<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ความรัก</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>จุดประกายคิดบวกกับผู้หญิงคิดบวกแห่งปี54 “ พรวรินทร์  นุตราวงค์ พยาบาลผู้อารีกับอ้อมกอดที่ยิ่งใหญ่ ”</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/think-positive-women/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/think-positive-women/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jul 2011 08:23:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[S.STYLE]]></category>
		<category><![CDATA[พยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พรวรินทร์ นุตราวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์พันธ์ พวงพิลา]]></category>
		<category><![CDATA[กอด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ิbsc cosmetology]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงคิดบวก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปาฏิหาริย์]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เเอ้]]></category>
		<category><![CDATA[Think positive]]></category>
		<category><![CDATA[women]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4368</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันนี้สังคมเต็มไปด้วยความวุ่นวายสารพัดไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือการเมือง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้จิตใจผู้คนหดหู่ ไม่มีความสุขและท้อถอย

เรื่อง : วิรงรอง พรมมี
ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา




 ถือเป็นโอกาสดีที่เครื่องสำอางค์ BSC Cosmetology รณรงค์ให้ผู้หญิงคิดบวกยิ่งสวยขึ้น ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่4แล้ว โดยเป็นการจุดประกายความคิดบวกในสังคม เพื่อสังคมไทยจะได้มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล “Think Positive [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #ff6600;">ทุกวันนี้สังคมเต็มไปด้วยความวุ่นวายสารพัดไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือการเมือง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้จิตใจผู้คนหดหู่ ไม่มีความสุขและท้อถอย</span></h4>
<h4><span id="more-4368"></span></h4>
<p><span style="color: #993300;"><em><span style="color: #008080;">เรื่อง : วิรงรอง พรมมี</span></em></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><em><span style="color: #008080;">ภาพ : พงษ์พันธ์ พวงพิลา</span></em></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSC_9137_13.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4406" title="ภาพผู้ที่ได้รับรางวัลผู้หญิงคิดบวกประจำปี 2554" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/DSC_9137_13-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #993300;"> </span><span style="color: #993300;">ถือเป็นโอกาสดีที่เครื่องสำอางค์ BSC Cosmetology รณรงค์ให้ผู้หญิงคิดบวกยิ่งสวยขึ้น ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่4แล้ว โดยเป็นการจุดประกายความคิดบวกในสังคม เพื่อสังคมไทยจะได้มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล “Think Positive Women Awards 2011” รางวัลอันทรงเกียรติที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ผู้หญิงคิดบวกทุกท่านได้จุดประกายความคิดบวกในสังคมต่อไป ซึ่งปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลทั้งหมด9 คน ได้แก่ อ.เรียม สิงห์ทร (โรงเรียนบ้านขอบด้ง จ.เชียงใหม่),ดร.เกล้าสรวง สุพงษ์ธร (กรรมการผู้จัดการคีรีมนตรา รีสอร์ท หัวหิน),คุณชัญญา เศรษฐบุตร (อาสาสมัครนักธรรมชาติบำบัด),คุณนิรมล เมธีสุวกุล (ผู้บริหาร บริษัทป่าใหญ่ ครีเอชั่น จำกัด),คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง (ผู้ประกาศข่าว “เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง3”),คุณภัทราพร สังข์พวงทอง (โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการ “กบนอกกะลา”),คุณภัทริกา จุลโมกข์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก),คุณคะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ (ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์)     และคุณพรวรินทร์  นุตราวงค์ (พยาบาลคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร) ซึ่งได้แจ้งเกิดในเวทีนี้เลยทีเดียว พี่แอ้ หรือคุณพรวรินทร์ นุตราวงค์เป็นพยาบาลแต่ไม่ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยตามหน้าที่เท่านั้น แต่ทำด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาตลอดเวลากว่า 30 ปีของการเป็นพยาบาลวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติมเต็มความฝันให้แก่ผู้ป่วยระยะสุดท้าย รวมทั้งดูแลจิตใจของครอบครัวผู้ป่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างมีสติ ปัจจุบันเธอยังคงมุ่งมั่นทำงานนี้ด้วยหัวใจเล็กๆที่เปี่ยมไปด้วยพลังในการมอบความปรารถนาดีให้แก่ผู้คนทั่วไป ดิฉันเล็งเห็นมุมมองดีๆในการดำเนินชีวิตของท่านจึงเก็บข้อคิดมาฝากค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4387" title="ภาพคุณพรวรินทร์ นุตราวงค์ หรือพี่เเอ้  พยาบาลคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/IMG_25281-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> คุณพรวรินทร์  นุตราวงค์ หรือพี่แอ้ พยาบาลคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร กล่าวกับดิฉันว่าอุดมการณ์ในการทำงานของพี่แอ้คือ “Here&amp;Now”หมายถึงที่นี่และเวลานี้ จะไม่ไปมองถึงว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ ณ เวลานี้ถ้าเขาทุกข์อยู่ตอนนี้ต้องช่วยเวลานี้ ไม่ใช่ว่าทุกข์ตอนนี้แล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะมา ไม่ใช่ มันต้องเวลานี้เท่านั้น เวลารู้สึกไม่สบายใจบางครั้งจะต้องมองคนที่เขาแย่กว่าเราเยอะๆ อย่างน้อยถ้าพี่เจอคนไข้ที่เป็นมะเร็ง พี่ก็จะบอกว่า คุณโชคดีมากนะที่เป็นมะเร็งดีกว่าเป็นเอดส์ โรคเอดส์คนรังเกียจด้วยนะแต่มะเร็งคนยังสงสาร แต่ถ้าเจอคนโรคเป็นเอดส์ พี่ก็จะบอกว่า คุณโชคดีมากเลยที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ อุบัติเหตุนี่ไปเลยนะไม่อยู่ถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นต้องมองคนที่แย่กว่าเรา และพี่ก็บอกคนป่วยของพี่ทุกคนว่าคุณโชคดีแล้วนะ บางคนป่วยไม่สามารถเดินได้ ไม่สามารถลงไปไหนได้ แต่คุณยังไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณยังมัวทดท้อ ท้อถอยอยู่ หมดแรงอยู่ คุณก็จะหมดเลย ชีวิตคุณก็ไม่เหลืออะไร เพราะฉะนั้นลุกขึ้นสู้ให้ได้ ลุกขึ้นทันที การกอดที่พี่ทำไม่ใช่การรักษาโรคแต่เป็นการให้กำลังใจ เป็นพลัง คนเราถ้าเกิดใจล้มกายก็ล้มด้วย เพราะฉะนั้นใจต้องไม่ล้ม การกอดเป็นพลัง ใจสู่ใจ  เป็นสัมผัสที่ถ้าใครไม่ทำจะไม่รู้เลยว่าคำว่าใจสู่ใจคืออะไร เพราะฉะนั้นให้ลองกอดดู เริ่มจากกอดคนใกล้ตัว เช่น กอดลูกถ้าแม่ป่วย แล้วถามลูกว่าเป็นยังไง เขาบอก อ๋อ! ดีครับ งั้นก็ไปกอดแม่สิ ฉะนั้นจะต้องทดลองกอด เพราะการกอดไม่ใช่เรื่องของคนไทยแต่การกอดนั้นต้องฝึกสำหรับคนไทย ในช่วงที่ทุกข์ที่สุดพี่ก็ทุกข์มากนะ อย่างเช่นตอนสามีป่วยพี่ก็ทุกข์สุดๆ ร้องไห้2 เดือนเต็มๆ ร้องไม่มีหยุดเลย มองหน้าลูกก็เห็นความตายแค่เอื้อม เห็นหน้าสามีก็เห็นว่าอีกหน่อยเขาก็ตายแล้ว คือพี่คิดอย่างนั้นจริงๆ แต่พอเราฮึดขึ้นสู้ ฮึดขึ้นสู้ ใจเราสู้ปุ๊บมันจะเป็นพลังเลยนะ เป็นไงเป็นกัน สู้โว้ยๆทุกวัน จากนั้นมาก็เลยใช้ตรงนี้กับคนไข้เลย หากถามว่าได้อะไรจากการให้ผู้อื่น พี่ก็คงบอกว่า แค่เห็นรอยยิ้มของเขา ยิ่งทำให้เรารู้ว่าเขาเริ่มสู้ได้แล้วนะ นั่นคือความสุขที่สุด จะบอกเขาว่าคุณสู้ได้อย่างนี้พี่ก็ดีใจ แล้วเราไปช่วยคนต่อไปนะ เราจะเอาพลังที่คุณมีอยู่ตอนนี้ไปช่วยคนต่อไปด้วยกัน เคล็ดลับความสุขในทุกวันของพี่คือ เมื่อเห็นคนที่ทุกข์มีรอยยิ้มนั่นคือความสุข คนที่นอนป่วยมะเร็ง คนที่ร้องไห้อยู่ เราไปบอกเขาว่าไม่ต้องกลัวนะ แอ้อยู่ด้วยนะ ไม่ต้องกลัว เราสู้ด้วยกัน ด้วยกันนะ ถ้าเป็นยังไง ก็เป็นไงเป็นกัน เราสู้ด้วยกันนะ เมื่อสังเกตจากสายตาเขา จะเห็นว่ามีแววขึ้นมาทันที นี่คือผลที่พี่ได้รับ การทำเพื่อคนอื่นส่งผลให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าเดิม ยิ่งให้ยิ่งได้ เหมือนพี่เก็บเงินใต้ฐานพระนี่นะคะ พี่อาจจะเก็บแค่ครั้งละพัน สองพัน แต่เงินใต้ฐานพระไม่เคยหมด ยิ่งเอาออกมาใช้ ก็ยิ่งมีใส่เข้าไปตลอดเวลา สุดท้ายกำลังใจที่จะฝากถึงคนที่กำลังสิ้นหวังท้อแท้คือจะบอกว่า ถ้าคุณหมดกำลังใจ ให้เวลาหมดกำลังใจสักวันสองวันพอนะ อย่าหมดตลอดชีวิต หมดแล้วต้องลุกให้ได้ สู้ให้ได้ รวบรวมกำลังใจให้ได้ คนอื่นที่บอกว่าให้กำลังใจๆ นั่นตัวคนอื่น แต่ตัวเราต้องรวบรวมกำลังใจให้ได้ด้วยตัวเราเอง ฮึดขึ้นมาให้ได้ แล้วจะรู้ว่ามันผ่านได้สบาย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/1004221.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4415" title="ภาพหนังสือหัวใจเล็กๆกับปาฎิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/07/1004221-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a>สิ่งพิเศษที่พี่แอ้นำมาฝากบรรดาคนคิดบวกในวันนี้คือพ็อกเก็ตบุ๊คที่มีชื่อว่า “หัวใจเล็กๆกับ    ปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งพี่แอ้เป็นผู้เขียนเองและสำนักพิมพ์บันลือเป็นผู้จัดพิมพ์ โดยหนังสือเล่มนี้จะ  บอกเล่าเรื่องราวการทำงานของพี่แอ้ ความปิติที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น รวมถึงแง่คิดดีๆที่อยากเล่าสู่กัน  ฟังนอกจากนั้นหนังสือเล่มนี้ยังได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายอีกด้วย หากผู้ใดมี  ความประสงค์จะสมทบทุนก็บริจาคได้ที่ มูลนิธิวชิรพยาบาลเพื่อกองทุนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับ  ประคองและผู้ป่วยระยะสุดท้าย โทร.     0-2244-3780 หรือหากสนใจจะเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยดูแล  ให้กำลังใจผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ติดต่อโทร.0-2244-3084 พลังเล็กๆในตัวทุกคนจะหล่อหลอม  เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้เขาเหล่านั้นนะคะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/think-positive-women/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/hyperbaric-chamber/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/hyperbaric-chamber/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2011 09:39:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการนาวิกโยธิน]]></category>
		<category><![CDATA[กองพันลาดตระเวน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือโครงการอาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติค]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึก]]></category>
		<category><![CDATA[ม้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษา]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สัตหีบ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[ออกซิเจนความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชา]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[นาวาโทเริงราช อุทธิเสน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เชมเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอาใจใส่]]></category>
		<category><![CDATA[Hyperbaric Chamber]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4277</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อาชา&#8221; หรือ ม้า เป็นสัตว์ที่มีอากัปกิริยาท่วงท่าการเคลื่อนไหวสง่างาม สามารถฝึกให้เชื่องได้ การนำม้ามาใช้บำบัดเด็กพิเศษ กลุ่มที่มีความผิดปกติด้านระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ และกลุ่มเด็กออทิสติก ที่มีปัญหาด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย และการควบคุมอารมณ์ จึงค่อนข้างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นโครงการที่เกิดขึ้นภายในกองพันลาดตระเวน กองบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ อีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือเพื่อสังคม
เรื่อง/ภาพ : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #008080;"><span style="color: #003366;">&#8220;อาชา&#8221; หรือ ม้า เป็นสัตว์ที่มีอากัปกิริยาท่วงท่าการเคลื่อนไหวสง่างาม สามารถฝึกให้เชื่องได้ การนำม้ามาใช้บำบัดเด็กพิเศษ กลุ่มที่มีความผิดปกติด้านระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ และกลุ่มเด็กออทิสติก ที่มีปัญหาด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย และการควบคุมอารมณ์ จึงค่อนข้างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นโครงการที่เกิดขึ้นภายในกองพันลาดตระเวน กองบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ อีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือเพื่อสังคม</span><span id="more-4277"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000080;">เรื่อง/ภาพ : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง </span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/hyperbaric-chamber1.jpg"><span style="color: #000080;"> </span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/hyperbaric-chamber.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000080;">          ดิฉันเดินทางโดยรถบัสของกองทัพเรือ ถึงกองพันลาดตระเวน กองบัญชาการนาวิกโยธิน ที่ตั้งอยู่ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ  ช่วงสายๆของวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2554 โดยความกรุณาของ พล.ร.ท.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธการ ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นสำหรับคณะสื่อมวลชน ที่ได้ติดตามท่าน พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ ไปทำข่าวหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่ดูไบ และบาห์เรน มาเมื่อปลายปีที่แล้ว ครั้นจะนัดเจอกัน สังสรรค์กันอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์  ท่านเลยจัดโปรแกรมให้เราไปเยี่ยมชมโครงการดีๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือ (ที่แน่ๆ คือท่านก็อยากให้พวกเราทำข่าวมาเผยแพร่ด้วยน่ะแหละ&#8230;ฮา!!!)</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1735.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4280" title="ภาพ เด็กๆกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าตัวย่อมๆสนามหญ้าผืนใหญ่ของกองพันลาดตระเวน ถูกล้อมรั้วไม้กั้นไว้โดยมีทหารเดินจูงม้าและประกบเด็กๆ อยู่ทั้งซ้ายและขวาอย่างใกล้ชิด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1735-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000080;">                สนามหญ้าผืนใหญ่ของกองพันลาดตระเวน ถูกล้อมรั้วไม้กั้นบริเวณหนึ่งเอาไว้  มองเห็นเด็กๆกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าตัวย่อมๆ อยู่ในบริเวณนั้น โดยมีทหารเดินจูงม้าและประกบเด็กๆ อยู่ทั้งซ้ายและขวาอย่างใกล้ชิด มองไกลๆ แยกไม่ออกหรอกค่ะ ว่าเด็กเหล่านั้นเป็นเด็กพิเศษ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">                 เราได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนาวาโทเริงราช  อุทธิเสน  ผู้บังคับกองพันลาดตระเวน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นายทหารหนุ่มมาดเข้มเล่าที่มาของโครงการอาชาบำบัดให้ฟังว่า เกิดจากแรงบันดาลใจส่วนตัวของเขากับภรรยา นาวาตรีหญิง สุชญา อุทธิเสน ซึ่งเป็นพยาบาล ทั้งคู่มีลูกสาววัย 9 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติก  และก็ประสาคนเป็นพ่อเป็นแม่  ก็พยายามขวนขวายหาวิธีการบำบัดรักษาลูกมาหลายปี  รวมทั้งเข้ารับการบำบัดด้วยเครื่อง Hyperbaric Chamber  ของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สัตหีบ จ.ชลบุรี  (กองทัพเรือจะใช้ห้องปรับความดัน Hyperbaric Chamber สำหรับรักษาทหารเรือ และนักดำน้ำที่เจ็บป่วยจากการเกิดฟองอากาศในร่างกาย มาตั้งแต่ปี 2524 ต่อมาจึงศึกษาประสิทธิภาพของการใช้เครื่องนี้บำบัดเด็กพิเศษ จนกระทั่งเกิดเป็น&#8221;โครงการบำบัดเด็กออทิสติกด้วยออกซิเจนความดันสูง&#8221;ขึ้น) พวกเขาทราบว่าการนำม้ามาช่วยเสริมการบำบัดเด็กพิเศษเกิดขึ้นแล้วหลายแห่งในประเทศไทย ยกเว้นทางภาคตะวันออก  จึงรวบรวมข้อมูลและเสนอโครงการขึ้นภายในหน่วยงาน เริ่มจากในนามชมรมภริยานาวิกโยธิน และได้รับความกรุณาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เห็นความสำคัญ จนกระทั่งโครงการเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และสมาคมภริยาทหารเรือ ก็ร่วมส่งเสริมอย่างเต็มที่   เนื่องจากเป็นโครงการที่สอดคล้องกับโครงการบำบัดเด็กออทิสติกด้วยออกซิเจนความดันสูงนั่นเอง   <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1749.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4282" title="ภาพนาวาโทเริงราช  อุทธิเสน  ผู้บังคับกองพันลาดตระเวน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กับภรรยา นาวาตรีหญิง สุชญา อุทธิเสน ซึ่งเป็นพยาบาล และมีลูกสาววัย 9 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติก นั่งอยู่บนหลังม้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1749-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1754.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #000080;">           ปัจจุบันมีผู้ปกครองพาเด็กๆ มาฝึกขี่ม้าแทบทุกวันประมาณ 18 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบไปจนถึง 10 กว่าปี ซึ่งเป็นเด็กที่รักษาอยู่ในโครงการเชมเบอร์ของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สัตหีบ  พวกเขาจะใช้เวลาวันละประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง มาขี่ม้า ซึ่งในความคิดของเด็กๆ คือการได้มาหาเพื่อน ได้มาเล่นกับเพื่อน  ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและรอยยิ้ม</span></p>
<p><span style="color: #000080;">         กองพันลาดตระเวนมีม้าอยู่ 3 ตัว ซึ่งต่างก็เป็นขวัญใจเด็กๆ ชื่อเจ้าการ์ตูน คาราบาว และปาน (2 ตัวหลังนี้น่าจะตั้งชื่อตามหนุ่มบาว-สาวปาน เป็นแน่)  พวกมันเป็นม้าลูกผสม [pony] ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ตัวไม่ใหญ่มากจึงเหมาะสำหรับเด็กๆ โดยทั้งม้า และทหารที่เข้ามาร่วมเป็นครูฝึกในโครงการทั้งหมด 10 นาย ต้องผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มข้น โดยไปเข้ารับการอบรมถึงกรมการสัตว์ทหารบก จ.นครปฐม ที่ริเริ่มโครงการอาชาบำบัดขึ้นมาก่อน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ขั้นตอนอาชาบำบัด จะเริ่มตั้งแต่การแนะนำอันตรายที่เกิดจากม้า  การสร้างความคุ้นเคยกับม้า เด็กบางคนแค่สัมผัสโดนขนม้าก็ตื่นเต้นตกใจกล้วแล้ว  จึงต้องผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ก่อนจะถึงขั้นต่อไปคือ   ฝึกการคุ้นเคยในการจับจูงม้าและบังคับม้า   ก่อนที่จะได้ขึ้นนั่งบนหลังม้า ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่เด็กพิเศษจะต้องเอาชนะความตื่นเต้นให้ได้ เมื่อนั่งบนหลังม้าได้พัฒนาการอื่นๆ ก็จะตามมาให้เห็น  พวกเขาจะได้ฝึกบริหารร่างกายบนหลังม้า ฝึกออกคำสั่ง ท่านั่งม้าที่ถูกต้องเมื่อเวลาม้าวิ่ง  การเล่นเกมบนหลังม้า  และที่น่ารักมากๆ เลยก็คือการฝึกแสดงความรักด้วยการลูบตัวและโน้มตัวลงกอดม้า  โดยที่ขั้นตอนทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของครูฝึกอย่างใกล้ชิด ครูจะเดินประกบเด็กอยู่ทั้งข้างซ้ายและขวา เมื่อม้าตื่นหรือเสียจังหวะควบคุมนิดเดียว ดิฉันเห็นครูคว้าตัวหนูน้อยคนหนึ่งไปอุ้มเลยค่ะ  แต่นาวาโทเริงราชบอกกับพวกเราว่า ปกติครูฝึกจะคอยสังเกตว่าม้าตัวไหนหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ม้าตัวนั้นจะต้องถูกนำตัวออกไปสงบสติอารมณ์ไกลๆ  จะใช้ม้าที่อารมณ์ดีไม่มีปัญหาเท่านั้นมาให้เด็กๆขี่ จึงฝากบอกถึงผู้ปกครองว่ารับรองความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในการฝึกค่ะ </span></p>
<p><span style="color: #000080;">           เนื่องจากเห็นว่าโครงการนี้ไม่เก็บค่าใช้จ่ายอะไรจากผู้ปกครองที่มาฝึกเลย นักข่าวก็พากันถามถึงงบประมาณต่างๆ ก็ได้รับการชี้แจงให้กระจ่างว่า ค่าอาหารม้าเดือนละ 3-4 พันบาท ก็จัดสรรมาจากเงินสวัสดิการหรือการออกร้านทำ กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยนั่นเอง นอกจากนั้นก็ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่บ้าง ส่วนจะขยายโครงการ ด้วยการจัดหาม้ามาเพิ่มเพื่อให้รองรับเด็กได้มากขึ้นอย่างไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องในอนาคต  ดิฉันก็คิดว่า หากภาคเอกชนที่ไหนมีกำลังทรัพย์จะสนับสนุนงบประมาณหรือซื้อม้ามาบริจาคให้ ก็น่าจะทำให้กองพันลาดตระเวนแห่งนี้สามารถช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองของเด็กพิเศษที่อยู่ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกมากเลยค่ะ  </span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1737.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4283" title="ภาพ ครูฝึกกำลังพาเด็กผู้ชายขี่ม้าโดยมีครูฝึกประกบข้างลำตัวม้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของลำตัวม้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/IMG_1737-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>           การบำบัดด้วยม้า ไม่ได้ทำให้หายจากการเป็นออทิสติก แต่เป็นการช่วยปรับสภาพร่างกายที่ผิดปกติให้สมดุล ลดความก้าวร้าว และมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจดีขึ้น เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีขึ้น  เนื่องจากเด็กออทิสติกนั้นปกติแล้วจะเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ค่อนข้างช้า เพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุมสภาวะทางอารมณ์  และมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ ยิ่งถ้าผู้ปกครองไม่เข้าใจ ไม่อดทนพอ ก็จะยิ่งทำให้โอกาสที่เด็กเหล่านี้จะมีพัฒนาการดีขึ้นเป็นเรื่องไกลเกินฝัน  นาวาโทเริงราช ฝากแนะนำผู้ปกครองของเด็กออทิสติกว่า ต้องอดทนและให้ความรักความเข้าใจลูกมากๆ และหากต้องการฝึกให้ลูกมีวินัย ชายชาติทหารอย่างเขาบอกว่า &#8220;ต้องใช้ความรัก ความนุ่มนวล อย่าใช้ความรุนแรง&#8221;ค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">           โครงการอาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติกนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความสุขให้แก่ครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นเด็กออทิสติกเท่านั้น  แต่บรรดาทหารนาวิกโยธินที่เป็นครูฝึกในโครงการนี้ยังเกิดความภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคมไม่แพ้การทำหน้าที่ออกไปรบอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;">ติดต่อ โครงการอาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติค</span></p>
<p><span style="color: #000080;">กองพันลาดตระเวน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">โทร. 08 6028 8141</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;">(ชมคลิปวิดีโอ)</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span><br />
<iframe title="YouTube video player" width="480" height="390" src="http://www.youtube.com/embed/TtQG43jYywo" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/hyperbaric-chamber/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลี้ยงกระต่ายแบบไม่ตามกระแส</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2011 08:48:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[กระต่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[นำโชค]]></category>
		<category><![CDATA[แล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[Rabbit Foot)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4069</guid>
		<description><![CDATA[แม้กระแสการให้&#8217;กระต่าย&#8217; เป็นของขวัญปีใหม่ ตามอย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจยังคิดหาโอกาสเลี้ยงกระต่ายอยู่ ตามความเชื่อที่ว่า ใครเลี้ยงกระต่ายแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก รวมทั้งให้โชคลาภ ร่ำรวย ในปีเถาะ …ทำอย่างไร ความเชื่อกับความรู้จึงจะมาบรรจบกันอย่างลงตัว เพื่อให้กระต่ายไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสแฟชั่น เมื่อเบื่อแล้วก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี  
เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์         
      “กระต่าย” สัตว์น้อยแสนน่ารักที่กำลังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่กลุ่มวัยรุ่น นิสิตนักศึกษา ใช้เป็นของขวัญที่มีชีวิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003300;">แม้กระแสการให้&#8217;กระต่าย&#8217; เป็นของขวัญปีใหม่ ตามอย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจยังคิดหาโอกาสเลี้ยงกระต่ายอยู่ ตามความเชื่อที่ว่า ใครเลี้ยงกระต่ายแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก รวมทั้งให้โชคลาภ ร่ำรวย ในปีเถาะ …ทำอย่างไร ความเชื่อกับความรู้จึงจะมาบรรจบกันอย่างลงตัว เพื่อให้กระต่ายไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสแฟชั่น เมื่อเบื่อแล้วก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี </span><span id="more-4069"></span> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/images.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-4071" title="ภาพ กระต่ายสีขาวหลายตัวอยู่ด้วยกัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/images.jpg" alt="" width="266" height="140" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/RB.jpg"></a></h3>
<p>เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์         </p>
<p>     <span style="color: #003300;"> “กระต่าย” สัตว์น้อยแสนน่ารักที่กำลังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่กลุ่มวัยรุ่น นิสิตนักศึกษา ใช้เป็นของขวัญที่มีชีวิต เพื่อมอบให้แก่กันในเทศกาลปีใหม่ ปีพุทธศักราช 2554 ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ หรือปีกระต่าย ตามปีนักษัตรของไทย ที่ทำให้ยอดขายกระต่ายพุ่งเป็นเท่าตัวนั้น ถือเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ และเป็นความสุขใจของผู้ให้และผู้รับ  แต่ในอีกมิติหนึ่งเมื่อถึงมือผู้รับแล้ว เจ้า&#8221;กระต่าย&#8221;ก็ต้องการความรับผิดชอบต่อชีวิตของสัตว์น้อยแสนน่ารักนี้เฉกเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          การที่เราคิดจะเลือกเลี้ยงสัตว์สักตัวหนึ่ง สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดก็ย่อมมีสิ่งที่จะต้องพิจารณาแตกต่างกันไป โดยเราจะต้องคิดถึงข้อดี ข้อด้อย ข้อจำกัดต่างๆ นอกเหนือจากเรื่องของความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับการที่จะเลือกเลี้ยงกระต่ายเป็นเพื่อนนั้น คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า &#8220;กระต่ายเหมาะสมกับคุณ หรือ คุณเหมาะสมกับกระต่ายหรือไม่&#8221; คำถามนี้เป็นคำถามที่ เราจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ดังนั้นลองพิจารณาข้อจำกัดในการเลี้ยงเพื่อการตัดสินใจ แล้วคุณจะรู้ว่า กระต่ายจะเป็นสิ่งที่เสริมดวงของคุณตามกระแสนิยมหรือจะเป็นการสร้างบาปกันแน่&#8230;&#8230;</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/imagesCADXIKCP.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-full wp-image-4072" title="ภาพ กระต่าย 2 ตัว กำลังนั่งกินอาหาร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/imagesCADXIKCP.jpg" alt="" width="259" height="194" /></span></a><span style="color: #003300;">           เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยขนปุย จอมซุกซนนี้ สำหรับคนไทยยังถือว่าไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่สำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐอเมริกา สัตว์เลี้ยงชนิดนี้กลับได้รับความนิยมอย่างมากมาย เพราะว่าเขามีความเชื่อที่ว่าเท้ากระต่าย (Rabbit Foot) เป็นสิ่งนำโชคสำหรับพวกเขา นอกเหนือจาก เกาหลี และญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="color: #003300;">            &#8221;กระต่าย&#8221; ไม่ได้อยู่ในตำนานความเชื่อแต่ในแถบบ้านเรา แต่เป็นสัตว์ที่มีเรื่องเล่าและตำนานอยู่ในหลายชาติ ทั้งในแง่ลบและสร้างสรรค์แตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่มีกระต่ายเกี่ยวข้องกับภูมิหลังของแต่ละชนชาติ ในประเทศไทยมีกระต่ายอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์ การที่คุณจะเลือกกระต่ายสักตัวให้สวย น่ารัก และถูกใจจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อีกทั้งการเลี้ยงกระต่ายก็มีข้อจำกัดในการเลี้ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาเพื่อนที่รู้ใจ น่ารัก ขนปุย และที่สำคัญคือ ไม่ส่งเสียงดัง คำตอบที่เรานึกถึงก็คือ กระต่าย ลองพิจารณากับข้อจำกัดเพื่อจะช่วยตัดสินใจที่ชมรมคนรักกระต่ายฯ นำเสนอก่อนที่คุณจะเป็นผู้มอบ และผู้รับ</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>คุณมีเวลาแต่ละวัน</strong><strong>  </strong><strong>ที่จะคอยดูแลไหม</strong><strong>?</strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลี้ยงกระต่ายสักตัวหนึ่งแล้ว กิจวัตรประจำวันที่คุณต้องปฏิบัติให้กระต่ายนั้น ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งการให้อาหาร เปลี่ยนน้ำสะอาด ทำความสะอาดกรง สางขนสำหรับสายพันธุ์ขนยาว และที่สำคัญที่สุดคือการปล่อยให้กระต่ายได้วิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระบ้าง ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้อิสระ ไม่ใช่การกักขัง</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>คุณมีสถานที่ที่เหมาะสมหรือไม่</strong><strong> ?</strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          สถานที่วางกรงสำหรับกระต่าย ควรเป็นที่ที่มีอากาศถ่ายเทตลอดทั้งวัน ไม่ร้อนจัด ลมไม่พัดแรง และต้องไม่ชื้นแฉะ เพราะกลิ่นฉี่ของกระต่ายค่อนข้างมีกลิ่นที่แรง ยิ่งถ้าผสมกับมูลด้วย ยิ่งไม่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก และอาจจะเป็นแหล่งที่เพาะเชื้อโรคเป็นอย่างดี ดังนั้นกระต่ายจึงไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในบ้านหรือสถานที่ที่ปิดอับ ฉะนั้นคุณจึงต้องเตรียมสถานที่วางกรงให้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับตัวคุณและกระต่าย</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>สิ่งสุดท้าย</strong><strong> ! </strong><strong>นักทำลายและกัดแทะทุกสิ่ง</strong><strong> ? <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/Rabbit-180810-06.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-4073" title="ภพากระต่ายสีขาวกำลังกินหญ้าที่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/Rabbit-180810-06.jpg" alt="" width="279" height="167" /></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากระต่าย คือ ยอดนักขุด และกัดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดังนั้น พรม เฟอร์นิเจอร์สุดหรู สายไฟฟ้า สายโทรศัทพ์ สิ่งเหล่านี้อาจถูกทำลาย เสียหายได้ หากคุณไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า คุณยอมรับได้หรือไม่กับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในบ้านคุณ โดยไม่ได้ตั้งใจของน้องกระต่ายได้</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          ถึงตรงนี้การเลี้ยงกระต่ายอาจไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด ซึ่งคุณจะต้องมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติและคำนึงถึงมากมาย คุณพร้อมที่จะเสียเวลาให้กับกระต่ายในแต่ละวันแล้วหรือยัง คุณเตรียมการป้องกันความเป็นนักทำลายและกัดแทะของกระต่ายแล้วหรือ ชีวิตประจำวันของคุณจะต้องเปลี่ยนไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณต้องตัดสินใจตรงนี้ให้ได้ก่อนว่าคุณมีคุณสมบัติที่ดีเหมาะสมกับการเลี้ยงกระต่ายหรือไม่ และ ถ้าคำตอบคือ ใช่ กระต่ายก็พร้อมและเหมาะสม กับ ‘คุณ’ หรือผู้ที่คุณจะมอบกระต่ายให้ไปเลี้ยงก็จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อนเช่นเดียวกัน จะได้มีความสุขทั้ง &#8220;ผู้ให้&#8221; และ &#8220;ผู้รับ&#8221; และเจ้ากระต่ายน้อยจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อตามกระแสโดยที่ไม่มีสิทธิปกป้องตัวเอง!!! </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อะไรเกิดขึ้นกับเธอ ชีวิตเปลี่ยน5วันก่อนแต่งงาน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:07:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[การเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD)]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรามคำแหง]]></category>
		<category><![CDATA[รถคว่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[อิสรภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[คณะศึกษาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[ไขสันหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เลขานุการ]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวลักษณ์ ทองก๊วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2776</guid>
		<description><![CDATA[ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!
          &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800000;">ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!</span><span id="more-2776"></span></h3>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak.jpg"></a>        <span style="color: #993300;">  &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส กำลังขับรถไปทำงานกับแฟน&#8221; เสาวลักษณ์เปิดฉากเล่าถึงอดีตที่พลิกชีวิตจากผู้หญิงชีวิตเพอร์เฟ็คต์ทั้งการศึกษาที่สามารถคว้าใบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ เอกการประชาสัมพันธ์จากรั้วพ่อขุนรามคำแหง มาได้เพียง 3 ปีครึ่งการงาน เป็นพนักงานบัญชีธนาคารชื่อดังครอบครัวอบอุ่นและมีฐานะดี และความรักแฮปปี้สุดสุด</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ชีวิตของเธอสมบูรณ์พร้อม กระทั่ง&#8230;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2800" title="ภาพถ่ายเสาวลักษณ์ ทองก๊วยนั่งคนเข็นอยู่หน้าทำแพงที่มีตัวอักษร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg" alt="" width="257" height="193" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;รถคว่ำ เสียหลักตกถนน&#8221;เธอบอกเพียงสั้นๆ และไม่ขอเล่ารายละเอียดว่าอะไรเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เธอนอนไอซียู 1 สัปดาห์เต็มๆ โดยผลเอ็กซเรย์ระบุว่า หลังหักบริเวณกระดูกสันหลังเอวข้อที่ 2 และหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงที่หักลงไป ขณะที่แฟนหนุ่มบาดเจ็บเล็กน้อย</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          อาการบาดเจ็บสาหัสและการเป็นอัมพาตไม่ได้ทำให้เธอกังวลและเจ็บปวดเท่ากับการต้องยอมรับความจริงว่าเธอกำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพื่อน สังคม การงานอิสรภาพ และที่สำคัญ ชีวิตคู่ของเธอ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องที่เป็นกังวลที่สุดคือ กลัวคนรักทิ้งเพราะมันเป็นการตอกย้ำว่าเราไม่มีคุณค่า จึงหลอกตัวเองว่าคือความฝัน ไม่ยอมรับความพิการ ภายนอกยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ข้างในหวาดกลัวมาก&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ยิ่งนานวัน บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไป แม้จะใจหายที่คนรักไม่เหมือนเดิม แต่เสาวลักษณ์ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตามุ่งมั่นทำกายภาพบำบัด ปีกว่าๆ ก็สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพจนสามารถเดินได้นิดหน่อยโดยใช้เครื่องช่วยเดิน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ดีใจมาก เพราะเราสามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้นและปลดเปลื้องภาระต่อคนอื่นให้เหลือน้อยที่สุด&#8221; แต่สุดท้าย&#8230;&#8221;เขามีคนใหม่&#8221;เสาวลักษณ์เล่าสั้นๆ และบอกเพียงว่าแฟนใหม่ของคนรักเป็นคนที่เธอรู้จักดี</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ไปทั้งชุมชนเพราะทุกคนรู้ว่าเราจะแต่งงานกัน เพราะเครียดมากจึงทำให้สภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ลงอีกครั้ง&#8221;</span><span style="color: #993300;">เครียดและเจ็บปวดมาก หากเธอก็ลุกขึ้นสู้เพราะถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2802" title="ภาพเสาวลักษณ์นั่ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>          คิดได้เช่นนี้ เธอเริ่มชีวิตใหม่ที่ยอมรับความพิการด้วยการเข้าทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร จากนั้นสมัครเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่โรงเรียนอาชีวะ พระมหาไถ่พัทยา ที่นี่สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพาอาศัยผู้อื่น เข้าใจการดำรงชีวิตอิสระกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8221;คนพิการส่วนมากจะมีสภาพที่ต้องถูกผู้อื่นดูแลเหมือนเด็กอ่อน เพราะฉะนั้นเวลาพูดหรือทำอะไรจะไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ ดิฉันไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น จึงพยายามใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak3.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ตั้งแต่นั้นมา ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรได้สารพัดพูดอะไรมีคนเชื่อถือ ทำอะไรใครๆ ก็ไว้วางใจหากเธอยังไม่หยุดชีวิตไว้แค่นี้ ยังเดินหน้าสมัครงานที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD) บรรจุงานในตำแหน่งเลขานุการผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ระหว่างนั้นลงเรียนปริญญาโทคณะศึกษาศาสตร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  จนได้ปริญญาอีกใบมาครอบครอง</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ปัจจุบันในวัย 44 ปี เสาวลักษณ์เป็นหัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำงานขับเคลื่อนงานด้านคนพิการ โดยเน้นงานเชิงนโยบาย ตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่และเสมอภาค</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ตอนนี้ไม่รู้สึกว่าชีวิตด้อยกว่า หรือไม่เหมือนคนอื่น เคารพตัวเอง ภาคภูมิใจในตัวเอง ส่วนเรื่องความรัก พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แม้ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเป็นตัวตนของเรายังเหมือนเดิม&#8221;พูดพลางยิ้มด้วยใบหน้าแช่มชื่น เป็นผู้หญิงเก่งอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะอยู่กับความพิการ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2803" title="ภาพเสาวลักษณ์ ถ่ายรูปหมู่กับคนพิการประเภทต่างๆที่นั่งรถเข็นริมแม่น้ำยามค่ำคืน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เสาวลักษณ์แย้งว่า เธอไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่ที่มาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยในการพัฒนาศักยภาพพอก้าวข้ามความพิการมาได้ ก็ดึงเอาทักษะเดิมกลับมาใช้ และเติมเทคนิคความพิการเข้าไป  จึงสามารถหาทางออกในชีวิตได้</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          หัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิค บอกว่า สังคมไทยยังให้โอกาสคนพิการน้อยเกินไป ยังมีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องและรัฐยังไม่มีสังคมสวัสดิการอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยเฉพาะการศึกษาและระบบขนส่งสาธารณะ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;หากคนพิการสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าพวกเขาจะมีศักยภาพทำอะไรต่างๆ ได้ไม่แพ้คนไม่พิการ เพราะมนุษย์ไม่มีข้อจำกัดในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ถ้ามีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ&#8221; เสาวลักษณ์&#8230;ผู้หญิงที่มีความสุขกับความพิการ&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันนี้คุณ&#8217;อ่าน&#8217;หนังสือแล้วหรือยัง&#8230;?</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 17:42:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[พระอภัยมณี]]></category>
		<category><![CDATA[พระอภัยมณ๊]]></category>
		<category><![CDATA[กลอน]]></category>
		<category><![CDATA[กาพย์]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All)]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยกรอง]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณคดี]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ผาแดง-นางไอ่]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราไปรษณียากร]]></category>
		<category><![CDATA[ฉันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีแห่บั้งไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[นางยักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นางเงือก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โคลง]]></category>
		<category><![CDATA[เยาว์วัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2655</guid>
		<description><![CDATA[จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่รักการอ่าน คนไทยจะพัฒนาการคิด วิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่เริ่มแสวงหาความรู้ด้วยการอ่านตั้งแต่วันนี้ลองมาฟังวิธีการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านจากผู้เป็นพ่อ และข้อคิดดีๆในการอ่านวรรณคดีของผู้พิการทางสายตา

   
โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
       จากสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ พบว่าการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ยเพียงปีละ 2 เล่ม ซึ่งนับว่าต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ที่มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 40-50 เล่ม ส่วนเวียดนาม มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 60 เล่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่รักการอ่าน คนไทยจะพัฒนาการคิด วิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่เริ่มแสวงหาความรู้ด้วยการอ่านตั้งแต่วันนี้ลองมาฟังวิธีการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านจากผู้เป็นพ่อ และข้อคิดดีๆในการอ่านวรรณคดีของผู้พิการทางสายตา</span><span id="more-2655"></span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Children-read.jpg"><img class="size-full wp-image-2656 aligncenter" title="Children-read" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Children-read.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">   </span></p>
<p><span style="color: #993300;">โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></p>
<p><span style="color: #800000;">       จากสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ พบว่าการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ยเพียงปีละ 2 เล่ม ซึ่งนับว่าต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ที่มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 40-50 เล่ม ส่วนเวียดนาม มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 60 เล่ม จากเหตุดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นว่า การอ่านหนังสือของคนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          สถานการณ์การอ่านหนังสือของคนไทยนั้นกำลังที่จะเข้าขั้นเลวร้ายถ้ายังปล่อยให้ปัญหานี้ให้ดำเนินต่อไป โทษของการที่คนไม่อ่านหนังสือนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเสียหายในส่วนบุคคลเท่านั้น แต่จะยังคงความเสียหายไปถึงประเทศชาติด้วย</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/d3.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2660" title="d3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/d3-200x300.jpg" alt="" width="120" height="180" /></a>          ปัจจุบันนี้จะสังเกตได้ว่ามีการร่วมมือจากหลาย ๆ ภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้องกับการส่งเสริมการอ่าน ซึ่งก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในที่จะปลูกฝังให้เยาวชนไทยรักการอ่าน</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          “โครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย” ของหน่วยงานภาคเอกชนที่จัดขึ้น โดยมีหลักเพื่อเสริมสร้างการอ่าน การและการเรียนรู้ จากวรรณกรรมและนำจินตนาการที่ได้จากการอ่าน ออกมาเป็นงานศิลปะ</span></p>
<p><span style="color: #800000;">             อีกทั้งเป็นการกระตุ้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เกิดการอ่านทางด้านวรรณกรรมไทย ที่มี ร้อยแก้ว ร้อยกรอง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ได้แต่ละเรื่องราว แล้วถ่ายทอดมาเป็นภาพวาดตามจิตนาการของตนเอง </span></p>
<p><span style="color: #800000;">            ในปัจจุบันการอ่านเรื่องราวจากวรรณกรรมยังสามารถ ถ่ายทอดออกมาได้ทั้งงานศิลปะ การแสดง แม้กระทั่งการขับร้องเพลงได้อย่างลงตัว ถ้าเรารู้จักนำความรู้ ความคิดมาปรุงแต่งให้เกิดสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม </span></p>
<p><span style="color: #800000;">            ด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ นักเรียนโรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้รับรางวัลชะเลิศโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 3 กับชื่อผลงาน “แห่บั้งไฟ” และผลงานยังได้รับคัดเลือกจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้จัดทำดวงตราไปรษณียากรชุดจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ออกจำหน่ายในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย พ.ศ.2553 และทั่วประเทศ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/tut-4.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2657" title="tut 4" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/tut-4-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800000;">           ทิวทัศน์ บอกว่า “การอ่านทำให้ได้ฝึกฝนทักษะการสะกดคำ และภาษาจากวรรณกรรม อีกทั้งวรรณกรรมที่ได้อ่านยังสอดแทรกคติสอนใจไว้ในเรื่องด้วย เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้น คือ การวาดภาพ และการใช้จินตนาการจากวรรณกรรมที่ได้อ่าน อย่างเช่นที่ผมได้วาดออกมานี้เป็นประเพณีแห่บั้งไฟ จากวรรณกรรมเรื่อง “ผาแดง-นางไอ่” ที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึงพลังความสามัคคี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบวาดภาพ ก็สามารถทำให้เราได้ฝึกฝนและพัฒนาการวาดภาพของเราด้วย”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           หลายคนอาจคิดเป็นเพราะค่าเฉลี่ยของคนพิการ หรือผู้ที่ผิดปกติทางร่างกาย ที่ทำให้สถิติการอ่านของคนไทยมีจำนวนน้อย นั้นเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะผมได้มีโอกาส ได้พดคุยกับ เด็กหญิงกัลยา ทองอุดม นักเรียนโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หนึ่งในสมาชิกมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) กัลยาเป็นเด็กที่มีความผิดปกติทางสายตาแต่ยังสามารถมองเห็นได้ไม่มากเท่าไรนัก ในการอ่านหนังสือของเธอ จะใช้อุปกรณ์ใช้แว่นขยาย ช่วยขยายเพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2658" title="GetAttachment" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/GetAttachment2-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a>           กัลยาบอกว่า “ชอบอ่านหนังสือแนววรรณกรรม เพราะ มีสิ่งดี  มีแง่คิด คติสอนใจ เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดความเป็นอยู่ที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งสามารถทำให้เราได้เรียนรู้และนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างวรรณกรรมที่ชอบอ่านและได้เรียนตั้งแต่เด็ก คือเรือง ‘พระอภัยมณี’ ในการเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้เธอนอกจากจะได้ฝึกการอ่านหนังสือ สมาธิและภาษาในการอ่านแล้ว ยังทำให้เกิดความคิดและจินตนาการไปพร้อมกับการอ่าน”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           อย่างเรื่องพระอภัยมณี จะชอบตอนที่นางยักษ์ไล่ตามนางเงือกกับพระอภัยมณี จนตนเองต้องเสียชีวิต กัลยาได้ วาดภาพออกมาตามท้องเรื่อง ดังภาพที่เห็นอยู่นี้</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           กัลยาบอกต่อว่า “จินตนาการที่วาดภาพนี้ เพราะเป็นความชอบวรรณกรรมได้สอดแทรกความคิดที่ให้กับผู้อ่านในเรื่องของความรักที่นางยักษ์ มีให้กับ พระอภัยมณี จนตัวเองต้องตาย ซึ่งอยากให้วัยรุ่นในสมัยนี้ได้นำแง่คิดตรงนี้มาปรับใช้ด้วยว่า เวลามีคนรักอยากให้รักใครรักจริง รักกันยาวๆ อย่ารักเล่นเพราะความรักสามารถทำให้คนทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งความตาย”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">         <span style="color: #333300;">      เคยคิดว่าสายตาเป็นอุปสรรคก็การอ่านหรือไม่?</span></span></p>
<p><span style="color: #800000;">            “การที่สายตาเป็นแบบนี้ไม่ใช่เป็นอุปสรรค ไม่เกี่ยวที่ว่าเราจะผิดปกติแล้วจะต้องอ่านไม่ได้ เพราะอย่างน้อยเธอยังมีคุณพ่อ คุณแม่ที่ให้การสนับสนุน แม้บางครั้งอ่านไม่ได้ และจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยอ่าน หรือบางครั้งที่ต้องให้คนอื่นช่วยอ่าน ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เธอหลงไหลที่จะอ่าน จะเรียนรู้วรรณกรรม และการสร้างจินตนาการ ออกมาเป็นภาพวาดได้”</span></p>
<p><span style="color: #800000;">            คุณธีระวัฒน์ คะนะมะ คุณพ่อน้องทิวทัศน์ ได้เล่าถึงวิธีการสอนลูกว่า “ ก่อนอื่นเลยนิทานบ้านเรา น่าจะมีภาพประกอบให้มากขึ้น ตอนลูกยังเล็ก ผมจะสอนให้เรียนรู้เรื่องราวผ่านรูป แล้วค่อยพัฒนาไปในการอ่าน โดยยังไม่เน้นเรื่องของคติสอนใจ เพราะอยากให้ลูกรักในการอ่านก่อน เมื่อเขาเกิดความรักก็จะเกิดการใส่ใจในสิ่งที่เขาได้อ่าน แล้วคติสอนใจก็จะตามมาเอง ถ้าเขารักในการอ่าน ส่วนหนังสือที่อ่านนั้นก็ต้องเอาที่เขาชอบ และที่เราเห็นว่าดี และมีคุณค่า ”</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2659" title="kanama3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/kanama3-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></span></p>
<p><em><span style="color: #800080;">          <strong>นี่เป็นเพียงเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งเท่านั้นของครอบครัวและเยาวชนผู้รักการอ่านและการเรียนรู้ ซึ่งหากทุกครอบครัวร่วมกันส่งเสริมให้บุตรหลานรักการอ่านตั้งแต่เยาว์วัย โดยมีหน่วยงาน องค์กรต่างๆที่เล็งเห็นคุณค่า ช่วยผลักดันให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยก็คงไม่แพ้ชาติใดในโลก&#8230;&#8230;</strong></span></em></p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/children-read/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ทิ้งซากอดีต&#8217;แล้ว &#8216;มองไปข้างหน้า&#8217;ประเทศไทยจะไม่แพ้!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 14:06:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9]]></category>
		<category><![CDATA[พระไพศาล วิศาโล]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อภัย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุ]]></category>
		<category><![CDATA[สุข]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเมตตา]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานกรรมการบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์]]></category>
		<category><![CDATA[นายมนตรี ศรไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์ปะทะ]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2359</guid>
		<description><![CDATA[แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา
          มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">แม้จะ &#8220;สูญเสีย&#8221; แต่กรุงเทพฯและประเทศไทยก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งที่คนไทยต้องร่วมกันทำตอนนี้ ไม่ใช่&#8230;การมาคอยตั้งคำถามว่า ใครถูก ใครผิด ใครรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็ &#8220;ด่า&#8221; กันไปด่ากันมา<span id="more-2359"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/bangkok1.jpg"></a><span style="color: #000000;">        มันหมดเวลาที่จะมานั่งเกี่ยงกัน!!แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสีอะไร รวยหรือจน โง่หรือฉลาด ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วช่วยกันพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตทางการเมืองไปให้ได้ ในงานสนทนาธรรม หัวข้อ มองเมืองไทยวันนี้ ผ่านใจที่มีความเมตตากรุณาและปัญญาเดียวกันที่เสถียรธรรมสถานผู้นำจากศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์มาล้อมวงกันระดมปัญญา&#8221;แก้วิกฤต&#8221; ให้ประเทศ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1217215561.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2363" title="ภาพพระศรีญาณโสภณ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/3_935-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม9 เริ่มต้นบทสนทนาแห่งการไม่แบ่งแยกว่า เราทุกคนต้องอาศัยบนแผ่นดินเดียวกัน ทำมาหากินร่วมกัน ต้องรักต้องสามัคคีกัน จึงจะรักษาแผ่นดินได้</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;วันนี้เมื่อเหตุการณ์อะไรต่างๆ เกิดขึ้น ขออย่างเดียวขอให้คิดเชิงบวกถามว่า สิ่งที่เราสูญเสียไป เรากอบกู้คืนมาได้ไหม -ได้! แต่ขอให้คิดในเชิงบวกคิดในทางสร้างสรรค์ สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาใหม่ให้เป็นแรงผลักดันว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิตของเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เวลาที่จะพูดกัน ก็ขอให้พูดแบบเห็นอกเห็นใจ อย่าพูดในลักษณะแพ้ชนะ วันนี้พูดแพ้ชนะไม่ได้ เพราะคนแพ้จะผูกเวร จองเวร คนชนะก็ถูกจองเวร จองล้างจองผลาญ แรงแค้นเป็นแรงที่ให้ผลข้ามภพชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ลูกกระสุนปืนที่ยิงออกไป ถ้ายิงใหม่ ยิงเป็นลูกกระสุนแห่งความรัก แห่งความเมตตาเอื้ออาทร ใครที่มีความโกรธยิงกระสุนแห่งความรักไป ยิงให้แม่น อย่างยิงเฉียดๆ ยิงให้ถูกหัวใจของคน แล้วรักษาวาจาให้เป็นปกติให้มากที่สุดต้องใช้พลังบวก กู้ชาติ กู้แผ่นดิน กู้สถานการณ์กู้สภาพจิตใจขึ้นมา เราจึงเยียวยาจิตใจกันได้&#8221;พระศรีญาณโสภณกล่าว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้าน นายมนตรี ศรไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด(มหาชน) นักธุรกิจผู้นับถือศาสนาคริสต์ บอกว่าคนไทยต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะนี่เป็นโอกาสที่สังคมไทยจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ถามว่าตอนนี้ความสุขของคนไทยหายไปไหน ความสุขหาได้ง่ายๆ นิดเดียว แค่คนไทยมีความรักให้กัน เพราะที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข ที่ใดขาดรัก ที่นั้นมีทุกข์ ผู้ใดให้รัก ผู้นั้นมีสุข ผู้ใดไม่ให้รัก ผู้นั้นเป็นทุกข์ เราคนไทย 65 ล้านคน มีส่วนช่วยตรงนี้ได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_953.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2364" title="ภาพ พระไพศาล วิศาโล " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/1_9531-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          สำหรับ พระไพศาล วิศาโล แห่งวัดป่าสุคะโตบอกว่า ขณะนี้ความสูญเสียความบอบช้ำมีหลายด้าน 1.วัตถุ 2.ร่างกาย 3.จิตใจ 4.ความสัมพันธ์</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นความสูญเสียที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเยียวยารักษา สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนต้องมีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกัน</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          &#8220;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 2 เดือน คือการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของความโกรธความเกลียด ดังนั้น ความรักการให้อภัย เป็นเรื่องที่เอาแต่พูดไม่ได้ แต่ต้องแปรออกมาเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ความรัก และการให้อภัย&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2366" title="maicheesunsanee" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/maicheesunsanee.jpg"></a><span style="color: #000000;">        </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สุดท้าย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุตบอกว่า ปัญหาคือเรื่องธรรมชาติ เวลาที่เราเห็นความทุกข์เราเข้าใจและปฏิบัติตัวกับสิ่งนั้นอย่างเข้าใจความทุกข์มองว่าทุกข์เป็นสากล เมื่อทุกข์มาถึง หน้าที่ของเราคือเข้าใจ เราไม่ได้เก่งที่จะมองเรื่องนี้อย่างไม่หวั่นไหว แต่เราฝึกได้ โดยการตื่นจากการจมกับความทุกข์ ทำให้เหตุการณ์นี้คือการเรียนรู้ ที่จะสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถึงเวลาที่คนไทยจะต้องมองไปข้างหน้า ทิ้งอดีตให้เป็นบทเรียนแล้วช่วยกันฟื้นฟูสังคมให้กลับมาสงบสุขดังเดิม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา :  มติชน ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2553</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/look-past/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัยรุ่นฮิตใช้ &#8220;สื่อไอที&#8221; บอกรักวาเลนไทน์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/valentine-day/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/valentine-day/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 11:26:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[(E-mail)]]></category>
		<category><![CDATA[(hi5)]]></category>
		<category><![CDATA[(message)]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[ราชนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วานเลนไทน์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อี-เมล]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อความ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮไฟว์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Faceboo]]></category>
		<category><![CDATA[IT]]></category>
		<category><![CDATA[MSN]]></category>
		<category><![CDATA[Valentine Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1393</guid>
		<description><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันสื่อไอทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ ของวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลความนิยมในการใช้สื่อใหม่ๆ ในระบบไอที นั้น อาจจะมีการใช้ช่องทางที่ไม่เหมาะสม นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับวัยของวัยรุ่นได้

           สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันสื่อไอทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ ของวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลความนิยมในการใช้สื่อใหม่ๆ ในระบบไอที เช่น การส่งข้อความสั้น (SMS) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันสื่อไอทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ ของวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลความนิยมในการใช้สื่อใหม่ๆ ในระบบไอที นั้น อาจจะมีการใช้ช่องทางที่ไม่เหมาะสม นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับวัยของวัยรุ่นได้</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Valentines_Day.jpg"></a></span><span style="color: #000000;"><span id="more-1393"></span></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/17-_1_1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1394" title="ภาพคนกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/17-_1_1.jpg" alt="" width="420" height="304" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">           สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันสื่อไอทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ ของวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลความนิยมในการใช้สื่อใหม่ๆ ในระบบไอที เช่น การส่งข้อความสั้น (SMS) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) และเครือข่ายสังคมใหม่ในรูปแบบเว็บเพจ เช่น hi5, Facebook ฯลฯ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น อาจจะมีการใช้ช่องทางที่ไม่เหมาะสม นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับวัยของวัยรุ่นได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พญ.รัฎฐินี ชินะจิตพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันวิจัยเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า โครงการฉลาดรักยกกำลังสาม &#8220;รู้ใจ ไหวทัน ป้องกันได้&#8221; สำรวจวัยรุ่นชายและหญิง ในหัวข้อ วัยรุ่นไทย: สื่อรักวาเลนไทน์ 2010 ระหว่างวันที่ 5-12 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างตั้งแต่ระดับมัธยมต้น ถึงมหาวิทยาลัย จากสถาบันการศึกษา 10 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,320 คน พบว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><span style="color: #000000;">          1.วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้ข้อความสั้น (SMS) ในการสื่อรักวันวาเลนไทน์มากที่สุด โดย 5 อันดับแรก คือ S</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sms_afhaengighed.gif"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1396" title="ภาพโทรศัพท์มือถือและซองจดหมาย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sms_afhaengighed-150x150.gif" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">MS ร้อยละ 61.8 บอกตรงๆ ร้อยละ 52.3 ไฮไฟว์ (hi5) ร้อยละ 42 MSN ร้อยละ 37.7 และอี-เมล (E-mail) ร้อยละ 32 โดยเมื่อได้รับข้อความสื่อรัก วัยรุ่น ร้อยละ 51.4 รู้สึกประทับใจ รองลงมา ร้อยละ 13 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 12.1 เฉยๆ ร้อยละ 8.1 ไม่เชื่อ ร้อยละ 1.9 เชื่อว่าจริง</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.วัยรุ่น 6 ใน 10 คน ยอมรับว่าติดไอที แต่ก็ยินยอมให้พ่อแม่ดูข้อมูลในไอทีทั้งนี้ วัยรุ่น ร้อยละ 60.5 ยอมรับว่าติดการใช้ไอที และร้อยละ 72.6 บอกว่ายินยอมให้พ่อแม่ดูภาพ และข้อความ (message) จากอุปกรณ์ไอทีของตนเองเพราะมีความบริสุทธิ์ใจไม่ปิดบังพ่อแม่</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.วัยรุ่นส่วนใหญ่เชื่อว่าการใช้ไอทีบอกรักทำให้เป็นแฟนกันง่ายขึ้น และเป็นเหตุให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น โดยวัยรุ่นร้อยละ 70.7 เห็นด้วยว่าไอทีทำให้เป็นแฟนกันได้ง่ายขึ้นจริง และร้อยละ 72.5 ยังเชื่อว่าการใช้ระบบไอที เป็นเหตุให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ร้อยละ 66.7 ไม่คิดจะนัดพบบุคคลที่รู้จักทางไอที</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><span style="color: #000000;">         </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1397" title="ภาพซองจดหมายและมีข้อความว่าemail" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;"> 4.วัยรุ่นส่วนใหญ่ คือ ชายร้อยละ 66.2 หญิงร้อยละ 52 ได้รับเนื้อหาข้อความทางเพศที่ส่งผ่านไอที ตั้งแต่นานๆ ครั้ง จนถึงได้รับทุกวัน และมีวัยรุ่น ร้อยละ 43.1 ตอบว่าไม่เคยได้รับเลย และวัยรุ่นส่วนใหญ่จะเปิดดูสื่อเกี่ยวกับเพศที่ได้รับ โดยดูแล้วจะลบทิ้งมากที่สุด ร้อยละ 55.4 รองลงมา ดูแล้วส่งต่อ ร้อยละ 15 และดูแล้วเก็บไว้เก็บคนเดียวร้อยละ 7.8 มีเพียงร้อยละ 21.8 ที่ไม่ดูและลบทิ้ง โดยสื่อที่ได้รับอิทธิพลต่อความรู้สึกทางเพศของชายในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ร้อยละ 67.8 มากกว่าเพศหญิงซึ่งมีเพียงร้อยละ 25</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า การที่เด็กเห็นบ่อยๆ จนเกิดความเคยชิน อาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลียนแบบได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเด็กแต่ละคนว่ามีพื้นฐานทางครอบครัวเป็นอย่างไร เด็กบางคนเติบโตจากครอบครัวที่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาคุยกันในครอบครัว ก็อาจจะทำให้มีโอกาสเลียนแบบได้ ซึ่งจุดนี้ต้องให้ความเข้าใจกับตัวเด็กและตัวพ่อแม่เองต้องเข้าใจด้วยว่าตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นต่างมีความรู้สึกอย่างไร แล้วลูกของเขาในขณะนี้จะรู้สึกอย่างไร</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จึงเชื่อว่าการสร้างความเข้าใจในครอบครัวจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่าเพราะเป็นการสอน 1 ต่อ 1 ดีกว่าการสอนจากครูอาจารย์ที่จะต้องดูแลเด็ก 30-50 คน</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><span style="font-family: &amp;amp;amp; mso-ansi-font-size: 12.0pt; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-language: EN-US; mso-fareast-language: EN-US; mso-bidi-language: TH;" lang="TH"><span style="color: #000000;"><!--more--></span></span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ. มติชน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/valentine-day/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากสุขต้องรู้จักวาง (ทิฐิ)</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 04:24:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีญาณโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[รอยยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระราม9กาญจนาภิเษก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=926</guid>
		<description><![CDATA[หลักธรรม 4 ข้อ จากพระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้แก่ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน เพื่อลดทิฐิ คืนสังคมกลับสู่สันติสุข            พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า หากเปรียบประเทศไทยในตอนนี้ก็เหมือนเรือขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นออกไปกลางทะเล แล้วถูกพายุแรงและคลื่นสูงซัดกระหน่ำจนเรือทะลุเป็นรู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;">หลักธรรม 4 ข้อ จากพระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้แก่ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน เพื่อลดทิฐิ คืนสังคมกลับสู่สันติสุข  <span id="more-926"></span>          พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า หากเปรียบประเทศไทยในตอนนี้ก็เหมือนเรือขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นออกไปกลางทะเล แล้วถูกพายุแรงและคลื่นสูงซัดกระหน่ำจนเรือทะลุเป็นรู พอเรือทะลุคนในเรือถ้าเปรียบคือคนไทยที่อยู่กันคนละสีละฝ่าย แทนที่จะช่วยกันหาวิธีอุดรูรั่วเรือเพื่อไม่ให้น้ำเข้า แต่กลับชี้หน้าอีกฝ่ายว่าเป็นคนทำเรือรั่ว ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ปัดความรับผิดชอบ  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          “ฉะนั้น รูรั่วเมื่อถูกคลื่นแรงๆ กระแทกบ่อยๆ รูเล็กก็กลายเป็นรูใหญ่ และในที่สุดไม่มีใครคาดคิดว่าเรือที่มีคนอยู่เป็นล้านๆ คนจะอับปางลง คนทั้งหมดจมน้ำตาย ไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         วิธีที่ง่ายที่สุดคือต้องหันหน้ามาคุย ปรึกษากันว่าจะสมานแผลรอยรั่วนั้นร่วมกันอย่างไร แต่ว่าต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเพราะทุกฝ่ายไม่ยอมลงมาคุยเจรจากันเพราะกลัวเสียหน้าและศักดิ์ศรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนตัว<br />
“หากเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อน ไม่ใช่หน้าเราหรือหน้าใครมาก่อน เพราะประเทศชาติสำคัญกว่าหน้าทุกคน”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         <img class="alignleft size-full wp-image-928" title="ภาพผู้ชายวัยรุ่นจูงมือเด็กผู้ชายเดินชายหาดทะเลยามเย็น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/ทิฐิ.bmp" alt="ทิฐิ" />พระศรีญาณโสภณ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้คนไทยต้องแตกแยกกันขนาดนี้ เพราะมีความอิจฉาริษยา คิดว่าตนแน่ มากด้วยมิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด ไม่ยอมกัน คิดว่าการยอมคือการเสียหน้า การยอมคือการเสียศักดิ์ศรี   ตอนนี้ไม่มีทางอื่นใด คนไทยต้องหันหน้ามาคุยกัน เพราะถ้าไม่รีบคุยก็ถือว่าจบ เพราะต้องไม่ลืมว่ากว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรู้ว่าแพ้ชนะ ถึงวันนั้นประเทศชาติก็พังพินาศแล้ว         </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <strong>ใช้ </strong><strong>4 </strong><strong>ร. สร้างความสุข</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า ขอฝากธรรมะ 4 ข้อ คือ ความรัก ความรู้ ความเร็ว และความร้อน ให้คนไทยได้นำไปคิดพิจารณาและนำไปใช้เพื่อที่จะทำให้สภาพทุกอย่างได้กลับคืนมาเป็นปกติ คือ คนไทยกลับมารักกัน สามัคคีปรองดองกัน แต่ทุกวันนี้คนไทยขาดความรักกัน ขาดความรู้ในเรื่องส่วนรวม และขับเคลื่อนชีวิตด้วยความเร็วและความร้อนมากเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ทั้งนี้ ท่านได้อธิบายธรรมะ 4 ร. ว่า สำหรับ ความรักนั้น คนไทยทุกวันนี้รักกันก็จริง แต่ลืมรักแผ่นดินถิ่นเกิด รักกันแต่บนผลประโยชน์ของตนพวกตน และไม่เคยคืนกำไรให้แผ่นดิน มีแต่ทำกำไรจากแผ่นดิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">   <strong>   ส่วนความรู้ คือ ต้องรู้หน้าที่ของตนที่จะทำประโยชน์เกื้อกูลแก่ประเทศชาติ<img class="alignright size-full wp-image-940" title="ภาพหัวใจในอุ้งมือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/ทิฐิ2.bmp" alt="ทิฐิ2" /></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         “ไม่คิดหาความรู้ประเภททำกำไรให้บริษัทของตนอย่างเดียว เช่น ชาวนาทำนาขายข้าวมากที่สุด แต่ก็ยังจนที่สุด ต่างจากเจ้าของโรงสี พ่อค้าคนกลางทำไมรวยอยู่คนเดียว นั่นแสดงว่าพ่อค้าคนกลาง เจ้าของโรงสี มีความรู้ แต่เป็นความรู้ที่จะทำประโยชน์ให้ตนอย่างเดียว อย่างนี้ถือว่าอันตรายมาก”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ความเร็ว ท่านอธิบายว่า คนไทยชอบทำอะไรเร็วๆ คือ ทำแล้วต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ทำอะไรที่เห็นผลช้า เพราะคนไทยเป็นคนอดทนไม่ค่อยได้ จึงไม่ชอบเริ่มต้นจากการศึกษาเป็นขั้นๆ ไป อย่างต้นไม้ก็ต้องขุดมาเป็นต้นๆ แล้วมาปลูก ใช้ขาหยั่งค้ำยันไว้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ส่วนความร้อน ท่านอธิบายว่า หมายถึงความร้อนทั้งภายในและภายนอก ซึ่งความร้อนภายนอกคนไทยจะต้องช่วยกันอย่าทำให้โลกร้อนเพิ่มขึ้น อะไรที่ช่วยโลกได้ก็ควรทำ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นต้น ส่วนความร้อนภายในคือในใจ พยายามดูแลอย่าให้ร้อน ซึ่งเมื่อรู้สึกว่าร้อนต้องพยายามทำให้เย็นลงให้ได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         “อยากให้คนไทยขับเคลื่อนชีวิตของตนด้วยความพอดีพองาม และด้วยความระมัดระวัง อย่าขับเคลื่อนด้วยความร้อน อารมณ์ร้อน และความหุนหันพลันแล่นเป็นอันขาด”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         เข้าสู่ปีใหม่มาแล้ว อยากให้คนไทยมีความสุข ปัญหาที่มีอยู่ก็ขอให้ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องถูกวิธี และวิธีที่ดีก็น่าจะเป็นการหันหน้าพูดคุยกัน ทุกฝ่ายต้องลดทิฐิลงและยินดีที่จะเข้ามาคุยกัน หากทำได้ความสุขก็จะกลับมาสู่คนไทยอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> ที่มา: นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-spirit/4-philosophy-to-peace/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถนนข้าวสารและเครื่องประดับเงินร้านโปรด</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/khowsan-road-and-silver-jewelry/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/khowsan-road-and-silver-jewelry/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 14:17:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[กำไล]]></category>
		<category><![CDATA[สร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์]]></category>
		<category><![CDATA[หลงใหล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างหู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แหวน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[buddy]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=677</guid>
		<description><![CDATA[
ท่องถนนข้าวสารในวันที่นักท่องเที่ยวคึกคักแม้เทศกาลปีใหม่จะผ่านมาแล้ว และเทศกาลสงกรานต์ยังมาไม่ถึง พร้อมแนะนำร้านเครื่องประดับเงินเก๋ๆ ของสาวเจ้าของทรงผมDreadlocks สุดเซอร์
 เรื่อง:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ:อิศเรศ จันทรวดี
15 มกราคม 2553
          หลังจากที่ฉันไปย่ำถนนข้าวสารล่าสุดมาเมื่อคืนวันที่ 14มกราคมนี้ “ถนนข้าวสาร”ก็ยังสนุกและมีสีสันอย่างที่คุ้นเคย นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งที่ไม่ได้ตรงกับเทศกาลอะไร เพราะขึ้นปีใหม่ก็ผ่านมาแล้ว และสงกรานต์ก็ยังมาไม่ถึง สะท้อนว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวน่าจะผ่านพ้นช่วงฝืดเคืองมาพอสมควร
         เมื่อรองท้องด้วยอาหารอิตาเลียนหลายเมนูแล้วก็เดินเที่ยวเล่นสังเกตการณ์ ก่อนจะไปจบยังร้านที่เป็นจุดหมายปลายทางทุกครั้งเมื่อมาที่นี่ ก็คือร้านเครื่องประดับเงินของ “อ๋า” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><img class="alignnone size-full wp-image-678" title="ภาพเครื่องประดับจำนวนมาก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/silvershopatkowsarnroad.jpg" alt="silvershopatkowsarnroad" width="650" height="250" /><br />
ท่องถนนข้าวสารในวันที่นักท่องเที่ยวคึกคักแม้เทศกาลปีใหม่จะผ่านมาแล้ว และเทศกาลสงกรานต์ยังมาไม่ถึง พร้อมแนะนำร้านเครื่องประดับเงินเก๋ๆ ของสาวเจ้าของทรงผมDreadlocks สุดเซอร์</h3>
<p style="text-align: right;"><span id="more-677"></span> เรื่อง:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</p>
<p style="text-align: right;">ภาพ:อิศเรศ จันทรวดี</p>
<p style="text-align: right;">15 มกราคม 2553</p>
<p>          <img class="alignleft size-thumbnail wp-image-680" title="ภาพบรรยากาศของถนนข้าวสาร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC095151-150x150.jpg" alt="DSC09515" width="150" height="150" />หลังจากที่ฉันไปย่ำถนนข้าวสารล่าสุดมาเมื่อคืนวันที่ 14มกราคมนี้ “ถนนข้าวสาร”ก็ยังสนุกและมีสีสันอย่างที่คุ้นเคย นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งที่ไม่ได้ตรงกับเทศกาลอะไร เพราะขึ้นปีใหม่ก็ผ่านมาแล้ว และสงกรานต์ก็ยังมาไม่ถึง สะท้อนว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวน่าจะผ่านพ้นช่วงฝืดเคืองมาพอสมควร</p>
<p>         เมื่อรองท้องด้วยอาหารอิตาเลียนหลายเมนูแล้วก็เดินเที่ยวเล่นสังเกตการณ์ ก่อนจะไปจบยังร้านที่เป็นจุดหมายปลายทางทุกครั้งเมื่อมาที่นี่ ก็คือร้านเครื่องประดับเงินของ “อ๋า” แม่ค้าสาวเปรี้ยวกับผมทรงDreadlocks เป็นเอกลักษณ์ ที่ดูก้อนใหญ่โตขึ้นทุกทีและคงจะมีน้ำหนักไม่น้อย จนเจ้าตัวก็บอกว่าถ้าตัดผมทิ้งสงสัยจะเดินไม่เป็น! แผงเล็กๆของเธออยู่เกือบท้ายถนนหากเข้ามาจากทาง สน.ชนะสงคราม อยู่ตรงข้ามกับ “Rikka Hotel” และเยื้องกับร้านชื่อดังอย่าง “Buddy”</p>
<p>         ณัฐชา อารีย์ หรือ “อ๋า” มายึดหัวหาดทำกิจการขายเครื่องประดับเงินอยู่ที่ถนนข้าวสารมากว่า 10 ปีแล้ว เจอกันครั้งแรกจำได้ว่าอ๋ายังขายของแบบปูผ้าบนถนนอยู่เลย แล้วก็ขยับขยาย มีแผงค้าเป็นเรื่องเป็นราวและมีสินค้าสวยๆให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆ<img class="alignright size-thumbnail wp-image-683" title="DSC09521" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09521-150x150.jpg" alt="DSC09521" width="150" height="150" /></p>
<p><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-684" title="ภาพกำไลเครื่องเงิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09523-150x150.jpg" alt="DSC09523" width="150" height="150" />         เครื่องประดับที่ร้านอ๋าล้วนมีแต่แบบเก๋ๆ ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ กำไล แหวน ต่างหู ละลานตาไปหมด จะลองสวมลองใส่สาละวนอยู่แค่ไหนเธอก็ไม่บ่น สนนราคาก็ว่ากันตามน้ำหนักของเงิน</p>
<p>          ครั้งแรกที่ฝากตัวเป็นลูกค้าเมื่อหลายปีก่อน ฉันก็หยิบโน่นหยิบนี่มาลองสวมวุ่นวายทีเดียว จนเมื่อซื้อแหวนกับต่างหูแล้วก็ปรากฏว่าลืมถอดสร้อยเส้นหนึ่งที่สวมทับเสื้อคอเต่าเดินไปขึ้นรถหน้าตาเฉย พอรู้สึกตัวแล้ววิ่งกลับเอาของมาคืนก็เป็นเรื่องขำกันกลิ้ง และจากนั้นมาฉันกับสามีก็กลายเป็นขาประจำของอ๋า</p>
<p>         เจอกันคราวนี้มีโอกาสได้นั่งคุยกันนานกว่าครั้งก่อนๆ เพราะเอาสร้อยเงินเส้นเก่าที่ชำรุดไปให้เธอช่วยร้อยให้ใหม่โดยเสริมเม็ดเงินและหินสวยๆเข้าไปอีก อ๋าก็ตั้งใจประดิดประดอยให้เราอย่างชำนิชำนาญ ในขณะที่ต้องดูแลลูกค้าฝรั่งที่เดินเข้ามาเลือกชมเลือกซื้อสินค้าอย่างไม่ขาดสายด้วย</p>
<p>         <img class="alignleft size-thumbnail wp-image-682" title="ภาพปิ่นปักผมเครื่องเงิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09481-150x150.jpg" alt="DSC09481" width="150" height="150" />ลูกค้าของอ๋าส่วนใหญ่เป็นฝรั่งค่ะ นักท่องเที่ยวเอเชียก็มี แต่ที่ฉันสังเกตก็คือเมื่อฝรั่งเขาเดินผ่านหน้าร้านแล้วเห็นว่าร้านนี้มีสไตล์ ก็จะเข้ามาเลือกของที่ถูกใจได้อย่างรวดเร็ว ถามราคาแล้วก็ไม่ค่อยจะต่อรองราคาสักเท่าไร ไม่เห็นจะดูนาน เลือกนาน หยิบๆวางๆและขอต่อราคาเหมือนคนไทยอย่างฉันเลย</p>
<p>         ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะบอกกันปากต่อปาก ฝรั่งบางคนมาถนนข้าวสารเป็นครั้งแรกก็ยังเดินหาร้านอ๋าจนเจอเพราะเพื่อนเขาเขียนแผนที่กำกับมาให้ แค่นั้นไม่พอ บางคนยังพกรูปเพื่อนคนที่แนะนำมาโชว์อ๋าด้วยว่าจำได้หรือเปล่าเพื่อนฉันคนนี้เคยมาซื้อ&#8230;</p>
<p>         อ๋าเล่าว่าถ้าเมื่อ 10 ปีก่อนเธอสัมภาษณ์เข้าทำงานองค์กรสาธารณกุศลแห่งหนึ่งกับคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ได้ เธอก็คงเป็นสาว NGO ไปแล้ว เพราะเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่สมัยเรียน แต่ดูเหมือนพรหมลิขิตให้ทำมาค้าขาย การไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือและเลือกซื้อเครื่องเงินสวยๆมาขายกลับเป็นช่องทางธุรกิจที่ “ใช่”มากกว่า<img class="alignright size-thumbnail wp-image-685" title="ภาพขณะกำลังสาธิตวิธีการทำเครื่องประดับเงิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09533-150x150.jpg" alt="DSC09533" width="150" height="150" /><img class="alignright size-thumbnail wp-image-686" title="ภาพขณะกำลังสาธิตวิธีการทำเครื่องประดับเงิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09534-150x150.jpg" alt="DSC09534" width="150" height="150" /></p>
<p>         อ๋าบอกว่าอาชีพนี้มีความสุขดี และด้วยความที่ขายเครื่องประดับเงินอยู่ที่นี่มานาน จึงมีคนนำสินค้ามาส่งให้เลือกถึงที่ ไม่ต้องเดินทางเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน ตอนกลางวันให้ลูกน้องมาเปิดร้าน ส่วนเธอจะมาดูแลเองก็ต่อเมื่อพลบค่ำไปแล้วและอยู่ถึงตี 1- ตี 2 กว่าจะกลับไปนอนก็รุ่งเช้า&#8230;และจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่ดีมาก คือตื่นมาดูข่าว “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ของช่อง3 อะแฮ่ม!!!</p>
<p><img title="ภาพคุณสายสวรรค์ถ่ายคู่กับแม่ค้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09517-150x150.jpg" alt="DSC09517" width="150" height="150" /></p>
<p>         แม้จะใช้ชีวิตและประกอบอาชีพต่างกัน แต่สิ่งที่เราเห็นตรงกันอย่างมากคือ เมื่อทำงานอะไรด้วยความรักและความหลงใหล มันจะไม่รู้สึกว่างานนั้นเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยหรือน่าเบื่อหน่ายเลย แต่กลับจะเพลิดเพลินจนเวลาผ่านไปแต่ละวันอย่างรวดเร็วและจะตั้งหน้าตั้งตารอวันใหม่ให้มาถึงอย่างมีความสุข<img class="alignleft size-thumbnail wp-image-689" title="ภาพบรรยากาศของตลาด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09494-150x150.jpg" alt="DSC09494" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-690" title="ภาพแม่ค้ากำลังทำผมให้แก่ลูกค้าชาวต่างชาติ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09496-150x150.jpg" alt="DSC09496" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-691" title="ภาพตุ๊กหุ่นจำลองทรงผมรูปแบบต่างๆ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09500-150x150.jpg" alt="DSC09500" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-692" title="ภาพผลไม้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09512-150x150.jpg" alt="DSC09512" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-693" title="ภาพแม่ค้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09532-150x150.jpg" alt="DSC09532" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-694" title="ภาพหมวก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09507-150x150.jpg" alt="DSC09507" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-695" title="ภาพผลไม้จำนวนมาก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09509-150x150.jpg" alt="DSC09509" width="150" height="150" /><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-696" title="ภาพคุณสายสวรรค์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/DSC09487-150x150.jpg" alt="DSC09487" width="150" height="150" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/khowsan-road-and-silver-jewelry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

