เคยได้ยินเรื่องเล่าขานกันว่าผู้ประกาศข่าวเขาแต่งตัวสวยหล่อกันแค่ครึ่งท่อนไหมคะ แบบท่อนบนสวมสูทผูกเนคไทอย่างเนี้ยบ แต่ท่อนล่างเป็นกางเกงบอล หรือกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ อะไรทำนองนี้…ดิฉันยืนยันค่ะว่าที่เขาเล่ากันมาเนี่ย…เรื่องจริง! เพราะการอ่านข่าวของผู้ประกาศตั้งแต่เริ่มมีโทรทัศน์ในประเทศไทยถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็จะนั่งอ่านข่าวที่โต๊ะอ่านข่าว และกล้องก็จับภาพแค่ครึ่งตัวเท่านั้น แต่เรื่องขำๆแบบนี้ ไม่ใช่ตัวอย่างที่ควรทำตามอย่างแน่นอน ลองมาเรียนรู้เคล็ดลับการแต่งตัวแบบผู้ประกาศข่าวที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือกันดีกว่าค่ะ

เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง

          ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Anchorman นี้ช่างล้อเลียนผู้ประกาศข่าวที่หล่อครึ่งท่อนได้เป็นอย่างดีค่ะ แต่หนังก็เป็นหนังอยู่วันยังค่ำ กางเกงท่อนล่างเลยออกเป็นแนวกางเกงชั้นในหรือบ๊อกเซอร์เรียกเสียงฮา แต่ของจริงเขาก็ไม่ถึงขนาดนี้หรอกนะคะ 

          ด้วยตารางเวลาทำงานของผู้ประกาศที่แต่ละช่องมีข่าวนำเสนอในหลายเวลา ตั้งแต่เช้ามืดไปจนดึกดื่น และแน่นอนว่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ของท่านผู้ชมทางบ้าน ก็เป็นเวลาทำงานของเรา ดังนั้น มันก็ต้องมีบ้างล่ะค่ะ ที่ผู้ประกาศอาจจะมาเข้าเวรอ่านข่าวชั่วประเดี๋ยวประด๋าวในวันหยุด ก็เลยออกจากบ้านมาแบบสบายๆ ในกางเกงขาสั้น โดยเฉพาะผู้ประกาศข่าวกีฬาที่ส่วนใหญ่เป็นคอบอล และชอบใส่กางเกงบอลอยู่บ้าน ก็มีเหมือนกันที่ขี้เกียจแต่งตัวให้เรียบร้อย ดีกว่ากางเกงบอลหน่อยก็อาจเป็นกางเกงแนวปีนเขาเดินป่า หรือกางเกงลายพราง ยิ่งท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ตัวเก๋าละก็ เกินครึ่งของผู้ประกาศเลยล่ะค่ะ

          แต่กางเกงยีนส์นี่ หลายปีมานี้ไม่ค่อยมีใครถือสากันแล้ว เพราะวัฒนธรรมยีนส์แทรกซึมไปทุกวงการ หลายองค์กรอนุโลมให้ใส่มาทำงานในเวลาปกติได้แล้วด้วยซ้ำ เราจึงไม่ค่อยถูกดุเรื่องสวมยีนส์มาอ่านข่าว เว้นเสียแต่ว่า…การอ่านข่าวหรือดำเนินรายการนั้นเป็นแบบยืนเห็นเต็มตัว ถ้ารู้ล่วงหน้าก็เลี่ยงได้ แต่ถ้ามีกางเกงแสล็ค และรองเท้าคัทชูติดรถไว้หรือในล็อคเกอร์ที่สถานีก็จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายามที่ต้องยืนรายงานแบบเห็นเต็มตัวได้ค่ะ

          เรื่องขำๆที่เล่ามา ต้องถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ควรเลียนแบบหรอกค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว ผู้ประกาศข่าว ควรแต่งตัวแบบเตรียมพร้อมเสมอ เพราะไม่แน่ว่าอาจเกิดเหตุอะไรที่เจ้านายหรือบรรณาธิการจะสั่งให้เราไปรายงานข่าวด่วนๆ โดยไม่มีโอกาสกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า หรืออาจเป็นคำสั่งด่วนให้ไปร่วมงานบางงานที่เราอาจมีสถานะเป็นตัวแทนองค์กรของเราเพียงคนเดียวในงานนั้น คิดดูสิคะ ว่าถ้าเราอยู่ในสภาพไม่พร้อม ไม่มั่นใจ ก็เป็นการตัดโอกาสที่จะได้ทำงานชิ้นสำคัญนั้นเลยทันที

