<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2010 11:00:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>&#8216;ไต้หวัน&#8217;&#8230;เทรนด์ทำดีไม่หวังผลตอบแทน!!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/uncategorized/mr-hu-huang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/uncategorized/mr-hu-huang/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2010 10:58:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ชรา]]></category>
		<category><![CDATA[บำนาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูไนเต็ด เวย์ ออฟ ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ร่ำรวย]]></category>
		<category><![CDATA[สมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต]]></category>
		<category><![CDATA[ทหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซินผู่]]></category>
		<category><![CDATA[นายหู โส่วหวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เฉิน สวี่ฉู]]></category>
		<category><![CDATA[mr-hu-huang]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2787</guid>
		<description><![CDATA[ เรื่องที่ฟังแล้วไม่น่าเป็นไปได้ ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ที่ไต้หวัน ซึ่งรายงานข่าวของเอเอฟพีบอกว่า ตอนนี้กำลังเกิดเทรนด์ใหม่ในสังคมคนใจบุญที่ไต้หวัน ที่เริ่มมีคนหันมาบริจาคเงินบริจาคสมบัติให้การกุศล หรือ คนที่ด้อยโอกาสกว่า โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง คำสรรเสริญ เยินยอหรือแม้แต่ อยากได้บุญ แต่ทำไปเพราะหัวใจที่อยากให้ และอยากช่วยจริงๆ!! ยังมีอีกด้วยหรือ คนที่ยอมอยู่อย่างอดออม และยอมยกสมบัติทุกสิ่งทุกอย่างให้คนอื่นเอาไปใช้ 
          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800000;"> เรื่องที่ฟังแล้วไม่น่าเป็นไปได้ ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ที่ไต้หวัน ซึ่งรายงานข่าวของเอเอฟพีบอกว่า ตอนนี้กำลังเกิดเทรนด์ใหม่ในสังคมคนใจบุญที่ไต้หวัน ที่เริ่มมีคนหันมาบริจาคเงินบริจาคสมบัติให้การกุศล หรือ คนที่ด้อยโอกาสกว่า โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง คำสรรเสริญ เยินยอหรือแม้แต่ อยากได้บุญ แต่ทำไปเพราะหัวใจที่อยากให้ และอยากช่วยจริงๆ!! </span><span style="color: #800000;">ยังมีอีกด้วยหรือ คนที่ยอมอยู่อย่างอดออม และยอมยกสมบัติทุกสิ่งทุกอย่างให้คนอื่นเอาไปใช้ <span id="more-2787"></span></span></h3>
<h4><span style="color: #800000;"> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/09/mr-hu-huang.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2911" title="รูปนายหู โส่วหวง นั่งอยู่ในบ้านที่ซอมซ่อ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/09/mr-hu-huang.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a>         นายหู โส่วหวงอดีตทหารวัย88 แม้จะอาศัยอยู่ในบ้านเช่าซอมซ่อที่เมืองซินผู่ แต่ชายชราก็ยังเต็มใจยกสมบัติทั้งหมด รวมมูลค่าราว 978,000 บาท) ให้แก่กลุ่มเด็กกำพร้า ที่ไม่มีคนในครอบครัวเหลืออยู่เลย</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          &#8220;เงินควรจะถูกมอบให้แก่คนที่ต้องการใช้เงินนั้นจริงๆผมแก่แล้ว ลำพังแค่เบี้ยบำนาญประจำเดือนที่รัฐบาลให้เดือนละ13,692 บาท ผมก็อยู่ได้แล้ว&#8221;</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          นายหูเป็นตัวอย่างหนึ่งของรูปแบบใหม่ในการทำการกุศลที่ไต้หวัน ที่คนพอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวยมากมายได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า </span><span style="color: #800000;">ที่น่าชื่นชมยกย่องก็คือ คนเหล่านี้บริจาคด้วย &#8220;หัวใจ&#8221; ที่อยากช่วยผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง หรือแม้แต่บุญ</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          ทั้งนี้ มีกลุ่มผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าเทรนด์นี้น่าจะเกิดขึ้นมาจากข่าวของ เฉิน สวี่ฉู แม่ค้าขายผัก วัย 50 เศษ ที่ได้บริจาคเงินถึง 10 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว10,106,000 บาท) ให้การกุศล โดยเงินส่วนใหญ่ได้นำไปมอบเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          ที่จริง ก่อนจะกลายเป็นข่าวใหญ่ เฉิน สวี่ฉู ได้บริจาคเงินเงียบๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี แต่แล้วเธอก็กลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาตูมใหญ่ เมื่อมีชื่อติดอยู่ใน 100  บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปีนี้</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          &#8220;ผมก็ตัดสินใจบริจาคเงินเพราะเธอ ผมมานั่งคิดว่า ในเมื่อผู้หญิงอย่าง เฉิน สวี่ ฉู ยังสามารถทำสิ่งดีๆ ได้มากมาย ทำไมผมจะทำบ้างไม่ได้&#8221; นายหูบอกกับนักข่าวในบ้านที่มี</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          เพียงวิทยุเครื่องเดียว เป็นสิ่งให้ความบันเทิง หู ยวี่ ฟาง เจ้าหน้าที่ยูไนเต็ด เวย์ ออฟ ไต้หวัน องค์กร ให้ความช่วยเหลือคนพิการ เล่าว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางองค์กรก็ได้รับเงินบริจาคเพิ่มมากขึ้นกว่า 1 ใน 3 คิดเป็นเงินกว่า 100,000 เหรียญไต้หวัน</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">         &#8220;เรื่องของคุณเฉิน ช่วยปลุกกระแสให้คนจำนวนมากรู้สึกว่า ถึงแม้พวกเขาไม่รวย แต่เงินจำนวนน้อยนิดของพวกเขาก็อาจจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นอย่างมาก&#8221;</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          ด้านฟิลลิส เหวินนักสังคมสงเคราะห์อาวุโสของมูลนิธิกองทุนเพื่อครอบครัวและเด็กในเมืองไถจง &#8220;คุณเฉินเปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ ที่ได้หยั่งรากลึกลงไปในหัวใจของคนมากมาย อิทธิพลของเธอนั้นส่งผลขจรขจายไปไกลมาก&#8221;</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          เรื่องราวของแม่ค้าขายผักผู้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงาม เธอเกิดในครอบครัวยากจนที่มีด้วยกัน 8 ชีวิต และใช้เวลาทั้งชีวิตทำงานถึงวันละ 18 ชั่วโมง ขณะที่มีความเป็นอยู่และกินอยู่อย่างเรียบง่าย แต่ได้บริจาคเงินให้การกุศล เพื่อช่วยเหลือคนอื่นอย่างเงียบๆมาตลอด</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          เคยมีนักวิเคราะห์พยายามค้นหาแรงจูงใจว่า อะไรที่ทำให้เธอทำสิ่งดีงามมาได้ยาวนานขนาดนี้ก็ได้รับคำตอบจากหญิงใจบุญว่า&#8230;</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          &#8220;ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยคนอื่น&#8221;เป็นคำตอบที่ ฉาง เว่ย อัน นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยซิงหัว ให้ความเห็นว่า&#8230; &#8220;นี่แหละที่น่าทึ่งและแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของเธอ เพราะในขณะที่มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่บริจาคเงิน ช่วยเหลือคนยากเพื่อหวังหน้าตา ชื่อเสียง หรือไม่ก็ด้วยเหตุผลความเชื่อทางศาสนา แต่คุณเฉินเธอทำโดยไม่หวังอะไรเลย และทำมานานถึง 47 ปี&#8221;</span></h4>
<h4><span style="color: #800000;"> </span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">         </span></h4>
<h4><span style="color: #800000;"> </span></h4>
<h4><span style="color: #800000;"> </span></h4>
<h4><span style="color: #800000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/uncategorized/mr-hu-huang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วรวุฒิ ชุมวรฐายี แพทย์ตัวอย่างภาคใต้&#8217;ความกลัวไม่ใช่อุปสรรคทำหน้าที่&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 03:18:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวมุสลิม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมพร]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[พยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[กะพ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษายาวี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[มอ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[วรวุฒิ ชุมวรฐายี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[From Basic Science to Clinical Practice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2887</guid>
		<description><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศผลรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2553 ปรากฏชื่อของ นายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายีแพทย์ประจำโรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี
         จะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในการประชุมวิชาการประจำปี คณะแพทยศาสตร์ ครั้งที่ 26 &#8220;จากวิทยาศาสตร์พื้นฐานสู่งานเวชปฏิบัติ&#8221; (From Basic Science to Clinical [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #333300;">คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศผลรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2553 ปรากฏชื่อของ นายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายีแพทย์ประจำโรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี</span><span id="more-2887"></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Worawut.jpg"><img class="size-full wp-image-2888 aligncenter" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายี แพทย์ตัวอย่างภาคใต้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Worawut.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a><br />
         <span style="color: #000080;">จะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในการประชุมวิชาการประจำปี คณะแพทยศาสตร์ ครั้งที่ 26 &#8220;จากวิทยาศาสตร์พื้นฐานสู่งานเวชปฏิบัติ&#8221; (From Basic Science to Clinical Practice) วันที่4 สิงหาคมนี้ ที่ห้องประชุมทองจันทร์ หงส์ลดารมภ์ คณะแพทยศาสตร์ (มอ.)<br />
เรื่องราวของหมอหนุ่มผู้นี้เริ่มต้นขึ้นหลังเรียนจบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เมื่อปี 2547 ซึ่งตามธรรมเนียมหลังการเรียนจบต้องเลือกโรงพยาบาลที่จะไปเป็นแพทย์ประจำ<br />
          นายแพทย์วรวุฒิ ตัดสินใจเลือก &#8220;โรงพยาบาลกะพ้อ&#8221;ซึ่งอยู่ถึง จ.ปัตตานี เพราะขณะนั้นอำเภอกะพ้อ มีข่าวการก่อความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทบจะไม่มีใครกล้าเลือกที่จะเดินทางไปปฏิบัติงาน<br />
การตัดสินใจครั้งนั้นได้รับการขอร้องจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะพ่อและแม่ ขอร้องให้ไปเป็นหมอที่อื่น แต่คำตอบกลับของหมอหนุ่มผู้นี้เป็นคำตอบที่ไม่มีใครทัดทานได้</span></h3>
<h4><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2891" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิกำลังตรวงรักษาเด็กอ่อน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor-300x227.jpg" alt="" width="300" height="227" /></a><br />
        &#8220;โรงพยาบาลอื่นมีหมอหลายคนอยากไปแล้ว แต่โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมีน้อยคนนักที่อยากไป ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยงจะเป็นอย่างไร เมื่อเขาเจ็บป่วยจะทำอย่างไรถ้าพวกเขาไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น&#8221;<br />
          คุณหมอวรวุฒิ เป็นคนจังหวัดชุมพรโดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเข้าเรียนต่อแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จบการศึกษาเมื่อปี 2547 หลังเรียนจบเริ่มปฏิบัติงานเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะปีแรกที่โรงพยาบาลปัตตานี ใช้ทุนปีที่ 2 ที่โรงพยาบาล &#8220;กะพ้อ&#8221; ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง มีประชากรประมาณ 16,000 คน อยู่ในพื้นที่ อำเภอกะพ้อจังหวัดปัตตานี<br />
          คนส่วนใหญ่ที่นี่มีอาชีพเกษตรกรรม นับถือศาสนาอิสลามคือ ร้อยละ98 ส่วนร้อยละ 2 เป็นไทยพุทธ ปกติจะมีผู้ป่วยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลเฉลี่ย 160 คนต่อวัน มีแพทย์ประจำ 2 คน ทันตแพทย์2 คน พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่อื่นๆ รวมทั้งหมด 86 คน ทุกคนเต็มที่กับการทำงาน ร่วมแรงร่วมใจพัฒนางานจนทำให้โรงพยาบาลกะพ้อ ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล (HA)ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 โดยเน้นให้บริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์<br />
          &#8220;ผมถือเป็นคนแรกที่เลือกไปทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ ซึ่งเหตุการณ์ในพื้นที่ขณะนั้นค่อนข้างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ผมรู้จักอำเภอกะพ้อก็จากข่าวยิงถล่มโรงพัก ตามด้วยเหตุการณ์ยิงคนสวนของโรงพยาบาลจนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันกำหนดเลือกสถานที่ใช้ทุนของผม&#8221;เสียงบอกเล่าเนิบนาบเป็นเรื่องธรรมดา<br />
          &#8220;ครั้งแรกที่เลือกมาทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ ยอมรับว่ามีความกังวลพอสมควร ว่าจะทำงานใช้ทุนครบ 2 ปี ได้หรือไม่ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และความแตกต่างด้านภาษา ศาสนา ความเชื่อ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของอำเภอกะพ้อนับถือศาสนาอิสลาม แต่ยังมีความอุ่นใจว่ามีพี่ผู้อำนวยการ คือ นายแพทย์เดชา แซ่หลี นับถือศาสนาพุทธท่านทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อนานหลายปี ที่สำคัญคือได้รับความไว้วางใจและยอมรับจากชาวกะพ้อเป็นอย่างดี ผมได้ยึดแบบอย่างที่ดีมาใช้ในการทำงาน เช่น ความเสียสละ การดูแลผู้ป่วยด้วยยึดหลักความเป็นมนุษย์ผมยึดหลักนี้ในการทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อตลอด 6 ปี&#8221;<br />
          คำบอกเล่าของคุณหมอทำให้ทราบว่าวันแรกที่เข้าทำงานในโรงพยาบาล สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คือ ความอบอุ่นและความจริงใจคุณหมอเล่าว่าถึงแม้มาอยู่ที่นี่ จะต่างกันด้านภาษา ศาสนา แต่ก็ช่วยเหลือและคอยเป็นกำลังใจให้กัน ให้ความเป็นกันเอง คอยช่วยเหลือทุกอย่าง โดยเฉพาะการตรวจผู้ป่วยในช่วงแรก<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2889" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิ นั่งสนทนาในห้องกับนางพยาบาล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor3-300x230.jpg" alt="" width="300" height="230" /></a><br />
          &#8220;ส่วนใหญ่ชาวมุสลิมพูดภาษายาวี ทำให้การสื่อสารติดขัด แต่ก็ได้พี่ๆพยาบาลและเจ้าหน้าที่คอยเป็นล่ามแปลให้ ซึ่งความรู้ภาษายาวีของผมนั้นแค่งูๆ ปลาๆ ซักถามได้แค่อาการเบื้องต้น พอลงรายละเอียดในแต่ละโรคบรรดาเมาะ (ยาย-ย่า) และเปาะจิ (ตา-ปู่) ต่างสรรหาคำพูดมาให้เรานั่งสับสน ต้องให้พี่พยาบาลมาช่วย แต่ผมพยายามจำคำศัพท์ให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นแปล อีกทั้งยังเป็นการลดช่องว่างระหว่างผมกับผู้ป่วยอีกด้วย&#8221;<br />
ที่สำคัญคุณหมอบอกว่า ต้องขอบคุณบรรดาพี่ๆ ที่เป็นหมอหลายคนและคุณหมอศิริพรที่มอบมรดกล้ำค่า&#8221;ตำราภาษายาวีอย่างง่ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์&#8221;ไว้ให้ก่อนไปเรียนต่อ ทำให้ได้หัดอ่าน หัดพูดคุณหมอวรวุฒิ เล่าถึงการทำงานในวันวาน ว่าระยะแรกๆ หลังเลิกงานแล้ว เงียบมาก ร้านอาหารก็ไม่มี น้องๆ พยาบาลที่หอพักคงเข้าใจ มาชวนไปกินข้าวมื้อเย็น ซึ่งทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกับทุกคนไปด้วย และทำให้คลายความเหงาได้บ้าง<br />
        &#8220;การอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ทั้งขณะทำงาน รวมทั้งชีวิตหลังเลิกงานล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานอย่างมีความสุข ท่ามกลางการทำงานในพื้นที่สีแดง&#8221; คำกล่าวของหมอหนุ่มเพราะครอบครัวของคุณหมอนั้นไม่เห็นด้วยที่จะไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ทุกคนลงความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงถึงขนาดนั้นและขอให้ย้ายกลับไปทำงานที่จังหวัดชุมพร<br />
        &#8220;ทุกครั้งที่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นและปรากฏในสื่อต่างๆ พ่อกับแม่จะนอนไม่หลับทุกครั้ง แต่สำหรับผมแล้วคนในพื้นที่ไม่ได้น่ากลัว หรือโหดร้ายอย่างที่ว่ากัน ถึงแม้เขาจะแตกต่างทั้งภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต แต่เป็นคนไทยเหมือนกัน อีกทั้งพวกเขายังขาดโอกาสในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่เลือกเรียนแพทย์แล้วว่าอยากดูแลรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนโอกาสในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้&#8221;<br />
          โดยปกติแล้วทุกวันนี้ ผู้คนมักจะคิดว่าถ้าเลือกทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆมีชื่อเสียง จะมีโอกาสก้าวหน้าทางด้านการงาน แต่สำหรับหมอวรวุฒิแล้ว เขาเห็นว่าโรงพยาบาลเล็กๆ ทำให้ได้รับโอกาสต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องการทำงาน การเรียนรู้งานหลายอย่าง นอกจากการตรวจรักษาผู้ป่วยเพราะการเป็นแพทย์ประจำเพียงคนเดียวต้องรับงานด้านคลีนิคเกือบทุกคลีนิค ทำให้ต้องค้นคว้าหาความรู้เข้าร่วมประชุมวิชาการอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำความรู้ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ ต้องทำงานพัฒนาคุณภาพอย่างอื่น เช่น งานควบคุมการติดเชื้องานวิชาการ และประชาสัมพันธ์ งานเวชระเบียน ซึ่งไม่ได้มีในตำราแพทย์<br />
อีกด้าน คือ การทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งงานด้านนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากมายและหาไม่ได้ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เช่น ได้รับการยอมรับและความศรัทธาจากชาวบ้าน ได้เข้าร่วมกิจกรรมในงานสำคัญทางศาสนาอย่างเทศกาลถือศีลอด วันฮารีรายอ งานเข้าสุหนัต งานแต่งงาน งานบุญในหมู่บ้าน ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดความคุ้นเคยและสร้างความเป็นกันเอง ยอมรับถึงความแตกต่างที่มีต่อกันอย่างกลมกลืน<br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2890" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิตรวจรักษาผู้ป่วยหญิง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor2-300x230.jpg" alt="" width="300" height="230" /></a>         &#8220;โรงพยาบาลกะพ้อมีหมอสองคนมาตลอด ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ ผู้ป่วยนอก 80 คนต่อวัน ถือว่าเยอะแล้ว แต่วันนี้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็นทวีคูณ เฉลี่ย 160 คนต่อวัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องมาช่วยตรวจตลอดทั้งวัน และบ่อยครั้งที่หมอวรวุฒิต้องตรวจคนเดียว &#8220;มีคนเคยถามผมว่าเหนื่อยไหม? ที่ต้องตรวจผู้ป่วยทั้งวันผมจะตอบว่าเหนื่อยแค่กาย นอนพักตื่นมาก็หาย แต่หมอไม่เคยเหนื่อยใจเลย ซึ่งความรู้สึกนี้ผมว่าคงไม่ต่างกับผู้อำนวยการที่ต้องอยู่คนเดียวเวลาที่ผมไปประชุม และสิ่งที่ทำให้ผมอยากทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ คือความผูกพัน ไม่ว่าความผูกพันกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ความผูกพันระหว่างญาติกับผู้ป่วย<br />
          &#8220;มีตัวอย่างคนไข้มาเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจทุกวันที่มาทำงาน ผู้ป่วยติดเชื้อระยะสุดท้ายเป็นผู้ป่วยชาย มีลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ไม่ได้รับเชื้อ และภรรยาเป็นคนมารับยาตลอด ผมดูแลครอบครัวนี้มาตั้งแต่เริ่มทำงาน จนวันสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เขาพูดว่า &#8216;ถ้าลูกชายโตขึ้นและมีบุญได้เรียนสูงๆ อยากให้ลูกเรียนแพทย์เหมือนกับหมอ ที่ดูแลและเข้าใจเขามาตลอด&#8217; ผมยิ้มทั้งน้ำตาแล้วบอกว่า ถึงแม้ว่าจะทำงานอะไร ขอให้เขาโตขึ้นเป็นคนดีและรับผิดชอบต่อสังคมก็เพียงพอแล้ว&#8221;<br />
          ยังมีเรื่องเล่าอีก ว่าครั้งหนึ่งคุณหมอได้เป็นผู้ป่วย เพราะเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ต้องมาอยู่เวรที่โรงพยาบาล และต้องตรวจคนไข้ไปด้วย ขณะที่ตัวเองนั้นมีสายน้ำเกลือคาอยู่ที่มือ หลังจากนั้นช่วงบ่าย มีหมออีกคนช่วยอยู่เวรแทน ทำให้ได้พักผ่อนที่ห้องพิเศษ ระหว่างนั้นมีผู้ป่วยรายหนึ่งป่วยด้วยโรคหัวใจวายชนิดรุนแรง มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ ขาบวม ทำให้ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา เมื่อผู้ป่วยรายนี้ทราบว่าหมอวรวุฒิไม่สบายได้พูดกับพยาบาลว่า &#8220;ถ้าผมเดินไหว ผมจะเดินไปเยี่ยมหมอ&#8221;"พยาบาลมาเล่าเรื่องของผู้ป่วยรายนี้ให้ฟัง ผมจึงเกิดคำถามว่าทั้งๆ ที่เรายังพอมีแรงเดินได้ ทำไมเราไม่ไปเยี่ยมเขา จึงตัดสินใจไปเยี่ยมผู้ป่วยรายนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่สบายอยู่ ทำให้เข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นว่าความเจ็บป่วยนั้นมันทรมานเหลือเกิน ขนาดเราไม่สบายด้วยโรคไข้เลือดออก ยังรู้สึกทรมานมากขนาดนี้ แล้วผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องนอนรอความตาย เขาต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดมากกว่าอีกกี่ร้อยพันเท่า&#8221;<br />
           หมอวรวุฒิบอกถึงความรู้สึก ว่าหากถามว่าคิดจะออกนอกพื้นที่หรือไม่?คงมีเหตุผลเดียวที่ต้องย้าย คือกลับไปดูแลครอบครัวที่จังหวัดชุมพรเนื่องจากพ่อแม่อายุมากแล้ว ซ้ำยังมีโรคประจำตัว แต่โชคดีที่ขณะนี้ พี่ๆน้องๆ ช่วยกันดูแล ทำให้สามารถทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อได้อย่างเต็มที่<br />
        &#8220;ในความคิดของผม การทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลชุมชน ต่างมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ส่วนรางวัลตอบแทนที่ได้มา ก็เป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นทำงานในพื้นที่ต่อไป แม้จะต้องมาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายแต่ไม่เคยคิดว่านั่นเป็นอุปสรรคในการทำงาน&#8221;<br />
          คุณหมอเจ้าของรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ตบท้ายว่า&#8230;&#8221;คุณค่าของวิชาชีพแพทย์ คือ การได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ และเป็นวิชาชีพที่สามารถสร้างความดีได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องดิ้นรนหรือแสวงหาโอกาส&#8221;&#8211;จบ&#8211;</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;7อาชีพ&#8217;เด็ดไม่ต้องเรียนก็ทำได้</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/photography/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/photography/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Aug 2010 13:55:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรีแลนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ่ายรักษาความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์เชิงปริมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สืบเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[เพย์สเกล]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าหน้าที่สืบสวน]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[payscale]]></category>
		<category><![CDATA[Photography.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2868</guid>
		<description><![CDATA[ ใช่ว่าถนนสายอาชีพจะเปิดกว้างไว้สำหรับต้อนรับแต่นักศึกษาใหม่ป้ายแดง ที่มีปริญญาจากสถาบันเก๋ๆ มาประดับบารมีเท่านั้น เพราะอย่างน้อยยังมีอีกหลายอาชีพที่เปิดกว้างไว้อ้าแขนรับแรงงานที่ไม่ได้ร่ำเรียนสูง หรือมีชื่อสถาบันชื่อดังห้อยท้าย
          ล่าสุด อัล ลี ผู้อำนวยการด้านการวิเคราะห์เชิงปริมาณ จากเพย์สเกล (payscale) ได้คัด 7 อาชีพสุดเก๋ที่ไม่ว่าใครก็สามารถกระโจนใส่ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาร่ำเรียนให้เหนื่อย แถมยังรายได้งามอีกต่างหาก เพียงแต่ใครที่รักจะเดินบนทางลัดนี้ ก็ต้องแลกด้วยการขวนขวายและหมั่นเสริมเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง

          อาชีพแรกที่ลีนำเสนอคือ &#8220;ช่างภาพฟรีแลนซ์&#8221; ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการอะไรมาก ขอเพียงแค่อาศัยไหวพริบกดชัตเตอร์ถ่ายภาพตามที่ได้รับมอบหมายให้โดนใจลูกค้าเป็นพอ
          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2> <span style="color: #000080;">ใช่ว่าถนนสายอาชีพจะเปิดกว้างไว้สำหรับต้อนรับแต่นักศึกษาใหม่ป้ายแดง ที่มีปริญญาจากสถาบันเก๋ๆ มาประดับบารมีเท่านั้น เพราะอย่างน้อยยังมีอีกหลายอาชีพที่เปิดกว้างไว้อ้าแขนรับแรงงานที่ไม่ได้ร่ำเรียนสูง หรือมีชื่อสถาบันชื่อดังห้อยท้าย<span id="more-2868"></span></span></h2>
<h4><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Photography.1.jpg"></a>      </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Photography..jpg"></a><span style="color: #000080;">    ล่าสุด อัล ลี ผู้อำนวยการด้านการวิเคราะห์เชิงปริมาณ จากเพย์สเกล (payscale) ได้คัด 7 อาชีพสุดเก๋ที่ไม่ว่าใครก็สามารถกระโจนใส่ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาร่ำเรียนให้เหนื่อย แถมยังรายได้งามอีกต่างหาก</span><span style="color: #000080;"> เพียงแต่ใครที่รักจะเดินบนทางลัดนี้ ก็ต้องแลกด้วยการขวนขวายและหมั่นเสริมเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/imagesCAGIFKTH1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2871" title="ช่างภาพกำลังยืนถ่ายรูป" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/imagesCAGIFKTH1.jpg" alt="" width="197" height="256" /></a></span></h4>
<h4><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/imagesCAGIFKTH.jpg"></a>          อาชีพแรกที่ลีนำเสนอคือ &#8220;ช่างภาพฟรีแลนซ์&#8221; ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการอะไรมาก ขอเพียงแค่อาศัยไหวพริบกดชัตเตอร์ถ่ายภาพตามที่ได้รับมอบหมายให้โดนใจลูกค้าเป็นพอ</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">          ถัดมาคือ &#8220;นักสืบเอกชน หรือ เจ้าหน้าที่สืบสวน&#8221; งานนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ขอเพียงแค่คุณเป็นคนที่มีตาเป็นสับปะรด หูเป็นเรดาร์ บวกกับความรู้ด้านจิตวิทยานิดๆ รับรองว่ารุ่ง เช่นเดียวกับอีกสองอาชีพที่เน้นทักษะล้วนๆ นั่นคือ อาชีพช่างซ่อมลิฟต์ และเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ตอนนี้หลายประเทศกำลังหันมาตามกระแสผุดโรงงานนิวเคลียร์กันใหญ่เพียงแต่ว่าใครที่สนใจจะทำอาชีพนี้ อาจต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนสักหน่อย</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/a975dd2a9376b50f58c2044d14569cbe.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2872" title="รูปนักสืบถือแว่นขยายไว้ที่ดวงตา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/a975dd2a9376b50f58c2044d14569cbe-264x300.jpg" alt="" width="185" height="168" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/ATC.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2874" title="เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศในห้องปฎิบัติการ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/ATC-300x199.jpg" alt="" width="168" height="169" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Intersec-2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2873" title="เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิง2คนยืนทำความเคารพพร้อมถือกระบอง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Intersec-2-300x200.jpg" alt="" width="188" height="157" /></a></span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">          </span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">      ปิดท้ายด้วย 3 อาชีพสุดชิลที่ลีแนะนำคืออาชีพเทรนเนอร์ส่วนตัว หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ เพราะอาชีพที่ว่านี้คัดจากผู้ที่ช่ำชองหรือมีประสบการณ์ในสายนั้นๆ เป็นส่วนใหญ่</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">          เห็นลิสต์ 7 อาชีพที่ไม่ต้องเรียนก็ทำได้แบบนี้แล้ว ใครที่สนใจอยากจะชิมลางกระโดดเข้าสู่โลกแห่งการทำงานแบบทางลัด ก็ไม่หวง </span><span style="color: #000080;">เพียงแต่เตือนไว้ก่อนว่า งานนี้อาจไม่เหมาะกับสังคมไทยเท่าไหร่ เพราะลำพังแค่จบ ป.ตรีแล้วค่อยมาทำงาน หลายคนยังงงเป็นไก่ตาแตกอยู่เลยn&#8211;จบ&#8211;</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;"> </span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/photography/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดดู พยากรณ์อากาศจาก ดาวเทียมที่บ้าน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/forecast-satellite-images/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/forecast-satellite-images/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Aug 2010 11:06:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[accuweather.com]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[พยากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพถ่ายฝน ด้วยระบบเรดาร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยโกชิ]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[Doppler Radar Imaging]]></category>
		<category><![CDATA[Kochi University]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2862</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน ยามเห็นท้องฟ้าหม่นๆ ด้วยเมฆฝนปกคลุม ก็ดูท่าจิตใจจะมัวหมองนิดๆ ด้วยหวั่นเหตุฝนตกทีไร น้ำท่วม ทำรถติดเป็นแพ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นเช่นนั้นแทบจะทุกที เพื่อให้ชีวิตราบรื่น การวางแผนเพื่อการเดินทางจึงจำเป็นยิ่งนัก
          ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ศวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงมีบริการ พยากรณ์สภาพอากาศที่http://stks.or.th/wiki ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลาง และความเร็วของการเคลื่อนตัว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000080;">ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน ยามเห็นท้องฟ้าหม่นๆ ด้วยเมฆฝนปกคลุม ก็ดูท่าจิตใจจะมัวหมองนิดๆ ด้วยหวั่นเหตุฝนตกทีไร น้ำท่วม ทำรถติดเป็นแพ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นเช่นนั้นแทบจะทุกที เพื่อให้ชีวิตราบรื่น การวางแผนเพื่อการเดินทางจึงจำเป็นยิ่งนัก<span id="more-2862"></span></span></h2>
<h4><span style="color: #000080;">        <span style="color: #003300;">  ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ศวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงมีบริการ พยากรณ์สภาพอากาศที่http://stks.or.th/wiki ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลาง และความเร็วของการเคลื่อนตัว ซึ่งเป็นการพยากรณ์อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ ชั่วโมง ด้วยการถ่ายภาพจากดาวเทียม ด้วยคลื่นในย่านอินฟราเรด มองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืนชัดเท่ากัน อาศัยข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยโกชิ (Kochi University)<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/tri_day_2.gif"><img class="alignright size-medium wp-image-2864" title="ภาพถ่ายพยากรณ์จากดาวเทียม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/tri_day_2-300x256.gif" alt="" width="300" height="256" /></a></span></span></h4>
<h4><span style="color: #003300;">          อย่างภาพประกอบที่ มีเมฆหมอกปกคลุมเหนือพื้นที่ประเทศไทย ดาวเทียมอ่านข้อมูลได้ว่า ตรงไหนมีสีขาวแปลว่ามีเมฆ การมีเมฆไม่ได้แปลว่ามีฝน ภาพถ่ายดาวเทียมชุดนี้มองไม่เห็นฝน แต่เมื่อนำภาพแต่ละชั่วโมงมาต่อกันเป็นภาพยนตร์ ทำให้เราสามารถบอกได้ว่ากลุ่มเมฆใด เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใดหากเมฆกลุ่มใด เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง กลุ่มนั้นคือพายุ เมฆกลุ่มใดมีลักษณะเป็นก้นหอย และหมุนไว แปลว่าเป็นพายุไต้ฝุ่น หรือพายุไซโคลน เราสามารถหาความเร็วของจุดศูนย์กลางได้ว่าเป็นเท่าใด และพอจะอนุมานได้ว่า วันพรุ่งนี้พายุจะไปทางไหน ฯลฯ</span></h4>
<h4><span style="color: #003300;">          หรือภาพถ่ายฝน ด้วยระบบเรดาร์ (Doppler Radar Imaging) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักฝนหลวง รวบรวมโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถแสดงให้เราเห็นพื้นที่และปริมาณฝนที่จะตกลงมา จากการอ่านภาพถ่ายฝน โดยตรงไหนมีสีบนแผนที่ แปลว่าบริเวณนั้นมีฝน สีต่างๆ เป็นตัวบอกว่ามีปริมาณฝนมากน้อยไม่เท่ากัน ทางวิทยาศาสตร์นับเป็น dBZ พอสรุปคร่าวๆ ว่าสีอ่อนๆ ถึงสีเขียว แปลว่ามีฝนเล็กน้อย เมื่อไล่เป็นฟ้า แปลว่าฝนหนัก สีแดงแปลว่าฝนหนักมาก หากท่านใช้แผนที่ให้เป็นประโยชน์ จะเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้แม่นยำถึงระดับตำบล บอกได้ว่าฝนตกตรงไหน ไม่ตกตรงไหน เวลาใด ไม่ได้รายงานเหมารวมเป็นภาคเหมือนกรมอุตุนิยมวิทยา</span></h4>
<h4><span style="color: #003300;">          การให้บริการพยากรณ์สภาพอากาศนี้ ศวท. มีบริการพยากรณ์อากาศรายจังหวัด ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อการศึกษาแนวโน้มของอากาศโดยทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะสามารถช่วยให้การพยากรณ์อากาศแม่นยำขึ้น และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถนำไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลาง และความเร็วของการเคลื่อนตัว</span></h4>
<h4><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/latest.jpg"><img class="size-thumbnail wp-image-2865 aligncenter" title="ภาพถ่ายเมฆและพายุจากดาวเทียม " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/latest-150x150.jpg" alt="" width="408" height="152" /></a>          หน่วยงานในต่างประเทศบางแห่ง ได้เปิดบริการพยากรณ์อากาศลงไปในระดับพื้นที่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์นำข้อมูลไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลางและความเร็วของการเคลื่อนตัว เนื่องจากมีการเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกันผ่านเครือข่าย accuweather.com</span></h4>
<h4><span style="color: #003300;">          เรื่องเทคนิคที่ว่ายาก เป็นความจำเพาะของความรู้อย่างกรมอุตุนิยมวิทยา เวลานี้ย่อโลกและความง่ายมาไว้ในคอมพิวเตอร์ พร้อมคำแนะนำ เพื่อความเข้าใจให้เราเข้าใจแบบง่ายๆ ได้แล้ว&#8230;ชวนกันเปิดเข้าไปสัมผัสกันดูไม่ยากอย่างที่เคยคิด&#8211;จบ&#8211;</span></h4>
<h4><span style="color: #003300;"> </span></h4>
<h4><span style="color: #003300;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/forecast-satellite-images/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมก์ ไทสันวันนี้ที่ไม่เหมือนเดิม</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mike-tyson/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mike-tyson/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2010 03:51:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ภรรยา]]></category>
		<category><![CDATA[มิลาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกสาว]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครับ]]></category>
		<category><![CDATA[นักมวย]]></category>
		<category><![CDATA[แชมป์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไมก์ ไทสัน]]></category>
		<category><![CDATA[mike-tyson]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2855</guid>
		<description><![CDATA[ถึงจะห่างหายจากสายตาของแฟนกีฬาทั่วโลกไปพักใหญ่ๆ แต่ด้วยชื่อของ ไมก์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันทั้งในและนอกสังเวียน เวลาที่เขาขยับตัวทำอะไรที สื่อคงไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ
          นอกเหนือจากคดีกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ หัวข้อข่าวของไอ้หน้าบากมักจะเกี่ยวพันกับเรื่องครอบครัวและลูกๆ เสียมาก อย่างสุดสัปดาห์ก่อน ไทสันก็เพิ่งอุ้มลูกสาวตัวน้อยไปชมมวยชิงแชมป์โลกมาหมาดๆ
          หรือเมื่อเร็วๆ นี้ เขายังทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปปรากฏตัวในรายการวิทยุ อีเอสพีเอ็น เรดิโอ ลาสเวกัสหลังเสร็จจากนัดทำฟันพร้อมเอนหลังคุยอย่างเป็นกันเองกับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000080;">ถึงจะห่างหายจากสายตาของแฟนกีฬาทั่วโลกไปพักใหญ่ๆ แต่ด้วยชื่อของ ไมก์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันทั้งในและนอกสังเวียน เวลาที่เขาขยับตัวทำอะไรที สื่อคงไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ</span><span id="more-2855"></span></h2>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Mike-Tyson.jpg"></a>         <span style="color: #333333;"> นอกเหนือจากคดีกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ หัวข้อข่าวของไอ้หน้าบากมักจะเกี่ยวพันกับเรื่องครอบครัวและลูกๆ เสียมาก อย่างสุดสัปดาห์ก่อน ไทสันก็เพิ่งอุ้มลูกสาวตัวน้อยไปชมมวยชิงแชมป์โลกมาหมาดๆ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/MNewsImages_98141.jpg"><span style="color: #333333;"><img class="alignright size-full wp-image-2857" title="ไทสันนั่งถ่ายรูปคู่กับภรรยา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/MNewsImages_98141.jpg" alt="" width="320" height="240" /></span></a></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          หรือเมื่อเร็วๆ นี้ เขายังทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปปรากฏตัวในรายการวิทยุ อีเอสพีเอ็น เรดิโอ ลาสเวกัสหลังเสร็จจากนัดทำฟันพร้อมเอนหลังคุยอย่างเป็นกันเองกับ ดีเจกริดล็อคเพื่ออัพเดตเรื่องสัพเพเหระในชีวิตให้แฟนกีฬาโลกได้ฟัง</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          &#8230;เป็นเนื้อหาที่อีเอสพีเอ็นบอกว่าทำเอาหลายคนทึ่ง เพราะไมก์ไทสัน ในวันนี้ ห่างไกลจากความโลดโผนและอื้อฉาว ณ ช่วงชีวิตหนึ่งก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ &#8220;บทเรียนชีวิต&#8221; จากการสูญเสีย เอ็กโซดัสลูกสาวอายุเพียง 4 ขวบ จากอุบัติเหตุในบ้านอย่างไม่คาดฝันเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ถึงจะเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางบวก เจ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งความ &#8220;สุดโต่ง&#8221; อันเป็นเครื่องหมายการค้าแม้แต่นิดเดียว!</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          ทุกวันนี้ เขาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปจากสมัยก่อนมาก หันมาให้เวลากับครอบครัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะไม่ไปปรากฏตัวที่งานไหนด้วยตัวเองยกเว้นได้รับเชิญเท่านั้น เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เลิกเที่ยวผู้หญิง และกลายเป็นมังสวิรัติเต็มตัว</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/images.jpg"><span style="color: #333333;"><img class="alignleft size-full wp-image-2858" title="ไทสันอุ้มลูกสาวชื่อมิลาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/images.jpg" alt="" width="263" height="191" /></span></a><span style="color: #333333;">        </span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">     &#8220;ตอนเสียลูก ผมรู้สึกแย่มากๆ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ถึงจุดนึงเลยคิดว่าถ้าจะไปต่อก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง พยายามเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ตัวเองไม่ชอบ มันเริ่มราวๆ เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนครับ ผมพยายามจะใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์มากขึ้น เลิกสูบบุหรี่ เลิกหมดทุกอย่าง ส่วนเรื่องยา บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้มีปัญหาติดยานะ ปัญหาอยู่ตรงวิธีคิดมันผิดเพี้ยนไปเองมากกว่า เมื่อก่อนผมคิดแค่จะทำแต่เรื่องบ้าๆ ใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยง แล้วยาก็เป็นหนึ่งในนั้นแค่นั้นเอง&#8221;</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          ไทสันมองกลับไปยังตัวตนในอดีตของตัวเองว่า ใช้ชีวิตเหลวแหลกเละเทะโดยไม่ดูตัวเอง และไม่ได้ดูเลยว่าทำอะไรเกินตัวไปขนาดไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนทวงหนี้และพบว่าตัวเองหมดตัวแล้ว แถมยังไปขู่เข็ญเอาเงินจากพ่อค้ายามาใช้ พอเริ่มสำนึกตัวก็ได้แต่คิดว่าตัวเองทำอะไรลงไป ปล่อยตัวจนย่ำแย่ขนาดไหน เดี๋ยวนี้พยายามปรับปรุงตัว ไม่ออกไปซ่าถึงไหนต่อไหนเหมือนก่อน ยิ่งพวกงานสังคมถ้าไม่มีใครเชิญมาก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปทั้งนั้น ทุกวันนี้เก็บเนื้อเก็บตัวกว่าแต่ก่อนมากๆ เพราะรู้สึกว่าได้ใช้เวลากับลูกๆ และภรรยา (ลากิฮา สไปเซอร์)มีความสุขมากกว่า ที่สำคัญคือครอบครัวนี่แหละที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เขา &#8220;เปลี่ยนชีวิต&#8221;ในครั้งนี้</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          &#8220;ตอนที่ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงตัว ผมไม่รู้จริงๆว่าต้องทำยังไง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือโคเคน เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่พอจะคิดได้ แล้วผมก็นึกถึงที่เมียเคยพูดว่า &#8216;ฉันอยากให้คุณมีความรับผิดชอบ&#8217; ตอนนั้นผมถามว่าหมายความว่ายังไง เธอบอกว่าอยากให้เราสองคนทำตัวให้สมกับที่เป็นสามีภรรยากัน นั่นแหละที่ผมคิดได้ว่าถึงเวลาแล้วผมบอกเมียว่า เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย ไม่ต้องรอแล้ว</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          &#8220;ผมก็ปรับปรุงตัวเอง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ไอ้ผมมันเป็นประเภทสุดขั้วอยู่แล้วด้วย ไม่ว่าจะเรื่องดีๆ หรือเรื่องแย่ๆ เพราะงั้นพอตั้งใจจะทำอย่างนี้ก็ต้องให้มันสุดสุดไปเลย ผมจะไม่นอกใจเมียอีกแล้วจะไม่เสพยาอีกเพราะมันอาจจะทำให้เราต้องเลิกกัน ตอนที่ผมตั้งใจจะทำลายชีวิตตัวเอง ไม่มีใครหยุดผมได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พอตั้งใจจะทำเรื่องที่ถูกที่ควรแล้ว ใครหน้าไหนก็ห้ามผมไม่ได้เหมือนกันไอ้ความสุดโต่งเนี่ยจะเรียกว่าเป็นอาการป่วยของผมก็ได้มั้ง&#8221;</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการคืนสังเวียนอีกครั้ง ไทสันในวัย 44 ปีก็ตอบว่า ถ้าให้ขึ้นไปชกก็คงได้แต่ยืนแข็งทื่อ &#8220;ไมก์ ไทสัน&#8221; ในวันนี้เป็นคนละคนกับเมื่อก่อนแล้ว ยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน</span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">          อ้อ! ข้อดีประการหนึ่งของการปรับปรุงตัวในครั้งนี้ก็คือน้ำหนักที่ลดลงฮวบฮาบ เพราะเขาเลิกทานเนื้อสัตว์หันมาเป็นมังสวิรัติเต็มตัวผ่านไปไม่ถึงปี จากเดิมที่น้ำหนักตัว 350 ปอนด์ (158 กิโลกรัม)ตอนนี้ลดไปแล้วถึง 130 ปอนด์ (59 กิโลกรัม)</span></h3>
<h2><span style="color: #333333;">         <span style="color: #003366;"> ดีเจเลยถามว่า ตอนที่อ้วนมากๆ ข้อเสียที่สุดคืออะไร? ไทสันก็ตอบกลั้วเสียงหัวเราะว่า  &#8220;คงจะเป็นเรื่อง  ล้างก้นลำบากละ มั้งครับ!?!&#8221;</span></span></h2>
<h3><span style="color: #333333;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #333333;">                   ที่มา &#8211;มติชน ฉบับวันที่ 5 ส.ค. 2553</span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mike-tyson/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อลัน เบท ฝรั่งหัวใจไทย กับภารกิจ “ปั่นทั่วโลก” เพื่อพ่อหลวง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 15:31:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[Alan Bate]]></category>
		<category><![CDATA[Alan Bed]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[กิโลเมตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อรถ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อลัน เบท]]></category>
		<category><![CDATA[อิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร ไรท์ ทู เพลย์]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[นักปั่น]]></category>
		<category><![CDATA[นิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[นครซานฟรานซิสโก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองบริสเบน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองเชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เสด็จพระราชดำเนิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องบิน]]></category>
		<category><![CDATA[Right to Play]]></category>
		<category><![CDATA[The Hub]]></category>
		<category><![CDATA[The Liverpool Cycle Centre]]></category>
		<category><![CDATA[tish 24-hour Championship 1991]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2839</guid>
		<description><![CDATA[ตลอดระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร ที่สองล้อของ นายอลัน เบท(Alan Bate) ชาวอังกฤษวัย ๔๕ ปี กำลังหมุนไปทั่วโลก มีเพียงเหตุผลเดียวที่เป็นคำตอบของการเดินทางอันยาวนาน ยากลำบากและท้าทายครั้งนี้ว่า นี่เป็นการแสดงความจงรักภักดีที่เขาอยากทำถวายในหลวงและเพื่อเป็นการส่งต่อเจตจำนงค์อันยิ่งใหญ่ให้คนทั้งโลกได้รับรู้อลันจึงหวังว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติโลกให้ได้น้อยกว่า ๑๖๕ วันซึ่งเป็นสถิติเดิมที่ นายจูเลี่ยน ซาเยอร์ นักขี่จักรยานชาวอังกฤษเคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศไทยผ่านองค์กร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #800000;">ตลอดระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร ที่สองล้อของ นายอลัน เบท(Alan Bate) ชาวอังกฤษวัย ๔๕ ปี กำลังหมุนไปทั่วโลก มีเพียงเหตุผลเดียวที่เป็นคำตอบของการเดินทางอันยาวนาน ยากลำบากและท้าทายครั้งนี้ว่า นี่เป็นการแสดงความจงรักภักดีที่เขาอยากทำถวายในหลวงและเพื่อเป็นการส่งต่อเจตจำนงค์อันยิ่งใหญ่ให้คนทั้งโลกได้รับรู้อลันจึงหวังว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติโลกให้ได้น้อยกว่า ๑๖๕ วันซึ่งเป็นสถิติเดิมที่ นายจูเลี่ยน ซาเยอร์ นักขี่จักรยานชาวอังกฤษเคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศไทยผ่านองค์กร ไรท์ ทู เพลย์ (Right to Play) องค์กรเพื่อสังคมที่ส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนด้านกีฬา และเกมการเล่นอีกด้วย</span></strong></p>
<p><span id="more-2839"></span></p>
<h3>    <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed2.jpg"></a>  <span style="color: #003366;">   เมื่อบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ อลันน่าจะปั่นจักรยานไปเกือบค่อนโลกแล้ว ก่อนที่วันสุดท้ายของการเดินทางของอลันจะจบลง เรามาร่วมกันส่งแรงใจให้เขาพิชิตภารกิจนี้ให้สำเร็จด้วยกันเถอะค่ะ</span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed1.jpg"><span style="color: #003366;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2842" title="อลัน เบท ปั่นจักรยาน และนั่งยิ้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed1.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         นักปั่นมืออาชีพจากแดนผู้ดีก่อนมาเมืองไทย อลัน เบท อาศัยอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสนใจกีฬาปั่นจักรยานเมื่ออายุ ๑๓ ปี แม้ว่าตอนแรกเขาจะชอบเล่นกีฬารักบี้ แต่เมื่อเจ้าของร้านจักรยานแห่งหนึ่งผู้เคยเป็นรองแชมป์ปั่นจักรยานโอลิมปิกเอ่ยปาก ชวนให้เขาลองมาเล่นกีฬาประเภทนี้ดู อลันจึงตอบตกลงในที่สุดอลันใช้เวลาครั้งแรกในการปั่นจักรยานกับเพื่อนๆ เป็นเวลาสองขั่วโมง ในระหว่างที่หยุดพักเพื่อดูการแข่งขันของนักปั่นระดับมืออาชีพที่ปั่นมาในเส้นทางเดียวกันเขาจำได้ว่า มันเป็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ มีเมฆลอยต่ำ อากาศครึ้ม เมื่อไฟของขบวนจักรยานส่องมา เขารับรู้ได้ถึงความเร็วของนักปั่นจักรยานทั้งห้าที่ขับฝ่ามาในม่านหมอก เขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว ได้กลิ่นกระทั่งน้ำมันนวด และเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่า นี่แหละคือวินาทีชีวิตของเขา อลันเล่าถึงความมุ่งมั่นในการปั่นจักรยานว่านับจากวันนั้นเป็นต้นมาเวลาที่ไปโรงเรียน เขาแทบไม่ได้ยินเสียงครูสอน ในหัวสมองเขาคิดถึงแต่เรื่องปั่นจักรยาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนักปั่นจักรยานระดับโลก และเมื่อการแข่งขันครั้งแรกในชีวิตมาถึง อลันคว้าอันดับสี่มาครองซึ่งครั้งนั้นเป็นการแข่งขันระดับท้องถิ่น จากนั้นเขาใช้เวลาเพียงหกสิบวัน ก็สามารถเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          ครั้งต่อมาอลันเข้าร่วมแข่งขันปั่นจักรยานทั้งในประเทศอังกฤษและนอกประเทศหลายรายการ ด้วยการสั่งสมประสบการณ์และความรักในกีฬานี้อย่างจริงจัง เมื่ออายุ ๒๖ เขาได้ครองตำแหน่งอันดับ ๕ ในรายการ British 24-hour Championship 1991 และขึ้นมาอยู่ในอันดับ ๔ ของการแข่งขันรายการเดียวกันในปี ค.ศ. ๑๙๙๘ (พ.ศ. ๒๕๔๑)</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">พรหมลิขิตสู่ชีวิตในเมืองไทยในวัย ๔๐ ปี อลันอำลาตำแหน่งนักปั่นจักรยานมืออาชีพ และผู้จัดการ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2846" title="อลัน และครอบครัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai.jpg" alt="" width="172" height="183" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          โครงการ The Liverpool Cycle Centre ที่รณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมสุขภาพและขี่จักรยานกันมากขึ้นเพื่อช่วยลดมลพิษ จากนั้นเมื่อปลดปล่อยตัวเองจากพันธะทั้งหลายเขาก็เริ่มปั่นจักรยานเที่ยวรอบโลกในเวลาหนึ่งปี เขาปั่นจักรยานไปถึงกัมพูชา พม่า และลาว ข้ามมาอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อหยุดพักและรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า ที่นั่นเขาเริ่มผูกมิตรกับผู้คนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและดูมีความสุขกับชีวิต จากการพูดคุยกับชาวเชียงของทำให้เขาเริ่มรับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงมากมาย หลังจากอลันหายดีแล้ว เขาได้ปั่นจักรยานไปทั่วเมืองเชียงของ และพบความสวยงามของภูเขาและลำน้ำโขง รวมถึงอากาศที่แสนบริสุทธิ์ อลัน จึงเลื่อนเที่ยวบินที่ต้องเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียออกไปเพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติบนผืนแผ่นดินไทย จนในที่สุดอีกห้าเดือนต่อมา เขาก็ออกเดินทางไปยังออสเตรเลียและใช้เวลาอยู่ที่นั่นเพียงสิบห้าวัน</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">            ต่อด้วยการเดินทางกลับไปประเทศบ้านเกิด เขาจัดการขายทุกอย่างในชีวิต เพื่อบินกลับมายังเชียงของและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองไทยจุดสตาร์ทความรักต่อพ่อหลวงอลันเล่าว่า การที่เขาเลือกมาปั่นจักรยานเพราะเขารักการเดินทางสีเขียว และเมื่อได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชดำริมาตั้งแต่ ๒๐ ปีที่แล้ว โดยทรงริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงและน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ยิ่งทำให้เขาเกิดความประทับใจ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน ในภาวะที่โลกเกิดวิกฤติน้ำมัน น้ำพระทัยของพระองค์ยังเห็นได้จากการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคใต้โดยรถไฟแทนเครื่องบิน รวมถึงยอมสละที่ดินส่วนพระองค์เพื่อใช้เป็นที่ระบายน้ำท่วมให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนถึงปัจจุบันซึ่งมีจำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           แม้พระองค์จะเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ไม่เคยถือพระองค์ทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความมัธยัสถ์ ยังทรงฉลองพระองค์ที่ได้รับการซ่อมแซม ทำให้ทุกวันนี้อลันแทบจะไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยในเมื่อความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยมาก มายล้นพ้นขนาดนี้ อลันจึงอยากจะน้อมนำ พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ส่งต่อ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-2847" title="อลันปั่นจักรยานคู่กับมอร์เตอร์ไซค์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai1.jpg" alt="" width="257" height="243" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/v4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2848" title="อลัน รับรางวัลพร้อมช่อดอกไม้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/v4-300x242.jpg" alt="" width="300" height="242" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ไปยังชาวโลกให้ได้รับรู้ด้วยการปั่นจักรยานรอบโลก เพื่อบอกเล่าแก่ผู้คนตามรายทางว่าในหลวงของคนไทย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่เพียงไหน และประเทศไทยงดงามเพียงใด</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “การทำลายสถิติโลกได้หรือไม่ ไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผม ถ้าทำได้ผมถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง อย่างน้อยผมก็ได้สื่อสาระสำคัญนี้ออกไปเพื่อให้ผู้คนจดจำในหลวงของเราได้มากขึ้น”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          ตลอดการเดินทางเมื่อผมพบผู้คน ผมจะคอยบอกพวกเขา อย่างทริปครั้งนี้ ผมเลือกที่จะผ่านประเทศในแถบอาหรับเพราะอยากให้ประเทศนี้ได้รู้จักคุณความดีของพระองค์ท่าน ก่อนหน้านี้ผมเคยปั่นจักรยานเพื่อถวายในหลวงมาแล้ว ๓ ครั้ง คือ </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">ครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ปั่นจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ๗๖๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๒๖.๐๔ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปั่นจากภูเก็ต-กรุงเทพฯระยะทาง ๘๖๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๒๙.๑๕ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">และครั้งที่๓ ปั่นจาก อ.เชียงของ เข้าตัวเมืองเชียงราย ๑๐๕ กิโลเมตรด้วยเวลา ๒.๔๒ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “นั่นเป็นการบอกกล่าวคนไทยให้รู้ว่าผมรักในหลวง แต่ครั้งนี้ ผมขอบอกกล่าวแก่คนทั้งโลกโดยมีผู้ติดตามการเดินทางไปกับผมด้วย พวกเราติดต่อผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกไว้แล้ว เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับนักข่าว เขาจะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงทำเช่นนี้”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         เมื่อมีคำถามว่า เพียงระยะเวลาห้าปีเท่านั้น ทำไมอลัน ถึงได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยิ่งนัก อลันบอกว่า เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที ก็สามารถหลงรักการปั่นจักรยานได้ ฉะนั้นห้าปีนี้ถือว่าช้าไปด้วยซ้ำ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai6.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-2845" title="อลัน นั่งไหว้หน้าโรงพยาบาลศิริราช" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai6.jpg" alt="" width="218" height="245" /></a>         “ในหลวงคือบุคคลต้นแบบสำหรับผม ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนไทยจึงซึมซับวัฒนธรรมจากตะวันตกและยังยึดติดกับวัตถุนิยมทั้งๆ ที่เรื่องความพอเพียงเป็นสิ่งที่พระองค์ได้สอนพวกเรา และ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณดำรงชีวิตอยู่ได้ ตอนนี้ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ หากคุณเคยไปเมืองใหญ่อย่างลอนดอน หรือ นิวยอร์ค ผู้คนที่นั่นไม่ได้ยิ้มจากใจ เพราะพวกเขาไม่ได้มีความสุขกับรูปแบบชีวิต “ส่วนตัวแล้วผมเองก็สามารถอยู่ในโรงแรมห้าดาวและใช้ชีวิตหรูหราได้ แต่นั่นไม่ใช่คำตอบของชีวิต ทุกวันนี้ผมไม่ขับรถ ไม่มีเครื่องประดับ ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ กินข้าวแค่จานละ ๒๕ บาท ใส่กางเกงขาสั้นแค่ตัวละ ๓๐ บาท รองเท้าก็ไม่ใส่ เพราะจากพิพิธภัณฑ์จักรยานที่ผมดูแลอยู่ไปบ้านระยะห่างเพียงแค่ ๓๐ เมตร ใครๆ อาจจะมองว่า ผมติงต๊อง แต่ผมกลับรู้สึกว่าอิสระมาก ผมตั้งใจแล้วว่าจะไม่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่อีกต่อไป ทุกวันนี้ข้าวของที่มีราคาแพงก็มีเพียงจักรยานเพื่อนำมาสะสมในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ผมรู้สึกเป็นอิสระมาก และลูกชายของผมเองก็ชื่ออิสระ เหมือนกันครับ” การเตรียมตัวเพื่อพิชิตเส้นชัย กว่าจะปั่นรอบโลกได้ อลันต้องเตรียมตัวอย่างหนัก เน้นการออกกำลังกายให้ได้ ๒๕-๓๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภายในหนึ่งวันเขาต้องปั่นให้ได้ ๓๐๐ กิโลเมตร </span><span style="color: #003366;">ใน</span><span style="color: #003366;">เวลา ๔ ชั่วโมง ปั่นขึ้นลงเขาประมาณวันละ ๒๐ ครั้ง และที่สำคัญต้องฝึกจิตใจให้แกร่ง พยายามลืมเรื่องอายุที่วันนี้ ๔๕ ปีแล้ว และไม่คิดถึงระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร เพราะนั่นจะทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจได้ แต่ตอนนี้ร่างกายและจิตใจของเขามีความพร้อมเต็มพิกัด</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ทั้งนี้ อลันได้เลือกเส้นทางและสภาพอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพร่างกายของเขาที่สุด อลันชอบอากาศร้อน จึงเลือกเดินทางผ่านเขตและประเทศที่มีอากาศร้อน เช่น เท็กซัส บราซิล อุรุกวัย แม้อุณหภูมิจะสูงถึง ๔๐ องศาเซลเซียส แต่สำหรับเขาแล้วรู้สึกสบายมากสำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานรอบโลกในครั้งนี้ เริ่มออกจากจุดสตาร์ตหน้าพระบรมมหาราชวัง เย็นวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ไปทางภาคใต้ของไทย สู่มาเลเซีย สิงคโปร์ นั่งเครื่องบินไปลงยังเมืองเพิร์ท และปั่นไปที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะต่อไปยังเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ข้ามไปยังนครซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริก และแคนาดา สู่เมืองฮาลิแฟกซ์ เข้าสู่อเมริกาใต้ ไปยังอาร์เจนตินา อุรุกวัย บราซิล ต่อด้วยทวีปยุโรป ไปโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ข้ามฝั่งไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้ววกกลับไปฝรั่งเศสสู่ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตุรกี จากนั้นลัดเลาะไปถึงเมืองอัมริตสาร ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย เข้าไปที่เมืองกัลกัตตา ตบท้ายด้วยการปั่นระยะทาง ๕ กิโลเมตรในพม่า มุ่งตรงสู่อำเภอเชียงของ ประเทศไทย แล้วมาสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ รวมเวลาแล้วไม่เกิน ๑๔๙ วัน</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2844" title="อลัน ปั่นจักรยานอยู่ริมชายหาด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai3.jpg" alt="" width="630" height="261" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">The Hub ศูนย์การเรียนรู้ของนักปั่น </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          อลันเช่าบ้านหลังเล็กๆ ในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์จักรยานชื่อว่า ‘เดอะฮับ’โดยรวบรวมจักรยานเสือหมอบ และจักรยานโบราณไว้จำนวนมาก เขาตั้งใจจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยที่สนใจกีฬาประเภทนี้ เขาออกแบบการจัดวางภายในร่วมกับภรรยาชาวไทย และของทุกอย่างที่นำมาใช้ก็เป็นของรีไซเคิล<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai5.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2843" title="ศูนย์การเรียนรู้จักรยานปั่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai5.jpg" alt="" width="232" height="310" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ซึ่งเป็นการเจริญรอยตามแนวพระราชดำริของในหลวงอีกเช่นกัน ทุกคนสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี ทั้งเด็กๆ ยังสามารถเรียนรู้เทคนิคการขี่จักรยาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่อลันตั้งความหวังไว้“ผมอยากสร้างศูนย์ฝึกเด็กหญิงชายเพื่อค้นหาคนเก่งตอนนี้ผมเช่าบ้านสำหรับทำเป็นหอพักเด็กในโครงการไว้แล้ว ดังนั้นผมจึงค่อนข้างจริงจังกับโครงการนี้มาก เด็กที่มาฝึกควรมีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ผมอยากสร้างฮีโร่คนไทยให้เด็กไทยได้ชื่นชม คนไทยมีสองขาสองแขนเท่ากับชาวต่างชาติแล้วทำไมต้องไปชื่นชมเขาฝ่ายเดียว หากผมสามารถสร้างนักปั่นไทยให้เป็นแชมป์โลกได้ ผมคงนอนตายตาหลับครับ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “ความฝันของผม อยากจะสอนเด็กให้รู้จักความหมายของชีวิต ชีวิตเกิดมาด้วยการสัมผัส ทั้งเห็น ได้กลิ่น กิน ได้ยินและรู้สึก ธรรมชาตินี่ล่ะที่ตอบสนองเราได้ทุกอย่าง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         “แค่คุณมีจักรยานหนึ่งคันแล้วปั่นออกไปสัมผัสโลกด้วยตัวคุณเอง ผมคิดเสมอว่า ผมมีสวนที่กว้างใหญ่ แถมยังมีคนดูแลให้อีกต่างหาก เราเห็นโลกจากทีวีก็ดีหรอกนะครับ แต่เราสัมผัสถึงความรู้สึกจริงๆ นั้นไม่ได้ ดอกไม้ในอินเตอร์เน็ตอย่างไรก็ไม่เหมือนของจริง และผมเองก็ไม่อยากให้คนไทยลืมว่า บ้านเรามีธรรมชาติที่งดงามมากเพียงไหน แต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถหาสปอนเซอร์เพื่อมาสนับสนุนโครงการนี้ได้ แต่ผมก็ยังจะทำต่อและจะไม่ยอมแพ้ เพราะมันคือชีวิตของผม”ข้อความทิ้งท้ายจากชาย “หัวใจอิสระ”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “แม้จะไม่มีกระดาษแผ่นไหน หรืออะไรที่บ่งบอกว่า ผมเป็นคนไทยโดยทางนิตินัย แต่ในใจผมแล้ว ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไทย ผมมีครอบครัวและเพื่อนที่เป็นคนไทย ในการทำลายสถิติโลกครั้งนี้ได้รับการบันทึกเพื่อคนไทย ผมหวังเพียงให้ทุกคนยอมรับว่า ผมเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง นี่จะช่วยให้ผมมีพลังในการปั่นจักรยานเพื่อในหลวงมากขึ้น และสุดท้ายผมอยากจะบอกว่า ‘ผมรักพ่อครับ’”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          วาจาที่เปล่งออกมาด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ พร้อมพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมของ อลัน เบท เป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่า ภารกิจของอลันจะสำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน!ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมพูดคุยและให้กำลังใจ อลัน เบท ได้ที่</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span><a href="http://www.worldcyclingrecord.com"><span style="color: #003366;">www.worldcyclingrecord.com</span></a></h3>
<h3><a href="http://www.facebook.com/pages/Alan-Bate"><span style="color: #003366;">www.facebook.com/pages/Alan-Bate</span></a></h3>
<p> </p>
<p><span style="color: #999999;">ที่มา: วารสารทิศไท</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เว็บแห่งความเท่าเทียม</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/equitable-socoety/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/equitable-socoety/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 14:33:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พิการซ้ำซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาคอม XHTML]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลมชัก]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[อบรม]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์ชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ท]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ท]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[คนพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ใบประกาศนียบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เบื้องต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[High Tech]]></category>
		<category><![CDATA[ict]]></category>
		<category><![CDATA[programmer]]></category>
		<category><![CDATA[Search Engine]]></category>
		<category><![CDATA[W3C]]></category>
		<category><![CDATA[WCRG]]></category>
		<category><![CDATA[Web Accessibility]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2821</guid>
		<description><![CDATA[ในโลกยุคเทคโนโลยีที่มีข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอยู่ในอินเทอร์เน็ทจำนวนมากมายมหาศาล เป็นแหล่งความรู้และความบันเทิงใกล้ตัวและราคาถูก   แต่ประโยชน์ทั้งหมดจะตกแก่ผู้ที่มีความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ทเท่านั้น  ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการน้อยคนนักที่จะได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ท หากผู้สร้างเว็บไซต์ไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานของพวกเขา   
 
เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
          อุปสรรคของคนพิการแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันออกไป อาทิ คนตาบอดไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เขาจึงต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ในการเคลื่อนไหว  คนพิการทางหูไม่สามารถได้ยินเสียงจึงต้องเรียนรู้การอ่านปากเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสาร ผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ก็ต้องใช้ภาษามือแทน เป็นต้น  นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอุปสรรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคนพิการ
          อินเทอร์เน็ท เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในโลกปัจจุบัน และมีประโยชน์สำหรับทุกคนที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการ  สาระน่ารู้ต่างๆ ไปจนถึงความบันเทิง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #0000ff;">ในโลกยุคเทคโนโลยีที่มีข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอยู่ในอินเทอร์เน็ทจำนวนมากมายมหาศาล เป็นแหล่งความรู้และความบันเทิงใกล้ตัวและราคาถูก   แต่ประโยชน์ทั้งหมดจะตกแก่ผู้ที่มีความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ทเท่านั้น  ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการน้อยคนนักที่จะได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ท หากผู้สร้างเว็บไซต์ไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานของพวกเขา  </span> <span id="more-2821"></span></h3>
<h3> </h3>
<h3><span style="color: #008080;">เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></h3>
<h3>         <span style="color: #008080;"> อุปสรรคของคนพิการแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันออกไป อาทิ คนตาบอดไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เขาจึงต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ในการเคลื่อนไหว  คนพิการทางหูไม่สามารถได้ยินเสียงจึงต้องเรียนรู้การอ่านปากเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสาร ผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ก็ต้องใช้ภาษามือแทน เป็นต้น  นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอุปสรรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคนพิการ</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">          อินเทอร์เน็ท เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในโลกปัจจุบัน และมีประโยชน์สำหรับทุกคนที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการ  สาระน่ารู้ต่างๆ ไปจนถึงความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ก็หาได้จากอินเทอร์เน็ทแทบทั้งสิ้น</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">         แต่คนพิการ&#8230;จะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ทได้หรือไม่ อย่างไร?</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/racunalo.jpg"><span style="color: #008080;"><img class="alignright size-full wp-image-2823" title="รูปคนตาบอดกดแป้นพิมพ์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/racunalo.jpg" alt="รูปคนตาบอดกดแป้นพิมพ์" width="250" height="335" /></span></a></h3>
<h3><span style="color: #008080;">                 “คนพิการจำเป็นต้องใช้หรือ?”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">         และอีกมากมายหลายคำถามที่ออกมาจากความคิดของแต่ละคน…… แล้วถ้าคนพิการ เหล่านั้นย้อนกลับมาถามตัวคุณล่ะ ว่า</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">         “คุณจะรับรู้ข่าวสารไปทำไม ?”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">         “คุณจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ททำไม?”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">         </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/equitable-socoety.jpg"></a><span style="color: #008080;"> “ทำไมคนพิการถึงใช้อินเทอร์เน็ทไม่ได้&#8230;.?”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             ผมตั้งคำถามเหล่านี้ตลอดเวลาให้กับตัวเอง จนผมได้มีโอกาสได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ที่จัดขึ้นภายใต้การดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  มีจำนวนทั้งหมด 30 คนภายในระยะเวลา 5 วัน จากต่างสาขาอาชีพ ทั้งมีความรู้อยู่แล้วบ้าง ไม่มีบ้าง ปะปนกันไป&#8230;&#8230;.</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">          “เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ฟังดูแล้วก็ดูเหมือนเว็บไซต์ทั่วๆไป แต่เมื่อผมได้เข้าไปอบรม ฯ  ระดับต้น สำหรับโปรแกรมเมอร์ ทั้งๆที่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ หรือแม้กระทั้งความรู้เรื่องโปรแกรมเมอร์เลย และก็ยังไม่สามารถรู้ว่า “เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้”  นี้เป็นเว็บอย่างไร&#8230;&#8230;</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">           เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Accessibility ) เป็นเว็บที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตัวหนังสือ ภาพ เสียงและมัลติมีเดีย ที่สามารถสร้างมารองรับคนพิการ เช่น คนตาบอด คนสายตาเลือนราง คนหูหนวก หูตึง บกพร่องทางการเรียนรู้  บกพร่องทางการเคลื่อนไหว  บกพร่องทางการสื่อสารและการพูด  คนที่มีอาการแพ้แสง (ลมชัก) หรือพิการซ้ำซ้อน (รวมถึงรวมถึงผู้สูงอายุและผู้ใช้งานทั่วไป) ที่ขาดทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลที่จะได้รู้</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">           อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกหรือวิธีการที่ช่วยให้คนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ กันเช่น ตัวหนังสือ ภาพ เสียงและมัลติมีเดียในอินเทอร์เน็ทได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่คนพิการในการนำข้อมูลข่าวสารที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">            จากความหมายข้างต้นทำให้ผมคิดถึงแล้วเว็บไซต์ในปัจจุบัน แตกต่างกับเว็บที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างไรขึ้นมาทันที ซึ่งแน่นอนจึงทำให้ผมมุ่งตรงไปถามยังผู้รู้ที่มาเป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้</span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Chalaivate-P-Pannawong.bmp"><span style="color: #008080;"><img class="alignleft size-full wp-image-2824" title="รูปชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Chalaivate-P-Pannawong.bmp" alt="รูปชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์" width="310" height="180" /></span></a><span style="color: #008080;">             อาจารย์ชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์ วิทยากรและส่งเสริมพัฒนาเว็บไซต์  กล่าวว่า “โดยส่วนใหญ่ นักพัฒนาเว็บไซต์ของไทยนั้นยังไม่รู้จักมาตรฐานนี้มากเท่าไรนัก  ซึ่งทำให้ไม่ได้เล็งเห็นว่ามีคนหลายกลุ่ม เช่น ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหานั้นๆได้</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             ดังนั้นการเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ต่างๆในโลกอินเทอร์เน็ท จึงทำให้หน่วยงาน W3C เล็งเห็นว่า เนื้อหาต่างๆในเว็บไซต์นั้นควรต้องมีมาตรฐาน ดังนั้น W3C ได้ออกมาตรฐาน WCRG ขึ้นมา รวมถึงมีกิจกรรมและเปิดสอนหลักสูตรสอนโปรแกรมเมอร์เพื่อให้พัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าถึงได้</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             WCRG นั้นเป็นมาตรฐานที่สร้างขึ้นโดย W3C เพื่อให้ programmer นั้นเข้าใจว่าคนที่เข้าถึง เว็บไซต์นั้นอาจมาจากคนหลายกลุ่มรวมทั้งกลุ่มผู้พิการทางสายตา หรือผู้สูงอายุ เป็นต้น อีกอย่างคือ เรื่องของ Search Engine ที่เราจะต้องไปดูว่าควรจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มต่างๆเข้าใช้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">            นี้เป็นเพียงสิ่งแรกที่ผู้เข้าอบรมต้องรู้ถึงจุดประสงค์และความหมาย ขั้นต่อไป เป็นขั้นตอนลงมือปฎิบัติจริง พร้อมกับเอกสารการเรียนรู้ประกอบไปอย่างช้าๆ เริ่มตั้งแต่อักษร หรือภาษาคอมที่ใช้สำหรับเขียนโปรแกรม จากคนที่ไม่มีความรู้อยู่เลย จึงทำให้รู้ว่า ยากลำบาก ท้อ เครียด จนถึงวันที่ 3 สำหรับผมถึงกับอาเจียนเลย</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">          ในฝึกอบรม การเรียนรู้  ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และทุกคนที่เข้าอบรมก็สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ บางคนก็ปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้วออกมาในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  แม้จะไม่สวยงามเหมือนเว็บไซต์ทั่วๆไป </span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Picture-environment-training.bmp"><span style="color: #008080;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2826" title="ภาพบรรยากาศการอบรม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Picture-environment-training.bmp" alt="" width="493" height="215" /></span></a></h3>
<h3><span style="color: #008080;">           นายณรงค์ชัย หูตาชัย นศ. โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย)หนึ่งในผู้อบรมเล่าว่า “มีหลายคนอีกหลายคน ที่ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆในเว็บไซต์ สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก นับว่าเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่ทำ เกิดชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยส่วนตัวเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ได้นำความรู้มาพัฒนาเว็บไซต์มาเรื่อยๆ</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">            และคิดว่าในอนาคต ถ้าโครงการนี้ถูกสนับสนุนในวงกว้างก็จะทำให้เว็บไซต์มีอนาคตที่ดีกว่านี้ เพราะปัจจุบันเว็บไซต์นั้นยังไม่ถูกหลักมาตรฐานสากล ประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมโครงการมา 2 ปี ที่ได้สัมผัสได้เรียนรู้ผู้พิการนั้น จะแบ่งออกเป็น</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">              1. ยังเข้าไม่ถึง </span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">              2. เข้าถึงโดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว  โดยถือว่าเป็นกลุ่มไฮเทค( High Tech) ใช้โปรแกรมที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมี </span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">              ณรงค์ชัย เชื่อว่า “ทุกเว็บไซต์นั้นสามารถทำให้เข้าถึงได้ การที่จะทำเว็บไซต์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยสำหรับการเขียนโปรแกรม เพราะเพียงแค่เพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น โดยผู้ที่ไม่เข้าใจ อาจต้องเรียนเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว นั้นแค่มาเรียนรู้เพิ่มเติมก็จะสามารถพัฒนาไปได้ไกลเลยทีเดียว”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             เช่นเดียวกับ คุณสุวิภาภรณ์ ศุภประเสริฐ นักวิชาการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ระดับ 7 เชื่อว่า “การพัฒนาเว็บไซต์ให้ทุกคนเข้าถึงได้ เป็นการสร้างสิทธิให้คนเท่าเทียมกัน ซึ่งแต่เดิมนั้นเราได้มองข้ามไปในสังคม </span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             จากการพัฒนานี้ อย่างน้อยก็จะนำไปปรับใช้กับ สตง. ซึ่งเว็บที่มีอยู่ก็ให้ประชาชาชนนั้นเข้ามาได้ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส ได้ใช้งานหากตรงนี้ สตง.  ได้นำไปปรับให้ดีขึ้นแล้วเพื่อสนองความต้องการของ คนพิการก็จะสามารถเข้ามาบอกเล่าเรื่องราว หรือแจ้งความเดือดร้อนของตนผ่านทางเว็บไซต์ของ สตง . ได้เช่นเดียวกับคนทั่วๆไป”</span></h3>
<h3><span style="color: #008080;">             เสียงสะท้อนจากคนคนส่วนหนึ่งที่เห็นคุณค่าเว็บไซต์ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ล้วนมีแง่คิด ที่สะท้อนต่อสังคมอย่างเห็นได้ชัด แม้นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะพัฒนา ต่อยอดสู่อนาคตและสังคมแห่งการเท่าเทียมกัน แต่นี่&#8230;จะช่วยทำให้เกิด “สังคมแห่งข้อมูลข่าวสารสำหรับทุกคน” ต่อไป&#8230;&#8230;.</span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/equitable-socoety/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กไทยเจ๋ง! สร้างประวัติศาสตร์ใหม่กวาดครบ 5 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิค</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:53:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิสิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงซาเกรบ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)]]></category>
		<category><![CDATA[สนามบินสุวรรณภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นายชยากร พงษ์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[นายวีรภัทร พิทยครรชิต]]></category>
		<category><![CDATA[นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[นายอิสระพงศ์ เอกสินชล]]></category>
		<category><![CDATA[นายนครินทร์ โลหิตศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[นายไชยยศ จิรเมธากร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหิดลวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิค]]></category>
		<category><![CDATA[โครเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2816</guid>
		<description><![CDATA[เด็กไทยสร้างประวัติ ศาสตร์คว้าเหรียญทองครบทุกคน รวม 5 ทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก 2010 ที่โครเอเชีย เตรียมบินกลับถึงไทย 26 ก.ค.นี้ รมช.ศธ.พร้อมสสวท.จัดต้อนรับฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้านเด็กเก่ง วางแผนศึกษาต่อจบเป็นอาจารย์ด้านฟิสิกส์พร้อมทำงานวิจัยแทนคุณแผ่นดิน
          นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท.ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/5-Gold-Medal-Olympics-chemical.jpg"><img class="size-full wp-image-2817 aligncenter" title="เด็กไทย 5คนที่ได้เหรียญทอง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/5-Gold-Medal-Olympics-chemical.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a>เด็กไทยสร้างประวัติ ศาสตร์คว้าเหรียญทองครบทุกคน รวม 5 ทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก 2010 ที่โครเอเชีย เตรียมบินกลับถึงไทย 26 ก.ค.นี้ รมช.ศธ.พร้อมสสวท.จัดต้อนรับฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้านเด็กเก่ง วางแผนศึกษาต่อจบเป็นอาจารย์ด้านฟิสิกส์พร้อมทำงานวิจัยแทนคุณแผ่นดิน</span><span id="more-2816"></span></p>
<p>       <span style="color: #0000ff;">   นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท.ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ ปี 2553  ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17 – 25 กรกฎาคม นี้ ผลปรากฏว่า ทีมเด็กไทยทั้ง 5 คน สร้างประวัติศาสตร์ สามารถคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้ครบทุกคน รวมทั้งหมด 5 เหรียญทอง  และคณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เวลา 14.20 น. เที่ยวบิน OS 025 โดยนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ คณะสสวท.จะจัดพิธีต้อนรับแสดงความยินดี ณ ชั้น 2 ด้านในประตูที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ตามกำหนด</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">          นางพรพรรณ กล่าวว่า สำหรับทีมฟิสิกส์ไทยนั้น ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายอิสระพงศ์ เอกสินชล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายวีรภัทร พิทยครรชิต โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย รศ.สุวรรณ คูสำราญ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สิทธิคง จากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.รัชภาคย์ จิตต์อารี จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ผศ.ดร.โศจิพงษ์ ฉัตราภรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม และอาจารย์ราม ติวารี จากสสวท.เป็นผู้จัดการทีม</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">          อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2545  แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ทีมเด็กไทยสามารถคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้ครบทั้ง 5 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และสำหรับการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกส์ระหว่างประเทศเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ประเทศแม็กซิโก ทีมไทยทำได้แค่ 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">      </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ที่มา: โพสต์ทูเดย์ ; วันที่ 24 กรกฎาคม 2553</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> ขอขอบคุณภาพข่าว :Nation Group</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เยาวชนไทยคว้าแชมป์ซอฟต์แวร์ระดับโลก ในผลงาน ‘eyeFeel’</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/team-skeek/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/team-skeek/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:30:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2806</guid>
		<description><![CDATA[ปีนี้ถือเป็นปีทองของเยาวชนไทย  ที่กวาดเหรียญทองจากหลายเวทีนานาชาติ  ล่าสุดสามารถกวาดรางวัลระดับโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก สร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ครองแชมป์ถึง 2 สมัย ในการแข่งขันโอลิมปิกด้านซอฟท์แวร์ในประเภท Software Design คว้าแชมป์โลก Worldwide lmagine Cup 2010 ในผลงาน ‘eyeFeel’

เรื่อง :อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
         ผลงาน eyeFeel เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยลดช่องว่างและเปิดโอกาสทางการสื่อสารระหว่างผู้ที่พิการทางการได้ยินกับคนปกติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #993300;">ปีนี้ถือเป็นปีทองของเยาวชนไทย  ที่กวาดเหรียญทองจากหลายเวทีนานาชาติ  ล่าสุดสามารถกวาดรางวัลระดับโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก สร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ครองแชมป์ถึง 2 สมัย ในการแข่งขันโอลิมปิกด้านซอฟท์แวร์ในประเภท Software Design คว้าแชมป์โลก Worldwide lmagine Cup 2010 ในผลงาน ‘eyeFeel’</span></h3>
<p><span id="more-2806"></span></p>
<h4><span style="color: #808080;">เรื่อง :อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></h4>
