<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; S.SPIRIT</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/category/s-style/s-spirit/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/kindness-of-princess-for-thai-peoples/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/kindness-of-princess-for-thai-peoples/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Nov 2011 11:56:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทาทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำแพลอยน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำเสื้อชูชีพจากขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำเครื่องกรองน้ำแบบพกพา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีประกอบเครื่องทดสอบไฟรั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งใจ สู้ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[แพ]]></category>
		<category><![CDATA[แพลอยน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แพขนของ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อชูชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อชูชีพจากขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องกรองน้ำแบบพกพา]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องทดสอบไฟรั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องตรวจกระแสไฟฟ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4898</guid>
		<description><![CDATA[ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน<span id="more-4898"></span></h4>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4517.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4900" title="ภาพคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กำลังกล่าวเปิดโครงการ 'หนึ่งใจ สู้ภัยพิบัติ'" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4517-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>        <span style="color: #800080;">เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p>    <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/kindness-of-princess-for-thai.jpg"></a><span style="color: #000080;"> คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ‘หนึ่งใจ สู้ภัยพิบัติ’ โดยมี ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2554 เวลา 14.00 น. ในการนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ได้ชมการสาธิตทำเสื้อชูชีพ แพขนของ เครี่องกรองน้ำแบบพกพา เครื่องตรวจกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประสบอุทกภัย</span></p>
<p><span style="color: #000080;">                วันนี้ดิฉันจึงรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ และขั้นตอนการทำสิ่งประดิษฐ์ทั้ง 4 แบบ มาฝากท่านผู้อ่าน เพื่อเป็นความรู้ หรือหากใครต้องการนำไปทำตามบ้างก็ไม่ว่ากันค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4603.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4902" title="ภาพรองมิสไทยแลนด์เวิร์ลโชว์เสื้อชูชีพกับทีมผู้ผลิต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4603-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">                เริ่มจากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่เป็นที่ต้องการของผู้ประสบภัย คือ <strong>‘</strong><strong>เลื้อชูชีพ’ </strong>นะคะ เสื้อชูชีพที่ว่านี้ทำมาจาก ขวดน้ำพลาสติกค่ะ <strong>วัสดุอุปกรณ์</strong> ได้แก่ 1.กระสอบปุ๋ยจำนวน 2 ถุง 2. กรรไกร 3.ขวดน้ำดื่มขนาด 1.5 ลิตร 4.ด้ายเย็บกระสอบ 5.ตาไก่ธรรมดาเบอร์ 25 จำนวน 8 อัน 6.ตัวเจาะตาไก่ 7. เชือกขนาดความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 46 เซนติเมตร จำนวน 8 เส้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ขั้นตอนการทำ</span></strong></p>
<p><span style="color: #000080;">1.ใช้ปากกาเมจิกวาดคอดังรูปและและขีดเส้นบริเวณด้านล่างขึ้นมาประมาณ 14 นิ้ว สำหรับใส่ขวด</span></p>
<p><span style="color: #000080;">2.ตัดคอตามเส้น แล้วใช้จักรเย็บบริเวณคอและตามเส้นที่ขีดไว้</span></p>
<p><span style="color: #000080;">3.ใส่ขวดขนาด 1.5 ลิตร บริเวณช่องที่เว้นไว้ 4 ขวด แล้วเย็บปิดช่องให้เรียบร้อย</span></p>
<p><span style="color: #000080;">4.เจาะรูใส่แผ่นรองตาไก่จากนั้นติดตาไก่ ดังภาพห่างเส้น 1.5 นิ้ว และห่างจากด้านข้าง 2 นิ้ว</span></p>
<p><span style="color: #000080;">5.นำเชือกมาผูกเงื่อนในตาไก่ทั้งหมด 4 เส้น</span></p>
<p><span style="color: #000080;">6.นำกระสอบปุ๋ยทั้ง 2 ตัวมาเย็บติดกันบริเวณบ่าทั้งสองข้าง เป็นเสื้อชูชีพ 1 ตัว</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4593.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignright size-medium wp-image-4907" title="ภาพชุดทดสอบไฟรั่ว ของภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4593-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 2 คือ <strong>‘</strong><strong>เครื่องทดสอบไฟรั่ว’</strong><strong> หนึ่งชุดประกอบไปด้วย</strong> 1.หัววัดไฟ มี 2 แบบ คือ แบบทุ่น และแบบแผ่นโฟมลอยน้ำ (ส่วน ก.) 2.เครื่องวัดไฟรั่ว (ส่วน ข.) 3.สายไฟ ยาวประมาณ 250 เซนติเมตร</span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">การประกอบใช้งาน</span></strong></p>
<p><span style="color: #000080;">1.นำสายไฟมายึดกับด้ามไม้ หรือท่อพีวีซี ยาว 1 เมตร ให้ปลายด้านหนึ่งของสายไฟอยู่ที่ปลายของด้ามไม้ และเหลืออีกปลายยาวประมาณ 120 เซนติเมตร</span></p>
<p><span style="color: #000080;">2.ต่อสายไฟด้านที่อยู่ติดกับด้ามไม้เข้ากับเครื่องวัดไฟรั่ว (ส่วน ข.) โดยต่อสายสีแดงเข้าช่องสีแดง และสายสีดำเข้าช่องสีดำ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">3.ต่อปลายอีกด้านของสายไฟเข้ากกับหัววัดไฟ(ส่วน ก.) โดยต่อสายไฟสีแดงเข้าช่องสีแดง และสายไฟสีดำเข้าช่องสีดำ (ติดแบบทุ่นในกรณีวัดไฟรั่วใต้น้ำและแบบแผ่นโฟมลอยน้ำในกรณีวัดไฟรั่วที่ผิวน้ำ)</span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">การใช้งาน</span></strong></p>
<p><span style="color: #000080;">1.จับอุปกรณ์เหมือนใช้เบ็ดตกปลา เมื่อเปิดสวิตซ์ที่ตรวจไฟรั่ว(ส่วน ข.) จะเห็นไฟสีเขียวสว่างขึ้น แสดงว่าพร้อมใช้งาน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">2.ทดสอบอุปกรณ์ก่อนวัดไฟ โดยนำสายไฟด้านที่จะต่อกับหัววัดไฟ (ส่วน ก.) ต่อเข้ากับถ่ายไฟฉาย ถ้าหลอดไฟสีแดงติด แสดงว่าอุปกรณ์พร้อมใช้งาน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">3.หย่อนหัววัดไฟ (ทุ่น หรือ โฟมลอยน้ำ : ส่วน ก.)ที่ต่อไว้ที่ปลายของสายไฟด้านที่ห้อยอยู่ลงไปในน้ำ บริเวณที่ต้องการวัดอันตรายจากไฟรั่วในน้ำ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">4.ถ้าหลอดไฟสีแดง ที่เครื่องตรวจไฟรั่ว (ส่วน ข.) ติดขึ้น แสดงว่าบริเวณที่ทุ่น หรือโฟมลอยน้ำลอยอยู่มีไฟรั่ว</span></p>
<p><span style="color: #000080;">หากใครมีความประสงค์เครื่องทดสอบไฟรั่ว สามารถติดต่อเพื่อขอรับได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ หรือโทร 02-218-5000 ค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">ขอบคุณข้อมูลจาก: ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4556.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4909" title="ภาพชุดเครื่องกรองน้ำแบบพกพา ซึ่งเมื่อผู้ประสบอุทกภัยรับไปแล้วสามารถทำน้ำดื่มเองได้เลย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4556-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 3 คือ <strong>‘</strong><strong>เครื่องกรองน้ำแบบพกพา’</strong><strong> โดย 1</strong><strong> ชุด ประกอบด้วย</strong> 1.ถ่านกรองน้ำ หรือถ่านกัมมันต์ 2.สารจับตะกอน (สาร ก.) 3.สารฆ่าเชื้อโรค (สาร ข.) ขวดน้ำพลาสติก 1.5 ลิตร 5.ผ้าขาวบาง 6.เชื้อเพลิงชนิดแข็ง หรือแอลกอฮอล์ก้อน 7.ไฟแช็ก</span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ขั้นตอนการทำ</span></strong></p>
<p><span style="color: #000080;">1.นำสารจับตะกอน (สาร ก.) เทลงในน้ำดิบ จากนั้นทิ้งไว้ 10 นาที ตะกอนจะนอนก้น จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง</span></p>
<p><span style="color: #000080;">2.นำสารฆ่าเชื้อโรค (สาร ข.) เทลงในน้ำที่กรองแล้ว (จากข้อ 1) ทิ้งไว้ 15 นาที จะได้น้ำประปาหรือน้ำใช้</span></p>
<p><span style="color: #000080;">3.เทถ่านกรองน้ำลงในขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการกรองน้ำประปาให้เป็นน้ำดื่ม เทน้ำประปา (จากข้อ 2) ลงในถ่านกรองน้ำ แล้วใช้แก้วรองด้านล่าง จะได้น้ำดื่ม แต่เพื่อความปลอดภัย ควรนำไปต้มก่อนดื่มอีกครั้ง ด้วยอุปกรณ์แอลกอฮอล์ก้อนและไฟแช็กที่เตรียมให้ในชุด (ใช้เวลา 3 นาที)</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4550.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignright size-medium wp-image-4911" title="ภาพแพขนของ ราคาประหยัดเพียง 400-600 บาท แต่รับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4550-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">สิ่งประดิษฐ์ชิ้นสุดท้าย คือ <strong>‘</strong><strong>แพขนของ’</strong> ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยต้นทุนการผลิตของที่นี่ก็ถูกมากๆ เพียง 400-600 บาทต่อ 1 แพ แต่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>วัสดุอุปกรณ์</strong>   1.ถังสีพลาสติก  2.ท่อพีวีซีขนาด 8 ทุน  3.ข้อต่อขนาด 8 หุน  4.กาวซิลิโคน  5.แผ่นไม้  6.ตะปู  7.ค้อน  8.เลื่อย  9.เชือกฟาง  10.กาวต่อท่อพีวีซี</span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ขั้นตอนการทำ</span></strong></p>
<p><span style="color: #000080;">1.นำถังสีพลาสติกมาแกะหูถังออก</span></p>
<p><span style="color: #000080;">2.ปิดฝาถังสีให้แน่นและลงด้วยกาวซิลิโคนให้สนิท เพื่อป้องกันน้ำเข้า</span></p>
<p><span style="color: #000080;">3.นำถังสีพลาสติกร้อยต่อกันด้วยเชือกฟางให้แน่น โดยมีขนาด 4&#215;5 ถัง</span></p>
<p><span style="color: #000080;">4.นำท่อพีวีซีมาต่อกันเป็นโครงของแพ เชื่อมกันด้วยข้อต่อและทากาวให้แน่น</span></p>
<p><span style="color: #000080;">5.นำแผ่นไม้มาต่อติดกันเป็นแพประมาณ 10 แผ่น ใช้ตะปูตอกให้แน่น แล้ววางด้านบนของถังที่ร้อยติดกันใต้โครงท่อพีวีซี ทดสอบประสิทธิภาพการลอยน้ำ ก่อนส่งต่อให้ผู้ประสบอุทกภัย</span></p>
<p><span style="color: #000080;">เรามาฟังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล พูดถึงโครงการ ‘หนึ่งใจ สู้ภัยพิบัติ’ ของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กันหน่อยดีกว่านะคะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4573.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4914" title="ภาพคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4573-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">                     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กล่าวว่า “งานในวันนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย จึงเล็งเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะให้เสาหลักของประเทศได้ใช้ความรู้ ใช้นวัตกรรมต่างๆ คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีชีวิตอยู่กับน้ำได้ ตลอดระยะเวลาอีกหนึ่งเดือนที่น้ำท่วม ซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในนามท่านอธิการบดีและคณาจารย์ รวมทั้งนิสิต ก็ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆหลายอย่าง ที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเสื้อชูชีพ แพ ถ่านจากแอลกอฮอล์ เครื่องกรองน้ำ หรือเครื่องมือที่สำคัญมากอย่าง เครื่องตรวจวัดกระแสไฟ เพราะช่วงนี้มีคนถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตทุกวัน วันละหลายราย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในโครงการเราจะมีการรับบริจาคสิ่งของไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ ถังน้ำ กระป๋องต่างๆ เพื่อมาเป็นอุปกรณ์ โดยทางคณาจารย์และนิสิตจะเป็นผู้รับอาสาสมัครมาช่วยกันผลิตด้วย ดังนั้นจะขออนุญาตให้ท่านอธิการบดีได้เล่าถึงรายละเอียดสักนิดนึงนะคะ”</span></p>
<p><span style="color: #000080;">    </span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4503.jpg"><span style="color: #000080;"><img class="alignright size-medium wp-image-4919" title="ภาพศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะกล่าวรายงานต่อผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/11/IMG_4503-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">  ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล  อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต่อว่า “เบื้องต้นสิ่งแรกที่ทำคือเสื้อชูชีพ โดยเอาวัสดุเหลือใช้อย่างขวดน้ำมาทำ โดยมีความจำเป็นว่าหลายคนอาจจมน้ำได้ ประการที่สอง เป็นแพลอยน้ำ ใช้ขนสิ่งของหรือผู้คนจำนวน 3-4 คน ประการที่สาม เครื่องมือตรวจสอบไฟรั่ว ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าทั้งระดับผิวน้ำและใต้น้ำที่ลึกลงไป ถือว่ามีประโยชน์มากอย่างที่คุณหญิงท่านได้กล่าวไปแล้วนะครับ ประการที่สื่ คือทำที่จุดไฟจากแอลกอฮอล์แข็ง ใช้หุงข้าวขนาด 2-3 ถ้วย หรือใช้ต้มน้ำได้ ซึ่งมีความจำเป็นในขณะนี้ และประการสุดท้ายคือเครื่องกรองน้ำ เพราะเล็งเห็นว่าตอนนี้เรื่องน้ำสะอาดมีความจำเป็นมาก จึงคิดประดิษฐ์ขึ้น  ของทั้ง 5 อย่างนี้ ตอนนี้สามารถนำไปช่วยประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนแล้ว สมดังที่พระองค์ได้ทรงห่วงใยประชาชนในขณะนี้ครับ ”</span></p>
<p><span style="color: #000080;">หากท่านใดมีความประสงค์ต้องการรับสิ่งของเหล่านี้สามารถติดต่อได้ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หรือหากต้องการบริจาคขวดน้ำและสิ่งของต่างๆก็สามารถบริจาคได้ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่นกันค่ะ ยังมีความต้องการอีกเป็นจำนวนมาก มาร่วมด้วยช่วยกันเยอะๆนะคะ ที่นี่เขารอคนใจดีอยู่ค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/kindness-of-princess-for-thai-peoples/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 10:43:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พระนครศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำส้วมเฉพาะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วมพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ส้วมเฉพาะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาอุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิสิต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4824</guid>
		<description><![CDATA[ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
  
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ<span id="more-4824"></span></p>
<p style="text-align: center;">  <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4001.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4860" title="ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โครงการ &quot;ส้วมเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&quot;" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4001-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><span style="color: #800080;">เรื่อง: วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #800080;">ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #800000;">         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท เป็นต้น เพราะจังหวัดที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและบางแห่งเป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนหรือพื้นที่รับน้ำ ซึ่งประสบปัญหานี้เป็นประจำ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำมากจริงๆ ทำให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด ไม่สามารถนำความช่วยเหลือไปสู่พี่น้องพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ห่างไกลได้ นอกจากนี้พื้นที่บางแห่งยังประสบอุทกภัยนานกว่าหนึ่งเดือน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และสุขา</span></p>
<p><span style="color: #800000;">        ด้วยความรู้สึกเพียงแค่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ทางคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำโครงการ “ส้วมเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ขึ้น วันนี้เรามาคุยกับผู้ริเริ่มทำโครงการกันค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4006.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4825 alignright" title="ภาพ คุณวรา จิตรประทักษ์ ศิษย์เก่า คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังเล่าที่มาและแรงบันดาลใจของการทำส้วมเฉพาะกิจ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_4006-300x225.jpg" alt="" width="212" height="169" /></span></a></p>
<p><span style="color: #800000;">         นายวรา จิตรประทักษ์ ศิษย์เก่า คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า “แรงบันดาลใจในการทำโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากความรู้สึกอยากช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้นเอง จึงเริ่มทำจากกลุ่มเล็กๆก่อน โดยที่มีเพื่อนของเราเป็นผู้ประสบอุทกภัยและต้องการส้วมเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยเหลือด้วย เบื้องต้นเราไม่ได้คิดผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเอง แต่ได้ต้นแบบมาจากเว็บไซต์พันธ์ทิพย์ ซึ่งมีการนำไปใช้แล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเก้าอี้ 5 ขามาเจาะรู”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">    วัสดุอุปกรณ์ในการทำ ได้แก่ 1.เก้าอี้ 5 ขา หรือ 6 ขา เพื่อความแข็งแรในการนำไปใช้งาน 2.ถุงดำขนาด30&#215;40 นิ้ว(จำนวน 1 แพ็ค) 3.กระดาษทิชชู 4 ม้วน 4.ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว  5.ยางรัด 1-2 กำมือ 6.จุลินทรีย์ EM 1ขวด</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนการทำ</span></span></p>
<p><span style="color: #800000;">         “ส้วมเฉพาะกิจ 1 ชุด”                                                                                                         </span><span style="color: #800000;"><br />
 <br />
      1.นำเก้าอี้ 5 ขา หรือ 6 ขา มาเจาะรูเป็นรูปห้าเหลี่ยม </span><span style="color: #800000;">ด้วยเครื่องเจียร </span></p>
<div><span style="color: #800000;">      2.ใช้ตะไบหรือกระดาษทรายขัดขอบเก้าอี้พลาสติกให้หมดคม เพื่อจะได้ไม่ทำให้ถุงดำขาด     </span></div>
<div><span style="color: #800000;">      3.แพ็คกองที่เป็นอุปกรณ์เสริมในถุงเดียวกัน ประกอบด้วย ถุงดำขนาด30&#215;40 นิ้ว(จำนวน 1 แพ็ค) กระดาษทิชชู 4 ม้วน ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว  ยางรัด 1-2 กำมือ และจุลินทรีย์ EM 1ขวด (ช่วยดับกลิ่น)</span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<p><span style="color: #800000;"> </p>
<p></span></p>
<p> <span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39581.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4844 alignleft" title="ภาพนิสิตจุฬาฯกำลังเจาะรูเก้าอี้เป็นรูปห้าเหลี่ยมด้วยเครื่องเจียร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39581-300x225.jpg" alt="" width="197" height="169" /></span></a><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39842.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4890" title="ภาพนิสิตจุฬาฯร่วมกันแพ็คอุปกรณ์เสริมในการใช้ส้วมเฉพาะกิจ ซึ่งได้แก่กระดาษทิชชู 4ม้วน จุลินทรีย์EM 1 ขวด ถุงดำ 1 แพ็ค ตัวหนีบผ้า 4-8 ตัว และยางรัด 1-2 กำมือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39842-300x225.jpg" alt="" width="209" height="168" /></a><img class="size-medium wp-image-4830 aligncenter" title="ภาพนิสิตจุฬาฯกำลังช่วยกันตะไบและขัดขอบเก้าอี้พลาสติก ให้หมดคม เพื่อความปลอดภัยในการนำไปใช้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945-300x225.jpg" alt="" width="201" height="167" /></span></span></p>
<div><span style="color: #800000;">         </span><span style="color: #800000;">    </span></div>
<div><span style="color: #800000;">            <span style="text-decoration: underline;">วิธีการนำไปใช้</span></span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span></div>
<div><span style="color: #800000;"> </span><span style="color: #800000;">            นำถุงดำสวมลงไปในรูเก้าอี้ แล้วใช้ตัวหนีบผ้ายึดทั้ง 4 มุม เมื่อใช้ทำธุระเสร็จแล้ว ก็ทำความสะอาดด้วยกระดาษทิชชู และดับกลิ่นด้วยจุลินทรีย์ EM สุดท้ายคือปิดปากถุงให้เรียบร้อยด้วยยางรัด แต่หากเป็นกรณีจะใช้ซ้ำต้องใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองก่อน แล้วค่อยใช้จุลินทรีย์ EM ดับกลิ่นทีเดียวได้</span><span style="color: #800000;">     <br />
              <br />
             นอกจากนี้คุณวรา ยังมีความคิดเห็นว่า  “ตอนนี้มีปัญหาว่าเราจะจัดการของเสียอย่างไร แต่ก็ดีขึ้นตรงที่ไม่ต้องขับถ่ายลงน้ำ ทั้งนี้อยากขยายผลเรื่องนี้ครับ หากมีหน่วยงานใดที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ก็อยากให้เข้ามาช่วยกัน ตอนนี้เราพร้อมมากๆที่จะให้ความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการส่งมอบส้วมเฉพาะกิจนี้ ตามแผนก็จะส่งมอบให้ช่อง 3 ซึ่งเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยส่งมอบในวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม นี้ครับ เป็นชุดส้วมเฉพาะกิจจำนวน 300- 400 ชุด ซึ่งช่อง 3ร่วมกับกองทัพเรือจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง แต่หากใครมีความประสงค์ต้องการส้วมเฉพาะกิจนี้ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้</span></div>
<p><span style="color: #800000;"> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/chula-made-plastic-closet.jpg"></a>            เรื่องจำนวนจิตอาสาในขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน เพราะเราเพิ่งเริ่มทำ และยังไม่ทราบถึงผลตอบรับจากผู้นำไปใช้ หรือความต้องการของผู้ประสบภัยครับ การทำส้วมเฉพาะกิจนี้ต้องถือว่าได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ด้วยครับ คือเราต้องดูก่อนว่ากระบวนการทำมีกี่ขั้นตอน แล้วก็วางแผนการทำ 1 2 3 4  เช่นขั้นตอนในการเจาะรูเก้าอี้ เราต้องมาคิดว่าตัดอย่างไรให้เหลือพื้นที่นั่งมากที่สุด เครื่องมือที่เจาะจะใช้อะไร แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเร็วไว้ก่อน<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39652.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4854" title="ภาพนิสิตจุฬาฯที่มีจิตอาสา ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และคณาจารย์ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างตั้งใจ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39652-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">       </span><span style="color: #800000;"> สุดท้ายอยากฝากให้ช่วยเหลือกันครับ คือให้ในสิ่งที่เรามีก่อน ถ้าเราช่วยได้ เราก็ช่วยก่อน  อยากให้ทุกฝ่ายออกมาช่วยกัน โดยไม่ต้องคำนึงว่าทำดีไหม ทำแล้วเหมือนวัวหายล้อมคอกหรือเปล่า ไม่มีเวลาคิดแล้ว ซึ่งผมก็ถือว่าเริ่มทำช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย สำหรับการบริจาคของยังเปิดรับเสมอครับ บริจาคได้ที่ชั้น 1 ตึกคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอของล็อตแรกออกไปแล้ว เราจะทำต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับและงบประมาณนี่แหละครับ สมมติว่าทำต่อ เราก็มีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่กำลังทดลองทำ นั่นก็คือ “ผนังปิดล้อมส้วม” เพื่อความสะดวกในการขับถ่าย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ครับ”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          เห็นความร่วมมือร่วมใจจากนิสิตจุฬาฯ ศิษย์เก่า คณาจารย์ และผู้มีจิตอาสาร่วมกันทำงานอย่างตั้งใจแล้ว รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยก็ตาม ขอเพียงคนไทยไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามความสามารถที่ทำได้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจฟันฝ่าปัญหาในครั้งนี้ให้ผ่านลุล่วงไปได้แล่วค่ะ ดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนด้วยนะคะ “ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ อดทนรอ ต่อสู้กับมันต่อไป” สู้ๆค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a></p>
<p> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_39841.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a>           <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3945.jpg"><span style="color: #800000;"> </span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/chula-made-plastic-closet/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2011 07:52:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเยียวยาเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สท.]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ฉวีวรรณ แจ่มหมวก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาเด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแก้ไขปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมมิราเคิล แกรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4804</guid>
		<description><![CDATA[สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/sad.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/sad1.jpg"></a>สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน <span id="more-4804"></span></h4>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3494.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4805" title="ภาพบนเวทีขณะรายงานผลการวิจัย เรื่อง‘การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก’ และ ‘นโยบายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา’ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3494-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p> เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี</p>
<p>ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา</p>
