<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ญี่ปุ่น</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คลื่นยักษ์สึนามิ ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2011 08:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[พิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[สูง]]></category>
		<category><![CDATA[อลาสก้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัฟกานิสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อุทาหรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธิเบต]]></category>
		<category><![CDATA[ถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปากีสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[เนปาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4273</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เราเคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2547 และเราเพิ่งได้เห็นความเจ็บปวดจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ปี 2554 นี้ ลองหันกลับมาเรียนรู้ และช่วยกันติดตามดูว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิทุกวันนี้ได้รับการกันไว้เป็นเขตต้องห้ามหรือกลับเข้าไปอยู่เหมือนไม่เคยมีบทเรียนอะไรกันมาก่อน และกลไกในการเตือนภัยสึนามิของเราพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

เรียบเรียงโดย:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV
           คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้อธิบายประกอบแผนที่ให้เห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเกิดคลื่นยักษ์(สึนามิ)ตามมานั้น สัมพันธ์กัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800000;">หลังจากที่เราเคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2547 และเราเพิ่งได้เห็นความเจ็บปวดจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ปี 2554 นี้ ลองหันกลับมาเรียนรู้ และช่วยกันติดตามดูว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิทุกวันนี้ได้รับการกันไว้เป็นเขตต้องห้ามหรือกลับเข้าไปอยู่เหมือนไม่เคยมีบทเรียนอะไรกันมาก่อน และกลไกในการเตือนภัยสึนามิของเราพัฒนาไปถึงไหนแล้ว</span></h3>
<p><span id="more-4273"></span></p>
<p>เรียบเรียงโดย:สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV</p>
<p>           คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้อธิบายประกอบแผนที่ให้เห็นว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเกิดคลื่นยักษ์(สึนามิ)ตามมานั้น สัมพันธ์กัน และเป็นไปตามแนวที่ชัดเจนบนแผนที่</p>
<p>           โดยหากนับตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่เกิดแผ่นดินไหวบริเวณหมู่เกาะสุมาตรา เป็นต้นมา ก็จะมีแนวการเกิดแผ่นดินไหวเป็นเส้นลากผ่านอันดามัน เข้าไปในพม่า นอกจากในมหาสมุทรแล้ว รอยต่อนี้ยังเชื่อมเข้าไปในแผ่นดิน ผ่านประเทศพม่า จีน ธิเบต เนปาล ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอิหร่าน</p>
<p>           อย่างที่ปากีสถานมีแผ่นดินไหวรุนแรง มีผู้เสียชีวิตจำ นวนมาก (ปากีสถานเคยประสบแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2548 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 73,000 ราย และอีก 3.5 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นแคชเมียร์ และล่าสุด เมื่อ 19 มกราคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ ที่ความลึก 84 กิโลเมตร ในเมืองติดกับชายแดนอัฟกานิสถาน แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงอาบูดาบี และดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย แต่ครั้งนี้เกิดในพื้นที่ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น จึงไม่เกิดความเสียหายมาก)</p>
<p>          จากอิหร่านก็เหมือนกัน (อิหร่าน เป็นประเทศหนึ่งที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก ตัวอย่างแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งหนึ่ง คือเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2533 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต 40,000 -50,000 คน บาดเจ็บมากกว่า 60,000 คน)</p>
<p>           ลองไล่ลงมาตามเกาะสุมาตรา ยอร์กยาการ์ต้า ไปฟิลิปปินส์ ขึ้นไปทางญี่ปุ่น รัสเซีย อลาสก้า เลียบชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาลงมาถึงเม็กซิโก บราซิล ชิลี</p>
<p>           ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อปี 2547 แท้จริงแล้ว โลกจะขยับตัวอยู่ตลอดเวลา และเรียกได้ว่ายังไม่เข้าที่ บางแห่งเกิดนับร้อยๆ ครั้ง เพียงแต่ขนาดของมันไม่ถึงขั้นทำ ให้เกิดสึนามิ ประเทศไทยแม้จะอยู่ห่างพอสมควร แต่ก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร และความรุนแรงขนาดไหน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมพร้อม เพียงแต่อย่าหวั่นวิตกถึงขั้นทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข</p>
<p>           สำหรับคำถามที่ว่า พื้นที่ที่เคยเกิดสึนามิแล้ว ควรอพยพออกจากบริเวณนั้นไปอย่างถาวรหรือไม่????? คุณสมศักดิ์ตอบอย่างชัดเจน ว่าควรย้ายออกไปจากพื้นที่นั้น<br />
           โดยเมื่อครั้งเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 กรมทรัพยากรธรณีได้ไปสำ รวจพื้นที่ว่าคลื่นยักษ์ซัดขึ้นฝั่งมาถึงบริเวณไหน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ให้ถือเป็นพื้นที่ต้องห้าม ไม่ควรเป็นพื่นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่พาณิชย์ อีกต่อไป แต่เนื่องจากประเทศไทยเราไม่มีกฏหมายควบคุมเรื่องนี้ หลังเหตุการณ์สงบ คนเริ่มลืม ก็กลับเข้าไปอยู่เช่นเดิม แถมยังมีผู้ฉกฉวยโอกาสเข้าไปบุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ</p>
<p>          สิ่งปลูกสร้าง จะปลูกอย่างไรไม่ให้ขวางทางน้ำ เช่นบ้านยกพื้นใต้ถุนสูง อย่างน้อยก็ลดการกระแทกให้น้อยลงได้ แผ่นดินไหวเราเตือนล่วงหน้าไม่ได้ แต่สึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวแรงๆ นั้นเรามีเวลา</p>
<p>           อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ ต้องติดอาวุธทางปัญญา ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องสึนามิมากขึ้น และเราต้องมีระบบเตือนภัย ซึ่งขณะนี้ก็มีการติดตั้งหอเตือนภัยไว้หลายจุด ทั้งใน6จังหวัดที่เคยเกิดสึนามิ และจังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดพิบัติภัยอื่นๆ นอกเหนือจากสึนามิด้วย</p>
<p> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/Tsunami2.jpg"></a>          แม้เราจะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว แต่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเล แล้วจะเกิดสึนามิ เรามีเวลาหนี ถ้าเรามีความรู้ มีเครื่องมือ และเชื่อในระบบการเตือนภัย!!!!!!!!</p>
<p>(ชมคลิปวิดีโอ)<br />
<iframe title="YouTube video player" width="480" height="390" src="http://www.youtube.com/embed/5Gb22jmb8p0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลื่นยักษ์สึนามิ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2011 08:34:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[ชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ริกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[สูง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณีพิบัติภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แรง]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[Tsunami]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4270</guid>
		<description><![CDATA[แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ขนาด 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดสึนามิถล่มเกาะฮอนชู พังราบเป็นหน้ากลอง และผู้เชี่ยวชาญได้ติดอันดับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างมูลค่าความเสียหายมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไม่น้อย ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับประเทศไทย และเราก็เคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 วันนี้เราจึงควรตั้งสติ และเรียนรู้เรื่องสึนามิกันให้เข้าใจถ่องแท้อีกครั้ง 
เรียบเรียงโดย: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003366;"><span style="color: #993300;">แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ขนาด 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดสึนามิถล่มเกาะฮอนชู พังราบเป็นหน้ากลอง และผู้เชี่ยวชาญได้ติดอันดับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างมูลค่าความเสียหายมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไม่น้อย ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับประเทศไทย และเราก็เคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 วันนี้เราจึงควรตั้งสติ และเรียนรู้เรื่องสึนามิกันให้เข้าใจถ่องแท้อีกครั้ง </span><span id="more-4270"></span></span></h3>
<p><span style="color: #003366;">เรียบเรียงโดย: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง </span></p>
<p><span style="color: #003366;">ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/Tsunami.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #003366;">        คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้ให้ความรู้เรื่องคลื่นยักษ์หรือสึนามิ ตั้งแต่ที่มาของชื่อเรียกตามภาษาญี่ปุ่นว่า</span><br />
<span style="color: #003366;">         &#8220;สึ&#8221; หมายถึง ท่าเรือ </span></p>
<p><span style="color: #003366;">         &#8220;นามิ&#8221; หมายถึง คลื่น &#8220;สึนามิ&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          ในภาษาญี่ปุ่นจึงหมายถึง &#8220;คลื่นท่าเรือ&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           สาเหตุที่เรียกชื่อนี้ก็เป็นไปตามประวัติว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่ท่าเรือแห่งหนึ่งนั่นเอง ส่วนภาษาไทยน่าจะเรียกว่า&#8221;คลื่นยักษ์&#8221; แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มักเรียกทับศัพท์กันว่า &#8220;สึนามิ&#8221; เหมือนๆกับชาวต่างชาติทั่วโลก </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           สึนามิ หรือ คลื่นยักษ์ เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ขนาด 7 ริกเตอร์ ดินถล่มหรือภูเขาไฟระเบิดใต้มหาสมุทร หรือแม้แต่ฝีมือมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นยักษ์ได้เหมือนกัน </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           คลื่นยักษ์ครั้งที่รุนแรงที่สุดของโลก เกิดขึ้นที่ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ริกเตอร์ และคลื่นถล่มมาถึงประเทศญี่ปุ่น โดยจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหว ถึงญี่ปุ่นมีระยะทางถึง 18,000 กิโลเมตร คลื่นยักษ์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-16 ชั่วโมง </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดที่รอยเลื่อนที่เกิดจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรอินเดียลงใต้แผ่นยูเรเซีย หรือที่เรียกว่า &#8220;ซุนด้า เทรนช์&#8221; เกาะสุมาตราห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 800 กิโลเมตร จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย รับรู้แผ่นดินไหวในเวลาประมาณ 7:58 น. หลังจากนั้นอีกราวๆ 2 ชม. ชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยก็ถูกสึนามิถล่ม เกาะสุมาตราบริเวณที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดนั้นราบเป็นหน้ากลอง ศรีลังกา ไปจนถึง มาดากัสการ์ทางตะวันออกของแอฟริกา ต่างก็ถูกผลกระทบกันถ้วนหน้า</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           คลื่นยักษ์ยังสัมพันธ์กับระดับความลึกของน้ำทะเลด้วย โดยคลื่นจะวิ่งด้วยความเร็วจากจุดที่เกิด 943 กม./ชม. ความห่างของช่วงคลื่นที่วัดจากยอดคลื่นแต่ละลูกจะห่างกัน 282 กม. ดังนั้น หากอยู่ในทะเลลึกเราจะไม่รู้สึกเลย ความเร็วซัดเข้าฝั่ง 500-700 กม./ชม. ขณะที่เมื่อเข้าใกล้ฝั่ง ก็จะลดลงเหลือ 35-36 กม./ชม. </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           มีข้อสังเกตด้วยว่า ระยะห่างของคลื่นแต่ละลูกนั้น ถ้ารอดชีวิตจากคลื่นลูกแรก ก็อาจจะรีบหนีได้ทัน เพราะบางคนลูกแรกยังรอด แต่คิดว่าไม่เป็นไรแล้วจึงไม่หนี หรืออาจตกใจอยู่ เลยเจอลูกที่2-3 เข้า เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          กรณีการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล อาจไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับการขยับตัวของแผ่นเปลือกโลกใต้ทะเล ถ้าขยับตัวแนวนอนก็อาจไม่เกิดสึนามิ แต่หากขยับตัวแนวตั้ง มันจะยกน้ำทะเลขึ้น ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5-7 ริกเตอร์ จึงต้องมีการเตือนกันก่อน เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าแผ่นดินไหวในมหาสมุทรแต่ละครั้งนั้นเกิดการขยับตัวแบบแนวนอน หรือแนวตั้ง</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อาศัยเครื่องมือจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่มีเครื่องมือวัด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบกับสำนักธรณีวิทยาสหรัฐ สวิสเซอร์แลนด์รวมถึงศูนย์เตือนภัยสึนามิ&#8221;โนอา&#8221;ของสหรัฐ เพื่อความรอบคอบแม่นยำ </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          ก่อนหน้านั้น สถิติที่เกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดียไม่เคยมี จึงทำให้นักวิชาการทั่วโลกประมาท ไปเฝ้าระวังแต่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ดังนั้น ต่อจากนี้ไป ทุกประเทศที่อยู่ติดกับมหาสมุทรคงจะตื่นตัวกันมากขึ้นแล้วว่าอาจต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์สึนามิได้ทุกเมื่อ!!!!</span></p>
<p><span style="color: #003366;"> (ชมคลิปวิดีโอ) </span><br />
<iframe title="YouTube video player" width="480" height="390" src="http://www.youtube.com/embed/5bdE5hhZ8ig" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้ทัน&#8217;นิวเคลียร์&#8221;กัมมันตรังสี&#8217;หมดแรงก่อนถึงไทย?</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/radioactive-material/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/radioactive-material/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 11:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุคุชิมา]]></category>
		<category><![CDATA[กัมตรังสี]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบิด]]></category>
		<category><![CDATA[รังสีแกมมา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[นิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซีเวิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[เตาปฏิกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Boiling Water System]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen Explosion]]></category>
		<category><![CDATA[radioactive material]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4248</guid>
		<description><![CDATA[เหตุเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดในญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิมีคนตายนับหมื่น ทั่วโลกเกาะติดสถานการณ์ เฝ้ามองการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างหดหู่เร่งระดมเงินช่วยเหลือและแสดงความเห็นใจ อีกด้านหวาดวิตกถึงการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี กลบข่าวธรณีพิบัติภัย สึนามิถล่ม ชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นจนราบเป็นหน้ากลอง

          เสียงระเบิดดังถึงไทยในทันที โดยที่ไม่รู้ว่ารังสีอันตรายจะเดินมาถึงเมื่อไหร่ ความวิตกกังวลเกรงว่า สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลจากแดนปลาดิบ จะกระจายถึงน่านฟ้าแดนสยาม หลังจากสภาพภูมิอากาศไทยเปลี่ยนแปลงจากร้อนจัดมาเย็นจัดประกอบกับฝนตกหนัก อันเนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทย มีคลื่นกระแสลมตะวันตก เคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องไปอีก 1-2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #800000;">เหตุเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดในญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิมีคนตายนับหมื่น ทั่วโลกเกาะติดสถานการณ์ เฝ้ามองการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างหดหู่เร่งระดมเงินช่วยเหลือและแสดงความเห็นใจ อีกด้านหวาดวิตกถึงการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี กลบข่าวธรณีพิบัติภัย สึนามิถล่ม ชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นจนราบเป็นหน้ากลอง</span><span id="more-4248"></span><br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCA1K2RUR.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-4250" title="ภาพ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ขณะระเบิด ที่ประเทศญี่ปุ่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCA1K2RUR.jpg" alt="" width="264" height="191" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/radioactive-material.jpg"></a></p>
<p>          เสียงระเบิดดังถึงไทยในทันที โดยที่ไม่รู้ว่ารังสีอันตรายจะเดินมาถึงเมื่อไหร่ ความวิตกกังวลเกรงว่า สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลจากแดนปลาดิบ จะกระจายถึงน่านฟ้าแดนสยาม หลังจากสภาพภูมิอากาศไทยเปลี่ยนแปลงจากร้อนจัดมาเย็นจัดประกอบกับฝนตกหนัก อันเนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทย มีคลื่นกระแสลมตะวันตก เคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องไปอีก 1-2 วัน และอุณหภูมิจะลดลง</p>
<p>          ความกังวลที่เกรงว่าฝนจะหอบรังสีอันตรายมาด้วยนั้น สะพัดไปทั่วอินเตอร์เน็ต เมื่อทุกคนต่างแสดงความห่วงใย ส่งต่อคำเตือนถึงกันจนกลายเป็นความวิตกกังวลนำไปสู่คำถามที่ว่า รังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมาถึงไทยหรือไม่ จะรู้ได้อย่างไร และป้องกันอย่างไร</p>
<p>          เรื่องนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีคำตอบ ในฐานะหน่วยงานดักจับรังสี โดยมีสถานีเฝ้าระวังภัยทางรังสีในอากาศกระจายอยู่ในจังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 8 สถานีได้แก่ จ.เชียงใหม่ พะเยา ขอนแก่น อุบลราชธานี ตราดระนอง สงขลา และกรุงเทพฯ ข้อมูลจากทุกสถานีจะส่งไปยังศูนย์เฝ้าระวังภัยทางรังสีแห่งชาติที่กรุงเทพฯ แสดงข้อมูลผ่านเว็บไซต์ รายงาน 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ในช่วงเวลานี้จากปกติจะรายงานวันละครั้ง</p>
<p><span style="color: #800000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCARKNZNF.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-4251" title="ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัย ขณะเข้าเก็บกู้ และช่วยเหลือผู้ประสพภัยในญี่ปุ่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCARKNZNF.jpg" alt="" width="264" height="191" /></a></span>          ขณะนี้ไม่พบความผิดปกติของรังสีที่ตรวจจับว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด ทั้งก่อนและหลังเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของญี่ปุ่นระเบิด ในระยะเวลา 1 ปีมีค่าปริมาณรังสีเท่าเดิม คือ 0.05 ไมโครซีเวิร์ต ซึ่งปริมาณห่างจากตัวเลขที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายอีกหลายแสนเท่า</p>
<p>          ตัวเลขนี้ได้รับการยืนยันจาก ดร.วีระชัย วีระเมธีกุลรมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บอกว่าปริมาณรังสีที่ตรวจวัดได้ยังไม่ถึงค่าที่ต้องทำการตรวจสอบด้วยซ้ำไป โดยค่าเริ่มตรวจสอบอยู่ที่ 0.2 ไมโครซีเวิร์ต แต่ขณะนี้ค่ารังสีอยู่ที่ 0.05 ไมโครซีเวิร์ต เป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขที่จะทำอันตรายกับชีวิตมนุษย์</p>
<p>          &#8220;ตัวเลขรังสีมีผลกระทบต่อมนุษย์นั้นมีหลายระดับเริ่มตั้งแต่ 2.5 แสนไมโครซีเวิร์ต จะมีผลทำให้เม็ดเลือดมีภาวะผิดปกติ ถ้าไม่ตรวจจะไม่รู้สึก ตัวเลขประมาณ 4 แสนไมโครซีเวิร์ต ร่างกายจะเริ่มรู้สึก ตัวเลข 5 แสนไมโครซีเวิร์ต จะมีอาการคลื่นไส้ ตัวเลข 2 ล้านไมโครซีเวิร์ต จะเริ่มอาเจียน ถ้าเกิน 4 ล้านไมโครซีเวิร์ต จะมีโอกาสเสียชีวิตได้&#8221;ดร.วีระชัยยกตัวอย่างตัวเลข เพื่อเปรียบเทียบว่าประเทศไทยยังปลอดภัยจากรังสีอันตรายที่รั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ข้อสงสัยที่ว่าสารตัวนี้จะมาถึงไทยหรือไม่นั้น</p>
<p>          รัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ยืนยันโดยยึดหลักวิทยาศาสตร์ว่า โอกาสที่รังสีจากญี่ปุ่นจะเดินทางมาถึงประเทศไทยน้อยมาก เพราะระยะทางไกลกว่า 2 พันกิโลเมตร และทิศทางลมพัดไปฝั่งตรงข้ามประเทศไทย โอกาสที่จะเดินทางมาถึงไทยถึงมีน้อยมากและรังสีที่ลอยมาในอากาศมีอายุประมาณ 8 วันเท่านั้น</p>
<p>          ดังนั้น ข้อสันนิษฐานที่ว่า รังสีอันตรายจะเดินทางมาถึงไทยหรือไม่นั้น เป็นไปได้น้อยมาก</p>
<p>        <span style="color: #800000;">  <strong>ข้อสงสัยต่อมาคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายได้รับรังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย</strong>  </span></p>
<p>        ดร.วีระชัยมีข้อแนะนำว่า ทาง ปส.มีบริการตรวจวัดปริมาณรังสีฟรี 24 ชั่วโมง เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ใช้เวลาตรวจเพียงแค่ 10 นาที มีทั้งหมด 3 แบบ 1.เครื่องวัดรังสีแกมมา 2.โฮลว์ บอดี้ เคาน์เตอร์3.เครื่องระบุ ไอโซโทป รังสีแกมมาแบบพกพามีความพร้อมตรวจทั้งในที่ตั้งและเคลื่อนที่กรณีที่ต้องนำไปใช้นอกสถานที่ ปส.มีความพร้อมเต็มที่เช่นกัน</p>
<p>          ถึงขณะนี้มีคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นมาตรวจวัดรังสีแล้วหลายสิบคน รวมทั้งแพทย์ พยาบาลที่เดินทางไปช่วยเหลือเหยื่อสึนามิ และนักเรียนไทย เดินทางมาตรวจกันอย่างต่อเนื่อง กรณีที่พบว่ามีผู้ป่วยได้รับสารรังสีในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทาง ปส.ก็จะดำเนินการส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล</p>
<p>          <strong><span style="color: #993300;">ข้อสงสัยเรื่องอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจะรู้ได้อย่างไร<br />
</span><br />
</strong>          รัฐมนตรีกระทรวงวิทย์อธิบายถึงเทคโนโลยีตรวจวัดอาหารปนเปื้อนรังสีประมวลผลได้ใน 3 ชั่วโมงว่า ขณะนี้ได้ร่วมมือกับทางองค์การอาหารและยา (อย.) ในการสุ่มตรวจอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ มันฝรั่ง ลูกพลับแห้ง ฯลฯ ยังไม่พบสารปนเปื้อน และยืนยันอีกครั้งว่า</p>
<p>          &#8220;เรายังกินอาหารปลอดภัย&#8221;ผู้ที่ยังข้องใจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสีที่ระเบิดในญี่ปุ่นอีก โทร.ไปสอบถามได้ที่ ศูนย์ข้อมูลฉุกเฉินกรณีอุบัติเหตุทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นเปิดสายให้คำปรึกษา-แนะนำ ในเวลาราชการ ได้ที่ โทร.0-2596-7600 ต่อ 6713-6715 หรือเบอร์ตรง 0-2562-0102 โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับดอกเตอร์ให้คำแนะนำทุกคำถามมีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับดอกเตอร์ให้คำแนะนำทุกคำถาม</p>
<p>          ทางด้าน ผศ.ปรีชา การสุทธิ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ในประเทศไทย อดีตนายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย หนึ่งในคณะกรรมการของไอเออีเอ และผู้ที่เคยมีประสบการณ์ตรงในการตรวจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุคุชิมา ไดอิจิ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งสิ้น 54 แห่ง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้ผลิตผลเป็นพลังงานไฟฟ้าราคาถูก แต่การสร้างต้นทุนสูงกว่าประเทศอื่น ตอกเสาเข็มลึกลงไปใน     ชั้นหิน 30 เมตร เพื่อให้โครงสร้างของอาคารปฏิกรณ์ทนต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว รวมถึงความรุนแรงจากการเกิดสึนามิด้วย</p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCAQ6A567.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4252" title="ภาพภาพ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ขณะระเบิด ที่ประเทศญี่ปุ่นในสภาพที่มีกลุ่มควันกระจายเต็มท้องฟ้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/imagesCAQ6A567-300x154.jpg" alt="" width="300" height="154" /></a>          &#8220;โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ฟุคุชิมา ไดอิจิ อายุ 30 ปีแล้ว ถือเป็นโรงไฟฟ้าระบบ Boiling Water System รุ่นที่หนึ่งของญี่ปุ่น มีทั้งสิ้น 6 ยูนิต โดยยูนิตที่ 4-5-6 นั้นได้หยุดการเดินเครื่องปฏิกรณ์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2553 แล้ว โดยยูนิต 4 นั้น หยุดการเดินเครื่องเพื่อเปลี่ยนแร่ยูเรเนียมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานโดยแร่ยูเรเนียมในเตาปฏิกรณ์ในทุกยูนิตนั้นมีเตาละ 200 แท่ง เมื่อเปลี่ยนแต่ละครั้งก็ต้องหยุดเดินเครื่องอย่างน้อย2 เดือน เพื่อให้แร่เหล่านั้นคลายความร้อนลงเหลือในระดับปกติ โดยทั่วไปคือไม่เกิน 30 องศา</p>
<p>          กรณีของยูนิตที่ 4 นั้น แร่ยูเรเนียมไม่ได้อยู่ในเตา แต่ยังคงอยู่ในอาคารคลุมปฏิกรณ์ ดังนั้น เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในยูนิต 4 จึงเป็นการระเบิดที่เกิดจากความร้อนและความดันในอาคารที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากน้ำที่แช่แร่ยูเรเนียมลดลง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น น้ำในอาคารจึงเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซไฮโดรเจนและออกไซด์</p>
<p>          เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นการระเบิดแบบ Hydrogen Explosion ซึ่งไม่มีการรั่วไหลของแร่ยูเรเนียมสู่ธรรมชาติแต่อย่างใด แต่สารกัมมันตรังสีที่ออกมากับน้ำและฝุ่นด้วยนั้น เกิดจากน้ำหล่อเย็นที่ค้างอยู่ในระบบแล้วมีเศษฝุ่นและโลหะที่มีการปนเปื้อนของไอโอดีน-131 ซีเซียม-137 ปะปนออกมาด้วย ซึ่งจะเป็นอันตรายเมื่อสูดเข้าไปจากการหายใจ ผู้ที่อาศัยอยู่ในรัศมีมากกว่า 3 กิโลเมตรควรอยู่แต่ในที่พักอาศัยเท่านั้น เพราะรังสีเหล่านั้นไม่อาจทะลุผ่านวัตถุที่มีความหนาแน่นได้ สารกัมมันตรังสีเหล่านั้นก็จะยิ่งลดพลังการแผ่รังสีลงและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์&#8221;ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ในประเทศไทยอธิบาย</p>
<p>          คำยืนยันจากรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์คงทำให้ประชาชนคนไทยคลายความกังวลใจลงได้บ้างจะได้ไม่ตระหนกตกใจ พาลไปกลัวฟ้ากลัวฝนจะหอบรังสีมาด้วย</p>
<p>ที่มา : มติชน วันจันทร์ที่ 21  มีนาคม 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/radioactive-material/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วงแหวนแห่งไฟ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ring-of-fire/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ring-of-fire/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 09:36:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บราซิล]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิจิ]]></category>
		<category><![CDATA[กัวเตมาลา]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขาไฟระเบิด]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่เกาะโซโลมอน]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนดูรัส]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดมิยางิ]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นยักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[คอสตาริกา]]></category>
		<category><![CDATA[ติมอร์ตะวันออก]]></category>
		<category><![CDATA[ปาปัวนิวกินี]]></category>
		<category><![CDATA[ปานามา]]></category>
		<category><![CDATA[นิการากัว]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[โบลิเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[โศกนาฏกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โคลอมเบีย]]></category>
		<category><![CDATA[เม็กซิโก]]></category>
		<category><![CDATA[เอกวาดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอลซัลวาดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เปรู]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Ring of Fire]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4243</guid>
		<description><![CDATA[แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง เมืองเซนได เมืองหลวงของ จังหวัดมิยางิ บ่ายวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินคนญี่ปุ่นหลายล้านคน ล่าสุดได้ปรับเพิ่มความรุนแรงจาก 8.9 ริกเตอร์ เป็น 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้ &#8220;เมืองเซนได&#8221; (แปลว่า หนึ่งพันชั่วคน) ฉายา &#8220;เมืองแห่งต้นไม้&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #800000;">แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง เมืองเซนได เมืองหลวงของ จังหวัดมิยางิ บ่ายวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินคนญี่ปุ่นหลายล้านคน ล่าสุดได้ปรับเพิ่มความรุนแรงจาก 8.9 ริกเตอร์ เป็น 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้ &#8220;เมืองเซนได&#8221; (แปลว่า หนึ่งพันชั่วคน) ฉายา &#8220;เมืองแห่งต้นไม้&#8221; อันสวยงาม ต้องพังราบไปในพริบตา พร้อมกับอีกหลายเมืองในจังหวัดมิยางิ</span><span id="more-4243"></span></p>
<p>        <span style="color: #000080;"> แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงนี้ ส่งผลให้เกาะญี่ปุ่นเคลื่อนที่ไป 2.40 เมตร จากแผ่นโลกที่มุดเข้าหากัน แต่ข่าวไม่ได้บอกว่าเคลื่อนไปทางไหน อาฟเตอร์ช็อก ก็ยัง</span><span style="color: #000080;">เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายร้อยครั้ง จนถึงวันจันทร์ก็ยังไม่หยุด</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ผมดีใจที่เห็นคนไทยช่วยกันระดมทุน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนชาวญี่ปุ่น แต่ขอฝากข้อคิดไว้ตรงนี้ว่า ชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนที่กำลังประสบภัย ขาดแคลนไฟฟ้า น้ำดื่ม อาหาร ไม่มีบ้านอยู่ ขาดเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เพราะญี่ปุ่นยังหนาว กลางคืนอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เงิน (ที่กระทรวงการต่างประเทศบริจาค 5 ล้านบาท) แต่เป็น ปัจจัย 5 เพื่อการดำรงชีวิต ข้าวปลาอาหารต้องสำเร็จรูป กินได้ทันที</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ 3 ล้านล้านบาท ขึ้นไป น่าวิตกที่สุดคือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วันวาน แบงก์ชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจอัดฉีดเงิน 40 ล้านล้านเยน 14.8 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบ เพื่อประคองผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          วันนี้ ผมจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ &#8220;วงแหวนแห่งไฟ&#8221; หรือ Ring of Fire ต้นตอแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในญี่ปุ่น แต่เราก็ต้องอยู่กับ วงแหวนแห่งไฟ นี้ไปอีกชั่วนาตาปี จนกว่าโลกใบนี้จะแตกดับ และจะต้องเจอกับโศกนาฏกรรม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และ คลื่นยักษ์สึนามิ ตลอดไปเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="color: #000080;">   <strong>     <span style="color: #ff0000;">  นี่คือ ชะตากรรม ที่เราไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;">          วงแหวนแห่งไฟ Ring of Fire เป็นรอยแยกของเปลือกโลกใต้มหาสมุทร แปซิฟิก มีลักษณะโค้งเป็นรูปเกือกม้ายาวประมาณ 40,000 กิโลเมตร ตลอดรอยแยกของวงแหวนแห่งไฟนี้ มีภูเขาไฟตั้งอยู่ทั้งหมด 452 ลูก เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นแอ็กทีฟพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อถึง 75 เปอร์เซ็นต์</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          แผ่นดินไหวร้อยละ 90 ที่เกิดขึ้นในโลก และ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ร้อยละ 80 ล้วนเกิดขึ้นที่บริเวณ วงแหวนแห่งไฟ ที่เหลือ ร้อยละ 17 เกิดขึ้นใน แนวเทือกเขาอัลไพน์ ตั้งแต่ หมู่เกาะชวา ผ่านเทือกเขาหิมาลัย ไปถึง ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อีก ร้อยละ 5–6 เกิดขึ้นแถบ มหาสมุทรแอตแลนติก</span></p>
<p><span style="color: #000080;">         <span style="color: #ff0000;"> <strong>มาดูกันต่อครับ ประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ มีประเทศอะไรบ้าง</strong></span></span></p>
<p><span style="color: #000080;">          เอาเฉพาะชื่อคุ้นๆ เช่น โบลิเวีย, บราซิล, แคนาดา, โคลอมเบีย, ชิลี, คอสตาริกา, เอกวาดอร์, ติมอร์ตะวันออก, เอลซัลวาดอร์, ฟิจิ, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์, นิการากัว, ปาปัวนิวกินี, ปานามา, เปรู, ฟิลิปปินส์, รัสเซีย, หมู่เกาะโซโลมอน, สหรัฐฯ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000080;"> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/index_thematic.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-4245" title="ภาพ แสดงเส้นวงแหวนแห่งไฟ บนแผนที่โลก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/03/index_thematic.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a>         ไม่กี่ปีมานี้ หลายประเทศรอบวงแหวนแห่งไฟ เจอแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เช่น ชิลี, อินโดนีเซีย, นิวซีแลนด์ และ ญี่ปุ่น แต่ละครั้งรุนแรงอันดับต้นๆของโลก เช่น ชิลี เจอหนักสุด 9.5 ริกเตอร์, อินโดนีเซีย 9.1 ริกเตอร์, นิวซีแลนด์ 7.1 ริกเตอร์ ล่าสุด ญี่ปุ่น 9.0 ริกเตอร์ เสียหายรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ในความเป็นจริง ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ใช่เกิดจากแผ่นดินไหวโดยตรง แต่เกิดจาก คลื่นยักษ์สึนามิสูงกว่า 10 เมตร ที่ทะลักฝ่าเขื่อนป้องกัน กวาดเอาชีวิตผู้คน รถยนต์ บ้านเรือน แม้กระทั่งเครื่องบินรบ</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ทุกประเทศที่ตั้งอยู่บน วงแหวนแห่งไฟ ต่างก็รู้ตัวดี ต้องมีชะตากรรมอย่างนี้ในวันใดวันหนึ่ง อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เพราะย้ายประเทศหนีไม่ได้</span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ตราบใดที่ &#8220;ทรัพยากรใต้โลก&#8221; ยังถูกมนุษย์ขุดขึ้นมาใช้จนหมดไปเรื่อยๆ &#8220;แผ่นดินไหว–ภูเขาไฟระเบิด–คลื่นยักษ์สึนามิ&#8221; ก็จะเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปรับสมดุล ในขณะที่ &#8220;ประชากรโลก&#8221; เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แย่งกันกิน แย่งกันใช้ สุดท้ายทรัพยากรในโลกนี้ก็ต้องหมดไป มหันตภัยล้างโลกก็จะตามมา นี่คือ กฎแห่งสัจธรรม.</span></p>
<p><span style="color: #000080;">        </span></p>
<p><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p><span style="color: #000080;">          ที่มา: </span><a href="http://www.thairath.co.th/" target="_blank"><span style="color: #000080;">http://www.thairath.co.th</span></a></p>
<p><span style="color: #000080;">          โดย : &#8220;ลม เปลี่ยนทิศ&#8221;</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ring-of-fire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลี้ยงกระต่ายแบบไม่ตามกระแส</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2011 08:48:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[กระต่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[นำโชค]]></category>
		<category><![CDATA[แล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[Rabbit Foot)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4069</guid>
		<description><![CDATA[แม้กระแสการให้&#8217;กระต่าย&#8217; เป็นของขวัญปีใหม่ ตามอย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจยังคิดหาโอกาสเลี้ยงกระต่ายอยู่ ตามความเชื่อที่ว่า ใครเลี้ยงกระต่ายแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก รวมทั้งให้โชคลาภ ร่ำรวย ในปีเถาะ …ทำอย่างไร ความเชื่อกับความรู้จึงจะมาบรรจบกันอย่างลงตัว เพื่อให้กระต่ายไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสแฟชั่น เมื่อเบื่อแล้วก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี  
เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์         
      “กระต่าย” สัตว์น้อยแสนน่ารักที่กำลังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่กลุ่มวัยรุ่น นิสิตนักศึกษา ใช้เป็นของขวัญที่มีชีวิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003300;">แม้กระแสการให้&#8217;กระต่าย&#8217; เป็นของขวัญปีใหม่ ตามอย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจยังคิดหาโอกาสเลี้ยงกระต่ายอยู่ ตามความเชื่อที่ว่า ใครเลี้ยงกระต่ายแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก รวมทั้งให้โชคลาภ ร่ำรวย ในปีเถาะ …ทำอย่างไร ความเชื่อกับความรู้จึงจะมาบรรจบกันอย่างลงตัว เพื่อให้กระต่ายไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสแฟชั่น เมื่อเบื่อแล้วก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี </span><span id="more-4069"></span> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/images.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-4071" title="ภาพ กระต่ายสีขาวหลายตัวอยู่ด้วยกัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/images.jpg" alt="" width="266" height="140" /></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/RB.jpg"></a></h3>
<p>เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์         </p>
<p>     <span style="color: #003300;"> “กระต่าย” สัตว์น้อยแสนน่ารักที่กำลังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่กลุ่มวัยรุ่น นิสิตนักศึกษา ใช้เป็นของขวัญที่มีชีวิต เพื่อมอบให้แก่กันในเทศกาลปีใหม่ ปีพุทธศักราช 2554 ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ หรือปีกระต่าย ตามปีนักษัตรของไทย ที่ทำให้ยอดขายกระต่ายพุ่งเป็นเท่าตัวนั้น ถือเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ และเป็นความสุขใจของผู้ให้และผู้รับ  แต่ในอีกมิติหนึ่งเมื่อถึงมือผู้รับแล้ว เจ้า&#8221;กระต่าย&#8221;ก็ต้องการความรับผิดชอบต่อชีวิตของสัตว์น้อยแสนน่ารักนี้เฉกเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป&#8230;..</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          การที่เราคิดจะเลือกเลี้ยงสัตว์สักตัวหนึ่ง สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดก็ย่อมมีสิ่งที่จะต้องพิจารณาแตกต่างกันไป โดยเราจะต้องคิดถึงข้อดี ข้อด้อย ข้อจำกัดต่างๆ นอกเหนือจากเรื่องของความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับการที่จะเลือกเลี้ยงกระต่ายเป็นเพื่อนนั้น คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า &#8220;กระต่ายเหมาะสมกับคุณ หรือ คุณเหมาะสมกับกระต่ายหรือไม่&#8221; คำถามนี้เป็นคำถามที่ เราจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ดังนั้นลองพิจารณาข้อจำกัดในการเลี้ยงเพื่อการตัดสินใจ แล้วคุณจะรู้ว่า กระต่ายจะเป็นสิ่งที่เสริมดวงของคุณตามกระแสนิยมหรือจะเป็นการสร้างบาปกันแน่&#8230;&#8230;</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/imagesCADXIKCP.jpg"><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-full wp-image-4072" title="ภาพ กระต่าย 2 ตัว กำลังนั่งกินอาหาร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/imagesCADXIKCP.jpg" alt="" width="259" height="194" /></span></a><span style="color: #003300;">           เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยขนปุย จอมซุกซนนี้ สำหรับคนไทยยังถือว่าไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่สำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐอเมริกา สัตว์เลี้ยงชนิดนี้กลับได้รับความนิยมอย่างมากมาย เพราะว่าเขามีความเชื่อที่ว่าเท้ากระต่าย (Rabbit Foot) เป็นสิ่งนำโชคสำหรับพวกเขา นอกเหนือจาก เกาหลี และญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="color: #003300;">            &#8221;กระต่าย&#8221; ไม่ได้อยู่ในตำนานความเชื่อแต่ในแถบบ้านเรา แต่เป็นสัตว์ที่มีเรื่องเล่าและตำนานอยู่ในหลายชาติ ทั้งในแง่ลบและสร้างสรรค์แตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่มีกระต่ายเกี่ยวข้องกับภูมิหลังของแต่ละชนชาติ ในประเทศไทยมีกระต่ายอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์ การที่คุณจะเลือกกระต่ายสักตัวให้สวย น่ารัก และถูกใจจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อีกทั้งการเลี้ยงกระต่ายก็มีข้อจำกัดในการเลี้ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาเพื่อนที่รู้ใจ น่ารัก ขนปุย และที่สำคัญคือ ไม่ส่งเสียงดัง คำตอบที่เรานึกถึงก็คือ กระต่าย ลองพิจารณากับข้อจำกัดเพื่อจะช่วยตัดสินใจที่ชมรมคนรักกระต่ายฯ นำเสนอก่อนที่คุณจะเป็นผู้มอบ และผู้รับ</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>คุณมีเวลาแต่ละวัน</strong><strong>  </strong><strong>ที่จะคอยดูแลไหม</strong><strong>?</strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลี้ยงกระต่ายสักตัวหนึ่งแล้ว กิจวัตรประจำวันที่คุณต้องปฏิบัติให้กระต่ายนั้น ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งการให้อาหาร เปลี่ยนน้ำสะอาด ทำความสะอาดกรง สางขนสำหรับสายพันธุ์ขนยาว และที่สำคัญที่สุดคือการปล่อยให้กระต่ายได้วิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระบ้าง ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้อิสระ ไม่ใช่การกักขัง</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>คุณมีสถานที่ที่เหมาะสมหรือไม่</strong><strong> ?</strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          สถานที่วางกรงสำหรับกระต่าย ควรเป็นที่ที่มีอากาศถ่ายเทตลอดทั้งวัน ไม่ร้อนจัด ลมไม่พัดแรง และต้องไม่ชื้นแฉะ เพราะกลิ่นฉี่ของกระต่ายค่อนข้างมีกลิ่นที่แรง ยิ่งถ้าผสมกับมูลด้วย ยิ่งไม่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก และอาจจะเป็นแหล่งที่เพาะเชื้อโรคเป็นอย่างดี ดังนั้นกระต่ายจึงไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในบ้านหรือสถานที่ที่ปิดอับ ฉะนั้นคุณจึงต้องเตรียมสถานที่วางกรงให้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับตัวคุณและกระต่าย</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><strong>สิ่งสุดท้าย</strong><strong> ! </strong><strong>นักทำลายและกัดแทะทุกสิ่ง</strong><strong> ? <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/Rabbit-180810-06.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-4073" title="ภพากระต่ายสีขาวกำลังกินหญ้าที่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/02/Rabbit-180810-06.jpg" alt="" width="279" height="167" /></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #003300;">          เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากระต่าย คือ ยอดนักขุด และกัดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดังนั้น พรม เฟอร์นิเจอร์สุดหรู สายไฟฟ้า สายโทรศัทพ์ สิ่งเหล่านี้อาจถูกทำลาย เสียหายได้ หากคุณไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า คุณยอมรับได้หรือไม่กับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในบ้านคุณ โดยไม่ได้ตั้งใจของน้องกระต่ายได้</span></p>
<p><span style="color: #003300;">          ถึงตรงนี้การเลี้ยงกระต่ายอาจไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด ซึ่งคุณจะต้องมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติและคำนึงถึงมากมาย คุณพร้อมที่จะเสียเวลาให้กับกระต่ายในแต่ละวันแล้วหรือยัง คุณเตรียมการป้องกันความเป็นนักทำลายและกัดแทะของกระต่ายแล้วหรือ ชีวิตประจำวันของคุณจะต้องเปลี่ยนไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณต้องตัดสินใจตรงนี้ให้ได้ก่อนว่าคุณมีคุณสมบัติที่ดีเหมาะสมกับการเลี้ยงกระต่ายหรือไม่ และ ถ้าคำตอบคือ ใช่ กระต่ายก็พร้อมและเหมาะสม กับ ‘คุณ’ หรือผู้ที่คุณจะมอบกระต่ายให้ไปเลี้ยงก็จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อนเช่นเดียวกัน จะได้มีความสุขทั้ง &#8220;ผู้ให้&#8221; และ &#8220;ผู้รับ&#8221; และเจ้ากระต่ายน้อยจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อตามกระแสโดยที่ไม่มีสิทธิปกป้องตัวเอง!!! </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
<p><span style="color: #003300;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/rabbit/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อะไรเกิดขึ้นกับเธอ ชีวิตเปลี่ยน5วันก่อนแต่งงาน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:07:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[การเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD)]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรามคำแหง]]></category>
		<category><![CDATA[รถคว่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[อิสรภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[คณะศึกษาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[ไขสันหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เลขานุการ]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวลักษณ์ ทองก๊วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2776</guid>
		<description><![CDATA[ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!
