<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ครอบครัว</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>มอบสื่อฯ ร่วมสร้าง ผ่านสื่อ3</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/pathum-thani/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/pathum-thani/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2010 18:08:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปทุมธานี]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เรือน]]></category>
		<category><![CDATA[Pathum Thani]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=3665</guid>
		<description><![CDATA[จังหวัดปทุมธานี  เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยค่อนข้างหนัก และมีโรงเรียนจำนวนมากที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมจนถึงทุกวันนี้ และนี้เป็นอีกครั้ง ของคาราวานสื่อการเรียนการสอนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 53 ผ่านครอบครัวข่าว 3 ได้ส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่สังคม
              โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต 1 ถึง 19 โรงเรียนได้ตั้งอยู่ใน อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถูกผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมาจึงได้จัดสรรเงินบริจาคและสิ่งของที่มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆ มอบผ่านครอบครัวข่าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จังหวัดปทุมธานี  เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยค่อนข้างหนัก และมีโรงเรียนจำนวนมากที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมจนถึงทุกวันนี้ และนี้เป็นอีกครั้ง ของคาราวานสื่อการเรียนการสอนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 53 ผ่านครอบครัวข่าว 3 ได้ส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่สังคม<span id="more-3665"></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/pathum-thani.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/pathum-thani1.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_1050.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3675" title="ภาพ ดารานักแสดง พร้อมด้วยเด็กนักเรียนกำลังช่วยขนสิ่งของลงจากรถบรรถุเพื่อนำมาแจงจายให้กับโรงเรียนที่มารับสิ่งของช่วยเหลือทั้ง 19 โรงเรียน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_1050-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>              โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต 1 ถึง 19 โรงเรียนได้ตั้งอยู่ใน อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถูกผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมาจึงได้จัดสรรเงินบริจาคและสิ่งของที่มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆ มอบผ่านครอบครัวข่าว 3 มามอบให้ตัวแทนทั้ง 19 แห่ง โดยใช้วัดโบสถ์ (บวรธรรมกิจ) เป็นจุดศูนย์กลาง</p>
<p>              คาราวานสื่อการเรียนการสอนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 53 ผ่านครอบครัวข่าว 3 จึงลงพื้นที่ในวันที่16 พฤศจิกายน 2553 เพื่อส่งมอบน้ำใจให้เด็กๆทั้ง 19 โรงเรียน</p>
<p>                โดยมีนายธานี  สามารถกิจ  ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มาเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนในการออกร้านอาหารและหน่วยบริการต่างๆ</p>
<p>                สำหรับโรงเรียน 19 แห่งที่ถูกผลกระทบจากอุทกภัย ในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ผ่านไปนานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่มีน้ำท่วมขัง บางแห่งห้องสุขาก็ไม่สามารถใช้การได้  จึงยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอน โดยเฉพาะห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นล่างของอาคารเรียน ทำให้หนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียนเสียหายหมด กำหนดการเดิมต้องเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาขณะนี้เปิดเรียนได้ครบ เพียง 14 แห่ง อีก 5 โรงเรียนที่เหลือเปิดได้เป็นระดับชั้น แต่ รร.วัดโบสถ์แห่งนี้เป็นโรงเรียนเดียวที่จะเปิดได้ในวันที่ 18 พ.ย. ที่จะถึงนี้</p>
<p>          และทุกครั้งที่มีคาราวานช่วยผู้ประสบอุทกภัยก็จะมีนักแสดงสังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มาร่วมแบ่งบันน้ำใจ และร่วมสร้างร้อยยิ้มให้กับน้องๆ ด้วย ซึ่งนำทีมโดย ต๊ะ วริษฐ์ ทิพย์โกมุท,ก็อต จรายุ ต้นตระกูล,นนท์ ชานนท์ ทิพย์กนก,บีน ธนานนท์ ตั้งไพบูลย์,โบว์ โชติมา นวคุณากร  และที่พลาดไม่ได้ตามคอนเซ็ปต์ งามอย่างมีคุณค่า เพื่อการศึกษาของเด็กไทย คือ หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี <strong>มิสไทยแลนด์เวิลด์ </strong><strong>2010 และ ลูกตาล สิรัญญา สุขประเสริฐ รองอันดับ3 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 เอาเป็นว่างานนี้ทำให้น้องๆที่นี้ ได้ทั้งสิ่งของ รอยยิ้ม และความสุข ที่เหล่าผู้ใจบุญได้มาร่วมสร้างให้อีกวันหนึ่งเลยทีเดียว</strong><strong>  &#8230;&#8230;&#8230;.   </strong><strong> </strong></p>
<p><strong>     (คลิกชมคลิปวีดีโอ)</strong><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/9vZg0FX6Npk?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/9vZg0FX6Npk?fs=1&amp;hl=en_US" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/pathum-thani/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฮือฮา หนุ่มพิการแขนใช้เท้าเล่นเปียโนเป็นผู้&#8221;ชนะเลิศ&#8221;แข่ง&#8221;ไชน่า ก็อท ทาเลนท์&#8221;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/liu-wei/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/liu-wei/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Oct 2010 03:51:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[Armless Pianist Liu Wei]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อต]]></category>
		<category><![CDATA[หลิว เหว่ย]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่มพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[อวัยวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ชนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปักกิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไชน่า ก็อท ทาเลนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปียโน]]></category>
		<category><![CDATA[China's Got Talent Final 2010]]></category>
		<category><![CDATA[Performed]]></category>
		<category><![CDATA[Winner]]></category>
		<category><![CDATA[You Are Beautiful]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=3096</guid>
		<description><![CDATA[การเรานำเสนอเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ ที่มีออกมาในสังคมปัจจุบัน เกี่ยวกับผู้พิการหลายต่อหลายคน  ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้ต่อสู้กับชีวิต ไม่ย่อท้อ แต่กลับต่อสู้กับความเสียเปรียบทางร่างกายทำตามความฝันให้เป็นจริง ทำเรื่องน่าทึ่งให้คนปกติอย่างเราประหลาดใจ เหมือนกับ หนุ่มพิการ &#8220;หลิว เหว่ย &#8220;ผู้พิการทางแขนวัย 23 ปี จากกรุงปักกิ่งแขนใช้เท้าเล่นเปียโนเป็นผู้&#8221;ชนะเลิศ&#8221;แข่ง&#8221;ไชน่า ก็อท ทาเลนท์&#8221;        หลิว เหว่ย ผู้พิการทางแขนวัย 23 ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;">การเรานำเสนอเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ ที่มีออกมาในสังคมปัจจุบัน เกี่ยวกับผู้พิการหลายต่อหลายคน  ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้ต่อสู้กับชีวิต ไม่ย่อท้อ แต่กลับต่อสู้กับความเสียเปรียบทางร่างกายทำตามความฝันให้เป็นจริง ทำเรื่องน่าทึ่งให้คนปกติอย่างเราประหลาดใจ เหมือนกับ หนุ่มพิการ <span style="color: #ff0000;">&#8220;</span><strong><span style="color: #ff0000;">หลิว เหว่ย &#8220;</span>ผู้พิการทางแขนวัย </strong><strong>23 ปี จากกรุงปักกิ่ง</strong>แขนใช้เท้าเล่นเปียโนเป็นผู้&#8221;ชนะเลิศ&#8221;แข่ง&#8221;ไชน่า ก็อท ทาเลนท์&#8221;<span id="more-3096"></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/Liu-Wei.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/5_12.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-3098" title="ภาพ ขณะหลิว เหว่ย นั่งร้องเพลงบนเวทีการประกวด ในรายการ ไชน่า ก็อท ทาเลนท์ ในรอบตัดสินโดยใส่ชุดสูทสีขาว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/5_12.jpg" alt="" width="400" height="294" /></a>        <strong>หลิว เหว่ย ผู้พิการทางแขนวัย </strong><strong>23 ปี จากกรุงปักกิ่ง  ผู้พิการแขนทั้งสองข้างไปเพราะไฟฟ้าช็อตเมื่อ 13 ปีก่อน พ่อแม่ก็บอกกับเขาว่าเขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย ดังนั้น หลิว เหว่ย จึงเริ่มฝึกตัวเองให้ใช้เท้าในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งการเล่นเปียโน</strong> งานอดิเรกที่เขาชอบทำแต่กลับยากสำหรับเขามาก แต่เขาก็พยายามมันมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นฝึกเล่นเปียโนด้วยตัวเองตอนอายุ 18 ปี ด้วยความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีมืออาชีพ ซึ่งกว่าจะเล่นเปียโนได้อย่างทุกวันนี้ เขาต้องเป็นตะคริวและมีบาดแผลถลอกมานับครั้งไม่ถ้วน        หลังจากฝึกเล่นเปียโนด้วยเท้าแล้ว หลิว เหว่ย ก็ออกเดินทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเข้าประกวด ในรายการ China got Talent จนทำให้เขาผ่านเข้ารอบ และทำให้ผู้ชมอึ้ง! ทึ่ง! กับความสามารถของเขามาแล้ว<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/6656_222.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-3106" title="ภาพหลิว เหว่ย ใช้เท้าทั้ง๑ ข้างเล่นเปียโนในการประกวด ไชน่า ก็อท ทาเลนท์ ในรอบคัดเลือก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/6656_222-199x300.jpg" alt="" width="168" height="155" /></a> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/6656_221.jpg"></a>        </span></p>
<p><span style="color: #000080;">              ล่าสุดข่าวต่างประเทศแจ้งว่า  หลิว เหว่ย สามารถทำตามความฝันของเขาได้สำเร็จแล้ว หลังเขาชนะเลิศการประกวดในรายการ<strong> </strong><strong>China got Talent</strong> โดยเขาเอาชนะนักเปียโนรุ่นจิ๋ววัย 7 ขวบมาได้ ด้วยการใช้ 2 เท้าบรรเลงเพลง You’re beautiful ซึ่งงานนี้เรียกคะแนนโหวตจากผู้ชนได้อย่างท่วมท้น <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/10/6656_22.jpg"></a>        โดยหลังได้รับรางวัล หลิว เหว่ย กล่าวว่า <strong>เขาโชคดีที่ยังมีเท้า </strong><strong>2 ข้างทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ และทำให้ฝันของเขาเป็นจริง </strong>และดีใจที่ความพยายามของเขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน ซึ่งเขาอยากจะบอกว่า อย่ายอมแพ้ต่อุปสรรค และอย่าใช้ชีวิตให้ผ่านไปวัน ๆ ควรทำตามความฝันของตัวเอง ถึงแม้จะเป็นไปได้ยาก แต่เชื่อว่าสักวันมันจะเป็นจริง <strong>        &#8221;ผมคิดว่าชีวิตนี้ผมมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ เลือกที่จะละทิ้งความฝันแล้วตายอย่างสิ้นหวัง หรือเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปแม้ไม่มีแขนก็ตาม และที่สำคัญ ไม่มีกฎข้อไหนบัญญัติไว้ว่าเปียโนจะต้องจะต้องเล่นด้วยมือเท่านั้น&#8221; เขากล่าว</strong></span></p>
<p><strong>          ทั้งนี้ หลัง หลิว เหว่ย ได้รับรางวัลดังกล่าว เขาจะมีโอกาสไปร่วมแสดงดนตรีกับ Sony Music Entertainment และไปร่วมแสดงคอนเสิร์ตในลาสเวกัส เป็นเวลานาน 3 เดือน อีกด้วย<br />
</strong><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;">(คลิกชมคลิปวีดีโอ)</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/B1Qut0Nrsiw?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/B1Qut0Nrsiw?fs=1&amp;hl=en_US" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
<p>ขอขอบคุณภาพจาก: Youtube</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/liu-wei/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วรวุฒิ ชุมวรฐายี แพทย์ตัวอย่างภาคใต้&#8217;ความกลัวไม่ใช่อุปสรรคทำหน้าที่&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 03:18:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวมุสลิม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมพร]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[พยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[กะพ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษายาวี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[มอ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[วรวุฒิ ชุมวรฐายี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[From Basic Science to Clinical Practice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2887</guid>
		<description><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศผลรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2553 ปรากฏชื่อของ นายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายีแพทย์ประจำโรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี
         จะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในการประชุมวิชาการประจำปี คณะแพทยศาสตร์ ครั้งที่ 26 &#8220;จากวิทยาศาสตร์พื้นฐานสู่งานเวชปฏิบัติ&#8221; (From Basic Science to Clinical [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #333300;">คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศผลรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2553 ปรากฏชื่อของ นายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายีแพทย์ประจำโรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี</span><span id="more-2887"></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Worawut.jpg"><img class="size-full wp-image-2888 aligncenter" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิ ชุมวรฐายี แพทย์ตัวอย่างภาคใต้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/Worawut.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a><br />
         <span style="color: #000080;">จะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในการประชุมวิชาการประจำปี คณะแพทยศาสตร์ ครั้งที่ 26 &#8220;จากวิทยาศาสตร์พื้นฐานสู่งานเวชปฏิบัติ&#8221; (From Basic Science to Clinical Practice) วันที่4 สิงหาคมนี้ ที่ห้องประชุมทองจันทร์ หงส์ลดารมภ์ คณะแพทยศาสตร์ (มอ.)<br />
เรื่องราวของหมอหนุ่มผู้นี้เริ่มต้นขึ้นหลังเรียนจบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เมื่อปี 2547 ซึ่งตามธรรมเนียมหลังการเรียนจบต้องเลือกโรงพยาบาลที่จะไปเป็นแพทย์ประจำ</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><br />
          นายแพทย์วรวุฒิ ตัดสินใจเลือก &#8220;โรงพยาบาลกะพ้อ&#8221;ซึ่งอยู่ถึง จ.ปัตตานี เพราะขณะนั้นอำเภอกะพ้อ มีข่าวการก่อความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทบจะไม่มีใครกล้าเลือกที่จะเดินทางไปปฏิบัติงาน การตัดสินใจครั้งนั้นได้รับการขอร้องจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะพ่อและแม่ ขอร้องให้ไปเป็นหมอที่อื่น แต่คำตอบกลับของหมอหนุ่มผู้นี้เป็นคำตอบที่ไม่มีใครทัดทานได้</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2891" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิกำลังตรวงรักษาเด็กอ่อน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor-300x227.jpg" alt="" width="300" height="227" /></a><br />
        &#8220;โรงพยาบาลอื่นมีหมอหลายคนอยากไปแล้ว แต่โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมีน้อยคนนักที่อยากไป ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยงจะเป็นอย่างไร เมื่อเขาเจ็บป่วยจะทำอย่างไรถ้าพวกเขาไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น&#8221;<br />
          คุณหมอวรวุฒิ เป็นคนจังหวัดชุมพรโดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเข้าเรียนต่อแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จบการศึกษาเมื่อปี 2547 หลังเรียนจบเริ่มปฏิบัติงานเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะปีแรกที่โรงพยาบาลปัตตานี ใช้ทุนปีที่ 2 ที่โรงพยาบาล &#8220;กะพ้อ&#8221; ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง มีประชากรประมาณ 16,000 คน อยู่ในพื้นที่ อำเภอกะพ้อจังหวัดปัตตานี<br />
          คนส่วนใหญ่ที่นี่มีอาชีพเกษตรกรรม นับถือศาสนาอิสลามคือ ร้อยละ98 ส่วนร้อยละ 2 เป็นไทยพุทธ ปกติจะมีผู้ป่วยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลเฉลี่ย 160 คนต่อวัน มีแพทย์ประจำ 2 คน ทันตแพทย์2 คน พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่อื่นๆ รวมทั้งหมด 86 คน ทุกคนเต็มที่กับการทำงาน ร่วมแรงร่วมใจพัฒนางานจนทำให้โรงพยาบาลกะพ้อ ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล (HA)ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 โดยเน้นให้บริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์<br />
          &#8220;ผมถือเป็นคนแรกที่เลือกไปทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ ซึ่งเหตุการณ์ในพื้นที่ขณะนั้นค่อนข้างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ผมรู้จักอำเภอกะพ้อก็จากข่าวยิงถล่มโรงพัก ตามด้วยเหตุการณ์ยิงคนสวนของโรงพยาบาลจนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันกำหนดเลือกสถานที่ใช้ทุนของผม&#8221;เสียงบอกเล่าเนิบนาบเป็นเรื่องธรรมดา<br />
          &#8220;ครั้งแรกที่เลือกมาทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ ยอมรับว่ามีความกังวลพอสมควร ว่าจะทำงานใช้ทุนครบ 2 ปี ได้หรือไม่ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และความแตกต่างด้านภาษา ศาสนา ความเชื่อ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของอำเภอกะพ้อนับถือศาสนาอิสลาม แต่ยังมีความอุ่นใจว่ามีพี่ผู้อำนวยการ คือ นายแพทย์เดชา แซ่หลี นับถือศาสนาพุทธท่านทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อนานหลายปี ที่สำคัญคือได้รับความไว้วางใจและยอมรับจากชาวกะพ้อเป็นอย่างดี ผมได้ยึดแบบอย่างที่ดีมาใช้ในการทำงาน เช่น ความเสียสละ การดูแลผู้ป่วยด้วยยึดหลักความเป็นมนุษย์ผมยึดหลักนี้ในการทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อตลอด 6 ปี&#8221;<br />
          คำบอกเล่าของคุณหมอทำให้ทราบว่าวันแรกที่เข้าทำงานในโรงพยาบาล สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คือ ความอบอุ่นและความจริงใจคุณหมอเล่าว่าถึงแม้มาอยู่ที่นี่ จะต่างกันด้านภาษา ศาสนา แต่ก็ช่วยเหลือและคอยเป็นกำลังใจให้กัน ให้ความเป็นกันเอง คอยช่วยเหลือทุกอย่าง โดยเฉพาะการตรวจผู้ป่วยในช่วงแรก<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2889" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิ นั่งสนทนาในห้องกับนางพยาบาล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor3-300x230.jpg" alt="" width="300" height="230" /></a><br />
          &#8220;ส่วนใหญ่ชาวมุสลิมพูดภาษายาวี ทำให้การสื่อสารติดขัด แต่ก็ได้พี่ๆพยาบาลและเจ้าหน้าที่คอยเป็นล่ามแปลให้ ซึ่งความรู้ภาษายาวีของผมนั้นแค่งูๆ ปลาๆ ซักถามได้แค่อาการเบื้องต้น พอลงรายละเอียดในแต่ละโรคบรรดาเมาะ (ยาย-ย่า) และเปาะจิ (ตา-ปู่) ต่างสรรหาคำพูดมาให้เรานั่งสับสน ต้องให้พี่พยาบาลมาช่วย แต่ผมพยายามจำคำศัพท์ให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นแปล อีกทั้งยังเป็นการลดช่องว่างระหว่างผมกับผู้ป่วยอีกด้วย&#8221;<br />
ที่สำคัญคุณหมอบอกว่า ต้องขอบคุณบรรดาพี่ๆ ที่เป็นหมอหลายคนและคุณหมอศิริพรที่มอบมรดกล้ำค่า&#8221;ตำราภาษายาวีอย่างง่ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์&#8221;ไว้ให้ก่อนไปเรียนต่อ ทำให้ได้หัดอ่าน หัดพูดคุณหมอวรวุฒิ เล่าถึงการทำงานในวันวาน ว่าระยะแรกๆ หลังเลิกงานแล้ว เงียบมาก ร้านอาหารก็ไม่มี น้องๆ พยาบาลที่หอพักคงเข้าใจ มาชวนไปกินข้าวมื้อเย็น ซึ่งทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกับทุกคนไปด้วย และทำให้คลายความเหงาได้บ้าง<br />
        &#8220;การอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ทั้งขณะทำงาน รวมทั้งชีวิตหลังเลิกงานล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานอย่างมีความสุข ท่ามกลางการทำงานในพื้นที่สีแดง&#8221; คำกล่าวของหมอหนุ่มเพราะครอบครัวของคุณหมอนั้นไม่เห็นด้วยที่จะไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ทุกคนลงความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงถึงขนาดนั้นและขอให้ย้ายกลับไปทำงานที่จังหวัดชุมพร<br />
        &#8220;ทุกครั้งที่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นและปรากฏในสื่อต่างๆ พ่อกับแม่จะนอนไม่หลับทุกครั้ง แต่สำหรับผมแล้วคนในพื้นที่ไม่ได้น่ากลัว หรือโหดร้ายอย่างที่ว่ากัน ถึงแม้เขาจะแตกต่างทั้งภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต แต่เป็นคนไทยเหมือนกัน อีกทั้งพวกเขายังขาดโอกาสในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่เลือกเรียนแพทย์แล้วว่าอยากดูแลรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนโอกาสในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้&#8221;<br />
          โดยปกติแล้วทุกวันนี้ ผู้คนมักจะคิดว่าถ้าเลือกทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆมีชื่อเสียง จะมีโอกาสก้าวหน้าทางด้านการงาน แต่สำหรับหมอวรวุฒิแล้ว เขาเห็นว่าโรงพยาบาลเล็กๆ ทำให้ได้รับโอกาสต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องการทำงาน การเรียนรู้งานหลายอย่าง นอกจากการตรวจรักษาผู้ป่วยเพราะการเป็นแพทย์ประจำเพียงคนเดียวต้องรับงานด้านคลีนิคเกือบทุกคลีนิค ทำให้ต้องค้นคว้าหาความรู้เข้าร่วมประชุมวิชาการอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำความรู้ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ ต้องทำงานพัฒนาคุณภาพอย่างอื่น เช่น งานควบคุมการติดเชื้องานวิชาการ และประชาสัมพันธ์ งานเวชระเบียน ซึ่งไม่ได้มีในตำราแพทย์<br />
อีกด้าน คือ การทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งงานด้านนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากมายและหาไม่ได้ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เช่น ได้รับการยอมรับและความศรัทธาจากชาวบ้าน ได้เข้าร่วมกิจกรรมในงานสำคัญทางศาสนาอย่างเทศกาลถือศีลอด วันฮารีรายอ งานเข้าสุหนัต งานแต่งงาน งานบุญในหมู่บ้าน ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดความคุ้นเคยและสร้างความเป็นกันเอง ยอมรับถึงความแตกต่างที่มีต่อกันอย่างกลมกลืน<br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2890" title="ภาพนายแพทย์วรวุฒิตรวจรักษาผู้ป่วยหญิง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/08/vor2-300x230.jpg" alt="" width="300" height="230" /></a>         &#8220;โรงพยาบาลกะพ้อมีหมอสองคนมาตลอด ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ ผู้ป่วยนอก 80 คนต่อวัน ถือว่าเยอะแล้ว แต่วันนี้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็นทวีคูณ เฉลี่ย 160 คนต่อวัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องมาช่วยตรวจตลอดทั้งวัน และบ่อยครั้งที่หมอวรวุฒิต้องตรวจคนเดียว &#8220;มีคนเคยถามผมว่าเหนื่อยไหม? ที่ต้องตรวจผู้ป่วยทั้งวันผมจะตอบว่าเหนื่อยแค่กาย นอนพักตื่นมาก็หาย แต่หมอไม่เคยเหนื่อยใจเลย ซึ่งความรู้สึกนี้ผมว่าคงไม่ต่างกับผู้อำนวยการที่ต้องอยู่คนเดียวเวลาที่ผมไปประชุม และสิ่งที่ทำให้ผมอยากทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อ คือความผูกพัน ไม่ว่าความผูกพันกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ความผูกพันระหว่างญาติกับผู้ป่วย<br />
          &#8220;มีตัวอย่างคนไข้มาเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจทุกวันที่มาทำงาน ผู้ป่วยติดเชื้อระยะสุดท้ายเป็นผู้ป่วยชาย มีลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ไม่ได้รับเชื้อ และภรรยาเป็นคนมารับยาตลอด ผมดูแลครอบครัวนี้มาตั้งแต่เริ่มทำงาน จนวันสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เขาพูดว่า &#8216;ถ้าลูกชายโตขึ้นและมีบุญได้เรียนสูงๆ อยากให้ลูกเรียนแพทย์เหมือนกับหมอ ที่ดูแลและเข้าใจเขามาตลอด&#8217; ผมยิ้มทั้งน้ำตาแล้วบอกว่า ถึงแม้ว่าจะทำงานอะไร ขอให้เขาโตขึ้นเป็นคนดีและรับผิดชอบต่อสังคมก็เพียงพอแล้ว&#8221;<br />
          ยังมีเรื่องเล่าอีก ว่าครั้งหนึ่งคุณหมอได้เป็นผู้ป่วย เพราะเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ต้องมาอยู่เวรที่โรงพยาบาล และต้องตรวจคนไข้ไปด้วย ขณะที่ตัวเองนั้นมีสายน้ำเกลือคาอยู่ที่มือ หลังจากนั้นช่วงบ่าย มีหมออีกคนช่วยอยู่เวรแทน ทำให้ได้พักผ่อนที่ห้องพิเศษ ระหว่างนั้นมีผู้ป่วยรายหนึ่งป่วยด้วยโรคหัวใจวายชนิดรุนแรง มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ ขาบวม ทำให้ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา เมื่อผู้ป่วยรายนี้ทราบว่าหมอวรวุฒิไม่สบายได้พูดกับพยาบาลว่า &#8220;ถ้าผมเดินไหว ผมจะเดินไปเยี่ยมหมอ&#8221;"พยาบาลมาเล่าเรื่องของผู้ป่วยรายนี้ให้ฟัง ผมจึงเกิดคำถามว่าทั้งๆ ที่เรายังพอมีแรงเดินได้ ทำไมเราไม่ไปเยี่ยมเขา จึงตัดสินใจไปเยี่ยมผู้ป่วยรายนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่สบายอยู่ ทำให้เข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นว่าความเจ็บป่วยนั้นมันทรมานเหลือเกิน ขนาดเราไม่สบายด้วยโรคไข้เลือดออก ยังรู้สึกทรมานมากขนาดนี้ แล้วผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องนอนรอความตาย เขาต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดมากกว่าอีกกี่ร้อยพันเท่า&#8221;<br />
           หมอวรวุฒิบอกถึงความรู้สึก ว่าหากถามว่าคิดจะออกนอกพื้นที่หรือไม่?คงมีเหตุผลเดียวที่ต้องย้าย คือกลับไปดูแลครอบครัวที่จังหวัดชุมพรเนื่องจากพ่อแม่อายุมากแล้ว ซ้ำยังมีโรคประจำตัว แต่โชคดีที่ขณะนี้ พี่ๆน้องๆ ช่วยกันดูแล ทำให้สามารถทำงานที่โรงพยาบาลกะพ้อได้อย่างเต็มที่<br />
        &#8220;ในความคิดของผม การทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลชุมชน ต่างมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ส่วนรางวัลตอบแทนที่ได้มา ก็เป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นทำงานในพื้นที่ต่อไป แม้จะต้องมาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายแต่ไม่เคยคิดว่านั่นเป็นอุปสรรคในการทำงาน&#8221;<br />
          คุณหมอเจ้าของรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ตบท้ายว่า&#8230;&#8221;คุณค่าของวิชาชีพแพทย์ คือ การได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ และเป็นวิชาชีพที่สามารถสร้างความดีได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องดิ้นรนหรือแสวงหาโอกาส&#8221;&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000080;">ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/worawat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันนี้คุณ&#8217;อ่าน&#8217;หนังสือแล้วหรือยัง&#8230;?</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 17:42:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พระอภัยมณี]]></category>
		<category><![CDATA[พระอภัยมณ๊]]></category>
		<category><![CDATA[กลอน]]></category>
		<category><![CDATA[กาพย์]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All)]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยกรอง]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณคดี]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ผาแดง-นางไอ่]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราไปรษณียากร]]></category>
		<category><![CDATA[ฉันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีแห่บั้งไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[นางยักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นางเงือก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โคลง]]></category>
		<category><![CDATA[เยาว์วัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2655</guid>
		<description><![CDATA[จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่รักการอ่าน คนไทยจะพัฒนาการคิด วิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่เริ่มแสวงหาความรู้ด้วยการอ่านตั้งแต่วันนี้ลองมาฟังวิธีการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านจากผู้เป็นพ่อ และข้อคิดดีๆในการอ่านวรรณคดีของผู้พิการทางสายตา

   
โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
       จากสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ พบว่าการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ยเพียงปีละ 2 เล่ม ซึ่งนับว่าต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ที่มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 40-50 เล่ม ส่วนเวียดนาม มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 60 เล่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่รักการอ่าน คนไทยจะพัฒนาการคิด วิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่เริ่มแสวงหาความรู้ด้วยการอ่านตั้งแต่วันนี้ลองมาฟังวิธีการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านจากผู้เป็นพ่อ และข้อคิดดีๆในการอ่านวรรณคดีของผู้พิการทางสายตา</span><span id="more-2655"></span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Children-read.jpg"><img class="size-full wp-image-2656 aligncenter" title="Children-read" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Children-read.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">   </span></p>
<p><span style="color: #993300;">โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></p>
<p><span style="color: #800000;">       จากสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ พบว่าการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ยเพียงปีละ 2 เล่ม ซึ่งนับว่าต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ที่มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 40-50 เล่ม ส่วนเวียดนาม มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 60 เล่ม จากเหตุดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นว่า การอ่านหนังสือของคนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          สถานการณ์การอ่านหนังสือของคนไทยนั้นกำลังที่จะเข้าขั้นเลวร้ายถ้ายังปล่อยให้ปัญหานี้ให้ดำเนินต่อไป โทษของการที่คนไม่อ่านหนังสือนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเสียหายในส่วนบุคคลเท่านั้น แต่จะยังคงความเสียหายไปถึงประเทศชาติด้วย</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/d3.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2660" title="d3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/d3-200x300.jpg" alt="" width="120" height="180" /></a>          ปัจจุบันนี้จะสังเกตได้ว่ามีการร่วมมือจากหลาย ๆ ภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้องกับการส่งเสริมการอ่าน ซึ่งก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในที่จะปลูกฝังให้เยาวชนไทยรักการอ่าน</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          “โครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย” ของหน่วยงานภาคเอกชนที่จัดขึ้น โดยมีหลักเพื่อเสริมสร้างการอ่าน การและการเรียนรู้ จากวรรณกรรมและนำจินตนาการที่ได้จากการอ่าน ออกมาเป็นงานศิลปะ</span></p>
<p><span style="color: #800000;">             อีกทั้งเป็นการกระตุ้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เกิดการอ่านทางด้านวรรณกรรมไทย ที่มี ร้อยแก้ว ร้อยกรอง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ได้แต่ละเรื่องราว แล้วถ่ายทอดมาเป็นภาพวาดตามจิตนาการของตนเอง </span></p>
<p><span style="color: #800000;">            ในปัจจุบันการอ่านเรื่องราวจากวรรณกรรมยังสามารถ ถ่ายทอดออกมาได้ทั้งงานศิลปะ การแสดง แม้กระทั่งการขับร้องเพลงได้อย่างลงตัว ถ้าเรารู้จักนำความรู้ ความคิดมาปรุงแต่งให้เกิดสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม </span></p>
<p><span style="color: #800000;">            ด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ นักเรียนโรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้รับรางวัลชะเลิศโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 3 กับชื่อผลงาน “แห่บั้งไฟ” และผลงานยังได้รับคัดเลือกจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้จัดทำดวงตราไปรษณียากรชุดจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ออกจำหน่ายในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย พ.ศ.2553 และทั่วประเทศ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/tut-4.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2657" title="tut 4" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/tut-4-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">           ทิวทัศน์ บอกว่า “การอ่านทำให้ได้ฝึกฝนทักษะการสะกดคำ และภาษาจากวรรณกรรม อีกทั้งวรรณกรรมที่ได้อ่านยังสอดแทรกคติสอนใจไว้ในเรื่องด้วย เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้น คือ การวาดภาพ และการใช้จินตนาการจากวรรณกรรมที่ได้อ่าน อย่างเช่นที่ผมได้วาดออกมานี้เป็นประเพณีแห่บั้งไฟ จากวรรณกรรมเรื่อง “ผาแดง-นางไอ่” ที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึงพลังความสามัคคี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบวาดภาพ ก็สามารถทำให้เราได้ฝึกฝนและพัฒนาการวาดภาพของเราด้วย”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           หลายคนอาจคิดเป็นเพราะค่าเฉลี่ยของคนพิการ หรือผู้ที่ผิดปกติทางร่างกาย ที่ทำให้สถิติการอ่านของคนไทยมีจำนวนน้อย นั้นเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะผมได้มีโอกาส ได้พดคุยกับ เด็กหญิงกัลยา ทองอุดม นักเรียนโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หนึ่งในสมาชิกมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) กัลยาเป็นเด็กที่มีความผิดปกติทางสายตาแต่ยังสามารถมองเห็นได้ไม่มากเท่าไรนัก ในการอ่านหนังสือของเธอ จะใช้อุปกรณ์ใช้แว่นขยาย ช่วยขยายเพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2658" title="GetAttachment" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment2-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a>           กัลยาบอกว่า “ชอบอ่านหนังสือแนววรรณกรรม เพราะ มีสิ่งดี  มีแง่คิด คติสอนใจ เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดความเป็นอยู่ที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งสามารถทำให้เราได้เรียนรู้และนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างวรรณกรรมที่ชอบอ่านและได้เรียนตั้งแต่เด็ก คือเรือง ‘พระอภัยมณี’ ในการเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้เธอนอกจากจะได้ฝึกการอ่านหนังสือ สมาธิและภาษาในการอ่านแล้ว ยังทำให้เกิดความคิดและจินตนาการไปพร้อมกับการอ่าน”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           อย่างเรื่องพระอภัยมณี จะชอบตอนที่นางยักษ์ไล่ตามนางเงือกกับพระอภัยมณี จนตนเองต้องเสียชีวิต กัลยาได้ วาดภาพออกมาตามท้องเรื่อง ดังภาพที่เห็นอยู่นี้</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           กัลยาบอกต่อว่า “จินตนาการที่วาดภาพนี้ เพราะเป็นความชอบวรรณกรรมได้สอดแทรกความคิดที่ให้กับผู้อ่านในเรื่องของความรักที่นางยักษ์ มีให้กับ พระอภัยมณี จนตัวเองต้องตาย ซึ่งอยากให้วัยรุ่นในสมัยนี้ได้นำแง่คิดตรงนี้มาปรับใช้ด้วยว่า เวลามีคนรักอยากให้รักใครรักจริง รักกันยาวๆ อย่ารักเล่นเพราะความรักสามารถทำให้คนทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งความตาย”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">         <span style="color: #333300;">      เคยคิดว่าสายตาเป็นอุปสรรคก็การอ่านหรือไม่?</span></span></p>
<p><span style="color: #800000;">            “การที่สายตาเป็นแบบนี้ไม่ใช่เป็นอุปสรรค ไม่เกี่ยวที่ว่าเราจะผิดปกติแล้วจะต้องอ่านไม่ได้ เพราะอย่างน้อยเธอยังมีคุณพ่อ คุณแม่ที่ให้การสนับสนุน แม้บางครั้งอ่านไม่ได้ และจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยอ่าน หรือบางครั้งที่ต้องให้คนอื่นช่วยอ่าน ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เธอหลงไหลที่จะอ่าน จะเรียนรู้วรรณกรรม และการสร้างจินตนาการ ออกมาเป็นภาพวาดได้”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">            คุณธีระวัฒน์ คะนะมะ คุณพ่อน้องทิวทัศน์ ได้เล่าถึงวิธีการสอนลูกว่า “ ก่อนอื่นเลยนิทานบ้านเรา น่าจะมีภาพประกอบให้มากขึ้น ตอนลูกยังเล็ก ผมจะสอนให้เรียนรู้เรื่องราวผ่านรูป แล้วค่อยพัฒนาไปในการอ่าน โดยยังไม่เน้นเรื่องของคติสอนใจ เพราะอยากให้ลูกรักในการอ่านก่อน เมื่อเขาเกิดความรักก็จะเกิดการใส่ใจในสิ่งที่เขาได้อ่าน แล้วคติสอนใจก็จะตามมาเอง ถ้าเขารักในการอ่าน ส่วนหนังสือที่อ่านนั้นก็ต้องเอาที่เขาชอบ และที่เราเห็นว่าดี และมีคุณค่า ”</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2659" title="kanama3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama3-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></span></p>
<p><em><span style="color: #800080;">          <strong>นี่เป็นเพียงเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งเท่านั้นของครอบครัวและเยาวชนผู้รักการอ่านและการเรียนรู้ ซึ่งหากทุกครอบครัวร่วมกันส่งเสริมให้บุตรหลานรักการอ่านตั้งแต่เยาว์วัย โดยมีหน่วยงาน องค์กรต่างๆที่เล็งเห็นคุณค่า ช่วยผลักดันให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยก็คงไม่แพ้ชาติใดในโลก&#8230;&#8230;</strong></span></em></p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครอบครัวจิตรกร&#8230;.</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/painter-family/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/painter-family/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 03:19:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พี่]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วาดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมพันธภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม.อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[สาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[ผาแดง-นางไอ่]]></category>
		<category><![CDATA[จากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[จินตนาการ สืบสานวรรณกรรมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย พ.ศ.2553]]></category>
		<category><![CDATA[ตราไปรษณียากร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีแห่บั้งไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[น้อง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2633</guid>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงสถาบันที่เล็กที่สุดก็คงไม่พ้นสถาบันครอบครัว และเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมภายนอกอย่างมีคุณภาพ  อย่างครอบครัว “คะมะนะ” ที่ส่งเสริมบุตรได้อย่างน่าปลื้มใจด้วยการอ่านและการวาดภาพศิลปะ&#8230;&#8230;..
 

 
โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์   
  
          การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในชีวิตครอบครัวในสังคมไทย นอกจากความรัก การให้อภัยและเป็นที่พักพิง ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเสียสละ ที่มีภายในครอบครัวยังต้องมีการส่งเสริมในกิจกรรมที่ดีเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ลูก ทั้งในเรื่องการเรียนและการดำรงชีวิต ซึ่งต้องปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัยอย่างเช่น

           ด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000000;">หากพูดถึงสถาบันที่เล็กที่สุดก็คงไม่พ้นสถาบันครอบครัว และเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมภายนอกอย่างมีคุณภาพ  อย่างครอบครัว “คะมะนะ” ที่ส่งเสริมบุตรได้อย่างน่าปลื้มใจด้วยการอ่านและการวาดภาพศิลปะ&#8230;&#8230;..</span><span id="more-2633"></span></h4>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Kanama.jpg"><img class="size-full wp-image-2644 aligncenter" title="ภาพครอบครัวคะนะมะ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Kanama.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a></p>
<p> </p>
<p><span style="color: #000000;">โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์   </span></p>
<p><span style="color: #000000;">  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในชีวิตครอบครัวในสังคมไทย นอกจากความรัก การให้อภัยและเป็นที่พักพิง ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเสียสละ ที่มีภายในครอบครัวยังต้องมีการส่งเสริมในกิจกรรมที่ดีเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ลูก ทั้งในเรื่องการเรียนและการดำรงชีวิต ซึ่งต้องปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัยอย่างเช่น</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2641" title="ภาพด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ กับผลงานแห่บั้งไฟ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></span></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/tut.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment.jpg"></a><span style="color: #000000;">           ด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ นักเรียนโรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 3  พ.ศ.2552  กับผลงาน “แห่บั้งไฟ” และที่ทำให้รางวัลนี้พิเศษยิ่งขึ้น   คือการได้รับคัดเลือกจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำภาพวาดของเขาไปจัดทำเป็นดวงตราไปรษณียากรชุด จินตนาการ สืบสานวรรณกรรมไทย  ออกจำหน่ายในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย พ.ศ.2553 ในวันที่ 7 สิงหาคม 2553 ก่อนจัดจำหน่ายทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทิวทัศน์ บอกว่า “การอ่าน ทำให้ได้ฝึกฝนทักษะการสะกดคำต่างๆ และภาษาจากวรรณกรรม อีกทั้งวรรณกรรมที่ได้อ่าน ยังสอดแทรกคติสอนใจไว้ในเรื่องด้วย  เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้น คือ การวาดภาพ และการใช้จินตนาการจากวรรณกรรมที่ได้อ่าน อย่างเช่นที่ผมได้วาดออกมานี้เป็นประเพณีแห่บั้งไฟ จากวรรณกรรมเรื่อง “ผาแดง-นางไอ่” ที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึงพลังความสามัคคี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบวาดภาพ ก็สามารถทำให้เราได้ฝึกฝนและพัฒนาการวาดภาพของเราด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับรางวัลที่ได้ ผมรู้สึกดีใจครับ และอยากเชิญให้พี่ๆ เพื่อนๆได้มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่นที่ผมได้ทำ”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            ด้าน ด.