตาม ทุกชีวิตจะดำเนินไปด้วยดีในดินแดนแห่งนี้ ถ้าเล่นตามกฎของนกเพนกวิน นี่คือส่วนหนึ่งในหนังสือ &#8220;นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน&#8221;</h3>
<h3><span id="more-167"></span></h3>
<h3>  <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image001_thumb11.jpg"><img class="size-full wp-image-3110 alignleft" title="ภาพ ปกหนังสือเรื่องนกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน มีนกยูงรำแพนขนที่มีสีสันสวยงาม ต่อหน้าฝูงนกแพนกวินที่หน้าปก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image001_thumb11.jpg" alt="" width="159" height="244" /></a></h3>
<p>          ดิฉันหยิบหนังสือเล่มนี้จากชั้นวางในร้านหนังสือด้วยแรงดึงดูดจากหน้าปกค่ะ </p>
<p>          นอกจากชื่อเรื่องที่อ่านปุ๊ปก็ท้าทายให้ตีความไปต่างๆ นานา แล้ว หัวหนังสือยังการันตีว่าเป็น “หนังสือขายดีติดอันดับ International Bestseller” อีกด้วย เปิดดูข้างในก็ติดใจ เพราะอ่านง่าย มีภาพการ์ตูนประกอบ และตัวหนังสือแต่ละหน้าน้อยๆ สะอาดตา เหมือนกำลังอ่านนิทาน เพียงแต่เนื้อหาที่สื่อสาร เป็นนิทานสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานที่สะท้อนเรื่องวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างชัดเจนค่ะ </p>
<p>          ถ้าใครไม่เคยอ่านก็ลองดูเนื้อเรื่องที่ดิฉันย่อมาแบบไม่ยับเยิน (คือตัดและข้ามต้นฉบับเขาน้อยมาก) ดูนะคะ </p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230; </p>
<p>          กาลครั้งหนึ่ง ดินแดนแห่งหนึ่งถูกปกครองโดยนกเพนกวิน นกเพนกวินเกือบทั้งหมด(ซึ่งเป็นผู้บริหารขององค์กรต่างๆในดินแดนนี้) ใส่สูทเหมือนกัน และสีเดียวกัน ขณะที่นกตัวอื่นๆ เลือกใส่เสื้อผ้าหลากสี หลายสไตล์ ตามวิถีชีวิตของตัวเอง นกตัวไหนถูกคาดหวังว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จะต้องทำตัวเหมือนนกเพนกวิน เดินก้าวขาสั้นๆ ใส่เสื้อผ้าสีเดียว แบบเดียวกับนกเพนกวิน และเชื่อผู้นำอย่างเคร่งครัด ใครที่เข้ามาอยู่ใหม่ จะต้องถูกฝึกระเบียบปฏิบัติเหล่านี้ ด้วยปรัชญาที่ว่า </p>
<p style="text-align: center;">          “นี่คือวิถีที่พวกเราปฏิบัติ..ถ้าอยากประสบความสำเร็จ จงทำให้เหมือนกับที่พวกเราทำ”</p>
<p>          แต่แม้ว่านกชนิดอื่นจะพยายามทำให้เหมือนนกเพนกวินมากแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับการเลื่อนขั้นไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ แม้แต่ตัวเดียว!</p>
<p>          อย่างไรก็ตาม ทุกชีวิตจะดำเนินไปด้วยดีในดินแดนแห่งนี้ ถ้าเล่นตามกฎของนกเพนกวิน </p>
<p>          วันหนึ่งนกเพนกวินอาวุโสได้ไปเยือนดินแดนอื่นและประทับใจความเก่งกาจฉลาดเฉลียวของนกตัวหนึ่งเข้า และคิดว่าน่าจะเข้ามาทำประโยชน์ในดินแดนของนกเพนกวินได้ จึงเป็นที่มาของ “เพอร์รี่” นกยูงจอมซ่า ร้องเสียงดัง และสีสันฉูดฉาดสดใส </p>
<p>          ประวัติของเพอร์รี่ คือนกที่มีพรสวรรค์ ทำงานเก่ง มีผลงานมากมายในดินแดนของตัวเอง เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการเป็นเลิศ และมีเพื่อนมากมาย </p>
<p>         แรกมาอยู่ในดินแดนใหม่ ทั้งเหล่าเพนกวินอาวุโส และเพอร์รี่เองต่างก็ตื่นเต้นและประทับใจซึ่งกันและกัน เพนกวินชอบใจที่เห็นนกยูงกางปีกสีสันสวยงามต่อหน้านกตัวอื่นๆ เสมอ ส่วนเพอร์รี่เองก็เห็นความสง่างาม เคร่งขรึม และดูยิ่งใหญ่มากในองค์กรเพนกวิน และต่างก็คิดว่าการได้ร่วมงานกัน จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อทำงานไปสักพัก เพอร์รี่ก็รู้สึกว่า เขาไม่ควรกางปีกที่เต็มไปด้วยสีสัน ต่อหน้าสาธารณชนบ่อยเกินไป ดังนั้น&#8230; </p>
<p>         นกยูงจึงหุบปีกไว้กับตัวเกือบตลอดเวลา เก็บนิสัยแบบนกยูง และทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้นกเพนกวินยอมรับ และเมื่อนั้นเขาคงจะได้แสดงความเป็นนกยูงตามธรรมชาติ แต่ความจริงคือ&#8230;. </p>
<p>        ดินแดนนี้ต่างกันอย่างลิบลับกับดินแดนที่เพอร์รี่จากมา ในดินแดนที่เขาเติบโตนั้น เป็นดินแดนของการเรียนรู้ ซึ่งประกอบไปด้วยนกนานาชนิด มีนกเค้าแมวที่แสนฉลาด มีนกอินทรีเจ้าเวหา มีนกเหยี่ยวเจ้าแห่งการล่าเหยื่อ มีนกแปลกๆหลายอย่าง มีนกหงส์ ผู้สง่างาม และนกกูนี่ ที่แปลกประหลาด สังคมที่เต็มไปด้วยนกหลากหลาย เต็มไปด้วยเสียงเอะอะวุ่นวาย เสียงพูดคุย เสียงกิจกรรม และการแข่งขัน นกทุกตัวทำงานหนัก เรียนรู้อย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ และต้องการความสำเร็จ  </p>
