“โทษทีเสื้อทุกสี บังเอิญว่าสังคมนี้ก็เป็นของเรา!”ประโยคข้างต้น คงกระแทกใจใครหลายคนเข้าดังปึ้ก ก็โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีแดง สีเหลืองซะหน่อยยังมีอีกตั้งหลายสี ที่มาช่วยกันแต่งแต้มสังคมจนกลายเป็นความงดงามบนสีสันที่หลากหลาย

ไม่ได้ต่างกันเลย กับวันนี้ของสังคมไทย ที่หัวใจ ความคิด หรือทัศนคติของผู้คน ไม่ได้มีแค่สองสีที่ถูกบางแนวคิดกำหนดเอาไว้ แถมถ้าใครคิดต่างแม้แต่หลักการเดียว ก็จะถูกผลักไปอยู่สีคู่ตรงข้ามทันที

          ยังมีคนอีกไม่น้อย ที่ไม่ได้ไปอยู่ตรงราชประสงค์ ไม่ได้ไปร่วมแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ได้ตั้งกลุ่มต่างๆ ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแอ๊บขาว

          เพราะไงซะ สังคมนี้ก็เป็นของพวกเขาเหมือนกันเหมือนที่คนรุ่นใหม่ อย่างบรรดานักออกแบบ ที่มีวัยอยู่ในสิบกว่า ยี่สิบกว่า สามสิบต้นๆ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในเว็บไซต์ www.f0nt.com  ประกาศประโยคนั้นออกมาทุกคนเชื่อว่า นี่คือยุคสมัยของพวกเขา ยุคสมัยที่พวกเขาต้องมีชีวิต ต้องมีครอบครัว และต้องมีอนาคต เพราะงั้น จะให้นั่งออกแบบงานสร้างสรรค์ต่างๆ หรือบ่นลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ดูหนัง โหลดเพลง เหมือนที่เคยเป็นมาคงไม่ได้แล้ว หนึ่งในตัวตั้งตัวตี ที่ใช้นามแฝงว่า “เก้อ”อธิบายว่า วิธีสำคัญที่จะแก้ปัญหาซับซ้อน ที่อยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้นั้นคือ”ความเข้าใจ” ต่อผู้คนที่เห็นแตกต่างสารพัดสี และความเข้าใจนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ ในขณะที่สังคมสาดซัดกันไปด้วยความรุนแรงโกรธแค้น เกลียดชัง

          “ในฐานะคนรุ่นใหม่ เราขจัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยเริ่มจากใจเรา และส่งต่อมันไปยังคนอื่นๆไม่ต้องไปสนใจว่าพวกผู้ใหญ่จะเอาแนวคิดแบบไหนมายัดเยียดใส่หัว เพราะวันข้างหน้าสังคมต้องอยู่ในความรับผิดชอบของเรา”

          “นิทรรศการออกแบบสังคม”เลยเกิดขึ้นจากโปสเตอร์ กราฟิค แฟลช วิดีโอ นับร้อยๆ ชิ้น ที่ถูกโพสท์เข้ามาในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่จะร่วมมือกับกลุ่มสันติอาสามาจัดเป็นนิทรรศการ ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาแยกคอกวัว (วันที่ 7 พ.ค. เป็นวันสุดท้าย แต่แว่วว่ากำลังติดต่อขอแสดงงานที่หอศิลป์กทม.อยู่ หรือถ้าใจร้อนก็เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้)

          น่าจะพิสูจน์ได้อย่างดีถึงความต้องการของคนวันนี้ ที่จะเป็นอนาคตสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมต่อไป  บางคนอาจแขวะในใจว่า ก็แค่กิจกรรมของชนชั้นกลางหน่อมแน้ม

          เก้ออธิบายว่า ประเด็นที่พูด เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา เพราะรายละเอียดของปัญหายังมีอีกเยอะ และเป็นเรื่องที่มาถกกันได้เพราะความสงบไม่ใช่การสมยอม หรือกลบปัญหาไว้ใต้พรม

          เพราะแม้ในกลุ่มออกแบบสังคมเอง ก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่การที่ทุกคนพยายามช่วยกันทำงานนี้ อย่างน้อยก็น่าจะตอบโจทย์ได้ว่า ในความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน ยังมีหนึ่งความเห็นที่เหมือนกันคือ

          ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงจุดเริ่มต้นของวันนี้จึงอยู่ที่ลดความเกลียดชัง แล้วจะเห็นทางออก ไม่ใช่จมอยู่ในความมืดที่ยาวนานอย่างที่กำลังเป็น

          “มันไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่หมายถึงรุ่นต่อๆ ไปที่ใกล้มือเราด้วย เพราะสังคมนี้ก็เป็นของพวกเราเหมือนกัน”–จบ–

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD