<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; กรุงเทพ</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความสง่างามของสนามหลวงยุคใหม่</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 10:43:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมธนารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยามวิกาล]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[คนจรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[คนไร้บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[CCTV]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4655</guid>
		<description><![CDATA[สนามหญ้าเขียวขจี ที่ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติด้วยการสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดูสวยงามน่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ใหม่ ของท้องสนามหลวง  ไม่นับการตกแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างแม้กระทั่งม้านั่งสาธารณะ ที่ทำให้สนามหลวงดูสง่างามขึ้นมากโข  แต่หากจะให้สนามหลวงเป็นสถานที่&#8221;สวยแต่รูปจูบไม่หอม&#8221; ก็คงไม่คุ้มค่ากับงบประมาณเกือบ 200  ล้านบาท  กรุงเทพมหานครจึงวางกฎ กติกา  การบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงอย่างครบวงจรด้วย

เรื่อง:  สายสวรรค์  ขยันยิ่ง
ภาพ:  กองประชาสัมพันธ์  กรุงเทพมหานคร
 
              กรุงเทพมหานคร  ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003300;">สนามหญ้าเขียวขจี ที่ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติด้วยการสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดูสวยงามน่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ใหม่ ของท้องสนามหลวง  ไม่นับการตกแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างแม้กระทั่งม้านั่งสาธารณะ ที่ทำให้สนามหลวงดูสง่างามขึ้นมากโข  แต่หากจะให้สนามหลวงเป็นสถานที่&#8221;สวยแต่รูปจูบไม่หอม&#8221; ก็คงไม่คุ้มค่ากับงบประมาณเกือบ 200  ล้านบาท  กรุงเทพมหานครจึงวางกฎ กติกา  การบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงอย่างครบวงจรด้วย</span></h3>
<p><span id="more-4655"></span></p>
<p><span style="color: #003300;">เรื่อง:  สายสวรรค์  ขยันยิ่ง</span></p>
<p><span style="color: #003300;">ภาพ:  กองประชาสัมพันธ์  กรุงเทพมหานคร</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003300;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAFDGOOZ1.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="aligncenter size-full wp-image-4662" title="ภาพสนามหลวงโดยมีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)อยู่ด้านหลัง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAFDGOOZ1.jpg" alt="" width="313" height="161" /></span></a></p>
<p><span style="color: #003300;">              กรุงเทพมหานคร  ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสนามหลวงโดยตรง  ได้เริ่มดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม  และปัญหาสังคม ในพื้นที่สนามหลวงและปริมณฑล มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/ssa.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4681" title="ภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในบริเวณสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นปัญหานกพิราบ ปันหาคนเร่ร่อนเเละปันหาพ่อค้าเเผงลอยที่ใช้บริเวณสนามหลวงเป็นที่ขายของ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/ssa-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCARJ9W23.jpg"></a><span style="color: #003300;">      </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAXDRG6K.jpg"></a><span style="color: #003300;">     ใครที่จำข่าวการย้ายนกพิราบกว่า  2 หมื่นตัว  ที่เคยมากินอาหารจากคนที่ซื้อเลี้ยงมันที่สนามหลวง ออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมนอกเมือง เมื่อปีกลายได้  นั่นแหล่ะค่ะ  คือแผนแรกๆ ของโครงการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงแห่งนี้  เมื่อนกพิราบไม่มี  (หรือจะมีกลับมาบ้างก็เป็นไปตามธรรมชาติ  ที่มาแล้วก็ไป ไม่ได้อยู่ประจำเป็นฝูงใหญ่เหมือนก่อน) จากนั้นก็ออกกฎห้ามจำหน่ายอาหารนกพิราบ  รวมถึงห้ามจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่กำหนด  ก็เป็นการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยไปในคราวเดียวกัน </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_0191.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignright size-medium wp-image-4677" title="ภาพคุณสายสวรรค์ ขยั่นยิ่ง กำลังสนทนาคู่กับ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_0191-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></span></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/imagesCAXDRG6K.jpg"><span style="color: #003300;"> </span></a></p>
<p><span style="color: #003300;">            ผู้ค้าที่อาศัยสนามหลวงเป็นที่ทำมาหากินมานาน  หากไม่มีที่ไปก็คงไม่พ้นต้องฝืนกฎ  กทม.จึงรับมือด้วยการจัดพื้นที่ให้ข้ามฝั่งไปค้าขายกันริมคลองหลอดแทน  และเตรียมปรับภูมิทัศน์ให้คลองหลอดสวยงามกว่านี้  แต่เท่าที่ประเมินมาร่วมปี  ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น บอกว่าผู้ค้าก็สามารถค้าขายได้เป็นที่น่าพอใจ แต่ กทม.ก็จะพัฒนาบริเวณริมคลองหลอดให้เป็นถนนคนเดิน  เชื่อมต่อไปยังถนนราชดำเนิน และสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง ฟังดูแล้วอดนึกภาพตามไม่ได้ว่าจะคลาสสิคขนาดไหน (ถ้าไม่มีรถเมล์ไร้มาตรฐานมาพ่นควันดำโขมงใส่นะคะ)</span></p>
<p><span style="color: #003300;">            ที่ผ่านมาสนามหลวงเป็นพื้นที่เปิด  เรียกว่าเปิดกันทั้งวันทั้งคืน  จึงไม่พ้นเป็นที่อาศัยหลับนอนของคนจรจัด คนไร้บ้าน เบื่อบ้าน  หรือขอทาน ไปจนกระทั่งผู้ขายบริการทางเพศ ที่อาศัยมุมมืด  หรือร่มเงาใต้ต้นมะขามเก่าแก่รายรอบสนามหลวงเป็นแหล่งนัดพบ ร้ายถึงขั้นหามุมขายบริการกันได้แบบที่นึกไม่ถึง  เหล่านี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ กทม. ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้เองเพียงลำพัง  จึงต้องร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการใช้กฏหมายเข้ามาจับปรับดำเนินคดีอย่างเข้มงวด  และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูเยียวยาคนไร้บ้าน คนหนีออกจากบ้านบ้าน คนด้อยโอกาส ให้มีที่พักพิง ซึ่งเตรียมสร้างที่พักถาวรให้ที่เขตสายไหม และขอความร่วมมือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมธนารักษ์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยหาพื้นที่รองรับเพิ่มเติมด้วย ที่ต้องให้เครดิตอย่างยิ่งอีกกลุ่มหนึ่งคือองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGO ที่เข้ามาดูแลคนเร่ร่อน จรจัด ในพื้นที่สนามหลวงที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างดี โดยเฉพาะข้อมูลต่างๆ ที่เขาเก็บรวบรวมมานานแล้ว  ดร.ธีระชน ยังกล่าวถึงความสำเร็จของการผลักดันขอทานต่างด้าวที่เข้ามาหากินในพื้นที่สนามหลวงกลับประเทศเพื่อนบ้าน โดย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ออกแรงช่วยเต็มที่<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/sanam-luang.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #003300;">            อีกปัญหาหนึ่งที่คู่กันมากับสนามหลวงก็คือปัญหาอาชญากรรม ฉกชิงวิ่งราว โดยเฉพาะในยามวิกาล ที่บางครั้งประชาชนก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาต่อรถโดยสารตามป้ายรถเมล์ หรือเดินลัดเลาะข้ามสนามหลวง โครงการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงครั้งนี้จึงซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ติดตั้งรอบสนามหลวง และจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้าเวรยามกันตลอด 24 ชั่วโมง  ถึงแม้ฟังดูแล้วอุ่นใจขึ้น  แต่ กทม.ก็ยังกำหนดเวลาเข้าใช้สนามหลวงอีกด้วย  จากที่ไม่เคยกำหนด  คราวนี้เปิดใช้ตั้งแต่เวลา 05:00 น.- 22:00 น. หลังจากนั้นก็ปิดรั้วกั้นเรียบร้อย  เว้นแต่ถนนเส้นที่ตัดผ่ากลางสนามหลวงซึ่งขยายให้กว้างขวางกว่าเดิม และยังเปิดให้เดินผ่านได้ตลอดเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องเดินข้ามฝั่งไปมา</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19762.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4670" title="ภาพหัวฉีดน้ำสปริงเกอลร์ซึ่งเป็นระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นเวลา โดยสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา  " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19762-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1920.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignright size-medium wp-image-4672" title="ภาพท่อระบายน้ำของสนามหลวง ซึ่งเป็นระบบที่ระบายน้ำได้ดีกว่าเดิม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1920-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a></p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_15031.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4671" title="ภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งรอบสนามหลวง " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_15031-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a><span style="color: #003300;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_19761.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1976.jpg"></a><span style="color: #003300;">             สนามหญ้าเขียวขจีนี้ รองผู้ว่าฯธีระชน บอกว่าติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นเวลา โดยสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา  และวางระบบระบายน้ำให้ดีกว่าเดิม ตอนออกแบบครั้งแรกจะปูกระเบื้องทางทิศเหนือของสนามหลวงสำหรับใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรง แต่กรมศิลปากรแนะนำให้เป็นสนามหญ้าเต็มพื้นที่เพื่อความสวยงาม ประกอบกับการขึ้นทะเบียบสนามหลวงเป็นโบราณสถานแล้ว กทม.จึงใช้กฏหมายบริหารจัดการ ให้สนามหลวงใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดพระราชพิธี รัฐพิธี หรือพิธีสำคัญทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรม เช่นการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวนมากๆ และประเดิมการจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2554 เป็นงานแรกหลังจากเปิดใช้สนามหลวงยุคใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 และเตรียมฟื้นเทศกาลแข่งขันว่าวขึ้นมาในฤดูกาลเล่นว่าว เพื่อให้บรรยากาศการที่มีครอบครัวมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ เตรียมอาหารมาปิคนิค มาเล่นว่าวกันที่ท้องสนามหลวงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #003300;">           ต้องจับตากันต่อไปว่าสนามหลวงยุคใหม่จะมีการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหนอย่างไร แต่ที่สำคัญคือ หากคนไทยทุกคนที่เป็นเจ้าของเงินภาษี ไม่ช่วยกันรักษาและหวงแหนดูแลสนามหลวงให้สมกับที่เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย  งบประมาณจำนวนมากที่ใช้ไปในการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวงและปริมณฑลครั้งนี้คงสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sanam-luang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อลัน เบท ฝรั่งหัวใจไทย กับภารกิจ “ปั่นทั่วโลก” เพื่อพ่อหลวง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 15:31:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[Alan Bate]]></category>
		<category><![CDATA[Alan Bed]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[กิโลเมตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อรถ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อลัน เบท]]></category>
		<category><![CDATA[อิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร ไรท์ ทู เพลย์]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[นักปั่น]]></category>
		<category><![CDATA[นิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[นครซานฟรานซิสโก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองบริสเบน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองเชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เสด็จพระราชดำเนิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องบิน]]></category>
		<category><![CDATA[Right to Play]]></category>
		<category><![CDATA[The Hub]]></category>
		<category><![CDATA[The Liverpool Cycle Centre]]></category>
		<category><![CDATA[tish 24-hour Championship 1991]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2839</guid>
		<description><![CDATA[ตลอดระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร ที่สองล้อของ นายอลัน เบท(Alan Bate) ชาวอังกฤษวัย ๔๕ ปี กำลังหมุนไปทั่วโลก มีเพียงเหตุผลเดียวที่เป็นคำตอบของการเดินทางอันยาวนาน ยากลำบากและท้าทายครั้งนี้ว่า นี่เป็นการแสดงความจงรักภักดีที่เขาอยากทำถวายในหลวงและเพื่อเป็นการส่งต่อเจตจำนงค์อันยิ่งใหญ่ให้คนทั้งโลกได้รับรู้อลันจึงหวังว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติโลกให้ได้น้อยกว่า ๑๖๕ วันซึ่งเป็นสถิติเดิมที่ นายจูเลี่ยน ซาเยอร์ นักขี่จักรยานชาวอังกฤษเคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศไทยผ่านองค์กร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #800000;">ตลอดระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร ที่สองล้อของ นายอลัน เบท(Alan Bate) ชาวอังกฤษวัย ๔๕ ปี กำลังหมุนไปทั่วโลก มีเพียงเหตุผลเดียวที่เป็นคำตอบของการเดินทางอันยาวนาน ยากลำบากและท้าทายครั้งนี้ว่า นี่เป็นการแสดงความจงรักภักดีที่เขาอยากทำถวายในหลวงและเพื่อเป็นการส่งต่อเจตจำนงค์อันยิ่งใหญ่ให้คนทั้งโลกได้รับรู้อลันจึงหวังว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติโลกให้ได้น้อยกว่า ๑๖๕ วันซึ่งเป็นสถิติเดิมที่ นายจูเลี่ยน ซาเยอร์ นักขี่จักรยานชาวอังกฤษเคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศไทยผ่านองค์กร ไรท์ ทู เพลย์ (Right to Play) องค์กรเพื่อสังคมที่ส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนด้านกีฬา และเกมการเล่นอีกด้วย</span></strong></p>
<p><span id="more-2839"></span></p>
<p>    <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed2.jpg"></a>  <span style="color: #003366;">   เมื่อบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ อลันน่าจะปั่นจักรยานไปเกือบค่อนโลกแล้ว ก่อนที่วันสุดท้ายของการเดินทางของอลันจะจบลง เรามาร่วมกันส่งแรงใจให้เขาพิชิตภารกิจนี้ให้สำเร็จด้วยกันเถอะค่ะ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed1.jpg"><span style="color: #003366;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2842" title="อลัน เบท ปั่นจักรยาน และนั่งยิ้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Alan-Bed1.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></p>
<p><span style="color: #003366;">         นักปั่นมืออาชีพจากแดนผู้ดีก่อนมาเมืองไทย อลัน เบท อาศัยอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสนใจกีฬาปั่นจักรยานเมื่ออายุ ๑๓ ปี แม้ว่าตอนแรกเขาจะชอบเล่นกีฬารักบี้ แต่เมื่อเจ้าของร้านจักรยานแห่งหนึ่งผู้เคยเป็นรองแชมป์ปั่นจักรยานโอลิมปิกเอ่ยปาก ชวนให้เขาลองมาเล่นกีฬาประเภทนี้ดู อลันจึงตอบตกลงในที่สุดอลันใช้เวลาครั้งแรกในการปั่นจักรยานกับเพื่อนๆ เป็นเวลาสองขั่วโมง ในระหว่างที่หยุดพักเพื่อดูการแข่งขันของนักปั่นระดับมืออาชีพที่ปั่นมาในเส้นทางเดียวกันเขาจำได้ว่า มันเป็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ มีเมฆลอยต่ำ อากาศครึ้ม เมื่อไฟของขบวนจักรยานส่องมา เขารับรู้ได้ถึงความเร็วของนักปั่นจักรยานทั้งห้าที่ขับฝ่ามาในม่านหมอก เขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว ได้กลิ่นกระทั่งน้ำมันนวด และเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่า นี่แหละคือวินาทีชีวิตของเขา อลันเล่าถึงความมุ่งมั่นในการปั่นจักรยานว่านับจากวันนั้นเป็นต้นมาเวลาที่ไปโรงเรียน เขาแทบไม่ได้ยินเสียงครูสอน ในหัวสมองเขาคิดถึงแต่เรื่องปั่นจักรยาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนักปั่นจักรยานระดับโลก และเมื่อการแข่งขันครั้งแรกในชีวิตมาถึง อลันคว้าอันดับสี่มาครองซึ่งครั้งนั้นเป็นการแข่งขันระดับท้องถิ่น จากนั้นเขาใช้เวลาเพียงหกสิบวัน ก็สามารถเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน</span></p>
<p><span style="color: #003366;">          ครั้งต่อมาอลันเข้าร่วมแข่งขันปั่นจักรยานทั้งในประเทศอังกฤษและนอกประเทศหลายรายการ ด้วยการสั่งสมประสบการณ์และความรักในกีฬานี้อย่างจริงจัง เมื่ออายุ ๒๖ เขาได้ครองตำแหน่งอันดับ ๕ ในรายการ British 24-hour Championship 1991 และขึ้นมาอยู่ในอันดับ ๔ ของการแข่งขันรายการเดียวกันในปี ค.ศ. ๑๙๙๘ (พ.ศ. ๒๕๔๑)</span></p>
<p><span style="color: #003366;">พรหมลิขิตสู่ชีวิตในเมืองไทยในวัย ๔๐ ปี อลันอำลาตำแหน่งนักปั่นจักรยานมืออาชีพ และผู้จัดการ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2846" title="อลัน และครอบครัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai.jpg" alt="" width="172" height="183" /></a></span></p>
<p><span style="color: #003366;">          โครงการ The Liverpool Cycle Centre ที่รณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมสุขภาพและขี่จักรยานกันมากขึ้นเพื่อช่วยลดมลพิษ จากนั้นเมื่อปลดปล่อยตัวเองจากพันธะทั้งหลายเขาก็เริ่มปั่นจักรยานเที่ยวรอบโลกในเวลาหนึ่งปี เขาปั่นจักรยานไปถึงกัมพูชา พม่า และลาว ข้ามมาอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อหยุดพักและรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า ที่นั่นเขาเริ่มผูกมิตรกับผู้คนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและดูมีความสุขกับชีวิต จากการพูดคุยกับชาวเชียงของทำให้เขาเริ่มรับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงมากมาย หลังจากอลันหายดีแล้ว เขาได้ปั่นจักรยานไปทั่วเมืองเชียงของ และพบความสวยงามของภูเขาและลำน้ำโขง รวมถึงอากาศที่แสนบริสุทธิ์ อลัน จึงเลื่อนเที่ยวบินที่ต้องเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียออกไปเพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติบนผืนแผ่นดินไทย จนในที่สุดอีกห้าเดือนต่อมา เขาก็ออกเดินทางไปยังออสเตรเลียและใช้เวลาอยู่ที่นั่นเพียงสิบห้าวัน</span></p>
<p><span style="color: #003366;">            ต่อด้วยการเดินทางกลับไปประเทศบ้านเกิด เขาจัดการขายทุกอย่างในชีวิต เพื่อบินกลับมายังเชียงของและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองไทยจุดสตาร์ทความรักต่อพ่อหลวงอลันเล่าว่า การที่เขาเลือกมาปั่นจักรยานเพราะเขารักการเดินทางสีเขียว และเมื่อได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชดำริมาตั้งแต่ ๒๐ ปีที่แล้ว โดยทรงริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงและน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ยิ่งทำให้เขาเกิดความประทับใจ</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน ในภาวะที่โลกเกิดวิกฤติน้ำมัน น้ำพระทัยของพระองค์ยังเห็นได้จากการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคใต้โดยรถไฟแทนเครื่องบิน รวมถึงยอมสละที่ดินส่วนพระองค์เพื่อใช้เป็นที่ระบายน้ำท่วมให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนถึงปัจจุบันซึ่งมีจำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           แม้พระองค์จะเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ไม่เคยถือพระองค์ทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความมัธยัสถ์ ยังทรงฉลองพระองค์ที่ได้รับการซ่อมแซม ทำให้ทุกวันนี้อลันแทบจะไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยในเมื่อความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยมาก มายล้นพ้นขนาดนี้ อลันจึงอยากจะน้อมนำ พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ส่งต่อ</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-2847" title="อลันปั่นจักรยานคู่กับมอร์เตอร์ไซค์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/www.nif-tidthai1.jpg" alt="" width="257" height="243" /></a></span></p>
<h3><span style="color: #003366;">           ไปยังชาวโลกให้ได้รับรู้ด้วยการปั่นจักรยานรอบโลก เพื่อบอกเล่าแก่ผู้คนตามรายทางว่าในหลวงของคนไทย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่เพียงไหน และประเทศไทยงดงามเพียงใด</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “การทำลายสถิติโลกได้หรือไม่ ไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผม ถ้าทำได้ผมถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง อย่างน้อยผมก็ได้สื่อสาระสำคัญนี้ออกไปเพื่อให้ผู้คนจดจำในหลวงของเราได้มากขึ้น”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          ตลอดการเดินทางเมื่อผมพบผู้คน ผมจะคอยบอกพวกเขา อย่างทริปครั้งนี้ ผมเลือกที่จะผ่านประเทศในแถบอาหรับเพราะอยากให้ประเทศนี้ได้รู้จักคุณความดีของพระองค์ท่าน ก่อนหน้านี้ผมเคยปั่นจักรยานเพื่อถวายในหลวงมาแล้ว ๓ ครั้ง คือ </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">ครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ปั่นจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ๗๖๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๒๖.๐๔ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปั่นจากภูเก็ต-กรุงเทพฯระยะทาง ๘๖๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๒๙.๑๕ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">และครั้งที่๓ ปั่นจาก อ.เชียงของ เข้าตัวเมืองเชียงราย ๑๐๕ กิโลเมตรด้วยเวลา ๒.๔๒ ชั่วโมง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “นั่นเป็นการบอกกล่าวคนไทยให้รู้ว่าผมรักในหลวง แต่ครั้งนี้ ผมขอบอกกล่าวแก่คนทั้งโลกโดยมีผู้ติดตามการเดินทางไปกับผมด้วย พวกเราติดต่อผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกไว้แล้ว เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับนักข่าว เขาจะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงทำเช่นนี้”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         เมื่อมีคำถามว่า เพียงระยะเวลาห้าปีเท่านั้น ทำไมอลัน ถึงได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยิ่งนัก อลันบอกว่า เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที ก็สามารถหลงรักการปั่นจักรยานได้ ฉะนั้นห้าปีนี้ถือว่าช้าไปด้วยซ้ำ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai6.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-2845" title="อลัน นั่งไหว้หน้าโรงพยาบาลศิริราช" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai6.jpg" alt="" width="218" height="245" /></a>         “ในหลวงคือบุคคลต้นแบบสำหรับผม ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนไทยจึงซึมซับวัฒนธรรมจากตะวันตกและยังยึดติดกับวัตถุนิยมทั้งๆ ที่เรื่องความพอเพียงเป็นสิ่งที่พระองค์ได้สอนพวกเรา และ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณดำรงชีวิตอยู่ได้ ตอนนี้ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ หากคุณเคยไปเมืองใหญ่อย่างลอนดอน หรือ นิวยอร์ค ผู้คนที่นั่นไม่ได้ยิ้มจากใจ เพราะพวกเขาไม่ได้มีความสุขกับรูปแบบชีวิต “ส่วนตัวแล้วผมเองก็สามารถอยู่ในโรงแรมห้าดาวและใช้ชีวิตหรูหราได้ แต่นั่นไม่ใช่คำตอบของชีวิต ทุกวันนี้ผมไม่ขับรถ ไม่มีเครื่องประดับ ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ กินข้าวแค่จานละ ๒๕ บาท ใส่กางเกงขาสั้นแค่ตัวละ ๓๐ บาท รองเท้าก็ไม่ใส่ เพราะจากพิพิธภัณฑ์จักรยานที่ผมดูแลอยู่ไปบ้านระยะห่างเพียงแค่ ๓๐ เมตร ใครๆ อาจจะมองว่า ผมติงต๊อง แต่ผมกลับรู้สึกว่าอิสระมาก ผมตั้งใจแล้วว่าจะไม่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่อีกต่อไป ทุกวันนี้ข้าวของที่มีราคาแพงก็มีเพียงจักรยานเพื่อนำมาสะสมในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ผมรู้สึกเป็นอิสระมาก และลูกชายของผมเองก็ชื่ออิสระ เหมือนกันครับ” การเตรียมตัวเพื่อพิชิตเส้นชัย กว่าจะปั่นรอบโลกได้ อลันต้องเตรียมตัวอย่างหนัก เน้นการออกกำลังกายให้ได้ ๒๕-๓๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภายในหนึ่งวันเขาต้องปั่นให้ได้ ๓๐๐ กิโลเมตร </span><span style="color: #003366;">ใน</span><span style="color: #003366;">เวลา ๔ ชั่วโมง ปั่นขึ้นลงเขาประมาณวันละ ๒๐ ครั้ง และที่สำคัญต้องฝึกจิตใจให้แกร่ง พยายามลืมเรื่องอายุที่วันนี้ ๔๕ ปีแล้ว และไม่คิดถึงระยะทาง ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร เพราะนั่นจะทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจได้ แต่ตอนนี้ร่างกายและจิตใจของเขามีความพร้อมเต็มพิกัด</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ทั้งนี้ อลันได้เลือกเส้นทางและสภาพอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพร่างกายของเขาที่สุด อลันชอบอากาศร้อน จึงเลือกเดินทางผ่านเขตและประเทศที่มีอากาศร้อน เช่น เท็กซัส บราซิล อุรุกวัย แม้อุณหภูมิจะสูงถึง ๔๐ องศาเซลเซียส แต่สำหรับเขาแล้วรู้สึกสบายมากสำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานรอบโลกในครั้งนี้ เริ่มออกจากจุดสตาร์ตหน้าพระบรมมหาราชวัง เย็นวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ไปทางภาคใต้ของไทย สู่มาเลเซีย สิงคโปร์ นั่งเครื่องบินไปลงยังเมืองเพิร์ท และปั่นไปที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะต่อไปยังเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ข้ามไปยังนครซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริก และแคนาดา สู่เมืองฮาลิแฟกซ์ เข้าสู่อเมริกาใต้ ไปยังอาร์เจนตินา อุรุกวัย บราซิล ต่อด้วยทวีปยุโรป ไปโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ข้ามฝั่งไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้ววกกลับไปฝรั่งเศสสู่ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตุรกี จากนั้นลัดเลาะไปถึงเมืองอัมริตสาร ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย เข้าไปที่เมืองกัลกัตตา ตบท้ายด้วยการปั่นระยะทาง ๕ กิโลเมตรในพม่า มุ่งตรงสู่อำเภอเชียงของ ประเทศไทย แล้วมาสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ รวมเวลาแล้วไม่เกิน ๑๔๙ วัน</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2844" title="อลัน ปั่นจักรยานอยู่ริมชายหาด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai3.jpg" alt="" width="630" height="261" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">The Hub ศูนย์การเรียนรู้ของนักปั่น </span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          อลันเช่าบ้านหลังเล็กๆ ในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์จักรยานชื่อว่า ‘เดอะฮับ’โดยรวบรวมจักรยานเสือหมอบ และจักรยานโบราณไว้จำนวนมาก เขาตั้งใจจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยที่สนใจกีฬาประเภทนี้ เขาออกแบบการจัดวางภายในร่วมกับภรรยาชาวไทย และของทุกอย่างที่นำมาใช้ก็เป็นของรีไซเคิล<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai5.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2843" title="ศูนย์การเรียนรู้จักรยานปั่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/http___www.nif-tidthai5.jpg" alt="" width="232" height="310" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">           ซึ่งเป็นการเจริญรอยตามแนวพระราชดำริของในหลวงอีกเช่นกัน ทุกคนสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี ทั้งเด็กๆ ยังสามารถเรียนรู้เทคนิคการขี่จักรยาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่อลันตั้งความหวังไว้“ผมอยากสร้างศูนย์ฝึกเด็กหญิงชายเพื่อค้นหาคนเก่งตอนนี้ผมเช่าบ้านสำหรับทำเป็นหอพักเด็กในโครงการไว้แล้ว ดังนั้นผมจึงค่อนข้างจริงจังกับโครงการนี้มาก เด็กที่มาฝึกควรมีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ผมอยากสร้างฮีโร่คนไทยให้เด็กไทยได้ชื่นชม คนไทยมีสองขาสองแขนเท่ากับชาวต่างชาติแล้วทำไมต้องไปชื่นชมเขาฝ่ายเดียว หากผมสามารถสร้างนักปั่นไทยให้เป็นแชมป์โลกได้ ผมคงนอนตายตาหลับครับ</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “ความฝันของผม อยากจะสอนเด็กให้รู้จักความหมายของชีวิต ชีวิตเกิดมาด้วยการสัมผัส ทั้งเห็น ได้กลิ่น กิน ได้ยินและรู้สึก ธรรมชาตินี่ล่ะที่ตอบสนองเราได้ทุกอย่าง</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">         “แค่คุณมีจักรยานหนึ่งคันแล้วปั่นออกไปสัมผัสโลกด้วยตัวคุณเอง ผมคิดเสมอว่า ผมมีสวนที่กว้างใหญ่ แถมยังมีคนดูแลให้อีกต่างหาก เราเห็นโลกจากทีวีก็ดีหรอกนะครับ แต่เราสัมผัสถึงความรู้สึกจริงๆ นั้นไม่ได้ ดอกไม้ในอินเตอร์เน็ตอย่างไรก็ไม่เหมือนของจริง และผมเองก็ไม่อยากให้คนไทยลืมว่า บ้านเรามีธรรมชาติที่งดงามมากเพียงไหน แต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถหาสปอนเซอร์เพื่อมาสนับสนุนโครงการนี้ได้ แต่ผมก็ยังจะทำต่อและจะไม่ยอมแพ้ เพราะมันคือชีวิตของผม”ข้อความทิ้งท้ายจากชาย “หัวใจอิสระ”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          “แม้จะไม่มีกระดาษแผ่นไหน หรืออะไรที่บ่งบอกว่า ผมเป็นคนไทยโดยทางนิตินัย แต่ในใจผมแล้ว ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไทย ผมมีครอบครัวและเพื่อนที่เป็นคนไทย ในการทำลายสถิติโลกครั้งนี้ได้รับการบันทึกเพื่อคนไทย ผมหวังเพียงให้ทุกคนยอมรับว่า ผมเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง นี่จะช่วยให้ผมมีพลังในการปั่นจักรยานเพื่อในหลวงมากขึ้น และสุดท้ายผมอยากจะบอกว่า ‘ผมรักพ่อครับ’”</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">          วาจาที่เปล่งออกมาด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ พร้อมพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมของ อลัน เบท เป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่า ภารกิจของอลันจะสำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน!ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมพูดคุยและให้กำลังใจ อลัน เบท ได้ที่</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;"> </span><a href="http://www.worldcyclingrecord.com"><span style="color: #003366;">www.worldcyclingrecord.com</span></a></h3>
<h3><a href="http://www.facebook.com/pages/Alan-Bate"><span style="color: #003366;">www.facebook.com/pages/Alan-Bate</span></a></h3>
<p> </p>
<p><span style="color: #999999;">ที่มา: วารสารทิศไท</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/v4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2848" title="อลัน รับรางวัลพร้อมช่อดอกไม้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/v4-300x242.jpg" alt="" width="300" height="242" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/alan-bate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Night view of Nanning</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/night-view-of-nanning/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/night-view-of-nanning/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 03:23:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[360 องศา]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวจีน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบียงแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐประชาชนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[หยวน]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผังเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนหนทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนียภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าธรรมเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ตึก]]></category>
		<category><![CDATA[ตึกใบหยก]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[โรแมนติก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ China-ASEAN Youth Camp 2010]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองหนานหนิง (Nanning)]]></category>
		<category><![CDATA[Diwang international Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Royal plaza Nanning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2701</guid>
		<description><![CDATA[ตึก Diwang international Plaza ตึกที่มีความสูงเป็นลำดับที่ 73 ของโลก สามารถชมทัศนียภาพเมืองในยามค่ำคืนได้ตามแนวเกือบ 360 องศา ของเมืองหนานหนิง เมืองเล็กๆ ที่แม้จะอยู่ห่างเมืองหลวงออกไปไกลโข แต่เป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบการพัฒนาทางธุรกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน


 
โดย : อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์ 
         
               Diwang international [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #800000;">ตึก Diwang international Plaza ตึกที่มีความสูงเป็นลำดับที่ 73 ของโลก สามารถชมทัศนียภาพเมืองในยามค่ำคืนได้ตามแนวเกือบ 360 องศา ของเมืองหนานหนิง เมืองเล็กๆ ที่แม้จะอยู่ห่างเมืองหลวงออกไปไกลโข แต่เป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบการพัฒนาทางธุรกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน</span></h2>
<p><span id="more-2701"></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #808080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC015841.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2706" title="ภาพถ่ายตึก Diwang international Plaza จากด้านล่าง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC015841.jpg" alt="" width="243" height="304" /></a></span></p>
<p><span style="color: #808080;"> </span></p>
<p><span style="color: #808080;">โดย : อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์ </span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Night-view-of-Nanning.jpg"></a>         </p>
<h3>               <span style="color: #0000ff;">Diwang international Plaza เป็นตึกที่ทำการของหอการค้าระหว่างประเทศ สร้างเสร็จเมื่อ ปี คริสต์ศักราช 2006 มีจำนวนชั้นทั้งหมด 59 ชั้น ความสูง 276 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือเป็นตึกที่มีความใช้ลิฟท์แก้วที่มีความเร็ว 2.5 เมตรต่อนาที   ซึ่งสามารถทำให้ผู้โดยสารลิฟท์ชมทัศนียภาพในระดับความสูงที่แตกต่างกัน สูงเป็นลำดับที่ 73 ของโลก</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">            ส่วนบนสุดของตึกเป็นชั้นสำหรับชมวิวโดยรอบเกือบ 360 องศา ของเมืองหนานหนิง (Nanning) ซึ่งมีชื่อเรียกว่า“Royal plaza Nanning” จุดชมวิวมีระเบียงแก้วที่สามารถ ให้นักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสบรรยากาศและเห็นภูมิทัศน์อย่างชัดเจนขึ้น ก่อนออกไปชมวิวที่ระเบียงแก้ว ต้องสวมถุงพลาสติกที่รองเท้า เพื่อกันลื่น ซึ่งต้องซื้อในราคา 1 หยวน (5 บาทไทย) ระเบียงแก้วสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 5 คน</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4095.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2708" title="ภาพมุมสูงถ่ายตึก Diwang international Plaza ด้านล่างเป็นบนนยากาศเมืองหนานหนิงยามค่ำคืน " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4095-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a>            เมื่อออกไปยืนนอกระเบียงแก้วจะมองเห็นทัศนียภาพ ทั้งอาคาร บ้านเรือน ถนนหนทาง สิ่งก่อสร้างต่างๆ อย่างชัดเจน บวกกับยามค่ำคืนทำให้ทัศนียภาพของเมืองหนานหนิงได้แสงสีของหลอดไฟตามจุดต่างๆ ทำให้ดูสวยงามมากขึ้นกว่าเดิม อีกแง่มุมหนึ่งทำให้เราได้เห็นถึงแนวคิดการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบสามรถแบ่งแยกย่านที่อยู่อาศัยกับย่านการค้า ธุรกิจ อุตสาหกรรม อย่างเป็นสัดส่วน</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">            ถ้าในประเทศไทย ทุกคนคงต้องนึกถึงตึกใบหยกที่สามารถมองทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนได้โดยรอบเช่นกัน เพียงแต่มองลงมาจากอาคารดังกล่าว ภาพของอาคารบ้านเรือนและห้างสรรพสินค้าที่เบียดตัวแทรกขึ้นมารายรอบ อาจดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนผังเมืองของจีน  </span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">            ภายในชั้นบนสุดของตึกดังกล่าวนอกจากจะเป็นที่สำหรับชมทัศนียภาพของเมืองหนานหนิงแล้ว ยังเป็นที่จัดแสดงภาพถ่ายทางอากาศของเมือง  ร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และร้านอาหาร ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว และคู่รักหนุ่มสาวที่ต้องการบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกในยามค่ำคืนอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01613.jpg"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2709" title="ภาพบรรยากาศภายในตึก ที่จำลองเมืองหนานหนิงบนพื้นแก้วที่สามารถยืนได้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01613-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">            ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่จะเข้าชมยังอยู่ที่ “ลิฟท์แก้ว”ที่มีความเร็ว 2.5 เมตรต่อนาที   ซึ่งสามารถทำให้ผู้โดยสารลิฟท์ชมทัศนียภาพในระดับความสูงที่แตกต่างกันออกไปอย่างตื่นตาตื่นใจ  </span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">           การขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของตึกจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมวิวในราคา 100 หยวน (500บาทไทย) ซึ่งถือเป็นโอกาสที่น้อยคนนักจะได้ไปขึ้นไปบนยอดตึกดังกล่าว เนื่องจากค่าธรรมเนียมการขึ้นไปบนยอดตึกนั้นราคาค่อนข้างสูง สำหรับชาวจีน ดังนั้น ผมซึ่งเป็นหนึ่งในคณะเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาเซียนที่เมืองหนานหนิงในครั้งนี้  จึงถือว่าโชคดี และเก็บความประทับใจมาฝากทุกท่าน เผื่อเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวหากใครได้ไปเยือนเมืองหนานหนิงครับ</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"> </span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01599.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2710" title="ภาพมุมสูงถ่ายตึก Diwang international Plaza ด้านล่างเป็นบนนยากาศเมืองหนานหนิงยามค่ำคืน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01599-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/night-view-of-nanning/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ภัยแล้ง&#8217;มาแรงใน5 อันดับปัญหา &#8216;สิ่งแวดล้อมไทย&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought-2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 08:55:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาง]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยุ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ท่อไอเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ควันไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[แห้งแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โทรทัศฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เผา]]></category>
		<category><![CDATA[เดือดร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2502</guid>
		<description><![CDATA[ประชาชนเรียกร้องรัฐบาลดูแลปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน เผาป่า เผาขยะ เผาฟางตัวการเร่งภาวะโลกร้อน กรุงเทพฯป่วยหนักปัญหามลพิษทางอากาศ
          นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน พ.ศ.2553 พบว่า จากผลการสำรวจประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน/หมู่บ้าน 70.4%และไม่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 29.6% 
          5 อันดับ ปัญหาสิ่งแวดล้อมไทย โดยประชาชนที่ประสบปัญหาได้ระบุถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">ประชาชนเรียกร้องรัฐบาลดูแลปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน เผาป่า เผาขยะ เผาฟางตัวการเร่งภาวะโลกร้อน กรุงเทพฯป่วยหนักปัญหามลพิษทางอากาศ<span id="more-2502"></span></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Drought.jpg"></a></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Drought.2.jpg"></a><span style="color: #000000;">          </span><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน พ.ศ.2553 พบว่า จากผลการสำรวจประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน/หมู่บ้าน 70.4%และไม่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 29.6% <br />
          5 อันดับ ปัญหาสิ่งแวดล้อมไทย โดยประชาชนที่ประสบปัญหาได้ระบุถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรก ได้แก่ การเกิดภาวะภัยแล้ง72.6% รองลงมา การเกิดภาวะน้ำท่วม 25.3%มลพิษทางอากาศ 22.5% การทำลายป่าไม้ 19.8%และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน 18.1%</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/10032418009a7dbcd5508dbc7c.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2504" title="ภาพพื้นดินที่แตกระแหงจากปัญหาความแห้งแล้ง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/10032418009a7dbcd5508dbc7c-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><br />
<span style="color: #000000;">          &#8211; ภัยแล้งปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องให้แก้ไขด่วนที่สุด : เมื่อสอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค พบว่า ปัญหาการเกิดภาวะภัยแล้งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้รัฐแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด  59.8 รองลงมา เป็นปัญหามลพิษทางอากาศ 8.8 ปัญหาการเกิดภาวะน้ำท่วม 8.7% เรื่องมลพิษจากขยะ 5.4% และเรื่องการทำลายป่าไม้ 4.3% ในส่วนของชาวกรุงเทพมหานครต้องการให้รัฐแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเร่งด่วนที่สุด 21.9%<br />
          &#8211; สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมากที่สุด:ประชาชนส่วนใหญ่ 96.6% มีความรู้สึกว่าสภาพอากาศในปัจจุบันเปรียบเทียบสภาพอากาศในรอบปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และมีเพียง3.4% ที่ระบุว่าไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบัน<br />
          &#8211; คนส่วนใหญ่รู้จักภาวะโลกร้อนจากทีวี : คนทุกภาครับว่าเคยรับรู้คำว่าภาวะโลกร้อน/การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากน้อยเพียงใด พบว่าคนส่วนใหญ่ 95.7% รับรู้เรื่องภาวะโลกร้อน<br />
          และรับรู้จากทางโทรทัศน์มากที่สุด98.5% รองลงมาทางวิทยุ ร้อยละ38.9 และทางหนังสือพิมพ์ 29.9%และมีคนเพียง 4.3%เท่านั้นที่ไม่เคยรับรู้ปัญหาดังกล่าวมาก่อน<br />
          &#8211; คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าสาเหตุหลักภาวะโลกร้อนเกิดจากเผาป่า เผาขยะ เผาฟาง: โดยรวมคนทุกภาค พบว่า 69.2%คิดว่าการจุดไฟเผา เช่น เผาป่า เผาขยะ เผาฟางเพื่อการเพาะปลูกเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รองลงมาการตัดไม้ทำลายป่า52.8% และการปล่อยควันจากท่อไอเสียจากยานพาหนะ 43.7% เป็นต้น<br />
          &#8211; คน กทม.ระบุ ควันจากท่อไอเสียเป็นสาเหตุใหญ่ทำภาวะโลกร้อน พิจารณาเป็นรายภาคประชาชนส่วนใหญ่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ระบุว่าการจุดไฟเผาเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด 87.9% 78.5% 64.5% และ 58.3%ตามลำดับ ในกรุงเทพฯระบุว่า การปล่อยควันจากท่อ&#8211;จบ&#8211;<br />
          </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อค้าไอติมเดินเท้าถวาย &#8220;ในหลวง&#8221; 500 กม.</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/walk/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/walk/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2010 16:26:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พระบรมราชานุสาวรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระบรมรูป]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อค้า]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[กิโลเมตร]]></category>
		<category><![CDATA[ระดิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลานพระบรมรูปทรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.ชุมพร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชวร]]></category>
		<category><![CDATA[นายก อบจ.ชุมพร]]></category>
		<category><![CDATA[นายเทอดศักดิ์ ทิพย์อักษร]]></category>
		<category><![CDATA[ไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[เดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2492</guid>
		<description><![CDATA[ร่วมกันต้อนรับและให้กำลังใจนายเทอดศักดิ์ ทิพย์อักษร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.ปากน้ำหลังสวน ซึ่งต้องการเดินเท้าจาก ต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า กทม. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่นายเทอดศักดิ์ได้บนต่อพระบรมรูปกรมกลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ไว้ว่า หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร จะเดินเท้าจากต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระรูปทรงม้า
       เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 มิถุนายน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ร่วมกันต้อนรับและให้กำลังใจนายเทอดศักดิ์ ทิพย์อักษร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.ปากน้ำหลังสวน ซึ่งต้องการเดินเท้าจาก ต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า กทม. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่นายเทอดศักดิ์ได้บนต่อพระบรมรูปกรมกลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ไว้ว่า หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร จะเดินเท้าจากต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระรูปทรงม้า<span id="more-2492"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">       เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 มิถุนายน ที่หน้าอาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ชุมพร นายอำนวย บัวเขียว นายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยนายวัฒนา ศรีอรุณ ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.หลังสวน และนายสุทธิพร ย้อยสวัสดิ์ กำนัน ต.ปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน ร่วมกันต้อนรับและให้กำลังใจนายเทอดศักดิ์ ทิพย์อักษร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.ปากน้ำหลังสวน ซึ่งต้องการเดินเท้าจาก ต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า กทม. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่นายเทอดศักดิ์ได้บนต่อพระบรมรูปกรมกลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ไว้ว่า หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร จะเดินเท้าจากต.ปากน้ำหลังสวน ไปยังลานพระรูปทรงม้า </span></p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="color: #000000;">      ในโอกาสนี้นายอำนวย ได้มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้นายเทิดศักดิ์ไว้ใช้ระหว่างการเดินทาง พร้อมทั้งกล่าวว่า ถือได้ว่านายเทอดศักดิ์เป็นตัวแทนคนไทยที่ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการพระราชทานแนวพระราชดำริป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย จนทำให้น้ำไม่ท่วมเมืองชุมพรมาจนทุกวันนี้ </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Royal-Picture-Department-hollow-Chumphon.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">       ด้านนายเทอดศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายไอศกรีมรถเข็น และมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก เพราะพระองค์ทรงรักและห่วงใยประชาชนคนไทยทุกคนเหมือนลูก ตนจึงตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องเดินเท้าเป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสที่พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร<br />
 <br />
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทอดศักดิ์ได้กราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานหน้าอาคาร อบจ.ชุมพร จากนั้นเริ่มเดินเท้าไปตามถนนในตัวเมืองชุมพร แล้วมุ่งหน้าออกถนนเพชรเกษม เพื่อเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพียงลำพังคนเดียว โดยมีกระเป๋าสะพายหลังและธงชาติไทยปักอยู่บนกระเป๋า คาดว่าจะใช้เวลา 15 วันจึงจะเดินเท้าถึงลานพระบรมรูปทรงม้า กทม.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/walk/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังไทยดังอีก‘เจ้านกกระจอก’ฝีมือผกก.หญิงคว้ารางวัลใหญ่ที่แดนโรมาเนีย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mundane-history/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mundane-history/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 16:37:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บุรุษพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงบูคาเรสต์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยโคลอมเบีย]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวเอเอฟพี]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรานซิลเวเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[คนป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทรานซิล–เวเนีย (TIFF)]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวละคร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศโรมาเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศเนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ปริญญาโท]]></category>
		<category><![CDATA[น.ส.อโนชา สุวิชากรพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[นานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นุ่มนวล]]></category>
		<category><![CDATA[แดนโรมาเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ อวอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคลุจ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองปูซาน]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้านกกระจอก]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลภาพยนตร์ร็อต–เตอร์ดัม]]></category>
		<category><![CDATA[I whistle]]></category>
		<category><![CDATA[If I want to whistle]]></category>
		<category><![CDATA[MUNDANE HISTORY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2464</guid>
		<description><![CDATA[นำผลงานหนังอินดี้ &#8220;เจ้านกกระจอก&#8221; คว้ารางวัลใหญ่ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่โรมาเนีย เอาชนะผลงานของผู้กำกับจาก 47 ประเทศ กว่า 240 เรื่อง
 
          หลังจากที่ผู้กำกับหนังไทย นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ &#8220;เจ้ย&#8221; สามารถคว้ารางวัลสูงสุดปาล์มทองคำ จากภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ จากเทศกาลหนังนานาชาติที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส มาได้ไม่นาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">นำผลงานหนังอินดี้ &#8220;เจ้านกกระจอก&#8221; คว้ารางวัลใหญ่ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่โรมาเนีย เอาชนะผลงานของผู้กำกับจาก 47 ประเทศ กว่า 240 เรื่อง</span><span style="color: #000000;"><span id="more-2464"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #33cccc;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/MUNDANE-HISTORY.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/76CAE4CF33084A05BDA888CEC005247B.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2465" title="ภาพนางสาวอโนชา สุวิชากรพงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/76CAE4CF33084A05BDA888CEC005247B.jpg" alt="" width="303" height="423" /></span></a><span style="color: #000000;">          หลังจากที่ผู้กำกับหนังไทย นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ &#8220;เจ้ย&#8221; สามารถคว้ารางวัลสูงสุดปาล์มทองคำ จากภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ จากเทศกาลหนังนานาชาติที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส มาได้ไม่นาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวชัยชนะครั้งใหญ่อีกครั้งของคนทำหนังชาวไทย เมื่อ น.ส.อโนชา สุวิชากรพงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ เจ้าของผลงานเรื่อง &#8220;เจ้านกกระจอก&#8221; หรือ Mundane History คว้ารางวัล &#8220;ทรานซิลเวเนีย โทรฟี่&#8221; ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด ในงานประกาศ ผลรางวัลในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทรานซิล–เวเนีย (TIFF) ครั้งที่ 9 ประจำปี 2553 ที่ประเทศโรมาเนีย ซึ่งประกาศผลไปเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น โดยเอาชนะผลงานอีกกว่า 240 เรื่องของผู้กำกับจาก 47 ประเทศ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าประกวดในงานเดียวกัน</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ภาพยนตร์เรื่อง &#8220;เจ้านกกระจอก&#8221; เป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับอโนชา ซึ่งนักวิจารณ์ระบุว่า เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อัน ซับซ้อนของตัวละครหลัก 3 ตัวที่ปรากฏในเรื่อง ได้แก่ ชายหนุ่มที่เป็นอัมพาต บุรุษพยาบาลที่คอยดูแลคนป่วย และพ่อของชายหนุ่ม ทั้งยังเป็นผลงานที่เคยได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพและเทศกาลภาพยนตร์ นานาชาติเมืองปูซานของเกาหลีใต้เมื่อปี 2552 และเพิ่ง ได้รับรางวัลไทเกอร์ อวอร์ด จากเทศกาลภาพยนตร์ร็อต–เตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนจะได้รับรางวัลใหญ่ที่เทศกาลภาพยนตร์ทรานซิล–เวเนียอีกครั้ง<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/24.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2466" title="ภาพนางสาวอโนชา สุวิชากรพงศ์ยืนอยู่บนระเบียง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/24-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทรานซิลเวเนีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-6 มิ.ย. ที่เมืองคลุจ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของโรมาเนียไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีผู้กำกับภาพยนตร์มือรางวัลระดับโลกและบุคลากรในแวดวงภาพยนตร์จากนานาชาติ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมถึงนายฟลอริน เซอร์บัน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวโรมาเนีย ซึ่งมีผลงานเรื่อง If I want to whistle, I whistle ที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเบอร์ลินประจำปี 2553 และสามารถคว้ารางวัลจูรี ไพรซ์ มาครองอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           สำหรับ น.ส.อโนชา สุวิชากรพงศ์ หรือใหม่ เป็นนักเรียนภาพยนตร์ระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลอมเบีย สหรัฐอเมริกา เคยมีผลงานหนังสั้นส่งเข้าประกวดที่เมืองคานส์ เรื่องเกรซแลนด์ ซึ่งได้รับการตอบรับให้ร่วมฉายในสายภาพยนตร์นักเรียน ส่วนหนังเรื่อง เจ้านกกระจอก เป็นโปรเจกต์หนังยาวเรื่องแรก ที่ใหม่-อโนชา เขียนบทเองด้วย เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ความประมาณ 80 นาที ซึ่งใหม่ อโนชา เคยให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทหนังเรื่อง เจ้านกกระจอก ไว้เมื่อครั้งไปนำเสนอในงานประกวดโปรเจกต์หนังที่ฮ่องกง โดยระบุว่าเจ้านกกระจอกเป็นหนังเกี่ยวข้องกับบุคคล 3 คน คือพ่อ ลูกชาย และบุรุษพยาบาล ที่เธอตั้งใจว่าจะไม่ดำเนินเรื่องตามสูตรของหนังดราม่า แต่จะโต้แย้งว่า ลึกเข้าไปในแกนการเล่าเรื่องที่ง่ายๆ แบบนี้มันมีความขัดแย้งอยู่เยอะ และความขัดแย้งนี้เองที่จะสร้างจุดกระตุ้นให้กับเนื้อเรื่องของหนัง โดยเธอตั้งใจว่าจะพยายามรักษาเนื้อเรื่องของหนังให้นุ่มนวลและระมัดระวัง เพราะตัวเอกเป็นคนพิการ เขาจะถูกนำเสนอให้เหมือนจริงให้มากที่สุด หนังจะจับภาวะทางด้านจิตใจของตัวละคร แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนังเรื่องนี้จะนำเสนอเรื่องความหวัง ภาวะความเป็นมนุษย์และเหตุผลที่เรายังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/MUNDANE-HISTORY1.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: </span><a href="http://www.thairath.co.th/"><span style="color: #000000;">http://www.thairath.co.th</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mundane-history/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ล้างพิษความคิดควันหลงจลาจล</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Jun 2010 03:36:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อกโกแลต]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตราการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดผัก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท]]></category>
		<category><![CDATA[หดหู่]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จลาจล]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้สึก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[นมสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมะตูม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบขี้เหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โกโก้ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลมนารมย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวรส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2371</guid>
		<description><![CDATA[ห้วงเวลาที่คนไทยส่วนหนึ่งยังตกอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบทางใจ เชื่อว่ายังมีเหยื่อของเหตุการณ์อีกหลายคนจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ระคนเศร้า ผลพวงจากวันที่กรุงเทพฯเกิดจลาจล
        ไม่ว่าความรู้สึกหดหู่จากเหตุบาดเจ็บล้มตายของญาติสนิท หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ความสูญเสียในทรัพย์สิน แหล่งทำกิน หรือแม้แต่ทุนรอนที่บางคนอุตส่าห์เก็บหอมฯด้วยน้ำพักน้ำแรงมาทั้งชีวิต บาดแผลทางใจข้างต้น แม้ฟากรัฐจะพยายามหาทางเยียวยาเหยื่อความสูญเสียด้วยสารพัดมาตรการ
         อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า แม้จะเอาใจกันถึงขั้นนี้ จู่ๆจะทำให้เหยื่อแห่งความสูญเสียทุกฝ่าย&#8230;หายตึงเครียดเป็นปลิดทิ้ง หรือเลิกจงเกลียดจงชังกัน เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะบาดแผลครั้งนี้ยังต้องใช้เวลา
         ก่อนที่อารมณ์ร่วมของคนในชาติจะถูกปรับให้เข้าที่ เรามีข้อแนะนำเรียบง่ายที่คนส่วนใหญ่เคยใช้ได้ผล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ห้วงเวลาที่คนไทยส่วนหนึ่งยังตกอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบทางใจ เชื่อว่ายังมีเหยื่อของเหตุการณ์อีกหลายคนจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ระคนเศร้า ผลพวงจากวันที่กรุงเทพฯเกิดจลาจล<br />
</span><span style="color: #000000;"><span id="more-2371"></span></span><span style="color: #000000;">       </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Detox-ideas.jpg"></a><span style="color: #000000;"> ไม่ว่าความรู้สึกหดหู่จากเหตุบาดเจ็บล้มตายของญาติสนิท หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ความสูญเสียในทรัพย์สิน แหล่งทำกิน หรือแม้แต่ทุนรอนที่บางคนอุตส่าห์เก็บหอมฯด้วยน้ำพักน้ำแรงมาทั้งชีวิต บาดแผลทางใจข้างต้น แม้ฟากรัฐจะพยายามหาทางเยียวยาเหยื่อความสูญเสียด้วยสารพัดมาตรการ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า แม้จะเอาใจกันถึงขั้นนี้ จู่ๆจะทำให้เหยื่อแห่งความสูญเสียทุกฝ่าย&#8230;หายตึงเครียดเป็นปลิดทิ้ง หรือเลิกจงเกลียดจงชังกัน เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะบาดแผลครั้งนี้ยังต้องใช้เวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ก่อนที่อารมณ์ร่วมของคนในชาติจะถูกปรับให้เข้าที่ เรามีข้อแนะนำเรียบง่ายที่คนส่วนใหญ่เคยใช้ได้ผล ประมวลมาให้ทดลองทำกัน เผื่อจะช่วยให้ใครบางคนที่ยังติดค้างอยู่กับบรรยากาศด้านลบ สามารถก้าวข้ามความรู้สึกหดหู่ เคร่งเครียด หรือจงเกลียดฯลงได้บ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         เริ่มจากข้อแนะนำแรก เมื่อใดที่คนเราตกอยู่ในความรู้สึกหดหู่ หรือเคร่งเครียด การเลือกรับประทานอาหารบางชนิด สามารถช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depress1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2373" title="ภาพผู้หญิงนั่งเครียด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depress1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">         อาหารยอดนิยมใกล้ตัวที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งไทยและเทศมาช้านาน ได้แก่ ช็อกโกแลต โกโก้ร้อน น้ำมะตูม กล้วย นมสด และ สลัดผัก<br />
        ทั้ง 6 เมนูที่ว่าล้วนเป็นที่ยอมรับของนักโภชนาการทั่วโลก การันตีกันว่า ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีคุณสมบัติช่วยลดอาการกระวนกระวาย คลายความเครียด แถมยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น<br />
         นอกจากอาหารคลายเครียดยอดนิยมระดับโลก สมุนไพรไทยบางชนิด เช่น ยอ ใบขี้เหล็ก และ เสาวรส ก็ล้วนมีส่วนช่วยคลายเครียดได้อย่างน่าอัศจรรย์ไม่แพ้กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         <strong> ยอ</strong> มีสรรพคุณบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเส้นเลือดสมอง วิธีรับประทานก็ไม่ยุ่งยาก แค่นำลูกยอขนาดกำลังรับประทาน (ไม่สุกหรือดิบเกินไป) ฝานเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำไปแช่ในน้ำร้อน ชงดื่มเสมือนชา ช่วยให้คลายเครียดเป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>          ใบขี้เหล็ก</strong> เป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยว่าอุดมไปด้วย สารบาราคอล ซึ่ง มีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับง่าย และถ่ายคล่อง เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         สำหรับคนไทย การหาแกงซึ่งมีใบขี้เหล็กเป็นส่วนผสมมารับประทาน น่าจะเป็นการก้าวข้ามรสชาติความขมของใบไม้ชนิดนี้ได้อย่างสุนทรีกว่าการนำใบสดๆมาเคี้ยวเล่น หรือต้มดื่ม</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>         เสาวรส หรือแพชชั่น ฟรุ๊ต</strong> หากอยู่ในภูมิประเทศที่สามารถพอหาได้ ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถนำส่วนของใบไปตากแดดให้แห้ง  แล้วนำมาชงดื่มแทนน้ำชา  หรือไม่ก็อาจใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนจิ้มรับประทานกับน้ำพริก ช่วยลดความเครียดได้ชงัดนัก ได้อาหารกายใส่ท้อง บรรเทาอุณหภูมิความรู้สึกด้านลบกันไปแล้ว จะให้ดีมาหาอาหารใจช่วยเสริมกันอีกแรง</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2374" title="ภาพผู้ชายนั่งเครียดใช้มือกุมหัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine-300x218.jpg" alt="" width="300" height="218" /></span></a><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ สุขุมวิท เคยให้ คำแนะนำไว้ว่า ช่วงที่จิตใจคนเรายังไม่สดใสและเข้มแข็ง คนเรามักจะอมทุกข์อยู่ ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม มีวิธีเอาชนะความทุกข์ด้วยวิธีสร้างความสุขที่ยั่งยืนอยู่ 5 ข้อ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อแรก ผู้ที่ต้องการให้ตัวเองมีความสุข ต้องรู้จัก ปรับความคิด โดยให้คิดอยู่เสมอว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ แต่ละคนล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมทั้งตัวเราเองก็เช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อสอง ต้องคิดเสมอว่าตัวเรามีคุณค่า และ มีประโยชน์ ให้พยายามรักษาข้อดี ปรับปรุงข้อเสียของตัวเอง พยายามลดจุดอ่อนข้อบกพร่อง และยอมรับในแบบที่ตัวเองเป็น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ถัดมา อย่าวิ่งหนีปัญหา หรือ คิดแต่จะเอาชนะผู้อื่น นำหน้า หรืออยู่เหนือผู้อื่นตลอดเวลา<br />
         คุณหมอบอกว่า เมื่อใดที่คนเราดิ้นรนแข่งขัน หรือคิดเปรียบเทียบกับผู้อื่น จะทำให้ตัวเองไร้ความสุข ตรงกันข้ามเมื่อความต้องการแก่งแย่งแข่งขันลดน้อยลง จะทำให้ชีวิตคนเรามีความเรียบง่ายขึ้น เมื่อชีวิตเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ในที่สุดความสุขก็ตามมา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อสี่ พยายามมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ รู้จักให้อภัยผู้อื่น ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        คุณหมอขยายความว่า แม้ข้อนี้เป็นเรื่องที่อาจทำได้ยาก (สำหรับบางคน) เพราะต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจ แต่ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องพ้นวิสัย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        อย่างที่ผู้รู้บางท่านสอนไว้ ผู้ที่มองหาและมองเห็นแง่มุมที่สดใสในทุกสิ่ง แม้ในยามวิกฤติหรือจิตตกก็ยังมีความหวังเป็นพลังในการแก้ปัญหา คนประเภทนี้ถือว่าเป็นผู้มองโลกในแง่บวก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         การที่คนเรามีความหวังเป็นพลังในการแก้ปัญหา หรือเห็นว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม หัดฟังแต่เรื่องดีๆ พูดแต่เรื่องดีๆ เมื่อหมั่นมองหาเรื่องดีๆ ในที่สุดเราก็จะมองเห็นแต่เรื่องดีๆ เมื่อคนเราเริ่มด้วยการเลือกฟังแต่เรื่องราว ข่าว หรือข้อมูลดีๆ มีประโยชน์ต่อชีวิต การงาน และสังคม รู้จักค้นหาเหตุการณ์น่ารักเล็กๆ ที่พบได้ในแต่ละวัน เก็บไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ใครทำตัวแบบนี้บ่อยเข้า ไม่นานก็จะเคยชินกับการชอบฟังแต่เรื่องดี ชอบเล่าแต่เรื่องดี ในที่สุดชีวิตจะค่อยๆเบิกบาน และมีความสุข นอกจากฝึกคิดในเชิงบวก ผู้รู้บางท่านบอกว่า การรู้จัก ทำดีทอกซ์ หรือ ล้างพิษความคิดแย่ๆ ของตัวเองออกเสียบ้าง ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         โดยอาจเริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ ให้สำรวจตัวเองว่ามีความคิด หรือพฤติกรรมในเชิงลบหรือไม่ เช่น ชอบพูด หรือทำให้คนรอบข้างรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง หรือเจ็บใจ การที่คนเราชอบพูด หรือทำให้คนรอบข้างเกิดความรู้สึกเช่นนั้นบ่อยๆจนเคยชิน ในที่สุดเมื่อเจอหน้าใครก็มักจะทำออกไปเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นผู้ที่มีความสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น ผู้ที่ประพฤติเช่นนี้ ในที่สุดก็จะทำให้ตัวเองเจ็บช้ำไปด้วยโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ดังนั้น ทางที่ดีควรหมั่นเตือนตัวเองด้วยการลด ละ เลิก หรือหัดดีทอกซ์ ความคิดแย่ๆของตัวเองออกเสียบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อห้า ให้หมั่นฝึกฝนทบทวนปฏิบัติทั้ง 4 ข้อที่ว่ามา เพื่อเตือนสติตนเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>         คุณหมอไกรสิทธิ์บอกว่า</strong><strong>  หากหมั่นทำให้ครบทั้ง  5  ข้อ  ในที่สุดโลกใบนี้ก็จะกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม.</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2553 </span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ทิ้งซากอดีต&#8217;แล้ว &#8216;มองไปข้างหน้า&#8217;ประเทศไทยจะไม่แพ้!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 14:06:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9]]></category>
		<category><![CDATA[พระไพศาล วิศาโล]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อภัย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุ]]></category>
		<category><![CDATA[สุข]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเมตตา]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานกรรมการบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์]]></category>
		<category><![CDATA[นายมนตรี ศรไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์ปะทะ]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2359</guid>
		<description><![CDATA[แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา
          มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา<span id="more-2359"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/bangkok1.jpg"></a><span style="color: #000000;">        มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ มองเมืองไทยวันนี้ ผ่านใจที่มีความเมตตากรุณาและปัญญาเดียวกันที่เสถียรธรรมสถานผู้นำจากศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์มาล้อมวงกันระดมปัญญา&#8221;แก้วิกฤต&#8221; ให้ประเทศ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1217215561.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2363" title="ภาพพระศรีญาณโสภณ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9 เริ่มต้นบทสนทนาแห่งการไม่แบ่งแยกว่า เราทุกคนต้องอาศัยบนแผ่นดินเดียวกัน ทำมาหากินร่วมกัน ต้องรักต้องสามัคคีกัน จึงจะรักษาแผ่นดินได้</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;วันนี้เมื่อเหตุการณ์อะไรต่างๆ เกิดขึ้น ขออย่างเดียวขอให้คิดเชิงบวกถามว่า สิ่งที่เราสูญเสียไป เรากอบกู้คืนมาได้ไหม -ได้! แต่ขอให้คิดในเชิงบวกคิดในทางสร้างสรรค์ สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาใหม่ให้เป็นแรงผลักดันว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิตของเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เวลาที่จะพูดกัน ก็ขอให้พูดแบบเห็นอกเห็นใจ อย่าพูดในลักษณะแพ้ชนะ วันนี้พูดแพ้ชนะไม่ได้ เพราะคนแพ้จะผูกเวร จองเวร คนชนะก็ถูกจองเวร จองล้างจองผลาญ แรงแค้นเป็นแรงที่ให้ผลข้ามภพชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ลูกกระสุนปืนที่ยิงออกไป ถ้ายิงใหม่ ยิงเป็นลูกกระสุนแห่งความรัก แห่งความเมตตาเอื้ออาทร ใครที่มีความโกรธยิงกระสุนแห่งความรักไป ยิงให้แม่น อย่างยิงเฉียดๆ ยิงให้ถูกหัวใจของคน แล้วรักษาวาจาให้เป็นปกติให้มากที่สุดต้องใช้พลังบวก กู้ชาติ กู้แผ่นดิน กู้สถานการณ์กู้สภาพจิตใจขึ้นมา เราจึงเยียวยาจิตใจกันได้&#8221;พระศรีญาณโสภณกล่าว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้าน นายมนตรี ศรไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน) นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์ บอกว่าคนไทยต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะนี่เป็นโอกาสที่สังคมไทยจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ถามว่าตอนนี้ความสุขของคนไทยหายไปไหน ความสุขหาได้ง่ายๆ นิดเดียว แค่คนไทยมีความรักให้กัน เพราะที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข ที่ใดขาดรัก ที่นั้นมีทุกข์ ผู้ใดให้รัก ผู้นั้นมีสุข ผู้ใดไม่ให้รัก ผู้นั้นเป็นทุกข์ เราคนไทย 65 ล้านคน มีส่วนช่วยตรงนี้ได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_953.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2364" title="ภาพ พระไพศาล วิศาโล " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          สำหรับ พระไพศาล วิศาโล แห่งวัดป่าสุคะโตบอกว่า ขณะนี้ความสูญเสียความบอบช้ำมีหลายด้าน 1.วัตถุ 2.ร่างกาย 3.จิตใจ 4.ความสัมพันธ์</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นความสูญเสียที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเยียวยารักษา สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนต้องมีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกัน</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          &#8220;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 2 เดือน คือการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของความโกรธความเกลียด ดังนั้น ความรักการให้อภัย เป็นเรื่องที่เอาแต่พูดไม่ได้ แต่ต้องแปรออกมาเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ความรัก และการให้อภัย&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2366" title="maicheesunsanee" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee.jpg"></a><span style="color: #000000;">        </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สุดท้าย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุตบอกว่า ปัญหาคือเรื่องธรรมชาติ เวลาที่เราเห็นความทุกข์เราเข้าใจและปฏิบัติตัวกับสิ่งนั้นอย่างเข้าใจความทุกข์มองว่าทุกข์เป็นสากล เมื่อทุกข์มาถึง หน้าที่ของเราคือเข้าใจ เราไม่ได้เก่งที่จะมองเรื่องนี้อย่างไม่หวั่นไหว แต่เราฝึกได้ โดยการตื่นจากการจมกับความทุกข์ ทำให้เหตุการณ์นี้คือการเรียนรู้ ที่จะสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถึงเวลาที่คนไทยจะต้องมองไปข้างหน้า ทิ้งอดีตให้เป็นบทเรียนแล้วช่วยกันฟื้นฟูสังคมให้กลับมาสงบสุขดังเดิม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา :  มติชน ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2553</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก๊งโจรกรรมรถอาชญากรไม่มีวันตาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/stolen-car/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/stolen-car/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 17:24:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชิ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีโน่]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยี่ห้อ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่นเวฟ]]></category>
		<category><![CDATA[รถ]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถกะบะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณภัย]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[สน.บางขุนเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[สน.โชคชัย]]></category>
		<category><![CDATA[อะไหล่]]></category>
		<category><![CDATA[อาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง-ร่วมกตัญญู]]></category>
		<category><![CDATA[อีซูซุ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขบวนการ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดมืด]]></category>
		<category><![CDATA[แก็ง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งหาย]]></category>
		<category><![CDATA[โจรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<category><![CDATA[โซนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2313</guid>
		<description><![CDATA[ครึกโครมทุกครั้งที่ตกเป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าทลายแก๊งลักรถระดับย่อยหรือระดับประเทศ ยิ่งสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด การลักรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ระบาดไปทุกหย่อมหญ้า หากใครถูกลักรถแล้วส่วนใหญ่จะไม่ได้คืนเสียด้วย
        อย่างรายล่าสุดที่จับได้ย่านมีนบุรี กทม. คนร้ายปากแข็ง ขนาดจับได้คาหนังคาเขายังไม่รับสารภาพว่าอยู่ในขบวนการโจรกรรม ทั้งๆ ที่หลักฐานจากจีพีเอสที่ติดตั้งอยู่ในรถชี้เป้าหมายชัดเจน
          ย้อนคดีนี้เกิดขึ้นกับ นายคัมภีร์ บริบุญมังสาเจ้าของรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีแดง หมายเลขทะเบียน ณง 3878 ถูกโจรกรรมไปจากหมู่บ้านดำรงค์อ.กระทุ่มแบน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Stolen-car.jpg"></a><span style="color: #000000;">ครึกโครมทุกครั้งที่ตกเป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าทลายแก๊งลักรถระดับย่อยหรือระดับประเทศ ยิ่งสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด การลักรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ระบาดไปทุกหย่อมหญ้า หากใครถูกลักรถแล้วส่วนใหญ่จะไม่ได้คืนเสียด้วย<span id="more-2313"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">        อย่างรายล่าสุดที่จับได้ย่านมีนบุรี กทม. คนร้ายปากแข็ง ขนาดจับได้คาหนังคาเขายังไม่รับสารภาพว่าอยู่ในขบวนการโจรกรรม ทั้งๆ ที่หลักฐานจากจีพีเอสที่ติดตั้งอยู่ในรถชี้เป้าหมายชัดเจน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ย้อนคดีนี้เกิดขึ้นกับ นายคัมภีร์ บริบุญมังสาเจ้าของรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีแดง หมายเลขทะเบียน ณง 3878 ถูกโจรกรรมไปจากหมู่บ้านดำรงค์อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">          เขาซื้อรถมาได้ 7 ปี จนกระทั่งวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ตื่นนอนตอนตี 4 ก็ไม่เห็นรถซึ่งจอดไว้ที่หน้าบ้านแล้ว เลยรีบไปแจ้งตำรวจ หลังจากประสานไปยังบริษัทที่ติดตั้งจีพีเอสเอาไว้กับตัวรถ ทำให้รู้ว่ารถถูกขโมยไปตั้งแต่ตอนตี 2 และถูก</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/553000003409701.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2315" title="ภาพโจรขโมยรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกจับพร้อมรถมอเตอร์ไซค์ที่ขโมย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/553000003409701-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นำมาจอดไว้ในอู่ย่านบางชัน ก่อนสัญญาณจะถูกตัดไปในเวลา 6 โมงเช้า จึงตัดสินใจนั่งรถแท็กซี่ตามมาที่อู่ดังกล่าว พร้อมแจ้งความ สน.บางชันให้มาช่วยตรวจสอบ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จึงเป็นที่มาของชุดจู่โจม บก.น.4 และตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จึงขอหมายศาล พร้อมประสานงานศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.) บุกค้นอู่มานิตย์เจริญยนต์ ซอยเสรีไทย 64 ต้องตะลึงเมื่อพบ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ซากอะไหล่ชำแหละแล้วมากมาย พบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด 14 แผ่นป้ายในจำนวนนี้มี 7 แผ่นป้ายได้แจ้งหายเอาไว้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นภายในอู่พบนายมานิตย์ มยุเรศอายุ 53 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของอู่ และยังเป็นเจ้าของเต็นท์รถมานิตย์ยานยนต์ ตั้งอยู่ด้านหน้าปากซอยเสรีไทย 64 และมีลูกน้องอยู่ภายในอู่อีก 5 คน จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เขาให้การว่าเปิดอู่มา 5 ปี รับซ่อมรถและรับทำสีรถยนต์ที่พบในอู่เพื่อนได้นำมาฝากให้ทำสี ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนลูกน้องเก็บเอามาจากบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน และมีการทิ้งแผ่นป้ายเอาไว้ ส่วนรถยนต์กระบะที่ผู้เสียหายแจ้งว่าถูกขโมยมา ไม่รู้ว่ามาจอดที่อู่ได้อย่างไร จึงขอปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถยนต์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จากการตรวจสอบรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในอู่ ยังพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สปาร์ค อีเอ็กซ์ สีแดง หมายเลขทะเบียน ลฐ 9612 กทม. ของ น.ท.ไตรรัตน์เกียรติภัทราภรได้แจ้งหายเอาไว้ที่ สน.สายไหม อยู่ด้วย ซึ่งจะประสานให้มาตรวจสอบ พร้อมประสานหาข้อมูลขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ย้อนหลังไปเมื่อก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีได้จับกุมผู้ต้องหาลักรถยนต์จำนวน2 คน ที่น่าสนใจคือ ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับสารภาพว่านำรถยนต์ที่ขโมยมาส่งให้กับอู่แห่งนี้จำนวน 10 คันที่สำคัญยังตรวจสอบพบบัญชีของขบวนการลักรถทั้งหมดพบว่าเป็นขบวนการใหญ่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อีกคดีเหตุเกิดที่ จ.ลพบุรี ตำรวจชุดสืบสวนของตำรวจภูธรลพบุรีเกือบ 20 นาย พร้อมหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 203/12 หมู่ 2 ต.ท่าศาลาอ.เมือง จ.ลพบุรี</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/d1_1270_1131011807.jpg"></a><span style="color: #000000;">         </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/d1_1270_11310118071.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2317" title="ภาพโจรขโมยรถมอเตอร์ไซค์กำลังสาธิตการขโมยรถเพื่อแผน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/d1_1270_11310118071-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">หลังจากที่ นายพรเทพ หรือโก้ อ่อนสลุงและ นายภาคภูมิ หรือหล้า บุตรบ้านราช แก๊งลักรถจักรยานยนต์ซึ่งถูก พ.ต.ท.พรชัย ไข่สนองรอง ผกก.สืบสวนจังหวัดลพบุรี พร้อมกำลัง จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2552 ให้การซัดทอดว่าได้นำรถที่ลักมาขายให้ที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นายพรเทพ รับสารภาพว่านำรถที่โจรกรรมมาได้ขายให้กับ นายบรรจง ชมดงซึ่งเปิดอู่รับซ่อมรถบังหน้าในราคาคันละ 6,500 บาท จากนั้นนายบรรจงพร้อมกับเพื่อนร่วมแก๊งก็จะทำการชำแหละเอาอะไหล่รถออกขายตามตลาดนัดในเขตจังหวัดภาคกลาง ส่วนโครงรถจักรยานยนต์ก็จะนำไปทิ้งลงในคลองอนุศาสนันท์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อตำรวจมาถึงพบว่าบ้านที่สงสัยปิดประตูล็อกกุญแจเงียบ เรียกเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับ สอบถามเพื่อนบ้านข้างเคียงทราบว่าไม่มีคนอยู่ จึงได้ประสานให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านมาเป็นสักขีพยานในการตรวจค้นบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อเข้าไปภายในทุกคนต้องตะลึง พบว่าภายในบ้านมีชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์วางกองอยู่เต็มบ้านทั้งชั้นล่างและชั้นบน จากการตรวจสอบพบกล่องใส่ของใต้เบาะรถจำนวน 40 อัน เบาะรถรุ่นต่างๆ 40 อันโครงรถซึ่งถูกชำแหละอะไหล่ออกแล้ว 8 โครง และเครื่องยนต์ซึ่งถูกถอดอะไหล่ออกไปขายแล้วอีกจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ตำรวจได้ทำการตรวจค้นภายในห้องนอนชั้น 2 พบสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหลายเล่ม มีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท นอกจากนี้ยังพบบัญชีใบสั่งอะไหล่รถจักรยานยนต์อีกหลายเล่ม วิดีโอหนังเอ็กซ์อีกหลายสิบเรื่อง จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน และต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อมาขน จึงสามารถขนของกลางทั้งหมดได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกตบ้างแล้ว จากการไปตกปลาในคลองอนุศาสนันท์ (คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก) แทนที่จะได้ปลากลับได้โครงจักรยานยนต์แทน เพราะเบ็ดไปติดโครงรถที่ถูกถอดอะไหล่ออกหมดแล้วถูกนำมาทิ้งลงในคลอง 1 โครง จึงแจ้งตำรวจให้ไปตรวจสอบ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในที่สุดมีการประสานให้นำนักประดาน้ำของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง-ร่วมกตัญญูจำนวนกว่า 10 คน ลงงมค้นหาสิ่งของใต้น้ำบริเวณที่พบโครงรถ ทำให้ต้องตะลึงเพราะพบโครงรถที่ถูกถอดอะไหล่ออกหมดแล้วถูกนำมาทิ้งมากเกือบ 100 โครง มีผู้เสียหายแจ้งความเอาไว้หลายพื้นที่ด้วยกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ใครจะไปคิดว่าฉันนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่ง จะนำไปสู่การทลายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ที่มีคนร่วมขบวนการมากมายได้อีกแก๊ง!!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับสถิติปี 2552 เฉพาะในกรุงเทพฯ มีรถจักรยานยนต์แจ้งหายถึง 6,000 คัน รถยนต์ 400 คัน และรถกระบะ 400 คัน พื้นที่ที่หายมากที่สุดคือ บก.น.4 จะมีรถจักรยานยนต์หายมากที่ สน.โชคชัย บก.น.9 ที่ สน.บางขุนเทียน ตกเดือนละ 30 คัน เฉลี่ยแล้ววันละ 1 คัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จากตัวเลขของยี่ห้อรถกระบะที่ถูกโจรกรรมและหายมากที่สุดคือยี่ห้ออีซูซุ ส่วนรถยนต์เป็นยี่ห้อโตโยต้า และรองลงมาคือยี่ห้อฮอนด้า สำหรับรถจักรยานยนต์ ได้แก่ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ โซนิค และฟีโน่ ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับเส้นทางหลังจากที่รถถูกโจรกรรม จะถูกถอดชิ้นส่วนอะไหล่แล้วนำไปขายตามร้านรับซื้อของเก่าแต่ส่วนใหญ่จะนิยมนำส่งออกไปตามชายแดนทั้งคันเพื่อขายให้กับลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ราคารถที่ขโมยมาได้เมื่อนำออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเป็นรถกระบะและรถยนต์จะได้ราคาคันละประมาณ 2 แสนบาท ส่วนรถจักรยานยนต์จะได้คันละ 8,000-1 หมื่นบาท ตามสภาพเก่า-ใหม่ของรถ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนทำผิดจะต้องได้รับโทษ โดยการกระทำการดังกล่าวถือเป็นความผิดข้อหาลักทรัพย์ ถ้าเป็นการลักทรัพย์ตอนกลางคืนมีโทษจำคุก 5 ปี และในเวลากลางวัน3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จะว่าไปแล้วแก๊งโจรกรรมรถยังไม่หมดไปจากสังคมไทย ตราบใดที่ยังมีแหล่งรับซื้อ หรือตลาดมืด ตราบนั้นก็มีโจรออกอาละวาดโจรกรรมรถของชาวบ้านอยู่ร่ำไป เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก!!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระวังเวลาที่เรานำรถไปล้างอัดฉีดตามสถานบริการหรือซ่อมรถตามอู่ไม่ควรทิ้งรถและกุญแจรถไว้กับพนักงานหรือคนซ่อมรถเป็นเวลานานที่สำคัญควรเลือกอู่ที่รู้จักกันไว้วางใจได้&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">        </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 11 พฤษภาคม 53</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/stolen-car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