          &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #800000;">ความฝันของผู้หญิงทุกคน ฝันหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ &#8220;เสาวลักษณ์ ทองก๊วย&#8221;หรือ &#8220;เสาว์&#8221;ชาวเมืองชาละวัน หรือ จ.พิจิตรในวัย 26 ปี ก็มีความฝันไม่แตกต่างไปจากผู้หญิงทั่วไป เธอเกือบได้เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ทว่า&#8230;ฝันกลับพังครืนลงมาก่อนวันแต่งงานเพียง 5 วัน!!!</span><span id="more-2776"></span></h3>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak.jpg"></a>        <span style="color: #993300;">  &#8221;จำได้ว่าวันนั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาส กำลังขับรถไปทำงานกับแฟน&#8221; เสาวลักษณ์เปิดฉากเล่าถึงอดีตที่พลิกชีวิตจากผู้หญิงชีวิตเพอร์เฟ็คต์ทั้งการศึกษาที่สามารถคว้าใบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ เอกการประชาสัมพันธ์จากรั้วพ่อขุนรามคำแหง มาได้เพียง 3 ปีครึ่งการงาน เป็นพนักงานบัญชีธนาคารชื่อดังครอบครัวอบอุ่นและมีฐานะดี และความรักแฮปปี้สุดสุด</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ชีวิตของเธอสมบูรณ์พร้อม กระทั่ง&#8230;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-2800" title="ภาพถ่ายเสาวลักษณ์ ทองก๊วยนั่งคนเข็นอยู่หน้าทำแพงที่มีตัวอักษร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/salvaluke2.jpg" alt="" width="257" height="193" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;รถคว่ำ เสียหลักตกถนน&#8221;เธอบอกเพียงสั้นๆ และไม่ขอเล่ารายละเอียดว่าอะไรเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เธอนอนไอซียู 1 สัปดาห์เต็มๆ โดยผลเอ็กซเรย์ระบุว่า หลังหักบริเวณกระดูกสันหลังเอวข้อที่ 2 และหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงที่หักลงไป ขณะที่แฟนหนุ่มบาดเจ็บเล็กน้อย</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          อาการบาดเจ็บสาหัสและการเป็นอัมพาตไม่ได้ทำให้เธอกังวลและเจ็บปวดเท่ากับการต้องยอมรับความจริงว่าเธอกำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพื่อน สังคม การงานอิสรภาพ และที่สำคัญ ชีวิตคู่ของเธอ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องที่เป็นกังวลที่สุดคือ กลัวคนรักทิ้งเพราะมันเป็นการตอกย้ำว่าเราไม่มีคุณค่า จึงหลอกตัวเองว่าคือความฝัน ไม่ยอมรับความพิการ ภายนอกยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ข้างในหวาดกลัวมาก&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ยิ่งนานวัน บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไป แม้จะใจหายที่คนรักไม่เหมือนเดิม แต่เสาวลักษณ์ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตามุ่งมั่นทำกายภาพบำบัด ปีกว่าๆ ก็สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพจนสามารถเดินได้นิดหน่อยโดยใช้เครื่องช่วยเดิน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ดีใจมาก เพราะเราสามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้นและปลดเปลื้องภาระต่อคนอื่นให้เหลือน้อยที่สุด&#8221; แต่สุดท้าย&#8230;&#8221;เขามีคนใหม่&#8221;เสาวลักษณ์เล่าสั้นๆ และบอกเพียงว่าแฟนใหม่ของคนรักเป็นคนที่เธอรู้จักดี</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ไปทั้งชุมชนเพราะทุกคนรู้ว่าเราจะแต่งงานกัน เพราะเครียดมากจึงทำให้สภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ลงอีกครั้ง&#8221;</span><span style="color: #993300;">เครียดและเจ็บปวดมาก หากเธอก็ลุกขึ้นสู้เพราะถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2802" title="ภาพเสาวลักษณ์นั่ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>          คิดได้เช่นนี้ เธอเริ่มชีวิตใหม่ที่ยอมรับความพิการด้วยการเข้าทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร จากนั้นสมัครเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่โรงเรียนอาชีวะ พระมหาไถ่พัทยา ที่นี่สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพาอาศัยผู้อื่น เข้าใจการดำรงชีวิตอิสระกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8221;คนพิการส่วนมากจะมีสภาพที่ต้องถูกผู้อื่นดูแลเหมือนเด็กอ่อน เพราะฉะนั้นเวลาพูดหรือทำอะไรจะไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ ดิฉันไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น จึงพยายามใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak3.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ตั้งแต่นั้นมา ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรได้สารพัดพูดอะไรมีคนเชื่อถือ ทำอะไรใครๆ ก็ไว้วางใจหากเธอยังไม่หยุดชีวิตไว้แค่นี้ ยังเดินหน้าสมัครงานที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิค (APCD) บรรจุงานในตำแหน่งเลขานุการผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ระหว่างนั้นลงเรียนปริญญาโทคณะศึกษาศาสตร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  จนได้ปริญญาอีกใบมาครอบครอง</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ปัจจุบันในวัย 44 ปี เสาวลักษณ์เป็นหัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำงานขับเคลื่อนงานด้านคนพิการ โดยเน้นงานเชิงนโยบาย ตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่และเสมอภาค</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ตอนนี้ไม่รู้สึกว่าชีวิตด้อยกว่า หรือไม่เหมือนคนอื่น เคารพตัวเอง ภาคภูมิใจในตัวเอง ส่วนเรื่องความรัก พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แม้ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเป็นตัวตนของเรายังเหมือนเดิม&#8221;พูดพลางยิ้มด้วยใบหน้าแช่มชื่น เป็นผู้หญิงเก่งอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะอยู่กับความพิการ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2803" title="ภาพเสาวลักษณ์ ถ่ายรูปหมู่กับคนพิการประเภทต่างๆที่นั่งรถเข็นริมแม่น้ำยามค่ำคืน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Saowalak31-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เสาวลักษณ์แย้งว่า เธอไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่ที่มาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยในการพัฒนาศักยภาพพอก้าวข้ามความพิการมาได้ ก็ดึงเอาทักษะเดิมกลับมาใช้ และเติมเทคนิคความพิการเข้าไป  จึงสามารถหาทางออกในชีวิตได้</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          หัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิค บอกว่า สังคมไทยยังให้โอกาสคนพิการน้อยเกินไป ยังมีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องและรัฐยังไม่มีสังคมสวัสดิการอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยเฉพาะการศึกษาและระบบขนส่งสาธารณะ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;หากคนพิการสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าพวกเขาจะมีศักยภาพทำอะไรต่างๆ ได้ไม่แพ้คนไม่พิการ เพราะมนุษย์ไม่มีข้อจำกัดในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ถ้ามีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ&#8221; เสาวลักษณ์&#8230;ผู้หญิงที่มีความสุขกับความพิการ&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/saowalak/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>100 ปี สำมะโนประชากรเตือนฝัน(ร้าย)ที่เป็นจริงยุคผู้สูงอายุกำลังจะมา</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/census/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/census/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 16:52:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พระอัจฉริยภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาล]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สายด่วน 1111]]></category>
		<category><![CDATA[สำมะโน]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[ตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชากร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[แก]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[เกิด]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[www.nso.go.th]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2785</guid>
		<description><![CDATA[ใครๆ มักเข้าใจว่า &#8220;การทำสำมะโนใประชากร&#8221;ก็เหมือนการทำ &#8220;ทะเบียนบ้าน&#8221;เป็นหลักฐานอ้างอิงว่า คนคนหนึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นสมาชิกของท้องถิ่นหนึ่งๆ แต่ในความเป็นจริง การสำมะโนประชากรนั้นแตกต่างจากการทำทะเบียนราษฎรค่อนข้างมาก
          ว่ากันตามตัวอักษร พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิต พ.ศ.2542 ให้คำจำกัดความของคำว่า &#8220;ทะเบียนบ้าน&#8221;ว่าทะเบียนบ้านน. ทะเบียนประจำบ้านแต่ละบ้านซึ่งแสดงเลขประจำบ้านและรายการของคนทั้งหมดผู้อยู่ในบ้าน
          ส่วน สำมะโนประชากรน. การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและลักษณะต่างๆของราษฎรทุกคนในทุกครัวเรือน ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อใช้ประโยชน์ในทางสถิติ
          เทียบกันง่ายๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #ff0000;">ใครๆ มักเข้าใจว่า &#8220;การทำสำมะโนใประชากร&#8221;ก็เหมือนการทำ &#8220;ทะเบียนบ้าน&#8221;เป็นหลักฐานอ้างอิงว่า คนคนหนึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นสมาชิกของท้องถิ่นหนึ่งๆ แต่ในความเป็นจริง การสำมะโนประชากรนั้นแตกต่างจากการทำทะเบียนราษฎรค่อนข้างมาก</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Census.jpg"></a><span id="more-2785"></span></h3>
<p>       <span style="color: #993300;">   ว่ากันตามตัวอักษร พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิต พ.ศ.2542 ให้คำจำกัดความของคำว่า &#8220;ทะเบียนบ้าน&#8221;ว่าทะเบียนบ้านน. ทะเบียนประจำบ้านแต่ละบ้านซึ่งแสดงเลขประจำบ้านและรายการของคนทั้งหมดผู้อยู่ในบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ส่วน สำมะโนประชากรน. การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและลักษณะต่างๆของราษฎรทุกคนในทุกครัวเรือน ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อใช้ประโยชน์ในทางสถิติ<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/book2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2790" title="หนังสือสำมะโนประชากรปี2543" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/book2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เทียบกันง่ายๆ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้าน บอกเพียงรายชื่อบุคคลที่ลงทะเบียนแจ้งว่าเป็นสมาชิกในบ้านนั้นเรือนนั้น แจ้งสถานะภายในบ้าน และจะมีการอัพเดตข้อมูลก็ในกรณีที่มีการเกิด-ตาย ย้ายเข้า-ย้ายออก</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          นั่นหมายความว่า สมาชิกที่แจ้งชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังหนึ่งนั้น อาจจะไปทำงานอยู่ต่างอำเภอต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ขณะที่การสำรวจสำมะโนประชากรนั้นจะมีการ สำรวจทุก 10 ปีเพื่อ อัพเดตข้อมูลว่าณ เวลาหนึ่ง ณ พื้นที่ที่อยู่หรือเพิงพักอาศัยตรงนั้นมีประชากรเท่าไร เป็นชายหรือหญิงอายุกี่ปี และลึกลงไปในรายละเอียดว่า คนเหล่านั้นมีอาชีพอะไร</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ซึ่ง รายละเอียดของตัวเลขที่ได้จากการสำมะโนประชากรนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อการวางแผนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้นๆ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          จีราวรรณ บุญเพิ่มผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อธิบายถึงความสำคัญของการทำสำมะโนประชากรว่า การทำสำมะโนประชากรเป็นงานมาตรฐานระดับโลก มี 230 ประเทศที่มีการทำสำมะโนประชากร โดยรายละเอียดคำถามต่างๆ จะมาจากทางสหประชาชาติ ซึ่งมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าไปร่วมปรึกษาดำเนินการจัดทำคู่มือเพื่อใช้อ้างอิงในการสำรวจสำมะโนประชากร โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประเทศไทยและฟิลิปปินส์เข้าไปเป็นตัวแทนในการจัดทำ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/50020.gif"><img class="alignleft size-full wp-image-2791" title="ภาพเจ้าหน้ที่กำลังสำรวจประชากรที่หน้าที่อยู่อาศัย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/50020.gif" alt="" width="267" height="200" /></a>          สถิติที่ได้จากการสำมะโนประชากรในแต่ละประเทศเมื่อนำมารวมกันก็จะได้เป็นประชากรโลกจริงๆ ของเรา</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ที่ผ่านมา ประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็น &#8216;วันสำมะโน&#8217;เพราะการทำสำมะโนสมัยก่อนเราใช้ครู จึงต้องเลือกวันที่ปิดเทอม แต่ตอนนี้ครูมีภารกิจมาก จึงเปลี่ยนมาใช้อาสาสมัครในพื้นที่ ประกอบกับเดือนเมษายนนั้นเป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างมาก คนไม่ค่อยอยู่บ้าน ขณะที่การทำสำมะโนนั้นวันที่ใช้ในการอ้างอิงน่าจะเป็นวันที่ค่อนข้างนิ่งคือประชากรเคลื่อนไหวน้อยที่สุด ปีนี้จึงกำหนดวันสำมะโนเป็น วันที่ 1 กันยายน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          วัตถุประสงค์เพื่อให้รู้ว่า ณ วันนั้นมีประชากรกี่คน เป็นหญิงเป็นชาย เป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ อายุเท่าไร แต่งงานหรือยังทำงานอะไร ล้วนเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องประชากร โดยไม่พาดพิงไปถึงเรื่องของรายได้แต่อย่างใด</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ที่สำคัญคือ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจสำมะโนก็จะไม่มีการเปิดเผยว่าได้จากนายคนนี้ หรือนางสาวคนนั้น ฉะนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีการนำเรื่องส่วนตัวไปเปิดเผยต่อยังที่อื่น</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          เหตุที่ต้องมีการกำหนดวันสำมะโน ผอ.จีราวรรณบอกว่าเพราะคนเคลื่อนไหวตลอดเวลาทำให้คุณลักษณะของประชากรเปลี่ยนไปด้วย</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ตัวอย่างเช่น ถ้าดูตามทะเบียนราษฎรจะเห็นว่า ภาคอีสานมีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าดูสำมะโนประชากรจะรู้เลยว่า คนอีสานกระจายไปอยู่ที่อื่นมากมายซึ่งเมื่อทราบตัวเลขที่ชัดเจนแล้วจะทำให้ภาครัฐสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ จัดเตรียมสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็สามารถใช้ข้อมูลพื้นฐานตรงนี้เพื่อวางแผนในภาคธุรกิจ เช่นใช้ในการประเมินทำเลของการเปิดร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตัวเลขจากการสำมะโนจะทำให้รู้ว่าบนพื้นที่นั้นมีคนหนาแน่นเพียงใด มีกลุ่มคนระดับไหน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ผอ.จีราวรรณบอกอีกว่า การทำสำมะโนประชากรปีนี้ถือเป็นงานใหญ่ โดย ในวันสำมะโน คือวันที่ 1 กันยายน2553 จะมีการส่งคนลงพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 7 หมื่นคน ใช้เวลาปฏิบัติงาน 1 เดือน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;งานสำมะโนประชากรเป็นงานใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มเมื่อ 100 ปีที่แล้วศ.ปราโมทย์ ประสาทกุล ซึ่งค้นข้อมูลตรงนี้พบเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 100 ปีก่อนตัวอย่างเช่น</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกประชุมเสนาบดีตอน 3 ทุ่ม พระองค์ทรงเป็นประธานประทับที่หัวโต๊ะ รับสั่งว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องไพร่พลทั้งหลายในประเทศว่ามีเท่าไหร่ และรับสั่งให้ไปดำเนินการ เราจึงทราบว่าครั้งนั้นมีประชากร (ในสยามประเทศ) 8 ล้านคน ปัจจุบันตัวเลขคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 65-67 ล้านคน<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/8.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2793" title="ภาพในหลวงทรงงานที่เครื่องคอมพิวเตอร์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/8-300x216.jpg" alt="" width="300" height="216" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;การทำสำมะโนเมื่อ 100 ปีก่อนแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ปีนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในงานครบรอบ 100 ปี การสำมะโนประชากร ซึ่งเราเรียกโครงการนี้ว่า &#8220;ร้อยปีสำมะโนประชากรไทย เทิดไท้องค์ราชันย์&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ผอ.จีราวรรณยังบอกอีกว่า ในหลวงรัชกาลปัจจุบันก็ทรงสนพระทัยการทำสำมะโน เมื่อ 2 ครั้งที่แล้ว ปี 2533 กับปี 2543 โปรดฯให้เข้าเฝ้าฯถวายการรายงานและถวายการสัมภาษณ์</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือว่าทรงเป็นประชากรไทยคนหนึ่ง ปี 2543 พระราชทานสัมภาษณ์แก่คณะผู้บริหาร ซึ่งปีนั้นดิฉันได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯด้วย นอกจากโปรดฯให้เราถวายคำถามแล้ว ทรงมีพระราชดำริต่างๆ เกือบ 2 ชั่วโมง&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ยกตัวอย่าง อย่างใน ปี 2533 ทางคณะกราบทูลถามว่า ในวังใช้เชื้อเพลิงหลักๆ ในครอบครัวคืออะไร พระองค์บอก &#8220;ใช้ไฟฟ้า&#8221; น้ำดื่มที่ใช้ในครัวเรือนนี้ปกติท่านดื่มจากที่ไหน น้ำบ่อ ประปา น้ำขวด พระองค์ตรัสว่า&#8221;น้ำขวด&#8221;พอพระราชทานสัมภาษณ์เสร็จ ท่านทรงมีดำริว่า ในวังนี้จะมีราชองครักษ์มาเยอะพระราชทานเลี้ยงอาหาร แต่มาแล้วก็กลับไปอย่างนี้นับว่าเป็นสมาชิกในครัวเรือนของพระองค์หรือเปล่า ฟังแล้วก็รู้ว่าพระองค์ทรงชี้แนะมาแล้วว่า นิยามต้องชัดเจน เพราะราชองครักษ์มาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่สมาชิกในครัวเรือนนี้เราก็ต้องมากำหนดคำจำกัดความใหม่</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;ส่วนเมื่อปี 2543 ทรงเล่าว่า พระองค์สนพระทัยในงานสถิติมาก อย่างเวลาฝนตกก็จะโปรดฯให้นำกระป๋องมาตั้งๆๆ แล้วเอามาวัดปริมาณ แล้วก็เฉลี่ยก็ได้ปริมาณน้ำฝน รวมทั้งเวลาที่เสด็จฯทรงเยี่ยมพสกนิกรจะทรงใช้แผนที่ ซึ่งปีนี้ทางสำนักสถิติก็จะมีการถวายแบบสอบถามเข้าไปในวังเช่นเคย&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"> </span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการทำสำมะโนประชากร และยอมสละเวลาเพียงแค่คนละ 10-15 นาทีต่อการให้สัมภาษณ์เพื่อว่าเราจะได้ตัวเลขมาใช้ในการวางแผนเพื่อการพัฒนาประเทศ ถ้าใครไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์โดยตรง สามารถที่จะโทร.