<p>        ในดินแดนแห่งการเรียนรู้ นกทุกตัวไม่ได้คิดเหมือนกันหมด แต่พวกเขาชอบการพูดคุย ถกเถียง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และที่สำคัญคือ พวกเขาจะให้ความสำคัญอย่างมากกับคนที่สร้างสรรค์ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นนกชนิดใด แต่เพอร์รี่ในดินแดนใหม่ ผลงานเก่าๆที่เขาสร้างมา ไม่ได้มีความหมาย มีนกหลายตัวที่หวังดีแนะนำให้เพอร์รี่ปรับตัว หัดเดิน หัดพูด และหัดทำงานตามแนวทางของนกเพนกวิน ซึ่งทำให้เขารับไม่ได้  </p>
<p style="text-align: center;">           “ผมผิดตรงไหน ที่จะเป็นตัวของตัวเอง”</p>
<p>        เพอร์รี่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นี้ลำพัง เพราะมีนกชนดอื่นๆ อีกที่ถูกเลือกให้มาทำงานในดินแดนของนกเพนกวินเช่นเดียวกับเขา  ทั้ง “เอ็ดเวิร์ด” นกอินทรี ที่นกเพนกวินไม่ชอบสำเนียงการพูดและบุคลิกของเขา </p>
<p>       “เฮเลน” นกเหยี่ยว ที่มีสายตาและกรงเล็บที่แหลมคม ซึ่งเหล่านกเพนกวินมองว่าเป็นพวกก้าวร้าวรุนแรง </p>
<p>        รวมถึงเจ้า “ไมค์” นกฉลาด ที่ชอบคิดนอกกรอบ และ “ซาร่า” หงส์แสนสวยที่เพนกวินมองว่าเป็นพวกเพ้อฝัน ก็ล้วนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน </p>
<p>        อย่างไรก็ตาม เพอร์รี่ ไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นนกเพนกวินเด็ดขาด  เพราะคิดว่าสักวันหนึ่ง คุณค่าความเป็นนกยูงของเขา จะได้รับการยอมรับ นกชนิดต่างๆ ที่เข้ามาทำงานในดินแดนแห่งนี้ด้วยความหวัง ต่างหดหู่ เศร้าใจ และถึงเวลาจากไปในที่สุด ทั้งลาออกไปและถูกไล่ออก ด้วยเหตุผลที่ว่า“คุณไม่เหมาะกับที่นี่”เพอร์รี่เป็นนกตัวแรกที่ลาออก และมุ่งหน้าไปยังดินแดนแห่งโอกาส ที่มีคนร่ำลือ ดินแดนแห่งนี้ ผลงานและการมีส่วนรวมจะได้รับการเอาใจใส่ </p>
<p>         ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะได้รับการยกย่อง เขาสามารถกางปีกออกเพื่อแสดงสีสันได้อย่างเต็มที่ ได้รับความชื่นชมในความสามารถพิเศษที่เขามี  เช่นเดียวกันกับนกตัวอื่นๆ ที่ต่างก็ได้รับ </p>
<p>         นกทุกตัวสามารถร้องเพลง แม้เสียงร้องจะไม่เหมือนกัน ที่ดีที่สุดคือ….พวกเขาเชื่อมั่นในตัวผู้นำ นกทุกตัวที่ได้รับการคัดเลือกเข้าไปสู่ตำแหน่งต่างๆ  ล้วนเกิดจากฝีมือ ทักษะ และความสามารถ เพราะคำขวัญของที่นี่คือ “ยิ่งใหญ่จากความหลากหลาย”</p>
<p>        นกบางตัวว่ายน้ำ&#8230;&#8230;&#8230;..บางตัวบิน&#8230;&#8230;&#8230;และบางตัวใช้ขาเดินบนพื้นดิน ความแตกต่างแบบนี้เอง ที่ทำให้เกิดมุมมองที่กว้างไกล และทำให้พวกเขาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้อย่างเสรี การแลกเปลี่ยนความคิด ทำให้พวกเขาฉลาด และความฉลาด ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ เพอร์รี่รู้ทันทีว่า “เขาได้พบบ้านใหม่แล้ว”วันคืนผ่านไป&#8230;. </p>
<p>        เมื่อเรื่องราวของดินแดนแห่งเสรีภาพและโอกาสแพร่สะพัด นกตัวอื่นๆ เพื่อนของเพอร์รี่ ต่างก็โบยบินมาสมทบด้วยความหวังและในดินแดนแห่งนี้ เอดเวิร์ดสามารถบินได้อย่างเสรี และบินสูงได้เท่าที่ใจต้องการ นกตัวอื่นๆ ชื่นชมความสง่างามและเป็นตัวอย่างว่าจะต้องบินสูงให้ได้สักวัน ไม่มีนกตัวไหนสนใจเสียงพูดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเลย </p>
<p>       เฮเลนได้รับการต้อนรับ มีคนเห็นคุณค่าในสัญชาตญานการแข่งขันและการล่าของเธอ ซี่งจะช่วยเพิ่มความสามารถให้องค์กรมองเห็นจุดเล็กๆที่อาจสร้างธุรกิจแนวใหม่ ไมค์ ก็สนุกสนานกับการกระโดดจากโครงการหนึ่งไปอีกโครงการหนึ่ง  ทำงานหนักและรวดเร็ว มีแนวคิดใหม่ๆ นำเสนอได้ตลอดเวลา</p>
<p>       ซาร่าก็เช่นกัน&#8230;..เธอค้นพบว่าดินแดนแห่งโอกาส เป็นที่สำหรับเธอที่จะแสดงความฝันภาพสะท้อน จินตนาการ และสไตล์การทำงานของเธอ อย่างที่คงไม่สามารถแสดงออกได้ในที่ไหนๆ นกตัวอื่นๆ ต่างมารุมล้อม ต้องการทำงานกับเธอ และมีส่วนร่วมในความฝันไปกับเธอด้วย</p>
<p>        บรรดานกที่แตกต่างเหล่านี้ ต่างเติบโตและมีความสุข อย่างที่ไม่เคยได้พบมาก่อน พวกเขารู้สึกอบอุ่น และได้รับการชื่นชมจากนกตัวอื่นๆ ในดินแดนนี้ พวกเขาได้พบความเป็นอิสระแบบใหม่</p>
<p>        ที่ยอมให้นกแต่ละตัวบินได้ในรูปแบบของตัวเอง พวกเขาทำงานอย่างหนัก และได้รับผลอย่างคุ้มค่าจากการทำงานของพวกเขาเองเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขามีความสุขกับการที่ได้เป็นตัวของตัวเอง&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>        เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านแล้วรูสึกจี๊ดๆ เจ็บๆ คันๆ เมื่อเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมองค์กรของตัวเอง หรืออมยิ้มที่คุณได้อยู่ในองค์กรที่เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพและโอกาสอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างหลังก็ดีใจด้วยจริงๆ  ค่ะ</p>
<p>        ตอนท้ายหนังสือเล่มนี้เขาจะสอนเรื่องกลยุทธ์การทำงานสำหรับนกแต่ละชนิด เทคนิคการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเปลี่ยนแปลงองค์กรของตัวเองด้วย และดิฉันยังเจอวิดีโอคลิป ใน Youtube ที่เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องเดียวกันนี้ด้วย ลองเข้าไปดูสิคะ</p>
<p> (คลิกชมภาพวีดีโอประกอบ)</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/-r_pb1PXaYw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/-r_pb1PXaYw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/apeacockinthelandofpenguins/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้าที่จะเปลี่ยน..กล้าที่จะเก่ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/theconfidentleader-2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/theconfidentleader-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Dec 2009 09:22:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เคยชิน]]></category>
		<category><![CDATA[การขอโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความก้าวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความเคารพ]]></category>
		<category><![CDATA[comfort zone]]></category>
		<category><![CDATA[confident]]></category>
		<category><![CDATA[leader]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[          The Confident Leader กล้าที่จะเปลี่ยน..กล้าที่จะเก่ง เคยได้ยินเรื่องของ Comfort Zone ไหมคะ ?
          Comfort Zone เป็นความรู้สึกสบายที่เคยชิน ซึ่งดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่ความรู้สึกสบายที่เคยชินนี้เองจะดึงให้ชีวิตเรานิ่งอยู่กับที่ มีกิจวัตรเดิมๆ ทั้งเดือน ทั้งปี ไม่พยายามเสาะหาโอกาสใหม่ๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอะไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000080;">          The Confident Leader กล้าที่จะเปลี่ยน..กล้าที่จะเก่ง เคยได้ยินเรื่องของ Comfort Zone ไหมคะ ?</span></h3>
<h3><span style="color: #000080;">          Comfort Zone เป็นความรู้สึกสบายที่เคยชิน ซึ่งดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่ความรู้สึกสบายที่เคยชินนี้เองจะดึงให้ชีวิตเรานิ่งอยู่กับที่ มีกิจวัตรเดิมๆ ทั้งเดือน ทั้งปี ไม่พยายามเสาะหาโอกาสใหม่ๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอะไร ที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเราถูกกระทบกระเทือน มิหนำซ้ำ&#8230;.เรายังอาจต่อต้านผู้อื่นที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเราหรือสิ่งแวดล้อมใดๆ ที่จะมากระทบเราอีกต่างหาก!</span></h3>
<h3><span style="color: #000080;"><span id="more-157"></span></span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image001_thumb1.gif"><span style="color: #000080;"><img class="size-full wp-image-3113 alignleft" title="ภาพปกหนังสือกล้าที่จะเปลี่ยนกล้าที่จะเก่ง มีปกสีเขียวเขียนอักหนังสือว่า กล้าที่จะเปลี่ยน..กล้าที่จะเก่ง ขนาดเล็กใหญ่สลับกัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image001_thumb1.gif" alt="" width="162" height="244" /></span></a></h3>
<p><span style="color: #000080;">     หนังสือเล่มนี้อธิบายเรื่อง Comfort Zone และชักจูงโน้มน้าวใจให้เราผลักตัวเองออกนอกพื้นที่นี้ เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ท้าทายกว่า แม้อาจจะเสี่ยงบ้าง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #000080;">     การเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีการเจ็บปวดนั้นเป็นไปไม่ได้ค่ะ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000080;">     แต่เมื่อจะเปลี่ยนแปลง เราอยากเป็นผู้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยความกล้าหาญ หรือถูกผู้อื่นมาบังคับให้เราเปลี่ยนดังนั้น กุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง คือการเรียนรู้ที่จะทนความรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจที่เกิดขึ้นเมื่อเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณอาจรู้สึกถึงความเครียด ความเกร็ง ความอาย ความโกรธ ความตื่นเต้น ความกังวล ความรำคาญ และอื่นๆอีกมากมาย</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณอาจเสียเวลา และทรัพยากรอื่นๆ คุณอาจต้องเปลี่ยนตารางชีวิต เพราะคุณต้องใช้เวลามากขึ้น โดยเฉพาะช่วงแรกๆ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณอาจต้องเจอกับความผิดพลาดได้ในช่วงที่กำลังทดลองอะไรใหม่</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณต้องยอมรับปฏิกิริยาของคนรอบข้าง คนอื่นอาจจะงง หรือต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของคุณ เพราะเขาอาจถูกผลกระทบ แต่ทั้งหมดนี้ต้องเทียบกันกับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในแง่ต่างๆ เช่น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณจะมีความสุขขึ้น มั่นใจขึ้น หรือภูมิใจในตัวเองมากขึ้นไหม?