ช.เทิดธันวา คะนะมะ นักเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พี่ชายก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากการประกวดวาดภาพจากโครงการเดียวกัน เทิดธันวา เล่าว่า “คุณพ่อจะเป็นคนที่คอยหาหนังสือมาให้อ่านอยู่เสมอ ในการอ่านหนังสือนอกจากจะให้เราได้ความรู้แล้วยังสามารถทำให้เรามีสมาธิ ความนิ่ง และความคิดที่ได้จากจินตนาการในการอ่านวรรณกรรม  ในการฝึกวาดพ่อก็จะเป็นคนช่วยสอน แนะนำ ทั้งการวาดและการอ่านว่าสิ่งไหนดี หรือไม่ดี  แต่พ่อจะเน้นการสอนให้ฝึกคิดก่อน เวลาฝึกวาดภาพกับน้องผมก็จะมีเทคนิค และแนะนำบางอย่างให้น้องด้วย</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2639" title=" ด.ช.เทิดธันวา คะนะมะ ยืนอ่านหนังสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama1-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">            ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล ก็รู้สึกดีใจถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รางวัลชนะเลิศแต่มันมาจากความตั้งใจ ก็อยากให้เพื่อนๆได้ลองมาทำเหมือนผมกับน้องที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สำหรับคุณธีระวัฒน์ คะนะมะ คุณพ่อของน้องทั้งสอง ได้เล่าถึงวิธีการสอนลูกว่า “ ก่อนอื่นเลยนิทานบ้านเรา น่าจะมีภาพประกอบให้มากขึ้น ตอนลูกยังเล็ก ผมจะสอนให้เรียนรู้เรื่องราวผ่านรูป แล้วค่อยพัฒนาไปในการอ่าน โดยยังไม่เน้นเรื่องของคติสอนใจ เพราะอยากให้ลูกรักในการอ่านก่อน เมื่อเขาเกิดความรักก็จะเกิดการใส่ใจในสิ่งที่เขาได้อ่าน แล้วคติสอนใจก็จะตามมาเอง ถ้าเขารักในการอ่าน”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">             “ในฐานะที่เป็นจิตรกร จะต้องตีกรอบหรือไม่ ? ว่าลูกจะต้องเป็นเหมือนพ่อ&#8230;.” </span></p>
<p><span style="color: #000000;">            คุณธีระวัฒน์ ตอบว่า “ไม่เคยตีกรอบว่าลูกจะต้องเป็นจิตรกรเหมือนพ่อ หรือจะต้องวาดภาพ แต่จะชอบให้ลูกรู้จักคิด รู้จักตัวเอง ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการสอนลูกคือ การเข้าถึงตัวลูก  ผมเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนไม่มีใครไม่อยากให้ลูกได้ดีอยู่แล้ว หรือไม่ว่าในอนาคตเขาทั้ง2 คน จะมีชื่อเสียง ผมก็จะเน้นย้ำเสมอว่าสิ่งเหล่านี้ที่เราได้มามันเป็นเพียงผลพลอยได้ แต่สิ่งที่ได้จริงๆคือ ความตั้งใจที่เราได้ทำสิ่งนั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            ครั้งหนึ่งน้องทิวทัศน์เคยได้รางวัลมีเงินรางวัล 3,000 กว่าบาท น้องขึ้นไปรับรางวัลบนเวที ได้เพียงกระดาษแผ่นเดียว แล้วหันมาถามผมว่า “ไหนว่าจะได้เงิน แต่ทำไมมีกระดาษเพียงใบเดียว” ผมก็อธิบายให้เขารู้ว่า สิ่งที่เราได้ตรงนี้คือผลพลอยได้ แต่สิ่งที่เราได้มากกว่านั้นคือความตั้งใจ จริงใจ และความสุขที่เราได้ลงมือทำ”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            หลักในการสอนศิลปะลูก?</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           “ก็จะถามลูกว่าสนใจเรื่องไหนถ้าเขาสนใจวรรณกรรมเรื่องอะไร หรือนิทานเรื่องไหนก็จะหามาให้ หรือว่าเรื่องใดที่เราคิดว่าดีเราก็จะเอามาให้เขาอ่าน ส่วนการเรียนศิลปะที่ดีและได้ผลนั้นผมคิดว่า การเรียนศิลปะต้องเรียนเป็นกลุ่ม เวลาที่น้องเรียนก็จะมีเพื่อนๆเขามาเรียนด้วย เพื่อให้เกิดความสนุก และสอนการอยู่ร่วมกันในสังคมให้เขาไปในตัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            ส่วนคุณแม่ก็จะมีส่วนร่วมในการสอน แนะนำ ส่งเสริมตลอดเวลาที่เพื่อนของน้องมาเรียนที่บ้าน ผมคิดว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง’กำลังใจ’ คือทุกผลงานที่น้องเขาได้วาด ได้สร้างมันขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจและตั้งใจถึงที่สุด นั่นแหละคือรางวัล ถึงแม้ผลงานชิ้นนั้นจะไม่ได้รับรางวัลในการประกวดก็ตาม แต่สิ่งที่น้องได้คือความตั้งใจที่เขาได้ลงมือทำ”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ผมเชื่อว่า ‘ครอบครัว’ มีความสำคัญมากที่สุดแก่บุคคลทุกคน การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในชีวิตครอบครัว จะสมบูรณ์ได้ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ครอบครัวมอบให้ เช่นเดียวกับครอบครัว ‘คะนะมะ’</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/painter-family/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดใจนักศึกษาเคยติดพนันบอล</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/ball/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/ball/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2010 08:06:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[บอลโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[การพนัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ราชภัฏสวนดุสิต]]></category>
		<category><![CDATA[รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้]]></category>
		<category><![CDATA[อุทาหรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระวัฒน์ สุวรรณถิระ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[คณะครุศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[นักบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินกู้นอกระบบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2569</guid>
		<description><![CDATA[ทุกครั้งเมื่อมีมหกรรมฟุตบอลโลก เราจะพบว่ามีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลกันอย่างครึกโครม และมีเงินสะพัดในวงการพนันฟุตบอลจำนวนมหาศาล ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็มักมีอิทธิพลจนไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้อย่างราบคาบ  แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเยาวชนที่อยากรู้อยากลอง และถูกชักชวนให้เล่นพนันตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่วงการพนันแล้วก็อยากที่จะถอนตัว
            นายธีระวัฒน์  สุวรรณถิระ นักศึกษาคณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  เปิดใจเล่าว่าตนได้เริ่มเล่นพนันฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออยู่ชั้น ม.2 อายุประมาณ 13-14 ปี เพราะเห็นเพื่อนเล่นแล้วได้เงินง่ายๆ ก็อยากได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ  ถึงขั้นเสียพนันฟุตบอลหลายแสนบาท จนเกือบถูกเจ้ามือโต๊ะบอลคุกคาม  เขาต้องเสียการเรียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ทุกครั้งเมื่อมีมหกรรมฟุตบอลโลก เราจะพบว่ามีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลกันอย่างครึกโครม และมีเงินสะพัดในวงการพนันฟุตบอลจำนวนมหาศาล ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็มักมีอิทธิพลจนไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้อย่างราบคาบ  แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเยาวชนที่อยากรู้อยากลอง และถูกชักชวนให้เล่นพนันตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่วงการพนันแล้วก็อยากที่จะถอนตัว<span id="more-2569"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">            นายธีระวัฒน์  สุวรรณถิระ นักศึกษาคณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  เปิดใจเล่าว่าตนได้เริ่มเล่นพนันฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออยู่ชั้น ม.2 อายุประมาณ 13-14 ปี เพราะเห็นเพื่อนเล่นแล้วได้เงินง่ายๆ ก็อยากได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ  ถึงขั้นเสียพนันฟุตบอลหลายแสนบาท จนเกือบถูกเจ้ามือโต๊ะบอลคุกคาม  เขาต้องเสียการเรียน และหลบหนีผู้มีอิทธิพล รวมถึงต้องกู้เงินนอกระบบมาผ่อนชำระหนี้พนัน วันนี้เขามาบอกเล่าประสบการณ์เลวร้ายเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เยาวชนที่กำลังจะก้าวเดินผิดพลาด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            นอกจากเปิดใจเป็นอุทาหรณ์แล้ว ธีระวัฒน์ ยังมีคำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง หรือผู้ที่สงสัยว่ามีคนใกล้ชิดของตนเองติดพนันฟุตบอลอยู่ เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยมีวิธีสังเกตดังนี้ค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">(คลิกชมคลิปวีดีโอ)<!--more--></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/s740KEdbXYo&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/s740KEdbXYo&amp;hl=en&amp;fs=1" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/ball/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หน่วยป้องกันท้องไม่พร้อม สกัดเด็กสาวป่องก่อนวัย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/baby-belly/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/baby-belly/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2010 09:57:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนร้]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือพิมพ์มติชน]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อายุ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายป้องกันการท้องไม่พร้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2486</guid>
		<description><![CDATA[หลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทย ค่อนข้างจะหนักไปในทางความด้อยโอกาสเป็นสำคัญ ครั้นเมื่อรัฐและองค์กรต่างๆ ได้พยายามจัดให้มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานต่างๆ แก่เด็ก เยาวชนและประชากรภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัญหาอันเนื่องมาจากความด้อยโอกาสได้ลดน้อยถอยลงเป็นอันมาก
กระนั้นก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่เด็กและเยาวชนได้เปลี่ยนลักษณะไป กลายเป็น
        &#8220;ปัญหาในเชิงพฤติกรรม&#8221; ที่ยากต่อการป้องกันและเยียวยาแก้ไข โดยเฉพาะพฤติกรรมการเสพยาเสพติด ดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน ติดเกมส์ การทำร้ายกัน ที่หนักสุดและน่าห่วงใยคือมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
        การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยนี้เอง นำไปสู่ปัญหาอีกมากมาย ตั้งแต่การแพร่ของโรคเอดส์ที่เด็กและเยาวชนกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงในระดับต้นๆ การตั้งท้องโดยไม่มีความพร้อม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">หลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทย ค่อนข้างจะหนักไปในทางความด้อยโอกาสเป็นสำคัญ ครั้นเมื่อรัฐและองค์กรต่างๆ ได้พยายามจัดให้มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานต่างๆ แก่เด็ก เยาวชนและประชากรภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัญหาอันเนื่องมาจากความด้อยโอกาสได้ลดน้อยถอยลงเป็นอันมาก<span id="more-2486"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">กระนั้นก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่เด็กและเยาวชนได้เปลี่ยนลักษณะไป กลายเป็น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        <strong>&#8220;ปัญหาในเชิงพฤติกรรม&#8221; ที่ยากต่อการป้องกันและเยียวยาแก้ไข โดยเฉพาะพฤติกรรมการเสพยาเสพติด ดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน ติดเกมส์ การทำร้ายกัน ที่หนักสุดและน่าห่วงใยคือมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยนี้เอง นำไปสู่ปัญหาอีกมากมาย ตั้งแต่การแพร่ของโรคเอดส์ที่เด็กและเยาวชนกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงในระดับต้นๆ การตั้งท้องโดยไม่มีความพร้อม การทำแท้งที่สถิติเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การคลอดลูกแล้วทิ้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        สำหรับสถิติของวัยรุ่นตั้งครรภ์ ข้อมูลจากคลินิกตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น รพ.รามาธิบดี ระบุไว้ว่าประเทศไทยมีการคลอดบุตรของแม่วัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สูงถึงวันละ 140 ราย ขณะที่ข้อมูลการแจ้งเกิดจากส่วนทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียนกระทรวงมหาดไทยระบุไว้ว่าในปี 2550 พบมีแม่อายุ 16-20 ปี มาแจ้งเกิดลูก 145,747 รายสถิตินี้นับว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/untitled1.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2488" title="ภาพผู้หญิงท้อง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/untitled1.bmp" alt="" width="260" height="227" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">        เหล่านี้สอดคล้องกับที่ผู้เขียนในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามการจัดทำแผนพัฒนาเด็กระดับขาติ ได้ข้อมูลจากจังหวัดต่างๆ เกือบทั่วประเทศ ที่ระบุไว้ว่าปัญหาหนักใจและทวีจำนวนมากขึ้นในทุกจังหวัดคือมีวัยรุ่นท้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง        </span></p>
<p><span style="color: #000000;">        เรื่องนี้ แม้แต่ในสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติก็ทราบ ทั้งยังได้นำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ &#8220;เวทีสิทธิเด็ก&#8221; เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 ต่อหน้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี &#8220;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&#8221; ในทำเนียบรัฐบาลซึ่ง ฯพณฯ นายกฯเองก็ได้ปราศรัยต่อที่ประชุมว่า &#8220;รัฐบาลจะดำเนินการดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ผู้เขียนมีข้อเสนอว่า เรื่องนี้จะปล่อยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการแต่ฝ่ายเดียวคงไม่ทันการณ์และแก้ไขไม่ได้ ฯพณฯ นายกฯจำเป็นจะต้องมีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาวางแผนดำเนินการ พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้อย่างเต็มที่เพื่อดูแลเรื่องนี้เป็นการด่วน  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ภายใต้ความเข้าใจที่ว่า ยามนี้เยาวชนปรึกษาเรื่องทางเพศผ่านกลุ่มเพื่อมากที่สุดถึงร้อยละ 51 ปรึกษาพ่อแม่เพียงร้อยละ 14 เท่านั้น อีกทั้งยังเรียนรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างกว้างขวางและรวดเร็วจากสื่อต่างๆ อีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         จากข้อมูลทางสติที่เกิดขึ้นในสังคมไทยทำให้เกิด “เครือข่ายป้องกันการท้องไม่พร้อม” สกัดเด็กสาวป่องก่อนวัย ตรงนี้ทางหนังสือพิมพ์มติชน ได้นำกลับมาอีกครั้งเพื่อให้ผู้อ่าน เล็งเห็นถึงความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับในงานในการแก้ไขปัญหา หน่วยงาน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ท้อง&#8221; หรือ &#8220;ตั้งครรภ์&#8221; คงจะเป็นเรื่องน่ายินดีกันทั้งครอบครัว หากผู้หญิงที่ตั้งท้องมีความพร้อมทั้งเรื่องวุฒิภาวะ การเลี้ยงดูลูก และมีครอบครัวที่อบอุ่นคอยจะดูแล ในทางกลับกัน&#8230;หากการตั้งท้องของผู้หญิงที่ยัง &#8220;ไม่มีความพร้อม&#8221;ชีวิตของพวกเธอคงไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในสภาวะ &#8220;มืดแปดด้าน&#8221; ความทุกข์และปัญหาต่างๆที่ตามมาคงยากนักที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทัดทานไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่ใช่ว่าในทุกปัญหาจะไม่มีทางออกในความมืดย่อมมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะ &#8220;เครือข่ายป้องกันการท้องไม่พร้อม&#8221;ที่เกิดจากการรวมตัวกันของเอ็นจีโอกับหน่วยงานรัฐ58 หน่วยงาน เป็นอีกเครือข่ายที่จะช่วยส่องแสงสว่างให้ผู้หญิงท้องไม่พร้อมก้าวเดินออกมาจากความทุกข์ ความมืดมนเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น.ส.ณัฐยา บุญภักดีผู้ประสานงานมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิงหนึ่งในเครือข่ายป้องกันการท้องไม่พร้อมอธิบายการทำงานของเครือข่ายป้องกันการท้องไม่พร้อมว่า เครือข่ายทำงานเรื่องนี้มาได้ 2 ปีแล้ว ภารกิจส่วนใหญ่เน้นให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อให้หญิงสาวท้องไม่พร้อมสามารถดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตได้ อย่างเด็กที่ตั้งท้องแล้วครอบครัวไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูก็จะส่งต่อไปยังบ้านพักฉุกเฉินซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจจนกระทั่งคลอดลูกตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ณัฐยายอมรับปัญหาการตั้งท้องที่อยู่ในสภาวะไม่พร้อมนั้นนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ผู้หญิงที่ตั้งท้องส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยรุ่นอายุระหว่าง 10-20 ปีต้นๆ ที่พบการตั้งท้องอายุน้อยสุด 13 ปี และจะเป็นวัยรุ่นที่อยู่ในวัยเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ส่วนสาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ ก็เป็นไปตามวัยที่อยากรู้อยากลอง แต่ไม่รู้วิธีการป้องกันที่ถูกต้อง บางคนก็ถูกล่วงละเมิด&#8221;</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/50087-attachment.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-2489" title="ภาพวัยรุ่นกอดกัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/50087-attachment.jpg" alt="" width="281" height="216" /></span></a><span style="color: #000000;">          พอตั้งครรภ์ด้วยความไม่พร้อม ก็มีปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ผู้ประสานงานมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง บอกว่าอันดับแรก ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือผลกระทบเรื่องการเรียน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8221;โดยเฉพาะนักเรียนระดับมัธยมจะมีปัญหามาก เพราะไม่สามารถดร็อปเรียนไปคลอดลูกแล้วกลับมาเรียนใหม่ได้เหมือนกับผู้หญิงที่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย วัยรุ่นที่เรียนมัธยมศึกษาส่วนใหญ่จึงไม่ได้เรียนต่อต้องออกไปเลี้ยงลูก มีเพียงส่วนน้อยที่พ่อแม่วัยรุ่นรับสภาพที่เกิดขึ้นได้ และพร้อมจะเรียนต่อ เครือข่ายจะแนะนำให้เรียนการศึกษานอกโรงเรียน หรือ กศน.&#8221; ไม่เพียงแค่เรื่องการศึกษา แต่ยังมีปัญหา&#8221;ครอบครัววัยเยาว์&#8221; ตามมาด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ด้วยพ่อแม่ที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ยังไม่มีวุฒิภาวะหรือความพร้อมในการที่จะอยู่กินกันแบบครอบครัว เช่น ผู้ชายเรียนอยู่ ม.3 ผู้หญิงเรียนอยู่ ม.2 พอมีเพศสัมพันธ์กันเกิดปัญหาตั้งท้องในภาวะที่ยังไม่พร้อมญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็จับแต่งงานให้ออกจากโรงเรียนมาอยู่กันแบบครอบครัวสุดท้ายครอบครัววัยเยาว์ก็อยู่กันไม่รอดเพราะวัยรุ่นยังไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก พอเลิกรากันไป ปู่ย่าตายายก็ต้องเป็นผู้เลี้ยงเด็กที่เกิดขึ้น หากครอบครัวไหนไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงเด็ก เด็กคนนั้นก็จะถูกทอดทิ้งกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป&#8221;ณัฐยาแจกแจงปัญหา  ดูเหมือนปัญหาจะยาวเป็นหางว่าว!และมาตรการแก้ไขปัญหาก็ทำได้แค่ &#8220;ล้อมคอก&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ณัฐยาบอกว่า แม้การป้องกันแก้ไขปัญหาจะทำได้ยาก แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เริ่มตั้งแต่ครอบครัวและโรงเรียน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;2 ส่วนนี้ถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ต้องสอนเรื่องเพศให้กับวัยรุ่นรู้ถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รู้จักวิธีการป้องกันที่ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกเพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป วัยรุ่นสามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วหากผู้ใหญ่ไม่สอนให้วัยรุ่นรู้จักการป้องกันตัวเองที่ถูกต้อง สุดท้ายก็จะจบลงด้วยการตั้งท้องที่ไม่พร้อม จากการทำงาน พบว่าวัยรุ่นชายบางคนแม้จะเรียนอยู่ระดับมัธยมปลาย แต่ยังไม่รู้เลยว่าการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องเป็นอย่างไร&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับผู้หญิงที่ประสบปัญหาแล้วต้องการความช่วยเหลือ ณัฐยาแนะนำว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถขอรับความช่วยเหลือจากเครือข่ายได้โดยตรง ส่วนหญิงสาวที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถไปขอรับบริการรวมทั้งคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งที่มีศูนย์พึ่งได้ เพื่อให้คำปรึกษาและส่งต่อผู้หญิงที่ตั้งท้องไปยังเครือข่ายต่างๆ ทั้ง58 แห่ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ยังไม่สายที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือร่วมใจกันนับหนึ่งในการลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหาท้องไม่พร้อมให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อเยาวชนในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/baby-belly/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กแว้น-สาวสก๊อยมะเร็งร้ายทำลายเยาวชน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/wap-of-children/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/wap-of-children/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 19:09:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บอดี้สแลม]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กแอส]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมการเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[กลางคืน]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงสั้นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงขาเดฟ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[รถมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[วันศุกร์]]></category>
		<category><![CDATA[สกรีนลาย]]></category>
		<category><![CDATA[สามแยกคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[สาวสก๊อย]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานบันเทิง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนน]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนวิภาวดี]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนแจ้งวัฒนะถนนบางนา-ตราด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ไอน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงแดนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เสาร์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อสีดำ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กแว้น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กแซป]]></category>
		<category><![CDATA[Remix]]></category>
		<category><![CDATA[Risk Taking Behavior]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2329</guid>
		<description><![CDATA[เวลาเด็กเสพความตื่นเต้นบ่อยๆ ก็จะติดเช่นเดียวกับการติดเกม หรือติดการพนันแนวทางช่วยเหลือคือ ต้องทำให้ทั้งสังคมและพ่อแม่ เข้าใจว่าเด็กเหล่านี้ต้องได้รับการช่วยเหลือ ส่วนการจับและดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยหยุดพฤติกรรมได้ดี แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
          ใครที่เคยสะดุ้งกับเสียงบิดมอเตอร์ไซค์ &#8220;แว้น&#8230;แว้น&#8221;ในยามค่ำคืน คงคุ้นกันดีกับภาพกลุ่มเด็กวัยรุ่นรวมตัวกันแข่งรถจนสร้างความระอาให้กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็คงไม่เป็นไร แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อมีพวกมาก ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ก็ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้อง โหย&#8230;ไม่ใจอย่างแรง ถ้าไม่รู้จักกับเด็กแว้นเด็กสก๊อยใน พ.ศ.นี้
          ในอดีตเขาเรียกกันว่า &#8220;เด็กแซป&#8221;ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแข่งมอเตอร์ไซค์ แต่จะเหมารวมถึงกลุ่มเด็กที่ชอบทำตัวให้โดดเด่นสะดุดสายตาชาวบ้านด้วยวิธีการผิดๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ อาทิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">เวลาเด็กเสพความตื่นเต้นบ่อยๆ ก็จะติดเช่นเดียวกับการติดเกม หรือติดการพนันแนวทางช่วยเหลือคือ ต้องทำให้ทั้งสังคมและพ่อแม่ เข้าใจว่าเด็กเหล่านี้ต้องได้รับการช่วยเหลือ ส่วนการจับและดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยหยุดพฤติกรรมได้ดี แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น<span id="more-2329"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          ใครที่เคยสะดุ้งกับเสียงบิดมอเตอร์ไซค์ &#8220;แว้น&#8230;แว้น&#8221;ในยามค่ำคืน คงคุ้นกันดีกับภาพกลุ่มเด็กวัยรุ่นรวมตัวกันแข่งรถจนสร้างความระอาให้กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็คงไม่เป็นไร แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อมีพวกมาก ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ก็ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้อง โหย&#8230;ไม่ใจอย่างแรง ถ้าไม่รู้จักกับเด็กแว้นเด็กสก๊อยใน พ.ศ.นี้<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/356780.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2331" title="ภาพแก๊งค์มอเตอร์ไซค์กำลังบิดมอเตอร์ไซค์เต็มถนน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/356780-300x188.jpg" alt="" width="300" height="188" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในอดีตเขาเรียกกันว่า &#8220;เด็กแซป&#8221;ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแข่งมอเตอร์ไซค์ แต่จะเหมารวมถึงกลุ่มเด็กที่ชอบทำตัวให้โดดเด่นสะดุดสายตาชาวบ้านด้วยวิธีการผิดๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ อาทิ ยกพวกชกต่อยกันในงานฟรีคอนเสิร์ต ใส่เสื้อผ้าสีสันบาดตา ไม่เรียนหนังสือมั่วสุมอยู่แถวโต๊ะสนุ๊ก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่ที่พวกเด็กแซปชื่นชอบลั้นลามากเป็นพิเศษคือการดัดแปลงรถมอเตอร์ไซค์ และรวมตัวกันเป็นแก๊ง จนกระทั่งในที่สุดก็จับพลัดจับผลูกลายมาเป็น &#8220;เด็กแว้น&#8221;เป็นเรื่องเป็นราวไม่ใช่น้อย เมื่อราชบัณฑิตยสถานได้จัดพิมพ์ &#8220;พจนานุกรมคำใหม่ เล่ม 1&#8243; หรือพจนานุกรมฉบับวัยรุ่น ซึ่ง ศ.กาญจนา นาคสกุล เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำ ได้บรรจุรวมถึงความหมายของคำว่าเด็กแว้นไว้ด้วย โดยให้ความหมายไว้ว่า &#8220;วัยรุ่นผู้ชายที่ชอบเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ให้มีเสียงดังแว้นๆ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนสาวสก๊อยนั้นก็ติดสอยห้อยตามมากับเด็กแว้นนั่นล่ะ ต้องนุ่งกางเกงสั้นๆ โบ๊ะหน้าขาวเผือด ใส่เสื้อยืดรัดติ้วหรือไม่ก็ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม เกาะอก โชว์เนื้อหนังมังสาอวดสายตาให้จ้องให้มองตามใจ ชอบใส่กางเกงขาสั้นเอวต่ำเพื่อโชว์ผิวม้าลายกับแก้มก้นกระด่างกระดำ ปากแดงแปร๊ดฉูดฉาด แล้วเกาะเอวเด็กแว้นตะลอนไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับเด็กแว้น ถ้าจะให้แนวจริงๆ ต้องใส่กางเกงขาเดฟฟิตมากๆ แบบรัดติ้วเป้าปลิ้นกันไปข้างหนึ่ง พร้อมเสื้อสีดำตัวเล็ก หรือเสื้อที่มีสกรีนลายชื่อนักร้องวงต่างๆ บางคนอาจจะพกพาความมั่นใจขึ้นมาอีกระดับหนึ่งด้วยการใส่กางเกงขาสั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทรงผมที่ฮิตเทรนด์เกาหลีคือมักไว้ทรงผมแบบ&#8221;ทรงปั๊ป โปเตโต้&#8221;ที่มีเอกลักษณ์คือปาดปอยผมจากด้านข้างเกือบจดหูพาดมาอีกข้างหนึ่งของใบหน้า และอาจมีปอยผมห้อยมาปิดลูกตา ส่วนใหญ่จะใส่รองเท้าแตะแบบนิ้วคีบตราช้างดาว เพราะราคาไม่แพง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แนวเพลงที่ชาวแว้นหรือแซปชอบมากเป็นพิเศษคือบอดี้สแลม บิ๊กแอส ไอน้ำ ไฮเปอร์ หรือเรโทรสเปก และเพลงแดนซ์ตามผับหรือสถานบันเทิงที่เป็นศิลปินต่างประเทศนำมา Remix จังหวะใหม่ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แว้นจะเปลี่ยนอารมณ์ไปตามกระแสวัยรุ่น โดยยุคหลังๆ จะมีการแต่งตัวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยบางกลุ่มจะได้แรงบันดาลใจจากเด็กแนวฮิปฮอป ซึ่งได้มาจากการไปเที่ยวตามสถานเริงรมย์ จากแต่ก่อนใส่เสื้อตัวเล็กก็เปลี่ยนมาเป็นเสื้อตัวใหญ่แบบฮิปฮอป</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2332" title="ภาพแก๊งค์มอเตอร์ไซค์จอดรถมอเตอร์ไซค์เรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          กางเกงจะเปลี่ยนเป็นกางเกงยีนส์ฟอกสีซีดตัวใหญ่รองเท้าแบบสวม ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อเทวิน ใส่ทอง มีกระเป๋าคาด และโกรกผมสีทอง ซึ่งรองเท้าเทวินนั้นในหลายๆ รายใส่รองเท้าที่ทำเลียนแบบยี่ห้อเทวิน ที่มียี่ห้อไต้หวัน หรือรองเท้าไนกี้ของปลอม เป็นต้น</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เจอเด็กที่เข้าแนวนี้ ถ้าไม่ยินดีจะสังคายนาด้วยก็รีบหลีก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่อยากไปเจอขบวนแว้นแล้วละก็ควรหลีกเลี่ยงบริเวณถนนรอบเมืองและรอยต่อปริมณฑลเพราะถือเป็นชัยภูมิที่เด็กๆ กลุ่มนี้มานัดพบกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ผลการสำรวจเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแก๊งเด็กแว้นหรือกลุ่มวัยรุ่นแข่งซิ่งบนถนนพบว่า ถนนที่มีการปิดถนนแข่งรถมากที่สุดอันดับ 1 คือ ถนนบางนา-ตราด และถนนประเสริฐมนูกิจ หรือถนนเกษตร-นวมินทร์ อันดับ 2 ถนนกาญจนาภิเษก และถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อันดับ 3 ถนนราชพฤกษ์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อันดับ 4 ถนนสุวินทวงศ์ อันดับ 5 ถนนวิภาวดีรังสิตอันดับ 6 ทางยกระดับจตุรทิศ พระราม 9-ศรีอยุธยาอันดับ 7 ถนนสุขสวัสดิ์ อันดับ 8 ถนนแจ้งวัฒนะ อันดับ9 ถนนศรีนครินทร์ และอันดับ 10 ถนนกำแพงเพชร 6 หรือโลคัลโรด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เด็กเหล่านี้เปลี่ยนไปตามกระแสสังคม สังคมยิ่งเสื่อมเด็กเหล่านี้ก็ยิ่งถูกลากไปในทางผิดๆ จากเดิมแค่ตั้งกลุ่มชอบความเร็ว สร้างความเดือดร้อนทางเสียงให้กับชาวบ้าน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปมาก กลายเป็นแก๊งอันธพาล ยิงกันยกพวกตีกัน แก๊งปาหินนี่ก็ใช่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หลังจากนั้นก็เริ่มมีเรื่องของการพนัน ยาเสพติดปัญหาทางเพศ อุบัติเหตุ ไปจนถึงการก่ออาชญากรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง บางแก๊งมีเป็นร้อยคน มีขาใหญ่คุม ตั้งแก๊งแข่งรถบนถนนสายใหญ่ ในกลุ่มมีสมาชิกตั้งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ และยังไม่ได้เรียนหนังสือก็มี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          บางกลุ่มใช้แรงจูงใจให้ถอยรถมอเตอร์ไซค์ได้เพียงใช้เงิน 199 บาท หรือไม่ต้องดาวน์เลยก็ได้ จากนั้นเด็กจะ ขอเงินพ่อแม่มาแต่งรถ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น เพื่อให้รถแรงแข่งชนะคนอื่น แข่งขันกันบนถนนหลวงเส้นยาวๆ ทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ ซึ่งบางกลุ่มยังใช้เป็นเครือข่ายส่งยาเสพติด หรือถูกหาประโยชน์จาก</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="color: #000000;">          หัวหน้ากลุ่ม แต่งรถเอามาแข่งกันยังไม่พอ บางทีเด็กสาวที่หลงมาเป็นสก๊อยก็ต้องมากลายเป็นสิ่งเดิมพัน ถ้าใครชนะได้เด็กสก๊อยไปนอน นี่คือเรื่องจริงในมุมมืดของเมืองหลวงที่เกิดขึ้นแล้ว</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/370014.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2333" title="ภาพแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ขับรถเต็มถนนทำให้การจราจรติดขัด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/370014-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          รถที่นำไปใช้ในการขับส่วนใหญ่จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์รุ่นมีโอ ฮอนด้าคลิก หรือนูโวออโตเมติก ซึ่งล้วนเป็นรถที่ไม่มีเกียร์ สามารถบิดคันเร่งได้แบบลืมตายกันไปเลย แค่ปาดเบาะให้บางนั้นเป็นเรื่องจิ๊บๆ ถ้าไม่ผ่านการโมดิฟายเครื่องให้แรงและเสียงดังทะลวงแก้วหูก็ไม่รับเข้ากลุ่ม ซึ่งแน่นอนค่าใช้จ่ายในการแต่งรถแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหมื่นบาท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ฉะนั้นเงินที่ใช้ในการแต่งรถบางคนก็จะได้มาจากการทำงานพิเศษหรือขอพ่อแม่ แต่สำหรับบางคนก็จะใช้วิธีเป็นสายส่งยาเสพติด กฎเหล็กที่ทุกคนคิดจะก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกต้องท่องจำให้ขึ้นใจ คือ ไม่ว่าจะเมามันขนาดไหน หากเจอตำรวจก็ให้บิดหนีแบบตัวใครตัวมัน เพราะถ้าจับได้จะต้องถูกยึดรถ และหากต้องการไถ่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          รถคืนมาจะต้องหาอุปกรณ์มาใส่ให้ครบ ก็อุตส่าห์เสียเงินไปแต่งเครื่องโมดิฟายตั้งเป็นหมื่นๆ กว่าจะได้สีถูกใจ เมื่อเป็นเช่นนี้เด็กแว้นจึงหนีตำรวจอย่างไม่คิดชีวิต จนหลายครั้งเกิดการเฉี่ยวชนคนบาดเจ็บและเสียชีวิตก็มาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หากจำกันได้ตำรวจเกือบร้อยตั้งด่านสกัดจับเด็กแว้นแก๊งซิ่งที่รวมตัวกันกว่า 200 คัน แข่งกันจนชาวบ้านย่านถนน  วิภาวดีไม่เป็นอันหลับอันนอน เพราะเล่นปิดถนนทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ยังไม่รวมอีกหลายจุดทั่วเมืองหลวง ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นสามแยกคลองเตย ถนนวิภาวดี ช่วงแยกสุทธิสาร ถนนแจ้งวัฒนะถนนบางนา-ตราด และถนนจันทน์ปากซอยจันทน์ 39 รู้เส้นทางอย่างนี้แล้ว เราจะหลีกเลี่ยงหรือสะกิดตำรวจให้ไปกวดขันกวาดล้างจับกุมให้สิ้นซากดีหนอ!!!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">    <span style="text-decoration: underline;">      <strong>ครอบครัวคือรั้วป้องภัย</strong></span><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและครอบครัวมีข้อคิดว่า พฤติกรรมการชอบขับรถซิ่งถือเป็นพฤติกรรมการเสพติดชนิดหนึ่ง (Risk Taking Behavior)เวลาเด็กเสพความตื่นเต้นบ่อยๆ ก็จะติด เช่นเดียวกับการติดเกมหรือติดการพนัน แนวทางช่วยเหลือคือ ต้องทำให้ทั้งสังคมและพ่อแม่เข้าใจว่าเด็กเหล่านี้ต้องได้รับการช่วยเหลือ ส่วนการจับและดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยหยุดพฤติกรรมได้ดี แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง คือ ดูแลให้พวกเขาหยุดพฤติกรรมเสพติดนี้ให้ได้ ซึ่งพ่อแม่มีส่วนสำคัญที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า หลักของพฤติกรรมการเสพติด คือ การที่สมองส่วนที่อยากเข้าควบคุมสมองส่วนที่คิด วิธีการช่วยเหลือในกรณีนี้ก็คือ การทำให้สมองส่วนคิดกลับมาควบคุมสมองส่วนอยาก โดยผู้ปกครองอาจเข้าไปช่วยวางแผนการใช้เวลาให้ดีขึ้นเช่น หากิจกรรมสร้างสรรค์อย่างอื่นให้ทำ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กล่าวว่า วัยรุ่นที่เสพติดความสนุกสนานในลักษณะชอบความป่วน อันเนื่องมาจากปัญหาพัฒนาการโดยตรง เช่น ล้มเหลวเรื่องการเรียน ความล้มเหลวนี้ทำให้พวกเขาไปแสวงหาความสนใจหรือการได้รับการยอมรับนอกห้องเรียน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/wap-of-children/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แม่ค้าขายผักใจบุญ ติดอันดับ ผู้ทรงอิทธิพลไทม์ส</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/female-vegetable/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/female-vegetable/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 05:29:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า]]></category>
		<category><![CDATA[สดุดี]]></category>
		<category><![CDATA[อั้ง ลี่]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ใจบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงอิทธิพล]]></category>
		<category><![CDATA[ขายผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[นางเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสารไทม์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ค้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอื้ออาทร]]></category>
		<category><![CDATA[เขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2285</guid>
		<description><![CDATA[แม่ค้าขายผักในไต้หวัน ผู้ใจบุญ ออกอาการเหวอ! หลังมีชื่อติดโผ 100 อันดับ ผู้ทรงอิทธิพลโลก ของนิตยสารไทม์ส เผย ไม่รู้จักนิตยสารดังกล่าว แต่ก็ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับเรื่องราวของเธอ&#8230;

        สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 30 เม.ย.ว่า นางเฉิน ซู-ฉู แม่ค้าขายผักชาวไต้หวัน ผู้ชอบทำบุญบริจาคทาน วัย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">แม่ค้าขายผักในไต้หวัน ผู้ใจบุญ ออกอาการเหวอ! หลังมีชื่อติดโผ 100 อันดับ ผู้ทรงอิทธิพลโลก ของนิตยสารไทม์ส เผย ไม่รู้จักนิตยสารดังกล่าว แต่ก็ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับเรื่องราวของเธอ&#8230;</span></h3>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/80166.jpg"></a><span style="color: #000000;"><span id="more-2285"></span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/801661.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2287" title="ภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนนางเฉิน ซู-ฉู" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/801661.jpg" alt="" width="630" height="378" /></span></a><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 30 เม.ย.ว่า นางเฉิน ซู-ฉู แม่ค้าขายผักชาวไต้หวัน ผู้ชอบทำบุญบริจาคทาน วัย 59 ปี เปิดเผยว่า เธอรู้สึกขวยเขิน หลังปรากฏ มีชื่อติดอันดับ 100 ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลก จากการ จัดอันดับประจำปีนี้ของนิตยสารไทม์สของสหรัฐฯ</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        นางเฉิน มีชื่อติดโผดังกล่าว จากความที่เป็นคนใจบุญ โดยได้บริจาคช่วยเหลือให้โรงเรียน และ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ตลอด 17 ปี ที่ผ่านมา แม้เป็นเพียงแม่ค้าขายผักที่ตลาดในเมืองไท้ถุง ภาคใต้ของไต้หวัน โดย นางเฉิน ผู้ซึ่งต้องเริ่มยึดอาชีพขายผัก เพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพช่วยเหลือครอบครัวของเธอ ตั้งแต่อายุ 13 ปี เผยด้วยว่า เธอไม่รู้จักหรอก นิตยสารไทม์ส อะไรที่ว่่านี้ แต่ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจเรื่องราวของเธอ </span></p>
<p><span style="color: #000000;">       ขณะที่ อั้ง ลี่ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของไต้หวัน เขียนสดุดีนางเฉิน ส่งให้ทางนิตยสารไทม์ส ระบุว่า การที่เธอประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องไม่ได้เกินเลยจากความเป็นจริงเลย แต่เป็นเรื่องง่ายที่เข้าใจกันได้เลย นั่นคือ ความที่เธอเป็นคนมีจิตใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่นนั่นเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Female-vegetable.jpg"></a></p>
<h4><span style="color: #000000;">แหล่งข้อมูลจาก      ไทยรัฐออนไลน์โดย 1 พฤษภาคม 2553</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/female-vegetable/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนไทยเครียดเพิ่ม37% หลังเหตุปะทะ10 เมษายน 53</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 May 2010 16:17:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สวดมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลาะวิวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2255</guid>
		<description><![CDATA[กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว 
     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว </span></span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Strain.jpg"></a><span style="color: #000000;"><span id="more-2255"></span></span></strong></span><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 ภาค ภาคละ 200 คน และในกรุงเทพฯ อีก 200 คน เริ่มสำรวจก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 1 ครั้ง และหลังจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. อีก 3 ครั้ง โดยจากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า ภาพรวมทั้งประเทศ มีอารมณ์ร่วมทางการเมืองอยู่ในขั้นรุนแรงร้อยละ 25-30 แต่ที่น่าห่วงมากที่สุด คือ ผลสำรวจเฉพาะประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะมีระดับอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงสูงกว่าทุกภาค และสูงมากที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา คือ สูงถึงร้อยละ 37 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก นับเป็นภาวะวิกฤติของสุขภาพจิตประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะการที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงจะส่งผลต่อระดับความเครียด จิตใจว้าวุ่น นอนไม่หลับ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น เช่น เกิดการโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท และเมื่อพบกับผู้ที่มีความเห็นต่างกัน มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงสูง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2261" title="ภาพผู้ชายใช้มือกุมขมับนั่งเครียดที่โต๊ะทำงาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg" alt="" width="173" height="193" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ กล่าวต่อไปว่า หากพบว่า มีอาการกังวลต่อปัญหาบ้านเมือง ต้องคอยติดตามข่าวสารตลอด ชอบชวนคุยเรื่องการเมือง แสดงว่า มีอารมณ์ทางการเมืองเข้าขั้นรุนแรง 1.ควรบริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่ควรติดตามข่าวสารติดต่อกันเป็นเวลานาน 2.ลดการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ นำเสนอข่าวด้านเดียว 3.หาวิธีการลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ ทำสมาธิ เป็นต้น ในส่วนครอบครัวและชุมชนก็เป็นอีกส่วนที่จะช่วยลดอารมณ์ผู้ที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงด้วยการรับฟัง ชื่นชม ห่วงใย และให้คำแนะนำ ขณะที่เครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ต ควรลดความรุนแรงใน<br />
การแสดงอารมณ์ และความคิดเห็นลงด้วย</span></p>
<div><span style="color: #000000;">สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิก)</span></div>
<div><a href="http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10"><span style="color: #000000;">http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10</span></a></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/rad.jpg"></a></span></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.มติชน 30   เมษายน   2553</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