<p>    <span style="color: #008000;">  สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส (สท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานเสนอผลงานวิจัยเรื่อง ‘การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก’ และ ‘นโยบายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา’ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ในวันที่ 29 –31สิงหาคม 2554 เพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะของผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนในมิติต่างๆ มีบุคลากรจากหลายองค์กรที่สำคัญเข้าร่วมงานถึง 31 จังหวัดจากทั่วประเทศ ได้แก่ ชลบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น เลย ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ บึงกาฬ อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ พังงา สงขลา นครสวรรค์ พะเยา ตาก เชียงใหม่ และเชียงราย  ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่วันนี้ดิฉันได้สัมภาษณ์บุคลากรผู้ที่ทำงานในการแก้ปัญหาด้านความรุนแรงท่านหนึ่ง ท่านมาจาก จ.เชียงราย เรามาฟังท่านพูดถึงประเด็นต่างๆ ในทรรศนะของท่านกันนะคะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3566.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4806" title="ภาพคุณฉวีวรรณ  แจ่มหมวก ผู้อำนวยการองค์กรสานสายใยชุมชนเข้มแข็ง จ.เชียงราย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3566-300x225.jpg" alt="" width="264" height="193" /></a></p>
<p><span style="color: #008000;"> คุณฉวีวรรณ  แจ่มหมวก ผู้อำนวยการองค์กรสานสายใยชุมชนเข้มแข็ง จ.เชียงราย กล่าวว่า “มุมมองของความรุนแรงต่อเด็ก ในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่า สังคมมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะโดยวิธีฆ่า หรือทำร้ายด้านร่างกายและจิตใจ คราวนี้พอย้อนกลับไปดู ก็จะพบว่า สถิติเด็กที่ได้รับความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เห็นว่า ความรุนแรงต่อเด็กทุกวันนี้มันมากขึ้นๆ จนเราต้องมากันถามว่าเกิดอะไรขึ้น และเราจะจัดการอย่างไร”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">“งานวิจัยชิ้นนี้เห็นว่าเป็นการเก็บข้อมูลเด็กประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวนหนึ่ง เป็นการเก็บข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียด และก็เป็นประโยชน์ต่อการหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน  ด้วยต้องใช้งบประมาณสูง กว่าจะได้ตรงนี้มา เพื่อว่าจะได้ต่อยอดในการทำงาน ให้บังเกิดผลต่อไป และเห็นด้วยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการแบบนี้ เป็นประโยชน์มากๆ”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “ดิฉันทำงานเกี่ยวกับเรื่องของความรุนแรงเหมือนกัน การป้องกันและแก้ไขความรุนแรงต่อเด็ก ต้องทำตั้งแต่เด็กเกิดมา สิ่งแรกที่จะเจอคือคนในบ้านคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง พอไปโรงเรียนก็เจอครู ครูต้องดูแลเด็ก เพราะเด็กจะใช้เวลาอยู่กับครู เพราะฉะนั้น ความรุนแรงจากที่ทำงานมา ปรากฎว่าเด็กที่ได้รับความรุนแรง เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็จะทำความรุนแรงต่อลูกหลานต่อไป ฉะนั้นเวลาเราจะแก้ไข เราต้องมาแก้ไขที่ต้นตอสาเหตุ การแก้ไขปัญหามันจึงจะถูก เพราะว่าไม่ตามหลังปัญหา ต้องไปอยู่ตรงนั้น ต้องแก้ที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือ พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรุนแรงมาแล้ว ต้องหาทางแก้ไขคือ เยียวยา ให้ความรู้ ให้ความตระหนัก ที่สำคัญก็คือในเวลานี้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการเลี้ยงดูเด็กตามช่วงวัย อันนี้ขาดมากๆ และจริงๆแล้ว คนที่เป็นพ่อแม่ ต้องเลี้ยงดูเด็กจริง หรือพูดง่ายๆว่าเป็นพ่อแม่มืออาชีพ แต่ปัจจุบันไม่ใช่มืออาชีพ ซึ่งเขาไม่รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ ตรงนี้สำคัญมาก”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “ปัญหาความรุนแรงอีกส่วนหนึ่งอาจมาจากความไม่พร้อมที่จะมีบุตร แต่พอมีแล้วก็ต้องเลี้ยงกันไปตามยถากรรม  เรื่องนี้ก็นำไปสู่ความรุนแรงต่อเด็กด้วย จากวัฒนธรรมของเรา พอพูดถึงรื่องเพศ เราก็จะนึกถึง แต่เรื่องเพศสัมพันธ์ ซึ่งมันไม่ใช่ คำว่าเพศคือชาย หญิง ซึ่งมีความแตกต่างกันทางความคิด ฉะนั้นเราสอนเรื่องเพศต้องสอนอย่างถูกต้อง ในเรื่องความสัมพันธ์ พัฒนาการทางร่างกาย และก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติ ว่าเพศไม่ใช่หมายถึงการร่วมเพศอย่างเดียว ตอนนี้เราต้องสอน พอสอนแล้ว เขาจะเข้าใจ รู้เรื่องความสัมพันธ์ การวางตัวที่ถูกต้อง  การเตรียมความพร้อมที่จะมีครอบครัวในอนาคต  เราจะเห็นเลยว่า พ่อแม่ก็จะมีคุณภาพมากขึ้น เมื่อโตเขาก็จะกลายเป็นครอบครัวใหม่ที่มีคุณภาพ ฉะนั้นตรงนี้สำคัญมากในเรื่องการเตรียมความพร้อมของคน เหมือนจะออกสนามรบก็ต้องฝึกเตรียมความพร้อมก่อน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">       “แนวโน้มความรุนแรงในปัจจุบัน จากที่เคยรับราชการมาประมาณ 30 ปีที่แล้ว พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก็ยังมีการวิจัยอื่นๆ ออกมามากมายในเชิงวิชาการ แต่ในเชิงนำไปปฏิบัติใช้จนเกิดผล มันเกิดเพราะว่าเราต้องทำงานหลายๆด้าน มันมีปัจจัยหลายอย่างเช่น ต้องทำในส่วนคนที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆกัน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “นอกจากนี้ความรุนแรงต่อเด็ก ยังรับจากสื่อได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง เด็กเล่นเกม เกมส่วนมากก็จะเป็นที่เกมรุนแรง เมื่อก่อนเราเคยเห็นในต่างประเทศ เด็กยิงเพื่อนในโรงเรียน ผลปรากฎว่า เด็กดูมาจากเกม ตอนนั้นเราก็มีความวิตกกังวลว่าจะเกิดในประเทศไทย จากนั้นเพียงปี สองปี ก็เกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ ส่วนประเด็นที่ว่าปัญหาที่เกิดกับเด็กมาจากคนใกล้ตัว ก็ควรจะแก้ไขโดย เข้าไปหาเขา เข้าไปให้ความรู้ และสร้างความตระหนักให้เขารู้ว่า นี่คือเรื่องสำคัญนะ ใกล้ตัวด้วย พอเข้าใจแล้วก็อบรม และฝึกทักษะให้เขา ให้เป็นพ่อแม่มืออาชีพ ให้เป็นครูมืออาชีพ นอกจากวิธีการสอนแล้ว วิธีการสอดที่สอดคล้อง ตามช่วงวัยของเด็กจะทำให้เด็กไทยดีมากขึ้น มาตรฐานที่เราเคยประเมินเด็กด้านการศึกษา ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">       “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กจะเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก ยิ่งเป็นวัยที่เขากำลังซนจะได้รับความรุนแรงมากที่สุด(ผลวิจัยบอกว่า ช่วงอายุ 6-11 ปีพบความรุนแรงมากที่สุด) อยากให้หน่วยงานที่มีบทบาท หรือเกี่ยวข้อง อย่างทางด้านพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครูอย่างกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองกระทรวงนี้ต่างคน ต่างทำงานไม่ได้ ต้องหันหน้ามาคุยกัน โดยมีภาคประชาสังคม ช่วยผลักดันและช่วยขับเคลื่อน หากทำงานเชื่อมกันน่าจะได้ผลที่ดีกว่า”</span></p>
<p><span style="color: #008000;">      “คนที่สร้งความรุนแรงต่อเด็กมากที่สุดในความคิดของดิฉันคือ โรงเรียน เพราะมองจากเวลาที่เด็กอยู่ อย่างบ้าน เขาก็จะอยู่แค่เช้ากับเย็น แต่ตลอดทั้งวันเขาอยู่โรงเรียน  แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าโรงเรียนก็เป็นที่บ้าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก หากเป็นทางกายย่อมรักษาได้ แต่หากเป็นทางใจ มันย่อมฝังลึกลงไปที่จิตใต้สำนึก ซึ่งจะติดตัวเด็กไปตลอด ต้องใช้จิตวิทยาเข้ามาช่วยเยียวยา”</span></p>
<p><span style="color: #008000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3516.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4807" title="ภาพบรรยากาศผู้เข้าร่วมประชุมการวิจัยอย่างเต็มห้องประชุมโรงแรมมิราเคิล แกรนด์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_3516-300x225.jpg" alt="" width="262" height="176" /></a></p>
<p>       “สุดท้ายขอฝากเรื่องความรุนแรงต่อเด็กว่า งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายๆฝ่าย และก็มีการเผยแพร่งานวิจัย เพื่อต่อยอดงานวิจัย เราคิดว่าการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ ถ้ากำหนดแล้วปฏิบัติมันก็เกิด แต่ถ้าเรากำหนดแล้วไม่ปฏิบัติมันก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นเราต้องผลักดันไปถึงว่า กำหนดแล้วนำสู่การปฏิบัติจริง ได้อย่างไร ตรงนี้สำคัญมาก”</p>
<p></span></p>
<p><span style="color: #008000;">      ในวันนี้สังคมไทยกำลังเสื่อมโทรม ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กเป็นปัญหาที่รอการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากคนไทยด้วยกัน สองมือของคนไทยทุกคน  ต้องช่วยกันโอบอุ้ม ประคับประครองให้สังคมไทย ดำเนินต่อไปบนกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรู้เท่าทัน สังคมไทยจึงจะเป็นสังคมที่น่าอยู่ตราบนานเท่านาน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/stop-violence-for-child/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2011 08:08:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอสถสภา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สัตหีบ]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เรือใบ]]></category>
		<category><![CDATA[Sailboat]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4789</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล<span id="more-4789"></span></span></h4>
<p><span style="color: #333399;">เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
ภาพ::กองทัพเรือ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/Sailboat.jpg"></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้สถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ ซึ่งบริษัทโอสถสภาเป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2554 ค่ะ ก่อนอื่นต้องพูดถึงโครงการนี้เสียก่อน เพราะน่าสนใจสำหรับเยาวชนและพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเล่นเรือใบเป็น</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4791" title="ภาพ พิธีเปิดโครงการเยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี โดยมีประธานและผู้ร่วมการโครงการ เยาวชนถ่ายภาพร่วมกันบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเวลานับสัปดาห์ ที่พักพร้อม อาหารเพียงพอ แบบที่ผู้ปกครองไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท ทางสมาคมเรือใบฯจัดครูฝึกมากประสบการณ์มาสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กฏ กติกาเบื้องต้นของกีฬาเรือใบ การนิรภัยทางน้ำ แต่ก่อนจะได้ลงน้ำจริงๆ ต้องฝึกบังคับเรือใบจำลองบนบกเพื่อให้เกิดทักษะเบื้องต้นในการควบคุมเรือใบกันก่อนค่ะ แม้จะอยู่บนบก แต่เวลาที่มีลมพัดมาเจ้าเรือใบจำลองนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนจริง ครูฝึกสามารถสอนวิธีการบังคับใบและหางเสือให้เด็กๆคุ้นเคย พอลงทะเลไปเจอคลื่นลมจริงๆ ก็จะลดความตื่นเต้นไปได้มาก แต่อย่างไรก็ตามการฝึกแล่นใบนี้ต้องมีครูฝึกคอยควบคุมดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด โดยครู 1 คน ดูแลเด็กไม่เกิน 5 คนค่ะ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignright size-medium wp-image-4792" title="ภาพ เรือใบเล็จอดเรียงรายอยู่บนบก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2-300x224.jpg" alt="" width="279" height="157" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          นอกจากการฝึกแล่นใบแล้ว ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เด็กๆได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ยังเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคี ทำให้เด็กคิดเป็น ตัดสินใจเป็น และจุดประกายให้เด็ก ๆ อยากเป็นนักกีฬาเรือใบที่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับแชมป์โลก เรือใบเยาวชน ของสมาคมแข่งเรือใบฯ ที่มาร่วมดูแลและเป็นผู้ช่วยฝึกเด็กๆในโครงการนี้ด้วย<br />
 <br />
          กองทัพเรือและสมาคมแข่งเรือใบฯ ได้เริ่มจัดโครงการเยาวชนเรือใบเมื่อปีที่แล้วในภาคตะวันออก และที่อำเภอหัวหินเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โอสถสภา จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ และ เทศบาลเมืองหัวหิน และในอนาคตจะขยายโครงการไปทั่วประเทศไม่เว้นแม้แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เดิมหลายคนคงคิดเหมือนกับดิฉันว่า เรือใบจะอยู่คู่กับทะเลเท่านั้น แต่เมื่อได้พูดคุยกับครูฝึกถึงได้เข้าใจว่า กีฬาเรือใบสามารถเล่นได้ในแหล่งน้ำทุกที่ไม่เฉพาะในทะเล ดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีน้ำ มีลม ที่นั่นมีเรือใบ” <br />
 <br />
</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4794" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่งยืนถ่ายภาพคู่กับ   ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><span style="color: #333399;">          ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย ยังอธิบายต่อไปอีกว่ากีฬาประเภทนี้สามารถเล่นได้ทั้งชายและหญิง ฝึกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แม้กระทั่งเด็กพิเศษเช่นออทิสติก ก็สามารถฝึกได้ หากแต่ครูฝึกจะต้องประกบอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวไม่ให้คลาดสายตา เด็กชั้นประถมขึ้นไปถึงผู้ใหญ่โดยทั่วไป เรียนแบบจริงจังเต็มๆวันก็จะเห็นผลแล้ว สามารถบังคับเรือใบได้ เพียงแต่จะเก่งหรือไม่เก่ง จะพัฒนาไปถึงขั้นไหนนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความขยันหมั่นฝึกซ้อมนั่นเองค่ะ เมื่อซ้อมมากอยู่ในทะเลบ่อยๆ ก็จะมีโจทย์เรื่องลมและคลื่นในสภาวะต่างๆ มาให้แก้ปัญหาจนเกิดทักษะสูงขึ้นไป ฟังแล้วก็ชักสนใจอยากจะเล่นเรือใบให้เก่งเสียแล้วสิคะ คิดว่าใครที่เอาจริงเอาจังก็ไม่อยากเกินความพยายามแน่นอน เพราะดิฉันเองแค่ลงน้ำไปไม่ถึงชั่วโมง (โดยไม่ผ่านการฝึกเรือใบจำลองบนบกก่อนด้วยซ้ำ) ก็ยังพอเอาตัวรอดได้ แค่มีจังหวะที่เรือเอียงจนเกือบล่มไปนิดเดียวเท่านั้นเอง!!!!<br />
 <br />
          ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าที่คนไทยไม่นิยมเล่นเรือใบเพราะค่าใช้จ่ายมันสูงเกินไปรึเปล่า ร.ต.สมเกียรติก็ยอมรับว่าเป็นเหตุผลหนึ่ง นอกจากนั้น กีฬาเรือใบสมัยก่อนๆ ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการถ่ายทอดข่าวสารออกไปสู่ประชาชนทั่วไป ก็ทำให้ไม่มีใครได้เห็นกันมากนัก เด็กๆก็ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และไม่เกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่นเรือใบ ทางสมาคมเรือใบฯจึงพยายามเผยแพร่เรื่องนี้ และการเปิดโครงการอบรมให้แก่เยาวชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงกีฬาชนิดนี้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ(รวมทั้งดิฉันด้วย) บรรดาครูฝึกก็เชื้อเชิญให้ไปฝึกที่สมาคมเรือใบฯ ที่สัตหีบได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ<br />
 <br />
          ดิฉันเห็นด้วยกับสมาคมเรือใบฯ ที่ว่าหากขยายผลกีฬาเรือใบให้กว้างขวางออกไปในหมู่เยาวชนมากเท่าใด ก็จะยิ่งฝึกทักษะให้เยาวชนไทยคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มากยิ่งขึ้น ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ว่า&#8221;ถ้าเราเล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้ แล้วนำมาใช้ชีวิต นำมาใช้ในกิจการงานได้ ไม่มีทางขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต&#8221; <br />
 </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4795" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขณะแล่นเรือใบอยู่ในทะเล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;">          แต่ความประทับใจส่วนตัวที่ดิฉันคิดว่าเป็นเสน่ห์ของการเล่นเรือใบ คือ ความรู้สึกมีพลังอำนาจในการควบคุมตัวเองอย่างอิสระกลางคลื่นลมในทะเล ฝึกใช้สติ ใช้สมองและสองมือให้สัมพันธ์กัน สายตาไม่ละเป้าหมายและจิตใจที่แน่วแน่เพื่อนำพาเรือใบเข้าฝั่งให้ได้อย่างปลอดภัย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกษตรเมืองกรุง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2011 08:19:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.LOOK]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[26 เขตเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[กทม]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกผักไฮโดรโพนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มบางมด]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไฮโดรโพนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ของฝาก]]></category>
		<category><![CDATA[ของดัง]]></category>
		<category><![CDATA[ของดี]]></category>
		<category><![CDATA[งานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เขตสายไหม]]></category>
		<category><![CDATA[hydroponic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4720</guid>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร  หลายคนคงนึกถึงภาพของความเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว ศูนย์กลางหน่วยงานราชการ จนลืมนึกไปว่าภายใต้อาณาเขตอันกว้างขวางนั้น ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้ กรุงเทพฯมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 180,000 ไร่ และชาวกรุงเทพฯมีอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 13,000 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 26 เขตจาก 50 เขต แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้กรุงเทพฯต้องจัดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานครขึ้น

เรื่อง : วิรงรอง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>หากพูดถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร  หลายคนคงนึกถึงภาพของความเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว ศูนย์กลางหน่วยงานราชการ จนลืมนึกไปว่าภายใต้อาณาเขตอันกว้างขวางนั้น ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้ กรุงเทพฯมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 180,000 ไร่ และชาวกรุงเทพฯมีอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 13,000 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 26 เขตจาก 50 เขต แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้กรุงเทพฯต้องจัดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานครขึ้น<span id="more-4720"></span></h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3350.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4721" title="ภาพการเปิดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรกรุงเทพมหานคร โดยดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3350-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เรื่อง : วิรงรอง  พรมมี</p>
<p>ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</p>
<p>       งานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 ส.ค. 2554 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเผยแพร่ผลิตผลทางการเกษตร ของกรุงเทพมหานครให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และ มีแหล่งตลาดรองรับ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย โดยมีกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการด้านการเกษตร การประกวดผลผลิตด้านการเกษตร การประกวดกิจกรรมของแม่บ้าน พ่อบ้านเกษตรกร  ยุวเกษตรกร และครูเกษตรของกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรของกรุงเทพมหานครนานาชนิด ซึ่งมีเกษตรกร จากพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ เข้าร่วมนำผลผลิตมาจำหน่ายในราคาผู้ผลิตโดยตรง</p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3298.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4723" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง และคุณรุ่งนภา ตรีแก้ว ณ บริเวณนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3298-225x300.jpg" alt="" width="213" height="270" /></a></p>
<p>          จุดสนใจของงานนี้ที่ดิฉันอยากนำเสนอ หลังจากไปเดินมาแล้วตั้งแต่วันแรกของงานคือ นิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งจัดไว้ในส่วนกลางของงานอย่างสวยงาม ที่ตรงนั้นถูกแบ่งเป็น 30:30:30 และ10 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแบ่งป็นพื้นที่ทำนา ทำไร่ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และที่อยู่อาศัย อีกส่วนหนึ่งคือผักไฮโดรโพนิกส์ หรือการปลูกพืชในน้ำที่มีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ ทดแทนการปลูกพืชในดิน ที่เราใช้ในการปลูกพืชในการเกษตรทั่วไปนั่นเอง ดิฉันเห็นว่าน่าสนใจและเหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองกรุง เนื่องจากในเมืองมีพื้นที่น้อยกว่าชนบท จึงขอนำเสนอในวันนี้</p>
<p>           พรเพ็ญ ชาวเขาพระ หรือ พี่น้อย ผู้จำหน่ายผักไฮโดรโพนิกส์ เขตสายไหม เล่าให้ฟังว่า “…ธุรกิจนี้เป็นของเจ้านายซึ่งทำมาประมาณ 6 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นคือ เจ้านายจบเกษตรมาและต้องการทำธุรกิจส่วนตัว วิธีทำก็ไม่ยากเพียงแค่นำฟองน้ำมาผ่าเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ แล้วนำเมล็ดไปหยอดตามช่องรอยตัดของฟองน้ำ จากนั้นก็นำไปแช่น้ำ แล้วนำขึ้นภาชนะที่สามารถนำฟองน้ำลงไปวางได้ ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์จะเกิดต้นอ่อน หลังจากนั้นก็ฉีกฟองน้ำออก นำต้นอ่อนไปลงรางที่เตรียมไว้ โดยในรางนั้นจะมีน้ำซึ่งผสมปุ๋ยธาตุอาหารเรียบร้อยแล้ว น้ำในรางหมุนเวียนด้วยระบบมอเตอร์ และพืชก็จะดูดสารอาหารเหล่านั้นมาเลี้ยงต้นให้เจริญเติบโต พื้นที่ที่ใช้ปลูกมีประมาณ 2 ไร่ ผลผลิตจะขายได้กำไรเป็นหมื่นบาทต่อเดือน ผักที่สามารถปลูกแบบไฮโดรโพนิกส์ได้คือ คะน้า กวางตุ้งฮ่องเต้  กวางตุ้งธรรมดา ผักสลัด(ผักกาดหอม) ผักขม ผักบุ้ง เป็นต้น ระยะเวลาที่ใช้ปลูกและเก็บเกี่ยวประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่ง (15 &#8211; 20 วัน) ผักของเราทุกชนิดปลอดสารพิษแน่นอน ตลาดของเราคือแถวสายไหม ตลาดวงศกร และอนามัยสายไหม โดยนำผักไปส่งเขา</p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p>           ก่อนหน้านั้นเคยปลูกผักใช้ดินมา 5 ปี แต่พอผักโฮโดรโพนิกส์เข้ามาก็เลยพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาทำผักแบบนี้ แต่รายได้ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร เจ้านายเขา ทำด้วยใจรัก ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาถือว่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจากสาขาการเกษตร และนี่ก็เป็นธุรกิจส่วนตัวด้วย รายได้หลักของเขามาจากการจัดสวน ผักไฮโดรโพนิกส์เป็นงานอดิเรก หรืออาชีพเสริม เขาคิดค้น และนำมาสอนให้เราทำ ลูกจ้างของเขามีทั้งหมด 6 คน แต่ทำผักไฮโดรโพนิกส์ เพียง 2 คน อย่างที่บอกไปแล้วว่ารักที่จะทำ ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ที่มางานนี้เพราะต้องการขายราง ซึ่งมีสองราคา คือ 4,000 (รางแขวน ผูกด้วยเชือกป่าน) และ 5,000 บาท (รางตั้งกับพื้น โครงสร้างเป็นเหล็ก) ส่วนผักที่นำมาจำหน่ายในวันนี้ทุกช<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_3336.jpg"></a>นิดราคา 10 บาทเท่านั้นนะคะ ขายถูก เพราะเราปลูกเองค่ะ… ”</p>
<p><img class="size-medium wp-image-4747 alignright" title="ภาพต้นอ่อน และต้นโตเต็มวัยของผักไฮโดรโพนิกส์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/hydro-300x300.jpg" alt="" width="162" height="155" /></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"><img class="size-medium wp-image-4735 alignright" title="ภาพคุณพรเพ็ญ ชาวเขาพระ ผู้จำหน่ายผักไฮโดรโพนิกส์ เขตสายไหม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351-300x225.jpg" alt="" width="165" height="155" /></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_33351.jpg"></a></p>
<p>          เห็นไหมคะว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ก็สามารถปลูกผักสวนครัวได้  เพราะปัจจุบันการปลูกผักไม่จำเป็นต้องใช้ดินแล้ว แถมผักที่ได้ยังสะอาด และปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่น่าสนใจอีกมากมาย ได้แก่ แพะสร้างรายได้ เขตทุ่งครุ ,ไร่หญ้า เศรษฐกิจสีเขียว เขตมีนบุรี ,ปลาสวยงาม เขตประเวศ, นาข้าวในเมืองหลวง เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง ,ฟาร์มเห็ดยายฉิม เกษตรยั่งยืน เขตบางเขน, กล้วยไม้นานาพันธุ์ เขตตลิ่งชัน หนองแขม ทวีวัฒนา, สวนผักลอยฟ้า พื้นที่เล็กๆ ก็เขียวได้ เขตหลักสี่, สีสันไก่แจ้ เขตวังทองหลาง, ผักปลอดสารพิษ บางแค และ ตำนานส้มบางมด เขตจอมทอง<strong> </strong>ที่สูญหายไปกว่า 10 ปี บัดนี้ได้กลับมาแล้ว และยังคงรสชาติที่หวานแหลม ผสมกับอมเปรี้ยวนิดๆเหมือนเดิม</p>
<p>                   สำหรับใครที่ปีนี้พลาดงานดีดี อย่างงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ เพราะกรุงเทพฯ เขาต้องการจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปีเลยค่ะ อดใจรอไว้พบกันปีหน้านะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><strong> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/pic1.jpg"><img class="size-medium wp-image-4763 aligncenter" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ในซุ้มนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ และภาพเด็กกำลังให้อาหารแพะ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/pic1-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/bangkok-agriculture/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดโลกทัศน์ธุรกิจกับผู้หญิงเก่ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2011 10:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[7วันx24ชั่วโมง]]></category>
		<category><![CDATA[7x24]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชา ชุมชัยเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พรทิพย์ กองชุน]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมการผู้จัดการใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[กล้าคิด]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา สหวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงเเกร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้าฝ่ายการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงแถวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณพรรณสิรี อมาตยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ค้นอะไรก็เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอบีเอ็ม]]></category>
		<category><![CDATA[เพลินวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เเมนชั่น7]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Thinking]]></category>
		<category><![CDATA[FM 106]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4584</guid>
		<description><![CDATA[สถานีวิทยุครอบครัว FM 106 Mhz. ได้จัดงาน ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ในงานสัมมนา Young Generation New Technology  เนื่องจากวันที่ 1สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีนักบริหารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  จัด ณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>สถานีวิทยุครอบครัว FM 106 Mhz. ได้จัดงาน ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ในงานสัมมนา Young Generation New Technology  เนื่องจากวันที่ 1สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีนักบริหารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  จัด ณ โรงภาพยนตร์ 8 เอสพลานาด ซินีเพล็กซ์ รัชดา เมื่อวันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2554</h4>
<h4><span id="more-4584"></span></h4>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #008080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/working-women.jpg"></a>ข่าว : วิรงรอง พรมมี</span></em></p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #008080;">ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></p>
<p style="text-align: center;">              <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2939.jpg"><img class="size-medium wp-image-4586 aligncenter" title="ภาพบนเวทีโดยมีคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง3เป็นพิธีกรขวาสุด ถัดมาเป็นคุณพรรณสิรี อมาตยกุล, คุนพรทิพย์ กองชุน, คุณภัทรา สหวัฒน์ซึ่งนั่งอยู่ซ้ายมือ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2939-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>        <span style="color: #800000;">       โดยบรรยากาศภายในงานเป็นการนั่งพูดคุยสบายๆ มีคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งแขกรับเชิญในวันนี้ ได้แก่ คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ,คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทย กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก และคุณภัทรา สหวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด หรือเจ้าของเพลินวาน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหัวหิน</span></p>
<p><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p><span style="color: #800000;">                ประเด็นการพูดคุยในวันนี้เน้นบทบาทความสำคัญในตำแหน่งงานที่ทำ กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้  และยังมีการเล่าประสบการณ์การทำงานที่นำมาแบ่งปันให้แก่ผู้ฟังทั้ง 350 ท่านอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p><span style="color: #800000;">              </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2960.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4588" title="ภาพคุณพรรณสิรี อมาตยกุล กำลังบรรยายบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2960-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;">    คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เล่าให้ฟังว่า “…แรกเริ่มของการทำงานที่ ไอบีเอ็ม ของดิฉัน ต้องยอมรับว่าได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะตอนนั้นเพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ จากจุฬาลงกรณ์ฯมาใหม่ๆ อยากทำงานด้านการตลาดตั้งแต่แรก แต่ผู้ใหญ่จะให้ทำไฟแนนซ์ ดิฉันก็เลยบอกเขาว่าขอทำการตลาดเถอะนะคะ เขามองว่าเราจะทำได้เหรอ เพราะเป็นผู้หญิงงานการตลาดในตอนนั้นเป็นงานหนักและทีมเป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด งานที่เข้าไปทำตอนนั้นเป็นงานขายคอมพิวเตอร์ให้กับธนาคาร 3 แห่ง ซึ่งไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามาก่อน ฟังว่าเป็นไปได้ยากนะคะ แต่อาจด้วยความกล้า บ้าบิ่นในวัย 20 กว่าๆ ทำให้ดิฉันตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับเบอร์ 2 ของธนาคารหนึ่ง ก็เข้าไปขอพบ ไปขอนำเสนอ ไปอธิบายสิ่งที่อยากทำ 1 2 3 4 และท่านก็เมตตาค่ะ อาจเพราะได้เปรียบในความเป็นผู้หญิงที่จะอ่อนหวานเวลาเจรจางานหรืออาจเพราะท่านชอบการทำงานของดิฉัน ก็เลยขายงานนั้นได้ค่ะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของงานชิ้นต่อๆมา เวลาสอนคนในบริษัทดิฉันจะบอกว่าการทำงานให้ประสบความสำเร็จก็เหมือนภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่คนอื่นเห็นอาจมีแค่ยอด แต่ใต้พื้นลงมาก็ยังมีฐานที่ใหญ่โตซึ่งรอวันโผล่ขึ้นมา แต่ต้องอาศัยความอดทน การวางตัว และความมีระเบียบวินัย ตอนนี้ทำงานที่ไอบีเอ็มเข้าปีที่ 19 แล้ว เห็นไหมคะว่าโอกาสมีอยู่รอบๆตัว แต่ต้องกล้ารับความท้าทายเมื่อโอกาสยื่นมือมาหา เพราะอุปสรรคจะมาพร้อมกับโอกาส และเกิดคำว่า ‘แต่’ เต็มไปหมด เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี หากใช้ในทางที่เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ นานมาแล้วมีคนเคยบอกว่า เราจะสามารถอ่านหนังสือได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียว ฟังเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้โลกก็มีไอแพด(Ipad) ใช้แล้ว ทุกอย่างเกิดจากวิสัยทัศน์ หากรู้จักประยุกต์ใช้ก็ไม่มีคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เทคโนโลยีทำให้คนทำงานมากขึ้น  เพราะต้องทำงานแบบ 7&#215;24 (7วันx24ชั่วโมง) ปัจจุบันผู้หญิงได้รับโอกาสทัดเทียมกับผู้ชายแล้ว  ไอบีเอ็มจึงไม่แบ่งแยกเพศที่จะรับเข้าทำงาน แต่จะเก็บคนเก่ง คนหนึ่งเอาไว้ เพราะปัจจุบันเขาวัดกันที่ความสามารถในการทำงานค่ะ…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">               </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2947.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4595" title="ภาพคุณพรทิพย์ กองชุน กำลังบรรยายบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_2947-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;"> คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทย กูเกิล เอเชีย แปซิฟิก เล่าว่า “…ดิฉันทำงานในกูเกิลมา 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นทำที่ ททท.2 ปี (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และ ไมโครซอฟท์ ไทยแลนด์ อีก 2 ปี การสร้างการยอมรับเริ่มจากความตั้งใจที่จะสร้างกูเกิลให้ ‘ค้นอะไรก็เจอ’ ส่วนหนึ่งมาจากรู้สึกดีเมื่อมีคนมาบอกว่า กูเกิลช่วยชีวิต ค้นอะไรก็เจอ แต่หากบางครั้งค้นไม่เจออาจเพราะใช้คำค้นยาวเกินไปหรือการใช้ภาษาค้นไม่ค่อยดี การที่กูเกิลเป็นเว็บสืบค้นอันดับหนึ่ง ความสำเร็จนี้ไม่ใช่มาจากดิฉันคนเดียว แต่มาจากทีมที่ดีของกูเกิล ดิฉันชอบวิธีการทำงานขององค์กรนี้มากซึ่งเรามีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว แต่เราต้องกล้าเสนอความคิดใหม่ๆ แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ตาม ผู้ใหญ่ของกูเกิลจะไม่มาควบคุมความคิดของเรา แต่จะเปิดกว้างทางความคิด เพื่อให้เกิดไอเดีย วันแรกที่เข้าไปทำงานในกูเกิล สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เขาให้ความสมดุลในเรื่องเพศ แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ได้รับโอกาส หากมีควาสามารถ เพราะในกูเกิลมีความแตกต่างอยู่แล้ว ทั้งเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ท้ายสุดคือจะทำให้มองไม่เห็นความแบ่งแยก เนื่องจากยอมรับในความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงก็สามารถช่วยกันทำงานได้ภายใต้ทีมเดียวกัน ดิฉันมองว่าโอกาสมีตลอดเวลา แต่คุณรับโอกาสนั้นหรือเปล่า เตรียมตัวรับโอกาสนั้นหรือเปล่า อะไรหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนได้ แต่เป้าหมายในชีวิตต้องไม่เปลี่ยน ดิฉันมีเป้าหมายว่าอยากเปลี่ยนโลก ดิฉันจึงทำผ่านเทคโนโลยี แม้จะทำได้เล็กๆน้อยๆก็ตาม การสร้างตัวเองให้มีความพร้อมรับโอกาสนั้นๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะเมื่อได้รับโอกาสทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จะสามารถแตกแนวคิดให้ทำสิ่งอื่นต่อไป โลกยุคนี้เป็นโลกที่เปิดกว้างทางความคิดแล้ว การคิดงานจึงควรเป็นแบบ Creative Thinking  ต้องกล้าคิดให้แตกต่าง กูเกิลตอบโจทย์ทุกอย่างด้วยการสืบค้น กูเกิลเชื่อมทุกอย่างให้ใกล้กันด้วยการสืบค้นและมีแรงจูงใจด้วยการให้รางวัลด้วยโบนัสรายเดือน ซึ่งเพื่อนสามารถขอให้ได้ หากมีผลงาน…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">             </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_29741.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-4601 alignright" title="ภาพคุณภัทรา สหวัฒน์ กำลังบรรยายบนเวที " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_29741-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #800000;">คุณภัทรา สหวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด หรือเจ้าของเพลินวาน  เล่าว่า “…เริ่มต้นการทำงานที่บริษัท วนชัย กรุ๊ป  เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว และวนชัย กรุ๊ป คือพื้นฐานในการทำเพลินวาน รวมถึงแมนชั่น7 อย่างเป็นระบบ Social Network ทำให้เพลินวานเป็นการส่งต่อโอกาส เพราะโอกาสคือทรัพยากรอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช้ควรส่งต่อให้แก่ผู้อื่น พนักงานทุกคนของเพลินวานไม่มีตำแหน่ง มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่อยากทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีทำให้คนเปิดกว้างทางความรู้สึกมากขึ้น เพราะปัจจุบันคนนั่งระบายความรู้สึกผ่าน Facebook Twitter BB MSN ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวปลดล็อคความรู้สึกของคนที่ถูกปิดกั้นมานาน ธุรกิจสมัยนี้ไม่ได้ตอบสนองฟังก์ชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องตอบสนองความรู้สึกด้วย จุดสมดุลของการทำงานคือเราไม่ได้มองที่ความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะความสามารถไม่ได้อยู่ที่เพศในเพลินวานจึงมีคนปะปนกันไป การตลาดในวันนี้ถูกเปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะการตลาดวันนี้มันต้องรอบด้าน ความเป็นผู้หญิงได้เปรียบในการทำงานตรงที่ คุมทีมได้ดีกว่าเนื่องจากใส่ใจรายละเอียด ความรู้สึก ทุกอย่างคือทีม จริงๆแล้วเพลินวานคือการให้โอกาสคนใกล้ตัว เพราะทีมแรกที่เข้าไปทำคือคนใกล้ตัว คือพวกพี่ๆ เพื่อนๆ แล้วจึงส่งต่อไปสู่คนอื่นๆ เพลินวานประสบความสำเร็จตั้งแต่ลงมือทำแล้ว เพราะเราทำงานบนพื้นฐานของความสุขความสนุก หลายคนคิดว่าความสำเร็จมักมาพร้อมกับความสุข แต่ความจริงมันไม่ใช่ มันเป็นคนละเรื่อง ความสุขมาจากการคิด การใช้ชีวิต ส่วนแมนชั่น 7 ก็เป็นความคิดที่ฉีกจากเพลินวานอีกที ที่นี่ใช้เทคโนโลยีทำให้เกิดความกลัว แต่ให้ข้อคิดว่า ให้สติสว่างในความมืด ที่นั่นไม่มีผี มีเพียงกลิ่นและเสียงที่ทำให้คุณหลอกตัวเอง งานที่อยู่ในนั้นเป็นงานอาร์ตมากกว่าธุรกิจ การเทรนด์พนักงานจะเทรนด์เรื่องคิดอย่างไรให้แตกต่าง การบริหารสมองซีกชวา ทุกอย่างที่มีในวันนี้ยังไม่ใช่ความสำเร็จแต่เป็นการเริ่มต้นต่างหาก คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่ใช้เทคโนโลยี…”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">                เวทีการสัมมนาในวันนี้ถือเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทำงานทุกคน ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าแสดงออก ให้แตกต่างอย่างมีคุณภาพ เรียนรู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะโลกเทคโนโลยี เตรียมพร้อมรับโอกาสที่จะมาถึง เพราะเมื่อโอกาสมาถึงจะได้แสดงศักยภาพที่มี เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้หญิงแถวหน้าอย่างวิทยากรทั้งสามท่านในวันนี้<span id="_marker"> </span></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/106.jpg"><img class="size-medium wp-image-4603 aligncenter" title="ภาพคุณบัญชา ชุมชัยเวทย์, คุณพรรณสิรี อมาตยกุล, คุนพรทิพย์ กองชุน, คุณภัทรา สหวัฒน์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/106-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/open-vision-by-working-women/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยทรงดำบ้านหัวเขาจีน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/thaisongdam/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/thaisongdam/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 11:38:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีเซ่นผี]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กระเดื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนหมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเเม่ของเเผ่นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวโซ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[สมหมาย กลิ่นสุคนธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยั่นยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นเเบบ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวเขาจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้วยยางโทน]]></category>
		<category><![CDATA[อิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ขอกุด]]></category>
		<category><![CDATA[ปั้นเกล้าต่วง]]></category>
		<category><![CDATA[ปากท่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โซ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยทรงดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยโซ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เสนเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[เข็นด้าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4545</guid>
		<description><![CDATA[ไทยทรงดำ เป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากเวียดนามกว่า 300 ปีมาแล้ว  ตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย แต่พื้นที่หนึ่งที่ชาวไทยทรงดำยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเองมาได้หลายชั่วอายุคนแล้ว ก็คือที่ บ้านหัวเขาจีน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมีศูนย์วัฒนธรรมเป็นที่รวบรวมองค์ความรู้  และปลูกฝังค่านิยมให้ลูกหลานภูมิใจในเชื้อสายของตัวเอง
เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พวงพิลา

       ดินแดนสิบสองจุไทยในเวียดนามเหนือปัจจุบัน เป็นถิ่นฐานเดิมของชาวไทยทรงดำหรือที่เรียกกันว่า ‘ไทยโซ่ง’ โดย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993300;">ไทยทรงดำ เป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากเวียดนามกว่า 300 ปีมาแล้ว  ตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย แต่พื้นที่หนึ่งที่ชาวไทยทรงดำยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเองมาได้หลายชั่วอายุคนแล้ว ก็คือที่ บ้านหัวเขาจีน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมีศูนย์วัฒนธรรมเป็นที่รวบรวมองค์ความรู้  และปลูกฝังค่านิยมให้ลูกหลานภูมิใจในเชื้อสายของตัวเอง</span><span id="more-4545"></span></h4>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/thaisongdam.jpg"></a><span style="color: #000000;">เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ภาพ: พงษ์พันธ์  พวงพิลา</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2767.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4551" title="ภาพเรือนไทยทรงดำ ลักษณะทรงสูง ใต้ถุนโล่ง หลังคาทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เเละประดับด้วยขอกุด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2767-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">       ดินแดนสิบสองจุไทยในเวียดนามเหนือปัจจุบัน เป็นถิ่นฐานเดิมของชาวไทยทรงดำหรือที่เรียกกันว่า ‘ไทยโซ่ง’ โดย ‘โซ่ง’ คำนี้มาจากชุดแต่งกายเพราะนุ่งส่วงดำหรือกางเกงสีดำ ซึ่งต่อมาอพยพผ่านมาทางประเทศลาว จึงมีคำเรียกอีกคำว่า ‘ลาวโซ่ง’</span></p>
<p><span style="color: #000000;">       การเดินทางในวันนี้ ดิฉันจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับชาวไทยทรงดำ ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ บ้านหัวเขาจีน ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งที่นี่มีชาวไทยทรงดำประมาณ 80% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยแบ่งเป็นเพศชาย 265 คน เพศหญิง 312 คน รวม 577 คนและมี 143 ครัวเรือน นอกจากนี้จ.ราชบุรี ยังแบ่งออกเป็น 8 ชนเผ่าและชาวไทยทรงดำคือ 1 ใน 8 ชนเผ่านั้น ซึ่งอาชีพหลักคือการทำไร่ ทำนาและการทอผ้าคืออาชีพเสริม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">                                                                                   </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_0306.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4552" title="ภาพเข็นด้าย เข็นด้ายใช้สำหรับพันด้ายแยกสีเป็นหลอดๆตามจำนวนที่ต้องใช้ในการทอ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_0306-300x224.jpg" alt="" width="300" height="237" /></span></a><span style="color: #000000;">ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ เป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ให้คนทั่วไปที่สนใจวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของชาวไทยทรงดำ สามารถมาศึกษาดูงานได้ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ กองทุนแม่ของแผ่นดิน กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์สัจจะและกลุ่มอาชีพเสริมสตรีทอผ้า ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาชุมชนก็ว่าได้ บ้านของชาวไทยทรงดำเป็นเรือนลาวทรงสูง ใต้ถุนโปร่งเป็นพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งใช้เป็นที่ทอผ้าของกลุ่มสตรี ส่วนหลังคาจะเป็นทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วมี ‘ขอกุด’ เป็นสัญลักษณ์ (ขอกุด คือ ไม้แกะสลักเป็นกิ่งคล้ายเขาควายไขว้กัน) วันนี้มีคุณครูไพรัช บัวบางใบ เป็นผู้นำชม เรากำลังเดินขึ้นสู่ชั้น 2 ของเรือนลาวเพื่อชมเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้จำนวนมากวางเรียงรายอยู่ขวามือของทางเข้า  พื้นที่กลางเรือนใช้วาง ผ้าแต่ละลวดลาย &#8220;เข็นด้าย&#8221; ซึ่งทำด้วยไม้ มีขนาดใหญ่มาก เข็นด้ายใช้สำหรับพันด้ายแยกสีเป็นหลอดๆตามจำนวนที่ต้องใช้ในการทอ ดิฉันได้ชมการสาธิตเข็นด้ายนี้ด้วย คุณครูยกเครื่องมือไม้อีกชนิดหนึ่งออกมาให้ดู ท่านบอกว่า อันนี้เรียกว่า ‘อิ้ว’  อิ้วคือ เครื่องมือสำหรับแยกเมล็ดฝ้ายออกจากปุยฝ้าย มีเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่หน้าตาแปลกๆอันนี้คุณครูบอกว่า เขาเรียก&#8221;กระเดื่อง&#8221;ใช้สำหรับตำข้าวของคนสมัยก่อน  ส่วนสุดท้ายที่คุณครูพาชมก็คือ&#8221;ห้องพิธี&#8221; ซึ่งชาวไทยทรงดำเป็นชนเผ่าที่ยังคงเชื่อในเรื่องผีบรรพบุรุษ จึงเกิดพิธี&#8221;เสนเรือน&#8221;หรือ&#8221;เซ่นผี&#8221;นั่นเอง เวลาทำพิธีก็ต้องทำในห้องนี้เท่านั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ความรู้อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันได้ในวันนี้ก็คือ ชาวไทยทรงดำยังคงพูดกันด้วยด้วยภาษาไทยทรงดำ แต่การเขียนนั้นไม่ค่อยมีแล้ว อาจเป็นเพราะเขียนยาก ก็เลยไม่เป็นที่นิยม แต่ยังคงมีให้ชมนะคะ เอกลักษณ์ของชาวไทยทรงดำที่นี่อีกสิ่งหนึ่งคือการแต่งกายแบบดั้งเดิมตามบรรพบุรุษคือผู้ชายสวมเสื้อสีดำและกางเกงสีดำ ส่วนผู้หญิงก็จะสวมเสื้อสีดำ ผ้าซิ่นสีดำและทรงผมแบบ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_0279.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-4553" title="ภาพทรงผม &quot;ปั้นเกล้าต่วง&quot; จะไว้เมื่ออายุ 20 ปี เกล้าผมไว้กลางศีรษะหูกระต่าย ผมต่อผมพันกันใช้ไม้ขัดเกล้าเสียบผมจะพันกันอย่างเรียบร้อย นอนก็สะดวก ผมทรงนี้ทำได้ตั้งแต่สาว ไปจนแก่ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_0279-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">&#8220;ปั้นเกล้าต่วง&#8221;(จะไว้เมื่ออายุ 20 ปี เกล้าผมไว้กลางศีรษะหูกระต่าย ผมต่อผมพันกันใช้ไม้ขัดเกล้าเสียบผมจะพันกันอย่างเรียบร้อย นอนก็สะดวก ผมทรงนี้ทำได้ตั้งแต่สาว ไปจนแก่ ) ซึ่งมีความงดงามมากและคนที่ทำได้คือคนที่มีความชำนาญ เหตุผลที่หมู่บ้านนี้ยังคงเอกลักษณ์เดิมๆไว้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาปลูกฝังค่านิยมกันตั้งแต่เด็กๆ ไม่ให้อายที่จะใช้ภาษาถิ่นและภูมิใจในความเป็นชนเผ่าของตน ภาพน่ารักอีกภาพหนึ่งที่ดิฉันเห็นคือ ภาพคุณยายท่านหนึ่งกำลังเคี้ยวหมาก เห็นแล้วนึกถึงคุณย่าของดิฉันค่ะ แอบสงสัยนิดหนึ่งว่าไม่เผ็ด ไม่ร้อนหรืออย่างไร&#8230;อร่อยเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่งไหมนะ?  คนที่นี่อัธยาศัยไมตรีดีมากๆเลยค่ะ รอยยิ้มก็จริงใจมากๆด้วย เมื่อเห็นเขายิ้มแล้วดิฉันยังเผลอยิ้มตามเลยค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">       ดิฉันได้นั่งคุยกับคุณป้าท่านหนึ่ง ชื่อป้าสมหมาย  กลิ่นสุคนธ์ เป็นปฏิคมของศูนย์ฯแห่งนี้ ดิฉันชวนป้าพูดคุยในเรื่องทั่วๆไป ชวนดูภูเขา ทุ่งนา  ต้นไม้ ป้าคุยกับฉันอย่างเป็นกันเอง ป้ายังบอกฉันเลยว่ามีโอกาสให้มาเที่ยวที่นี่อีก จะพานั่งเกวียนไปเที่ยวถ้ำหัวเขาจีน ซึ่งห่างจากศูนย์ฯไม่มากนัก  ดิฉันชอบทรงผมป้ามาก เมื่อมีโอกาสฉันเลยถามป้าว่า ทรงผมนี้ป้าทำเองได้รึเปล่าคะ   ป้าบอกฉันว่า &#8220;ไม่ได้จ้ะ คนที่ทำได้ในหมู่บ้านนี้มีเพียง 3 คน เป็นคนแก่ 2 คนและวัยรุ่นที่เข้าไปเรียนในเมืองจบช่างเสริมสวยอีกหนึ่งคน&#8221; ป้าพูดคุยกับฉันด้วยภาษาไทยแต่พูดคุยกับชาวไทยทรงดำด้วยกันด้วยภาษาถิ่นซึ่งแน่นอนว่าฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย ป้าสมหมายใจดีมากเพราะวันนี้ป้าสาธิตการสาวไหมด้วยเครื่องมือเก่าให้ดิฉันดูด้วย</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">       ดิฉันดีใจที่วันนี้ได้มาเที่ยวที่ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ บ้านหัวเขาจีน เพราะได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่ไม่เคยรู้มาก่อนและดิฉันอยากเชิญชวนทุกท่านที่มีความชอบหรือความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้แวะเวียนมาที่ศูนย์ฯแห่งนี้ได้นะคะ เพราะนอกจากคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายภายในอ้อมกอดของขุนเขาและธรรมชาติที่สวยงาม คุณยังได้พักผ่อนแบบโฮมสเตย์อีกด้วย ซึ่งที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯด้วยค่ะ ใช้เวลาเดินทางเพียงสองถึงสามชั่วโมง คุณก็จะได้เห็นความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายซึ่งแตกต่างจากสังคมเมืองโดยสิ้นเชิง<span id="_marker"> </span></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/degr.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4570" title="ภาพเครื่องทอผ้า,เครื่องปั้นดินเผา,อักษรของขาวไทยทรงดำเเละอิ้ว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/degr-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/thaisongdam/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้รักษ์ภาษาไทย กับ อสมท กิจกรรมดีดีของสังคมไทย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jul 2011 07:56:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[95.00 ลูกทุ่งมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บำนาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง 9]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กวลิน กังวานธนวัต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ]]></category>
		<category><![CDATA[วันภาษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยากร]]></category>
		<category><![CDATA[สมองซีกซ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยั่นยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[อสมท]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจรย์แม่]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเจต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นิสิต]]></category>
		<category><![CDATA[mcot]]></category>
		<category><![CDATA[Seed97.50]]></category>
		<category><![CDATA[www.mcot.net]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4480</guid>
		<description><![CDATA[ภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อีกทั้งยังแสดงถึงเอกราชของชาติที่ไม่เคยตกอยู่ใต้การปกครองของใคร นับตั้งแต่พ.ศ.๑๘๒๖ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นใช้ตราบจนวันนี้ เป็นเวลายาวนานกว่า ๗๒๘ ปี ที่บรรพบุรุษสละชีพเพื่อรักษาความป็นเอกราชนี้ไว้ เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนที่มีวันสำคัญวันหนึ่งซึ่งคนไทยควรจดจำและภาคภูมิใจ นั่นคือ วันภาษาไทย ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี

เรื่อง : วิรงรอง พรมมี
ภาพ : พันธ์พันธ์ พวงพิลา



          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อีกทั้งยังแสดงถึงเอกราชของชาติที่ไม่เคยตกอยู่ใต้การปกครองของใคร นับตั้งแต่พ.ศ.๑๘๒๖ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นใช้ตราบจนวันนี้ เป็นเวลายาวนานกว่า ๗๒๘ ปี ที่บรรพบุรุษสละชีพเพื่อรักษาความป็นเอกราชนี้ไว้ เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนที่มีวันสำคัญวันหนึ่งซึ่งคนไทยควรจดจำและภาคภูมิใจ นั่นคือ วันภาษาไทย ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี</span></h4>
<p><span id="more-4480"></span></p>
<p><em><span style="color: #3366ff;">เ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/Moct-take.jpg"></a>รื่อง : วิรงรอง พรมมี</span></em></p>
<p><em><span style="color: #3366ff;">ภาพ : พันธ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="color: #3366ff;"><br />
</span></em><br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4500" title="ภาพบรรยากาศภายในงาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span style="color: #333399;">          บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและปัญหาในการใช้ภาษาไทย รวมถึงบทบาทสื่อมวลชนกับการใช้ภาษาไทยด้วย จึงได้จัดโครงการดีดีที่มีชื่อว่า “นิสิต-นักศึกษา รู้รักษ์ภาษาไทยกับ อสมท” ขึ้นเมื่อวันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่๓ แล้ว งานนี้มีนิสิต-นักศึกษาเข้าร่วมถึง ๒๐ สถาบันจากทั่วประเทศ หรือ ๑๙๔ คน วิทยากรที่มาให้ความรู้แต่ละท่านล้วนเป็นผู้มีความชำนาญด้านการใช้ภาษาไทยทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2575.jpg"><img class="size-medium wp-image-4482 alignleft" title="ภาพ รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ขึ้นบรรยายบนเวทีในรอบเช้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2575-300x225.jpg" alt="" width="270" height="198" /></a></span>ช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายโดย รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต อาจารย์เริ่มการบรรยายจากการใช้ภาษาให้ถูกกาลเทศะ อ.ใช้คำว่า กราบประทานอภัย กับผู้ใหญ่ของช่องที่ร่วมฟังการบรรยายอยู่ที่นั้นด้วย เนื่องจากอ.จะขอใช้คำพูดที่ไม่ไพเราะ อ.อธิบายต่อว่าสมองมนุษย์มีสองซีกคือซ้ายและขวา สมองซีกซ้ายจะให้ความถนัดด้านศาสตร์ ส่วนซีกขวาจะให้ความถนัดด้านศิลป์  ซึ่งสมองทั้งสองซีกจะสื่อสารและแสดงออกเป็น “ภาษา”  คำว่า ภาษา มาจากคำสันสกฤต คำว่าภาษา ซึ่งแปลว่า เข้าใจ ดังนั้นหากถูกใครดุว่าไม่รู้ภาษา ย่อมแปลว่า ไม่เข้าใจ ใช้ไม่ได้ นั่นเอง เคยมีคำถามว่าเหตุใดภาษาจึงสำคัญต่อชีวิตและประเทศชาติ ก็คงต้องตอบว่าเพราะภาษาแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติและยังถือเป็นวัฒนธรรมประจำชาติอีกด้วย ซึ่งจะสลายไปไม่ได้เพราะนี่คือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “สิ้นภาษา ก็สิ้นชาติ” บรรพบุรุษของเรามีความฉลาดและอาจหาญยิ่งนักจะเห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่๒ ที่ไทยจับมือเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นรบกับอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศสซึ่งเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามไทยก็ย้ายข้างมาอยู่กับอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส เพื่อรักษาเอกราชชาติไทยไว้ เหตุการณ์นี้อาจทำให้หลายประเทศมองไทยไม่ค่อยดีนักแต่นั่นคือการรักษาชาติที่ดีที่สุด มิเช่นนั้นคงตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกไปแล้ว ลักษณะเด่นของภาษาไทยคือ๑.คำคำเดียวมีเสียงหนักเบาและสามารถนำมาสร้างเป็นวรรณกรรม ๒.ความมีเสียงเสนาะในภาษา คือเสียงวรรณยุกต์ ๓.คำเป็นคำตายทำให้เกิดการหยุดเสียงในตัวเอง ๔.ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์  อัตลักษณ์ และอัจฉริยะลักษณ์ที่งดงาม ๕.ผลของการอนุรักษ์ภาษาเป็นวรรณศิลป์ทำให้เรามีสมบัติและมรดกทางปัญญาของบรรพชน ๖.ภาษามีผลต่อบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของภาษา กิริยามารยาทไทย ๗.เสน่ห์ของภาษาไทยคือมีคำสุภาษิต สำนวน คำคม     คำอุปมาอุปไมย เป็นต้น เมื่อเกิดเป็นคนไทยแล้วจึงควรภาคภูมิใจในความเป็นไทย หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อบันทึกความจำของโลก เดิมคำว่า ประเทศไทยไม่มี ย เพราะ ไท คำนี้แปลว่าอิสระเสรี แต่ต่อมาเห็นว่าไม่สวยงามจึงเติม ย ลงไปและกลายเป็นไทย เรื่องต่อมาภาษาซ่อนความหมายอะไรหลายๆอย่างเช่น สุภาษิตสอนหญิงที่ฟังไพเราะและแฝงแง่มุม เช่น การรักนวลสงวนตัวด้วย โบราณสอนว่า“แม้จะรักรักไว้ในอารมณ์ อย่ารักชมเกินหน้าเป็นราคี” ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงอาจสรุปได้ว่าเอกราชของชาติอยู่ที่ภาษา เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคนจึงควรรักษาภาษาของชาติ เพราะถ้าสิ้นภาษาก็สิ้นชาติ</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;">           วิทยากรคนต่อมาคือคุณพัชรินทร์ เศวตสุทธิพันธ์ หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวราชสำนัก อธิบายว่า ปัจจุบันการใช้ภาษาไทยกับสื่อมวลชนควรเลือกใช้คำให้ดี เพราะภาษาในข่าวต้องสั้น กระชับ และได้ใจความ หากเลือกใช้คำไม่ดีพอประโยคนั้นก็อาจมีความหมายผิดเพี้ยนตามไปด้วย การใช้คำราชาศัพท์กับการทำข่าวพระราชสำนักเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะต้องระวังการใช้ไม่ให้ผิดพลาด คำที่มักใช้ผิดคือ องค์ประธาน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ต้องเป็นคำว่าประธาน และต้องอ่านออกเสียง ร ล ให้ชัดเจน คุณสมบัติของผู้ประกาศได้แก่ ๑.อ่านหนังสือแตกฉาน อ่านได้รวดเร็ว จับใจความได้ มีไหวพริบปฏิภาณ เมื่อพบว่าผู้พิมพ์ พิมพ์ผิดพลาด ๒.สามารถแก้ไขคำผิดให้ถูกได้ทันที ๓.เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ๔.ออกเสียงภาษาไทยให้ชัดเจน  ๕.รับฟังการตักเตือนเมื่ออ่านผิด เหตุผลที่เลือกวันที่ ๒๙ ก.ค. เป็นวันภาษาไทยเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๙ ก.ค. ๒๕๐๒พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานวันกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งท่านมีอัจฉริยภาพในทางอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเรื่องปัญหาการใช้ภาษาไทย วันนี้จึงได้รับการขนานนามว่า ‘วันภาษาไทย’</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25871.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4485" title="ภาพคุณเกวลิน กังวานธนวัต,คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท และคุณเขมิอร วงส์ดีลาภ ผู้สื่อข่าว อสมท" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25871-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>สำหรับช่วงบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ ‘บทบาทสื่อมวลชนกับการใช้ภาษาไทย’ โดยคุณเกวลิน กังวานธนวัต,คุณโสภณ นวรัตนาพงษ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท และ      คุณเขมิอร วงส์ดีลาภ ผู้สื่อข่าว อสมท เริ่มบรรยายที่ความแตกต่างของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต จุดเด่นของงานโทรทัศน์คือภาพและเสียงซึ่งสื่อต่อผู้รับสารได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่นๆ แต่หากเป็นการถ่ายทอดสดข่าวที่จะออกไปสู่ผู้ชมจะต้องผ่าน ผู้สื่อข่าวไปยังกระบวนการเรียบเรียง/ตัดต่อ แล้วจึงไปยังผู้ประกาศข่าว สุดท้ายคือส่งไปยังผู้ชม หากใครสนใจที่จะทำงานในสายงานข่าว คงต้องถามก่อนว่า สนใจข่าวอะไร เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม พระราชสำนัก สิ่งแวดล้อม กีฬา  การเกษตร บันเทิง เป็นต้น  ต้องตอบตัวเองให้ได้ ทักษะของผู้สื่อข่าวที่สำคัญ ได้แก่ ๑.ความรู้ ความเข้าใจในข่าว ๒.การคิดวิเคราะห์ เรียบเรียงความคิด ๓.การจับประเด็น ๔. การสัมภาษณ์ ๕.การเขียนข่าว (ทักษะฟัง พูด อ่าน เขียน ต้องแตกฉาน) ๖.เทคโนโลยี ๗.ความรับผิดชอบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าภาษาข่าวเป็นภาษาที่ชัด ตรง ไม่เยิ่นเย้อและควรเลือกใช้คำให้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น คำว่าบอกว่า อ้างว่า กล่าวว่า อธิบายว่า ยอมรับว่า แถลงว่า อาจฟังดูมีความหมายคล้ายคลึงกัน แต่ความจริงแล้วใช้ในโอกาสที่แตกต่างกัน หลังจากให้ความรู้จบแล้ว ต่อมาเป็นการปฏิบัติการข่าวหรือเวิร์คช็อป โดยพี่ๆทั้งสามคน ให้น้องๆได้เขียนข่าวจากภาพที่กำหนดให้แล้วพี่ๆเขาก็แสดงความคิดเห็นต่องานชิ้นนั้นๆ  นอกจากนี้ทักษะของผู้ประกาศข่าวยังได้แก่ ๑.เข้าใจเรื่องที่อ่าน ๒.สมาธิ ๓.อ่านถูกอักขรวิธี ๔.ถ่ายทอดอารมณ์ได้ ๕.ความมั่นใจ ๖.แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เคล็ดลับการเป็นผู้ประกาศมืออาชีพคือการสั่งสมประสบการณ์ การเก็บข้อมูล หมั่นทำการบ้านและทำความเข้าใจกับข่าวที่อ่าน สุดท้ายเป็นกิจกรรมการปฏิบัติการประกาศข่าวโดยตัวแทนจากหลายสถาบัน ข่าวที่ให้ทดลองอ่านก็มีทั้งข่าวสังคม ข่าวพระราชสำนักและข่าวเศรษฐกิจ นักศึกษาที่เข้าร่วมทุกคนมีอาการตื่นเต้นและเกร็งอย่างชัดเจน  พี่ๆบอกว่า ครั้งแรกน้องๆทำได้แค่นี้ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว การเป็นผู้ประกาศข่าวต้องอาศัยการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ ดังนั้นเมื่อภาษาไทยเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย เราคนไทยจึงควรใช้ให้ถูกต้องและรักษาไว้ให้ชนรุ่นหลัง  ในช่วงสุดท้ายก่อนหมดเวลา พี่ๆอนุญาตให้น้องๆถามเรื่องที่อยากรู้หรือข้องใจในการบรรยายครั้งนี้ ปรากฏว่าถามตอบกันอย่างครึกครื้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2593.jpg"><img class="size-medium wp-image-4486 aligncenter" title="ภาพนิสิต-นักศึกษาได้ทดลองอ่านข่าวบนเวทีในช่วงปฏิบัติการ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2593-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #333399;">              การอบรมด่านสุดท้ายของวันนี้คือ การใช้ภาษาไทยกับรายการวิทยุ ช่วงแรกเป็นการฉายวีดีทัศน์ประวัติของวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย วิวัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบัน  ต่อมาเป็นการแนะนำผู้ประกาศคลื่นต่างๆของ อสมท พร้อมกับเคล็ดลับการใช้ภาษาไทยที่ดี ดีเจกบ จาก 95.00 ลูกทุ่งมหานคร    บอกว่า “การที่พี่พูดชัดเป็นเพราะติดมาจากการอัดรายการวิทยุและชอบอ่านป้ายโฆษณาตามทางแบบอัดสปอต ซึ่งถือเป็นการซ้อมทุกวัน” ดีเจต๊ะ จาก Seed97.50 บอกว่า “ถ้าอยากเป็นดีเจย่อมฝึกฝนได้ อะไรที่ทำได้ไม่ดี ย่อมฝึกฝนให้ดีได้” ดีเจแก้ว จากMet 107 บอกว่า “แก้วเป็นลูกครึ่ง แก้วจะติดพูดไทยคำอังกฤษคำ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้วเพราะฝึกฝนการพูดให้ชัด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน” สุดท้ายจาก 99.00 คลื่นเมืองไทยแข็งแรง โดยดีเจธรและดีเจชิต ดีเจธร บอกว่าผมมีปัญหาในการอ่านออกเสียง ร ล ไม่ชัดเจนเพราะผมลิ้นไก่สั้น ซึ่งผมการหมั่นฝึกอ่านหนังสือที่มี ร ล  เยอะๆ เพื่อเป็นการฝึกฝน ตอนนี้ทำได้แล้ว ด้านดีเจชิต บอกว่าปัญหาของตนคือพูดไม่ค่อยรู้เรื่องชอบรวบคำ พรสวรรค์เป็นเพียงบางส่วนของการใช้เสียงทำมาหากินแต่การมีพรแสวงย่อมดีกว่า ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ กิจกรรมต่อมาเป็นการบริหารอวัยวะด้วยการหัวเราะ โดยพี่หนูนา ดีเจคลื่น 99.00 คลื่นเมืองไทยแข็งแรง  น้องๆนักศึกษาทุกคนสนุกไปกับพี่หนูนา งานวิทยุกระจายเสียงจำเป็นต้องออกเสียงให้ชัดเจนเพราะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ฟังในการใช้ภาษาไทยต่อไป ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ ความตอนหนึ่งว่า  &#8220;&#8230;ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เอง เป็นสิ่งอันเป็นประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่า ตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่ต้องรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษา ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกัน เพื่อความวัฒนาของประเทศชาติ&#8230;&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25891.jpg"></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #333399;">           สำหรับผู้สนใจท่านใดที่พลาดกิจกรรมดีดี จาก อสมท ในปีนี้ ก็ขอให้ติดตามข่าวสาร กิจกรรมต่างๆของ อสมท ได้ทาง  www.mcot.net ค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/mcot-take/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่ดีกินดี ตามวิถีพอเพียง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/bang-pla-ma/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/bang-pla-ma/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jul 2011 07:42:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[บางปลาม้า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหมี่ตะลุ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กินดี]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามล้ม]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สุพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอยู่ดีมีสุข']]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[Bang Pla Ma]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4511</guid>
		<description><![CDATA[โครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า &#8216;โครงการอยู่ดีมีสุข&#8217; เป็นโครงการซึ่งเน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมุ่งให้ประชาชนและครอบครัวสามารถพึ่งตนเองได้ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในทุกๆกิจกรรม
เรื่อง : วิรงรอง พรมมี
ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา


ในวันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับวิถีชุมชนซึ่งเรียบง่ายภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือที่เรียกกันว่าโครงการอยุ่ดีมีสุข  บ้านหมี่ตะลุ่ม หมู่7 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมาที่นี่ที่เดียวก็จะได้สัมผัสโครงการดีๆมากมาย ได้แก่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>โครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า &#8216;โครงการอยู่ดีมีสุข&#8217; เป็นโครงการซึ่งเน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมุ่งให้ประชาชนและครอบครัวสามารถพึ่งตนเองได้ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในทุกๆกิจกรรม<span id="more-4511"></span></h3>
<p><em><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/Bang-Pla-Ma.jpg"></a>เรื่อง : วิรงรอง พรมมี</span></em></p>
<p><em><span style="color: #ff00ff;">ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></p>
<p><em><br />
</em></p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_1872.jpg"><img class="size-medium wp-image-4512 aligncenter" title="ภาพสวนมะนาวในศูนย์การเรียนรู้ฯ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_1872-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><span style="color: #800000;">ในวันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับวิถีชุมชนซึ่งเรียบง่ายภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือที่เรียกกันว่าโครงการอยุ่ดีมีสุข  บ้านหมี่ตะลุ่ม หมู่7 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมาที่นี่ที่เดียวก็จะได้สัมผัสโครงการดีๆมากมาย ได้แก่ โครงการกองทุนหมู่บ้าน ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอต้นแบบเฉลิมพระเกียรติฯ  ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน(กศน.อำเภอบางปลาม้า) โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล โครงการหมู่บ้านเขียวขจีดีเด่นระดับจังหวัดปี 2553 และโครงการอยู่ดีมีสุข โดยทุกโครงการที่ดิฉันกล่าวมาอยู่ในบริเวณเดียวกันหมดเลย  พื้นที่ของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ถูกแบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกผักสวนครัวและไม้ยืนต้น  เลี้ยงสัตว์ บ่อเลี้ยงปลา  สนามกีฬา  ศูนย์ประชุมหมู่บ้านและพื้นที่สาธิตทำปุ๋ยหมัก</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_18872.jpg"><img class="size-medium wp-image-4519 alignleft" title="ภาพต้นพริกในเเปลงสาธิตผักสวนครัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_18872-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>จากการเดินชมศูนย์การเรียนรู้ในวันนี้ทำให้ดิฉันรู้ว่าการเป็นนักปกครองที่ดีคือ การทำให้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐงอกเงยและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน ที่นี่มีพื้นที่ไม่มากแต่สามารถรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีประโยชน์ไว้ได้ครบถ้วน จุดนี้ทำให้ดิฉันเห็นถึงความสามารถของผู้ใหญ่บ้านที่สามารถแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว ก้าวแรกเมื่อลงจากรถตู้ตอนนั้นเวลาประมาณบ่ายสามโมง ฉันตื่นเต้นกับศูนย์การเรียนรู้ที่นี่เพราะฟังจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านว่า มีอะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่ลึกๆในใจก็แอบคิดว่าจะจริงหรือ ที่ที่เดียวจะรวมทุกอย่างไว้ได้จริงหรือ แต่ก็เป็นไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ใหญ่บอกมีอยู่จริง จุดแรกที่ไปดูคือป้ายประกาศเกียรติคุณหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะเรียงรายกันถึง 5  ป้ายอยู่หน้าศูนย์ฯ ถัดเข้าไปจะเป็นสนามฟุตบอลของหมู่บ้าน ฉันหันไปถามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่นำชมว่า “ ทำไมไม่มีคนเล่นเลยคะ” เขาตอบฉันว่า “เพราะยังไม่เย็นครับ คนเตะบอลเขารอแดดร่มจะได้ไม่ร้อนมากครับ” หากเดินต่อไปอีกนิดด้านหลังสนามฟุตบอลจะเป็นโรงเพาะเห็ดนางฟ้าที่ออกดอกบ้างไม่ออกบ้าง ถัดไปอีกจะเป็นเล้าเป็ดเล้าไก่ ฉันเห็นมันเดินขวักไขว่จิกอาหาร ที่พื้นก็มีไข่ของมันด้วย ถัดไปอีกเป็นบ่อปลา น้ำในบ่อนี้จะถูกใช้ตักมารดผักสวนครัว เขยิบไปอีกหน่อยจะเป็นแปลงปลูกผักสวนครัว ที่เห็นก็มีมะนาว พริกขี้หนู ใบกระเพรา ตะไคร้ ก็จำพวกผักที่ปลูกง่ายๆนั่นแหละ ซึ่งผู้ใหญ่บอกไว้ว่าผักพวกนี้ถ้าใครอยากกินก็สามารถเก็บไปกินได้เลย เพราะคนในชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน จากการสมัครสมาชิกในราคาหุ้นละ 100 บาท ต่อไปผู้ช่วยพาฉันไปดูหมูหลุม ระหว่างทางเป็นแนวทิวไผ่ ว้าว!มีหน่อไม้ด้วย บริเวณนี้ลมเย็นมาก ถึงแล้วเล้าหมูหลุมแต่น่าเสียดายที่เขาจับหมูไปแล้ว เลยเหลือแต่เล้าที่เต็มไปด้วยดินผสมขี้หมู ผู้ช่วยอธิบายต่อว่าดินนี้อุดมสมบูรณ์มากเพราะมาจากเศษผักที่ใช้เลี้ยงหมูกับขี้หมู ดินนี้เราจะตักไปใช้ปลูกต้นไม้ซึ่งทำให้ต้นไม้โตเร็วมาก สุดท้ายเราจะไปชมปุ๋ยหมักชีวภาพ ฉันเดินผ่านอาคารไม้สองชั้นใต้ถุนโล่งหลังหนึ่งด้วย ป้ายเขาเขียนว่า “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน(กศน.อำเภอบางปลาม้า)” พื้นที่ชั้นบนใช้เรียน แต่ชั้นล่างใช้ประชุมและสาธิตความรู้ใหม่ๆของคนในชุมชน ฉันรู้เพราะภาพถ่ายที่ถูกติดไว้บนกระดาน  ฉันเดินต่อไปนิดเดียวก็พบถังปุ๋ยหมักเกือบ10 ถัง เรียงใต้ถุนอาคารอีกหลังหนึ่ง “ขออนุญาตเปิดดูได้ไหมคะ” ฉันถามผู้ช่วย เขาพยักหน้าพร้อมกับตอบว่า “ได้ครับ” ฉันไม่รีรอ เปิดทันที  แว๊บแรกของความรู้สึกที่ได้กลิ่น “โอ้ว!พระเจ้า” เกินจะบรรยายจริงๆ มีหนอนด้วยตัวเล็กกว่านิ้วก้อยหน่อยนึง ฉันรีบปิดอย่างรวดเร็ว ผู้ช่วยหัวเราะฉัน นอกจากนี้พื้นที่ด้านหน้าสุดของศูยน์ยังมีอาคารปูนชั้นเดียวเป็นพื้นที่แสดงผลงานและรางวัลที่หมู่บ้านนี้เคยได้รับอีกด้วย น่าเสียดายนะคะที่วันนี้มาแต่ไม่ได้เห็นชาวบ้านทำสินค้าโอทอปที่ดัดแปลงจากสมุนไพรในท้องถิ่น เพราะการทำสินค้าแต่ละล็อตต้องมีใบสั่งของลูกค้าก่อน แล้วชาวบ้านก็จะมารวมตัวทำกันที่นี่<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_1925.jpg"><img class="size-medium wp-image-4515 aligncenter" title="ภาพเล้าเป็ดอีกอาชีพของชาวมะขามล้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_1925-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #800000;">การได้มาที่นี่ในวันนี้เพียงสองชั่วโมงช่างคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เพราะถือเป็นขุมทรัพย์ทางอาชีพ ทรัพยากร และปัญญา สิ่งดีๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดผู้นำที่ดีและมีวิสัยทัศน์อย่างผู้ใหญ่สุมิท โสมภีร์ ผู้ใหญ่บ้านหมี่ตะลุ่ม หมู่7 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี  สุดท้ายเหนือสิ่งอื่นใดที่คนไทยทั้งชาติอยู่ในแผ่นดินนี้อย่างมีความสุขก็ด้วยพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นผู้นำ เป็นพ่อ เป็นครู เป็นนักคิด เป็นนักปราชญ์ เป็นอัจฉริยะในทุกๆด้าน ที่ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่แก่ชาวไทย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/bang-pla-ma/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสุขจากการให้ แรงบันดาลใจจากในหลวง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2011 08:39:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ชินคอร์ป]]></category>
		<category><![CDATA[การให้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาด]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรฒ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[อินทัช]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จ.เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[www.intouchcompany.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4430</guid>
		<description><![CDATA[การอ่านวรรณกรรมไทยที่มีคุณค่า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ &#8220;ให้&#8221;แล้วสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นภาพวาด  เป็นหัวใจของโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่  5&#8243; ที่ บ.ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรักการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านวรรณกรรมที่ให้ข้อคิดสอนใจและทำให้เกิดปัญญา สร้างสรรค์สังคม
เรื่อง  วิรงรอง  พรมมี
ภาพ  พงษ์พันธ์  พวงพิลา

            [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #0000ff;">การอ่านวรรณกรรมไทยที่มีคุณค่า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ &#8220;ให้&#8221;แล้วสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นภาพวาด  เป็นหัวใจของโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่  5&#8243; ที่ บ.ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรักการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านวรรณกรรมที่ให้ข้อคิดสอนใจและทำให้เกิดปัญญา สร้างสรรค์สังคม</span><span id="more-4430"></span></h4>
<p><em><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="color: #333333;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/intouch1.jpg"></a>เรื่อง  วิรงรอง  พรมมี</span></strong></span></em></p>
<p><em><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="color: #333333;">ภาพ  พงษ์พันธ์  พวงพิลา</span></strong></span></em></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2222.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4431" title="ภาพการเเถลงข่าวโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณกรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเเละคุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร อินทัช กรุ๊ป" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2222-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span style="color: #000080;">            วรรณกรรมไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ปัจจุบันเด็กไทยลดความนิยมในการอ่านวรรณกรรมไทย อาจด้วยจากกระแสหนังสือที่มาจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่กำลังตีตลาดหนังสืออยู่ในขณะนี้ ดังนั้นทาง บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ได้จัดกิจกรรมการอ่านบันดาลใจสู่ภาพศิลป์กับโครงการ &#8220;จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 5&#8243; ในหัวข้อ ‘ความสุขจากการให้’ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘พระองค์ทรงเป็นผู้ให้แก่ปวงชนชาวไทย’ ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติ์จากศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี   ศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ร่วมแถลงข่าวในพิธีเปิดโครงการครั้งนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF6500.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4433" title="ภาพ เด็ก2 คนสวมใส่ชุดชาวเขาประจำเผ่า กำลังอ่านหนังสือวรรณกรรมไทย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF6500-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;">           เพราะการอ่านทำให้เกิดปัญญา ด้วยเหตุนี้โครงการการประกวดภาพวาดจากวรรณกรรมไทย ‘จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัชปีที่ 5 ’จึงเกิดขึ้นเพื่อเชิดชูและสืบสานความเป็นไทยซึ่งเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมไทยด้วยการกระตุ้นให้เยาวชนรักการอ่าน ภาคภูมิใจในความเป็นไทย สามารถนำประโยชน์และความรู้ที่ได้รับจากการอ่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม โดยหัวข้อการประกวดในปีนี้คือ ‘ความสุขจากการให้’ เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้ เป็นสังคมที่มีความสุขอันเกิดมาจากการเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การให้ความรัก การให้ทาน การให้โอกาส การให้อภัย การให้เหล่านี้จะนำมาซึ่งมิตรภาพ ความสุข รอยยิ้มโดยสามารถเกิดแก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          นอกจากนี้ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจมากมายนานับประการที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ ถือเป็นตัวอย่างที่เราควรดำเนินรอยตาม ด้วยการ&#8221;ให้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2270.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4434" title="ภาพ นางสาวเชอเกลอ แบ่แหย่ กับผลงานภาพวาดในหลวงที่ผสมผสานงานศิลป์กับการนำเศษวัสดุเหลือใช้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2270-300x225.jpg" alt="" width="254" height="200" /></a>          นางสาวเชอเกลอ แบ่แหย่ อายุ 18 ปี ชาวเผ่าอาข่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30  จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   กล่าวว่า “ภาพนี้มีชื่อว่า ‘น้ำพระทัยไหลริน สู่แดนผา’ เป็นการใช้จินตนาการร่วมกันของ 5 ชนเผ่า มีดังนี้ จีนฮ่อ ไทลื้อ อาข่า ไทยใหญ่และเย้า โดยเป็นผลงานศิลปะสื่อผสม และไม่ได้อ้างอิงมาจากวรรณกรรมเล่มใดนะคะ  เป็นการใช้จินตนาการเรื่องการให้ของในหลวงมาถ่ายทอดว่าแต่ละเผ่าได้รับอะไรบ้างจากในหลวง ในหลวงท่านให้อะไรแก่พวกเราบ้าง ก็นำสิ่งเหล่านั้นมารวมกันจึงเกิดมาเป็นภาพนี้ เราได้ใช้เวลาวาดภาพนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ ความยากของภาพนี้อยู่ที่รูปของในหลวงค่ะ เพราะต้องทำให้คล้ายมากที่สุดและก็ต้องพิถีพิถันมากๆ” โดยการแสดงฝีมือการวาดภาพก็มาเป็นปีแรกด้วย แต่จะนำโครงการนี้ไปบอกต่อกับเพื่อนๆให้ส่งภาพเข้าประกวดเยอะๆค่ะ สุดท้ายนี้สิ่งที่ได้เหนือสิ่งใดๆคือได้แสดงความรู้สึกรักในหลวงออกมาเป็นภาพค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2230.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4441" title="ภาพ การถ่ายภาพหมู่ของผู้จัดทำโครงการเเละเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_2230-300x225.jpg" alt="" width="277" height="208" /></a>           แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงของเรา จะทรงเป็นแบบอย่างของการให้  แต่โครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านหรือบทพระราชนิพนธ์แต่อย่างใด   เยาวชนที่สนใจเข้าประกวดสามารถไปอ่านและคัดเลือกวรรณกรรมไทยเรื่องใดก็ได้ที่ตนเองชื่นชอบ แล้วคัดบางช่วงบางตอนมา ใช้จินตนาการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดให้ตรงตามนั้น  สิ่งที่ได้รับจากการประกวดนี้มิได้มีเพียงแค่เงินรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สำหรับรางวัลชนะเลิศอีกด้วย  ซึ่งการประกวดได้แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษา 4-6, มัธยมตอนต้น, มัธยมตอนปลายและอุดมศึกษา ที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ภาพวาดที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจะถูกนำมาประมูลหารายได้สมทบมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตน </span><span style="color: #000080;">ราชสุดาฯ  เพื่อช่วยเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เป็นการแบ่งปันไปยังผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาอีกชั้นหนึ่ง  หากผู้ใดสนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.intouchcompany.com เพื่อร่วมก้าว   เข้าสู่สังคมที่มีความสุขจากการให้กันค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

