Friday, May 18, 2012

silvershopatkowsarnroad
ท่องถนนข้าวสารในวันที่นักท่องเที่ยวคึกคักแม้เทศกาลปีใหม่จะผ่านมาแล้ว และเทศกาลสงกรานต์ยังมาไม่ถึง พร้อมแนะนำร้านเครื่องประดับเงินเก๋ๆ ของสาวเจ้าของทรงผมDreadlocks สุดเซอร์

 เรื่อง:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง

ภาพ:อิศเรศ จันทรวดี

15 มกราคม 2553

          DSC09515หลังจากที่ฉันไปย่ำถนนข้าวสารล่าสุดมาเมื่อคืนวันที่ 14มกราคมนี้ “ถนนข้าวสาร”ก็ยังสนุกและมีสีสันอย่างที่คุ้นเคย นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งที่ไม่ได้ตรงกับเทศกาลอะไร เพราะขึ้นปีใหม่ก็ผ่านมาแล้ว และสงกรานต์ก็ยังมาไม่ถึง สะท้อนว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวน่าจะผ่านพ้นช่วงฝืดเคืองมาพอสมควร

         เมื่อรองท้องด้วยอาหารอิตาเลียนหลายเมนูแล้วก็เดินเที่ยวเล่นสังเกตการณ์ ก่อนจะไปจบยังร้านที่เป็นจุดหมายปลายทางทุกครั้งเมื่อมาที่นี่ ก็คือร้านเครื่องประดับเงินของ “อ๋า” แม่ค้าสาวเปรี้ยวกับผมทรงDreadlocks เป็นเอกลักษณ์ ที่ดูก้อนใหญ่โตขึ้นทุกทีและคงจะมีน้ำหนักไม่น้อย จนเจ้าตัวก็บอกว่าถ้าตัดผมทิ้งสงสัยจะเดินไม่เป็น! แผงเล็กๆของเธออยู่เกือบท้ายถนนหากเข้ามาจากทาง สน.ชนะสงคราม อยู่ตรงข้ามกับ “Rikka Hotel” และเยื้องกับร้านชื่อดังอย่าง “Buddy”

         ณัฐชา อารีย์ หรือ “อ๋า” มายึดหัวหาดทำกิจการขายเครื่องประดับเงินอยู่ที่ถนนข้าวสารมากว่า 10 ปีแล้ว เจอกันครั้งแรกจำได้ว่าอ๋ายังขายของแบบปูผ้าบนถนนอยู่เลย แล้วก็ขยับขยาย มีแผงค้าเป็นเรื่องเป็นราวและมีสินค้าสวยๆให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆDSC09521

DSC09523         เครื่องประดับที่ร้านอ๋าล้วนมีแต่แบบเก๋ๆ ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ กำไล แหวน ต่างหู ละลานตาไปหมด จะลองสวมลองใส่สาละวนอยู่แค่ไหนเธอก็ไม่บ่น สนนราคาก็ว่ากันตามน้ำหนักของเงิน

          ครั้งแรกที่ฝากตัวเป็นลูกค้าเมื่อหลายปีก่อน ฉันก็หยิบโน่นหยิบนี่มาลองสวมวุ่นวายทีเดียว จนเมื่อซื้อแหวนกับต่างหูแล้วก็ปรากฏว่าลืมถอดสร้อยเส้นหนึ่งที่สวมทับเสื้อคอเต่าเดินไปขึ้นรถหน้าตาเฉย พอรู้สึกตัวแล้ววิ่งกลับเอาของมาคืนก็เป็นเรื่องขำกันกลิ้ง และจากนั้นมาฉันกับสามีก็กลายเป็นขาประจำของอ๋า

         เจอกันคราวนี้มีโอกาสได้นั่งคุยกันนานกว่าครั้งก่อนๆ เพราะเอาสร้อยเงินเส้นเก่าที่ชำรุดไปให้เธอช่วยร้อยให้ใหม่โดยเสริมเม็ดเงินและหินสวยๆเข้าไปอีก อ๋าก็ตั้งใจประดิดประดอยให้เราอย่างชำนิชำนาญ ในขณะที่ต้องดูแลลูกค้าฝรั่งที่เดินเข้ามาเลือกชมเลือกซื้อสินค้าอย่างไม่ขาดสายด้วย

         DSC09481ลูกค้าของอ๋าส่วนใหญ่เป็นฝรั่งค่ะ นักท่องเที่ยวเอเชียก็มี แต่ที่ฉันสังเกตก็คือเมื่อฝรั่งเขาเดินผ่านหน้าร้านแล้วเห็นว่าร้านนี้มีสไตล์ ก็จะเข้ามาเลือกของที่ถูกใจได้อย่างรวดเร็ว ถามราคาแล้วก็ไม่ค่อยจะต่อรองราคาสักเท่าไร ไม่เห็นจะดูนาน เลือกนาน หยิบๆวางๆและขอต่อราคาเหมือนคนไทยอย่างฉันเลย

         ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะบอกกันปากต่อปาก ฝรั่งบางคนมาถนนข้าวสารเป็นครั้งแรกก็ยังเดินหาร้านอ๋าจนเจอเพราะเพื่อนเขาเขียนแผนที่กำกับมาให้ แค่นั้นไม่พอ บางคนยังพกรูปเพื่อนคนที่แนะนำมาโชว์อ๋าด้วยว่าจำได้หรือเปล่าเพื่อนฉันคนนี้เคยมาซื้อ…

         อ๋าเล่าว่าถ้าเมื่อ 10 ปีก่อนเธอสัมภาษณ์เข้าทำงานองค์กรสาธารณกุศลแห่งหนึ่งกับคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ได้ เธอก็คงเป็นสาว NGO ไปแล้ว เพราะเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่สมัยเรียน แต่ดูเหมือนพรหมลิขิตให้ทำมาค้าขาย การไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือและเลือกซื้อเครื่องเงินสวยๆมาขายกลับเป็นช่องทางธุรกิจที่ “ใช่”มากกว่าDSC09533DSC09534

         อ๋าบอกว่าอาชีพนี้มีความสุขดี และด้วยความที่ขายเครื่องประดับเงินอยู่ที่นี่มานาน จึงมีคนนำสินค้ามาส่งให้เลือกถึงที่ ไม่ต้องเดินทางเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน ตอนกลางวันให้ลูกน้องมาเปิดร้าน ส่วนเธอจะมาดูแลเองก็ต่อเมื่อพลบค่ำไปแล้วและอยู่ถึงตี 1- ตี 2 กว่าจะกลับไปนอนก็รุ่งเช้า…และจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่ดีมาก คือตื่นมาดูข่าว “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ของช่อง3 อะแฮ่ม!!!

DSC09517

         แม้จะใช้ชีวิตและประกอบอาชีพต่างกัน แต่สิ่งที่เราเห็นตรงกันอย่างมากคือ เมื่อทำงานอะไรด้วยความรักและความหลงใหล มันจะไม่รู้สึกว่างานนั้นเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยหรือน่าเบื่อหน่ายเลย แต่กลับจะเพลิดเพลินจนเวลาผ่านไปแต่ละวันอย่างรวดเร็วและจะตั้งหน้าตั้งตารอวันใหม่ให้มาถึงอย่างมีความสุขDSC09494DSC09496DSC09500DSC09512DSC09532DSC09507DSC09509DSC09487

Popularity: 38% [?]

3 Responses to “ถนนข้าวสารและเครื่องประดับเงินร้านโปรด”

  1. สวัสดีค่ะ พี่หนิง ตอนนี้หน่อยหายเป็นอีสุกอีไสแล้วนะคะ (หน่อยเพื่อนคุณแทนค่ะเราเคยพบกันที่ตึกมาลีนนท์ค่ะ) วันนี้แวะเข้ามาอ่านเรื่องต่างๆ ตามที่ พี่หนิงแนะนำค่ะ

    ผ่านมาพบเรื่องเกี่ยวกับ ข้าวสารพอดี จึงอยากจะร่วมแบ่งปันความรู้สึกเกี่ยวกับข้าวสารบ้างค่ะ

    ก่อนหน้าที่หน่อยจะย้ายมาทำงานที่เชียงใหม่ เราทำงานที่ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา (สวยงามมากค่ะที่นั่น) เราทำงานในธุรกิจโรงแรม 5 ดาว เวลาทำงานเราก็ทำงานอย่างจริงจัง ถึงเวลาหยุดเราก็มีเวลาหยุดยาว เราจึงจัดเวลาไปเที่ยวกัน ทุกๆ 3 เดือน และกรุงเทพ ก็เป็นจุดที่เราจะต้องแวะอยู่เสมอค่ะ

    ข้าวสารหลายคนอาจมองต่างกันไป เคยคุยกับเพื่อนๆนักท่องเที่ยวที่พบกันที่ลาว หนุ่มน้อยชาวอังกฤษ เค้าบอกว่าเค้าไม่ค่อยชอบข้าวสาร เหมือนแหล่งรวมอบายมุขเพราะเค้าชอบเสพวัฒนธรรมมากกว่า ส่วนสาววัยกลางคนชาวอิสราเอล เธอบอกว่าเธอชอบข้าวสาร และเธอบอกหนุ่มชาวอังกฤษว่า ฉันเสพความเป็นไทยที่นั่นได้ เดินซื้อของ ผู้คน วิถีชีวิต และผัดไทยจานโปรด หน่อยเห็นด้วยกับเธอค่ะ จริงๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ว่าเราจะเลือกเสพอะไร ข้าวสารสำหรับหน่อย มีเสน่ห์ในตัวมันเองค่ะ อาจเป็นเพราะว่าหน่อยชอบที่จะนั่งมองดูวิถีชีวิต และผู้คน ผู้คนที่นั่นเค้าขยันขันแข็งและก็สู้ชีวิต บางครั้ง ทำให้เราหันกลับมาดูตัวเองว่า เราทำอะไรอยู่

    สถานที่ประทับใจ
    Brick Bar: แนวเพลงแบบ Ska + Raggae + Disco ครั้งแรกที่ได้ไปข้าวสาร เพราะว่าแฟนหน่อยเค้าจะต้องไป stamp ที่ Brick Bar เป็นร้านโปรดของเค้า ตอนนี้ก็เป็นร้านโปรดของหน่อยด้วย วันนั้นจำได้ว่า กลับมาจากเวียตนาม ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอน เที่ยงคืน นั่งรถ taxi มุ่งตรงไปที่ ข้าวสาร เข้าพักที่ Rikka Inn ลากกระเป๋าใบโต (ที่หน่อยระดมซื้อของอัดมาเต็มที่) และหลังจากนั้นก็มุ่งตรงไปที่ Brick Bar ออกจากโรงแรม ก็เลี้ยวซ้ายเท่านั่นเอง
    วันนั้นหน่อยโทรมอย่างแรง แป้งไม่ทา ปากไม่ทา (ปกติไปเที่ยวกลางคืน แหม อย่างน้อยก็กรีดตานิดหน่อย) กางเกงขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ มัดผมจุกสองข้าง (เหมือนหมวย แต่หน้าไม่หมวย) แหมก็เวียตนามมันร้อน ก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเข้าไปผู้คนมากมายเบียดเสียด หญิงสาวคนหนึ่ง ดึงจุกหน่อย แล้วพูดว่าน่ารักจังเลย หน่อยไม่รู้สึกโกรธอะไร แต่กลับรู้สึกถึงความเป็นกันเอง ปกติสถานที่ท่องเที่ยว สาว ๆ เค้าจะแต่งมาแข่งกัน ชายหนุ่ม บางทีเดินชนนิดหน่อยยังไม่ได้เลย แต่ที่นี่ หน่อยสัมผัสได้ว่า ส่วนใหญ่ ทุกคน เป็นตัวของตัวเอง ต้นกันเป็นบ้าๆ รั่วๆ เต้นบนโต๊ะบ้าง กระโดดบ้าง เต้นฮาๆๆ ไม่มีฟอร์ม เต็มที่ รู้สึกตลก แล้วก็ปลดปล่อยดีค่ะ ก็เวลาพักผ่อนนี่คะ
    ออกมาก็กระจายรายได้ ให้แก่ บาร์บีคิวและผัดไทยจานโปรด

    Rikka Inn เป็นที่พักประจำของเราค่ะ เพราะจาก Brick Bar เดินออกมาก็ใกล้มาก แล้วก็สะอาด และดูน่าจะปลอดภัยดี เราไปพักจนสนิทกับน้อง โอลีฟ ค่ะ เธอเป็นเด็กสาวต่างจังหวัด ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับส่วนหน้า อัธยาศัยดี ทุกครั้งเราก็จะหาขนมหรือของฝากเล็กๆ น้อยไปฝากเธอ เวลาเรากลับเธอก็จะถามเสมอว่าเมื่อไหร่จะเจอกันอีก แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอย้ายไปแล้ว และไม่สามารถติดต่อเธอได้

    น้ำส้มสุดชื่นใจ ร้านน้ำส้ม สาวน้อย เธออยู่หน้า แถว ๆ Rikka Inn นั่นแหระค่ะ พี่หนิงอาจเคยพบเธอ เธอตัวเล็ก ๆ สาวต่างจังหวัดสู้ชิวิตอีกคน เราอุดหนุนเธอประจำ แต่เราไม่เคยถามชื่อเธอ เพราะว่าเธอหน้าเหมือนเพื่อนหน่อย เราจึงมีชื่อเรียกเฉพาะโดยเธอไม่รู้ตัวว่า รีฮานน่า

    ขนมปัง พรชัย ด้านข้างถนนที่เข้ามาจากทางคอกวัว หน่อยไปต่อแถวเป็นประจำค่ะ นานหน่อยแต่คุ้มค่ะ ถูก อร่อย สด ไส้เต็มๆ

    นี่เป็นกิจกรรมที่หน่อยจะต้องทำเมื่อไปที่ข้าวสารค่ะ เรามีความสุขกับการ เดินเรื่อยเปื่อยที่นั่น กินปอเปี๊ยะทอด ผัดไทย บาร์บีคิว น้ำส้ม นั่งมองดูคน รั่ว ๆ และคนสู้ชิวิต

    ส่วนร้านเครื่องเงินของคุณอ๋า ไปคราวหน้าต้องไปทักทายเธอหน่อยแล้วค่ะ เผื่อเธอจะฝากให้หิ้วเครื่องเงินจากเชียงใหม่ไปให้

    ยาวไปหน่อยนะคะ แต่ถ้าไม่รังเกียจหน่อยจะขยันเข้ามาแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ

  2. ning says:

    ชอบๆ ค่ะน้องหน่อย มีเรื่องอะไรก็เข้ามาแบ่งปันกันนะคะ…และไม่แน่ เราอาจเจอกันที่ข้าวสารบ้างก็ได้ อิอิ

  3. ยินดีค่ะ พี่หนิง ถ้าต้องการภาพประกอบ ให้หน่อยส่งไปที่ไหนดีค่ะ อีกไ่ม่นาน หน่อยจะย้ายกลับไปอยู่ใต้อีกแล้วค่ะ คงได้ไปข้าวสารบ่อยขึ้นค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน         เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี      คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ   เรื่อง: วิรงรอง พรมมี ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี          อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน   เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี ภาพ: พงษ์พันธ์  [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ภาพ::กองทัพเรือ              [...]

TAG CLOUD