<h4><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Imagine-Cup-SKeeK.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2811" title="สมาชิกทีมSKeeK" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Imagine-Cup-SKeeK.jpg" alt="" width="400" height="264" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/สมาชิกทีมSKeekยืนข้างถ้วยรางวัล.jpg"></a>         <span style="color: #0000ff;">ผลงาน eyeFeel เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยลดช่องว่างและเปิดโอกาสทางการสื่อสารระหว่างผู้ที่พิการทางการได้ยินกับคนปกติ ผ่านระบบที่แปลงเสียงพูดและจับความเคลื่อนไหวของใบหน้าผู้พูดให้เป็นตัวอักษรและภาษามือที่สร้างด้วยแอนิเมชั่นหรือภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ทันท่วงที(เรียลไทม์)เสมือนได้เห็นและได้ยินจริง โดยผู้พูดเพียงพูดผ่านไมโครโฟนที่อยู่หน้าเว็บแคม ระบบจะแปลงเป็นภาษามือและตัวอักษรแสดงออกมาบนจอ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/สมาชิกทีมSKeekยืนข้างถ้วย.jpg"></a></span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">          ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานของทีม SKeek จำนวน 4คน คือ นายพิชัย โสดใส นายกฤตธี ศิริสิทธิ์ นายนนทวรรธ ศรีจาด และนายธนสรรค์ ดิลกพินินันท์ นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟท์แวร์และความรู้ โครงการเปิดสอนระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ ( International Undergraduate Program :IUP)ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">          สมาชิกทีม SKeek เล่าว่า “ผลงาน  eyeFeel เกิดจากแรงบันดาลใจตอนเด็กๆที่อ่านหนังสือการ์ตูน แล้วสังเกตเห็นว่ามีข้อความอยู่บนตัวการ์ตูน ทำให้เราจินตนาการได้ว่าเสมือนเราอยู่ในโลกของตัวละคร ดังนั้นในเมื่อการ์ตูนสื่อสารกับเราโดยไม่ใช้เสียง แต่เราสามารถรับรู้เรื่องราวที่สื่อออกมาได้เหมือนกัน ทำให้พวกเราจะจินตนาการถึงตอนอาจารย์พูด แล้วตัวข้อความขึ้นอยู่บนจอเหมือนกับการ์ตูน ไม่ได้</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">          และจากการค้นคว้างานวิจัยในอินเทอร์เน็ทพร้อมกับ เคยไปปรึกษาที่สมาคมคนหูหนวกและโรงเรียนเศรษฐเสถียร โรงเรียนที่เปิดสอนสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน พบว่ามีคนหูหนวกเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถอ่านหนังสือออก เพราะฉะนั้นซอฟท์แวร์นี้จึงต้องมีแอนนิเมชั่น ภาษามืออยู่ข้างๆ เพื่อให้ซอฟท์แวร์ นี้สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง”</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">          จากคู่แข่งกว่า 3 แสนคน 100 ประเทศทั่วโลกได้สร้างความประทับใจและเอาชนะคู่แข่งที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 5 ทีม ซึ่งเนื้อหาสำคัญจาก presentation ของ 5 ประเทศที่เข้ารอบชิง ก็น่ากลัวไม่น้อย&#8230;..<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/SKeeKteam41.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2812" title="สมาชิกทีมSKeekยืนข้างถ้วยรางวัล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/SKeeKteam41.jpg" alt="" width="193" height="288" /></a></span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/SKeeKteam4.jpg"></a>           ทีม SKeek เล่าต่อว่า” ประเทศนิวซีแลนด์ทำโครงการที่นำมาแข่งขันมาถึง 5 ปี มีการใช้งานจากขั้วทวีปเป็นตัวส่งสัญญาณโดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์จะ เป็นตัวกระจายเสียงโดยไม่ต้องผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จากนั้นส่งต่อไปยังสถานีวิทยุเลย โดยใช้แค่วิทยุมาปรับคลื่นความถี่ให้ตรงกันเท่านั้น ประเทศฟินแลนด์ เป็นซอฟท์แวร์ที่มีระบบสองภาษาสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ภาษามือ ประเทศมาเลเซีย เป็นซอฟท์แวร์เกี่ยวกับด้านโภชนาการ และประเทศเซอร์เบีย เป็นที่น่าสนใจมาก เพราะมีโปรแกรมช่วยคนพิการที่เป็นอัมพาต โดยมีอุปกรณ์ติดตั้งบนหน้าผาก แล้วคนพิการสามารถใช้สายตาบังคับคอมพิวเตอร์ได้”</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">           ทีม SKeek ยังเชื่อว่า “ซอฟต์แวร์นี้จะช่วยลดช่องว่างทางสังคมได้แน่นอน เพราะสิ่งประดิษฐ์นี้เป็นการช่วยเพิ่มทางเลือกทางการศึกษาให้แก่คนหูหนวก คือปกติแล้วคนหูหนวกที่มีการศึกษานั้น เขาก็จะศึกษาไปในทางสายอาชีพมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่เราสร้างซอฟท์แวร์เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้เข้าถึงความรู้หลายแขนงได้ ก็เป็นการเพิ่มทางเลือก หรือแนวการศึกษาให้แก่พวกเขา</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">          ทั้งนี้ คนทั่วไปก็สามารถเรียนภาษามือได้ นักเรียนไทยที่อ่านภาษาอังกฤษออก แต่ฟังไม่รู้เรื่องนั้นก็สามารถใช้ซอฟท์แวร์นี้เพื่อการเรียนรู้ และความเข้าใจมากขึ้นได้อีกเช่นกัน”</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">            แน่นอน! ในอนาคตจะมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์นี้เพื่อมาใช้ในประเทศไทย เป็นภาษาไทยเช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ เพราะนี้คือผลงานของคนไทย และเพื่อสังคมไทย</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;">           การลงแข่งครั้งนี้ทีม SKeek หวังเพียงแค่จะเข้ารอบลึกๆ แต่ก็ไม่คาดหวังว่าจะเป็นที่ 1 ของโลก แต่วันนี้พวกเขาคือที่ 1 ของโลก ภายใต้คติ “ไอเดียไม่เจ๋ง เราจะไม่ทำ”</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/team-skeek/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อะไรเกิดขึ้นกับเธอชีวิตเปลี่ยน5วันก่อนแต่งงาน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:07:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[การเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD)]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรามคำแหง]]></category>
		<category><![CDATA[รถคว่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[อิสรภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[คณะศึกษาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[ไขสันหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เลขานุการ]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวลักษณ์ ทองก๊วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2776</guid>
		<description><![CDATA[ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!
          &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #ff0000;">ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!</span><span id="more-2776"></span></h3>
<h4><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak.jpg"></a>        <span style="color: #993300;">  &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส กำลังขับรถไปทำงานกับแฟน&#8221; เสาวลักษณ์เปิดฉากเล่าถึงอดีตที่พลิกชีวิตจากผู้หญิงชีวิตเพอร์เฟ็คต์ทั้งการศึกษาที่สามารถคว้าใบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ เอกการประชาสัมพันธ์จากรั้วพ่อขุนรามคำแหง มาได้เพียง 3 ปีครึ่งการงาน เป็นพนักงานบัญชีธนาคารชื่อดังครอบครัวอบอุ่นและมีฐานะดี และความรักแฮปปี้สุดสุด</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          ชีวิตของเธอสมบูรณ์พร้อม กระทั่ง&#8230;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2800" title="ภาพถ่ายเสาวลักษณ์ ทองก๊วยนั่งคนเข็นอยู่หน้าทำแพงที่มีตัวอักษร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg" alt="" width="257" height="193" /></a></span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;รถคว่ำ เสียหลักตกถนน&#8221;เธอบอกเพียงสั้นๆ และไม่ขอเล่ารายละเอียดว่าอะไรเกิดขึ้น</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          เธอนอนไอซียู 1 สัปดาห์เต็มๆ โดยผลเอ็กซเรย์ระบุว่า หลังหักบริเวณกระดูกสันหลังเอวข้อที่ 2 และหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงที่หักลงไป ขณะที่แฟนหนุ่มบาดเจ็บเล็กน้อย</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          อาการบาดเจ็บสาหัสและการเป็นอัมพาตไม่ได้ทำให้เธอกังวลและเจ็บปวดเท่ากับการต้องยอมรับความจริงว่าเธอกำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพื่อน สังคม การงานอิสรภาพ และที่สำคัญ ชีวิตคู่ของเธอ</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องที่เป็นกังวลที่สุดคือ กลัวคนรักทิ้งเพราะมันเป็นการตอกย้ำว่าเราไม่มีคุณค่า จึงหลอกตัวเองว่าคือความฝัน ไม่ยอมรับความพิการ ภายนอกยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ข้างในหวาดกลัวมาก&#8221;</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          ยิ่งนานวัน บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไป แม้จะใจหายที่คนรักไม่เหมือนเดิม แต่เสาวลักษณ์ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตามุ่งมั่นทำกายภาพบำบัด ปีกว่าๆ ก็สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพจนสามารถเดินได้นิดหน่อยโดยใช้เครื่องช่วยเดิน</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;ดีใจมาก เพราะเราสามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้นและปลดเปลื้องภาระต่อคนอื่นให้เหลือน้อยที่สุด&#8221; แต่สุดท้าย&#8230;&#8221;เขามีคนใหม่&#8221;เสาวลักษณ์เล่าสั้นๆ และบอกเพียงว่าแฟนใหม่ของคนรักเป็นคนที่เธอรู้จักดี</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ไปทั้งชุมชนเพราะทุกคนรู้ว่าเราจะแต่งงานกัน เพราะเครียดมากจึงทำให้สภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ลงอีกครั้ง&#8221;</span><span style="color: #993300;">เครียดและเจ็บปวดมาก หากเธอก็ลุกขึ้นสู้เพราะถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2802" title="ภาพเสาวลักษณ์นั่ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>          คิดได้เช่นนี้ เธอเริ่มชีวิตใหม่ที่ยอมรับความพิการด้วยการเข้าทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร จากนั้นสมัครเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่โรงเรียนอาชีวะ พระมหาไถ่พัทยา ที่นี่สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพาอาศัยผู้อื่น เข้าใจการดำรงชีวิตอิสระกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8221;คนพิการส่วนมากจะมีสภาพที่ต้องถูกผู้อื่นดูแลเหมือนเด็กอ่อน เพราะฉะนั้นเวลาพูดหรือทำอะไรจะไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ ดิฉันไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น จึงพยายามใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak3.jpg"></a></span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          ตั้งแต่นั้นมา ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรได้สารพัดพูดอะไรมีคนเชื่อถือ ทำอะไรใครๆ ก็ไว้วางใจหากเธอยังไม่หยุดชีวิตไว้แค่นี้ ยังเดินหน้าสมัครงานที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD) บรรจุงานในตำแหน่งเลขานุการผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ระหว่างนั้นลงเรียนปริญญาโทคณะศึกษาศาสตร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  จนได้ปริญญาอีกใบมาครอบครอง</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          ปัจจุบันในวัย 44 ปี เสาวลักษณ์เป็นหัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำงานขับเคลื่อนงานด้านคนพิการ โดยเน้นงานเชิงนโยบาย ตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่และเสมอภาค</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;ตอนนี้ไม่รู้สึกว่าชีวิตด้อยกว่า หรือไม่เหมือนคนอื่น เคารพตัวเอง ภาคภูมิใจในตัวเอง ส่วนเรื่องความรัก พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แม้ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเป็นตัวตนของเรายังเหมือนเดิม&#8221;พูดพลางยิ้มด้วยใบหน้าแช่มชื่น เป็นผู้หญิงเก่งอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะอยู่กับความพิการ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2803" title="ภาพเสาวลักษณ์ ถ่ายรูปหมู่กับคนพิการประเภทต่างๆที่นั่งรถเข็นริมแม่น้ำยามค่ำคืน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          เสาวลักษณ์แย้งว่า เธอไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่ที่มาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยในการพัฒนาศักยภาพพอก้าวข้ามความพิการมาได้ ก็ดึงเอาทักษะเดิมกลับมาใช้ และเติมเทคนิคความพิการเข้าไป  จึงสามารถหาทางออกในชีวิตได้</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          หัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิค บอกว่า สังคมไทยยังให้โอกาสคนพิการน้อยเกินไป ยังมีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องและรัฐยังไม่มีสังคมสวัสดิการอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยเฉพาะการศึกษาและระบบขนส่งสาธารณะ</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          &#8220;หากคนพิการสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าพวกเขาจะมีศักยภาพทำอะไรต่างๆ ได้ไม่แพ้คนไม่พิการ เพราะมนุษย์ไม่มีข้อจำกัดในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ถ้ามีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ&#8221; เสาวลักษณ์&#8230;ผู้หญิงที่มีความสุขกับความพิการ&#8211;จบ&#8211;</span></h4>
<h4><span style="color: #993300;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
