เคยไหมคะ ที่เราต้องออกจากบ้านไปทำธุระแบบด่วนๆ ในชุดอยู่บ้านที่สบายๆ และบางชุดก็รับใช้เรามาหลายปีจนเริ่มเก่า….หน้าตาไม่แต่ง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง (หลายคนออกจากบ้านโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า แปรงฟันเลยด้วยซ้ำ) แล้วก็นึกอยู่ในใจว่า “ขออย่าให้เจอคนรู้จักเลย!!!” บางคนก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเจอ และทำเป็นไม่เห็นคนๆนั้นซะอย่างนั้น เพราะไม่อยากทักทายเขาในสภาพสุดโทรม….บางทีแต่งตัวสบายๆ อยู่บ้านหรือที่ทำงาน ก็มีแขกมาเยี่ยมแบบไม่ได้นัดล่วงหน้า….ลองแต่งตัวให้เรียบร้อยพร้อมพบเจอผู้คนตลอดเวลาแบบผู้ประกาศข่าวมืออาชีพดูสิคะ รับรองว่าจะมั่นใจขึ้นเยอะ


เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง

          อาชีพผู้ประกาศ เป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องมีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ เพราะต้องนำเสนอสิ่งที่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง เนื้อหาสาระทางวิชาการต่างๆ ภาษาที่ใช้ในการทำงานต้องระมัดระวังความถูกต้องแม่นยำ และเป็นทางการ ดังนั้น การแต่งกายก็ต้องนำเสนอออกมาให้สอดคล้องกับภาษาพูดด้วย เพื่อให้ผู้ชมข่าวโทรทัศน์ไม่รู้สึกสับสนและไม่ถูกดึงดูดสายตาให้มองที่การแต่งตัวจนไม่ฟังเนื้อหาสาระที่ผู้ประกาศกำลังถ่ายทอด แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกาศข่าวโดยเฉพาะผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รักสวยรักงามและตามแฟชั่นกันอยู่แล้ว เราจึงเห็นแฟชั่นอยู่บนหน้าจอเต็มไปหมด แต่สิ่งพึงระวังก็คือ “ความพอดี” และการเคารพในอาชีพของตัวเองที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้ชมจะเป็นคนตัดสินค่ะ

          สูตรสำเร็จการแต่งกายแบบผู้ประกาศข่าว จริงๆ แล้วมีไม่กี่รูปแบบหรอกค่ะ และผู้ประกาศข่าวส่วนใหญ่ก็มักจะแต่งกายสุภาพตามหลักสากล

          รูปแบบแรกคือการสวมสูท ที่หมายถึง เสื้อนอกกับกระโปรง หรือเสื้อนอกกับกางเกงที่เข้าชุดกัน ตัดจากผ้าผืนเดียวกัน เสื้อตัวในอาจเป็นเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อยืดเนื้อดี สีสุภาพ หรือถ้าสูทเป็นแบบเข้ารูปคอตื้นมากๆก็อาจไม่จำเป็นต้องมีเสื้อซ้อนด้านในให้ดูอึดอัดอีก

          การใส่สูทเต็มพิกัดแบบนี้เหมาะสำหรับการทำหน้าที่ประกาศข่าวที่เป็นทางการมาก การนำเสนอแบบยืนเห็นเต็มตัว การรายงานนอกสถานที่ที่กำหนดให้แต่งกายสุภาพ เป็นทางการ เช่น ทำเนียบรัฐบาล งานพระราชพิธี หรือรัฐพิธี และแน่นอนว่าเครื่องประดับของสาวๆ ก็ต้องมีรูปแบบและขนาดแต่พองาม ไม่ใหญ่โต รกรุงรัง หรือวิบวับแวววาวขัดกับเสื้อผ้า

          ถ้าเป็นผู้ประกาศชายก็ต้องสวมสูทกางเกงเข้าชุด เสื้อเชิ้ตสีอ่อน เนคไทมีสีสันได้แต่ก็ต้องสุภาพ ไม่นิยมลวดลายกราฟิกใหญ่ๆ หรือสีฉูดฉาด แม้กระทั่งเนคไทเส้นเล็กที่ดูแฟชั่นมากเกินไปก็ไม่เหมาะ สวมรองเท้าหนังสีดำ

 

          รูปแบบที่สองเป็นการแต่งกายแบบกึ่งทางการ ซึ่งพบเห็นได้มากกว่า นั่นคือท่อนบนอาจจะเป็นแจ๊คเก็ต (คำนี้คนไทยมักเข้าใจผิดว่าเป็นเสื้อกีฬาหรือแจ๊คเก็ตลำลอง อันที่จริงเขาใช้เรียกสูทตัวเดียวที่ไม่มีกางเกงหรือกระโปรงเข้าชุดนั่นล่ะค่ะ)สวมทับเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายหรือเนื้อผ้าที่ลดความเป็นทางการลง ไปจนถึงเสื้อยืด(ที่ไม่ใช่ลายการ์ตูนหรือสีแปร๋นนัก) ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงหรือกระโปรงที่เข้ากัน บางครั้งอาจเป็นกางเกงยีนส์สีเข้มแบบสุภาพก็ได้

          ลุคนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักข่าวมากเพราะจะสบายตัว เคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ไปได้หลายงานหลายโอกาส ทั้ง In Door และ Out Door ถ้าไม่ได้ไปในสถานที่ราชการสำคัญ หรือถูกกำหนดให้แต่งตัวเป็นทางการ ก็มักจะเห็นการแต่งกายในลักษณะนี้กันมากทั้งชายและหญิง

          ดูแลความเรียบร้อยของเสื้อผ้าแล้ว ก็ต้องดูแลการแต่งหน้า ทำผม ให้สอดคล้องกันด้วยค่ะ ผู้ประกาศข่าวชายก็ต้องตัดผมสั้นเข้าทรงตลอดเวลา ไม่นิยมไว้หนวดเครา กันจอนหูให้เรียบร้อย ย้อมสีผมได้แต่ก็ไม่นิยมให้ฉูดฉาด เพราะอาจจะดูเป็นพวกผู้ชายหน่อมแน้มไป ไม่น่าเชื่อถือ ผู้ประกาศข่าวชายนี่ต้องอนุรักษ์นิยม มากกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ จะมีแฟชั่นบ้างก็ให้อยู่ที่เสื้อผ้า มากกว่าทรงผม หน้าตาก็ไม่ต้องเมคอัพมาก แค่ลงแป้งฝุ่นหรือแป้งแข็งให้ดูผิวพรรณดี ถ้าคิ้วโล้นไปก็ปัดคิ้วด้วยแปรงให้ขึ้นรูปเสียหน่อย ไม่ต้องถึงกับใช้ดินสอเขียนคิ้ว ปัดแก้มบางๆ ให้ดูมีสุขภาพดี หน้าสดใส รวมทั้งลิปสติคก็แค่ลงลิปกลอสไม่ให้ปากแห้งหรือลิปสีอ่อนแก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำของผู้ประกาศชายที่สูบบุหรี่ ใครแต่งมากกว่านี้ ก็จะลดคะแนนความน่าเชื่อลงไปตามสัดส่วนของเมคอัพนั่นแหละค่ะ

          ผู้ประกาศหญิง ซึ่งเป็นเพศที่รักสวยรักงาม และผู้ชมก็นิยมมองสิ่งที่สวยๆงามๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น มีโอกาสในการแต่งหน้าและทำผมได้หลากหลายมากกว่า ทรงผมก็มักเปลี่ยนไปตามแฟชั่นแต่ละยุคสมัย มีทั้งผมยาวสลวยสวยเก๋ และผมสั้น ตั้งแต่ผมบ๊อบยาวกว่าใบหูไปจนถึงผมซอยสั้น

          ส่วนตัวดิฉันเอง ตอนเป็นผู้ประกาศใหม่ๆ ก็ผมยาวตรงถึงกลางหลัง ด้านหน้ายกเป็นกระบังขึ้นมาเรียบกริบ อ่านข่าวคู่กับเจ้านายเก่า คุณเทพชัย หย่อง เมื่อครั้งท่านเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวไอทีวียุคแรก ก็ถูกคุณเทพชัยเหน็บแนมทุกวัน ว่าดูเป็นนางนพมาศมากกว่าผู้ประกาศข่าว ถูกกดดันมากเข้าดิฉันก็ตัดผม จากยาวประบ่า ก็ค่อยๆ สั้นขึ้นเรื่อยๆ จน 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยผมยาวอีกเลย เพราะเคยชินกับความสะดวกสบาย สระเซ็ทผมก็แสนง่าย รวดเร็วเหมาะกับอาชีพมาก แถมยังได้ลุคที่ดูเฉียบ มั่นใจขึ้นอีกต่างหาก

          เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งคือต้องจัดเวลาเข้าร้านตัดผม ทำสีผมให้เข้าที่ไว้ตลอด เพราะบางช่วงอาจจะมีงานยุ่งเหยิงเสียจนผมเผ้าเสียทรง กระเซอะกระเซิงไปได้

          แนวการแต่งหน้าในโทนสีธรรมชาติ หรือเอิร์ธโทน เป็นแนวที่คลาสสิคที่สุดสำหรับผู้ประกาศข่าวค่ะ ไม่จำเป็นต้องแต่งเปลือกตาไปตามสีเสื้อเสมอไป หรือแม้จะมีโทนสีตามเสื้อผ้าหรือสีผมก็ต้องใช้ศิลปะในการเกลี่ยสีให้ออกมานุ่มนวลที่สุด แนวสโมคกี้อาย หรือเขียนตาเข้มดำปี๋ ก็ไม่เหมาะ อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็นานๆครั้งก็พอ พวกอายชาโดว์สีเหลือบๆ หรือมีประกายวิบวับต้องหลีกเลี่ยง เพราะเวลาอ่านข่าวไปกระพริบตาไป ผู้ชมก็คงสะดุดตากับประกายแวววาวปิ๊งๆ ตลอดเวลา รวมทั้งลิปสติคก็ไม่ควรทาสีสดโดดเด่นเกินไป เพราะอย่าลืมว่าขณะอ่านข่าวปากเราต้องขยับตลอดเวลา อย่าดึงดูดสายตาผู้ชมให้ดูที่ริมฝีปากแดงแจ๋มากกว่าฟังข่าว

           และต้องฝึกการแต่งหน้าตัวเองให้เป็นด้วยนะคะ เพราะแม้เวลาที่อ่านข่าวอยู่ในสถานีเขาจะมีช่างแต่งหน้าให้ แต่เมื่อต้องไปรายงานข่าวด่วนๆ ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศหลายๆวัน ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดูดี ไม่ต้องสวยเด้งจนเกินเหตุ แต่ก็อย่าดูเป็นยายเพิ้งเป็นอันขาด

          เพราะข่าวโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาข่าวที่ดี การถ่ายทำตัดต่อภาพดี และผู้รายงานข่าวดูดีด้วย ก็จะเป็นข่าวโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ ดูแล้วเพลิดเพลิน และมีโอกาสได้รับความนิยมสูงด้วยค่ะ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD