<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ชีวิต</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วัยรุ่นตัวอย่าง!!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 08:07:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเติมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พักกลางวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สวี่ ต้าฮุย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันอู๋ฮั่น]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2496</guid>
		<description><![CDATA[สวี่ ต้าฮุย นักศึกษาสาววัย 22 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล สถาบันอู่ฮั่น ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง จำเป็นต้องพาพ่อวัย 68 ไปนั่งเรียนหนังสือด้วย 
          เพื่อเธอจะได้ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต และสามารถเรียนหนังสือได้พร้อมๆ กัน ชีวิตของต้าฮุย ไม่มีทางเลือกจริงๆ เนื่องจากเธอเป็นลูกคนเดียว ส่วนแม่ก็ล้มป่วย จนแทบดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">สวี่ ต้าฮุย นักศึกษาสาววัย <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">22</span> ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล สถาบันอู่ฮั่น ไบโอเอนจิเนียร์ริ่ง จำเป็นต้องพาพ่อวัย <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">68</span> ไปนั่งเรียนหนังสือด้วย <span id="more-2496"></span></span></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Wuhan-Institute..jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/hubei.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2499" title="ภาพแผนที่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/hubei.jpg" alt="" width="503" height="505" /></span></a><span style="color: #000000;">          เพื่อเธอจะได้ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต และสามารถเรียนหนังสือได้พร้อมๆ กัน ชีวิตของต้าฮุย ไม่มีทางเลือกจริงๆ เนื่องจากเธอเป็นลูกคนเดียว ส่วนแม่ก็ล้มป่วย จนแทบดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ แม้จะมีอุปสรรคขนาดนี้ แต่ต้าฮุยก็ยังเรียนดีสามารถทำคะแนนได้สูงสุดของห้อง แม้จะต้องทำงานนอกเวลาเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หนังสือพิมพ์ฉางเจียง เล่าถึงชีวิตประจำวันของเด็กสาวยอดกตัญญูว่า เธอตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า ออกไปจ่ายตลาดซื้อของมาทำอาหาร จากนั้นจึงปลุกพ่อตื่น ให้กินข้าวแล้วจึงไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับเธอ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระหว่างพักกลางวัน ต้าฮุยยังเจียดเวลาไปทำงานในร้านอาหาร นอกจากนั้นเธอยังหารายได้จากการขายน้ำขวดและบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ขณะที่ช่วงเย็นเธอจะใช้เวลานวดตัวให้พ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้าย เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบเป็นเวลา <span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;">30</span> นาที ก่อนจะพาพ่อเข้านอน แล้วเธอจึงค่อยอ่านหนังสือ จัดการเรื่องส่วนตัวของเธอเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Times New Roman;">          &#8220;</span></span>ฉันไม่เคยคิดว่า ชีวิตฉันช่างสุดรันทด ก็ฉันเป็นลูกคนเดียว หากฉันไม่ทำ แล้วใครจะดูแลพ่อล่ะ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม จากข่าวว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ให้พ่อลูกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยฟรี หลังจากได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของเด็กสาวยอดกตัญญูรายนี้&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="font-family: Times New Roman; font-size: small;"><span style="color: #000000;"> </span></span></p>
<div>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>fw : ครึ่งคนครึ่งราคา &#8220;Half Man &#8211; Half Price Store&#8221; เรื่องของชายหนุ่ม &#8220;เป็ง ชุ่ยหลิน&#8221;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/half-man-half-price-store/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/half-man-half-price-store/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Jun 2010 16:14:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอร์เวิร์ดเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[การผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[มหัศจรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[รพ. หลินหลิว]]></category>
		<category><![CDATA[รวย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุก]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[อีเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[อ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ผอม]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดหูหนาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขาเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[คนจน]]></category>
		<category><![CDATA[ประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศจีน]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[เซินเจิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกไข่]]></category>
		<category><![CDATA[เป็ง ชุ่ยหลิน]]></category>
		<category><![CDATA[Half Man - Half Price Store]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2442</guid>
		<description><![CDATA[ฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้น่าจะสร้างกำลังใจและความหวังให้ใครบางคนที่กำลังต้องการมัน บางคนอาจท้อและอยากถอย แต่บางคนเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง แม้ทางที่กำลังเดินจะยากลำบากก็ตาม บางที่เราต้องกำหนดทางให้มัน บางที่เราต้องปล่อยมันไป แล้วแต่จังหวะของชีวิต
ครึ่งคนครึ่งราคา เรื่องของชายหนุ่ม &#8220;เป็ง ชุ่ยหลิน&#8221;

     ฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้น่าจะสร้างกำลังใจและความหวังให้ใครบ้างคนที่กำลังต้องการมัน บางคนอาจท้อและอยากถอย แต่บางคนเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง แม้ทางที่กำลังเดินจะยากลำบากก็ตาม บางที่เราต้องกำหนดทางให้มัน บางที่เราต้องปล่อยมันไป แล้วแต่จังหวะของชีวิต
     ถ้าฉันบอกคุณคุณจะ เชื่อหรือไม่ว่าคุณเป็นคนโชคดี ร้านครึ่งคนครึ่งราคา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้น่าจะสร้างกำลังใจและความหวังให้ใครบางคนที่กำลังต้องการมัน บางคนอาจท้อและอยากถอย แต่บางคนเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง แม้ทางที่กำลังเดินจะยากลำบากก็ตาม บางที่เราต้องกำหนดทางให้มัน บางที่เราต้องปล่อยมันไป แล้วแต่จังหวะของชีวิต<span id="more-2442"></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/People-do-not-have-legs..jpg"></a></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">ครึ่งคนครึ่งราคา เรื่องของชายหนุ่ม &#8220;เป็ง ชุ่ยหลิน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027894l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2444" title="ภาพนายเป็ง ชุ่ยหลินเหลือครึ่งตัวท่อนบนกำลังถูกหมอวัดความยาวของแขนเพื่อทำเครื่องช่วยทรงตัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027894l.jpg" alt="" width="640" height="426" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">     ฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้น่าจะสร้างกำลังใจและความหวังให้ใครบ้างคนที่กำลังต้องการมัน บางคนอาจท้อและอยากถอย แต่บางคนเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง แม้ทางที่กำลังเดินจะยากลำบากก็ตาม บางที่เราต้องกำหนดทางให้มัน บางที่เราต้องปล่อยมันไป แล้วแต่จังหวะของชีวิต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     ถ้าฉันบอกคุณคุณจะ เชื่อหรือไม่ว่าคุณเป็นคนโชคดี ร้านครึ่งคนครึ่งราคา เรื่องราวของ เป็ง ชุ่ยหลิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     ตลอดชีวิตคนเรามักจะพร่ำบ่น &#8220;อะไรนี่?&#8221; หรือ &#8220;ทำไมเราไม่ได้?&#8221; ครึ่งชีวิตเรามักพบความไม่พอใจ ถึงแม้ว่าเราจะมีร่างกายที่สมบูรณ์และอิสสระ ในการเลือก  คนอ้วน &#8220;ฉันอยากผอม&#8221; คนผอม &#8220;ฉันอยากอ้วนกว่านี้&#8221; คนจนอยากรวย  และ คนรวยก็ยังไม่เคยพอใจในสิ่งตนมีอยู่</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027916l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2445" title="ภาพหมอกำลังประกอบขาเหล็กเข้ากับลำตัวของนายเป็ง ชุ่ยหลิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027916l-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">     เป็ง ชุ่ยหลิน สูงแค่ 78 ซม. เขาเกิดที่จังหวัดหูหนาน ประเทศจีน ปี 1995 ที่ เซินเจิ้น  รถบรรทุกได้หั่นร่างของเขาไปครึ่งหนึ่ง ร่างกายส่วนล่างและท่อนขาทั้งสองเกินกว่าจะซ่อมแซมได้</span></span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="color: #000000;">     ศัลยแพทย์เย็บลำตัวที่เหลือของเขาเข้าด้วยกัน เป็ง ชุ่ยหลิน อายุ 37 ใช้เวลาเกือบสองปี นอนในโรงพยาบาลที่เซินเจิ้น ประเทศจีน ผ่านการผ่าตัดใหญ่หลายรอบ เพื่อทำการจัดอวัยวะที่สำคัญ และระบบภายในของร่างกาย เป็ง พยายามออกกำลังกายแขนทั้งสอง เพื่อสร้างพลัง ล้างหน้าแปรงฟัน เขาผ่านพ้นความท้าทายทุกอย่าง<br />
     ตอนนี้เป็งได้สร้างความตลึงแก่บรรดาแพทย์โดยเขาเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นเดินหลังจาก10ปีความเห็นใจในโชคชะตาของ เป็ง  คณะแพทย์แห่งศูนย์วิจัยการฟื้นฟูสมรถภาพ แห่งกรุงปักกิ่ง ได้ประดิษฐ์วิธีการอันมหัศจรรย์เพื่อให้เขาได้เดินได้ด้วยตนเอง ได้สร้างแม่พิมพ์ห่อหุ้มร่างของเขาเหมือนเปลือกไข่และติดตั้งขาเทียมสองข้างพวกเขาได้ใช้ความพยายาม, ความชำนาญ และเทคนิคอย่างมาก เป็งได้เริ่มหัดเดินรอบๆระเบียงของศูนย์ฯที่ปักกิ่ง ด้วยขาเทียมที่ปรับปรุงและปรับขนาดหลายครั้ง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027927l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2446" title="ภาพนายเป็ง ชุ่ยหลินกำลังหัดเดินบนขาเหล็กด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027927l-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><br />
<span style="color: #000000;">     ด้วยอุปกรณ์ที่คณะแพทย์ได้วิจัยและสร้างขึ้นเพื่อช่วยในการเดินของเขา เป็ง ก็สามารถเริ่มเดินได้อีกครั้งหลัง 10 ปีที่มีร่างกายเพียงครึ่งท่อน<br />
     รองประธาน รพ. หลินหลิว &#8220;เราเพิ่งตรวจสภาพร่างกาย  เขามีความแข็งแรงสูงกว่าชายในวันเดียวกับเขา&#8221; เป็ง ชุ่ยหลิน ได้เปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาถูกของเขาเอง เขาตั้งชื่อร้านว่า &#8220;ครึ่งคน ครึ่งราคา&#8221; ชายวัย 37ผู้เต็มไปด้วยความบันดาลใจได้กลายเป็นนักธุรกิจ และได้เป็นแบบอย่างแก่คนทุพพลภาพอื่นๆ ด้วยความสูงเพียง 2 ฟุต 7 นิ้ว เขาเดินทางไปด้วยรถเข็นไปเพื่อบรรยายให้กับผู้ทุพพลภาพที่กำลังพักฟื้น ทัศนคติที่น่าทึ่ง  เขาไม่บ่น</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;เขาได้รับการดูแลที่ดี แต่เคล็ดลับของเขาคือความสุขความหวัง ไม่มีอะไรที่ทำให้เขาสิ้นหวังได้&#8221; คุณมีร่างกายที่สมบูรณ์  มีขาทั้งสองข้าง ตอนนี้คุณได้พบกับชายไร้ขาทั้งสอง  ชีวิตของเขาคือความทุกข์ทรมาน  แต่ความมุ่งมั่นแห่งจิตวิญญาณมนุษย์ทำให้เขาก้าวข้ามทุกสิ่ง คราวหน้า หากคุณจะบ่นไม่ว่าเรื่องใหญ่โตหรือเล็กน้อย   โปรดหยุดก่อน “นึกถึง เป็ง  แทน”</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027932l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2447" title="ภาพนายเป็ง ชุ่ยหลินกำลังหัดเดิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/12750278711275027932l-300x207.jpg" alt="" width="300" height="207" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">WOULD YOU BELIEVE ME ,IF I TELL YOU THAT YOU ARE SO LUCKY<br />
&#8220;Half Man &#8211; Half Price Store&#8221;<br />
The Story of Peng Shuilin <br />
 <br />
In life we keep complaining about what is or why we don?t have.<br />
Half the time we seem dissatisfied, though full-bodied and free to choose. Fat people say,&#8221;I want to be slim.&#8221; Skinny people say,&#8221;I want to be fatter.&#8221;<br />
Poor people want to be rich and rich are never satisfied with what they have.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">PENG Shuilin is 78cms high. He was born in Hunan Province, China.<br />
In 1995, in Shenzhen, a freight truck sliced his body in half.<br />
His lower body and legs were beyond repair.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">Surgeons sewed up his torso.<br />
Peng Shuilin, 37, spent nearly two years in hospital in Shenzhen, southern China,<br />
undergoing a series of operations to re-route nearly every major organ or system inside his body.<br />
Peng kept exercising his arms, building up strength, washing his face and brushing his teeth.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">He survived against all  odds.<br />
Now Peng Shulin has astounded doctors by learning to walk again after a decade.<br />
Considering Peng?s plight, doctors at the China Rehabilitation Research Centre in Beijing<br />
devised an ingenious way to allow him to walk on his own,<br />
creating a sophisticated egg cup-like casing to hold his body, with two bionic legs attached.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">It took careful consideration, skilled meaasurement and technical expertize.<br />
Peng has been walking the corridors of Beijing Rehabilitation Centre<br />
with the aid of his specially adapted legs and a resized walking frame.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">RGO is a recipicating gait orthosis, attached to a prosthetic socket bucket. There is a cable attached to both legs so when one goes forward, the other goes backwards. Rock to the side, add a bit of a twist and the leg without the weight on it advances, while the other one stays still, giving a highly  inefficent way of ambulation. Oh so satisfying to ?walk? again after ten years with half a body!<br />
Hospital vice-president Lin Liu said: &#8220;We?ve just given him a checkup; he is fitter than most men his age.&#8221;<br />
Peng Shuilin has opened his own bargain supermarket,<br />
called the Half Man-Half Price Store.<br />
The inspirational 37-year-old has become a businessman<br />
and is used as a role model for other amputees.<br />
At just 2ft 7ins tall, he moves around in a wheelchair giving lectures on recovery from disability.<br />
His attitude is amazing, he doesn?t complain.<br />
&#8220;He had good care, but his secret is cheerfulness. Nothing ever gets him down.&#8221;<br />
 <br />
You have a whole body. You have feet.<br />
Now you have met a man who has no feet.<br />
His life is a feat of endurance, a triumph of the human spirit in overcoming extreme adversity.<br />
Next time you want to complain about something trivial, don?t. <br />
Remember Peng Shulin instead.</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/5XVkTV1hY5E&amp;border=1&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xd0d0d0&amp;hl=en_GB&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="385" src="http://www.youtube.com/v/5XVkTV1hY5E&amp;border=1&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xd0d0d0&amp;hl=en_GB&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/half-man-half-price-store/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ล้างพิษความคิดควันหลงจลาจล</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Jun 2010 03:36:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อกโกแลต]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตราการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดผัก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท]]></category>
		<category><![CDATA[หดหู่]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จลาจล]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้สึก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[นมสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมะตูม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบขี้เหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โกโก้ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลมนารมย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวรส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2371</guid>
		<description><![CDATA[ห้วงเวลาที่คนไทยส่วนหนึ่งยังตกอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบทางใจ เชื่อว่ายังมีเหยื่อของเหตุการณ์อีกหลายคนจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ระคนเศร้า ผลพวงจากวันที่กรุงเทพฯเกิดจลาจล
        ไม่ว่าความรู้สึกหดหู่จากเหตุบาดเจ็บล้มตายของญาติสนิท หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ความสูญเสียในทรัพย์สิน แหล่งทำกิน หรือแม้แต่ทุนรอนที่บางคนอุตส่าห์เก็บหอมฯด้วยน้ำพักน้ำแรงมาทั้งชีวิต บาดแผลทางใจข้างต้น แม้ฟากรัฐจะพยายามหาทางเยียวยาเหยื่อความสูญเสียด้วยสารพัดมาตรการ
         อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า แม้จะเอาใจกันถึงขั้นนี้ จู่ๆจะทำให้เหยื่อแห่งความสูญเสียทุกฝ่าย&#8230;หายตึงเครียดเป็นปลิดทิ้ง หรือเลิกจงเกลียดจงชังกัน เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะบาดแผลครั้งนี้ยังต้องใช้เวลา
         ก่อนที่อารมณ์ร่วมของคนในชาติจะถูกปรับให้เข้าที่ เรามีข้อแนะนำเรียบง่ายที่คนส่วนใหญ่เคยใช้ได้ผล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ห้วงเวลาที่คนไทยส่วนหนึ่งยังตกอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบทางใจ เชื่อว่ายังมีเหยื่อของเหตุการณ์อีกหลายคนจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ระคนเศร้า ผลพวงจากวันที่กรุงเทพฯเกิดจลาจล<br />
</span><span style="color: #000000;"><span id="more-2371"></span></span><span style="color: #000000;">       </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Detox-ideas.jpg"></a><span style="color: #000000;"> ไม่ว่าความรู้สึกหดหู่จากเหตุบาดเจ็บล้มตายของญาติสนิท หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ความสูญเสียในทรัพย์สิน แหล่งทำกิน หรือแม้แต่ทุนรอนที่บางคนอุตส่าห์เก็บหอมฯด้วยน้ำพักน้ำแรงมาทั้งชีวิต บาดแผลทางใจข้างต้น แม้ฟากรัฐจะพยายามหาทางเยียวยาเหยื่อความสูญเสียด้วยสารพัดมาตรการ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า แม้จะเอาใจกันถึงขั้นนี้ จู่ๆจะทำให้เหยื่อแห่งความสูญเสียทุกฝ่าย&#8230;หายตึงเครียดเป็นปลิดทิ้ง หรือเลิกจงเกลียดจงชังกัน เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะบาดแผลครั้งนี้ยังต้องใช้เวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ก่อนที่อารมณ์ร่วมของคนในชาติจะถูกปรับให้เข้าที่ เรามีข้อแนะนำเรียบง่ายที่คนส่วนใหญ่เคยใช้ได้ผล ประมวลมาให้ทดลองทำกัน เผื่อจะช่วยให้ใครบางคนที่ยังติดค้างอยู่กับบรรยากาศด้านลบ สามารถก้าวข้ามความรู้สึกหดหู่ เคร่งเครียด หรือจงเกลียดฯลงได้บ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         เริ่มจากข้อแนะนำแรก เมื่อใดที่คนเราตกอยู่ในความรู้สึกหดหู่ หรือเคร่งเครียด การเลือกรับประทานอาหารบางชนิด สามารถช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depress1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2373" title="ภาพผู้หญิงนั่งเครียด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depress1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">         อาหารยอดนิยมใกล้ตัวที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งไทยและเทศมาช้านาน ได้แก่ ช็อกโกแลต โกโก้ร้อน น้ำมะตูม กล้วย นมสด และ สลัดผัก<br />
        ทั้ง 6 เมนูที่ว่าล้วนเป็นที่ยอมรับของนักโภชนาการทั่วโลก การันตีกันว่า ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีคุณสมบัติช่วยลดอาการกระวนกระวาย คลายความเครียด แถมยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น<br />
         นอกจากอาหารคลายเครียดยอดนิยมระดับโลก สมุนไพรไทยบางชนิด เช่น ยอ ใบขี้เหล็ก และ เสาวรส ก็ล้วนมีส่วนช่วยคลายเครียดได้อย่างน่าอัศจรรย์ไม่แพ้กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         <strong> ยอ</strong> มีสรรพคุณบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเส้นเลือดสมอง วิธีรับประทานก็ไม่ยุ่งยาก แค่นำลูกยอขนาดกำลังรับประทาน (ไม่สุกหรือดิบเกินไป) ฝานเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำไปแช่ในน้ำร้อน ชงดื่มเสมือนชา ช่วยให้คลายเครียดเป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>          ใบขี้เหล็ก</strong> เป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยว่าอุดมไปด้วย สารบาราคอล ซึ่ง มีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับง่าย และถ่ายคล่อง เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         สำหรับคนไทย การหาแกงซึ่งมีใบขี้เหล็กเป็นส่วนผสมมารับประทาน น่าจะเป็นการก้าวข้ามรสชาติความขมของใบไม้ชนิดนี้ได้อย่างสุนทรีกว่าการนำใบสดๆมาเคี้ยวเล่น หรือต้มดื่ม</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>         เสาวรส หรือแพชชั่น ฟรุ๊ต</strong> หากอยู่ในภูมิประเทศที่สามารถพอหาได้ ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถนำส่วนของใบไปตากแดดให้แห้ง  แล้วนำมาชงดื่มแทนน้ำชา  หรือไม่ก็อาจใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนจิ้มรับประทานกับน้ำพริก ช่วยลดความเครียดได้ชงัดนัก ได้อาหารกายใส่ท้อง บรรเทาอุณหภูมิความรู้สึกด้านลบกันไปแล้ว จะให้ดีมาหาอาหารใจช่วยเสริมกันอีกแรง</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2374" title="ภาพผู้ชายนั่งเครียดใช้มือกุมหัว" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine-300x218.jpg" alt="" width="300" height="218" /></span></a><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ สุขุมวิท เคยให้ คำแนะนำไว้ว่า ช่วงที่จิตใจคนเรายังไม่สดใสและเข้มแข็ง คนเรามักจะอมทุกข์อยู่ ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม มีวิธีเอาชนะความทุกข์ด้วยวิธีสร้างความสุขที่ยั่งยืนอยู่ 5 ข้อ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อแรก ผู้ที่ต้องการให้ตัวเองมีความสุข ต้องรู้จัก ปรับความคิด โดยให้คิดอยู่เสมอว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ แต่ละคนล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมทั้งตัวเราเองก็เช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อสอง ต้องคิดเสมอว่าตัวเรามีคุณค่า และ มีประโยชน์ ให้พยายามรักษาข้อดี ปรับปรุงข้อเสียของตัวเอง พยายามลดจุดอ่อนข้อบกพร่อง และยอมรับในแบบที่ตัวเองเป็น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ถัดมา อย่าวิ่งหนีปัญหา หรือ คิดแต่จะเอาชนะผู้อื่น นำหน้า หรืออยู่เหนือผู้อื่นตลอดเวลา<br />
         คุณหมอบอกว่า เมื่อใดที่คนเราดิ้นรนแข่งขัน หรือคิดเปรียบเทียบกับผู้อื่น จะทำให้ตัวเองไร้ความสุข ตรงกันข้ามเมื่อความต้องการแก่งแย่งแข่งขันลดน้อยลง จะทำให้ชีวิตคนเรามีความเรียบง่ายขึ้น เมื่อชีวิตเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ในที่สุดความสุขก็ตามมา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อสี่ พยายามมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ รู้จักให้อภัยผู้อื่น ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        คุณหมอขยายความว่า แม้ข้อนี้เป็นเรื่องที่อาจทำได้ยาก (สำหรับบางคน) เพราะต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจ แต่ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องพ้นวิสัย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        อย่างที่ผู้รู้บางท่านสอนไว้ ผู้ที่มองหาและมองเห็นแง่มุมที่สดใสในทุกสิ่ง แม้ในยามวิกฤติหรือจิตตกก็ยังมีความหวังเป็นพลังในการแก้ปัญหา คนประเภทนี้ถือว่าเป็นผู้มองโลกในแง่บวก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         การที่คนเรามีความหวังเป็นพลังในการแก้ปัญหา หรือเห็นว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม หัดฟังแต่เรื่องดีๆ พูดแต่เรื่องดีๆ เมื่อหมั่นมองหาเรื่องดีๆ ในที่สุดเราก็จะมองเห็นแต่เรื่องดีๆ เมื่อคนเราเริ่มด้วยการเลือกฟังแต่เรื่องราว ข่าว หรือข้อมูลดีๆ มีประโยชน์ต่อชีวิต การงาน และสังคม รู้จักค้นหาเหตุการณ์น่ารักเล็กๆ ที่พบได้ในแต่ละวัน เก็บไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ใครทำตัวแบบนี้บ่อยเข้า ไม่นานก็จะเคยชินกับการชอบฟังแต่เรื่องดี ชอบเล่าแต่เรื่องดี ในที่สุดชีวิตจะค่อยๆเบิกบาน และมีความสุข นอกจากฝึกคิดในเชิงบวก ผู้รู้บางท่านบอกว่า การรู้จัก ทำดีทอกซ์ หรือ ล้างพิษความคิดแย่ๆ ของตัวเองออกเสียบ้าง ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         โดยอาจเริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ ให้สำรวจตัวเองว่ามีความคิด หรือพฤติกรรมในเชิงลบหรือไม่ เช่น ชอบพูด หรือทำให้คนรอบข้างรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง หรือเจ็บใจ การที่คนเราชอบพูด หรือทำให้คนรอบข้างเกิดความรู้สึกเช่นนั้นบ่อยๆจนเคยชิน ในที่สุดเมื่อเจอหน้าใครก็มักจะทำออกไปเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นผู้ที่มีความสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น ผู้ที่ประพฤติเช่นนี้ ในที่สุดก็จะทำให้ตัวเองเจ็บช้ำไปด้วยโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ดังนั้น ทางที่ดีควรหมั่นเตือนตัวเองด้วยการลด ละ เลิก หรือหัดดีทอกซ์ ความคิดแย่ๆของตัวเองออกเสียบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ข้อห้า ให้หมั่นฝึกฝนทบทวนปฏิบัติทั้ง 4 ข้อที่ว่ามา เพื่อเตือนสติตนเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>         คุณหมอไกรสิทธิ์บอกว่า</strong><strong>  หากหมั่นทำให้ครบทั้ง  5  ข้อ  ในที่สุดโลกใบนี้ก็จะกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม.</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2553 </span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/detox-ideas/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฉากชีวิตในบัลแกเรีย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/dimitar-ivanov-berbatov/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/dimitar-ivanov-berbatov/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2010 17:32:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บัลแกเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[การสูบบุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์หน้า]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[จอร์จี อิลิเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมเลฟสกี คัจสเตนดิล]]></category>
		<category><![CDATA[ฉาก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอสเคเอ โซเฟีย]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดีการ์เซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์บาตอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะก๊อดฟาเธอร์ (ภาค 3)ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Dimitar Ivanov Berbatov]]></category>
		<category><![CDATA[Manchester United]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2181</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณจำ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟศูนย์หน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แอนดีการ์เซียนักแสดงจากเรื่องเดอะก๊อดฟาเธอร์ (ภาค 3) สลับกันไปบ้าง
          &#8220;หลายคนบอกว่าผมหน้าเหมือนเขาเลยครับ&#8221; เบอร์บาตอฟ เล่าว่า ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงทำผมทรงเดียวกับพี่แอนดี ศึกษาท่าทางการสูบบุหรี่เหมือนกับพี่แอนดี และฝึกฝนภาษาอังกฤษจากไตรภาคเดอะก๊อดฟาเธอร์ เพื่อดีดชีวิตขึ้นมาจากท้องถนนอันหม่นมืดในบัลแกเรีย สู่โรงละครแห่งความฝันที่เมืองแมนเชสเตอร์ (ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆ เขาจะสวมเสื้อของทีมนิวคาสเซิลเข้านอนก็เหอะ)
          เบอร์บาตอฟพัฒนาทักษะลูกหนังของตัวเองขึ้นมาจากการเตะลูกบาสเกตบอลเก่าเขรอะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">หากคุณจำ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟศูนย์หน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แอนดีการ์เซียนักแสดงจากเรื่องเดอะก๊อดฟาเธอร์ (ภาค 3) สลับกันไปบ้าง<span id="more-2181"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;หลายคนบอกว่าผมหน้าเหมือนเขาเลยครับ&#8221; เบอร์บาตอฟ เล่าว่า ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงทำผมทรงเดียวกับพี่แอนดี ศึกษาท่าทางการสูบบุหรี่เหมือนกับพี่แอนดี และฝึกฝนภาษาอังกฤษจากไตรภาคเดอะก๊อดฟาเธอร์ เพื่อดีดชีวิตขึ้นมาจากท้องถนนอันหม่นมืดในบัลแกเรีย สู่โรงละครแห่งความฝันที่เมืองแมนเชสเตอร์ (ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆ เขาจะสวมเสื้อของทีมนิวคาสเซิลเข้านอนก็เหอะ)<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/berbatov-man-us-target.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2183" title="ภาพเบอร์บาตอฟ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/berbatov-man-us-target.jpg" alt="" width="298" height="298" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เบอร์บาตอฟพัฒนาทักษะลูกหนังของตัวเองขึ้นมาจากการเตะลูกบาสเกตบอลเก่าเขรอะ กระเป๋าสตางค์อันว่างเปล่าอย่าคิดเลยว่าเขาจะมีลูกฟุตบอลสักลูกไว้เตะจริงๆ น่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ก่อนจะเริ่มเกมฟุตบอลสนุกๆ ในแต่ละวันเบอร์บาตอฟจะต้องเข้าคิว 8 ชั่วโมงเพื่อรอรับขนมปังหรือไม่ก็อาหารอื่นเติมท้องเติมพลังเสียก่อน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เราจะมาถึงแถวตอน 6 โมงเช้า แล้วถ้าคุณเสียที่ไปก็ต้องไปต่อแถวใหม่ด้านหลัง&#8221; เบอร์บาตอฟให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะซัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นี่ล่ะชีวิตของเด็กชายที่เติบโตขึ้นมาในประเทศคอมมิวนิสต์ ซึ่งเบอร์บาตอฟบอกว่ามีนักฟุตบอลไม่เยอะนักหรอกที่ต้องเจออะไรอย่างเขา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในวัย 17 ปี เบอร์บาตอฟได้เข้ามาเล่นฟุตบอลให้กับซีเอสเคเอ โซเฟีย ทีมเก่าของคุณพ่อ และที่แห่งนี้เองที่เขาตกเป็นเป้าหมายของหลายๆ ทีม ส่วนวิธีการคว้าตัวน่ะหรือ เรียกว่า &#8220;ลักพาตัว&#8221; จะยังดีเสียกว่า</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จอร์จี อิลิเอฟ ยกพวกมา &#8220;ฉก&#8221; ตัวเขาไปโดยหวังจะให้ไปเล่นกับทีมเลฟสกี คัจสเตนดิล ของเขาเบอร์บาตอฟหาทางโทรศัพท์หาคุณพ่อ ซึ่งเจรจาปลดปล่อยลูกชายออกมาจากการครอบครองของแก๊งฉกแข้งทีมนี้ได้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ลองถามเบอร์บาตอฟดูสิ เขาไม่ค่อยอยากจะพูดถึงนักหรอก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;มันเป็นประสบการณ์เลวร้ายมากครับ แต่มันก็นานมาแล้ว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม ฝันร้ายของเบอร์บาตอฟไม่จบลงง่ายๆ แม้จะย้ายมาเล่นให้กับทีมลูกหนังในอังกฤษ เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เขาต้องพาเอเลนา ภรรยา กับ เดีย ลูกสาว หนีออกมาจากบัลแกเรีย เพราะว่าคุณแม่ของเขาได้รับคำเตือนว่าจะจัดการลักพาตัวทั้งสองสาว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าเบอร์บาตอฟต้องเจรจาลับอะไรสักอย่างเพื่อรักษาชีวิตลูกกับเมีย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อาจจะเป็นเพราะปัญหามากมายในชีวิตกระมังที่ทำให้เบอร์บาตอฟไม่ค่อยเข้าพวกกับใครในโอลด์แทรฟฟอร์ด ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนจับกลุ่มหยอกล้อกันสนุกสนานที่สนามบินยามออกเดินทางไปแข่งเกมเยือน เขาจะอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : โพสต์ ทูเดย์  วันที่8 เมษายน 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/dimitar-ivanov-berbatov/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตแพทย์แนะวิธีลดเครียด ช่วงการเมืองร้อน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 03:38:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บาดเจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การตอบสนอง]]></category>
		<category><![CDATA[การประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ม็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[รับสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1965</guid>
		<description><![CDATA[สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด ส่งผลต่อประชาชน หรือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมเอง เกิดความตึงเครียด และบางครั้งอาจเกิดอารมณ์โกรธ จิตแพทย์ช่วยได้
        ภาพและเสียงเหตุการณ์ความรุนแรงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังตึงเครียดซึ่งมีการนำเสนอทั้งภาพ และเสียงของเหตุการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดการปะทะ ใช้ความรุนแรง รวมถึงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ อาจจะทำให้ประชาชนและผู้บริโภคข่าวสารทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือเว็ปไซต์รู้สึกอินไปกับข่าวนั้นๆ จนเกิดความโกรธและความเครียดตามมาได้

         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ และจิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด ส่งผลต่อประชาชน หรือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมเอง เกิดความตึงเครียด และบางครั้งอาจเกิดอารมณ์โกรธ </span><span style="color: #000000;">จิตแพทย์ช่วยได้<strong><span id="more-1965"></span></strong></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">        ภาพและเสียงเหตุการณ์ความรุนแรงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังตึงเครียดซึ่งมีการนำเสนอทั้งภาพ และเสียงของเหตุการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดการปะทะ ใช้ความรุนแรง รวมถึงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ อาจจะทำให้ประชาชนและผู้บริโภคข่าวสารทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือเว็ปไซต์รู้สึกอินไปกับข่าวนั้นๆ จนเกิดความโกรธและความเครียดตามมาได้</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/news_img_104518_2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1966" title="ภาพ นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/news_img_104518_2-292x300.jpg" alt="" width="292" height="300" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ และจิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า สังคมไทยในปัจจุบันที่กำลังเกิดความขัดแย้งรุนแรง ตึงเครียดจากสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากกำลังใช้ชีวิตด้วยอารมณ์มากกว่าสติและเหตุผล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ถ้าหากผู้คนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้และใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา ก็คงเป็นไปได้ยากที่ประเทศไทยของเราจะหลีกพ้นการสูญเสียของทุกคนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย บ้านเมืองเสียหาย เศรษฐกิจสังคมพังพินาศ คุณภาพชีวิตของคนลดลงไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่คนไทยทุกคนต้องตั้งสติให้ได้ พินิจวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความสุขุมรอบคอบ ต้องมองถึงผลระยะยาวมากกว่าผลระยะสั้นเฉพาะหน้า เรื่องของระบอบการปกครองทางการเมืองเป็นสิ่งที่คู่กับสังคมมนุษย์ ทุกสังคม ทุกยุคทุกสมัย สภาพสังคมของแต่ละประเทศหรือแต่ละยุคสมัยย่อมมีลักษณะเฉพาะของมันเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         ดังนั้นระบอบการปกครองที่จะทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขจึงจำเป็นต้องมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ประเทศไทยเราก็มีประสบการณ์และบทเรียนด้านความขัดแย้งทางการเมืองมาหลายครั้ง และก็ได้ประสบกับความสูญเสียมาหลายครั้งเช่นกัน<br />
 <br />
        “ในแง่ของการเมืองไทยขอให้มองว่า เราทุกคนอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงย่อมมีการขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ทุกครั้งที่มีความขัดแย้งถ้าการแก้ไขใช้แต่อารมณ์ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมาก แต่ถ้าเราใช้สติมากกว่าความเสียหายก็จะมีน้อย ในสังคมประชาธิปไตยแต่ละคนมีอิสระเสรีที่จะคิดอย่างไรก็ได้ ทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนที่มีความคิดที่แตกต่างกันได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความแตกต่างกันทางด้านความคิด ถ้านำมาใช้อย่างสร้างสรรค์ก็จะทำให้เกิดการพัฒนา เพราะจะช่วยให้คนเราสามารถมองเห็นปัญหาได้ละเอียดลึกซึ้งขึ้น มองเห็นข้อดีข้อเสีย มองเห็นทางเลือกของการแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน แต่ถ้านำเอาความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาใช้          อย่างไม่สร้างสรรค์ นั่นก็คือก่อให้เกิดความแตกแยก  อารมณ์ขุ่นมัว ไม่พอใจทะเลาะเบาะแว้ง  ปะทะกัน  ทำลายล้างกัน ทุกคนก็จะพบกับความสูญเสีย”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยให้คนไทยได้มีสติและสามารถดูแลกันและกันได้ และเพื่อลดดีกรีความเครียดลงไม่ให้ส่งผลร้ายแรง ในช่วงการเมืองร้อนแรงนี้  จิตแพทย์แนะนำว่า  ขณะที่ดูภาพข่าวหรือเหตุการณ์นั้นควรจะมีสติและพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ ควรที่จะฝึกผ่อนคลายจิตใจเพื่อไม่ให้ความเครียดและอารมณ์โกรธเหล่านั้นสะสมจนถึงจุดเดือด<br />
 <br />
 <strong>แนวทางปฏิบัติ </strong><strong>10 </strong><strong>ประการที่สามารถนำไปใช้เพื่อระงับความ</strong><strong>เครียด</strong><strong>อันจะนำไปสู่ความโกรธในช่วงที่สถานการณ์</strong><strong>การเมือง</strong><strong>ที่กำลังร้อนแรง ไว้ดังต่อไปนี้</strong><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">1. ให้นึกเสมอว่าเรื่องของการเมืองย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแตกแยกและเชื่อว่าทุกปัญหาต้องมีทางออก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">2. ควรดูข่าวการเมือง เพื่อให้รู้ความเป็นไปของสถานการณ์ เพื่อความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ และมีอารมณ์ร่วมแบบโอเว่อร์มากจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">3. เตือนตนเองว่า คนเราในโลกนี้แตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวเราเองก็มีข้อบกพร่อง จะช่วยทำให้เข้าใจถึงสัจธรรมของโลกทำให้โกรธยากขึ้น ให้อภัยได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">4. คอยเตือนตนเองว่าความโกรธและความเครียดคือการเผาตัวเอง ทำลายสุขภาพตัวเอง พยายามสังเกตอารมณ์ตัวเองให้รู้เท่าทันว่ากำลังเครียด หรือกำลังจะโกรธ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความโกรธได้ง่าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">5. ฝึกชะลออารมณ์โกรธและสลายความเครียดโดยการเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการนับ 1-10 หายใจเข้า – ออก ลึก ๆ ช้า ๆ  พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย  </span></p>
<p><span style="color: #000000;">6. หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์ที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์โกรธ เพราะถ้าหากยังอยู่ในสถานที่นั่นอาจจะทำให้ความโกรธถึงจุดเดือด และปัญหาความเครียดก็จะตามมาได้ </span></p>
<p><span style="color: #000000;">7. ฝึกให้อภัยและปล่อยวาง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นอกจากนั้นทุกคนต้องดูแลสุขภาพกายของตนเองให้ดี ด้วยการรับประทานอาหารและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะคนที่หิวหรือนอนหลับผักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะเกิดอารมณ์โกรธ โมโห ใช้ความรุนแรงได้ง่าย  ถ้าแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วยังไม่ได้ผล ควรขอคำปรึกษาจากคนใกล้ชิดที่มีประสบการณ์ไว้ใจได้  ในบางครั้งถ้าปัญหารุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องปรึกษานักจิตวิทยาคลินิก หรือจิตแพทย์ ซึ่งจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องของการเมืองย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ก็ต้องเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดคือความเครียดจะไปบันดาลโทสะ ทำให้เกิดความรุนแรง ทุกคนจำเป็นต้องตั้งสติ ระงับอารมณ์โกรธให้ได้ ขณะเดียวกันก็ควรต้องเอาใจใส่คนรอบข้าง รวมทั้งเด็กด้วย เช่น การรับชมข่าวสารเหตุการณ์ การดูภาพความรุนแรง ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งภาพและเสียงผ่านสื่อ มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ชมอย่างแน่นอน  ทุกฝ่ายจึงควรให้ความระมัดระวังในเรื่องนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> ขอให้ทุกคนตั้งสติ เอาใจใส่กัน ช่วยเหลือกัน เพื่อให้สังคมไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยความราบรื่น หรือสูญเสียน้อยที่สุด เพื่อรักษาสังคมที่ดีไว้ให้แก่ลูกหลานไทยของเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 12 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/meab-red/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>50 วัน 3 แผ่นดินไหว สัญญาณ! โลกป่วย!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 11:20:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พังทลาย]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ริกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรโยธาปฏิบัติการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[หมุนรอบตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[อาฟเตอร์ช็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ด็อกเตอร์โอ๋]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<category><![CDATA[โดมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลื่อนที่]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Earthquake]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1859</guid>
		<description><![CDATA[ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? 
          นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? <span id="more-1859"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan.jpg"></a><span style="color: #000000;">         นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  และอีก 5 วันถัดมา&#8230;วันที่ 4 มีนาคม 2553 ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งที่ประเทศไต้หวัน วัดความรุนแรงได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่?</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมีลักษณะที่รุนแรงขึ้น&#8230;เคลื่อนที่เร็วขึ้น เปรียบเสมือนโดมิโน&#8230;ทั้งสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ความสมดุลของโลกเปลี่ยนไป&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-1866" title="ภาพผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg" alt="" width="92" height="138" /></span></a><span style="color: #000000;">          ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม หรือ ด็อกเตอร์โอ๋ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สังกัดสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันช่วยราชการสำนักงานผู้แทนการค้าไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล บอก</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เห็นได้จากกรณีตัวอย่าง เมืองลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา ตั้งอยู่กลางทะเลทราย แต่เกิดมีหิมะตกลงมาเมื่อต้นปีที่แล้ว สร้างความประหลาดใจให้ผู้คนทั่วโลก การเกิดพายุที่มากขึ้น&#8230;รุนแรงมากขึ้น น้ำแข็งละลายมากขึ้น รวมทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปมาก&#8230;หน้าร้อนจะร้อนมาก หน้าหนาวก็จะหนาวมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หรือแม้แต่&#8230;การเกิดแผ่นดินไหวที่ถี่มากขึ้นทั่วโลก ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า สัญญาณเหล่านี้&#8230;แสดงให้เห็นถึงสัญญาณอันตรายที่อาจจะเกิดภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ตามมา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การเกิดแผ่นดินไหว&#8230;ยังส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติอื่นๆได้ เช่น&#8230;สึนามิ แผ่นดินไหวทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลขยับอย่างกะทันหัน&#8230;น้ำทะเลก็จะปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุล&#8230;ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ล่าสุด&#8230;แผ่นดินไหวยังทำให้แกนของโลกเอียงลงได้ ส่งผลทำให้ระยะเวลาต่อวันสั้นลงไป เป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนต่อการหมุนรอบตัวเองของโลก กระทบถึงระยะของวันเวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกหนนี้ ด็อกเตอร์โอ๋ มองว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่มีใคร หรือนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เราทำได้แค่เตรียมรับมือเท่านั้น&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กรณีพายุอาจมีการเตือนล่วงหน้าได้ 2-3 วัน&#8230;การเกิดสึนามิอาจทำการเตือนล่วงหน้าได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง&#8230;แต่การเกิดแผ่นดินไหว เราสามารถรับรู้ได้ก่อนภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หากไม่มีการเตรียมรับมือในเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้จะส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ ดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่ว่าจะเป็น&#8230;แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน ปี 1556 ที่เมืองชานสี (Shannxi) ได้คร่าชีวิตผู้คนถึง 830,000 คน และต่อมาในปี 1920 ที่เมืองไห่หยวน (Haiyuan) มีผู้เสียชีวิต 200,000 คน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1923 ที่เมืองคันโต (Kanto) ตึกมากกว่า 2 ใน 5 ของประเทศได้พังทลายลงมาหลังการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น่าสังเกตว่า ในอดีตความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งมีน้อย&#8230;ต่างจากในปัจจุบันที่มีความถี่มากขึ้น&#8230;ช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน เกิดแผ่นไหวรุนแรงถึง 3 ประเทศ ทั้งที่แต่ละประเทศตั้งอยู่คนละเปลือกโลก</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">          ประเด็นสนใจ แผ่นดินไหวทั้ง 3 ครั้ง&#8230;ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งยังไม่รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกของทั้ง 3 ประเทศที่รวมกันมากถึงเกือบ 100 ครั้ง และวัดความรุนแรงได้มากถึง 6.9 ริกเตอร์สเกล</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-1867" title="ภาพเจ้าหน้าที่กำลังกู้ซากปรักหักพังของตึก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg" alt="" width="265" height="177" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;ริกเตอร์สเกล&#8221; ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้ง หมายถึงค่าความรุนแรงของคลื่นสั่นสะเทือนใต้พื้นดินก่อนการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งวัดได้จาก 0-10 ริกเตอร์สเกล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โดยปกติในระดับความรุนแรง 6.0-6.9 ริกเตอร์ เป็นระดับที่สามารถทำให้ตึกที่ไม่แข็งแรงพังลงมาได้ ในกรณีของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เฮติวัดได้ 7.0 ริกเตอร์&#8230;ที่ชิลีวัดได้ 8.8 ริกเตอร์ และล่าสุด&#8230;ที่ไต้หวันวัดได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล เช่นเดียวกับในประเทศไทยเมื่อครั้งตอนเกิดสึนามิในปี 2547 วัดได้มากถึง 9.3 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความรุนแรงจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 7 ริกเตอร์&#8230;มีความรุนแรงมากขึ้นถึง 10 เท่า&#8230;นั่นหมายความว่าถ้าจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 8 ริกเตอร์ ความรุนแรงจะเพิ่มมากถึง 100 เท่าทีเดียว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้&#8230;ความรุนแรงยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ความห่างไกลจากศูนย์กลางของการเกิดแผ่นไหว ที่ตั้งของประเทศ และลักษณะของสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเทศ ซึ่งความเสียหายจะรุนแรงมากที่สุดในประเทศที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประสบการณ์ด็อกเตอร์ด้านวิศวโยธาจากต่างประเทศ ทำให้ด็อกเตอร์โอ๋ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ลึกลงไปถึงแผ่นเปลือกโลกเพราะต้องออกแบบสร้างอาคารให้สามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้&#8230; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับประเทศไทย แม้ว่าไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของเปลือกโลก และถึงแม้จะมีประเทศเวียดนามตั้งอยู่ทางด้านขวา ประเทศพม่าทางด้านซ้าย และอินโดนีเซียทางตอนล่าง มาช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทำให้พื้นที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงน้อยกว่าประเทศอื่นมาก แต่สังเกตได้ว่า&#8230;เมื่อก่อนที่เราเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย แต่ระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดแผ่นดินไหวไปแล้วหลายครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;คนที่อยู่ทางภาคเหนือ รวมถึงคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ คงได้สัมผัส&#8230;รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แม้ว่าจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในประเทศข้างเคียง แต่ก็ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศไทยได้เหมือนกัน&#8230;ถ้าไม่เตรียมพร้อมที่ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีลักษณะเป็นห้องแถว หรือบ้านที่เป็นลักษณะสองชั้น&#8230;ส่วนใหญ่เป็นอาคารทรงเก่า ฉะนั้นถ้าเกิดการทรุดตัว อาคารทั้งหมดจะดึงกันให้ทรุดตัวลงไปอีก เนื่องจากมีกำแพงติดกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;อาคารสูงๆ&#8230;ก็จะมีลักษณะเหมือนอย่างในประเทศไต้หวัน เวลาที่ทรุดตัว จะเอียงหักลงมา&#8230;และทรุดตัว จะไม่หักลงมาทับกันเหมือนขนมชั้นหรือแพนเค้ก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เราต้องประเมินระดับความต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งต้องศึกษาหาวิธีปรับปรุงอาคารที่อ่อนแอทั้งแบบเก่า แบบที่สร้างใหม่&#8230;ให้มีความต้านทานแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่ขาดไม่ได้&#8230;ควรเตรียมถุงยังชีพตั้งไว้จุดที่ใกล้ตัวที่สุด เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาหารแห้ง หรืออาหารกระป๋องที่เปิดได้เลย และเพื่อป้องกันล่วงหน้า ไม่ควรมีของแข็ง ของหนักแขวนไว้บนหัวเตียง หรือที่ ที่สามารถตกลงมาใส่ในร่างกายได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกอีกว่า เราคงหนีความเสี่ยงเลี่ยงแผ่นดินไหวไม่พ้น อีกประเด็นที่ต้องรู้คือลักษณะพื้นดินที่อ่อน เป็นตะกอนดินร่วน&#8230;ซึ่งมีคุณสมบัติขยายคลื่นแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ทำให้ต้องประเมิน ศึกษาพื้นที่ที่เสี่ยงภัย&#8230;ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินร่วนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายสูง ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆจังหวัด โดยเฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง เพราะเป็นพื้นที่&#8230;ที่เป็นชั้นตะกอนดินร่วน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อวิเคราะห์หาเสถียรภาพของพื้นที่และโครงสร้างใต้ดินแล้ว ก็ควรสร้างอาคารที่รองรับแผ่นดินไหวได้ อย่างประเทศญี่ปุ่น พบว่า สถิติการเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวลดลงเนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารต่างๆพิถีพิถันมากขึ้นและมีการสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ข้อมูลข้างต้นเหล่านี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้&#8230;เราคงต้องยึดหลักตื่นตัว&#8230;ไม่ประมาท และไม่ตื่นกลัวมากจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุการณ์สึนามิที่เกิดกับประเทศไทยเมื่อปี 2547 สร้างความเสียหายเอาไว้มากมาย ผ่านมาถึงวันนี้&#8230;6 ปีแล้ว คงไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า&#8230;จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เมื่อไหร่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ในช่วงชีวิต เราอาจได้เห็นสึนามิมากกว่าหนึ่งครั้ง&#8230;เหมือนกับการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดห่างกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นในครั้งนี้ และชีวิตเราในชาตินี้ก็ไม่แน่ว่า&#8230;อาจจะได้สัมผัสถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศไทย&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ ไทยรัฐ วันที่ 8 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Network แบบทางสายกลาง(2)</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 14:07:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ning</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พาที สารสิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ว.วชิรเมธี]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสายกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทานข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหนังฟังเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัย จันทร์เจ้าฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[คำคม]]></category>
		<category><![CDATA[นกแอร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[แบล็คเบอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โพสท์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[Blackberry]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>
		<category><![CDATA[ning_saisawan]]></category>
		<category><![CDATA[Saisawan Khayanying]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[tweeple]]></category>
		<category><![CDATA[tweeterer]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1723</guid>
		<description><![CDATA[
ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า
เรื่อง: [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way-2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1725" title="ภาพครอบครัวพ่ออ่านหนังสือให้ลูกชายทั้งสองฟังและภาพผู้หญิงกำลังแชทด้วยสมาร์ทโฟนด้านซ้าย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/social-network-middle-way-2.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a></p>
<h3><span style="color: #000000;">ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า<span id="more-1723"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">เรื่อง: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/obamabrickbreaker1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1728" title="ภาพบารัค โอบาม่า ชู สมาร์ทโฟน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/obamabrickbreaker1-300x183.jpg" alt="" width="300" height="183" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          พลังของ Social Network ส่งแรงกระเพื่อมไปในทุกวงการค่ะ ทั้งวงการข่าว นักการเมือง วงการบันเทิง และธุรกิจน้อยใหญ่ ที่หลายองค์กร ผู้บริหารสูงสุดกระโดดเข้ามาเล่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคุณ พาที สารสิน CEO แห่งนกแอร์ และผู้บริหาร บ.อสังหาริมทรัพย์อย่าง แสนสิริ เป็นต้น จนกลายเป็นตัวแทนขององค์กรนั้นๆ เพราะสามารถสื่อสารนโยบาย กลยุทธ์การตลาด ตอบคำถามของ Follower ได้แบบตัวต่อตัว นอกเหนือจากการที่องค์กรเองก็มีพนักงานที่รับผิดชอบการตลาดออนไลน์ที่มีหน้าที่เรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะอีกด้วย ระยะหลังมานี้องค์กรภาครัฐ และ NGO ก็เข้ามาสื่อสารผ่านช่องทางเหล่านี้กันจำนวนมาก ที่น่าสนใจก็คือพระสงฆ์ นักคิดนักเขียนระดับเบสท์เซลเลอร์ อย่างท่าน ว.วชิรเมธี ก็เป็น Tweetple ด้วย เน้นการเผยแผ่ข้อคิด คำสอน ในหลักพระพุทธศาสนา แบบตัวจริงเสียงจริง นอกเหนือจากฆราวาสนักการตลาดชื่อดัง ที่เดินตามแนวทางธุรกิจสีขาว และเป็นนักทวิตแนวธรรมะตัวยงมานานแล้ว อย่างคุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ก็มี Follower ล้นหลามในโลก“ทวิตภพ”ซึ่งยอมรับกันในทางการสื่อสารการตลาดแล้วว่าเป็นช่องทางที่มีพลังมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ ดึงดูดให้ดิฉันหลงเข้าไปในโลกของมันวันละหลายๆครั้ง ครั้งละหลายนาที โดยภายในเดือน-สองเดือนแรกนั้นติดมาก ถึงขนาดออนไลน์แช่ไว้ตลอดเป็นชั่วโมงๆ ใช้ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค และผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ที่แม้นั่งอ่านข่าวออกอากาศอยู่แท้ๆ ก็ยังเชื่อมต่อมือถือเอาไว้ เวลาเบรกโฆษณา จะได้ทวิตหรืออ่านข้อความของคนอื่นได้ พอสิ้นเดือนเห็นใบแจ้งหนี้ค่าบริการเสริมพุ่งพรวด ถึงได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า&#8230;.เราทำในสิ่งที่ควรค่าแก่การเสียเงินค่าโทรศัพท์มากขนาดไหนกัน!!!!</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Relationship31.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1729" title="ภาพพ่ออ่านหนังสือให้ลูกฟัง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Relationship31-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a>          <span style="color: #000000;">ก่อนหน้าที่จะมีเฟซบุ้ค และ ทวิตเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจพุดคุยกับคนข้างๆ หรือคนที่เราไปพบเจอจริงๆ มากกว่านี้ (อย่างน้อยก็มีความพยายามมากกว่านี้) เรามีกิจกรรมในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน หรือจะไปผจญภัยที่ไหน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเราค่อนข้างจะใช้สมาธิกับทุกอย่าง&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่ทันทีที่ออนไลน์ เราจะผละจากไปโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ อาหารแสนอร่อยที่อยู่ตรงหน้า นิทรรศการหรือความบันเทิงที่เราโหยหาและวางแผนเสียนานที่จะไปดู และที่เข้าขั้นอันตรายคือ สมาธิในการขับรถหายไปเมื่อเราทวิต(ร้ายพอๆกัน หรือมากกว่าคุยโทรศัพท์เสียอีก เพราะต้องเหลือบตามองแป้นพิมพ์พน้าจอด้วย) แม้คนที่ไม่ได้ขับแต่เป็นผู้โดยสาร ก็ผละจากการจราจรบนถนนหนทาง หรือทิวทัศน์สองข้างไปทันที เหมือนเราล่องลอยจากสิ่งที่เป็นจริง ไปเชื่อมโยงกับโลกเสมือน ซึ่งแม้เราจะได้พูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนหรือผู้คนที่เฝ้าติดตามอยู่ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมหากเราดูเลื่อนลอยกับผู้คนและสถานการณ์ตรงหน้า&#8230;..</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/mobile-hotspot11.gif"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1732" title="ภาพเหล่าหญิงสาวกำลังใช้งานโน๊ตบุ๊ค" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/mobile-hotspot11-150x150.gif" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ดิฉันพบว่า บางสิ่งกำลังหายไป&#8230;.บางสิ่งเข้ามาแทนที่ ขณะที่เวลาเรายังคงเดินไปใน 24 ชั่วโมงต่อวันเหมือนเดิม&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           เราอาจนั่งอมยิ้มหรือหัวเราะเบาๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ&#8230;แต่เสียงหัวเราะและพูดคุยกันในวงสนทนาตรงหน้าหรือกับคนข้างกายหายไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เราดูจะรีบร้อนขึ้น ทำโน่น ทำนี่ ให้เสร็จๆ ไป เพื่อจะได้ออนไลน์ และจมจ่อมอยู่ในนั้น สอดส่ายสายตาดูว่า ใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหนกันบ้าง และเข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งที่บางเรื่องก็ได้ประโยชน์ บางเรื่องก็ไม่ได้มีสาระแก่นสารใดๆ เลย แม้แต่ชวนกันปลูกผัก ทำนาออนไลน์ หรือเล่นเกมอะไรกันก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว ที่ไม่คุ้มค่าแก่การพะวักพะวงในระหว่างเวลาทำงาน เรียนหนังสือ หรือปล่อยให้มันกัดกินเวลาในชีวิตของเราไปในแต่ละวันอย่างมากมาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ท้ายที่สุดการเล่นอินเทอร์เน็ท หรือการอยู่ในสังคม Social Network อย่างพอเหมาะพอดี แบบเดินทางสายกลางจะดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ ลองบริหารเวลาให้ดี ว่าในแต่ละวันคุณทำอะไรมากไป หรือน้อยไป คุณอยู่ในโลกแห่งความจริงหรือโลกออนไลน์มากกว่ากัน คุณยังได้อ่านหนังสือเล่มโปรด ได้ดูหนัง ฟังเพลง ทำกับข้าวหรือไปทานข้าวนอกบ้านและพูดคุย แฮงก์เอาท์กับเพื่อนๆ อย่างเต็มที่หรือเปล่า ถ้ารู้ตัวว่าตารางชีวิตเริ่มเอียงกะเท่เร่ละก็ รีบจัดระเบียบชีวิตเสียใหม่เถอะค่ะ</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email-communication-face-to-face1.gif"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1733" title="ภาพชายหญิงนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คหันหน้าเข้าหากัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/email-communication-face-to-face1-300x162.gif" alt="" width="300" height="162" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">           แล้วก็เลือกรับเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สาระก็ได้ บันเทิงก็ดี หรือข่าวสารของเพื่อนๆที่รู้จักสนิทสนมกัน ให้เกียรติกัน เป็นกัลยาณมิตรช่วยเหลือด้านข้อมูลหรือคำแนะนำดีๆให้แก่กัน ซึ่งในโลกออนไลน์ก็มีเยอะ บางคนรู้สึกดีๆต่อกันในSocial Network ก็พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ หรืออาจเจอเนื้อคู่คนรู้ใจกันก็มี แต่หากเจอพวกแฝงตัวเข้ามาเป็นเพื่อน แล้วรุ่มร่าม ไม่ให้เกียรติกัน หรือหวังผลประโยชน์กันเกินงามก็ต้องปฏิเสธค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่าลืมว่าอะไรที่มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดีเหมือนกัน ไม่ตามกระแสเลยก็พูดภาษาเดียวกับคนที่ทันสมัยไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะภาษาไอที แต่ตามมากไปก็ไม่เห็นจะทำให้เป็นคนดีขึ้น รวยขึ้นหรือสวยหล่อขึ้น มีคนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่รวยขึ้นเพราะได้ประโยชน์ในแง่การตลาดจาก Social Network ดังนั้น ไม่มีใครบังคับให้คุณออนไลน์หรือห้ามออนไลน์ นอกจากตัวคุณเองค่ะ@</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/social-network-middle-way-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เศรษฐีออสเตรียพบสัจธรรมเบื่อชีวิตร่ำรวย &#8220;ยิ่งมียิ่งทุกข์&#8221; ขายทุกอย่าง หันไปอยู่ในกระท่อมเล็ก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/australia/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/australia/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 07:39:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขาแอลป์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาเศรษฐี]]></category>
		<category><![CDATA[ร่ำรวย]]></category>
		<category><![CDATA[สุข]]></category>
		<category><![CDATA[หรูหรา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องซาวน่า]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[คฤหาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่ำรวย]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์ล ราเบเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เดลี่ เมย์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องร่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1600</guid>
		<description><![CDATA[นาย&#8221;คาร์ล ราเบเดอร์&#8221;มหาเศรษฐีออสเตรีย ซึ่งได้ค้นพบสัจธรรมเบื่อชีวิตที่ร่ำรวย เพราะเห็นว่าคนเรายิ่งรวยก็ยิ่งไม่มีความสุข และได้หันมาขายทุกอย่างในชีวิต และเตรียมใช้ชีวิตอย่างสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ และนั่นทำให้เขาตระหนักขึ้นมาทันว่า &#8220;ถ้าเขาคิดจะไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่ตอนนี้ เขาก็จะสบายไม่ต้องทำอะไรอีกในชีวิตที่เหลือ&#8221;
           &#8220;เดลี่ เมล์&#8221;รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ตีแผ่ชีวิตของนาย&#8221;คาร์ล ราเบเดอร์&#8221;มหาเศรษฐีออสเตรีย ซึ่งได้ค้นพบสัจธรรมเบื่อชีวิตที่ร่ำรวย เพราะเห็นว่าคนเรายิ่งรวยก็ยิ่งไม่มีความสุข และได้หันมาขายทุกอย่างในชีวิต และเตรียมใช้ชีวิตอย่างสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">นาย&#8221;คาร์ล ราเบเดอร์&#8221;มหาเศรษฐีออสเตรีย ซึ่งได้ค้นพบสัจธรรมเบื่อชีวิตที่ร่ำรวย เพราะเห็นว่าคนเรายิ่งรวยก็ยิ่งไม่มีความสุข และได้หันมาขายทุกอย่างในชีวิต และเตรียมใช้ชีวิตอย่างสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ และนั่นทำให้เขาตระหนักขึ้นมาทันว่า &#8220;ถ้าเขาคิดจะไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่ตอนนี้ เขาก็จะสบายไม่ต้องทำอะไรอีกในชีวิตที่เหลือ&#8221;</span><span style="color: #000000;"><span id="more-1600"></span></span></h3>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;">  </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/katom.jpg"></a><span style="color: #000000;">         &#8220;เดลี่ เมล์&#8221;รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ตีแผ่ชีวิตของนาย&#8221;คาร์ล ราเบเดอร์&#8221;มหาเศรษฐีออสเตรีย ซึ่งได้ค้นพบสัจธรรมเบื่อชีวิตที่ร่ำรวย เพราะเห็นว่าคนเรายิ่งรวยก็ยิ่งไม่มีความสุข และได้หันมาขายทุกอย่างในชีวิต และเตรียมใช้ชีวิตอย่างสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ โดยรายงานระบุว่า นายราเบเดอร์ ขณะนี้ได้เตรียมขายคฤหาสน์หรู 3,455 ตร.ฟุต ติดทะเลสาบ,ห้องซาวน่า และมุมวิวเหนือภูเขาแอลป์ เป็นมูลค่า 1.4 ล้านปอนด์ โดยก่อนหน้านี้ เขาได้เริ่มขายบ้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 17 เฮคเตอร์ ด้วยมูลค่า 613,000 ปอนด์ และที่ได้ขายไปแล้วก็คือ เครื่องร่อนจำนวน 6 ลำ มูลค่า 350,000 ปอนด์ รถยนต์หรูออดี้ มูลค่า 44,000 ปอนด์</span></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/aus.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-1601" title="ภาพนายคาร์ล ราเบเดอร์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/aus.bmp" alt="" /></span></a><span style="color: #000000;">   นอกจากนี้ เขายังได้ขายธุรกิจขายเครื่องอุปกรณ์และเครื่องตกแต่งภายใน ที่สร้างความร่ำรวยให้แก่เขาด้วย ขณะที่รายได้ทั้งหมดของเขาจะยกให้มูลนิธีที่เขาตั้งขึ้นในลาตินอเมริกาและอเมริกากลาง โดยเขาจะหันไปอาศัยยังกระท่อมไม้เล็ก ๆ แถบภูเขา หรือเตียงนอนธรรมดา ในเมืองอินน์บรัค</span></p>
<p><span style="color: #000000;">   เศรษฐีออสเตรียรายนี้เปิดเผยว่า ความคิดของเขาตอนนี้ก็คือไม่ต้องทิ้งอะไรเหลือไว้เลยในชีวิต และเงินจะเป็นสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้ความสุขเข้ามาในชีวิต และที่ผ่านมา เขารู้สึกว่า ตัวเองกำลังเป็นทาสแห่งการแสวงหาทางวัตถุที่เขาไม่ได้ต้องการหรือจำเป็นต้องมี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">    นายราเบเดอร์บอกว่า จุดพลิกผันที่ทำให้เขาค้นพบสัจธรรมดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เขาพักผ่อนลองวีค 3 สัปดาห์กับภรรยาที่เกาะฮาวาย เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถพบกับความสุขกับชีวิตระดับห้าดาว และแม้ว่าเขาและภรรยาจะใช้เงินไปเท่าไหร่ แต่กลับพบว่าทุกคนนั้นไร้ตัวตน ทั้งเจ้าหน้าที่โรงแรม หรือแขก ต่างเล่นบทบาทของตัวเองบนโลกแห่งวัตถุทั้งสิ้น และเมื่อเดินทางไปเที่ยวแอฟริกา เขาก็รู้ว่าว่า ความร่ำรวยของคนเรานั้นยืนอยู่บนความยากจนของคนอื่น และนั่นทำให้เขาตระหนักขึ้นมาทันว่า &#8220;ถ้าเขาคิดจะไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่ตอนนี้ เขาก็จะสบายไม่ต้องทำอะไรอีกในชีวิตที่เหลือ&#8221;</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/australia/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาร์ลี แชปลิน กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะตัวการ์ตูน 3 มิติ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/charles-spencer-chaplin/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/charles-spencer-chaplin/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 01:13:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[3มิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์ลี แชปลิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวลอนดอน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงขายาว]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์ขาวดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศตวรรษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมวกทรงกลม]]></category>
		<category><![CDATA[จอแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[จอเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดาราตลก]]></category>
		<category><![CDATA[คาแร็คเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้เท้า]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Spencer Chaplin]]></category>
		<category><![CDATA[Lights (1931)]]></category>
		<category><![CDATA[Modern Times(1936)]]></category>
		<category><![CDATA[The Gold Rush1921]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Dictator(1940)]]></category>
		<category><![CDATA[The Kid1921]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=993</guid>
		<description><![CDATA[ดาราตลกเงียบชื่อก้องโลก ชาร์ลี แชปลิน ตัวละครคาแร็คเตอร์คนจรจัดในชุดกางเกงขายาว หมวกทรงกลม แกว่งไม้เท้า ในภาพยนตร์ตลกขาวดำและเร็วๆที่ทั่วโลกจะได้เห็นการกลับมาอีกครั้งในรูปแบบอนิเมชั่นทั้งในจอเงินและจอแก้ว

             
      เกือบศตวรรษมาแล้ว ที่ดาราตลกชาวลอนดอน ชาร์ลี แชปลินได้แนะนำตัวเองให้โลก ได้รู้จักกับคาแร็คเตอร์คนจรจัดในชุดกางเกงขายาว หมวกทรงกลม แกว่งไม้เท้า ในภาพยนตร์ตลกขาวดำและเร็วๆนี้ทั่วโลกจะได้เห็นเขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะตัวการ์ตูน 3 มิติที่จะโลดแล่นทั้งบนจอแก้วและจอเงิน
          แอนิเมชั่นเรื่องนี้เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างบริษัทMethod Animation ของประเทศฝรั่งเศสและ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>ดาราตลกเงียบชื่อก้องโลก ชาร์ลี แชปลิน ตัวละครคาแร็คเตอร์คนจรจัดในชุดกางเกงขายาว หมวกทรงกลม แกว่งไม้เท้า ในภาพยนตร์ตลกขาวดำและเร็วๆที่ทั่วโลกจะได้เห็นการกลับมาอีกครั้งในรูปแบบอนิเมชั่นทั้งในจอเงินและจอแก้ว</h3>
<p><span id="more-993"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1005" title="ชาร์ลี แชปลินแบบ 3 มิติ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/2_charlie_chaplin_1.jpg" alt="2_charlie_chaplin_1" width="291" height="369" />             </p>
<p>      เกือบศตวรรษมาแล้ว ที่ดาราตลกชาวลอนดอน ชาร์ลี แชปลินได้แนะนำตัวเองให้โลก ได้รู้จักกับคาแร็คเตอร์คนจรจัดในชุดกางเกงขายาว หมวกทรงกลม แกว่งไม้เท้า ในภาพยนตร์ตลกขาวดำและเร็วๆนี้ทั่วโลกจะได้เห็นเขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะตัวการ์ตูน 3 มิติที่จะโลดแล่นทั้งบนจอแก้วและจอเงิน</p>
<p>          แอนิเมชั่นเรื่องนี้เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างบริษัทMethod Animation ของประเทศฝรั่งเศสและ MK2ประเทศอินเดียด้วยงบประมาณกว่า 11.5 ล้านดอลลาร์โดยจะเป็นซีรีย์ที่ไร้บทสนทนายาว 6 นาที มีจำนวน 104 ตอน ได้รับแรกบันดาลใจจากภาพร่างและมุกตลกจากบรรดาภาพยนตร์ของแชปลินในอดีต แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายดั้งเดิมอยู่ มีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป และมีแผนที่จะนำออกฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงต้นปีหน้าด้วย</p>
<p>          ชาร์ลี แชปลิน เสียชีวิตในปี 1977 เขาฝากผลงานที่โด่งดังไว้หลายเรื่องได้แก่ The Kid(1921)The Gold Rush(1925)City Lights (1931)Modern Times(1936)และ The Great Dictator(1940)ซึ่งเวอร์ชั่นในศตวรรษที่ 21 นี้ แชปลิน รุ่นดั้งเดิมจะหลุดมาอยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบัน</p>
<p> ที่มา:หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong><img class="alignleft size-medium wp-image-997" title="ภาพโปรสเตอร์หนังเรื่องTheKid" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/The_Kid_Poster1-151x300.jpg" alt="The_Kid_Poster" width="151" height="300" /><span style="color: #ff0000;">The Kid (1921)</span></strong></p>
<p><strong>กำกับและเขียนบท: ชาร์ลส แชปลิน</strong></p>
<p><strong>นำแสดง: ชาร์ลส แชปลิน</strong><strong>, </strong><strong>เอ็ดนา เพอร์เวียนซ์</strong><strong>, </strong><strong>แจ็คกี้</strong><strong> </strong><strong>คูแกน</strong></p>
<p><a href="http://www.onopen.com/upload/The_Kid_Poster.JPG"></a>       หนุ่มพเนจร (รับบทโดยชาร์ลส แชปลิน) ที่อาศัยอยู่ในสลัม ไปเจอเด็กทารกคนหนึ่งที่ถูกแม่ทิ้งไว้ข้างถังขยะ จึงรับอุปการะมาเป็นลูกด้วยความรักใคร่ จนเมื่อเจ้าหนูน้อยเติบโตขึ้นมาได้ห้าขวบ จึงเริ่มช่วยพ่อหารายได้เข้าครอบครัวโดยทุกๆ วันสองพ่อลูกก็จะออกไปทำงาน โดยเจ้าหนูรับหน้าที่ขว้างก้อนหินใส่กระจกหน้าบ้านคนอื่นให้แตกแล้ววิ่งหนีไป ส่วนหนุ่มพเนจรก็จะบังเอิญเป็นช่างซ่อมกระจกที่เดินผ่านมาแถวนั้นพอดีจึงมาช่วยรับซ่อมกระจกที่แตก ทำให้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาพอหาซื้ออาหารประทังชีพได้ แต่ก็จะมีบางวันที่ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะต้องวิ่งหนีการไล่จับของตำรวจที่รู้ทันมุขของสองพ่อลูกคู่นี้ หรือพวกสามีของบรรดาแม่บ้านสาวๆ ที่หนุ่มพเนจรไปแอบจีบขณะซ่อมกระจก</p>
<p>        ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีการเป็นอยู่อย่างอัตคัต แต่ก็มีความสุขกันอย่างที่พ่อลูกจนๆ จะสามารถมีได้ หนังตัดไปเล่าถึงฝ่ายแม่ของเจ้าหนู (รับบทโดยเอ็ดน่า เพอร์เวียนซ์) ซึ่งเป็นดาราเวทีชื่อดังที่รู้สึกผิดกับการที่ทิ้งลูกตัวเองในอดีต จึงอุทิศตนให้กับการกุศลโดยไปแจกของเล่นให้เด็กๆ ในสลัมซึ่งเจ้าหนูน้อยบังเอิญอาศัยอยู่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้มีโอกาสเจอกันตั้งหลายครั้ง แต่ว่าฝ่ายแม่ก็มิได้ล่วงรู้เลยว่าเด็กผู้ชายคนนี้เป็นลูกแท้ๆ ที่ตนทิ้งไป จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้าหนูล้มป่วยลง หมอที่มาตรวจอาการได้ซักประวัติจากหนุ่มพเนจรจึงได้ทราบว่าเขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของหนูน้อย หมอจึงส่งเจ้าหน้าที่จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามานำตัวเด็กไป ฝ่ายหนุ่มพเนจรไม่ยอมให้ลูกตกไปอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูจะไม่มีความเอ็นดูเด็กเลยแม้แต่น้อย เขาจึงพยายามสู้กับตำรวจและเจ้าหน้าที่อย่างสุดตัว ก่อนที่จะวิ่งตามรถตำรวจที่มาพรากลูกของเขาไป และชิงตัวลูกกลับมาได้ในที่สุด</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-1000" title="ภาพโปรสเตอร์หนังเรื่องThe Gold Rush" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/The_Gold_Rush_Poster1.jpg" alt="_The_Gold_Rush_Poster" width="184" height="250" /><img class="size-full wp-image-1001 alignright" title="ภาพโปรสเตอร์หนังเรื่องLimelight" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/Limelight_Poster.jpg" alt="_Limelight_Poster" width="184" height="250" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/charles-spencer-chaplin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

