<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; จีน</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คลื่นยักษ์สึนามิ ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2011 08:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[พิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[สูง]]></category>
		<category><![CDATA[อลาสก้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัฟกานิสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อุทาหรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธิเบต]]></category>
		<category><![CDATA[ถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปากีสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[เนปาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4273</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เราเคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2547 และเราเพิ่งได้เห็นความเจ็บปวดจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ปี 2554 นี้ ลองหันกลับมาเรียนรู้ และช่วยกันติดตามดูว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิทุกวันนี้ได้รับการกันไว้เป็นเขตต้องห้ามหรือกลับเข้าไปอยู่เหมือนไม่เคยมีบทเรียนอะไรกันมาก่อน และกลไกในการเตือนภัยสึนามิของเราพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

เรียบเรียงโดย:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV
           คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้อธิบายประกอบแผนที่ให้เห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเกิดคลื่นยักษ์(สึนามิ)ตามมานั้น สัมพันธ์กัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800000;">หลังจากที่เราเคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2547 และเราเพิ่งได้เห็นความเจ็บปวดจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ปี 2554 นี้ ลองหันกลับมาเรียนรู้ และช่วยกันติดตามดูว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิทุกวันนี้ได้รับการกันไว้เป็นเขตต้องห้ามหรือกลับเข้าไปอยู่เหมือนไม่เคยมีบทเรียนอะไรกันมาก่อน และกลไกในการเตือนภัยสึนามิของเราพัฒนาไปถึงไหนแล้ว</span></h3>
<p><span id="more-4273"></span></p>
<p>เรียบเรียงโดย:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV</p>
<p>           คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้อธิบายประกอบแผนที่ให้เห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเกิดคลื่นยักษ์(สึนามิ)ตามมานั้น สัมพันธ์กัน และเป็นไปตามแนวที่ชัดเจนบนแผนที่</p>
<p>           โดยหากนับตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่เกิดแผ่นดินไหวบริเวณหมู่เกาะสุมาตรา เป็นต้นมา ก็จะมีแนวการเกิดแผ่นดินไหวเป็นเส้นลากผ่านอันดามัน เข้าไปในพม่า นอกจากในมหาสมุทรแล้ว รอยต่อนี้ยังเชื่อมเข้าไปในแผ่นดิน ผ่านประเทศพม่า จีน ธิเบต เนปาล ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอิหร่าน</p>
<p>           อย่างที่ปากีสถานมีแผ่นดินไหวรุนแรง มีผู้เสียชีวิตจำ นวนมาก (ปากีสถานเคยประสบแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2548 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 73,000 ราย และอีก 3.5 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นแคชเมียร์ และล่าสุด เมื่อ 19 มกราคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ ที่ความลึก 84 กิโลเมตร ในเมืองติดกับชายแดนอัฟกานิสถาน แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงอาบูดาบี และดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย แต่ครั้งนี้เกิดในพื้นที่ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น จึงไม่เกิดความเสียหายมาก)</p>
<p>          จากอิหร่านก็เหมือนกัน (อิหร่าน เป็นประเทศหนึ่งที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก ตัวอย่างแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งหนึ่ง คือเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2533 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต 40,000 -50,000 คน บาดเจ็บมากกว่า 60,000 คน)</p>
<p>           ลองไล่ลงมาตามเกาะสุมาตรา ยอร์กยาการ์ต้า ไปฟิลิปปินส์ ขึ้นไปทางญี่ปุ่น รัสเซีย อลาสก้า เลียบชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาลงมาถึงเม็กซิโก บราซิล ชิลี</p>
<p>           ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อปี 2547 แท้จริงแล้ว โลกจะขยับตัวอยู่ตลอดเวลา และเรียกได้ว่ายังไม่เข้าที่ บางแห่งเกิดนับร้อยๆ ครั้ง เพียงแต่ขนาดของมันไม่ถึงขั้นทำ ให้เกิดสึนามิ ประเทศไทยแม้จะอยู่ห่างพอสมควร แต่ก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร และความรุนแรงขนาดไหน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมพร้อม เพียงแต่อย่าหวั่นวิตกถึงขั้นทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข</p>
<p>           สำหรับคำถามที่ว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิแล้ว ควรอพยพออกจากบริเวณนั้นไปอย่างถาวรหรือไม่????? คุณสมศักดิ์ตอบอย่างชัดเจน ว่าควรย้ายออกไปจากพื้นที่นั้น<br />
           โดยเมื่อครั้งเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 กรมทรัพยากรธรณีได้ไปสำ รวจพื้นที่ว่าคลื่นยักษ์ซัดขึ้นฝั่งมาถึงบริเวณไหน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ให้ถือเป็นพื้นที่ต้องห้าม ไม่ควรเป็นพื่นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่พาณิชย์ อีกต่อไป แต่เนื่องจากประเทศไทยเราไม่มีกฏหมายควบคุมเรื่องนี้ หลังเหตุการณ์สงบ คนเริ่มลืม ก็กลับเข้าไปอยู่เช่นเดิม แถมยังมีผู้ฉกฉวยโอกาสเข้าไปบุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ</p>
<p>          สิ่งปลูกสร้าง จะปลูกอย่างไรไม่ให้ขวางทางน้ำ เช่นบ้านยกพื้นใต้ถุนสูง อย่างน้อยก็ลดการกระแทกให้น้อยลงได้ แผ่นดินไหวเราเตือนล่วงหน้าไม่ได้ แต่สึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวแรงๆ นั้นเรามีเวลา</p>
<p>           อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ ต้องติดอาวุธทางปัญญา ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องสึนามิมากขึ้น และเราต้องมีระบบเตือนภัย ซึ่งขณะนี้ก็มีการติดตั้งหอเตือนภัยไว้หลายจุด ทั้งใน6จังหวัดที่เคยเกิดสึนามิ และจังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดพิบัติภัยอื่นๆ นอกเหนือจากสึนามิด้วย</p>
<p> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/Tsunami2.jpg"></a>          แม้เราจะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว แต่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเล แล้วจะเกิดสึนามิ เรามีเวลาหนี ถ้าเรามีความรู้ มีเครื่องมือ และเชื่อในระบบการเตือนภัย!!!!!!!!</p>
<p>(ชมคลิปวิดีโอ)<br />
<iframe title="YouTube video player" width="480" height="390" src="http://www.youtube.com/embed/5Gb22jmb8p0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์ The Sun Drum Miao&amp;Dong Costumes Museum</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/the-sun-drum-miaodong-costumes-museum/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/the-sun-drum-miaodong-costumes-museum/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2010 03:52:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[All-China Youth Federation (ACYF)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท Qiandongnan Sun Drum Embroidery Company]]></category>
		<category><![CDATA[ชนเผ่าพื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[การตัดกระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ลวดลาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วาดรูป]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ้นค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าบาติก]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ถัก]]></category>
		<category><![CDATA[ดินสอ]]></category>
		<category><![CDATA[งานแต่งงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัก]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เย็บ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องทุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[China-ASEAN Youth Camp 2010]]></category>
		<category><![CDATA[The Colorful Guizhou Tourist Merchandise Tournament]]></category>
		<category><![CDATA[The Sun Drum Miao&Dong Costumes Museum]]></category>
		<category><![CDATA[Wen jiabao]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2667</guid>
		<description><![CDATA[สถานที่จัดแสดงเครื่องแต่งกายของชนเผ่าเหมียว ชนเผ่าดอง และชนเผ่าอื่นๆ มากกว่า 100 ชุดนี้ แม้จะเป็นสถานที่เล็กๆ ที่ใช้คำว่า “พิพิธภัณฑ์” แตกต่างจากความใหญ่โตทั่วไปของพิพิธภัณฑ์อื่น  แต่ที่แห่งนี้สามารถเก็บรวบรวม ความล้ำค่าของวัฒนธรรม  และบรรพบุรุษ มิให้เลือนหายไป&#8230;.

       
  โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
 
 
       พิพิธภัณฑ์ The Sun Drum [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #800000;"><strong>สถานที่จัดแสดงเครื่องแต่งกายของชนเผ่าเหมียว ชนเผ่าดอง และชนเผ่าอื่นๆ มากกว่า 100 ชุดนี้ แม้จะเป็นสถานที่เล็กๆ ที่ใช้คำว่า “พิพิธภัณฑ์” แตกต่างจากความใหญ่โตทั่วไปของพิพิธภัณฑ์อื่น  แต่ที่แห่งนี้สามารถเก็บรวบรวม ความล้ำค่าของวัฒนธรรม  และบรรพบุรุษ มิให้เลือนหายไป&#8230;.</strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;"><span id="more-2667"></span></span></p>
<p><span style="color: #003300;">       </span></p>
<p><span style="color: #003300;">  </span><span style="color: #003300;">โดย อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;">       พิพิธภัณฑ์ The Sun Drum Miao&amp;Dong Costumes เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Qiandongnan Sun Drum Embroidery Company เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวม เก็บรักษา ศึกษาวิจัย เทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตเครื่องแต่งกายหลายหลากประเภทของชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศจีน โดยเน้นชนเผ่าเหมียวและดองซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ของจีน</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF2166.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2670" title="DSCF2166" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF2166-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #003300;">          The Sun Drum Miao&amp;Dong Costumes เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นชนเผ่าเหมียวและดองพร้อมกับมีการสาธิตทักษะการผลิตเครื่องแต่งกายและการทำงานศิลปะ เช่น วาดรูป จากคนของชนเผ่านั้นๆ โดยมีจุดประสงค์ที่จะช่วยวิจัย พัฒนา และปกป้องรักษาเอกลักษณ์เฉพาะอันโดดเด่นของชนเผ่าพื้นเมืองมิให้เลือนหายไป ท่ามกลางการพัฒนาอันรวดเร็วของโลกสมัยใหม่ พร้อมทั้งเพื่อเป็นฐานข้อมูลและแหล่งอ้างอิงด้านเครื่องแต่งกายดั้งเดิมของชนเผ่าเหมียวและดอง    </span><span style="color: #003300;">สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้า ดังนั้น จึงได้ถือกำเนิดศูนย์การจัดแสดงทางวัฒนธรรมแห่งนี้ขึ้นมา</span><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF21701.jpg"><img class="size-medium wp-image-2673 alignright" title="DSCF2170" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF21701-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF21651.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2672" title="DSCF2165" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF21651-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #003300;">          ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเครื่องแต่งกายของชนเผ่าเหมียว ชนเผ่าดอง และชนเผ่าอื่นๆ มากกว่า 100 ชุดการแสดง พร้อมคำบรรยายใต้เครื่องแต่งกายนั้นๆ ถึงยุคสมัย วัตถุดิบ และโอกาสในการสวมใส่ เช่น งานแต่งงาน งานพิธีต่างๆ ทำให้ผู้ที่เข้าชมสามารถเข้าใจได้</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          และมีการจัดแสดงเครื่องประดับอีกกว่า 200 ชิ้น พร้อมทั้งผ้าบาติก ผ้าม่านลายปัก เทคนิคการตัดกระดาษเป็นรูปแบบต่างๆ กว่า 500 ชิ้น เพื่อใช้ประดับตกแต่งในโอกาสพิเศษ เครื่องเงิน อุปกรณ์การเย็บปักถักร้อย และรูปวาด อย่างหลากหลาย</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          การนำเสนอประวัติของชนเผ่าเหมียวและดอง ผ่านเครื่องแต่งกายประจำชนเผ่าแล้ว อีกหนึ่งจุดประสงค์ของทางพิพิธภัณฑ์ คือ การมีส่วนร่วมของผู้ชม เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าถึงและเรียนรู้วิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้ได้ ใกล้ชิดมากขึ้น ทางพิพิธภัณฑ์จึงมีเจ้าหน้าที่หญิงกว่า 23 คน จากชนเผ่าเหมียวและดอง จากหลายหมู่บ้าน คอยแสดงและสาธิตทักษะเย็บปักเครื่องแต่งกายและทักษะผลิตงานศิลปะให้แก่ผู้เยี่ยมชม</span></p>
<p><span style="color: #003300;">         ซึ่งพนักงานเหล่านี้ล้วนแต่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศลำดับที่ 2 และ 3 และรางวัลพิเศษ จากเวทีการประกวดแข่งขัน “The Colorful Guizhou Tourist Merchandise Tournament” ในปี 2006 เป็นการรับประกันได้ว่าสิ่งที่พนักงานชาวพื้นเมืองในพิพิธภัณฑ์เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริง และผลงานที่ทำออกมาเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของชาวพื้นเมืองและรักษาความดั้งเดิมไว้จริง</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          ในแต่ละห้องการแสดงผลงานจะแบ่งเป็นสัดส่วน เปรียบเสมือนห้องเรียนวิทยาศาสตร์ที่มีโมเดล ให้เราได้ศึกษาค้นคว้า</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF2167.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2669" title="DSCF2167" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF2167-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>          อาทิ กระบวนการทำผ้าม่านลายปักที่ผมได้ไปเห็นอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะเริ่มการผลิตกระบวนการแรกคือการออกแบบลวดลาย ส่วนมากที่เราใช้ในการร่างแบบ หรือลวดลายที่เราต้องการก็ต้องใช้ดินสอวาดเพื่อเป็นแบบก่อนการปัก แต่ในที่นี้ใช้น้ำตาเทียนเป็นเครื่องมือในการร่างแบบ หรือลวดลายที่เขาต้องการซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตในอดีตได้อย่างเด่นชัดก่อนความเจริญของโลกสมัยใหม่ ที่มนุษย์ได้เรียนรู้และสร้างเครื่องมือที่ช่วยทุนแรงอย่างเช่น “ดินสอ” หลังจากการที่สร้างลวดลายที่ต้องการเสร็จ จะเป็นขั้นตอนการปัก จะปักด้วยมือ เพื่อให้เกิดความประณีตของเส้นดายและลวดลาย</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          ในปัจจุบันสินค้าบางชิ้นที่มีขายตามท้องตลาด มีการลอกเลียนแบบลวดลาย ตั้งแต่กระบวนการผลิตมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากการวาดลวดลายจนถึงขั้นตอนการปัก จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นเครื่องจักรกลสำหรับพิมพ์ลาย และเครื่องปัก เข้ามาใช้ทดแทนเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว สะดวกสบาย แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าไว้ได้แบบไม่มีผิดเพี้ยนเลย&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          โอกาสในการเรียนรู้ประวัติและความสำคัญของเครื่องแต่งกายประเภทต่างๆ ของชนเผ่าพื้นบ้าน จากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกาย เรียนรู้วิธีการผลิตเครื่องแต่งกาย และการผลิตงานศิลปะ จากการสาธิต ยังเป็นบทสะท้อนให้หันกลับมามองชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่ยังคงถูกละทิ้ง ลิดรอนสิทธิ ไม่เข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ของรัฐ และถูกมองว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกผลักไสให้ไปอยู่ในชายขอบของสังคม<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSCF2165.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #003300;">         การเรียนรู้มุมมองการทำงานของรัฐบาลจีน ที่ให้ความสนใจในการพัฒนาชนเผ่าพื้นเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม คงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชนเผ่าไว้นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำแต่กับเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความเจริญในอนาคตที่เราต้องให้ความสำคัญต่อคนไทยทุกชนชั้น ทุกพื้นที่ของแผ่นดินไทย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p> <span style="color: #008000;">        <strong> ผมเชื่อ ! ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ถ้าทุกประเทศ เล็งเห็นคุณค่าของกลุ่มชนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่  ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิต ที่สืบทอดมาในอดีต เราคงได้เห็นภาพและสิ่งที่น่าจดจำได้อีกหลายหลายในอีกหลายมุมของโลกไม่ใช่แค่ประเทศจีน&#8230;&#8230;.</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/the-sun-drum-miaodong-costumes-museum/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมู่บ้านเหมียว (Kaili Xijiang Miao Village) ชนเผ่าพื้นบ้านของประเทศจีน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/kaili-xijiang-miao-village/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/kaili-xijiang-miao-village/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2010 17:01:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[บรรพบุรุษ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวเขา]]></category>
		<category><![CDATA[บนภูเขาสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ชนเผ่าเหมียว (Miao)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาเหมียว]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มั่งคั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รสชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจีน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเหนียว]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ตอนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณี]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองกุ้ยโจว]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมนู]]></category>
		<category><![CDATA[เผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[Kaili Xijiang Miao Village]]></category>
		<category><![CDATA[Long Skirt Miao]]></category>
		<category><![CDATA[Long Skirt Miao and Short Skirt Miao]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2536</guid>
		<description><![CDATA[ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย แต่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีชนกลุ่มน้อยมากกว่า 55 เผ่า อาศัยกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค ชนเผ่าเหมียว (Miao) เป็นหนึ่งใน 55 เผ่า ของจีน

  
เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
             ชนเผ่าเหมียว (Miao) นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของจีนก็ว่าได้  โดยชนเผ่าเหมียวจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย แต่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีชนกลุ่มน้อยมากกว่า 55 เผ่า อาศัยกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค ชนเผ่าเหมียว (Miao) เป็นหนึ่งใน 55 เผ่า ของจีน<span id="more-2536"></span></span></h3>
<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Kaili-Xijiang-Miao-Village.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2538" title="ภาพชนเผ่าเหมียวยืนเรียงแถวตอนรับนักท่องเที่ยวด้วยชุดประจำเผ่า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Kaili-Xijiang-Miao-Village.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></h3>
<h3><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Kaili-Xijiang-Miao-Village2.jpg"></a><span style="color: #000000;"> </span></h3>
<p><span style="color: #000000;">เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">             ชนเผ่าเหมียว (Miao) นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของจีนก็ว่าได้  โดยชนเผ่าเหมียวจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน โดยส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 90 จะอาศัยอยู่ในเมืองกุ้ยโจว ซึ่งถือได้ว่าชนเผ่าเหมียวเป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่และประชากรมากที่สุดในบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ในประเทศจีน โดยมีประมาณ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ของชาวเหมียว หรือ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเหมียว Kaili Xijiang Miao Village</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><span style="color: #000000;">                นอกจากชาวเหมียวจะอพยพมาตั้งหลักปักฐานในประเทศจีนแล้ว ยังอาศัยอยู่ในอีกหลากหลายประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศไทย พม่า เวียดนาม ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ในประเทศไทยจะเรียกชนเผ่านี้ว่า แม้ว</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC019585.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2567" title="ภาพ บ้านของชนเผ่าเหมียวที่อาศัยอยู่ตามภูเขา เรียงรายอย่างสวยงามกลมกลืนกันธรรมชาติ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC019585-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC019582.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">                ชนเผ่าพื้นบ้านเหมียวมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ดี จึงมักพบชาวเหมียวอาศัยอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างยากต่อการอยู่อาศัย อย่างเช่น บนภูเขาสูง ที่มีอากาศแปรปรวนโดยชาวเหมียวมักจะสร้างบ้านด้วยไม้ ทั้งหมด 3 ชั้น โดยจะอาศัยอยู่ในชั้นที่ 2 ของบ้าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชอบกินข้าวเหนียว มันฝรั่ง และข้าวโพด มีภาษาถิ่นหรือภาษาเหมียวเป็นภาษาของตัวเอง มีความเชื่อว่าบรรพบุรุษของตนเกิดมาจากผีเสื้อ และมีความเชื่อว่าเครื่องประดับเงินสามารถปกป้องตนเองให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ ได้ และเครื่องประดับทองจะแสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">                นอกจากนี้ชนเผ่าเหมียวยังแบ่งออกเป็น Long Skirt Miao and Short Skirt Miao ซึ่งที่ได้ไปเยี่ยมชมนั้น คือ หมู่บ้านชนเผ่าเหมียวกระโปรงยาว หรือ Long Skirt Miao โดยจะมีความแตกต่างกันตรงที่เครื่องแต่งกาย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01902.jpg"></a><span style="color: #003300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4676.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2564" title="ภาพ เยาวชนไทยกำลังนั่งรับทานอาหารที่หมู่บ้านเหมียว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4676-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></span></a><span style="color: #000000;">          ในการเดินทางไปหมู่บ้านเหมียว เมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าของหมู่บ้าน ไม่ว่าใครก็ต้องได้รับการต้อนรับจากคนในหมู่บ้านไม่ว่าคนเท่าคนแก่ วัยรุ่น และสาวชนเผ่าเหมียวที่มายืนต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเสียงเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับเหล้าที่ใส่เขาควายให้สำหรับผู้ที่มาเยือนได้ลิ้มรสชาติ ไปพร้อมกับเสียงเพลง อันนี้ถือได้ว่าเป็นประเพณีของเหมียวอีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอถ้าได้มาเยือน</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จากสภาพที่ผมได้ไปในวันนั้นถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะมีฝนตกลงมา แต่จากสภาพที่ได้เห็นถือได้ว่าทางการจีนได้ให้ความสำคัญกับชนเผ่าพื้นบ้านไม่น้อย ประการแรกคือเรื่องของการพัฒนาที่อยู่อาศัยถึงแม้ว่าจะมีการดำรงชีวิตบนป่าเขา แต่ในที่แห่งนี้ บ้านเรือนทุกหลังได้ถูกสรรสร้างได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่นำมาสร้าง และการดีไซน์ได้อย่างลงตัวกับธรรมชาติโดยที่ไม่เกิดการสูญเสียของระบบนิเวศ และสามารถนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวอีกเช่นกัน  นับว่ามีการวางแผนการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจริงๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">พอเดินมาเยี่ยมชมด้านในก็มีการขายสิ้นค้าต่างๆมากมายที่ผลิตมากจากวัสดุภายในถิ่นฐานที่ชนเผ่าเหมียวใช้ดำรงชีวิต และไม่แปลกเลยที่สินค้าประเภทเครื่องเงินจะมีจำหน่ายมากเพราะชนเผ่านี้มีความเชื่อว่า เครื่องประดับเงินสามารถปกป้องตนเองให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ ได้ และเครื่องประดับทองจะแสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัว ซึ่งทำให้ผมและเพื่อนซื้อกลับมาเป็นของฝากให้คนทางบ้านไม่น้อยชิ้น เพราะราคาที่นี้ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">            ส่วนทางเรื่องของอาหารการกิน คนไทยส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าอาหารของจีนจืด แต่ในที่นี้ไม่เลยครับ เรื่องของอาหารที่นี้รสชาติไม่แตกต่างกับทางประ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01936.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2543" title="ภาพ ผู้เขียนถ่ายภาพร่วมกับเพื่อนชาวจีน กับชนเผ่าเหมียวที่มาต้อนรับด้วยชุดประจำเผ่าที่ประดับด้วยเครื่องเงินอย่างสวยงาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC01936-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">เทศไทยเรามากเนื่องจากหมู่บ้านเหมียวอยู่ทางตอนใต้ของจีน ดังนั้นเรื่องของอาหารก็จะใกล้เคียงกับอาหารไทย ที่น่าสนใจก็คือข้าวผัดไข่ ถือว่าเป็นเมนูสุดโปรดของกรุ๊ปพวกเราเลยเพราะไม่ต้องมีกับข้าวก็สามารถทานได้เปล่าๆ แบบไม่ต้องมีกับ ถ้าเปรียบกับบ้านเราข้าวผัดไข่ของเขาก็คือข้าวสุกที่เราไว้สำหรับรับประทาน&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ความหลากหลายของชนเผ่า ประเพณี วัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเหมียวแห่งนี้ถ้าเปรียบกับเมืองไทยของเราแล้วก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก แต่กับมาแตกต่างตรงที่จีนสามารถพัฒนาและให้ความกับชนเผ่าเหมียว จึงทำให้ประชากรของเขามีรายได้แม้จะเป็นชนเผ่าที่ห่างไกลความเจริญ อีกทั้งยังทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนีย์ภาพอันเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว  ถ้าเรามองความคิดและการพัฒนาของรัฐบาลจีนแล้วนำมาพัฒนาชนเผ่าแม้วในประเทศไทย ผมเชื่อ!ชนเผ่าแม้วของไทยก็สามารถเป็นจุดขายและสถานที่ท่องเที่ยวไม่ต่างอะไรกับ หมู่บ้านเหมียวในเมืองกุ้ยโจว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆน้อยๆที่ผมได้เก็บมาฝากกับผู้อ่าน  ที่เหมือนกับอาหารจานแรกที่เสิร์ฟพร้อมเกร็ดความรู้จากต่างแดนเท่านั้นครับ ในครั้งหน้ารับรองยังมีเรื่องมาเล่าจากพื้นแผ่นดินจีนให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันต่อไป&#8230;&#8230;.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/kaili-xijiang-miao-village/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัยรุ่นตัวอย่าง!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 08:07:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเติมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พักกลางวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สวี่ ต้าฮุย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันอู๋ฮั่น]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2496</guid>
		<description><![CDATA[สวี่ ต้าฮุย นักศึกษาสาววัย 22 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล สถาบันอู่ฮั่น ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง จำเป็นต้องพาพ่อวัย 68 ไปนั่งเรียนหนังสือด้วย 
          เพื่อเธอจะได้ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต และสามารถเรียนหนังสือได้พร้อมๆ กัน ชีวิตของต้าฮุย ไม่มีทางเลือกจริงๆ เนื่องจากเธอเป็นลูกคนเดียว ส่วนแม่ก็ล้มป่วย จนแทบดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">สวี่ ต้าฮุย นักศึกษาสาววัย <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">22</span> ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล สถาบันอู่ฮั่น ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง จำเป็นต้องพาพ่อวัย <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">68</span> ไปนั่งเรียนหนังสือด้วย <span id="more-2496"></span></span></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Wuhan-Institute..jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/hubei.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2499" title="ภาพแผนที่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/hubei.jpg" alt="" width="503" height="505" /></span></a><span style="color: #000000;">          เพื่อเธอจะได้ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต และสามารถเรียนหนังสือได้พร้อมๆ กัน ชีวิตของต้าฮุย ไม่มีทางเลือกจริงๆ เนื่องจากเธอเป็นลูกคนเดียว ส่วนแม่ก็ล้มป่วย จนแทบดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ แม้จะมีอุปสรรคขนาดนี้ แต่ต้าฮุยก็ยังเรียนดีสามารถทำคะแนนได้สูงสุดของห้อง แม้จะต้องทำงานนอกเวลาเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หนังสือพิมพ์ฉางเจียง เล่าถึงชีวิตประจำวันของเด็กสาวยอดกตัญญูว่า เธอตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า ออกไปจ่ายตลาดซื้อของมาทำอาหาร จากนั้นจึงปลุกพ่อตื่น ให้กินข้าวแล้วจึงไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับเธอ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระหว่างพักกลางวัน ต้าฮุยยังเจียดเวลาไปทำงานในร้านอาหาร นอกจากนั้นเธอยังหารายได้จากการขายน้ำขวดและบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ขณะที่ช่วงเย็นเธอจะใช้เวลานวดตัวให้พ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้าย เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบเป็นเวลา <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">30</span> นาที ก่อนจะพาพ่อเข้านอน แล้วเธอจึงค่อยอ่านหนังสือ จัดการเรื่องส่วนตัวของเธอเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Times New Roman;">          &#8220;</span></span>ฉันไม่เคยคิดว่า ชีวิตฉันช่างสุดรันทด ก็ฉันเป็นลูกคนเดียว หากฉันไม่ทำ แล้วใครจะดูแลพ่อล่ะ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม จากข่าวว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ให้พ่อลูกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยฟรี หลังจากได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของเด็กสาวยอดกตัญญูรายนี้&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;"><span style="color: #000000;"> </span></span></p>
<div>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>China-ASEAN Youth Camp 2010 แลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่ความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนในกลุ่มอาเซียน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china-asean-youth-camp-2010/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china-asean-youth-camp-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Jun 2010 16:11:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[(Guangxi Museum of Nationalities)]]></category>
		<category><![CDATA[(The 10th China-ASEAN Leader Meeting)]]></category>
		<category><![CDATA[บรูไน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กว่างซี]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน(Asean)]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป (European Union : EU)]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[อารยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[จีน-อาเซียน (China-Asean Youth Camp)]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณี]]></category>
		<category><![CDATA[นาฟตา (North America Free Trade Area : NAFTA)]]></category>
		<category><![CDATA[นายเหวิน เจียเป่า (Wen jiabao)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ “China-ASEAN Youth Camp 2010]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการค่ายฤดูร้อน (Summer Camp)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแคมป์เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองกุ่ยหยาง (Guiyang)]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองกุ่ยหลิง (Guilin)]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองหนานหนิง (Nanning)]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เขตการค้าเสรี(FTA)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2380</guid>
		<description><![CDATA[เปิดบันทึกเยาวชนไทย กับประสบการณ์เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน สัมผัสอารยธรรมยิ่งใหญ่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาแห่งแดนมังกร สานสัมพันธ์ในกลุ่มสมาชิกอาเซียน
   
 เรื่อง อรรถนนท์  จันทร์ทวีศักดิ์
     ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน(Asean)  อันประกอบด้วยไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เปิดบันทึกเยาวชนไทย กับประสบการณ์เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน สัมผัสอารยธรรมยิ่งใหญ่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาแห่งแดนมังกร สานสัมพันธ์ในกลุ่มสมาชิกอาเซียน</span><strong><span style="color: #000000;"><span id="more-2380"></span></span></strong></span></h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3797.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2391" title="ภาพพิธีเปิด  โครงการ “China-ASEAN Youth Camp 2010 " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3797-1024x679.jpg" alt="" width="614" height="407" /></span></a><span style="color: #000000;">   </span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/china-ASEAN2.jpg"></a><span style="color: #000000;"> เรื่อง อรรถนนท์  จันทร์ทวีศักดิ์</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">     ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน(Asean)  อันประกอบด้วยไทย </span><a title="ประเทศมาเลเซีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2"><span style="color: #000000;">มาเลเซีย</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศฟิลิปปินส์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C"><span style="color: #000000;">ฟิลิปปินส์</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศอินโดนีเซีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2"><span style="color: #000000;">อินโดนีเซีย</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศสิงคโปร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C"><span style="color: #000000;">สิงคโปร์</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศบรูไนดารุสซาลาม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1"><span style="color: #000000;">บรูไน</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศลาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7"><span style="color: #000000;">ลาว</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศกัมพูชา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2"><span style="color: #000000;">กัมพูชา</span></a><span style="color: #000000;"> </span><a title="ประเทศเวียดนาม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1"><span style="color: #000000;">เวียดนาม</span></a><span style="color: #000000;"> และ</span><a title="ประเทศพม่า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2"><span style="color: #000000;">พม่า</span></a><span style="color: #000000;">  เราจึงได้เห็นโครงการดีๆ ที่เป็นความร่วมมือกันในกลุ่มประเทศสมาชิกหลายต่อหลายโครงการ และที่สำคัญคือเป็นประโยชน์แก่เยาวชนในประเทศเหล่านี้ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           โครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยแนวคิดของ นายกรัฐมนตรีของสาธารณประชาชนจีน นายเหวิน เจียเป่า (Wen jiabao) เมื่อครั้งการประชุมผู้นำประเทศจีน-อาเซียนครั้งที่ 10 (The 10<sup>th</sup> China-ASEAN Leader Meeting) ที่จะเชิญเยาวชนในกลุ่มประเทศอาเซียนประมาณ1,000 คน ภายใน 5 ปี เข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้วัฒนธรรม ภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ โครงการแคมป์เยาวชน จีน-อาเซียน (China-Asean Youth Camp) ,โครงการค่ายฤดูร้อน (Summer Camp) และโครงการเวทีอภิปรายของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Youth Entrepreneurs Forum) เป็นต้น  จึงเป็นที่มาของโครงการ “China-ASEAN Youth Camp 2010”  ที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมในครั้งนี้</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3821.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2395" title="ภาพคณะเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 10 คน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3821-300x198.jpg" alt="" width="251" height="168" /></span></a><span style="color: #000000;">                                                                                            โครงการ “China-ASEAN Youth Camp 2010” โดยองค์กร All-China Youth Federation (ACYF) เป็นผู้ดำเนินการ ได้เชิญเยาวชนจากกลุ่มประเทศอาเซียน จำนวน 100 คนจาก 10 ประเทศ สมาชิกเดินทางไปทัศนศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจ ณ เมืองหนานหนิง (Nanning) เมืองกุ่ยหลิง (Guilin) และเมืองกุ่ยหยาง (Guiyang)     สาธารณประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21 – 28 เมษายน 2553 ซึ่งโครงการครั้งนี้ได้ดำเนินการภายใต้หัวข้อ “เขตการค้าเสรี จีน-อาเซียนในสายตาของเยาวชน : China-Asean Free Trade Area in the eyes of youth”</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเทศจีนทำหน้าที่เป็น จุดศูนย์กลาง เพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา และการเปิดความรู้ เพื่อหวังสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างจีนกับอาเซียน โดยมีเยาวชนเป็นตัวขับเคลื่อนพลศาสตร์ของ เขตการค้าเสรี(FTA) ที่หวังว่าจะสร้างความความเจริญทางเศรษฐกิจในเอกภาพที่หลากหลาย และการตื่นตัวของเศรษฐกิจโลกเพื่อมีเงื่อนไข และการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ กับสหภาพยุโรป (European Union : EU) และนาฟตา (North America Free Trade Area : NAFTA) ในอนาคต </span></p>
<p><span style="color: #000000;">         การมุ่งเน้นให้เยาวชนเป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ เนื่องจากเยาวชนสามารถที่จะเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจากข้อผิดพลาด และยังมีวัยวุฒิและคุณวุฒิที่จะเรียนรู้ เปิดรับทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา กลุ่มอาชีพที่แตกต่างกัน ในการเรียนรู้การเข้าใจร่วมกันได้ง่ายมากกว่าผู้ใหญ่  เพื่อพัฒนาเป็นบุคลากรของชาติในการพัฒนาประเทศต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          ในปี 2553 นี้ ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 คน ซึ่งผมเองก็เป็นผู้โชคดีหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน  การคัดเลือกจะมาจาก ประกอบด้วย ตัวแทนเจ้าหน้าที่อาวุโส ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคณะเยาวชน,คณะสื่อสารมวลชน  4 คน, ข้าราชการรุ่นเยาว์ 2 คน,ผู้ประกอบการ จำนวน 1 คน,เยาวชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานศิลปะ 1 คน ,เยาวชนจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีผลการเรียนดี 1 คน</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/thai-term.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="size-full wp-image-2386 alignright" title="ภาพทีมเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการ    “China-ASEAN Youth Camp 2010" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/thai-term.bmp" alt="" width="303" height="235" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">           พวกเราทั้ง 10 คนที่เป็นตัวแทนประเทศไทยนอกจากจะไปเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ เจ้าภาพอย่างประเทศจีนยังจัดกิจกรรมที่น่าสนใจและศึกษาอีกหลายอย่าง เช่น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กิจกรรมจัดที่ เมืองหนานหนิง (Nanning) นอกจากจะเป็นพิธีเปิดโครงการฯ ”Opening Ceremony of China – ASEAN Youth Camp 2010 : Share the New Mission of Regional Development” ยังมีการอภิปรายสรุปในหัวข้อ “The China – ASEAN Cooperation and the Free Trade Area :  “เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับการค้าเสรี จุดสำคัญในเรื่องนี้หลายคนคงแปลกใจที่ ทำไม “จีน” ถึงให้เยาวชนมาเรียนรู้ในเรื่องนี้ แต่เมื่อเกิดการแลกเปลี่ยนก็รู้ว่าเหตุผลสำคัญที่เอาเยาวชนมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศในอนาคต เพราะเยาวชนเป็นกลุ่มคนที่สามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาด และรับรู้เปิดรับ สิ่งใหม่ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นอกจากนี้ยังพาทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กว่างซี (Guangxi Museum of Nationalities) ในสถานที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ได้อีกแหล่งหนึ่ง ที่เก็บรวบร่วมข้อมูลทางด้านประเพณี วัฒนธรรม และอารยธรรม ของชนเผ่าพื้นบ้าน ได้อย่างครบถ้วน และในช่วงค่ำยังมีพาชมภูมิทัศน์ของเมืองงหนานหนิงบนตึกสูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์จากความสูง 276 เมตรได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           และในวันต่อมาที่เมืองกุ้ยหลิน (Guilin) ถ้าได้ยินชื่อเมืองนี้นักท่องเที่ยวบางท่านคงจะนึกถึงทิวเขาอันขึ้นชื่อของแหล่งท่องเที่ยวนี้ แต่ในครั้งนี้ผมได้ชมทัศนียภาพของพื้นที่ถ้ำ Reed Flute ในถ้ำแห่งนี้ได้มีการดีไซค์ และวางแปลนการจัดองค์ประกอบด้าน ฉาก แสง สี เสียง อย่างลงตัว จากจินตนาการของมนุษย์ที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้น พร้อมทั้งศึกษาทางด้านนิคมอุตสาหกรรมกุ้ยหลิน (Guilin municipal enterprise or industrial zone) โดนพาไปชมโรงงานอุตสาหกรรมที่โดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี และความล้ำสมัยที่จีนจะพัฒนาสู้การค้าเสรีในอนาคต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การเดินทางยังไม่จบเท่านั้น พวกผมทั้งหมดในโครงการฯ ยังเดินทางไปยังเมือง กุ้ยหยาง (Guiyang) ในเมืองนี้ผมได้ไปทัศนศึกษาหมู่บ้านเหมียว Kaili Xijiang Miao Village ชนเผ่าพื้นบ้านของประเทศจีนเพื่อศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม ศิลปะการแสดงของชนเผ่าพื้นบ้านเหมียว และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ The Sun Drum Miao&amp;Dong Costumes Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวม เก็บรักษา ศึกษาวิจัย เทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตเครื่องแต่งกายหลายหลากประเภทของชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศจีน โดยเน้นชนเผ่าเหมียวและดองซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ของจีน พร้อมกับมีการสาธิตทักษะการผลิตเครื่องแต่งกายและการทำงานศิลปะ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4958.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2387" title="ภาพเยาวชนตัวแทนไทย ทดสอบฝังเข็ม แบบการรักษาการแพทย์แผนจีน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DSC_4958-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">         ส่วนทางด้านการแพทย์ที่ขึ้นชื่อของจีนก็คงจะรู้กันในเรื่องของการฝังเข็ม ในโครงการนี้เลือกที่จะให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาจาก “วิทยาลัยแพทย์แผนจีนกุ้ยหยาง” (Guiyang Traditional Medicine College) ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการเรียนการสอนในหลายแขนงทางการแพทย์ อาทิ การฝั่งเข็ม การนวดจับจุด การใช้ความร้อนบรรเทาอาการป่วย และการจับชีพจรอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์จีน และการวิจัยทางตัวอย่างที่น่าสนใจอีกมากมาย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ในวันสุดท้ายประเทศต่างๆได้มีการสัมมนาและอภิปรายโครงการ รวมถึงการบูรณาการให้เกิดเป็นรูปธรรมกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ โดยการแลกเปลี่ยนทางความคิดของแต่ละประเทศที่แสดงความคิด และพลังเยาวชนที่จะร่วมสร้างอาเซียนสู่โลกตะวันตกในอนาคต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นี่เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่ผมนำมาเรียกน้ำย่อย สำหรับคนที่สนใจในเรื่องของ การค้าเสรี แต่อีกแง่มุมหนึ่งคือเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ผมเชื่อว่า นักท่องเที่ยวคงอยากติดตามต่อไปว่ามีอะไรที่ดีในสิ่งที่ผมได้เจอมา รับลองได้เลยครับว่า เดี๋ยวจะเก็บรายละเอียดแต่ละที่มาพรรณนาให้ท่านผู้อ่านเข้าถึงและสถานที่เหมือนตัวท่านได้เดินทางไปพร้อมกับผมครับ @</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china-asean-youth-camp-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สธ.เตือนภัยใช้คอมฯนานเสี่ยงเกิดโรค CVS</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 04:02:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยาว]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สั้น]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[จักษุแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดนนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีวีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[CVS:Computer Vision Syndrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2274</guid>
		<description><![CDATA[ สธ. เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส” ทำให้เด็กสายตาสั้นถึงร้อยละ 30 เด็กที่สายตาสั้นอยู่แล้วทำให้สั้นหนักขึ้น ในกลุ่มผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้ 
           สาธารณสุข เตือนภัยผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น เสี่ยงเกิดโรคสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า “โรคซีวีเอส” ทำให้เกิด อาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ มีผลงานวิจัยพบว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 25 นาที ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #ff0000;"> </span><span style="color: #000000;">สธ. เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส” ทำให้เด็กสายตาสั้นถึงร้อยละ 30 เด็กที่สายตาสั้นอยู่แล้วทำให้สั้นหนักขึ้น ในกลุ่มผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้ <span id="more-2274"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">          </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/computter.jpg"></a><span style="color: #000000;"> สาธารณสุข เตือนภัยผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น เสี่ยงเกิดโรคสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า “โรคซีวีเอส” ทำให้เกิด อาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ มีผลงานวิจัยพบว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 25 นาที ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เด็กที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วอาจต้องใส่ชนิดหนาขึ้น ส่วนผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปอาจเกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้นใช้เวลารักษานาน แนะการป้องกัน ควรพักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที ใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม ปรับความถี่คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานหรือค้นหาข้อมูล รวมถึงใช้เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2551 คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้คอมพิวเตอร์จำนวน 16.99 ล้านคน ในบ้านทุก 100 ครัวเรือน จะมีบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ 24.8 เครื่อง การใช้คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากในปี 2547 มีผู้ใช้ 12.54 ล้านคน นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า ผลจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เกิดอาการที่เรียกว่าซีวีเอส (CVS:Computer Vision Syndrome) ซึ่งมี 2 กลุ่มอาการใหญ่ๆ กระทบต่อการทำงานของอวัยวะ ได้แก่ ตา เนื่องจากใช้มองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกซึ่งจะเกี่ยวกับท่านั่งขณะใช้คอมพิวเตอร์ ในกลุ่มหลังนี้ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีที่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ เช่น โรคข้อ ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น หากใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี ก็จะมีปัญหาทั้งสายตาและมีอาการปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้น ทางด้านนายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า มีผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะทำเกิดให้เกิดสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 โดยเฉพาะเด็กมักจะใช้คอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่สายตาสั้นอยู่แล้วจะทำให้สั้นมากขึ้น ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางตา แต่ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฮ่องกง พบว่ามีเด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 แต่ไม่มีอันตรายต่อตา มีเพียงผลข้างเคียงเช่นอาการล้า ตาแห้ง ตามัวชั่วคราว ไม่ถึงขั้นตาบอด และมีอาการคอเคล็ด ปวดไหล่ ปวดข้อ ในบางคนจะเป็นระยะยาว สาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการทางตา เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกิน 25 นาที และตั้งจอคอมพิวเตอร์ที่ปรับระดับไม่เหมาะสมกับสายตา หรือวางเม้าท์ที่ไม่ได้ระดับกับแขน ความสว่างของไฟ การนั่งเป็นเวลานาน เป็นต้น นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อว่า การจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลต่อระบบของการกรอกตา ระบบกล้ามเนื้อและประสาท ซึ่งจะเกิดหลังจากใช้สายตานานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการดวงตาล้า ดวงตาตึงเครียด ตาช้ำ ตาแดง แสบตา การมองเห็นภาพไม่ชัดอยู่ในลักษณะภาพมัวๆ น้ำตาไหลมาก ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่และหลัง ในการป้องกันปัญหาทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ แนะนำว่าควรกระพริบตาบ่อยๆ พักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที หรือ 30 นาที พัก 10 นาที ถ้าหากจำเป็นอย่างน้อย 25 นาทีก็ควรพัก 1 ครั้ง หรือใช้วิธีมองวิวนอกหน้าต่าง มุมห้อง หรือไปเดินเล่น “ถ้าจะให้ดี การงีบหลับบนโต๊ะทำงานหลังอาหารเที่ยงประมาณ 15 นาที จะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในเวลาทำงาน และควรใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม แว่นที่แนะนำให้ใช้ ควรใช้แว่นตาชั้นเดียว ชนิดใช้เลนส์เคลือบสารป้องกันการสะท้อนของแสง และป้องกันรังสีคลื่นแม่เหล็กด้วย ” นายแพทย์ฐานปนวงศ์กล่าว นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากมีอาการเมื่อยล้า ปวดหัว ซึ่งเกิดจากการเครียด ปวดที่ไหล่ ข้อมือ หลัง ขา ซึ่งเป็นอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ต้องไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องใช้เวลานานเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง บางรายอาจต้องใช้ยากิน ยาหยอดตา เช่น น้ำตาเทียม บางรายต้องใช้กายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย วิธีการป้องกันอาการที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดคือ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตาประมาณ 20-26 นิ้ว วางคีย์บอร์ดและเม้าท์ให้อยู่ต่ำกว่าศอก แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลัง และที่สำคัญไม่ควรส่องเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ การปรับคอมพิวเตอร์ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างเท่ากับความสว่างของห้อง ปรับความถี่ของคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต หรือปรับให้สูงสุดเท่าที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยังรู้สึกสบายตา การใช้ตัวหนังสือควรใช้ตัวหนังสือสีดำบนพื้นสีขาว ใช้แผ่นกรองแสง และดูแลหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้มีฝุ่นเกาะติด เพื่อทำให้การมองเห็นชัดเจน นายแพทย์ฐาปนวงศ์กล่าวในตอนท้าย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td><span style="color: #000000;">แหล่งข่าวโดย » สำนักสารนิเทศกระทรวงสาธารณสุข <br />
(พฤษภาคม อาทิตย์ 2,พ.ศ 2553)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชี้คนไทยนำหน้าซื้อสินค้าอย่างมีจริยธรรม-รักษ์โลก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/shopping-thailand/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/shopping-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 03:36:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทบัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มาสเตอร์การ์ด]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวรอยเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[จริยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ขายส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขายปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2014</guid>
		<description><![CDATA[โพลระบุคนไทยซื้อสินค้า-ของขวัญอย่างมีจริยธรรมมากขึ้น รวมทั้งสินค้าท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถึงแม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มก็ตาม โดยไทยรั้งอันดับ 2 ขณะที่จ่าฝูงตกเป็นของชาวจีน 94% &#8230;

     สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ว่า การซื้อขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพัฒนาไปในทางรู้ผิดรู้ชอบยิ่งขึ้น โดยโพลสำรวจผู้บริโภคกว่า 3,500 คน จัดทำโดยบริษัทบัตรเครดิต &#8220;มาสเตอร์การ์ด&#8221; ในตลาด 13 ประเทศ คือออสเตรเลีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">โพลระบุคนไทยซื้อสินค้า-ของขวัญอย่างมีจริยธรรมมากขึ้น รวมทั้งสินค้าท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถึงแม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มก็ตาม โดยไทยรั้งอันดับ 2 ขณะที่จ่าฝูงตกเป็นของชาวจีน 94% &#8230;<span id="more-2014"></span></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/Thailand-floating-mkt-mgl.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/iq3097c70a5a9e919dfabb222616aa5b9a.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2019" title="ภาพพริตตี้สาวโพสท่าถ่ายรูปในห้าง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/iq3097c70a5a9e919dfabb222616aa5b9a-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></span></a><br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/Pattaya%20Shopping.jpg"></a><br />
<span style="color: #000000;">     สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ว่า การซื้อขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพัฒนาไปในทางรู้ผิดรู้ชอบยิ่งขึ้น โดยโพลสำรวจผู้บริโภคกว่า 3,500 คน จัดทำโดยบริษัทบัตรเครดิต &#8220;มาสเตอร์การ์ด&#8221; ในตลาด 13 ประเทศ คือออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ ไต้หวัน และไทย ช่วงปลายปี 2552 พบว่า 6 ใน 10 ของผู้จับจ่ายซื้อของจะซื้อสินค้าซึ่งทั้ง &#8220;ค้าขายอย่างยุติธรรม&#8221; และ &#8220;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&#8221; มากขึ้น<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/product_plastic.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2020" title="ภาพบัตรเครดิต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/product_plastic.jpg" alt="" width="147" height="144" /></a></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">     โพลยังระบุว่า 70% ของผู้ถูกสุ่มถามจะหันไปซื้อของขวัญที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถึงแม้จะต้อง จ่ายเงินเพิ่ม และพบด้วยว่าผู้บริโภคใน 5 ประเทศที่เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วภูมิภาค นำโดยจีน 94% ไทย 87% อินเดีย 83% ฟิลิปปินส์ 82% ฮ่องกง 77% ซึ่งการซื้ออย่างมีศีลธรรมจริยธรรมนี้มีทั้งบุรุษและสตรี โดย 80% เผยว่าตนมีแนวโน้มจะซื้อเพียงเพราะว่าสินค้านั้นๆ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ 60% ซื้อสินค้าเพราะเปอร์เซ็นต์ของรายได้ถูกบริจาคเพื่อวัตถุประสงค์ที่ดีส่วนช่องทางซื้อสินค้าเป็นร้านค้าและห้างขายปลีกมากกว่าทางอินเทอร์เน็ต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">นางจอร์เกตต์ ตัน รองประธานฝ่ายข่าวสารของมาสเตอร์การ์ดในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลางและแอฟริกา กล่าวว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การซื้ออย่างมีศีลธรรมจริยธรรมในหมู่ชนชั้นใหม่ที่เฉลียวฉลาดและหยั่งรู้ในภูมิภาคนี้ ขณะนี้ผู้บริโภคตระหนักแล้วว่าแม้แต่ตอนซื้อสินค้า พวกเขาก็สามารถสร้างความแตกต่างได้.</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"><!--more--></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ วันพุธที่ 17 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/shopping-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>50 วัน 3 แผ่นดินไหว สัญญาณ! โลกป่วย!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 11:20:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พังทลาย]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ริกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรโยธาปฏิบัติการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[หมุนรอบตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[อาฟเตอร์ช็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ด็อกเตอร์โอ๋]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<category><![CDATA[โดมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลื่อนที่]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Earthquake]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1859</guid>
		<description><![CDATA[ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? 
          นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? <span id="more-1859"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan.jpg"></a><span style="color: #000000;">         นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  และอีก 5 วันถัดมา&#8230;วันที่ 4 มีนาคม 2553 ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งที่ประเทศไต้หวัน วัดความรุนแรงได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่?</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมีลักษณะที่รุนแรงขึ้น&#8230;เคลื่อนที่เร็วขึ้น เปรียบเสมือนโดมิโน&#8230;ทั้งสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ความสมดุลของโลกเปลี่ยนไป&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-1866" title="ภาพผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg" alt="" width="92" height="138" /></span></a><span style="color: #000000;">          ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม หรือ ด็อกเตอร์โอ๋ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สังกัดสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันช่วยราชการสำนักงานผู้แทนการค้าไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล บอก</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เห็นได้จากกรณีตัวอย่าง เมืองลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา ตั้งอยู่กลางทะเลทราย แต่เกิดมีหิมะตกลงมาเมื่อต้นปีที่แล้ว สร้างความประหลาดใจให้ผู้คนทั่วโลก การเกิดพายุที่มากขึ้น&#8230;รุนแรงมากขึ้น น้ำแข็งละลายมากขึ้น รวมทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปมาก&#8230;หน้าร้อนจะร้อนมาก หน้าหนาวก็จะหนาวมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หรือแม้แต่&#8230;การเกิดแผ่นดินไหวที่ถี่มากขึ้นทั่วโลก ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า สัญญาณเหล่านี้&#8230;แสดงให้เห็นถึงสัญญาณอันตรายที่อาจจะเกิดภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ตามมา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การเกิดแผ่นดินไหว&#8230;ยังส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติอื่นๆได้ เช่น&#8230;สึนามิ แผ่นดินไหวทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลขยับอย่างกะทันหัน&#8230;น้ำทะเลก็จะปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุล&#8230;ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ล่าสุด&#8230;แผ่นดินไหวยังทำให้แกนของโลกเอียงลงได้ ส่งผลทำให้ระยะเวลาต่อวันสั้นลงไป เป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนต่อการหมุนรอบตัวเองของโลก กระทบถึงระยะของวันเวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกหนนี้ ด็อกเตอร์โอ๋ มองว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่มีใคร หรือนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เราทำได้แค่เตรียมรับมือเท่านั้น&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กรณีพายุอาจมีการเตือนล่วงหน้าได้ 2-3 วัน&#8230;การเกิดสึนามิอาจทำการเตือนล่วงหน้าได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง&#8230;แต่การเกิดแผ่นดินไหว เราสามารถรับรู้ได้ก่อนภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หากไม่มีการเตรียมรับมือในเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้จะส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ ดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่ว่าจะเป็น&#8230;แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน ปี 1556 ที่เมืองชานสี (Shannxi) ได้คร่าชีวิตผู้คนถึง 830,000 คน และต่อมาในปี 1920 ที่เมืองไห่หยวน (Haiyuan) มีผู้เสียชีวิต 200,000 คน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1923 ที่เมืองคันโต (Kanto) ตึกมากกว่า 2 ใน 5 ของประเทศได้พังทลายลงมาหลังการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น่าสังเกตว่า ในอดีตความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งมีน้อย&#8230;ต่างจากในปัจจุบันที่มีความถี่มากขึ้น&#8230;ช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน เกิดแผ่นไหวรุนแรงถึง 3 ประเทศ ทั้งที่แต่ละประเทศตั้งอยู่คนละเปลือกโลก</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">          ประเด็นสนใจ แผ่นดินไหวทั้ง 3 ครั้ง&#8230;ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งยังไม่รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกของทั้ง 3 ประเทศที่รวมกันมากถึงเกือบ 100 ครั้ง และวัดความรุนแรงได้มากถึง 6.9 ริกเตอร์สเกล</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-1867" title="ภาพเจ้าหน้าที่กำลังกู้ซากปรักหักพังของตึก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg" alt="" width="265" height="177" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;ริกเตอร์สเกล&#8221; ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้ง หมายถึงค่าความรุนแรงของคลื่นสั่นสะเทือนใต้พื้นดินก่อนการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งวัดได้จาก 0-10 ริกเตอร์สเกล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โดยปกติในระดับความรุนแรง 6.0-6.9 ริกเตอร์ เป็นระดับที่สามารถทำให้ตึกที่ไม่แข็งแรงพังลงมาได้ ในกรณีของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เฮติวัดได้ 7.0 ริกเตอร์&#8230;ที่ชิลีวัดได้ 8.8 ริกเตอร์ และล่าสุด&#8230;ที่ไต้หวันวัดได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล เช่นเดียวกับในประเทศไทยเมื่อครั้งตอนเกิดสึนามิในปี 2547 วัดได้มากถึง 9.3 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความรุนแรงจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 7 ริกเตอร์&#8230;มีความรุนแรงมากขึ้นถึง 10 เท่า&#8230;นั่นหมายความว่าถ้าจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 8 ริกเตอร์ ความรุนแรงจะเพิ่มมากถึง 100 เท่าทีเดียว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้&#8230;ความรุนแรงยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ความห่างไกลจากศูนย์กลางของการเกิดแผ่นไหว ที่ตั้งของประเทศ และลักษณะของสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเทศ ซึ่งความเสียหายจะรุนแรงมากที่สุดในประเทศที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประสบการณ์ด็อกเตอร์ด้านวิศวโยธาจากต่างประเทศ ทำให้ด็อกเตอร์โอ๋ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ลึกลงไปถึงแผ่นเปลือกโลกเพราะต้องออกแบบสร้างอาคารให้สามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้&#8230; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับประเทศไทย แม้ว่าไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของเปลือกโลก และถึงแม้จะมีประเทศเวียดนามตั้งอยู่ทางด้านขวา ประเทศพม่าทางด้านซ้าย และอินโดนีเซียทางตอนล่าง มาช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทำให้พื้นที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงน้อยกว่าประเทศอื่นมาก แต่สังเกตได้ว่า&#8230;เมื่อก่อนที่เราเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย แต่ระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดแผ่นดินไหวไปแล้วหลายครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;คนที่อยู่ทางภาคเหนือ รวมถึงคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ คงได้สัมผัส&#8230;รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แม้ว่าจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในประเทศข้างเคียง แต่ก็ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศไทยได้เหมือนกัน&#8230;ถ้าไม่เตรียมพร้อมที่ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีลักษณะเป็นห้องแถว หรือบ้านที่เป็นลักษณะสองชั้น&#8230;ส่วนใหญ่เป็นอาคารทรงเก่า ฉะนั้นถ้าเกิดการทรุดตัว อาคารทั้งหมดจะดึงกันให้ทรุดตัวลงไปอีก เนื่องจากมีกำแพงติดกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;อาคารสูงๆ&#8230;ก็จะมีลักษณะเหมือนอย่างในประเทศไต้หวัน เวลาที่ทรุดตัว จะเอียงหักลงมา&#8230;และทรุดตัว จะไม่หักลงมาทับกันเหมือนขนมชั้นหรือแพนเค้ก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เราต้องประเมินระดับความต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งต้องศึกษาหาวิธีปรับปรุงอาคารที่อ่อนแอทั้งแบบเก่า แบบที่สร้างใหม่&#8230;ให้มีความต้านทานแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่ขาดไม่ได้&#8230;ควรเตรียมถุงยังชีพตั้งไว้จุดที่ใกล้ตัวที่สุด เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาหารแห้ง หรืออาหารกระป๋องที่เปิดได้เลย และเพื่อป้องกันล่วงหน้า ไม่ควรมีของแข็ง ของหนักแขวนไว้บนหัวเตียง หรือที่ ที่สามารถตกลงมาใส่ในร่างกายได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกอีกว่า เราคงหนีความเสี่ยงเลี่ยงแผ่นดินไหวไม่พ้น อีกประเด็นที่ต้องรู้คือลักษณะพื้นดินที่อ่อน เป็นตะกอนดินร่วน&#8230;ซึ่งมีคุณสมบัติขยายคลื่นแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ทำให้ต้องประเมิน ศึกษาพื้นที่ที่เสี่ยงภัย&#8230;ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินร่วนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายสูง ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆจังหวัด โดยเฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง เพราะเป็นพื้นที่&#8230;ที่เป็นชั้นตะกอนดินร่วน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อวิเคราะห์หาเสถียรภาพของพื้นที่และโครงสร้างใต้ดินแล้ว ก็ควรสร้างอาคารที่รองรับแผ่นดินไหวได้ อย่างประเทศญี่ปุ่น พบว่า สถิติการเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวลดลงเนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารต่างๆพิถีพิถันมากขึ้นและมีการสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ข้อมูลข้างต้นเหล่านี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้&#8230;เราคงต้องยึดหลักตื่นตัว&#8230;ไม่ประมาท และไม่ตื่นกลัวมากจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุการณ์สึนามิที่เกิดกับประเทศไทยเมื่อปี 2547 สร้างความเสียหายเอาไว้มากมาย ผ่านมาถึงวันนี้&#8230;6 ปีแล้ว คงไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า&#8230;จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เมื่อไหร่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ในช่วงชีวิต เราอาจได้เห็นสึนามิมากกว่าหนึ่งครั้ง&#8230;เหมือนกับการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดห่างกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นในครั้งนี้ และชีวิตเราในชาตินี้ก็ไม่แน่ว่า&#8230;อาจจะได้สัมผัสถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศไทย&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ ไทยรัฐ วันที่ 8 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนญี่ปุ่นหลงแพนดาไม่น้อยกว่าไทย สวนสัตว์โตเกียวเช่าหมีน้อยจีนคู่ละ 1 ล้านเหรียญ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/panda/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/panda/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2010 03:26:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บีบีซี]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงโตเยว]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[หลิงหลิง]]></category>
		<category><![CDATA[หลิงฮุ่ย]]></category>
		<category><![CDATA[หลิงปิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผสมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทูตสันถวไมตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าสงวน]]></category>
		<category><![CDATA[นิยม]]></category>
		<category><![CDATA[แพนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอนุรักษ์แพนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เสียชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[panda]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1499</guid>
		<description><![CDATA[สองหมีแพนดาจากจีนเตรียมตัวเดินทางมายังสวนสัตว์อูเอโนะในกรุงโตเกียว นครหลวงของประเทศญี่ปุ่น หลังจากเทศบาลนครโตเกียวตกลงใจที่จะจ่ายเงินค่าเช่าแพนดาคู่นี้ให้แก่รัฐบาลจีนเป็นจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท      โดยเงินค่าเช่าดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์หมีแพนดา รวมทั้งโครงการฟื้นฟูเขตป่าสงวนสำหรับแพนดา ซึ่งประสบความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนเมื่อปี พ.ศ.2551
     นายชินตาโร อิชิฮาร่า นายกเทศมนตรีกรุงโตเกียว กล่าวว่าแม้ราคาค่าเช่าหมีแพนดาคู่นี้จากจีนจะสูงลิบลิ่ว แต่หน่วยงานของตนก็ได้เจรจากับทางรัฐบาลจีนให้มีการลดค่าใช้จ่ายลงไปแล้ว 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;">สองหมีแพนดาจากจีนเตรียมตัวเดินทางมายังสวนสัตว์อูเอโนะในกรุงโตเกียว นครหลวงของประเทศญี่ปุ่น หลังจากเทศบาลนครโตเกียวตกลงใจที่จะจ่ายเงินค่าเช่าแพนดาคู่นี้ให้แก่รัฐบาลจีนเป็นจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท</span><strong><span style="color: #000000;"><span id="more-1499"></span></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/panda.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/untitled.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1501" title="ภาพหมีแพนด้ากำลังปีนต้นไม้กินกิ่งไผ่ตาดวงตาสีดำลำตัวอ้วนมาก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/untitled.bmp" alt="" /></span></a><span style="color: #000000;">      โดยเงินค่าเช่าดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์หมีแพนดา รวมทั้งโครงการฟื้นฟูเขตป่าสงวนสำหรับแพนดา ซึ่งประสบความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนเมื่อปี พ.ศ.2551</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #003300;"><span style="color: #000000;">     นายชินตาโร อิชิฮาร่า นายกเทศมนตรีกรุงโตเกียว กล่าวว่าแม้ราคาค่าเช่าหมีแพนดาคู่นี้จากจีนจะสูงลิบลิ่ว แต่หน่วยงานของตนก็ได้เจรจากับทางรัฐบาลจีนให้มีการลดค่าใช้จ่ายลงไปแล้ว 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,650,000 บาท</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/panda2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1503" title="ภาพหมีแพนด้ากำลังนั่งกำมือข้างซ้าย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/panda2-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><span style="color: #000000;">ทั้งนี้หมีแพนดาตัวสุดท้ายที่เคยประจำการอยู่ในสวนสัตว์อูเอโนะเป็นแพนดาตัวผู้ที่มีชื่อว่า <strong>&#8220;หลิงหลิง&#8221;</strong> ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี พ.ศ.2551</span></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">     หลังจากหลิงหลิงเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในวัย 22 ปี ผู้คนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากก็ได้ส่งของขวัญอำลาและข้อความแสดงความเสียใจมายังสวนสัตว์อูเอโนะ มีการนำรูปภาพของหลิงหลิงไปติดตั้งไว้ในถ้ำที่มันเคยอยู่อาศัย รวมทั้งมีการนำอาหารโปรดของแพนดาอย่างต้นไผ่มาวางไว้ที่หน้ารูปดังกล่าวด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     นอกจากนี้ นายอิชิฮาร่ายังได้รับการร้องขอจากประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศญี่ปุ่น ว่าพวกเขาต้องการจะได้เห็นหมีแพนดาในสวนสัตว์แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง อันนำมาสู่การเช่าแพนดาจากจีนในครั้งนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;หมีแพนดากำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายและทุกคนก็รักพวกมัน&#8221; นายกเทศมนตรีกรุงโตเกียวกล่าว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      เช่นเดียวกับกรณีของช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ รัฐบาลจีนจะให้ประเทศต่าง ๆ ยืมหมีแพนดาไปจัดแสดงในฐานะทูตสันถวไมตรี รวมทั้งทำการทดลองผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วแพนดาทุกตัวรวมทั้งลูกน้อยที่ถือกำเนิดขึ้นจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศจีนเมื่อครบกำหนดการยืมตัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">(ที่มาสำนักข่าวบีบีซี)</span></p>
<p></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/panda/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทีมไทยคว้ารางวัลแกะสลักหิมะซัปโปโร 3 ปีซ้อน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/sapporo-yuki-matsuri/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/sapporo-yuki-matsuri/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 03:16:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[สวีเดน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[หิมะ]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาวาย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[งานเทศกาลหิมะซัปโปโร]]></category>
		<category><![CDATA[ประติมากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[โปแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไกรทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองซัปโปโร]]></category>
		<category><![CDATA[เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[Sapporo Yuki-matsuri]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1355</guid>
		<description><![CDATA[ในการประกวดแกะสลักหิมะนานาชาติครั้งที่ 37 ในงานเทศกาลหิมะซัปโปโรของญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นทีมชาติไทยซึ่งประกอบด้วยนายกุศล บุญกอบส่งเสริม, นายกฤษณะ วงศ์เทศ และนายกฤษดา วงศ์เทศ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ด้วยผลงานที่ชื่อว่า &#8220;ไกรทอง&#8221; สามารถชนะรางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นปีที่สามติดต่อกัน รวมทั้งเป็นชาติแรกที่ชนะสามปีซ้อน
  
       งานเทศกาลหิมะซัปโปโรของญี่ปุ่นที่จัดขึ้นระหว่าง 5-11 กุมภาพันธ์ ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทยซึ่งประกอบด้วยนายกุศล บุญกอบส่งเสริม, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">ในการประกวดแกะสลักหิมะนานาชาติครั้งที่ 37 ในงานเทศกาลหิมะซัปโปโรของญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นทีมชาติไทยซึ่งประกอบด้วยนายกุศล บุญกอบส่งเสริม, นายกฤษณะ วงศ์เทศ และนายกฤษดา วงศ์เทศ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ด้วยผลงานที่ชื่อว่า &#8220;ไกรทอง&#8221; สามารถชนะรางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นปีที่สามติดต่อกัน รวมทั้งเป็นชาติแรกที่ชนะสามปีซ้อน<span id="more-1355"></span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Sapporo-Yuki-matsuri.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-full wp-image-1356 aligncenter" title="ภาพนายกุศล บุญกอบส่งเสริม, นายกฤษณะ วงศ์เทศ และนายกฤษดา วงศ์เทศผู้ที่ชนะเลิศการประกวดแกะสลักหิมะ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Sapporo-Yuki-matsuri.jpg" alt="" width="300" height="180" /></span></a><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">       งานเทศกาลหิมะซัปโปโรของญี่ปุ่นที่จัดขึ้นระหว่าง 5-11 กุมภาพันธ์ ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทยซึ่งประกอบด้วยนายกุศล บุญกอบส่งเสริม, นายกฤษณะ วงศ์เทศ และนายกฤษดา วงศ์เทศ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ด้วยผลงานที่ชื่อว่า &#8220;ไกรทอง&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      ปีนี้มีผู้เข้าแข่งขัน 14 ประเทศ ได้แก่ จีน ฟินแลนด์ ฮาวาย ฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ โปแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวีเดน ไทย เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐ และไทยสามารถชนะรางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นปีที่สามติดต่อกัน รวมทั้งเป็นชาติแรกที่ชนะสามปีซ้อน ส่วนทีมนิวซีแลนด์คว้ารางวัลที่ 2 ด้วยผลงานที่ชื่อว่า ทานิวา ซึ่งเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งงูในตำนานของชนเผ่าเมารี รางวัลที่ 3 เป็นของทีมจากฮ่องกงชื่อ จงขุย เทพนักรบผู้กำจัดปิศาจความชั่วร้าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">       เทศกาลหิมะซัปโปโรเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2493 และปัจจุบันในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชมผลงานการแกะสลักหิมะและน้ำแข็งมากถึงเกือบ 2 ล้านคน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา:เว็ปไซค์  nationchannel</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ภาพข่าว : นสพ: ไทยรัฐ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Sapporo-Yuki-matsuri1.jpg"></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/sapporo-yuki-matsuri/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

