<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; คนไทย</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องลม</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/vayui/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/vayui/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2010 10:48:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[5 ธันวาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชกรณ๊ยกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎี]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แหลมทองเกมส์]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพระราชดำริ]]></category>
		<category><![CDATA[เรือใบ]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมพระเกียรติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=3728</guid>
		<description><![CDATA[โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ก่อเกิดประโยชน์นานับปการต่อพสกนิกรทั่วประเทศ ดังเช่นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่ทรงออกแบบเรือใบให้สามารถสู้คลื่นลม  ไม่ได้เฉพาะแสดงถึงเพียงเรื่องกีฬาเท่านั้น  แท้จริงแล้วนี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ท่านได้นำศาสตร์แห่งลมมาปรับใช้ให้เหมาะสม จากการบริหารจัดการธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ที่อยู่รอบตัวเรายังปรากฎให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับร้อยนับพันโครงการ เฉกเช่นเดียวกับ กับการทำฝนหลวงที่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ อุตุศาสตร์และทิศทางของลมก่อให้เกิดฝนหลวงช่วยให้ประชาชนพ้นจากปัญหาภัยแล้ง

(คลิกชมคลิปวีดีโอ ติดตามรายงานโครงการพระราชดำริ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับลม)

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ก่อเกิดประโยชน์นานับปการต่อพสกนิกรทั่วประเทศ ดังเช่นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่ทรงออกแบบเรือใบให้สามารถสู้คลื่นลม  ไม่ได้เฉพาะแสดงถึงเพียงเรื่องกีฬาเท่านั้น  แท้จริงแล้วนี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ท่านได้นำศาสตร์แห่งลมมาปรับใช้ให้เหมาะสม จากการบริหารจัดการธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ที่อยู่รอบตัวเรายังปรากฎให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับร้อยนับพันโครงการ เฉกเช่นเดียวกับ กับการทำฝนหลวงที่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ อุตุศาสตร์และทิศทางของลมก่อให้เกิดฝนหลวงช่วยให้ประชาชนพ้นจากปัญหาภัยแล้ง</h3>
<p><span id="more-3728"></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/12/Artificial-rain.jpg"></a>(คลิกชมคลิปวีดีโอ ติดตามรายงานโครงการพระราชดำริ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับลม)</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/oLQuyFyQoJA?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/oLQuyFyQoJA?fs=1&amp;hl=en_US" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/vayui/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระสังฆราชฯ ประทานพระโอวาท วันมาฆบูชา</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mar-ka-boo-char/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mar-ka-boo-char/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 03:13:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บาป]]></category>
		<category><![CDATA[บุญกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธศษสนา]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธองค์]]></category>
		<category><![CDATA[พระจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[วันมาฆบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก]]></category>
		<category><![CDATA[ทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[คำสอน]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1768</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องในวันมาฆบูชา 2553 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาท ให้คนไทยทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ตามคำสอนพระพุทธเจ้า แล้วความเดือดร้อนวุ่นวายจะสงบ

      เมื่อวันที่ 24 ก.พ. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันมาฆบูชา 2553 ความว่า วันขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">เนื่องในวันมาฆบูชา 2553 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาท ให้คนไทยทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ตามคำสอนพระพุทธเจ้า แล้วความเดือดร้อนวุ่นวายจะสงบ<span id="more-1768"></span></span></h3>
<p><span style="color: #ff9900;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/bday_03102007.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1771" title="ภาพสมเด็จพระญาณสังวร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/bday_03102007-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/som-dek.jpg"></a><span style="color: #000000;">      เมื่อวันที่ 24 ก.พ. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันมาฆบูชา 2553 ความว่า วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ เมื่อ 2,598 ปีมาแล้ว จัดวันนั้นเป็นวันมาฆบูชา ด้วยสมเด็จพระบรมศาสดา ทรงประกาศหัวใจพระพุทธศาสนา 3 ประการ ในท่ามกลางพระอรหันตขีณาสพ 1,250 รูป เพื่ออัญเชิญไปเป็นหลักในการประกาศพระพุทธศาสนาแก่โลก ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ การไม่ทำบาปอกุศลทั้งปวง การทำบุญกุศลทุกประการ และการทำจิตของตนให้ผ่องแผ้วห่างไกลจากกิเลสทั้งปวง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">       หัวใจพระพุทธศาสนาก็เปรียบเช่นหัวใจเราท่านทั้งหลาย แม้ปล่อยหัวใจให้มีโรค ร่างกายก็จะเป็นทุกข์ทรมานจนถึงตายได้ หัวใจพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน ไม่รักษาให้ดีด้วยการทำตามที่พระพุทธองค์ทรงสอน ก็ย่อมจะก่อให้เกิดความบอบช้ำแสนสาหัส ถึงจบชีวิตพระพุทธศาสนาได้ พร้อมกันนั้นชีวิตของเราท่านทั้งหลายก็จะสิ้นความสวัสดี แม้ไม่อยากให้ชีวิตต้องผ่านสภาพนั้น ก็จงเร่งคิดพูดทำให้ได้ดังหัวใจพระพุทธศาสนา เริ่มต้นให้จริงในวันมาฆบูชาวันนี้เถิด มหามงคลก็จะเกิด ความเดือดร้อนวุ่นวายจะสงบลงได้ด้วยพระพุทธานุภาพ ขออำนวยพร.<!--more--></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mar-ka-boo-char/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรุษจีนไหว้ &#8220;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221; คนแห่แก้ ปีชง สะเดาะเคราะห์ ขอพรให้พ้นทุกข์ปีเศรษฐกิจวิบัติ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 15:07:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[พวงมาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงธรรมการ]]></category>
		<category><![CDATA[การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมจีน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดมหรรณพาราม]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าพ่อเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธูป]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนตะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสามแพร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศแห่งความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ตั่ว เหล่า เอี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีกุน(หมู)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีมะเส็ง (งูเล็ก)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีร่วมชง]]></category>
		<category><![CDATA[ปีวอก (ลิง)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีขาล (เสือ)]]></category>
		<category><![CDATA[แดง]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เสือดุ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าพ่อใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าพ่อเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เทียน]]></category>
		<category><![CDATA[tiger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1417</guid>
		<description><![CDATA[วันตรุษจีน ปี53 ปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221;นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221; สำหรับปีชงได้แก่ ปีวอก, ปีขาล, ปีมะเส็ง , และ ปีกุน เป็นปีร่วมชง จึงนิยมไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา

&#8220;ซินเจีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">วันตรุษจีน ปี53 ปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221;นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221; สำหรับปีชงได้แก่ ปีวอก, ปีขาล, ปีมะเส็ง , และ ปีกุน เป็นปีร่วมชง จึงนิยมไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา<span id="more-1417"></span></span></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Chao_Phor_Sua_Shrine.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1424" title="ภาพศาลเจ้าพ่อเสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Chao_Phor_Sua_Shrine.jpg" alt="" width="300" height="200" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้&#8221; คำอวยพร วันปีใหม่ของชาวจีน มาถึงแล้ว!!! ทั้งยังดังกระหึ่มไปทั้งประเทศไทย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อประชากรของบ้านเมืองนี้ เกือบ 70 ล้านคน ไม่ว่าต้นตระกูลสายไหนก็ต้องมีเชื้อสายจีนมาผสมปนเปอยู่ไม่มากก็น้อย เอาแค่เบาะๆ &#8220;แซ่&#8221; ของชาวจีนในเมืองไทยมีการอัพเดทของสมาคมจีนล่าสุด พบว่ามีถึง 60 ตระกูลแซ่ในปัจจุบัน ขณะที่การสำรวจปี 2553 พบเพียงแค่ 10 ตระกูลแซ่เท่านั้น ส่วนแซ่ไหนมีจำนวนคนเท่าไหร่อย่าไปสนใจเลย เพราะเรื่องสำคัญที่จะว่ากันเป็นเรื่อง &#8220;สิริมงคล&#8221; วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน หรือ &#8220;ตรุษจีน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <strong>วันตรุษจีน ปี 2553 ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นปีนักษัตร &#8220;ขาล&#8221; หรือ &#8220;เสือ&#8221; ความหมายของปีเสือปีนี้เป็นอย่างไร? ร้าย หรือ ดี?</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน กล่าวถึงตรุษจีนปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; เพราะว่าเป็นปีของทิศตะวันตก ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221; ปี 2553 นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;เสือดุ&#8221; ในทางโหราศาสตร์นั้นย่อมหมายถึงเป็นปีแห่งธุรกิจการค้าล้มละลายกันมากเป็นประวัติการณ์บริษัทห้างร้านพากันปิดกิจการล้มระเนระนาด มีอุปสรรค ยากลำบากในการลงทุน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนคนที่เกิดปีขาลกลับไม่ย่ำแย่ เพราะอยู่ภายใต้อิทธิพลของเสือ ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนหากจะดูชะตาราศีคนปีเสือต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น วัน เดือน ปีเกิด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับอาจารย์วิโรจน์แล้ว บอกว่ามีทางแก้คือ &#8220;การมีสติ&#8221;  &#8220;ต้องมีสติในทุกๆเรื่อง&#8230;จริงๆ แล้วดวงคนเราแก้ไม่ได้ แต่ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ใครที่เป็นปีชงก็ไปแก้ชง ไปไหว้ ตั่ว เหล่า เอี้ย ขอพร&#8221; เสียงแนะนำจากปรมาจารย์วัฒนธรรมจีน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; ที่อาจารย์วิโรจน์เอ่ยถึงท่านประดิษฐานอยู่ที่ &#8220;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221; ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กทม.ดังนั้น หากใครจะไหว้ตั่ว เหล่า เอี้ยตามคำแนะนำแล้วก็ต้องไปที่ศาลเจ้าพ่อเสือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; เป็นองค์ประธานของศาลเจ้าพ่อเสือ เมื่อเดินเข้าไปภายในศาลจะเห็นเด่นสง่าอยู่ตรงกลางของแท่นบูชา ทางซ้ายมือเป็น &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; แต่คนไทยมักเข้าใจผิดคิดว่าท่าน ตั่ว เหล่า เอี้ยเป็น &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; จริงๆ แล้วไม่ใช่!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนที่เกิดปีชงในปีขาล 2553 ได้แก่ ปีวอก (ลิง), ปีขาล (เสือ), ปีมะเส็ง (งูเล็ก), เป็นปีร่วมชงและ ปีกุน(หมู) ปีร่วมชง เป็นปีที่ต้องไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/jaopootiger_939856358.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-1419" title="ภาพเจ้าพ่อเสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/jaopootiger_939856358.jpg" alt="" width="231" height="318" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเสริฐ เวสสุกรรรมานุกูล ผู้จัดการและดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ บอกเล่าว่า ปีนี้คนมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือมีจำนวนมากกว่าทุกปี ในรอบ 12 ปีที่เห็นมานี้มากที่สุด มากมาตั้งแต่ปลายปี 2552 แล้ว ยิ่งใกล้วันตรุษจีนก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะว่าปีนี้เป็นปีขาล (เสือ) และเป็นปีชงด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ศาลแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มากและแรง คนที่มาจะรู้และเขาเชื่อศรัทธา ส่วนใหญ่มาขอพร ขอเลื่อน ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือขอในเรื่องธุรกิจค้าขาย เวลาจะตัดสินทำธุรกิจแล้วไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดี เจริญรุ่งเรืองไหม ก็จะมาเสี่ยงเซียมซี ถามท่าน หรือมาไหว้ขอพรให้ธุรกิจที่ทำอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีอุปสรรค บางคนจะตัดสินใจซื้อหุ้น ดี-ไม่ดี จะมาถามจากเจ้าพ่อใหญ่ (ตั่ว เหล่า เอี้ย) ซึ่งท่านมีเมตตามากบางคนก็มาขอเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่มาขอในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานจะสำเร็จทุกราย&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นคือความศักดิ์สิทธิ์ของ &#8220;เจ้าพ่อใหญ่&#8221; หรือ ตั่ว เหล่า เอี้ย ที่ผู้จัดการดูแลศาลบอกไว้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วน &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; นั้น ประเสริฐบอกว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของอำนาจ บารมี จะเมตตาช่วยเหลือคนที่มาไหว้ซึ่งจะต้องไหว้ให้ถูกต้อง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เจ้าพ่อเสือ คือองค์ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตั่ว เหล่า เอี้ย คนที่มาไหว้ก็ต้องไหว้ให้ถูกต้อง ไหว้แบบไหน ของเซ่นไหว้อย่างไร หากไม่รู้ก็มาถามได้เรามีพนักงานคอยแนะนำ โดยเฉพาะคนที่เป็นปีชง (ขาล-วอก-มะเส็ง-กุน) ปีนี้ต้องมาไหว้เจ้าพ่อเสือเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีเคราะห์ร้ายทั้งหลายให้ออกไปจากชีวิต&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม ของไหว้ไม่ได้กำหนดตายตัวประเสริฐบอกว่าขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละคน บางคนถ้ามีฐานะดีก็ของไหว้มาก ส่วนคนฐานะยากจนแค่ธูปเทียนก็พอแล้ว ชุดละ 20 บาท มีจำหน่ายภายในศาล เมื่อไหว้เสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่ศาลจะมอบ&#8221;ส้มสิริมงคล&#8221; ให้กลับบ้านไป 4 ผล เพื่อความเจริญรุ่งเรือง          </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกเหนือจากเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าในศาล และเจ้าพ่อเสือแล้ว ประเสริฐยังชี้ชวนให้ดูความงดงามของสถาปัตยกรรมของศาลเก่าแก่โบราณแห่งนี้ ซึ่งว่าไปแล้วหากได้พินิจพิจารณาโดยละเอียด โดยไม่มีแถวแน่นขนัดของผู้คนที่มาศาลมาบดบังเป็นระยะๆ แล้ว นับว่าสถาปัตยกรรมภายในศาลเจ้าพ่อเสือและวัตถุโบราณที่ประดับประดาอยู่นั้นงดงามเกินคำบรรยาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ตั้งแต่เช้าตรู่&#8230;หกนาฬิกาจนถึงห้าโมงเย็นแถวแน่นขนัดของผู้ที่เคารพศรัทธาต่อเจ้าพ่อเสือทยอยหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ควันธูปตลบอบอวนกระจัดกระจายเมื่อถูกพัดลมขนาดยักษ์เป่าให้ลอยขึ้นไปในที่สูง หลายคนน้ำตาไหลเพราะแสบตา  แต่ด้วยความเคารพศรัทธามากล้นที่มีต่อ ตั่ว เหล่า เอี้ย และ เจ้าพ่อเสือ คนแน่นขนาดไหน ควันธูปมากมายเพียงไร คนเหล่านั้นก็ยังดั้งด้นไปจนถึงหน้าแท่นบูชา</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/275-3.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1420" title="275-3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/275-3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          เครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้กระดาษไหว้ จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบในถาด ลงมือจุดธูป เทียนหลับตาแล้วพนมมือ อธิษฐานขอพรในสิ่งที่มุ่งมาดปรารถนา  ใกล้ๆ กันกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ บางกลุ่มง่วนอยู่กับการเขย่ากระบอกเซียมซีอย่างตั้งอกตั้งใจ ในยามข้าวยากหมากแพง ปัญหารุมเร้า ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจวุ่นวาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จะมีที่ไหนเป็นที่พึ่งทางใจได้ดีเท่านี้&#8230;ไม่มีอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความเป็นมา&#8221;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วเก่าแก่ ที่ทั้งคนไทยและคนจีนไปกราบไหว้ด้วยความเคารพศรัทธามากที่สุด สร้างโดยชาวจีนแต้จิ๋ว เดิมตั้งอยู่ ถนนบำรุงเมือง เมื่อมีการขยายถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงย้ายมาสร้างใหม่ที่บริเวณทางสามแพร่ง ถนนตะนาว ปัจจุบัน โดยรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่ดินให้สร้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สมัยนั้นเจ้าของที่ดินคือ กระทรวงธรรมการ ซึ่งแต่เดิมก็ดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ แล้วต่อมารัฐได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยดูแล กระทั่งปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนจีนเรียกว่า &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; หรือ &#8220;ศาลเจ้าพ่อใหญ่&#8221; เป็นศาลเจ้า ที่ประดิษฐานเฮี้ยงเทียนเซียงตี่, เจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู, และ เจ้าแม่ทับทิมส่วนคนไทยเรียกศาลเจ้าพ่อเสือ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ 2525</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับตำนาน &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; นั้น มีคู่มากับประวัติของวัดมหรรณพาราม ซึ่งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กับศาลเจ้า เล่าสืบต่อกันมาว่าสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เดิมหลังวัดมหรรณพารามเป็น ที่รกร้างป่าดง มีเสืออาศัยอยู่และมีบ้านคนเป็นแม่ลูกคู่หนึ่ง คือนาง ผ่องกับ นายสอน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วันหนึ่งนายสอนไปอาหารในป่าแล้วถูกเสือกัดแขนขา ส่วนเสือก็ถูกแทงที่หน้าและต้นคอ นายสอนสู้ไม่ได้จึงกระโดดลงน้ำตะเกียกตะกายหนีกลับบ้าน แต่มาถึงแค่รั้วบ้านก็ขาดใจตาย เมื่อแม่รู้เข้าจึงไปแจ้งความที่อำเภอให้ออกล่าเสือนำมาลงโทษ ด้วยความสงสารทางอำเภอจึงออกล่าเสือตามคำขอก่อนไปได้ไปขอพรหลวงพ่อพระร่วงที่โบสถ์ ขอให้กับเสือได้ง่าย ก็ปรากฏว่าสามารถจับมาได้อย่างง่ายดาย และนำตัวมาประหารนางผ่องเห็นเสือน้ำตาไหลจึงสงสาร ขอเสือเป็นลูกแทนนายสอนที่ตายไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เสืออยู่กับยายผ่องจนกระทั่งยายผ่องจะตาย ชาวบ้านทำเชิงตะกอนเผาศพยายผ่อง ขณะที่ไฟลุกไหม้อยู่นั้นเสือก็กระโจนเข้าไปในไฟตายตามไปด้วย ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างศาลใกล้กับวัด โดยเอากระดูกเสือบรรจุไว้ในแท่นพร้อมรูปปั้นเสือ และอัญเชิญดวงวิญญาณเสือให้มาสถิตอยู่ในศาล เรียกว่าศาลเจ้าพ่อเสือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนจีนส่วนใหญ่มาไหว้ &#8220;เจ้าพ่อใหญ่&#8221; หรือ ตั่ว เหล่า เอี้ย เป็นหลัก ส่วนเจ้าพ่อเสือเป็นองค์รองโดยเจ้าพ่อใหญ่นั้นเป็นเทพเจ้าที่มีบารมีใหญ่ที่สุดของจีน </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในเรื่องของรายได้ของศาลเจ้าพ่อเสือ มาจากการขายธูปเทียนและของไหว้ที่อยู่ภายในศาลเจ้า ธูปเทียนชุดละ 20 บาท ส่วนของไหว้แล้วแต่ว่ามีอะไรบ้าง หมูดิบ ไข่ดิบ ผลไม้ ข้าวเหนียวหวาน และถ้าเป็นปีชงก็ใช้ชุดปัดตัวสะเดาะเคราะห์ 1 ชุด ประกอบด้วยยันต์โบราณ 6 แผ่น กระดาษเงิน กระดาษทอง และธูปเทียน จำหน่ายชุดละ 60 บาทเท่านั้น</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sarn_sua.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-1423" title="sarn_sua" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sarn_sua-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/1_31.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          การซื้อของไหว้ หรือชุดปัดตัว หากเป็นการซื้อข้างนอกศาลเจ้าราคาจะสูงมาก บางคนถูกหลอกให้นำของไปไหว้ก่อนแล้วมาคิดเงินที่หลัง โดนพ่อค้าแม่ค้าโกงบอกราคาหลายพันบาท บางรายถึงหมื่นบาทก็มี ปรากฎเป็นคดีความที่โรงพัก สน.สำราญราษฎร์ จำนวนนับสิบคดี จนต้องมีป้ายคำเตือนระวังถูกหลอกติดตั้งไว้ในศาลเจ้า</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในศาลเจ้าจะมีตู้แดงรับบริจาคเงินตั้งอยู่ด้วย เงินบริจาคในตู้นี้จะส่งไปที่กทม.แล้วจากนั้นจึงส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยจะเปิดตู้ได้ต้องมีกุญแจไขจาก 3 หน่วยงาน ฉะนั้นรายได้ส่วนนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับทางศาล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วิธีไหว้สักการะ ตั่ว เหล่า เอี้ย ธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียน แดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/1_3.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนการสักการะเจ้าพ่อเสือ จะต้องซื้อเครื่องเซ่น ประกอบด้วยหมูสามชั้น ไข่สด และข้าวเหนียวหวาน มีทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่แล้วแต่จะเลือกเสร็จแล้วผู้คนนิยมเสี่ยงเซียมซีในศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งหมด 42 ใบ ใครเสี่ยงทายได้ใบไหนก็แล้วแต่ดวงชะตาที่แน่ๆ&#8230;เซียมซีที่ศาลเจ้าพ่อเสือได้ชื่อว่าแม่นและศักดิ์สิทธิ์อย่างแรง </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เวลาเปิด-ปิดศาลเจ้าพ่อเสือ    โดยปกติเปิดวลา 06.00 น. และปิดในเวลา 17.00 น. แต่สำหรับในช่วงตรุษจีน คือตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 จะเปิดให้ไหว้ทั้งคืนไปจนถึงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันตรุษจีน เปิดเรื่อยไปจนถึง 17.00 น. ก็ปิดตามเวลาปกติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ. มติชน ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;มั่งมี&#8221; รับตรุษจีน &#8220;ปีเสือ&#8221; 53</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 08:02:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[บรรพบุรุษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟองเต้าหู้)]]></category>
		<category><![CDATA[พุทราจีน]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[การไหว้]]></category>
		<category><![CDATA[รํารวย]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นเส้น]]></category>
		<category><![CDATA[สีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ไท้ส่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ทองเทียนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซินแส]]></category>
		<category><![CDATA[ปีเสือ2553]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำชา]]></category>
		<category><![CDATA[โชคลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อสาย]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหอม]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหูหนู]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าที่]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเจ้าโชคลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[Chúxì]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1367</guid>
		<description><![CDATA[เผยเคล็บลับเสริมโชคลาภ วาสนา ต้อนรับปีใหม่จีน 53  โดยซินแสตี่ลี่มือหนึ่งของเมืองไทยพร้อม สาระน่ารู้ กับประเพณีตรุษจีน ในปีเสือนี้ ที่จะทำให้คุณสมหวังดั่งปราถนา &#8230;&#8230;  
เรื่อง: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
ภาพ: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
 
“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ”
 ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย 
 
            สวัสดีปีเสือ 2553 ครับ&#8230; เมื่อเข้าปีใหม่จีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="color: #000000;">เผยเคล็บลับเสริมโชคลาภ วาสนา ต้อนรับปีใหม่จีน 53  โดยซินแสตี่ลี่มือหนึ่งของเมืองไทยพร้อม สาระน่ารู้ กับประเพณีตรุษจีน ในปีเสือนี้ ที่จะทำให้คุณสมหวังดั่งปราถนา &#8230;&#8230;</span></strong><strong><span style="color: #000000;"> <span id="more-1367"></span></span></strong></span><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">เรื่อง: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์<br />
ภาพ: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/chinauntitled_copy58.jpg"><span style="color: #000000;"> </span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/cai-cc.jpg"></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><strong>“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้</strong> <strong>ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ</strong><strong>”</strong><br />
<strong> </strong>ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย<strong> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00989.jpg"></a><strong><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009801.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-full wp-image-1382 aligncenter" title="ภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ ไซ่ซิ้งเอี้ย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009801.jpg" alt="" width="432" height="576" /></span></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สวัสดีปีเสือ 2553 ครับ&#8230; เมื่อเข้าปีใหม่จีน หรือที่เรียกรู้จักและเรียกกัน “ตรุษจีน” หลายๆ บ้าน ก็คงต้องนึกถึง “อั่งเปา” ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการที่คู่แต่งงานให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคน ในครอบครัว ต่างออกมาเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ เริ่มจากญาติๆ แล้วต่อด้วยเพื่อนบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">            นอกจาก “อั่งเปา” แล้ว ยังมีประเพณีที่สืบทอดกันมานานของคนเชื้อสายจีน คือการไหว้เจ้าวันตรุษจีน เป็นการไหว้ใหญ่ ที่คนจีนจะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในตัวบ้าน คือ “เจ้าที่” หรือ “ตี่จู้เอี๊ยะ” ก่อน จากนั้นจึงตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวงกลางแจ้งเพื่อไหว้ฟ้าดิน และที่สำคัญคือ “ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” หรือ “ไซ่ซิ้งเอี้ย” นั้นเอง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00980.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009741.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1384" title="โต๊ะเครื่องบวงสรวง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009741-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">       สาเหตุที่ต้องไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เพราะว่าเริ่มต้นนาทีแรกของวันใหม่ ก็ต้องไหว้สิ่งที่เป็นมงคล เมื่อไหว้สิ่งที่เป็นมงคล แล้วต่อมาถึงไหว้เทพเจ้าแห่งลาภผลเงินทองเพื่อขอให้เงินทองไหลมาเทมา เกิดความร่ำรวย<br />
       อาจารย์ จิระ จิระเจริญเวศน์ ซินแสมือหนึ่งด้านตี่ลี่ฮวงจุ้ย แนะว่า ปี พ.ศ. 2553 ควรไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภด้วยกระดาษสีแดง หรือเทียนแดง โดยให้เน้นสีแดงที่ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็น “สีมงคล” ถ้าจะให้ส่งผลดี ควรบูชาด้วยหมูทองซึ่งเป็นความเชื่ออีกอย่างที่อาจารย์จิระได้แนะนำ เพราะว่าในปีเสือนี้ หมูคือสัตว์ที่ช่วยเสริมดวงกันจึงมีการนำหมูมาเป็นสัญลักษณ์ในการเสริมดวง </span></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">        การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ ตรงกับเช้ามืดของ <strong>วันอาทิตย์ที่ </strong><strong>14 กุมภาพันธ์ 2553 เริ่มทำพิธีได้ตั้งแต่เวลา 23:00 น.ของวันที่ 13 ล่วงไปจนถึง 2:00 น.ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์</strong>  แต่สำหรับคนที่อยู่ในประเทศจีนจะไหว้ประมาณเวลา 22:00 น.ของวันที่ 13 ล่วงไปจนถึง<strong> </strong>01:00 น.ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด โดยปีนี้องค์ไท้ส่วย จะเสด็จมาทาง <strong>ทิศตะวันออกเฉียงใต้ </strong>(ฤกษ์วันและเวลา จะเปลี่ยนไปทุกปีนะครับ ไม่ตรงกัน รวมถึงทิศที่องค์ไท้ส่วยจะเสด็จมาด้วย)  ดังนั้นคนไทยเชื้อสายจีน ที่อาศัยในผืนแผ่นดินไทย บางครอบครัวจะไหว้เวลาเดียวกับประเทศจีน</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00983.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1371" title="โต๊ะเครื่องบวงสรวง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00983-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         สิ่งที่จะทำให้พิธีไหว้สมบูรณ์ก็คืออาหาร ก็อีกเช่นกันที่ อาหารที่ใช้จะเน้น “สีแดง” เช่น สาคูแดงต้มสุก,ขนมจันอับ,อาหารเจ(เจไฉ่ เช่น เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้),พุทราจีน,ข้าวสวย,น้ำ,น้ำชา,และ<strong>สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ส้ม</strong> ซึ่งอาหารทั้งหมดเป็นของมงคล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนพวกกระดาษที่ใช้ไหว้ ซึ่งโดยปกติ ชุดไหว้องค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย และ ไหว้เจ้าอื่น จะมีขายตามศาลเจ้าจีนทั่วไป หรือร้านขายพวกของมงคลของจีน  แต่ไหนๆ วันนี้ผมเอาเรื่องดีๆ มาฝากก็ขอเอามาแบบเต็มที่ไปเลยครับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ผมได้ไปขอความรู้เพิ่มเติมเรื่องกระดาษไหว้จาก คุณสุชีพ อภิศักดิ์สิริกุล เจ้าของร้านทองเทียนไทย ที่ได้ให้รายละเอียดของกระดาษไหว้เพิ่มเติมมาด้วย อาทิ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           การไหว้ส่งเจ้าขึ้น สวรรค์ ซึ่งจะไหว้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย จนกระทั่งเจ้าที่ และบรรพบุรุษที่ไหว้ในวันตรุษจีนเลย ซึ่งนอกจากส้ม และอาหารเจ ที่อาจารย์จิระได้แนะนำไปข้างต้น ก็ ยังมีกระดาษหลายชนิดอีก ผมเลย เก็บเอามาเป็นความรู้มาฝากกันครับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">(ดูคลิปวีดีโอ)<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/yVU8_V2qFm0&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/yVU8_V2qFm0&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/R4XBIDZJfjk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/R4XBIDZJfjk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></p>
<h4><span style="color: #000000;">           งานนี้ หวังว่า หลายคนคงเก็บความรู้ที่ผมเอาฝากให้ ไปใช้ และขอให้ทุกคน รวยๆ สุขภาพแข็งแรงกันทั่วหน้านะครับ</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>องค์การอาหารโลกขอบคุณน้ำใจ &#8216;คนไทย&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 07:41:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาคเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐเฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทูต]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำใจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอาหารโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[เคนโร โอชิริดาริ]]></category>
		<category><![CDATA[WFP]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Program]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1214</guid>
		<description><![CDATA[โครงการอาหารโลกหรือ World Food Program แห่งสหประชาชาติ แสดงความชื่นชมและขอบคุณการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างมากมาย ที่ได้รับจากประชาชนชาวไทย ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ส่งความช่วยเหลือผ่านโครงการอาหารโลก ไปช่วยผู้ประสบภัยเฮติ
          ในแถลงการณ์ขอแงองค์การอาหารโลก ที่ออกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซค์ ได้ระบุถึงรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงในการบริจาคข้าวสารจำนวน 20,000 ตัน องค์การอาหารโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติซึ่งมีมูลค่าประมาณ 340 ล้านบาท โดยบริษัทการบินไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">โครงการอาหารโลกหรือ World Food Program แห่งสหประชาชาติ แสดงความชื่นชมและขอบคุณการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างมากมาย ที่ได้รับจากประชาชนชาวไทย ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ส่งความช่วยเหลือผ่านโครงการอาหารโลก ไปช่วยผู้ประสบภัยเฮติ<span id="more-1214"></span></span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a><span style="color: #000000;">          ในแถลงการณ์ขอแงองค์การอาหารโลก ที่ออกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซค์ ได้ระบุถึงรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงในการบริจาคข้าวสารจำนวน 20,000 ตัน องค์การอาหารโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติซึ่งมีมูลค่าประมาณ 340 ล้านบาท โดยบริษัทการบินไทย รับหน้าที่ในการจัดส่งข้าวสารจำนวน 100 ตัน แรกทางอากาศ ออกเดินทางในวันนี้ ไปยังประเทศเฮติ เพื่อส่งมอบให้โครงการอาหารโลก นำไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที</span></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/0011.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1217" title="ภาพเด็กเล็กที่ได้รับการช่วยเหลือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/0011-259x300.jpg" alt="" width="259" height="300" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         นอกจากนี้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ร่วมแรงร่วมใจกับประชาชนชาวไทยและภาคธุรกิจ ในการระดมรวบรวมเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารโลก ซึ่งมียอดบริจาคทั้งสิ้น 170 ล้าน หรือประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสมทบทุนจัดหาอาหารช่วยเหลือประชาชนชาวเฮติ ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนำเงินบริจาคดังกล่าว เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งเป็นทูตพิเศษของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ ด้านโครงการอาหารโรงเรียน เพื่อพระราชทานให้โครงการอาหารโลกนำไปดำเนินงานต่อไป</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/004.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1220" title="ภาพเด็กเล็กที่ได้รับการช่วยเหลือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/004-300x184.jpg" alt="" width="300" height="184" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         นายเคนโร โอชิดาริ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเชีย ของโครงการอาหารโลกกล่าว “จากประสบการณ์ทำงานประเทศต่างๆ ร่วมกับโครงการอาหารโลก ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า มีประชาชนในประเทศใดที่จะสามารถรวบรวมน้ำใจและยืนมือให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ได้อย่างมากมายและทันท่วงที ได้เท่ากับสิ่งที่ได้เห็นจากน้ำใจของประชาชนคนไทยในวันนี้”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         การที่รัฐบาลไทยได้เข้ามอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากน้ำใจที่ประชาชนชาวไทยได้รวบรวมกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างดีจากภาคธุรกิจ นั้นแสดงถึงน้ำใจไมตรีอันอบอุ่นของชาวไทย และศักยภาพในการร่วมแรงร่วมใจในยามฉุกเฉิน เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยชาวเฮติ ซึ่งอยู่ไกลอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างทันการณ์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกฟินช์..สัตว์ปีกสีสันสวยงาม ธรรมชาติสร้างเหนือคำบรรยาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/gouldian-finch/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/gouldian-finch/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2010 03:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินช์เจ็ดสี (Gouldian finch)]]></category>
		<category><![CDATA[กอร์ดอนบลู (Cordon-Bleus)]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[คัทโทรดฟินช์ (Cut-thoat finch)]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ซีบร้าฟินช์ (zebra finch)]]></category>
		<category><![CDATA[ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกกระติ๊ดต่าง (Munias finch]]></category>
		<category><![CDATA[นกคีรีบูน]]></category>
		<category><![CDATA[นกแวกซ์บิล (Waxbill finch)]]></category>
		<category><![CDATA[แพรอทฟินช์ (Parrot finch)]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟร์ฟินช์ (Fire finch)]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟร์เทลฟินช์ (Firetail finch)]]></category>
		<category><![CDATA[gouldian-finch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1191</guid>
		<description><![CDATA[ นกฟินช์..สัตว์ปีกสีสันสวยงาม ธรรมชาติสร้างเหนือคำบรรยาย  สำหรับ คนไทย ไม่ค่อยได้พบเห็น และรู้จักกันน้อยมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือ &#8220;นกคีรีบูนป่า&#8221; (Wild Canary finch) คือ ต้นแบบของ นกฟินช์แท้ๆ ในวงศ์นี้เช่นเดียวกัน
      นกฟินช์&#8230;Gouldian  Finch  หรือที่รู้จักในชื่อนก Rainbow และนก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;"> </span><span style="color: #000000;">นกฟินช์..สัตว์ปีกสีสันสวยงาม ธรรมชาติสร้างเหนือคำบรรยาย  สำหรับ คนไทย ไม่ค่อยได้พบเห็น และรู้จักกันน้อยมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือ &#8220;นกคีรีบูนป่า&#8221; (Wild Canary finch) คือ ต้นแบบของ นกฟินช์แท้ๆ ในวงศ์นี้เช่นเดียวกัน<span id="more-1191"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">      นกฟินช์&#8230;Gouldian  Finch  หรือที่รู้จักในชื่อนก Rainbow และนก Lady Gouldian เป็น นกที่มีขนาดเล็ก มีสีสันที่สวยงาม โดยเฉพาะหัวจะมีสีสันมากมาย ทั้ง สีแดง สีดำ สีเหลือง หน้าอกส่วนใหญ่มีสีม่วงเข้ม ลำตัวด้านล่างสีเหลืองสด ขนหลังสีเขียวตองอ่อน สลับเข้มจัด</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/talkfinches-09-48-24-1151936563.jpg"></a><span style="color: #000000;">      โดยปลายขนมัก ตัดขอบระหว่างสีตามลำตัวด้วยสีดำแซม ซึ่งเป็นสีตามธรรมชาติสร้างให้ มีดวงตาสีดำขลับ จะงอยปากมีสีแดง และ สีเหลืองสด ลักษณะของ จะงอยปากที่แข็งแรง และ ทรงพลังสามารถขบแทะเพื่อกะเทาะเมล็ดพืชเล็กๆกินเป็นอาหาร</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      ถิ่นกำเนิดใน ประเทศออสเตรเลีย&#8230;มักอาศัยอยู่ตามที่โล่ง แถบทุ่งหญ้าสะวันนา ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ในช่วงฤดูร้อนชอบเกาะกิ่งต้นยูคาลิปตัส เพื่อหลบแดด อาหารของนกพันธุ์ นี้ได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืชหลากชนิด แมลงและเกลือสินเธาว์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      เมื่อมันจับคู่ผสมพันธุ์ ตัวเมียจะ ให้ไข่ครั้งละ 4-6 ฟอง โดยออกไข่เฉลี่ย วันละฟอง และขนของลูกนกจะขึ้นเต็มตัว เมื่อออกจาก ไข่ได้ประมาณ 22 วัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      เมื่อสืบค้นจากประวัติในอดีตพบว่า&#8230;มร.จอห์น โกล์ด นักธรรมชาติวิทยา และ ภรรยานักศิลปิน (ไม่ได้ระบุชื่อ) คือ&#8230;ผู้ที่ร่วมกันค้นพบนก Gouldian Finch เป็นคนแรก ในระหว่างการท่องเที่ยวออสเตรเลีย เมื่อราวปี ค.ศ.1883-1884</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      ต่อมา ภรรยาของ มร.โกล์ด ได้เสียชีวิต ขณะเดินทางกลับประเทศอังกฤษ เขาจึงตั้งชื่อนกตระกูลนี้ว่า Lady Gouldian Finch เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่ภรรยาผู้วายชนม์ ซึ่งเขามองว่า&#8230;มันเป็นนกที่สวยงามรองจากภรรยาของเขานั่นเอง&#8230;!!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      และต่อมา ในปี ค.ศ.1887 นกฟินช์หัวสีดำและหัวสีแดงได้ถูกนำเข้าประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับความสนใจแก่ผู้นิยมเลี้ยงนกสวยงามเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      สำหรับ คนไทย ไม่ค่อยได้พบเห็น และรู้จักกันน้อยมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือ นกคีรีบูนป่า (Wild Canary finch) คือ ต้นแบบของ นกฟินช์แท้ๆ ในวงศ์นี้เช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      แต่เมื่อ เปิดเอกสารด้านอนุกรมวิธาน คำว่า &#8220;ฟินช์&#8221; ที่แท้มาจาก นกขนาดเล็กกินเมล็ดพืชเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนชนิด และเป็นที่รู้จักในหมู่นักเลี้ยงนกฟินช์มากที่สุด คือ นกที่อยู่ในวงศ์ นกกระจาบ (Estrildidae) มีชื่อเรียกอีกมากมายว่า พวกนกแวกซ์บิล (Waxbill finch), ซีบร้าฟินช์ (zebra finch), ฟินช์เจ็ดสี (Gouldian finch), ไฟร์ฟินช์ (Fire finch), กอร์ดอนบลู (Cordon-Bleus), ไฟร์เทลฟินช์ (Firetail finch), คัทโทรดฟินช์ (Cut-thoat finch), แพรอทฟินช์ (Parrot finch), พวกนกกระติ๊ดต่าง (Munias finch) และที่ยอดนิยมที่สุดอย่างพวก&#8230;.กระจอกชวา (Java Sparrow)&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      &#8230;อย่างไรก็ตาม ในการเรียกชื่อโดยรวมว่า&#8230;นกฟินช์ ก็ไม่ได้ผิดอะไร !?!&#8230;เพราะพิจารณา จากพื้นฐานสรีระ, ความเป็นอยู่, อาหารการกิน และ   การสร้างรัง   ฯลฯ ล้วนมีความคล้ายคลึงเกี่ยวดองกันอย่างใกล้ชิด แต่การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจใน&#8230;ชีวิตของนกชนิดนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      &#8230;เป็นการเริ่มต้นที่ช่วยให้ผู้ เลี้ยง &#8220;นกฟินช์&#8221; มือใหม่ มือเก่า และผู้สนใจ ดำเนินไปอย่างลึกซึ้งละเอียดลออได้ในอนาคต&#8230;!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><!--more--></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์</span></p>
<li><span style="color: #000000;">โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน </span></li>
<li><span style="color: #000000;">26 มกราคม 2553</span></li>
<p><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1192" title="ภาพนกนกฟินช์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/talkfinches-09-48-24-1151936563-190x300.jpg" alt="" width="190" height="300" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/gouldian-finch/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักวิจัยหญิงไทย แจ้งผลวิจัย&#8221;ขั้วโลกใต้&#8221;ครั้งแรก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/japanese-antarctic-research-expedition-tv-conference/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/japanese-antarctic-research-expedition-tv-conference/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 11:39:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ญึ่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สด]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีป]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แอนตาร์กติกา]]></category>
		<category><![CDATA[โชวะ(Syowa)]]></category>
		<category><![CDATA[japanese-antarctic-research-expedition]]></category>
		<category><![CDATA[tv-conference]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1042</guid>
		<description><![CDATA[“ดร.สุชนา” ยิงตรงสัญญาณรายงานสด ปฏิบัติงานขั้วโลกใต้เจอพายุหิมะหนักหลายสิบครั้ง ส่งสัญญาณตรงจากขั้วโลกใต้ เผยช่วงฤดูหนาวขั้วโลกใต้เจอพายุหิมะหนักถึง 28 ครั้ง และรุนแรงที่สุดถึง 13 ครั้ง เป็นเหตุเรือตัดน้ำแข็งไปไม่ถึงสถานีวิจัย จึงทำงานตามเป้าได้แค่ 30-40%  

 
 
               ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาญี่ปุ่นคณะที่ 51 หรือจาเร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">“ดร.สุชนา” ยิงตรงสัญญาณรายงานสด ปฏิบัติงานขั้วโลกใต้เจอพายุหิมะหนักหลายสิบครั้ง ส่งสัญญาณตรงจากขั้วโลกใต้ เผยช่วงฤดูหนาวขั้วโลกใต้เจอพายุหิมะหนักถึง 28 ครั้ง และรุนแรงที่สุดถึง 13 ครั้ง เป็นเหตุเรือตัดน้ำแข็งไปไม่ถึงสถานีวิจัย จึงทำงานตามเป้าได้แค่ 30-40%  </span></h3>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="color: black;"><span lang="TH"><span style="color: #000000;"><span id="more-1042"></span></span></span></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-1043" title="ภาพคณะสำรวจและสภาพแวดล้อมของขั้วโลกใต้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/tv.jpg" alt="tv" width="644" height="185" /></span></p>
<p><span style="color: #000000;">               ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาญี่ปุ่นคณะที่ 51 หรือจาเร 51 (JARE51) ได้รายงานการปฏิบัติงานที่สถานีวิจัยโชว์วะของญี่ปุ่น เกาะอีส อองกูร์ (East Ongul Island) ทวีปแอนตาร์ติกา ผ่านการเชื่อมต่อสัญญาณสดระหว่างสถานีวิจัยโชว์วะ สถาบันวิจัยแห่งชาติเพื่อการวิจัยขั้วโลก กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ซึ่งสนับสนุนการวิจัย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย <br />
 <br />
               ทั้งนี้ ดร.สุชนาเผยว่าในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาทวีปแอนตาร์กติกาเผชิญกับพายุหิมะถึง 28 ครั้ง และในจำนวนนั้น 13 ครั้ง เป็นพายุหิมะรุนแรงที่สุดที่มีการบันทึกมา ทำให้ทะเลน้ำแข็งหรือผิวหน้าทะเลนั้นหนากว่าปกติมาก เรือตัดน้ำแข็งชิเรส (Shirase) ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงคณะสำรวจ และอุปกรณ์ต่างๆ จึงไม่สามารถตัดน้ำแข็งได้ตามกำหนด คณะสำรวจจึงต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงสถานีวิจัยก่อน ส่วนเรือตัดน้ำแข็งได้ตามมาทีหลังและถึงสถานีวิจัยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.53 ที่ผ่านมา ขณะที่ทีมสำรวจได้ถึงสถานีวิจัยตั้งแต่ช่วงปลาย ธ.ค.52 แล้ว <img class="aligncenter size-medium wp-image-1060" title="ภาพทีมสำรวจกำลังเจาะน้ำแข็ง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/553000000040003-300x225.jpg" alt="553000000040003" width="300" height="225" /><br />
 <br />
                  ผลจากความล่าช้าของเรือทำให้ขาดอุปกรณ์ในการทำวิจัยบางส่วน ดร.สุชนาจึงทำวิจัยตามที่กำหนดไว้ได้เพียง 30-40% แต่ได้พยายามปรับตารางการทำงานเพื่อให้ทำได้ตามกำหนด โดยตลอดการเดินทางโดยเรือตัดน้ำแข็ง 3 อาทิตย์ และเวลาที่ได้ประจำอยู่บนสถานีวิจัยระยะหนึ่ง ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและแพลงก์ตอนระหว่างเดินทาง เมื่อถึงสถานีได้เก็บตัวอย่างปลาของทวีปแอนตาร์กติก ซึ่งพบว่านอกจากปลาที่นี่จะทนอุณหภูมิหนาวเย็นได้แล้ว ยังสามารถอยู่ในน้ำทะเลลึกถึง 600 เมตรได้ รวมถึงได้เริ่มขุดเจาะน้ำแข็งขึ้นมาวิเคราะห์ด้วย <br />
 <br />
                 นอกจากงานวิจัยส่วนตัวและงานวิจัยที่คณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลวงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ฝากให้เก็บตัวอย่างกลับมาศึกษานั้น ดร.สุชนายังได้ร่วมสังเกตงานวิจัยของทีมวิจัยญี่ปุ่น อาทิ การปล่อยบอลลูนตรวจสภาพอากาศและโอโซน รวมถึงการตรวจวัดแผ่นดินไหว ซึ่งทวีปแอนตาร์กติกเป็นจุดหนึ่งที่ตรวจวัดการสั่นสะเทือนได้ดี และเมื่อปี 2547 ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิในเมืองไทยก็สามารถวัดการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติได้ <br />
 <br />
               พร้อมกันนี้ นางศศิวิมล อยู่คงแก้ว สื่อมวลชนไทยที่ร่วมไปกับคณะสำรวจจาเร 51 ได้นำออกไปสำรวจนอกอาคารสถานี โดยสาธิตการออกเดินสำรวจว่าแต่ละคนจะมีไม้แท่งยาวสำหรับกระทุ้งทางก่อนก้าวเดิน เพื่อประเมินว่าพื้นที่บริเวณนั้นอันตรายหรือไม่ โดยภายนอกขณะนั้นมีอุณหภูมิประมาณ -4 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนของทวีปแอนตาร์กติกาอยุ่ที่ประมาณ -1 องศาเซลเซียส และบริเวณสถานีวิจัยมีอาคารสำหรับทำวิจัยและอยู่อาศัย มีลักษณะคล้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่สีเหลืองและสีส้ม ซึ่งทีมสำรวจประจำฤดูหนาวจะอาศัยอยู่ในอาคารนี้นานถึง 14 เดือน ขณะที่ทีมสำรวจฤดูร้อนอยู่เพียง 2 เดือน <br />
 <br />
               สำหรับการสำรวจและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ของทวีปแอนตาร์กติกานั้นเกิดขึ้นจากการประชุมในปีภูมิศาสตร์สากล (International Geophysical Year) เมื่อปี 2500-2501 ซึ่งมีการตกลงของ 12 ประเทศที่ให้ความร่วมมือและลงนามภายใต้สนธิสัญญาว่าด้วยทวีปแอนตาร์กติกา (Antarctic Treaty) เมื่อ 1 ธ.ค.02 ซึ่งเป็นกฎหมายเพื่อให้ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นสมบัติของมนุษยชาติ ห้ามกิจกรรมทางการทหารและการพาณิชย์ ยับยั้งการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน แต่ส่งเสริมความร่วมมือทางการวิจัย </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ. มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/japanese-antarctic-research-expedition-tv-conference/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากสุขต้องรู้จักวาง (ทิฐิ)</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 04:24:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีญาณโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[รอยยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระราม9กาญจนาภิเษก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=926</guid>
		<description><![CDATA[หลักธรรม 4 ข้อ จากพระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้แก่ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน เพื่อลดทิฐิ คืนสังคมกลับสู่สันติสุข            พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า หากเปรียบประเทศไทยในตอนนี้ก็เหมือนเรือขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นออกไปกลางทะเล แล้วถูกพายุแรงและคลื่นสูงซัดกระหน่ำจนเรือทะลุเป็นรู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;">หลักธรรม 4 ข้อ จากพระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้แก่ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน เพื่อลดทิฐิ คืนสังคมกลับสู่สันติสุข  <span id="more-926"></span>          พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า หากเปรียบประเทศไทยในตอนนี้ก็เหมือนเรือขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นออกไปกลางทะเล แล้วถูกพายุแรงและคลื่นสูงซัดกระหน่ำจนเรือทะลุเป็นรู พอเรือทะลุคนในเรือถ้าเปรียบคือคนไทยที่อยู่กันคนละสีละฝ่าย แทนที่จะช่วยกันหาวิธีอุดรูรั่วเรือเพื่อไม่ให้น้ำเข้า แต่กลับชี้หน้าอีกฝ่ายว่าเป็นคนทำเรือรั่ว ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ปัดความรับผิดชอบ  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          “ฉะนั้น รูรั่วเมื่อถูกคลื่นแรงๆ กระแทกบ่อยๆ รูเล็กก็กลายเป็นรูใหญ่ และในที่สุดไม่มีใครคาดคิดว่าเรือที่มีคนอยู่เป็นล้านๆ คนจะอับปางลง คนทั้งหมดจมน้ำตาย ไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         วิธีที่ง่ายที่สุดคือต้องหันหน้ามาคุย ปรึกษากันว่าจะสมานแผลรอยรั่วนั้นร่วมกันอย่างไร แต่ว่าต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเพราะทุกฝ่ายไม่ยอมลงมาคุยเจรจากันเพราะกลัวเสียหน้าและศักดิ์ศรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนตัว<br />
“หากเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อน ไม่ใช่หน้าเราหรือหน้าใครมาก่อน เพราะประเทศชาติสำคัญกว่าหน้าทุกคน”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         <img class="alignleft size-full wp-image-928" title="ภาพผู้ชายวัยรุ่นจูงมือเด็กผู้ชายเดินชายหาดทะเลยามเย็น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/ทิฐิ.bmp" alt="ทิฐิ" />พระศรีญาณโสภณ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้คนไทยต้องแตกแยกกันขนาดนี้ เพราะมีความอิจฉาริษยา คิดว่าตนแน่ มากด้วยมิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด ไม่ยอมกัน คิดว่าการยอมคือการเสียหน้า การยอมคือการเสียศักดิ์ศรี   ตอนนี้ไม่มีทางอื่นใด คนไทยต้องหันหน้ามาคุยกัน เพราะถ้าไม่รีบคุยก็ถือว่าจบ เพราะต้องไม่ลืมว่ากว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรู้ว่าแพ้ชนะ ถึงวันนั้นประเทศชาติก็พังพินาศแล้ว         </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <strong>ใช้ </strong><strong>4 </strong><strong>ร. สร้างความสุข</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า ขอฝากธรรมะ 4 ข้อ คือ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน ให้คนไทยได้นำไปคิดพิจารณาและนำไปใช้เพื่อที่จะทำให้สภาพทุกอย่างได้กลับคืนมาเป็นปกติ คือ คนไทยกลับมารักกัน สามัคคีปรองดองกัน แต่ทุกวันนี้คนไทยขาดความรักกัน ขาดความรู้ในเรื่องส่วนรวม และขับเคลื่อนชีวิตด้วยความเร็วและความร้อนมากเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ทั้งนี้ ท่านได้อธิบายธรรมะ 4 ร. ว่า สำหรับ ความรักนั้น คนไทยทุกวันนี้รักกันก็จริง แต่ลืมรักแผ่นดินถิ่นเกิด รักกันแต่บนผลประโยชน์ของตนพวกตน และไม่เคยคืนกำไรให้แผ่นดิน มีแต่ทำกำไรจากแผ่นดิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">   <strong>   ส่วนความรู้ คือ ต้องรู้หน้าที่ของตนที่จะทำประโยชน์เกื้อกูลแก่ประเทศชาติ<img class="alignright size-full wp-image-940" title="ภาพหัวใจในอุ้งมือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/ทิฐิ2.bmp" alt="ทิฐิ2" /></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         “ไม่คิดหาความรู้ประเภททำกำไรให้บริษัทของตนอย่างเดียว เช่น ชาวนาทำนาขายข้าวมากที่สุด แต่ก็ยังจนที่สุด ต่างจากเจ้าของโรงสี พ่อค้าคนกลางทำไมรวยอยู่คนเดียว นั่นแสดงว่าพ่อค้าคนกลาง เจ้าของโรงสี มีความรู้ แต่เป็นความรู้ที่จะทำประโยชน์ให้ตนอย่างเดียว อย่างนี้ถือว่าอันตรายมาก”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ความเร็ว ท่านอธิบายว่า คนไทยชอบทำอะไรเร็วๆ คือ ทำแล้วต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ทำอะไรที่เห็นผลช้า เพราะคนไทยเป็นคนอดทนไม่ค่อยได้ จึงไม่ชอบเริ่มต้นจากการศึกษาเป็นขั้นๆ ไป อย่างต้นไม้ก็ต้องขุดมาเป็นต้นๆ แล้วมาปลูก ใช้ขาหยั่งค้ำยันไว้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ส่วนความร้อน ท่านอธิบายว่า หมายถึงความร้อนทั้งภายในและภายนอก ซึ่งความร้อนภายนอกคนไทยจะต้องช่วยกันอย่าทำให้โลกร้อนเพิ่มขึ้น อะไรที่ช่วยโลกได้ก็ควรทำ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นต้น ส่วนความร้อนภายในคือในใจ พยายามดูแลอย่าให้ร้อน ซึ่งเมื่อรู้สึกว่าร้อนต้องพยายามทำให้เย็นลงให้ได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         “อยากให้คนไทยขับเคลื่อนชีวิตของตนด้วยความพอดีพองาม และด้วยความระมัดระวัง อย่าขับเคลื่อนด้วยความร้อน อารมณ์ร้อน และความหุนหันพลันแล่นเป็นอันขาด”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         เข้าสู่ปีใหม่มาแล้ว อยากให้คนไทยมีความสุข ปัญหาที่มีอยู่ก็ขอให้ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องถูกวิธี และวิธีที่ดีก็น่าจะเป็นการหันหน้าพูดคุยกัน ทุกฝ่ายต้องลดทิฐิลงและยินดีที่จะเข้ามาคุยกัน หากทำได้ความสุขก็จะกลับมาสู่คนไทยอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> ที่มา: นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

