<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; การเมือง</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>พลิกโฉมสังคมไทยปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/society-appears/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/society-appears/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2010 07:54:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พันทิป(pantip.com)]]></category>
		<category><![CDATA[พูดคุย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[มีเดียมอนิเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยุบสภา]]></category>
		<category><![CDATA[รณรงค์]]></category>
		<category><![CDATA[วิพากษ์วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิทยุ จส.100]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อี-เมล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธาม เชื้อสถาปนศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์ (twitter)]]></category>
		<category><![CDATA[ทักทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลจาก lab/thaitrend]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็นเสื้อหลากสี]]></category>
		<category><![CDATA[ประจาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประณาม]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักข่าวไซเบอร์"(cyber journalism)]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[แสดงพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ๊ก"(facebook)]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บบอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อแดง]]></category>
		<category><![CDATA[เหยียดหยาม]]></category>
		<category><![CDATA[Social Sanction]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2426</guid>
		<description><![CDATA[ ปรากฏการณ์การชุมนุมของคนเสื้อหลากสี หรือกลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านยุบสภา สะท้อนให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญในโลกเครือข่ายออนไลน์ (social media network) อย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นการสื่อสารความขัดแย้งทางการเมืองในโลกออนไลน์ ชี้ให้เห็นถึง&#8221;อำนาจของสื่อใหม่&#8221;เข้ามามีบทบาท พลังการกำหนดความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
          นับเป็นพฤติการณ์ที่น่าสนใจทางนิเทศศาสตร์ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่มีสื่อกระแสหลักอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอคติ ความไม่เป็นธรรม การถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
          โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการเรียนรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/pm_abhisit.png"></a> <span style="color: #000000;">ปรากฏการณ์การชุมนุมของคนเสื้อหลากสี หรือกลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านยุบสภา สะท้อนให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญในโลกเครือข่ายออนไลน์ (social media network) อย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นการสื่อสารความขัดแย้งทางการเมืองในโลกออนไลน์ ชี้ให้เห็นถึง&#8221;อำนาจของสื่อใหม่&#8221;เข้ามามีบทบาท พลังการกำหนดความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม</span></span><span style="color: #000000;"><span id="more-2426"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Phenomenon-of-online-social-conflict..jpg"></a><span style="color: #000000;">        นับเป็นพฤติการณ์ที่น่าสนใจทางนิเทศศาสตร์ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่มีสื่อกระแสหลักอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอคติ ความไม่เป็นธรรม การถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/post1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2428" title="ภาพหน้าเพจ เฟซบุ๊ก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/post1-229x300.jpg" alt="" width="160" height="210" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการเรียนรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (มีเดีย มอนิเตอร์)ศึกษา &#8220;ปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ในเครือข่ายสังคมออนไลน์&#8221; เพื่อตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ในการสื่อสารความขัดแย้งการเมืองที่เกิดขึ้น ช่วงการชุมนุม 12 มีนาคม-30 เมษายน 2553 ผ่านเนื้อหา 4 กลุ่มอย่าง เว็บเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เว็บบอร์ดพันทิปและการใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ผลการศึกษาพบว่ามีการใช้พื้นที่สื่อออนไลน์สื่อสารทางการเมืองในระดับกว้าง และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ในสื่อไมโครเว็บ อย่าง &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221;(facebook) ลักษณะรวมกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการชุมนุมและสนับสนุนรัฐบาลไม่ให้ยุบสภาค่อนข้างสูงมากกว่ากลุ่มสนับสนุนเสื้อแดง โยงไปถึงการจับกลุ่มทางออนไลน์ไปสู่การรวมตัวกันในโลกจริง เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์และแสดงพลังทางการเมืองหลายด้าน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เฟซบุ๊กกลายมาเป็นพื้นที่แห่งการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างกลุ่มที่ตรงข้ามกัน มีการเข้าไปตรวจสอบความคิดเห็นแต่ละฝ่าย การตรวจสอบเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน และนำเอามาถ่ายทอดต่อในกลุ่มของตนเพื่อแจ้งข่าวสารยังสมาชิก ในลักษณะประจาน ประณาม ขอให้ช่วยกันลงโทษทางสังคมออนไลน์ มีการนำข้อมูลส่วนตัวของบุคคลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในอี-เมล, เว็บบอร์ดเพื่อให้รับรู้กันในสาธารณะ มีกรณีที่นำไปสู่การจับกุมการไล่ออกจากสถานที่ทำงาน และไม่คบค้าสมาคมปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/pm_abhisit1.png"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2430" title="ภาพหน้าเพจ ของโปรแกรมมวิตเตอร์ นายกฯอภิสิทธิ์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/pm_abhisit1-150x150.png" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          ขณะที่ทวิตเตอร์ (twitter) โดดเด่นในการใช้งานเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเกาะติด ต่อเนื่อง โดยมีผู้สื่อข่าวเป็นผู้ทรงอิทธิพลในข่าวสารมากกว่ากลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนพื้นที่เว็บบอร์ดสาธารณะในพันทิป(pantip.com) มีการตั้งกระทู้หลายพันกระทู้ ช่วงเหตุชุมนุม จนได้กลายเป็นพื้นที่วิวาททางความคิดการเมืองพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงความขัดแย้งทางการเมืองหลายๆ กรณี มีการเชื่อมโยง ระดมข้อมูลข่าวสารจากพลเมืองเน็ตมากมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้ความรู้ เหตุผลมาหักล้างกันอย่างเสรี ขณะที่การแสดงความคิดเห็นบางส่วนมีทั้งช่วยกันเสริมสร้างความสมานฉันท์ ความเข้าใจและส่วนหนึ่งก็ได้กลายเป็นพื้นที่วิพากษ์ วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างดุดันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสะท้อนความเกลียดชัง ผ่านภาษาเชิงเหยียดหยาม ประณามและยังมีการใช้ฟอร์เวิร์ดเมลเพื่อสื่อสารให้ข้อมูลทางการเมืองในลักษณะชี้แจง แฉวิพากษ์วิจารณ์ เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุชุมนุม ฯลฯ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการ มีเดียมอนิเตอร์ ระบุว่า การศึกษาพบว่าการใช้สื่อออนไลน์สื่อสารความขัดแย้งทางการเมือง กลายเป็นพื้นที่ของการโต้ตอบ ต่อสู้ เอาชนะกันระหว่างคนชนชั้นกลางและกลุ่มผู้ชุมนุม ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลและผู้ต่อต้าน แม้มีเนื้อหาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง/นปช.บ้างแต่พบค่อนข้างน้อย อาจมาจากสาเหตุที่รัฐควบคุม หรือสั่งปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ปลุกระดม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และสะท้อนว่าผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ในเชิงสันติวิธี การหาทางออกและข้อเสนอแนะของวิกฤตปัญหาทางการเมืองนั้นยังอยู่ในระดับที่ไม่เข้มข้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <strong>โดยสรุปปรากฏการณ์เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ </strong><strong>4</strong><strong> ประเด็น  <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/online.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2431" title="ภาพผู้ชายนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตที่โน๊ตบุ๊ค" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/online.jpg" alt="" width="260" height="170" /></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          1.กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองผ่าน &#8220;facebook&#8221; พบ 45 เว็บไซต์ โดยกลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดคือ กลุ่ม&#8221;มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา&#8221;เป้าหมายหลักของการตั้งกลุ่มการเมืองผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อสื่อสารรวมกลุ่มความคิดทางการเมือง การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรายงานความเคลื่อนไหวของการชุมนุม และจุดเด่นคือการวิพากษ์วิจารณ์ อภิปรายและจัดกิจกรรมแสดงพลังทางการเมือง เป็น &#8220;กลุ่มที่ไม่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การใช้ภาษาที่มีระดับตั้งแต่สุภาพไปจนระดับหยาบคาย รุนแรง และมีกรณีการประณาม ประจานกลุ่มผู้ที่ให้ข้อมูลในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยการเชื่อมโยงกับอี-เมลและส่งต่อๆ กันไป นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับกลุ่ม &#8220;Social Sanction&#8221; ที่เน้นปฏิบัติการประณาม ประจาน และสืบค้นข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำมาเผยแพร่ และ ลงโทษทางสังคมออนไลน์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขณะที่กลุ่มสนับสนุนคนเสื้อแดง มีการใช้ข้อมูลโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้าม และพยายามให้ข้อมูลเชิงบวกต่อกลุ่มคนเสื้อแดงกันเอง รวมทั้งอาจมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อไทยและต่างประเทศ และยังมีเว็บเฟซบุ๊กที่เน้นกระบวนการเชิงสันติวิธี เช่น เครือข่ายสันติวิธีที่ออกแถลงการณ์และทำกิจกรรมเฝ้าระวังการสื่อข่าวการชุมนุมอย่างแข็งขัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กลุ่มอื่นๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อสารเชิงเสียดสี ประชดประชันกิจกรรมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในลักษณะเน้นผ่อนคลายบรรยากาศ เช่น กลุ่มคนเสื้อใน, กลุ่มคนเสื้อแพง,กลุ่มคนอย่าเอาสีเสื้อไปโยงกับการเมืองได้มั้ย ในตู้เสื้อผ้าไม่เหลืออะไรให้ใส่แล้ว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การสื่อสารในเฟซบุ๊กค่อนข้างเป็นไปอย่างรุนแรง มีลักษณะแบ่งแยกฝ่ายชัดเจน มีการด่าทอ ประณามตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามรุนแรง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตั้งกลุ่ม และพบว่ามีการตักเตือนเรื่องการใช้ภาษาบ้าง แต่ก็อาจถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อความสื่อสารทั้งในเชิงสมานฉันท์และสร้างความเกลียดชังไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.ผู้ทรงอิทธิพลข่าวสารทางการเมืองข้อมูลข่าวสารผ่านไมโครเว็บ &#8220;twitter&#8221;จาก 20 อันดับ ผู้ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในทวิตเตอร์ (ข้อมูลจาก lab/thaitrend) เป็นนักข่าวทั้งหมด 10 คน สังกัดเครือเนชั่นมากที่สุดถึง 8 คน ที่เหลือเป็นบุคคลจากวงการต่างๆ เช่น ดารา นักร้อง นักเขียน ฯลฯ โดยมีสุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้ที่คนอ้างอิงมากที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">             เนื้อหาที่พบในทวิตเตอร์ 5 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นเผยแพร่ข่าวการเมือง  ส่วนมากเจ้าของทวิตเตอร์เน้นเนื้อหา เป็นกลุ่มเป็นนักข่าวหรือองค์กรสื่อ 2.กลุ่มที่เน้นวิพากษ์วิจารณ์การเมือง แต่มีเนื้อหาด้านอื่นสอดแทรกเช่น พูดคุย ทักทายเรื่องทั่วไปในกลุ่มผู้ที่ติดตาม การพูดคุยเรื่องกีฬา เรื่องชีวิตประจำวันทั่วไป 3.กลุ่มเน้นข้อมูลการจราจร เช่น ศูนย์วิทยุ จส.100 4.กลุ่มเนื้อหาด้านธรรมะและ 5.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นพูดคุยทั่วไปและความคิดเห็นทางการเมือง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.กระบวนการทางการเมืองผ่าน &#8220;เว็บบอร์ดสาธารณะ&#8221;พันทิปดอทคอม มี 5 เนื้อหาสำคัญ 1) กระทู้เพื่อแจ้งข่าวสารเหตุการณ์ทั่วไป 2) กระทู้ที่เปิดโอกาสให้แสดงข้อมูลสืบค้นแสวงหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 3) กระทู้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อสารกันภายในกลุ่ม 4) กระทู้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพูดคุยเสนอแนะทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้างความสมานฉันท์ 5) กระทู้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อโจมตี วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งตรงข้าม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พื้นที่ของเว็บบอร์ดพันทิป กลายเป็นเวทีสาธารณะทางความคิดเห็นทางการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกออนไลน์จำนวนนับพันๆ กระทู้ถูกตั้งขึ้น และหลายๆ กระทู้ที่โดดเด่นด้านการสืบค้น เสาะหา ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์การปะทะระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนมหรือเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอื่นๆ ได้สร้างปรากฏการณ์ &#8220;นักข่าวไซเบอร์&#8221;(cyber journalism)ให้เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          4.ฟอร์เวิร์ดเมลการเมือง จากการสำรวจพบฟอร์เวิร์ดเมลที่มีเนื้อหาทางการเมืองที่ถูกส่งต่อกันในช่วงที่มีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง แบ่งเป็น 3 ลักษณะเนื้อหา1.วิพากษ์วิจารณ์ รณรงค์ต่อต้านกลุ่ม นปช. และทักษิณชินวัตร 2.ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และ3.วิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">             ปรากฏการณ์ความคิดทางการเมืองบนโลกออนไลน์กลายเป็นพื้นที่เสรีทางความคิดให้ความจริงได้ถูกแสวงหาตรวจสอบ และนำเสนอ แต่เสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกยังควรต้องใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบเพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด ไม่หมิ่นประมาท ละเมิดบุคคลอื่นไม่ก่อความรู้สึกเกลียดชัง แบ่งแยกด้วยอคติ และสมควรใช้พื้นที่ดังกล่าวสนับสนุน การสร้างความสมานฉันท์ ปรองดอง เพื่อประโยชน์ของสังคม&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/society-appears/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ทิ้งซากอดีต&#8217;แล้ว &#8216;มองไปข้างหน้า&#8217;ประเทศไทยจะไม่แพ้!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 14:06:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9]]></category>
		<category><![CDATA[พระไพศาล วิศาโล]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อภัย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุ]]></category>
		<category><![CDATA[สุข]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเมตตา]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานกรรมการบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์]]></category>
		<category><![CDATA[นายมนตรี ศรไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์ปะทะ]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2359</guid>
		<description><![CDATA[แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา
          มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา<span id="more-2359"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/bangkok1.jpg"></a><span style="color: #000000;">        มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ มองเมืองไทยวันนี้ ผ่านใจที่มีความเมตตากรุณาและปัญญาเดียวกันที่เสถียรธรรมสถานผู้นำจากศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์มาล้อมวงกันระดมปัญญา&#8221;แก้วิกฤต&#8221; ให้ประเทศ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1217215561.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2363" title="ภาพพระศรีญาณโสภณ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9 เริ่มต้นบทสนทนาแห่งการไม่แบ่งแยกว่า เราทุกคนต้องอาศัยบนแผ่นดินเดียวกัน ทำมาหากินร่วมกัน ต้องรักต้องสามัคคีกัน จึงจะรักษาแผ่นดินได้</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;วันนี้เมื่อเหตุการณ์อะไรต่างๆ เกิดขึ้น ขออย่างเดียวขอให้คิดเชิงบวกถามว่า สิ่งที่เราสูญเสียไป เรากอบกู้คืนมาได้ไหม -ได้! แต่ขอให้คิดในเชิงบวกคิดในทางสร้างสรรค์ สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาใหม่ให้เป็นแรงผลักดันว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิตของเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เวลาที่จะพูดกัน ก็ขอให้พูดแบบเห็นอกเห็นใจ อย่าพูดในลักษณะแพ้ชนะ วันนี้พูดแพ้ชนะไม่ได้ เพราะคนแพ้จะผูกเวร จองเวร คนชนะก็ถูกจองเวร จองล้างจองผลาญ แรงแค้นเป็นแรงที่ให้ผลข้ามภพชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ลูกกระสุนปืนที่ยิงออกไป ถ้ายิงใหม่ ยิงเป็นลูกกระสุนแห่งความรัก แห่งความเมตตาเอื้ออาทร ใครที่มีความโกรธยิงกระสุนแห่งความรักไป ยิงให้แม่น อย่างยิงเฉียดๆ ยิงให้ถูกหัวใจของคน แล้วรักษาวาจาให้เป็นปกติให้มากที่สุดต้องใช้พลังบวก กู้ชาติ กู้แผ่นดิน กู้สถานการณ์กู้สภาพจิตใจขึ้นมา เราจึงเยียวยาจิตใจกันได้&#8221;พระศรีญาณโสภณกล่าว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้าน นายมนตรี ศรไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน) นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์ บอกว่าคนไทยต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะนี่เป็นโอกาสที่สังคมไทยจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ถามว่าตอนนี้ความสุขของคนไทยหายไปไหน ความสุขหาได้ง่ายๆ นิดเดียว แค่คนไทยมีความรักให้กัน เพราะที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข ที่ใดขาดรัก ที่นั้นมีทุกข์ ผู้ใดให้รัก ผู้นั้นมีสุข ผู้ใดไม่ให้รัก ผู้นั้นเป็นทุกข์ เราคนไทย 65 ล้านคน มีส่วนช่วยตรงนี้ได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_953.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2364" title="ภาพ พระไพศาล วิศาโล " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          สำหรับ พระไพศาล วิศาโล แห่งวัดป่าสุคะโตบอกว่า ขณะนี้ความสูญเสียความบอบช้ำมีหลายด้าน 1.วัตถุ 2.ร่างกาย 3.จิตใจ 4.ความสัมพันธ์</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นความสูญเสียที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเยียวยารักษา สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนต้องมีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกัน</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          &#8220;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 2 เดือน คือการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของความโกรธความเกลียด ดังนั้น ความรักการให้อภัย เป็นเรื่องที่เอาแต่พูดไม่ได้ แต่ต้องแปรออกมาเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ความรัก และการให้อภัย&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2366" title="maicheesunsanee" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee.jpg"></a><span style="color: #000000;">        </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สุดท้าย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุตบอกว่า ปัญหาคือเรื่องธรรมชาติ เวลาที่เราเห็นความทุกข์เราเข้าใจและปฏิบัติตัวกับสิ่งนั้นอย่างเข้าใจความทุกข์มองว่าทุกข์เป็นสากล เมื่อทุกข์มาถึง หน้าที่ของเราคือเข้าใจ เราไม่ได้เก่งที่จะมองเรื่องนี้อย่างไม่หวั่นไหว แต่เราฝึกได้ โดยการตื่นจากการจมกับความทุกข์ ทำให้เหตุการณ์นี้คือการเรียนรู้ ที่จะสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถึงเวลาที่คนไทยจะต้องมองไปข้างหน้า ทิ้งอดีตให้เป็นบทเรียนแล้วช่วยกันฟื้นฟูสังคมให้กลับมาสงบสุขดังเดิม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา :  มติชน ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2553</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โทษทีเสื้อทุกสีสังคมนี้ก็เป็นของเรา!&#8230;คำประกาศผ่านศิลปะของคนรุ่นใหม่</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/design-thailand/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/design-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 07:37:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชนชั้นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สี]]></category>
		<category><![CDATA[สีสัน]]></category>
		<category><![CDATA[สีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[สีเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[ความสงบ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[แยกคอกคัว]]></category>
		<category><![CDATA[โพสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2298</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;โทษทีเสื้อทุกสี บังเอิญว่าสังคมนี้ก็เป็นของเรา!&#8221;ประโยคข้างต้น คงกระแทกใจใครหลายคนเข้าดังปึ้ก ก็โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีแดง สีเหลืองซะหน่อยยังมีอีกตั้งหลายสี ที่มาช่วยกันแต่งแต้มสังคมจนกลายเป็นความงดงามบนสีสันที่หลากหลาย

ไม่ได้ต่างกันเลย กับวันนี้ของสังคมไทย ที่หัวใจ ความคิด หรือทัศนคติของผู้คน ไม่ได้มีแค่สองสีที่ถูกบางแนวคิดกำหนดเอาไว้ แถมถ้าใครคิดต่างแม้แต่หลักการเดียว ก็จะถูกผลักไปอยู่สีคู่ตรงข้ามทันที
          ยังมีคนอีกไม่น้อย ที่ไม่ได้ไปอยู่ตรงราชประสงค์ ไม่ได้ไปร่วมแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ได้ตั้งกลุ่มต่างๆ ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแอ๊บขาว
          เพราะไงซะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">&#8220;โทษทีเสื้อทุกสี บังเอิญว่าสังคมนี้ก็เป็นของเรา!&#8221;ประโยคข้างต้น คงกระแทกใจใครหลายคนเข้าดังปึ้ก ก็โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีแดง สีเหลืองซะหน่อยยังมีอีกตั้งหลายสี ที่มาช่วยกันแต่งแต้มสังคมจนกลายเป็นความงดงามบนสีสันที่หลากหลาย</span></h3>
<p><span style="color: #000000;"><span id="more-2298"></span></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4560512586_77fa907212.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2299" title="ภาพโปสเตอร์ อนาคตของชาติกำลังเฝ้ามองพวกคุณอยู่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4560512586_77fa907212.jpg" alt="" width="500" height="334" /></span></a><span style="color: #000000;">ไม่ได้ต่างกันเลย กับวันนี้ของสังคมไทย ที่หัวใจ ความคิด หรือทัศนคติของผู้คน ไม่ได้มีแค่สองสีที่ถูกบางแนวคิดกำหนดเอาไว้ แถมถ้าใครคิดต่างแม้แต่หลักการเดียว ก็จะถูกผลักไปอยู่สีคู่ตรงข้ามทันที</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ยังมีคนอีกไม่น้อย ที่ไม่ได้ไปอยู่ตรงราชประสงค์ ไม่ได้ไปร่วมแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ได้ตั้งกลุ่มต่างๆ ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแอ๊บขาว</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4564621331_ef241218461.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2302" title="ภาพตัวหนังสือประเทศไทยฉันรักเธอ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4564621331_ef241218461-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">         </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4564621331_ef24121846.jpg"></a><span style="color: #000000;"> เพราะไงซะ สังคมนี้ก็เป็นของพวกเขาเหมือนกันเหมือนที่คนรุ่นใหม่ อย่างบรรดานักออกแบบ ที่มีวัยอยู่ในสิบกว่า ยี่สิบกว่า สามสิบต้นๆ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในเว็บไซต์ <span style="text-decoration: underline;">www.f0nt.com </span> ประกาศประโยคนั้นออกมาทุกคนเชื่อว่า นี่คือยุคสมัยของพวกเขา ยุคสมัยที่พวกเขาต้องมีชีวิต ต้องมีครอบครัว และต้องมีอนาคต เพราะงั้น จะให้นั่งออกแบบงานสร้างสรรค์ต่างๆ หรือบ่นลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ดูหนัง โหลดเพลง เหมือนที่เคยเป็นมาคงไม่ได้แล้ว หนึ่งในตัวตั้งตัวตี ที่ใช้นามแฝงว่า &#8220;เก้อ&#8221;อธิบายว่า วิธีสำคัญที่จะแก้ปัญหาซับซ้อน ที่อยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้นั้นคือ&#8221;ความเข้าใจ&#8221; ต่อผู้คนที่เห็นแตกต่างสารพัดสี และความเข้าใจนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ ในขณะที่สังคมสาดซัดกันไปด้วยความรุนแรงโกรธแค้น เกลียดชัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ในฐานะคนรุ่นใหม่ เราขจัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยเริ่มจากใจเรา และส่งต่อมันไปยังคนอื่นๆไม่ต้องไปสนใจว่าพวกผู้ใหญ่จะเอาแนวคิดแบบไหนมายัดเยียดใส่หัว เพราะวันข้างหน้าสังคมต้องอยู่ในความรับผิดชอบของเรา&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4567712660_37be14e779.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2300" title="ภาพล้อเลียนคนถือธงชาติไทยกระโดดลงเหวคนที่อยู่ข้างหลังเตรียมโดดตาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/4567712660_37be14e779-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;นิทรรศการออกแบบสังคม&#8221;เลยเกิดขึ้นจากโปสเตอร์ กราฟิค แฟลช วิดีโอ นับร้อยๆ ชิ้น ที่ถูกโพสท์เข้ามาในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่จะร่วมมือกับกลุ่มสันติอาสามาจัดเป็นนิทรรศการ ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาแยกคอกวัว (วันที่ 7 พ.ค. เป็นวันสุดท้าย แต่แว่วว่ากำลังติดต่อขอแสดงงานที่หอศิลป์กทม.อยู่ หรือถ้าใจร้อนก็เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้)</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น่าจะพิสูจน์ได้อย่างดีถึงความต้องการของคนวันนี้ ที่จะเป็นอนาคตสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมต่อไป  บางคนอาจแขวะในใจว่า ก็แค่กิจกรรมของชนชั้นกลางหน่อมแน้ม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เก้ออธิบายว่า ประเด็นที่พูด เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา เพราะรายละเอียดของปัญหายังมีอีกเยอะ และเป็นเรื่องที่มาถกกันได้เพราะความสงบไม่ใช่การสมยอม หรือกลบปัญหาไว้ใต้พรม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เพราะแม้ในกลุ่มออกแบบสังคมเอง ก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่การที่ทุกคนพยายามช่วยกันทำงานนี้ อย่างน้อยก็น่าจะตอบโจทย์ได้ว่า ในความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน ยังมีหนึ่งความเห็นที่เหมือนกันคือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงจุดเริ่มต้นของวันนี้จึงอยู่ที่ลดความเกลียดชัง แล้วจะเห็นทางออก ไม่ใช่จมอยู่ในความมืดที่ยาวนานอย่างที่กำลังเป็น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;มันไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่หมายถึงรุ่นต่อๆ ไปที่ใกล้มือเราด้วย เพราะสังคมนี้ก็เป็นของพวกเราเหมือนกัน&#8221;&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/design-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนไทยเครียดเพิ่ม37% หลังเหตุปะทะ10 เมษายน 53</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 May 2010 16:17:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สวดมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลาะวิวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2255</guid>
		<description><![CDATA[กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว 
     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว </span></span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Strain.jpg"></a><span style="color: #000000;"><span id="more-2255"></span></span></strong></span><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 ภาค ภาคละ 200 คน และในกรุงเทพฯ อีก 200 คน เริ่มสำรวจก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 1 ครั้ง และหลังจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. อีก 3 ครั้ง โดยจากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า ภาพรวมทั้งประเทศ มีอารมณ์ร่วมทางการเมืองอยู่ในขั้นรุนแรงร้อยละ 25-30 แต่ที่น่าห่วงมากที่สุด คือ ผลสำรวจเฉพาะประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะมีระดับอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงสูงกว่าทุกภาค และสูงมากที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา คือ สูงถึงร้อยละ 37 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก นับเป็นภาวะวิกฤติของสุขภาพจิตประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะการที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงจะส่งผลต่อระดับความเครียด จิตใจว้าวุ่น นอนไม่หลับ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น เช่น เกิดการโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท และเมื่อพบกับผู้ที่มีความเห็นต่างกัน มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงสูง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2261" title="ภาพผู้ชายใช้มือกุมขมับนั่งเครียดที่โต๊ะทำงาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg" alt="" width="173" height="193" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ กล่าวต่อไปว่า หากพบว่า มีอาการกังวลต่อปัญหาบ้านเมือง ต้องคอยติดตามข่าวสารตลอด ชอบชวนคุยเรื่องการเมือง แสดงว่า มีอารมณ์ทางการเมืองเข้าขั้นรุนแรง 1.ควรบริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่ควรติดตามข่าวสารติดต่อกันเป็นเวลานาน 2.ลดการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ นำเสนอข่าวด้านเดียว 3.หาวิธีการลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ ทำสมาธิ เป็นต้น ในส่วนครอบครัวและชุมชนก็เป็นอีกส่วนที่จะช่วยลดอารมณ์ผู้ที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงด้วยการรับฟัง ชื่นชม ห่วงใย และให้คำแนะนำ ขณะที่เครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ต ควรลดความรุนแรงใน<br />
การแสดงอารมณ์ และความคิดเห็นลงด้วย</span></p>
<div><span style="color: #000000;">สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิก)</span></div>
<div><a href="http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10"><span style="color: #000000;">http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10</span></a></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/rad.jpg"></a></span></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.มติชน 30   เมษายน   2553</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวจริง! นักสะสมหนังสือเก่า เล่มเดียว 73,000 ซื้อ! ลอกเกร็ดอดีตจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Apr 2010 05:46:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บูธหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กาลากัตต้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนี่ยนมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวนกุหลาบ]]></category>
		<category><![CDATA[สะสม]]></category>
		<category><![CDATA[สังฆราชปาเลอกัว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนวน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[หัตถกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนอน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[อูย หยอง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้แต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[จตุจักร]]></category>
		<category><![CDATA[คลองถม]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โวหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โฉมหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[เก่า]]></category>
		<category><![CDATA[เสน่ห์]]></category>
		<category><![CDATA[เจมส์ โลว์]]></category>
		<category><![CDATA[เขียน]]></category>
		<category><![CDATA[GRAMMATICA LINGUE THAI]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2206</guid>
		<description><![CDATA[ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักวิชาการอิสระ นักสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย โชว์ &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; หนังสือสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกที่ซื้อมาในราคา 73,000 บาท พร้อมเปิดเกร็ดจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้ จิ๊กซอว์แห่งอดีตที่เขาเก็บรวมไว้ ทั้งบอกเล่าเสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือเก่า และพลาดไม่ได้เปิดโฉมหน้า &#8220;หนอนหนังสือ&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/oooi-heels.jpg"></a><span style="color: #333300;">ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักวิชาการอิสระ นักสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย โชว์ &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; หนังสือสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกที่ซื้อมาในราคา 73,000 บาท พร้อมเปิดเกร็ดจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้ จิ๊กซอว์แห่งอดีตที่เขาเก็บรวมไว้ ทั้งบอกเล่าเสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือเก่า และพลาดไม่ได้เปิดโฉมหน้า &#8220;หนอนหนังสือ&#8221; ตัวจริงเสียงจริง&#8230;.อูย หยอง </span><span style="color: #000080;"><span id="more-2206"></span><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="310" height="250" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/5fN7bBqi-6I&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="310" height="250" src="http://www.youtube.com/v/5fN7bBqi-6I&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></h3>
<p><span style="color: #000080;">     <span style="color: #000000;">   &#8220;หนังสือเก่า ที่หายาก คือความภูมิใจของเรา&#8221; นี่คือข้อความที่ปรากฏบนนามบัตรของ ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ หรือพี่อ้วน กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ต้นฉบับ นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ไทย และเป็นนักเก็บสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ประชาชาติธุรกิจออนไลน์แวะเวียนไปนั่งคุยกับคุณธงชัย ที่บ้าน&#8230;สำนักพิมพ์&#8230;ห้องสมุด ย่านงามวงศ์วาน 23 เพื่อขอความรู้เกี่ยวกับหนังสือเก่า เสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือคืออะไร&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">        คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206356l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2208" title="ภาพหนังสือเก่าปกสีแดงอยู่ในสภาพดี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206356l-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">@คุณค่าของหนังสืองานศพ<br />
       คุณธงชัยเล่าให้ฟังว่าเสน่ห์ของหนังสือเก่าอยู่ที่ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในหนังสือเก่าเหล่านี้ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องที่ out of print ไปนานแล้ว หลายเรื่องไม่ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำ เช่นนี้แล้วหนังสือก็หายสาปสูญไป เพราะฉะนั้นหนังสือเก่า โดยเฉพาะหนังสือที่ระลึกงานศพจึงเป็นหนังสือที่มีคุณค่า มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้เราได้รู้เพิ่มขึ้น คล้ายเป็นการต่อจิ๊กซอว์ทางประวัติศาสตร์ การได้ค้นเจอมิติใหม่ๆ หรือสิ่งที่ไม่มีใครเคยรู้จึงเกิดความรู้สึกสนุปไปกับประวัติศาสตร์<br />
      แหล่งของหนังสืองานศพที่สำคัญในเวลานี้ คุณธงชัยบอกว่า มีที่จตุจักร ยูเนี่ยนมอลล์ และคลองถม(คืนวันเสาร์) แล้วก็งานสัปดาห์หนังสือก็จะมีบูธหนังสือเก่า โดยในงานสัปดาห์หนังสือจะมีราคาสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง<br />
       มูลค่าของหนังสือเก่านั้นขึ้นกับความพึงพอใจของผู้ขาย และผู้ซื้อ<br />
       &#8220;อย่างบางเล่ม บางๆ ไม่มีรูปไม่มีอะไร คิดเรา 500 ผมไปงานสัปดาห์หนังสือมา ซื้อมาทั้งหมด 5 เล่ม 700 บาท เขาตั้งราคาให้เราต่อ มูลค่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราเห็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน อย่างเช่นคุณซื้อแล้วเอาไปเขียนหากินได้ ก็คุ้ม หรือหนังสือใหม่ก็ได้ความรู้ไปคุย อย่างน้อยก็เป็นฐานข้อมูลที่ทำให้เขาไม่กล้าดูถูกเรา โดยเฉพาะถ้าทำเรื่องเกี่ยวกับงานการเมือง&#8221;<br />
       ที่คุณธงชัยซื้อมานั้นมี &#8220;ประวัติ ตระกูลโปษยานนท์&#8221; ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ แตกสาแหรกเป็นหลายสายในปัจจุบัน หรือหนังสือเรื่อง &#8220;สุบิน สำนวนเองชาวใต้&#8221; ซึ่งคุณธงชัยยอมรับว่า ไม่รู้จะซื้อมาทำไม แต่ด้วยความที่ราคาไม่แพง เฉลี่ยแล้ว 5 เล่ม ตกเล่มละ 100 กว่าบาท<br />
       คุณธงชัยบอกต่อว่า หนังสืองานศพที่ซื้อมานั้น ส่วนใหญ่ดูที่เนื้อหา ไม่ได้เน้นเฉพาะว่าต้องเป็นเรื่องของชนชั้นนำ<br />
       นอกจากนี้ อีกเหตุหนึ่งที่ซื้อหนังสือเก่าก็เพราะรูปประกอบ เช่น &#8220;หนังสือที่ระลึกในงานหัตถกรรมของนักเรียนยุค 2498&#8243; คุณธงชัยบอกว่า เล่มนี้ซื้อมา 200 บาท ซึ่งถ้ามีโอกาสพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก็จะต้องมีภาพประกอบ ยิ่งถ้าเป็นภาพเก่าด้วยแล้ว อย่างเล่มนี้มีภาพโรงเรียนสวนกุหลาบยุคเก่า  สำหรับคนสะสมหนังสือ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">@โชว์เกร็ดประวัติศาสตร์จากหนังสืองานศพ<br />
        คุณธงชัยเก็บรวบรวมเกร็ดต่างๆ ที่อ่านพบในหนังสืองานศพไว้ ซึ่งถ้าบันทึกเสร็จแล้ว และมีจำนวนมากพอ คงจะได้อ่านเกร็ดเหล่านี้ในหนังสือรวมเล่มจากสำนักพิมพ์ต้นฉบับ<br />
       เกร็ดสนุกที่คุณธงชัยหยิบยกมาเล่าก็ไว้ เป็นโน๊ตๆ ไว้ อย่าง<br />
        &#8220;พระราชธรรมโสภณ เผื่อน เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ บันทึกไว้ว่าเมื่อ 6 กรกฎาคม 2492 พลเรือเอกหลวงชลธารพฤติไกร ได้ไปสนทนากับท่าน และมีฝรั่งกับล่ามมาดูกุฏิพระสองสามหลัง กล่าวทำนองจะขอซื้อกุฏิพระนั้นไปปลูกเป็นบ้านพัก แล้วแต่ทางวัดจะคิดราคาเท่าไร ฝรั่งคนนั้นปรากฏชื่อว่า มิสเตอร์ทอมป์สัน เจ้าของกิจการผ้าไหม จิม ทอมป์สัน แต่เจ้าอาวาสบอกว่า ได้ปรึกษากับโยมวัดแล้ว ปฏิเสธไปว่า เสียใจ ไม่อาจตกลงกันได้&#8221;<br />
         คุณธงชัยบอกว่า ที่เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2492 สะท้อนให้เห็นว่า ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาก็มีสปายสายลับมาแล้ว และนายจิม ทอมป์สัน เริ่มซื้อของเก่าแล้ว ด้วยประสงค์จะซื้อกุฏิวัดเครือวัลย์ที่สวยงาม โดยเรื่องนี้มาจากหนังสือที่ระลึกงานศพพระราชธรรมโสภณ เผื่อน สุมโน ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2519 <br />
         อีกเรื่องหนึ่งนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงเขียนไว้ในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เรื่อง คำว่าปล่อยพระพุทธบาท <br />
         &#8220;พบในสำนวนของรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ 2 หน้า 446 ผมก็อธิบายว่า เป็นคำแผลงจากข้อมูลซึ่งพบว่า พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำช้างต้นบรมจักรพาน ซึ่งไส้งาทะลุ เกรงจะล้ม ให้เอาไปปล่อยถวายเป็นพุทธบูชาที่พระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">@หนังสือ &#8220;แพง&#8221; ที่สุดที่เคยซื้อ<br />
         คุณธงชัยเล่าว่า แต่ละเดือนนั้นใช้เงินซื้อหนังสือแบบไม่มีจำกัด บางเดือนใช้เป็นหมื่น บางเดือนใช้ในหลัก 4-5 พัน บางเดือนไม่ได้ซื้อเลย โดยส่วนตัวนั้นคุณธงชัยบอกว่า ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองมากมาย เป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีรายได้จากการค้าขายพระเป็นหลัก ขายเหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 5 หนังสือจึงเป็นเหมือนธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงให้มากกว่า<br />
        ในวงการหนังสือเก่าตอนนี้ คุณธงชัยเป็นที่รู้จักกันในนาม &#8220;อ้วนต้นฉบับ&#8221; ซึ่งจัดว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ในวงการหนังสือเก่า หนังสือหายาก<br />
         แต่ถ้าหยิบยกชื่ออื่น คุณธงชัยเสนอชื่อ คุณไพศาล เปี่ยมเมตตาวัฒน์ สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊ค ต่างคนต่างก็มีหนังสือดีอยู่กับตัว<br />
         สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่คุณธงชัยบอกเล่าให้ฟังนั้น คือหนังสืองานศพพวกนี้ได้เข้าไปอยู่ในห้องสมุดชั้นนำของต่างประเทศ<br />
         &#8220;ต่างชาติเขาเก็บมานาน หนังสือสำคัญๆ ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมยุโรปเป็นวัฒนธรรมที่สะสมข้อมูล เขาไม่เหมือนประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทิ้งอย่างเดียว ได้หน้าลืมหลัง แล้วไม่เคยรื้อว่าหลังเป็นยังไงมีแต่เอาตัวรอดไปวันๆ&#8221;<br />
</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206368l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2209" title="ภาพหนังสือเก่าที่โดนตัวหนอนเจาะกิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206368l-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #000000;">         ไฮไลท์ในชีวิตการสะสมหนังสือเก่าของคุณธงชัยคงหนีไม่พ้น &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; ซึ่งเป็นเล่มที่แพงที่สุด ประมูลมาในงาน Bangkok auction ที่ราคา 73,000 บาท ที่ว่าเป็นไฮไลท์นั้นเพราะคุณธงชัยบอกว่า ทราบจำนวนพิมพ์จากบันทึกของครูสมิธว่า พิมพ์ที่โรงพิมพ์อัสสัมชัญ จำนวน 60 ก็อปปี้เท่านั้น<br />
         GRAMMATICA LINGUE THAI เป็นตำราเรียนภาษาไทยของชาวตะวันตก พิมพ์ครั้งรัชกาลที่ 3 ปีสุดท้าย 2393 โดยสังฆราชปาเลอกัว เพื่อที่จะสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกพูดภาษาไทยได้<br />
         แต่ก่อนหน้าสังฆราชปาเลอกัว มีอีกเล่มหนึ่ง ชื่อ GRAMMATICA THAI โดย เจมส์ โลว์ พิมพ์ปี 2371 ที่กาลากัตต้า ประเทศอินเดีย เล่มนี้ตอนนี้ยังพอหาได้ มูลค่า 3 แสนบาท ด้วยจำนวนพิมพ์เยอะพอสมควร<br />
         GRAMMATICA LINGUE THAI พาทต้นเป็นพาทว่าด้วยตำราเรียนภาษาไทย ชื่อจินดามณี แต่ที่สังฆราชปาเลอกัว เพิ่มเติมข้างหลังคือ สำนวนการพูดจาระหว่างชนชั้นต่างๆ ลูกศิษย์พูดกับพระสงฆ์ ทาสพูดกับเจ้า บ่าวพูดกับนาย ขุนนางชั้นผู้น้อยพูดกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พาทที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเลงหนังสือคือหน้า 172 เพราะมีรายชื่อหนังสือ ของหอหลวงที่ในหลวงทรงเก็บรักษาไว้อยู่ในห้องสมุดหลวง<br />
        &#8221;ความสนุกก็คือ ได้รู้ว่าเขาศึกษาอะไรกันอยู่ เขาพูดถึงบัญชีหนังสือไทยมีอะไรบ้าง พงศาวดารเมืองเหนือ พงศาวดารสยาม กฎหมายจินดามณี ดูหน้า 173 บรรทัดที่ 5-6 ขุนช้างขุนแผนว่าด้วยสหายเป็นทหารสองคนแย่งเมียกัน เห็นไหม เรื่องย่อคร่าวๆ ของวัฒนธรรมไทยที่จะให้ชาวยุโรปในขณะนั้นเข้าใจแบบง่ายๆ เล่มนี้ถามว่าทำไมซื้อ ก็เพราะเรารู้ว่าพิมพ์แค่ 60 เล่ม&#8221;</span></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">@หนังสือเก่าจำเป็นต้องได้รับการต่ออายุ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206383l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2210" title="ภาพตัวหนอนที่กินหนังสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206383l-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><br />
<span style="color: #000000;">        เมื่อมีหนังสือดีอยู่กับตัว สิ่งหนึ่งที่คุณธงชัยทำคือ ต่ออายุให้กับหนังสือ เพื่อให้สังคมไทยได้รู้เรื่องประวัติความเป็นมาของตัวเอง โดยเล่ม  GRAMMATICA LINGUE THAI นี้ คุณธงชัยมอบให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ เอาไปพิมพ์ต่อายุโดยไม่คิดมูลค่า ออกมาเป็นเล่มปกแข็งสีแดงในราคาเพียง 650 บาท<br />
         การฟื้นคืนชีพหนังสือเก่าจึงเป็นสิ่งที่สำนักพิมพ์ต้นฉบับของคุรธงชัยทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ต่ออายุหนังสือไปแล้วประมาณ 30 รายชื่อ เช่น ตำราแม่ครังหัวป่าก์ สาระบัญชีว่าด้วยรายชื่อคนในกรุงเทพมหานครเมื่อ 2426 จดหมายความทรงจำกรมหลวงนรินทร์เจ้าพ่อวัดโพ<br />
         ปัจจุบันคุณธงชัยเรีบกตัวเองว่า นักวิชาการอิสระ เพราะไม่ได้จบประวัติศาสตร์ แต่ก็ได้รับเกียรติ ได้รับการเชิดชูในด้านประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะจากอาจารย์จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรือแม้กระทั่งส่วนราชการ<br />
         นอกจากนี้คุณอ้วยยังเป็นเอกชนเพียงรายเดียว ในอนุกรรมการชำระพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 และเป็นหนึ่งในอนุกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยที่มี ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นประธาน ด้วยส่วนใหญ่คณะอนุกรรมการเหล่านี้เป้นอดีตข้าราชการ เป็นครู เป็นอาจารย์ ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคุณธงชัย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">@เกร็ดความรู้เกี่ยวกับหนอนหนังสือ<br />
        คุณธงชัยเล่าว่า หนอนหนังสือ คือหนอนที่กินหนังสือเป็นอาหาร ลักษณะคล้ายเม็ดถั่วเล็กๆ สีใส บีบแล้วจะเป็นน้ำ<br />
         ลักษณะการกินหนังสือของหนอนพวกนี้นั้นตะกละตะกลามมาก จะทิ้งไว้เพียงฝุ่นผง เพียงเอามือดันสันหนังสือ ถ้าเล่มไหนมีฝุ่นหนังสือออกมาเป็นกระจุกแล้วละก็ สงสัยได้เลยว่า หนอนได้กินหนังสือเล่มนั้นแล้ว<br />
         พวกหนอนจะเริ่มกินจากสันหนังสือ ปกแข็งนี่จะเป็นอาหารอันโอชะ เจาะทะลุไปเรื่อยจนถึงหน้าข้างใน เห็นเป็นรอยปรุประน่าขยะแขยง กระจัดกระจายเต็มหน้า หรือหนักหน่อยก็ทั้งเล่ม<br />
         พี่อ้วนจึงบอกว่า ถ้ายังอยู่ในช่วงเริ่ม คือเคาะสันแล้วมีฝุ่นร่วงออกมา แต่ในตัวเนื้อกระดาษยังไม่เป็นไร ต้องยอมทิ้งปกไป เพื่อให้เนื้อในอยู่รอด<br />
         ทั้งที่ &#8220;ปก&#8221; ถือเป็นหน้าเป็นตาและมีแรงดึงดูดนักอ่านขนาดนั้น แต่เจอหนอนหนังสือโจมตีเมื่อไร จำต้องเสียเอกราชทุกครั้งไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา :วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลุกจิตสาธารณะเพื่อสังคมเข้มแข็ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 07:45:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชายทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การบุกรุก]]></category>
		<category><![CDATA[การมีส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[การธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[ลำคลอง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สารสนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนตน]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสำนึก]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดินสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้ ภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1990</guid>
		<description><![CDATA[ที่ประเทศเกาหลีใต้มียุทธวิธีอย่างไรถึงได้พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เป็นคำตอบก็คือเขาฝึกให้พลเมืองโดยเฉพาะเยาวชนมีจิตสาธารณะ มีวินัยและมีความเป็นชาตินิยมสูง นั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ประเทศไทยเองก็เป็นห่วงและมีนโยบายหลายอย่างเพื่อปลุกจิตอาสาให้เกิดแก่คนไทยให้หวงแหนทรัพย์สมบัติของชาติและส่วนรวมเพื่อหล่อเลี้ยงสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้นประชาชนเข้มแข็ง ชาติแข็งแกร่ง&#8230;
          ประสาท พงษ์ศิวาภัยกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ ครอบคลุมกว้างขวาง ตั้งแต่ป่าไม้ ภูเขาชายทะเล แม่น้ำลำคลอง หรือที่ดินสาธารณะ การบุกรุก ครอบครองสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนาน การปราบปรามจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะมันมีมากมายมหาศาลทั่วประเทศ ดังนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ที่ประเทศเกาหลีใต้มียุทธวิธีอย่างไรถึงได้พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เป็นคำตอบก็คือเขาฝึกให้พลเมืองโดยเฉพาะเยาวชนมีจิตสาธารณะ มีวินัยและมีความเป็นชาตินิยมสูง นั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ประเทศไทยเองก็เป็นห่วงและมีนโยบายหลายอย่างเพื่อปลุกจิตอาสาให้เกิดแก่คนไทยให้หวงแหนทรัพย์สมบัติของชาติและส่วนรวมเพื่อหล่อเลี้ยงสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้นประชาชนเข้มแข็ง ชาติแข็งแกร่ง&#8230;<span id="more-1990"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">   </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/Mental-public-alarm..jpg"></a><span style="color: #000000;">      </span><span style="color: #003300;"><span style="color: #000000;"> ประสาท พงษ์ศิวาภัยกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ ครอบคลุมกว้างขวาง ตั้งแต่ป่าไม้ ภูเขาชายทะเล แม่น้ำลำคลอง หรือที่ดินสาธารณะ การบุกรุก ครอบครองสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนาน การปราบปรามจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะมันมีมากมายมหาศาลทั่วประเทศ ดังนั้น ป.ป.ช. จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขึ้นเมื่อปี 2552 เพื่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ การเมืองเอกชน และประชาชน ช่วยรักษาสมบัติชาติ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/lunch4.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2026" title="ภาพเด็กและเยาวชนไทยแถบชนบท" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/lunch4.jpg" alt="" width="663" height="216" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          1.สร้างจิตสาธารณะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีความคิดว่าสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คือสมบัติของทุกคน ประชาชนทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ในการคัดค้าน แจ้งเบาะแส ร้องเรียน และฟ้องร้อง เมื่อเห็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณสมบัติของชาติ การส่งเสริมให้บุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อน เกิดจิตสำนึก และว่ากล่าวตักเตือนทักท้วงเมื่อมีการทำลายสาธารณสมบัติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.การเสริมสร้างเครือข่ายสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบการจัดตั้งกันเองโดยประชาชนในชุมชนเดียวกัน หรือจัดตั้งจากการดำเนินงานของภาครัฐหรือเอกชน มีการวางระเบียบแบบแผนที่ชัดเจนเพื่อเป็นพลังในการปกป้องสาธารณสมบัติของชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.การเข้ามีส่วนร่วมในการพิทักษ์สาธารณสมบัติด้วยวิธีต่างๆ เช่น การหยิบเอาภูมิปัญญาชาวบ้านด้านวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม หรือความเชื่อของชุมชนท้องถิ่นมาปรับประยุกต์ใช้เป็นกุศโลบายพิทักษ์สาธารณสมบัติของแผ่นดิน</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #000000;"> วิธีการ</span></strong></span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          1.การสร้างคน สร้างเครือข่ายที่ชัดเจน-โครงการประชาศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ มีการสร้างเครือข่าย ด้วยการสัมมนาแกนนำประชาชนป้องกันการทุจริต ที่เป็นตัวแทนอำเภอละ 2 คน ใน 75 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน ในการคัดเลือกแกนนำประชาชน และเป็นหน่วยบริหารโครงการในการดำเนินกิจกรรมของแกนนำเครือข่ายประชาชนที่ผ่านการสัมมนา และได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งสนับสนุนจากสำนักงานป.ป.ช.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.การเผยแพร่ความรู้ทางสังคม- การอบรมความรู้เกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แลกเปลี่ยนประสบการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต ให้กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการพนักงานท้องถิ่น การร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.การเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆการจัดทำฐานข้อมูลเครือข่าย การสนับสนุนกิจกรรม และการจัดทำจดหมายข่าว เพื่อเผยแพร่กฎหมาย ระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. การเผยแพร่ ผลการดำเนินกิจกรรมเครือข่ายทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          4.การใช้สื่อเพื่อสร้างจิตสำนึกการผลิตสปอตในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือนิทานสำหรับเด็กและเยาวชน วีซีดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          5.การจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่นโยบายสาธารณะสู่ประชาชนการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนการจัดกิจกรรมวันสถาปนา การแถลงข่าวเปิดตัว-โครงการ การจัดกิจกรรมวันเด็ก และการจัดโครงการ ป.ป.ช. เคลื่อนที่แบบบูรณาการ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มีการเสนอแนะให้มีการใช้กระบวนการวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การให้นักวิชาการมีส่วนในการตรวจสอบ ทุกโครงการของรัฐ การใช้ระบบภูมิสารสนเทศ นักวิชาการด้านการเงิน การธนาคาร การใช้ข้อมูลจากการวิจัยของนักวิชาการสถาบันการศึกษา ร่วมกันตรวจสอบโครงการทุกโครงการของรัฐ เพื่อสร้างจิตอาสาว่าภาระในการปกป้องสาธารณสมบัติแผ่นดิน และรู้ดีว่านี่คือหน้าที่สำคัญยิ่งในฐานะที่เกิดเป็นคนไทย&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตแพทย์แนะวิธีลดเครียด ช่วงการเมืองร้อน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 03:38:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บาดเจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การตอบสนอง]]></category>
		<category><![CDATA[การประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ม็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[รับสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1965</guid>
		<description><![CDATA[สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด ส่งผลต่อประชาชน หรือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมเอง เกิดความตึงเครียด และบางครั้งอาจเกิดอารมณ์โกรธ จิตแพทย์ช่วยได้
        ภาพและเสียงเหตุการณ์ความรุนแรงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังตึงเครียดซึ่งมีการนำเสนอทั้งภาพ และเสียงของเหตุการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดการปะทะ ใช้ความรุนแรง รวมถึงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ อาจจะทำให้ประชาชนและผู้บริโภคข่าวสารทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือเว็ปไซต์รู้สึกอินไปกับข่าวนั้นๆ จนเกิดความโกรธและความเครียดตามมาได้

         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ และจิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด ส่งผลต่อประชาชน หรือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมเอง เกิดความตึงเครียด และบางครั้งอาจเกิดอารมณ์โกรธ </span><span style="color: #000000;">จิตแพทย์ช่วยได้<strong><span id="more-1965"></span></strong></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">        ภาพและเสียงเหตุการณ์ความรุนแรงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังตึงเครียดซึ่งมีการนำเสนอทั้งภาพ และเสียงของเหตุการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดการปะทะ ใช้ความรุนแรง รวมถึงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ อาจจะทำให้ประชาชนและผู้บริโภคข่าวสารทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือเว็ปไซต์รู้สึกอินไปกับข่าวนั้นๆ จนเกิดความโกรธและความเครียดตามมาได้</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/news_img_104518_2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1966" title="ภาพ นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/news_img_104518_2-292x300.jpg" alt="" width="292" height="300" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ และจิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า สังคมไทยในปัจจุบันที่กำลังเกิดความขัดแย้งรุนแรง ตึงเครียดจากสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากกำลังใช้ชีวิตด้วยอารมณ์มากกว่าสติและเหตุผล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ถ้าหากผู้คนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้และใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา ก็คงเป็นไปได้ยากที่ประเทศไทยของเราจะหลีกพ้นการสูญเสียของทุกคนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย บ้านเมืองเสียหาย เศรษฐกิจสังคมพังพินาศ คุณภาพชีวิตของคนลดลงไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่คนไทยทุกคนต้องตั้งสติให้ได้ พินิจวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความสุขุมรอบคอบ ต้องมองถึงผลระยะยาวมากกว่าผลระยะสั้นเฉพาะหน้า เรื่องของระบอบการปกครองทางการเมืองเป็นสิ่งที่คู่กับสังคมมนุษย์ ทุกสังคม ทุกยุคทุกสมัย สภาพสังคมของแต่ละประเทศหรือแต่ละยุคสมัยย่อมมีลักษณะเฉพาะของมันเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ดังนั้นระบอบการปกครองที่จะทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขจึงจำเป็นต้องมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ประเทศไทยเราก็มีประสบการณ์และบทเรียนด้านความขัดแย้งทางการเมืองมาหลายครั้ง และก็ได้ประสบกับความสูญเสียมาหลายครั้งเช่นกัน<br />
 <br />
        “ในแง่ของการเมืองไทยขอให้มองว่า เราทุกคนอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงย่อมมีการขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ทุกครั้งที่มีความขัดแย้งถ้าการแก้ไขใช้แต่อารมณ์ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมาก แต่ถ้าเราใช้สติมากกว่าความเสียหายก็จะมีน้อย ในสังคมประชาธิปไตยแต่ละคนมีอิสระเสรีที่จะคิดอย่างไรก็ได้ ทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนที่มีความคิดที่แตกต่างกันได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความแตกต่างกันทางด้านความคิด ถ้านำมาใช้อย่างสร้างสรรค์ก็จะทำให้เกิดการพัฒนา เพราะจะช่วยให้คนเราสามารถมองเห็นปัญหาได้ละเอียดลึกซึ้งขึ้น มองเห็นข้อดีข้อเสีย มองเห็นทางเลือกของการแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน แต่ถ้านำเอาความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาใช้          อย่างไม่สร้างสรรค์ นั่นก็คือก่อให้เกิดความแตกแยก  อารมณ์ขุ่นมัว ไม่พอใจทะเลาะเบาะแว้ง  ปะทะกัน  ทำลายล้างกัน ทุกคนก็จะพบกับความสูญเสีย”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยให้คนไทยได้มีสติและสามารถดูแลกันและกันได้ และเพื่อลดดีกรีความเครียดลงไม่ให้ส่งผลร้ายแรง ในช่วงการเมืองร้อนแรงนี้  จิตแพทย์แนะนำว่า  ขณะที่ดูภาพข่าวหรือเหตุการณ์นั้นควรจะมีสติและพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ ควรที่จะฝึกผ่อนคลายจิตใจเพื่อไม่ให้ความเครียดและอารมณ์โกรธเหล่านั้นสะสมจนถึงจุดเดือด<br />
 <br />
 <strong>แนวทางปฏิบัติ </strong><strong>10 </strong><strong>ประการที่สามารถนำไปใช้เพื่อระงับความ</strong><strong>เครียด</strong><strong>อันจะนำไปสู่ความโกรธในช่วงที่สถานการณ์</strong><strong>การเมือง</strong><strong>ที่กำลังร้อนแรง ไว้ดังต่อไปนี้</strong><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">1. ให้นึกเสมอว่าเรื่องของการเมืองย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแตกแยกและเชื่อว่าทุกปัญหาต้องมีทางออก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">2. ควรดูข่าวการเมือง เพื่อให้รู้ความเป็นไปของสถานการณ์ เพื่อความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ และมีอารมณ์ร่วมแบบโอเว่อร์มากจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">3. เตือนตนเองว่า คนเราในโลกนี้แตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวเราเองก็มีข้อบกพร่อง จะช่วยทำให้เข้าใจถึงสัจธรรมของโลกทำให้โกรธยากขึ้น ให้อภัยได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">4. คอยเตือนตนเองว่าความโกรธและความเครียดคือการเผาตัวเอง ทำลายสุขภาพตัวเอง พยายามสังเกตอารมณ์ตัวเองให้รู้เท่าทันว่ากำลังเครียด หรือกำลังจะโกรธ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความโกรธได้ง่าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">5. ฝึกชะลออารมณ์โกรธและสลายความเครียดโดยการเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการนับ 1-10 หายใจเข้า – ออก ลึก ๆ ช้า ๆ  พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">6. หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์ที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์โกรธ เพราะถ้าหากยังอยู่ในสถานที่นั่นอาจจะทำให้ความโกรธถึงจุดเดือด และปัญหาความเครียดก็จะตามมาได้ </span></p>
<p><span style="color: #000000;">7. ฝึกให้อภัยและปล่อยวาง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นอกจากนั้นทุกคนต้องดูแลสุขภาพกายของตนเองให้ดี ด้วยการรับประทานอาหารและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะคนที่หิวหรือนอนหลับผักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะเกิดอารมณ์โกรธ โมโห ใช้ความรุนแรงได้ง่าย  ถ้าแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วยังไม่ได้ผล ควรขอคำปรึกษาจากคนใกล้ชิดที่มีประสบการณ์ไว้ใจได้  ในบางครั้งถ้าปัญหารุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องปรึกษานักจิตวิทยาคลินิก หรือจิตแพทย์ ซึ่งจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องของการเมืองย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ก็ต้องเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดคือความเครียดจะไปบันดาลโทสะ ทำให้เกิดความรุนแรง ทุกคนจำเป็นต้องตั้งสติ ระงับอารมณ์โกรธให้ได้ ขณะเดียวกันก็ควรต้องเอาใจใส่คนรอบข้าง รวมทั้งเด็กด้วย เช่น การรับชมข่าวสารเหตุการณ์ การดูภาพความรุนแรง ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งภาพและเสียงผ่านสื่อ มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ชมอย่างแน่นอน  ทุกฝ่ายจึงควรให้ความระมัดระวังในเรื่องนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> ขอให้ทุกคนตั้งสติ เอาใจใส่กัน ช่วยเหลือกัน เพื่อให้สังคมไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยความราบรื่น หรือสูญเสียน้อยที่สุด เพื่อรักษาสังคมที่ดีไว้ให้แก่ลูกหลานไทยของเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 12 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Network แบบทางสายกลาง(2)</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 14:07:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พาที สารสิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ว.วชิรเมธี]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสายกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทานข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหนังฟังเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัย จันทร์เจ้าฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[คำคม]]></category>
		<category><![CDATA[นกแอร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[แบล็คเบอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โพสท์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[Blackberry]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>
		<category><![CDATA[ning_saisawan]]></category>
		<category><![CDATA[Saisawan Khayanying]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[tweeple]]></category>
		<category><![CDATA[tweeterer]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1723</guid>
		<description><![CDATA[
ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า
เรื่อง: [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way-2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1725" title="ภาพครอบครัวพ่ออ่านหนังสือให้ลูกชายทั้งสองฟังและภาพผู้หญิงกำลังแชทด้วยสมาร์ทโฟนด้านซ้าย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way-2.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></p>
<h3><span style="color: #000000;">ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า<span id="more-1723"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">เรื่อง: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/obamabrickbreaker1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1728" title="ภาพบารัค โอบาม่า ชู สมาร์ทโฟน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/obamabrickbreaker1-300x183.jpg" alt="" width="300" height="183" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          พลังของ Social Network ส่งแรงกระเพื่อมไปในทุกวงการค่ะ ทั้งวงการข่าว นักการเมือง วงการบันเทิง และธุรกิจน้อยใหญ่ ที่หลายองค์กร ผู้บริหารสูงสุดกระโดดเข้ามาเล่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคุณ พาที สารสิน CEO แห่งนกแอร์ และผู้บริหาร บ.อสังหาริมทรัพย์อย่าง แสนสิริ เป็นต้น จนกลายเป็นตัวแทนขององค์กรนั้นๆ เพราะสามารถสื่อสารนโยบาย กลยุทธ์การตลาด ตอบคำถามของ Follower ได้แบบตัวต่อตัว นอกเหนือจากการที่องค์กรเองก็มีพนักงานที่รับผิดชอบการตลาดออนไลน์ที่มีหน้าที่เรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะอีกด้วย ระยะหลังมานี้องค์กรภาครัฐ และ NGO ก็เข้ามาสื่อสารผ่านช่องทางเหล่านี้กันจำนวนมาก ที่น่าสนใจก็คือพระสงฆ์ นักคิดนักเขียนระดับเบสท์เซลเลอร์ อย่างท่าน ว.วชิรเมธี ก็เป็น Tweetple ด้วย เน้นการเผยแผ่ข้อคิด คำสอน ในหลักพระพุทธศาสนา แบบตัวจริงเสียงจริง นอกเหนือจากฆราวาสนักการตลาดชื่อดัง ที่เดินตามแนวทางธุรกิจสีขาว และเป็นนักทวิตแนวธรรมะตัวยงมานานแล้ว อย่างคุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ก็มี Follower ล้นหลามในโลก“ทวิตภพ”ซึ่งยอมรับกันในทางการสื่อสารการตลาดแล้วว่าเป็นช่องทางที่มีพลังมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ ดึงดูดให้ดิฉันหลงเข้าไปในโลกของมันวันละหลายๆครั้ง ครั้งละหลายนาที โดยภายในเดือน-สองเดือนแรกนั้นติดมาก ถึงขนาดออนไลน์แช่ไว้ตลอดเป็นชั่วโมงๆ ใช้ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค และผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ที่แม้นั่งอ่านข่าวออกอากาศอยู่แท้ๆ ก็ยังเชื่อมต่อมือถือเอาไว้ เวลาเบรกโฆษณา จะได้ทวิตหรืออ่านข้อความของคนอื่นได้ พอสิ้นเดือนเห็นใบแจ้งหนี้ค่าบริการเสริมพุ่งพรวด ถึงได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า&#8230;.เราทำในสิ่งที่ควรค่าแก่การเสียเงินค่าโทรศัพท์มากขนาดไหนกัน!!!!</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Relationship31.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1729" title="ภาพพ่ออ่านหนังสือให้ลูกฟัง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Relationship31-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a>          <span style="color: #000000;">ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า นิทรรศการหรือความบันเทิงที่เราโหยหาและวางแผนเสียนานที่จะไปดู และที่เข้าขั้นอันตรายคือ สมาธิในการขับรถหายไปเมื่อเราทวิต(ร้ายพอๆกัน หรือมากกว่าคุยโทรศัพท์เสียอีก เพราะต้องเหลือบตามองแป้นพิมพ์พน้าจอด้วย) แม้คนที่ไม่ได้ขับแต่เป็นผู้โดยสาร ก็ผละจากการจราจรบนถนนหนทาง หรือทิวทัศน์สองข้างไปทันที เหมือนเราล่องลอยจากสิ่งที่เป็นจริง ไปเชื่อมโยงกับโลกเสมือน ซึ่งแม้เราจะได้พูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนหรือผู้คนที่เฝ้าติดตามอยู่ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมหากเราดูเลื่อนลอยกับผู้คนและสถานการณ์ตรงหน้า&#8230;..</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/mobile-hotspot11.gif"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1732" title="ภาพเหล่าหญิงสาวกำลังใช้งานโน๊ตบุ๊ค" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/mobile-hotspot11-150x150.gif" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ดิฉันพบว่า บางสิ่งกำลังหายไป&#8230;.บางสิ่งเข้ามาแทนที่ ขณะที่เวลาเรายังคงเดินไปใน 24 ชั่วโมงต่อวันเหมือนเดิม&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           เราอาจนั่งอมยิ้มหรือหัวเราะเบาๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ&#8230;แต่เสียงหัวเราะและพูดคุยกันในวงสนทนาตรงหน้าหรือกับคนข้างกายหายไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เราดูจะรีบร้อนขึ้น ทำโน่น ทำนี่ ให้เสร็จๆ ไป เพื่อจะได้ออนไลน์ และจมจ่อมอยู่ในนั้น สอดส่ายสายตาดูว่า ใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหนกันบ้าง และเข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งที่บางเรื่องก็ได้ประโยชน์ บางเรื่องก็ไม่ได้มีสาระแก่นสารใดๆ เลย แม้แต่ชวนกันปลูกผัก ทำนาออนไลน์ หรือเล่นเกมอะไรกันก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว ที่ไม่คุ้มค่าแก่การพะวักพะวงในระหว่างเวลาทำงาน เรียนหนังสือ หรือปล่อยให้มันกัดกินเวลาในชีวิตของเราไปในแต่ละวันอย่างมากมาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ท้ายที่สุดการเล่นอินเทอร์เน็ท หรือการอยู่ในสังคม Social Network อย่างพอเหมาะพอดี แบบเดินทางสายกลางจะดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ ลองบริหารเวลาให้ดี ว่าในแต่ละวันคุณทำอะไรมากไป หรือน้อยไป คุณอยู่ในโลกแห่งความจริงหรือโลกออนไลน์มากกว่ากัน คุณยังได้อ่านหนังสือเล่มโปรด ได้ดูหนัง ฟังเพลง ทำกับข้าวหรือไปทานข้าวนอกบ้านและพูดคุย แฮงก์เอาท์กับเพื่อนๆ อย่างเต็มที่หรือเปล่า ถ้ารู้ตัวว่าตารางชีวิตเริ่มเอียงกะเท่เร่ละก็ รีบจัดระเบียบชีวิตเสียใหม่เถอะค่ะ</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email-communication-face-to-face1.gif"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1733" title="ภาพชายหญิงนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คหันหน้าเข้าหากัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email-communication-face-to-face1-300x162.gif" alt="" width="300" height="162" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">           แล้วก็เลือกรับเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สาระก็ได้ บันเทิงก็ดี หรือข่าวสารของเพื่อนๆที่รู้จักสนิทสนมกัน ให้เกียรติกัน เป็นกัลยาณมิตรช่วยเหลือด้านข้อมูลหรือคำแนะนำดีๆให้แก่กัน ซึ่งในโลกออนไลน์ก็มีเยอะ บางคนรู้สึกดีๆต่อกันในSocial Network ก็พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ หรืออาจเจอเนื้อคู่คนรู้ใจกันก็มี แต่หากเจอพวกแฝงตัวเข้ามาเป็นเพื่อน แล้วรุ่มร่าม ไม่ให้เกียรติกัน หรือหวังผลประโยชน์กันเกินงามก็ต้องปฏิเสธค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่าลืมว่าอะไรที่มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดีเหมือนกัน ไม่ตามกระแสเลยก็พูดภาษาเดียวกับคนที่ทันสมัยไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะภาษาไอที แต่ตามมากไปก็ไม่เห็นจะทำให้เป็นคนดีขึ้น รวยขึ้นหรือสวยหล่อขึ้น มีคนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่รวยขึ้นเพราะได้ประโยชน์ในแง่การตลาดจาก Social Network ดังนั้น ไม่มีใครบังคับให้คุณออนไลน์หรือห้ามออนไลน์ นอกจากตัวคุณเองค่ะ@</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Network แบบทางสายกลาง(1)</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 03:04:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสายกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[คำคม]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[แบล็คเบอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[โพสท์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[Blackberry]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning_saisawan]]></category>
		<category><![CDATA[Saisawan Khayanying]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[tweeple]]></category>
		<category><![CDATA[tweeterer]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1693</guid>
		<description><![CDATA[
หลายคนที่ดิฉันรู้จัก ตอนนี้ติดการสื่อสารออนไลน์ทาง Smart Phone ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถพิมพ์ข้อความสั้นและถ่ายรูปอัพโหลดขึ้นบนเว็บไซต์ Facebook หรือ Twitter บอกให้โลกรู้ตลอดเวลา ว่าตื่นหรือยัง กินอะไร อยู่ที่ไหน ทำอะไร(แม้แต่ขณะอยู่ในส้วม) กำลังจีบหรือเลิกกับใคร อกหักรักคุดก็เที่ยวประกาศไปทั่ว&#8230;ดิฉันเองก็รู้สึกติดการเล่น FB และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1698" title="ภาพเยาวชนนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คในรถไฟฟ้าโดยไม่สนใจคนรอบข้าง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a><br />
<span style="color: #000000;">หลายคนที่ดิฉันรู้จัก ตอนนี้ติดการสื่อสารออนไลน์ทาง Smart Phone ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถพิมพ์ข้อความสั้นและถ่ายรูปอัพโหลดขึ้นบนเว็บไซต์ Facebook หรือ Twitter บอกให้โลกรู้ตลอดเวลา ว่าตื่นหรือยัง กินอะไร อยู่ที่ไหน ทำอะไร(แม้แต่ขณะอยู่ในส้วม) กำลังจีบหรือเลิกกับใคร อกหักรักคุดก็เที่ยวประกาศไปทั่ว&#8230;ดิฉันเองก็รู้สึกติดการเล่น FB และ Twitter อยู่ระยะหนึ่ง จนในที่สุดก็ตั้งสติได้ และพยายามอยู่ใน Social Network แบบทางสายกลาง<br />
<span id="more-1693"></span><br />
เรื่อง : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></h3>
<p><a href="http://www.facebook.com/album.php?profile=1&amp;id=100000167462641"><span style="color: #000000;"><img id="profile_pic" src="http://profile.ak.fbcdn.net/v222/1514/103/n100000167462641_2231.jpg" alt="Saisawan Khayanying" /></span></a>          <span style="color: #000000;">ครั้งแรกที่ลงทะเบียนเข้าใช้ Facebook ในชื่อเต็มๆ ว่า <strong>Saisawan Khayanying</strong> ดิฉันก็เหมือนมือใหม่ทั่วไป ที่เริ่มเรียนรู้เองทีละขั้นทีละตอน ค่อยๆ คลิกปุ่มนั้นปุ่มนี้ไป จนเริ่มคุ้นเคยเครื่องมือต่างๆ ที่เว็บไซต์ประเภทนี้เขาออกแบบมาให้ มีทั้งพื้นที่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว พื้นที่อัพโหลดรูปขึ้นไปและสร้างอัลบั้มภาพของตัวเอง และหัวใจสำคัญของเว็บประเภท Social Network นี้ก็คือการทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทั้งคนที่เราเคยรู้จักมาก่อนในชีวิต เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่เคยร่วมงานหรือพบกันตามกิจกรรมสังคมต่างๆ แล้วก็ห่างหายกันไป&#8230;รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทำความรู้จักกับ “คนแปลกหน้า”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แรกๆ ก็รู้สึกแปลกเหมือนกัน ที่โพสท์ข้อความอะไรไปแล้ว ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นต่อท้ายเต็มไปหมด โดยเฉพาะเมื่อเป็นหัวข้อที่เขาสนใจอยู่เหมือนกัน หรือเข้ามาแสดงความเป็นห่วงเป็นใย แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย หรือหากเป็นประเด็นการเมืองร้อนๆก็จะมีคอเดียวกันเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกันยาวเป็นหางว่าว&#8230;.ยิ่งเมื่อเราเข้าไปดูข้อมูล และอ่านข้อความของคนนั้นคนนี้บ้าง ก็พบว่าหลายคนมีชีวิตที่น่าสนใจ&#8230;.บางคนเป็นนักเดินทาง เป็นนักกินตัวยง เป็นนักเขียน เป็นดารา นักร้อง หรือคนธรรมดาๆ ที่ประกอบอาชีพแบบที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน แรงดึงดูดให้ติด FB อยู่ตรงนี้เอง&#8230;ตรงที่ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร พนักงาน เจ้าของกิจการ นักเรียน นักศึกษา ก็สามารถเข้ามาพูดคุยกัน ซึ่งในชีวิตจริงอาจมีเส้นแบ่งอยู่ในที่ทำงาน หรือสถานภาพทางสังคม คนบางคนคิดหรือว่าเราจะได้เจอ ได้หยอกล้อ หรือถามตอบกันเหมือนนั่งอยู่ต่อหน้า เท่ากับโลกออนไลน์แบบนี้ คนบางคนอยู่คนละซีกโลกกับเรา ก็ยังอุตส่าห์ติดตามอ่านข้อความของเราและแสดงความคิดเห็นกันอย่างกับอยู่บ้านข้างๆ&#8230;.และคงไม่ปฏิเสธนะคะว่า เพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆบ้านเราจริงๆ บางทียังไม่เคยคุยกันเลย!!!!</span></p>
<p><a href="http://twitter.com/account/profile_image/ning_saisawan?hreflang=en"><span style="color: #000000;"><img id="profile-image" src="http://a3.twimg.com/profile_images/421971779/DSC_0887..5_bigger.JPG" border="0" alt="" width="73" height="73" /></span></a>          <span style="color: #000000;"> ดิฉันกระโจนเข้าไปในโลกทวิตเตอร์บ้าง ใช้ชื่อว่า <strong>@ning_saisawan</strong> ลองผิดลองถูกอย่างสนุกตื่นเต้น และกลายเป็น Tweeterer หรือ Tweetple อย่างทีเขาบัญญัติศัพท์เรียกคนที่พิมพ์ข้อความสั้น หรือ “ทวิต” ที่มีผู้ติดตาม หรือ Follower อยู่หลายพันคน ส่วนตัวเองคิดว่าคงติดตามความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากมายไม่ไหวแน่ จึงจำกัดตัวเองที่จะ Follow คนไม่เกิน 50 คนเท่านั้น ทวิตเตอร์ก็สนุกและชวนติดมากค่ะ แรกๆ ที่รู้ว่าเริ่มมีคนติดตามเรา และเมื่อข้อความของเราถูกใจผู้อ่าน เขาก็จะพิมพ์ซ้ำ หรือ Re-Tweet ข้อความของเราต่อ ไม่ว่าจะเป็นข่าว , ข้อคิดคำคม ที่คิดขึ้นเองบ้าง คัดลอกมาจากคำคมของบุคคลสำคัญที่ไปเจอมาบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ดิฉันชอบทวิตข่าวที่อ่านแล้วอารมณ์ดี หรือเหตุด่วน เหตุสำคัญ อะไรที่ส่งผลกระทบกับคนหมู่มาก..แต่ทวิตเรื่องส่วนตัวในชีวิตประจำวันไม่ละเอียดมากนัก เพราะไม่คิดว่าบางเรื่องจะเกิดประโยชน์อะไรแก่ผู้ติดตาม (แต่เสน่ห์ของทวิตเตอร์อย่างหนึ่งคือการได้รู้เรื่องส่วนตัวของคนที่เราชอบนะคะ)</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขณะที่ Tweetple หลายท่านก็มีความเปิดเผยมาก รายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองละเอียดยิบ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา อาหารเช้ากินอะไร ออกเดินทางตอนกี่โมง การจราจรเป็นอย่างไร ถึงที่ทำงานแล้วทำอะไร ประชุมร่วมกับใครในเรื่องอะไร เดินไปธนาคารเจอพนักงานแบงค์หน้าตาเป็นอย่างไร ให้บริการดีหรือแย่แค่ไหน วันนี้จะพาแฟนไปไหน กำลังหวานชื่นกันหรืองอนกันเรื่องอะไรอยู่ &#8230;..ที่ส่วนตัวสุดๆ ก็คือข้อความประเภท “กำลังอุจจาระอยู่” หรือ กำลังแชทออนไลน์กับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ แล้วโต้ตอบกันว่าอะไรบ้าง ก็อุตส่าห์เอามาบอกคนอื่นทางทวิตเตอร์อีก&#8230;.แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ผู้ติดตามก็ได้รู้เห็นสิ่งเหล่านี้ไปด้วยตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนเรื่องภาษาที่ใช้ก็ไม่ต้องพูดถึง โลกออนไลน์เป็นอิสระมาก เกือบทุกคนจะใช้ภาษาพูดจริงๆ ใช้ศัพท์แสง คำแสลง อักษรย่อ และการสะกดคำแบบตัดทอน ลดรูปพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ กันเต็มที่ เพื่อให้พิมพ์ได้เร็ว และประหยัดเนื้อที่ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ ที่จำกัดเพียงครั้งละ 140 ตัวอักษร คนที่มีชื่อเสียงหลายคน แสดงตัวตนออกมาแบบเปิดเผยมาก เช่นการใช้สรรพนามเรียกกัน กู-มึง ระหว่างกลุ่มเพื่อนที่เป็น Tweetple ด้วยกัน หรือคำสบถ คำหยาบโลนอะไร ที่แต่เดิมเราจะสงวนไว้เฉพาะคน สถานที่ และเวลา ที่อยู่ในกลุ่มพวกเท่านั้น เมื่อกลุ่มพวกคนดังขึ้นมาอยู่ในโลกออนไลน์ ตัวตนเหล่านี้ก็แสดงออกมา ให้ผู้ติดตามได้อ่าน ได้เห็นรูป และมีส่วนร่วมด้วยการส่งข้อความโต้ตอบ กันอย่างสนุกสนาน(หรืออาจผิดหวังเมื่อคนโปรดไม่เป็นอย่างที่คิด)!!!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อเข้าไปสัมผัสแล้วว่า Social Network นั้นคืออะไร และเราจะสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไรแล้ว  ตอนหน้ามาคุยกันต่อค่ะ ว่าทำไมเราถึงต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับสังคมเครือข่ายเหล่านี้แบบทางสายกลาง@</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