</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณจะมีเวลามากขึ้น ได้เงินมากขึ้น หรือมีพลังเพิ่มขึ้นไหม?</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณจะเข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้น ได้รับความเคารพมากขึ้น มีคนฟังมากขึ้น ลดข้อขัดแย้งกับคนอื่น และสามารถพูดคุยกับคนอื่นอย่างมั่นใจมากขึ้นไหม?</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      คุณจะก้าวหน้าในงานที่ทำมากขึ้น รับงานที่ท้าทายมากขึ้น เปลี่ยนแปลงอะไรในบริษัท เป็นผู้นำที่ดีขึ้น หรือมีผลประกอบการดีขึ้นไหม?</span></p>
<p><span style="color: #000080;">ถ้าได้คำตอบแล้ว&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยัง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       คนกลุ่มแรกอาจจะตอบว่า ไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนอะไรเลยแม้แต่น้อย ฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่นา หรือเวลาเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงแล้วไปไม่ถึงจุดหมาย ก็จะพูดว่า “เห็นมั้ย&#8230;ฉันบอกแล้วว่าทำไม่ได้หรอก”</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       คนกลุ่มที่สองเป็นพวก “กำลังคิดอยู่” คืออาจกำลังชั่งใจ คิดถึงข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนแปลงอยู่ ก็เลยยังไม่จัดการกับความคิดและลงมือทำอะไรเสียที ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ บางคนอาจคิดโน่นคิดนี่ไปตลอดชีวิต&#8230;.สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       กลุ่มที่สามเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ดีแน่แล้วล่ะ แต่ก็อยู่แค่ขั้นเตรียมการ ไม่ลงมือสักที รู้ไหมคะว่าถ้าเตรียมนานกว่า 1 เดือน&#8230;.คุณจะกลับไปเป็นคนกลุ่มที่สองอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       กลุ่มที่ 4 Action คือลงมือทำ ใครกำลังอยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตอยู่ต้องปรบมือดังๆ ให้เลยค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       และสุดท้าย&#8230;เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ต้องการรักษาสภาวะที่พัฒนาแล้วให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว</span></p>
<p><span style="color: #000080;">     สมมติว่าเป็นขาวีน ที่กลับเนื้อกลับตัว ใจเย็นลงแล้ว อยู่มาวันหนึ่งโมโหจนลมออกหูแล้วเดินออกจากห้องประชุมไป ก็ไม่ต้องกังวลว่าแย่แล้ว กลับไปเป็นคนขี้วีนเหมือนเดิมอีกแล้ว&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000080;">     ในหนังสือแนะนำว่า คุณอาจจะขอโทษเพื่อนร่วมงาน และบอกเขาว่าคุณกำลังฝึกควบคุมอารมณ์ให้ดีขึ้น และคุณจะดีใจมากถ้าเขาจะช่วยแนะนำคุณบ้าง จากนั้นก็เตรียมฟัง&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000080;">      ฟังสิ่งที่คุณไม่อยากฟังให้ได้ (ซึ่งยากมากค่ะ) เมื่อมีใครสักคนคัดค้านแผนของคุณ คุณมักจะรู้สึกว่าต้องเถียงให้ชนะ ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณจะมีปํญหา 2 ข้อคือคุณจะไม่ได้รับฟังสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณ และสอง เมื่อไม่ได้ฟัง คุณก็จะไม่สามารถหาวิธีทำให้คนที่คัดค้านกลับมาสนับสนุนคุณได้  บางครั้งเราก็ตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล คนที่คัดค้านเรามักจะมีมุมมองที่ต่างจากเราออกไป เพราะฉะนั้นถึงแม้ในที่สุดเราจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็จะได้มุมมองใหม่ๆ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       เมื่อคุณต้องการทำอะไรที่อยู่นอก Comfort Zone เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นั้น ความล้มเหลวอาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แต่ความล้มเหลวก็คือกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้และเพิ่มเติมศักยภาพในตัวเอง</span></p>
<p><span style="color: #000080;">        เมื่อเรามองความล้มเหลวบนพื้นฐานของการมองโลกในแง่ดี เราอาจจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาถึง 16 บท ซึ่งทุกบทจะระบุขั้นตอนการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำที่มั่นใจ โดยมีเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ซึ่งผู้เขียนคือ ดร.ลารีน่า เคส นักจิตวิทยาและที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาตนเอง นำมาจากคนไข้หรือลูกค้าของเธอ บางเรื่องอาจไกลตัวเราไปหน่อย แต่หลายเรื่องก็สามารถนำมาเทียบเคียงกับเราและนำมาปรับใช้ได้อย่างแนบเนียน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       ดิฉันชอบอาจหนังสือประเภทนี้มาก  เพราะชีวิตบางช่วงก็อยู่ใน Comfort Zone เกินไป จะก้าวออกมาแต่ละที ต้องคิดแล้วคิดอีก เครียดแล้วเครียดอีก การมีหนังสือดีๆ ที่ยุให้เราก้าว หรือผลักตัวเองออกมาจากพื้นที่เคยชิน เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และมีประโยชน์แก่ส่วนรวมมากกว่าเดิม จึงเสมือนมีพี่เลี้ยงชั้นดีที่หยิบมาอ่านได้ทุกเมื่อ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">       Comfort Zone ของคุณคืออะไร อยากจะผลักตัวเองออกมาหรือไม่ กำลังคิดอยู่&#8230;&#8230;..ทำอยู่&#8230;&#8230;..หรือก้าวออกมาสำเร็จแล้ว เล่าให้ฟังบ้างสิคะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image0021.jpg"><span style="color: #000080;"> </span></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image002_thumb1.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignleft size-full wp-image-3114" title="ภาพ Larina Kase เป็นผู้เขียนหนังสือ Larina Kase มีผมสีบอล์นทองสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ใส่เสื้อสูทสีน้ำเงิน เชิ้ตในสีฟ้า  " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image002_thumb1.jpg" alt="" width="133" height="197" /></span></a><span style="color: #000080;">       Larina Kase,Psy.D.,MBA เป็นนักจิตวิทยาธุรกิจ นักพูดมืออาชีพ  เป็นที่ปรึกษาเรื่องการพัฒนาตนเองและความเป็นผู้นำ ช่วยผู้คนพัฒนาตัวเองไปเกินกว่าที่แต่ละคนคาดคิด</span></p>
<p><span style="color: #000080;">แปลโดย ดร.ศาศวัต มหาบุญพาชัย และ </span><span style="color: #000080;">ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/theconfidentleader-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>A NEW EARTH โลกใหม่ ตื่นรู้สู่จุดหมายแห่งชีวิต</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/a-new-earth/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/a-new-earth/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 17:35:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[A New Earth]]></category>
		<category><![CDATA[ความลับแห่งความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Eckhart Tolle]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[          &#8220;&#8230;การไม่ต่อต้าน ไม่ตัดสิน และไม่ยึดติด คือลักษณะสามประการของชีวิตที่มีอิสระและตื่นรู้อย่างแท้จริง..&#8221;เข้าใจความหมายของคำว่า &#8220;ตื่นรู้&#8221;จากหนังสือเล่มนี้ และลองนำมาปรับใช้กับชีวิตให้มีความสุข สงบนิ่ง และ เบิกบานดูสิคะ
          เมื่อก่อนดิฉันจะมีอาการที่เรียกว่า “จิตตก” บ่อยกว่าทุกวันนี้เยอะ “จิตตก”ที่ว่านี้ คือกังวลไปเสียทุกเรื่อง กลัวทำผิด กลัวสิ่งที่ตัวเองพูด ทำ หรือแม้แต่ “คิด”
จะผิดหรือไม่ถูกใจคนรอบข้าง กลัวคนโกรธ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>          &#8220;&#8230;การไม่ต่อต้าน ไม่ตัดสิน และไม่ยึดติด คือลักษณะสามประการของชีวิตที่มีอิสระและตื่นรู้อย่างแท้จริง..&#8221;เข้าใจความหมายของคำว่า &#8220;ตื่นรู้&#8221;จากหนังสือเล่มนี้ และลองนำมาปรับใช้กับชีวิตให้มีความสุข สงบนิ่ง และ เบิกบานดูสิคะ<span id="more-98"></span></h2>
<p>          เมื่อก่อนดิฉันจะมีอาการที่เรียกว่า “จิตตก” บ่อยกว่าทุกวันนี้เยอะ “จิตตก”ที่ว่านี้ คือกังวลไปเสียทุกเรื่อง กลัวทำผิด กลัวสิ่งที่ตัวเองพูด ทำ หรือแม้แต่ “คิด”</p>
<p>จะผิดหรือไม่ถูกใจคนรอบข้าง กลัวคนโกรธ กลัวคนเกลียดขี้หน้า ทำอะไรจึงระมัดระวังไปหมด ทั้งๆที่ บางเรื่องก็สร้างความเหนื่อย ความเครียด แบบไม่เข้าท่า</p>
<p>          หน้าที่ความรับผิดชอบในการเป็นผู้ประกาศข่าว หรือสื่อสารมวลชน ที่สามารถชี้นำผู้ชมผู้ฟังได้นั้น เป็นหน้าที่พิเศษที่ต้องมีความระมัดระวังอย่างมากอยู่แล้วในการทำงาน แต่อะไรที่ “ตึง” หรือ “สุดโต่ง” เกินไปก็ไม่เป็นผลดี คนที่อยู่ในอาชีพเดียวกับดิฉันมากมายจะค่อนข้างเครียด มุ่งมั่นแข่งขันจนอาจเกินพอดี เรามักกลัวดูโง่ กลัวพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง กลัวคนไม่ชอบ กลัวการอยู่แถวหลัง (แม้บางครั้งแถวหลังอาจสบายกว่าแถวหน้า) ถ้าเป็นผู้หญิงประเภท “ผู้ยิ้ง..ผู้หญิง” ก็ยิ่งจะจิตตกเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องเพิ่มขึ้นอีก อย่างเช่นกลัวไม่สวย กลัวอ้วน กลัวแก่ กลัวถูกนินทา กลัวไม่ก้าวหน้า กลัวถูกเปรียบเทียบ &#8230;..ฯลฯ</p>
<p>          “A New Earth” หรือชื่อภาษาไทยว่า “โลกใหม่” ให้บทเรียนเกี่ยวกับการ “ตื่นรู้” ที่ดิฉันปลื้มมากๆ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Eckhart Tolle (เอกฮาร์ต โทลเล่) เจ้าของผลงานติดอันดับขายดีของนิวยอร์ก ไทมส์ซึ่งได้รับการแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก เช่น “ The Power of Now” และ “Stillness Speak” เป็นต้น ดิฉันหาซื้อหนังสือเล่มนี้ตามคำแนะนำของโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรผิวสีคนโปรด ซึ่งดิฉันต้องติดตามรายการของเธอทาง UBC ตลอด แทบไม่น่าเชื่อว่าบ้านเราก็มีด้วย เห็นปุ๊ปก็คว้ากลับบ้านอ่านจบภายใน 2 วันเลยค่ะ (เป็นหนังสือหนึ่งในไม่กี่เล่มที่ดิฉันอ่านเร็วมากเมื่อเทียบกับความหนา 300 กว่าหน้า) คุณมนตรี ภู่มี เขียนไว้ในคำนำผู้แปลว่า หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “คนที่เป็นเรา” กับ “คนที่เราเป็น” ได้</p>
<p>          “คนที่เป็นเรา” แท้จริงคือตัว “อัตตา” ที่เข้ามาครอบงำตัวเรา จนเราไม่รู้จัก (หรือลืม) “คนที่เราเป็น” ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรามีอารมณ์โกรธ (หรืออัตตา) เข้ามาครอบงำ จนทำให้ขาดสติสัมปชัญญะและลงมือกระทำสิ่งที่โดยปกติเราจะไม่มีวันทำเลย แต่พออารมณ์โกรธและสภาพภายในเราสงบลง (เป็นอิสระจากอัตตาชั่วขณะ) เราก็มานั่งเสียใจในสิ่งที่เพิ่งทำไป และไม่คิดเลยว่าเราจะทำอะไรลงไปได้ถึงขนาดนั้น นี่ก็เพราะเราไม่รู้จักตัวเรา ไม่รู้จักอัตตาที่ลอบเข้ามาเป็นตัวเรานั่นเองที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ อัตตาที่ว่านี้อาจครอบงำเราทั้งชีวิต ให้เรายึดมั่นถือมั่นไปเสียทุกอย่างเพราะเราไม่รู้ว่ามัน “ไม่ใช่เรา”</p>
<p>          ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกถึงคำสอนในพระพุทธศาสนาขึ้นมาแทบจะทันที แต่ถ้อยคำสำนวน และการอธิบายเรื่องการตื่นรู้แบบฝรั่ง ก็ทำให้ได้ซึมซับอีกแง่มุมหนึ่งของพุทธปรัชญาแบบที่ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจ</p>
<p>          ลองอ่านบางช่วงบางตอนที่ดิฉันคิดว่าช่วยแก้อาการ “จิตตก” เพราะ “อัตตา” ได้ดูสิคะ</p>
<p><strong>บทบาท</strong></p>
<p>          “…………มนุษย์เราย่อมแตกต่างกันมากมาย สิ่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่ว่าอะไรคือหน้าที่ที่คุณต้องกระทำในโลกนี้ แต่อยู่ที่คุณยึดมั่นถือมั่นในหน้าที่ของคุณ จนถึงขนาดที่มันครอบงำคุณ และกลายเป็นบทบาทที่คุณต้องแสดงหรือไม่ เมื่อคุณแสดงบทบาทต่างๆ คุณก็ขาดความรู้ตัว เมื่อคุณจับได้ว่าคุณกำลังแสดงบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่ง การตระหนักดังกล่าวจะสร้างระยะห่างระหว่างคุณกับบทบาทนั้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเป็นอิสระ&#8230;.เมื่อคุณยึดมั่นถือมั่นกับบทบาทอย่างเต็มที่ คุณก็จะสำคัญผิดว่ารูปแบบพฤติกรรมนั้นๆ คือคนที่คุณเป็น และคุณก็จะเคร่งเครียดกับตัวเองอย่างหนัก คุณมอบหมายบทบาทแก่คนอื่นๆ ที่คล้อยตามบทบาทของคุณโดยอัตโนมัติ&#8230;.การมีปฏิสัมพันธ์อันแท้จริงของมนุษย์จึงกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากคุณสูญเสียตนเองไปกับบทบาทเสียแล้ว&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;ยิ่งคนเรายึดมั่นถือมั่นในบทบาทเฉพาะตัวมากเพียงใด ความสัมพันธ์ต่างๆ ก็ยิ่งจอมปลอมมากขึ้นเท่านั้น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.”</p>