          ไม่เพียงแค่ความพร้อมในการทำงานนะคะ การแต่งตัวดีอยู่เสมอยังสร้างความมั่นใจในตัวเอง และสร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นด้วย เมื่อเราเป็นผู้ประกาศข่าว ออกทีวีทุกเมื่อเชื่อวัน แต่วันใดวันหนึ่ง เราอาจลากสังขารอันสุดโทรมออกไปทำธุระ หรือไปเดินช้อปปิ้ง แล้วได้พบกับผู้หลักผู้ใหญ่ แหล่งข่าว ไปจนถึงแฟนคลับที่เขาสู้อุตส่าห์ชื่นชมมานาน….พอเห็นเราในสภาพยายเพิ้ง หรือตาเพิ้งปุ๊บ…ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อผู้ประกาศ อาจลดลง ถึงขั้นจบข่าว!!!!

          เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ ที่ ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของดิฉัน เพื่อช่วยรักษาภาพลักษณ์และความมั่นใจ ก็คือ
          1. มีกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กๆ พกไว้ในกระเป๋าถือตลอดเวลา ในนั้นต้องมีแป้งทูเวย์หรือแป้งฝุ่นอย่างใดอย่างหนึ่ง อายแชโดว์และบลัชออนโทนสีเข้ากันคู่หนึ่งเวลาต้องการให้ใบหน้าสดใสขึ้น ดินสอเขียนขอบตาหรืออายไลน์เนอร์ 1 ชิ้นไว้เขียนขอบตาอย่างด่วนแก้ปัญหาตาบวม ที่ดัดขนตา มาสคาร่า ลิปสติกสีกลางๆและลิปกลอสเพิ่มความชุ่มชื้น (ทั้งหมดนี้ควรพกขนาดเล็กๆหรือพวกของกิฟท์เซ็ทนั่นล่ะเหมาะสำหรับพกพามาก)

          2. ต้องคอยเข้าร้านทำผมเจ้าประจำ เพื่อตัดผม เล็มผม ให้เข้ารูปทรงอยู่เสมอ ทำสีผมเป็นระยะๆ ซึ่งส่วนใหญ่ดิฉันจะเข้าร้านทำผมเดือนเว้นเดือนค่ะ เหตุที่ต้องจัดตารางดูแลอย่างนี้ก็เพราะว่า เมื่อผมเราเข้ารูปอยู่เสมอก็จะทำให้จัดทรงง่าย(โดยเฉพาะผมสั้น) บางครั้งไม่มีช่างทำผม หรือในวันหยุดที่อยากสบายๆ ก็เซ็ทผมได้เองไม่ปล่อยให้กระเซอะกระเซิง

          3. ในรถ หรือที่ออฟฟิศ จะมีเสื้อแจ๊คเก็ตดีๆสีกลางๆสักตัว กางเกงสแลคสีดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าคัทชูสีดำ และสีสวยๆไว้ผลัดเปลี่ยน รวมถึงรองเท้าแตะไว้สวมพักเท้าคลายเมื่อยบ้าง
เสื้อแจ๊คเก็ต กางเกงแสลค และคัทชูส้นสูงสีดำ นี่ช่วยชีวิตผู้ประกาศส่วนใหญ่ที่ต้องการแปลงโฉมจากชุดลำลอง หรือเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ให้ดูเป็นผู้ประกาศข่าวขึ้นมาบัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ส่วนถุงน่องดำจำเป็นเวลาที่ต้องนุ่งกระโปรงไปงานพิธีการแบบด่วนๆ

 

          เท่านี้ก็ช่วยให้รอดพ้นจากความโทรมให้ดูดีแบบเร่งด่วนแล้ว ติดตามกันตอนต่อไปนะคะ ว่าเคล็ดลับการแต่งตัวให้ดูน่าเชื่อถือแบบผู้ประกาศข่าวนั้นเป็นอย่างไร

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD