Select Page

เที่ยวเมืองกาญจน์ : ของเก่า เข้าค่าย โรงถ่ายพระนเรศวร

เที่ยวเมืองกาญจน์ : ของเก่า เข้าค่าย โรงถ่ายพระนเรศวร


กิจกรรม “Sunday Drive” กลับมาอีกแล้ว เมื่อสมาชิกเว็บไซต์ “www.euroclubrace.com” ได้เวลาว่าง(เกือบ)พร้อมหน้าพร้อมตา โดยหนุ่มเจ้าของธุรกิจโรงแรมบนเกาะภูเก็ต หนึ่งในแกงค์ขึ้นมากรุงเทพฯ จึงกลายเป็นที่มาของการนัดหมาย ขับรถ(แรง) เที่ยวกินลมชมวิว แบบไปเช้าเย็นกลับ หนนี้เป้าหมายเป็น “กาญจนบุรี”


เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ: อิศเรศ จันทรวดี

          เช้าวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 อากาศสดใส เป็นใจให้ขับรถเที่ยว พวกเรารวมพลกันที่ปั๊ม ปตท. ย่านพุทธมณฑล จ.นครปฐม นัด 8 โมง กว่าจะครบกันทั้ง 20 คนกับรถประมาณ 10 คัน ก็ล่วงเลยไปชั่วโมงกว่าๆ….คนมาเร็วก็รอกันจนกาแฟหมดไปหลายแก้ว คนมาช้าก็มีข้อแก้ตัวกันคนละทิศละทาง ที่ลงชื่อทางเว็บไว้แล้วมีเหตุให้โทรมายกเลิกกะทันหันก็มี อย่างไรก็ดี แกงค์นี้เขาก็แค่อำกันพอหอมปากหอมคอ ยังไงก็ต้องรอกันจนหยดสุดท้ายอยู่แล้ว เพราะขับรถเที่ยวสไตล์ ECR ยิ่งไปกันหลายคันก็ยิ่งสนุกคึกคัก

          เมื่อเคลื่อนขบวนกันสาย ก็ทำให้ขาออกจากนครปฐมมุ่งหน้า บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีรถค่อนข้างมาก แต่กระนั้นก็ยังมีขาซิ่งบางคน แซงซ้าย แซงขวา แบบตามใครไม่เป็นอยู่เป็นระยะๆ ผ่านท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

          จุดหมายแรกที่ฉันพาเพื่อนๆ ไปนั่งพัก ดื่มกาแฟกันเพลินๆ ก็คือร้านขายของเก่า “จงเจริญ” แต่ใกล้จะถึงอยู่รอมร่อ AUDI TT รถคันหนึ่งในขบวนก็เกิดยางล้อด้านหลังขวาแตก…โชคดีที่มียางอะไหล่เปลี่ยน แต่ก็ทำให้การเดินทางต้องชะงักไปกว่าครึ่งชั่วโมง……

          เมื่อทุกคนถึงร้านขายของเก่า ที่ตกแต่งอย่างน่ารักริมถนน ก็ได้พักผ่อนอิริยาบถ ดื่มกาแฟที่เขามีขาย กับขนมเปี๊ยะใส่ถั่วไข่แดงเจ้าอร่อยขั้นเทพยี่ห้อ “สินสถาพร” ที่เจ้าของร้านจงเจริญใจดีให้ลูกชายขับรถไปซื้อมาให้โดยเฉพาะ

 

  

          ร้านของเก่า “จงเจริญ” มีของเก่าหลายประเภทให้เลือกสะสมค่ะ ตั้งแต่เครื่องประดับสำหรับสาววินเทจ จำพวกลูกปัดเก่านำมาร้อยใหม่ขายในราคาพอซื้อหาได้

          โต๊ะ ตู้ เตียง ของแต่งบ้านหลากหลาย ทั้งที่ได้มาแบบเดิม และแบบที่ต้องมาซ่อมแซมชุบชีวิตใหม่ ซึ่งก็เนี้ยบมาก!

          เจ้าของร้านเคยประกอบอาชีพทนายความมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นคนรักของเก่า ทำไปทำมาก็ไม่ต้องว่าความกันละ ขายของเก่าเป็นเรื่องเป็นราวเสียเลย ทั้งมีความสุขและรายได้ก็ดี ส่งลูก 2 คนเรียนจนจบปริญญาได้สบายมาก และกำลังจะส่งลูกชายคนเล็กไปเรียนต่อต่างประเทศอีกด้วย

          ออกจากร้านจงเจริญใกล้เวลาอาหารกลางวัน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังร้าน “ครัวผักหวานบ้าน” ในอำเภอไทรโยค ที่แม้จะอยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร แต่ด้วยถนนที่ดีมากๆ รถก็ค่อนข้างน้อย รถสวยๆแรงๆ 10 คัน ทั้ง BMW , SUBARU, AUDI TT, และ LAND ROVER ก็เลยสนุกกันใหญ่ ได้จังหวะทดสอบสมรรถนะของรถตัวเองกันเป็นระยะๆ แต่ที่เป็นพระเอกของทริปนี้ก็คือ Nissan Skyline R34 ที่แรงจนมีประกายไฟออกจากท่อไอเสียเป็นลูกๆ สร้างเสียงฮือฮาให้พี่ๆเพื่อนๆ ร่วมคณะ

 

          ไปถึงกันแบบหิวโซ ทำให้อาหารจานเด็ด ที่มีจุดเด่นตรงผักหวานสดๆ อ่อนๆ จากไร่เป็นวัตถุดิบชั้นดี ที่ปรุงได้หลากหลายเมนู หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

          อิ่มหมีพีมันกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังค่ายสุรสีห์ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเข้าชม “พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ” กองถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ที่คนไทยน้อยคนนักยังไม่ได้ชม

เ          ขตทหารที่ไม่ห้ามเข้าอย่างค่ายสุรสีห์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีทั้งรถยนต์ และรถบัสนำคณะทัวร์มาเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของกองถ่ายทำภาพยนตร์อย่างไม่ขาดสาย ชวนให้นึกถึงโรงถ่ายฮอลลีวู้ด ที่สามารถนำทรัพยากรที่ใช้สร้างภาพยนตร์ทั้งหมดมาสร้างรายได้จากการเข้าชมได้อีกต่อหนึ่งอย่างคุ้มค่า และยังทำให้ตำนานภาพยนตร์แต่ละเรื่องประทับอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังเรื่องนั้นยาวนานต่อไปอีก

เราขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถกลางแจ้งกันเรียบร้อยทั้ง 10 คัน นาทีแรกที่ลงจากรถ เจอแดดแผดเผาลงมาแบบไม่ปราณีก็เล่นเอาสะดุ้ง…แต่รถทุกคันก็มีร่มติดมาพร้อม จึงกางร่มกันพรึ่บพรับ ก่อนจะเดินตามเสียงบรรยายของเจ้าหน้าที่ต้อนรับเข้าไปในอาคารแรก เพื่อซื้อตั๋วเข้าชม…..

          อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท ส่วนการขี่ม้า-นั่งช้าง (2คน)-นั่งเกวียน(5-6คน)ชมเมือง รอบละ 300 บาท ไม่ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับฉากภาพยนตร์สุดอลังการ ที่ถูกเนรมิตขึ้นจากพื้นที่ป่ารกกว่า 2,000 ไร่

แต่ที่ต้องใช้ความอดทนมากคือการเดินท่ามกลางแดดร้อนระอุนั่นต่างหาก ที่จริงเขามีรถราง แบบที่ กทม. มีไว้ให้บริการเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ โดยต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ 100 บาท แต่เรายังบ้าพลังกันอยู่เลยไม่ยอมจ่าย…หารู้ไม่ว่า…กำลังจะร้อนแทบตับแตกกันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้….เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่เคยมาแล้วบอกว่า ถ้ามาตอนเย็นๆ ก็จะถ่ายรูปไม่สวย และเดินได้ไม่ทั่วก็จะค่ำเสียก่อน….อืมม์ เข้าใจปลอบ!!!

          เส้นทางการเที่ยวชม เริ่มขึ้นในฉากพม่าก่อน ตั้งแต่หมู่บ้านโยเดีย กุฏิมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บศาสตราวุธ กำแพงเมืองหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์สีทองสุดอลังการ…..

            ซึ่งในจุดสำคัญๆ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายข้อมูลให้นักท่องเที่ยวได้อรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น

 

            จากฉากฝั่งพม่ามาชมฉากฝั่งไทยค่อยสบายหน่อย เพราะเขาให้นั่งรถราง ….คนขับอารมณ์ดี ขับไป บรรยายไป ได้ทั้งข้อมูลและความฮา

….เมื่อเลาะกำแพงเมืองอโยธยา มีฉากบ้านเรือน โรงฝิ่น โรงน้ำชา หนุ่มๆเขาแซวว่าจะขอเข้าไปหน่อย พี่โชเฟอร์ก็บอกว่าเปิดยามราตรีตอนนี้เข้าไม่ได้

……ผ่านบ่อนไก่ ก็มีแต่บ่อน ไก่ไม่อยู่แล้ว……ผ่านคูน้ำที่ขุดล้อมกำแพงเมืองก็อุตส่าห์บรรยายว่าเมื่อก่อนมีตลาดน้ำ แต่ปัจจุบันเหลือแต่น้ำ ตลาดไม่มีแล้ว…เฮ้อ!

 

          รถรางพาเรามาถึงจุดสุดท้ายคือตำหนักบุเรงนอง ติดกับห้องเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก และร้านขายของที่ระลึก

 ซึ่งต้องลงเดินเชื่อมต่อไปจนทะลุถึงลานจอดรถ…เป็นอันจบเส้นทางทัวร์พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ ในค่ายสุรสีห์ แต่เพียงเท่านี้

 ….เท่านี้ก็เสียเหงื่อไปหลายลิตรเลยล่ะค่ะ

          ขากลับเราจะไปทางสุพรรณบุรีกัน ตั้งใจจะไปไหว้พระวัดป่าเลไลยก์ และทานอาหารเย็นรวมแกงค์กันที่สุพรรณ แต่ก็มีอันต้องเปลี่ยนแผนกันอีก เพราะรถของเพื่อนคนหนึ่งในขบวนมีปัญหาถึงขั้นต้องเรียกรถยกมาบรรทุกรถกลับกรุงเทพก่อน….

          ช่วงเวลาแห่งการติดต่อประสานงาน และยกรถขึ้นให้เรียบร้อยน่ะ เกือบ 2 ชม. สาวๆในกลุ่มหลับกันงีบใหญ่เลยกว่าหนุ่มๆ เขาจะช่วยกันจนเรียบร้อย…พออกเดินทางถึงสุพรรณบุรีก็ค่ำเสียแล้ว ต้องยกยอดคิวไหว้พระไปทริปหน้า แล้วหิ้วท้องอันหิวโหยไปถล่มอาหารชุดใหญ่กันที่ร้าน “บลูแวนด้า” ที่อยู่ติดกับ “วัดรอเจริญ” ซึ่งเพื่อน 2 คนที่ไม่ได้ไปเมืองกาญจน์ด้วยไปจองโต๊ะรอรับพวกเราอยู่ที่นั่น…..หลังจากนี้คงไม่ต้องบรรยายกันนะคะว่าเป็นอย่างไร…ทั้งอิ่ม…ทั้งคุยกันเสียงดังสนั่นร้าน เวลาล่วงไปถึง 3 ทุ่ม จึงได้เคลื่อนขบวนกันกลับกรุงเทพฯ ก่อนจะเริ่มต้นวันทำงานของสัปดาห์ใหม่อย่างมีพลัง

 

นี่แหละค่ะกิจกรรม Sunday Drive เที่ยวแบบแกงค์ Euroclubrace (ECR) สนุก เฮฮา ในหมู่เพื่อนผู้รู้ใจ!!!!!!!!

About The Author

Leave a reply