<p><strong>ความสุขที่เป็นบทบาทหรือความสุขที่แท้จริง</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong>          “&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;ในหลายกรณี ความสุขก็คือบทบาทที่คนเราแสดง และเบื้องหลังรอยยิ้มที่ฉาบอยู่ภายนอกนั้นมีความทุกข์เหลือคณาแฝงอยู่ ความซึมเศร้าเก็บกด สุขภาพกายใจเสื่อมถอย แสดงออกจนเลยเถิดที่เกิดขึ้นเสมอเมื่อความทุกข์ถูกปิดบังอยู่ใต้รอยยิ้มภายนอกและประกายฟันขาว เมื่อมีการปฏิเสธ (บางครั้งแม้กระทั่งกับตัวเอง) ว่าไม่ได้มีทุกข์หนักหนาอะไรเลย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ถ้ามีทุกข์ ต้องยอมรับความจริงว่ามีทุกข์ แต่อย่าพูดว่า “ฉันเป็นทุกข์” ความทุกข์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนที่คุฯเป็น ให้พูดว่า “มีความทุกข์ในตัวฉัน” แล้วก็ตรวจสอบมันดู ถ้าคุณพบตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใด ก็อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือทำให้ตัวคุณหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้น ถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็เผชิญหน้ากับมันแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ตอนนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันยอมรับได้ ไม่เช่นนั้นฉันก็จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์”&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..สาเหตุสำคัญของความทุกข์นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใดๆเลย แต่คือความคิดของคุณที่เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ ต่างหาก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;เช็คสเปียร์ว่าไว้ว่า “ไม่มีสิ่งใดชั่วหรือดี มีแต่ความคิดที่ทำให้เป็นเช่นนั้น”&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;อย่าแสวงหาความสุข ถ้าคุณแสวงหาคุณจะไม่พบมัน เพราะการแสวงหาเป็นสิ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความสุข แต่การเป็นอิสระจากความสุขสามารถเกิดขึ้นได้เดี๋ยวนี้ โดยเผชิญหน้ากับสิ่งที่เป็นอยู่&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;”</p>
<p><strong>เลิกแสดงบทบาท</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>           </strong>“&#8230;&#8230;&#8230;.ผู้อยู่ในฐานะที่มีอำนาจในโลกนี้ส่วนใหญ่ เช่น นักการเมือง คนดังทางโทรทัศน์ นักธุรกิจ หรือผู้นำศาสนา ต่างก็ยึดมั่นถือมั่นในบทบาทของตนอย่างเต็มที่ เว้นก็แต่บุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้น อาจถือกันว่า พวกเขาคือบุคคลวีไอพี แต่เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้เล่นเกมแห่งอัตตาโดยไม่รู้ตัว&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ในโลกแห่งคนดังที่ต่างกำลังแสดงบทบาทนั้น มีคนไม่กี่คนที่ไม่ยอมแสดงภาพที่จิตสร้างขึ้นออกมา (บางครั้งแม้แต่ในโทรทัศน์ สื่อ และโลกธุรกิจ) แต่ทำหน้าที่ออกมาจากส่วนลึกแห่งแก่นแท้ของเขา</p>
<p>          &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;ผู้ไม่พยายามแสดงตัวว่าเกินกว่าที่เขาเป็น แต่แค่เป็นตัวของเขาเองเหล่านี้ จึงมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ และมีแต่คนเหล่านี้เท่านั้นที่เป็นผู้สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในโลกนี้อย่างแท้จริง&#8230;&#8230;&#8230;พวกเขาคือผู้นำมาซึ่งจิตสำนึกใหม่ ไม่ว่าพวกเขาทำอะไรก็มีพลังเพราะเป็นไปในแนวทางที่มีจุดหมายเพื่อส่วนรวม&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>          …………เมื่อคุณไม่ได้แสดงบทบาทใดๆ นั่นก็หมายถึงว่า ไม่ได้มีตัวตน(อัตตา)ในสิ่งที่คุณทำ ไม่มีจุดหมายทางอ้อม อันได้แก่ปกป้องและเสริมสร้างตัวตนของคุณ ผลก็คือการกระทำของคุณจะมีพลังยิ่งๆ ขึ้น คุณจะพุ่งความสนใจไปที่สถานการณ์นั้นๆ ได้เต็มที่ คุณกลายเป็นหนึ่งเดียวกับมัน คุณไม่พยายามทำตัวเป็นคนหนึ่งคนใดเป็นพิเศษ คุณจะมีพลังมากที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อคุณเป็นตัวคุณเองอย่างสมบูรณ์ แต่อย่าพยายามเป็นตัวคุณเอง นั่นเป็นบทบาทอีกบทบาทหนึ่ง สิ่งนี้เรียกกันว่า “ตัวฉันที่เป็นธรรมชาติ ที่เป็นไปเอง” ทันทีที่คุณพยายามเป็นนั่นเป็นนี่ คุณก็กำลังแสดงบทบาทอยู่ “แค่เป็นตัวคุณเอง” คือคำแนะนำที่ดี&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;”</p>
<p><strong>ปล่อยให้อัตตาลดลง</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>           </strong>“&#8230;&#8230;&#8230;..หากมีคนบ่นว่าหรือวิจารณ์ตัวฉัน สำหรับอัตตาแล้วนี่คือการไปลดตัวตนลง มันจึงพยายามแก้ตัว แก้ต่าง หรือบ่นว่ากลับไปบ้าง ไม่ว่าคนอื่นจะถูกหรือผิดนั่นก็ไม่เกี่ยวกับอัตตา มันจะสนใจปกป้องตัวเองมากกว่าความจริง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>          &#8230;&#8230;&#8230;..กลไกซ่อมแซมตัวอัตตาที่เกดขึ้นบ่อยที่สุดคือความโกรธ ซึ่งจะทำให้อัตตาพองฟูขึ้นมาชั่วคราวอย่างใหญ่โตมหาศาล&#8230;.รุนแรงถึงขีดสุดก็คือการใช้กำลังรุนแรงและหลอกตัวเองในรูปเพ้อฝันใหญ่โต&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>          &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;การฝึกด้านจิตวิญญาณที่ทรงพลังก็คือการปล่อยให้อัตตาลดลงเมื่อมันเกิดขึ้น (อย่างรู้ตัว) เช่น เมื่อมีคนวิจารณ์ บ่นว่า หรือด่าคุณ แทนที่จะตอบโต้ หรือปกป้องตัวเองในทันทีทันควัน จงอย่าทำอะไรเลย ปล่อยให้ภาพตัวตนที่ถูกลบหลู่ ยังคงลดน้อยลงอยู่อย่างนั้น แล้วตื่นตัวทั่วพร้อม เพื่อรู้สึกรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ลึกๆ ภายในตัวคุณ สักครู่หนึ่งอาจรู้สึกอึดอัดเคร่งเครียดขึ้นมาบ้างราวกับคุณหงอลงไปมาก หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกถึงความไพศาลที่อยู่ภายใน ซึ่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างมหาศาล ตัวคุณไม่ได้ลดลงแต่อย่างใดเลย จริงๆ แล้วคุณเพิ่มขยายขึ้นอีกด้วยซ้ำ และคุณจะตระหนักรู้ว่า&#8230;&#8230;.หากคุณไม่ปกป้องหรือไม่พยายามเสริมสร้างรูปของตัวคุณเอง คุณก็จะก้าวพ้นออกมาจากการยึดมั่นถือมั่นในรูป ในภาพตัวตนทางจิตใจ&#8230;..และเปิดทางให้แก่นแท้ก้าวออกมา แล้วเมื่อนั้น พลังอันแท้จริง ซึ่งก็คือคนที่คุณเป็นก็จะส่องทะลุรูปที่ดูลดน้อยลงไป&#8230;.</p>
<p>…………..ถ้าคุณพอใจกับการเป็นคนธรรมดาที่ไม่สลักสำคัญเป็นพิเศษ พอใจที่ไม่ใช่คนโดดเด่น คุณก็จะทำตัวกลมกลืนกับพลังแห่งจักรวาล&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong><strong>ความลับแห่งความสุข</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>           </strong>“&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;มีคำอยู่ห้าคำที่สื่อถึงความลับของศิลปะแห่งการดำรงชีวิต อันเป็นความลับแห่งความสุขและความสำเร็จทุกๆ อย่าง นั่นก็คือ “เป็นหนึ่งเดียวกับชีวิต” การเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคือการเป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบัน กับ เดี๋ยวนี้&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..การไม่ต่อต้าน ไม่ตัดสิน และไม่ยึดติด คือลักษณะสามประการของชีวิตที่มีอิสระและตื่นรู้อย่างแท้จริง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..”</p>
<p>          ที่ยกตัวอย่างมานี้แค่ส่วนน้อย แต่เชื่อว่าคงพอทำให้เห็นแนวคิดเรื่อง “การตื่นรู้” ของหนังสือเล่มนี้แล้วนะคะ ใครเป็นคอหนังสือแนวพัฒนาจิตวิญญาณแบบนี้ ก็ขอแนะนำให้อ่านดู ไม่เกี่ยวกับการนับถือศาสนาอะไรเป็นพิเศษ เพราะผู้เขียนเขาสังเคราะห์มาจากทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ ลัทธิเต๋า รวมไปถึงเซนเลยค่ะ ส่วนตัวดิฉันคิดว่านำมาใช้ได้จริงๆ และทำให้ใจเย็นลง เวลาเผชิญหน้ากับสถานการณ์อะไรที่ตึงเครียด หรืออัตตากำลังจะออกมาปกป้องตัวเอง ก็หยุดมันและหัวเราะกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น (ถึงจะตบะแตกบ้างก็เถอะ) ยอมรับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้น รับได้ทั้งคนชอบและไม่ชอบเรา ยอมรับความจริงว่าเราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่าง และยอมรับว่าอ้วนขึ้นนิด ริ้วรอยเห็นชัดขึ้นหน่อย แค่นี้ก็รู้สึกว่าตัวเบาขึ้นเยอะแล้วล่ะค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="display: inline; border: 0px;" title="ภาพคุณ Eckhart Tolle ใบหน้ายิ้มแย้ม ผู้ที่เขียนหนังสือเรื่องA NEW EARTH โลกใหม่ ตื่นรู้สู่จุดหมายแห่งชีวิต " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image003.jpg" border="0" alt="clip_image003" width="260" height="133" /><img class="aligncenter" style="display: inline; border: 0px;" title="ภาพคุณ Eckhart Tolle ใบหน้ายิ้มแย้ม ใส่เสื้อสีฟ้าอ่อนผู้ที่เขียนหนังสือเรื่องA NEW EARTH โลกใหม่ ตื่นรู้สู่จุดหมายแห่งชีวิต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/clip_image004.jpg" border="0" alt="clip_image004" width="180" height="260" /></p>
<p>          หน้าตาใจดีแบบนี้ล่ะค่ะ Eckhart Tolle (เอกฮาร์ต โทลเล่) ผู้เขียนหนังสือ “A New Earth” และหนังสือแนวพัฒนาจิตวิญญาณอีกหลายเล่ม ที่มีแฟนๆ ตามอ่านและฟังบรรยายทั่วโลก เคยร่วมกับโอปราห์ วินฟรีย์จัดห้องเรียนออนไลน์สำหรับผู้สนใจเรื่อง “การตื่นรู้” ต่อเนื่องนับเดือน มีคนลงทะเบียนเรียนออนไลน์กับเขาจำนวนมาก เว็บไซต์ของเขาคือ <a href="http://www.eckharttolle.com/">www.EckhartTolle.com</a> ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">………………………………………………………………………………………………………………………</p>
<p>***ใครเคยอ่านหนังสือเล่มนี้เชิญแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันได้ หรือมีหนังสือแนวนี้แนะนำให้สมาชิกท่านอื่นๆ อ่านก็เชิญโพสท์แนะนำได้ด้านล่างค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/a-new-earth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