เข้าไปตอบแบบสอบถามได้ที่ สายด่วน 1111 หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.nso.go.th เพื่อประเทศเราจะได้มีฐานข้อมูลดีๆ ไว้ใช้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ในการณ์นี้นอกจากการถามเกี่ยวกับเรื่องประชากร ผอ.จีราวรรณบอกว่า ยังมีการจัดทำเกี่ยวกับจำนวนที่อยู่อาศัยในประเทศไทยด้วยเพื่อให้ได้เป็น &#8220;การสำมะโนประชากรและเคหะ&#8221;เป็นการนับจำนวนและแจกแจงรายละเอียดของคนและที่อยู่อาศัย ณ ที่ที่เราพบจริงๆ ในวันสำมะโน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ด้วยเหตุนี้ในทุกสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งตามเพิงใต้สะพาน จะต้องเข้าไปตรวจดูว่ามีคนอยู่หรือไม่ เพราะถ้ามี ถือว่าเป็น&#8221;ที่อาศัย&#8221;ก็ต้องนับว่ามีคนอยู่จำนวนเท่าไร และคนที่อยู่นั่นเป็นใคร</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;สิ่งที่ท้าทายคือ เรามีปัญหาเรื่องแรงงานข้ามชาติมาก ทำอย่างไรจึงจะได้ตัวเลขที่ถูกต้องได้รายละเอียดที่ชัดเจน เราต้องพยายามหาทางทำเครือข่าย ทำการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของการให้ความร่วมมือตรงนี้&#8221;<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/0070721.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2792" title="ภาพเจ้าที่ประชาสัมพันธ์แก่ชุมชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/0070721-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          อีกกรณีตัวอย่างที่ผลจากการสำมะโนประชากรช่วยชี้ทิศทางในอนาคตของประเทศอย่างชัดเจน คือความกังวลที่ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ &#8220;สังคมผู้สูงอายุ&#8221;ซึ่งจากสถิติของประชากรผู้สูงอายุในปี 2546 อยู่ที่11% นั่นหมายความว่า คน 10 คนเดินมามีคนสูงอายุ 1 คน</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          และคาดว่า ปี 2563 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าประชากร 1 ใน 4 ของประเทศ (ประมาณ17-18%) จะเป็นผู้สูงอายุซึ่งไม่ว่าจะในแง่ของธุรกิจ หรือภาครัฐจะต้องมีแผนชัดเจนที่จะมารองรับ เพราะในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นจำเป็นต้องมีเงินสำรองสำหรับให้ความดูแล โดยเฉพาะในส่วนของค่ารักษาพยาบาล</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          &#8220;วันนี้คนที่รับภาระคือคนวัยทำงาน อายุ15-60 ปี ซึ่งในอนาคตคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนแก่ ขณะที่เด็กเกิดน้อยลง เพราะคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีภาระ ไม่อยากแต่งงาน หรือ แต่งงานแล้วก็ไม่อยากมีลูก เมื่อนั้นจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ปัญหาเรื่องแรงงาน ฉะนั้น ต้องจัดการเรื่องแรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นมาก เพื่อที่ว่าจะได้งานที่มากขึ้นด้วยจำนวนแรงงานที่น้อยลง&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ผอ.สำนักสถิติย้ำว่า ปัญหาที่เกิดจากยุคผู้สูงอายุกำลังเกิดขึ้นแล้วกับหลายๆ ประเทศที่มีทัศนคติเรื่องการแต่งงาน การมีบุตรลดลง เช่นสิงคโปร์ ญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ฉะนั้น เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเสียแต่เนิ่นๆประเทศไทยต้องเริ่มวางแผนการจัดการแล้วต้องเร่งรัดการวางแผนกำลังคนของประเทศให้ดีซึ่งเราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นหลังจากการทำสำมะโนประชากรครั้งใหม่นี้แล้วเสร็จลง ซึ่งผลจะปรากฏให้เห็นราวปลายปีนี้</span></p>
<p><span style="color: #993300;">          สภาพัฒน์ต้องลุกขึ้นมาวางแผนประชากรให้ดี เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้างของประเทศซึ่งระยะเวลา 10 ปีนั้นไม่นานเลย&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"> <a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Poster.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2795" title="ภาพโปสเตอร์รณรงค์มาดีมาทำสำมะโนประชากร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/Poster-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/census/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นอนดึกเชียร์บอลโลกระวังช็อกตาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/cheer-ball/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/cheer-ball/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 16:53:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลโลก]]></category>
		<category><![CDATA[กรีซ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบี อาร์เจนตินา]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มอี เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มจี บราซิล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มดี เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มซีอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอ – แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอช สเปน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอฟ อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[กานา]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาดัชต์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยลัฟโบโร่]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.สมิง เก่าเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สโลวะเกีย]]></category>
		<category><![CDATA[สโลวีเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุรุกวัย]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนดูรัส]]></category>
		<category><![CDATA[จาบูลานี่]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนคาเคฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซาคูมี่ (ZAKUMI)]]></category>
		<category><![CDATA[ปารากวัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แมสคอต(ตัวนำโชค)]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แอลจีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[แคเมอรูน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหลอดเลือดหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[โอเชียเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตุเกส]]></category>
		<category><![CDATA[ไอวอรีโคสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไนจีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เมทแทบอลิซึม]]></category>
		<category><![CDATA[เม็กซิโก]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เดนมาร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[เซอร์เบีย]]></category>
		<category><![CDATA[“คูมี่”(KUMI)]]></category>
		<category><![CDATA[Cheer-ball]]></category>
		<category><![CDATA[Jabulani]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2471</guid>
		<description><![CDATA[ เครือข่ายคนไทยไร้พุงเตือนดูบอลโลกอย่างมีสติ ดื่มเหล้าแกล้มข้าว กินขนมกรุบกรอบขณะเชียร์ ส่งผลน้ำหนักพุ่ง พุงอาจยื่นโตเท่าลูกบอล แพทย์ชี้นอนน้อยส่งผลหัวใจทำงานหนัก ภูมิคุ้มกันลด หวั่นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดช็อกคาจอ
          ศ.นพ.สมิง เก่าเจริญ ประธานวิชาการราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลโลก 2010 ตรงกับช่วงเวลากลางคืนของไทย ทำให้ผู้ติดตามชมการถ่ายทอดสดต้องนอนดึก การนอนไม่เป็นเวลาประกอบกับพักผ่อนน้อย มีผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;"> เครือข่ายคนไทยไร้พุงเตือนดูบอลโลกอย่างมีสติ ดื่มเหล้าแกล้มข้าว กินขนมกรุบกรอบขณะเชียร์ ส่งผลน้ำหนักพุ่ง พุงอาจยื่นโตเท่าลูกบอล แพทย์ชี้นอนน้อยส่งผลหัวใจทำงานหนัก ภูมิคุ้มกันลด หวั่นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดช็อกคาจอ<span id="more-2471"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Cheer-ball.jpg"></a><span style="color: #000000;">         ศ.นพ.สมิง เก่าเจริญ ประธานวิชาการราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลโลก 2010 ตรงกับช่วงเวลากลางคืนของไทย ทำให้ผู้ติดตามชมการถ่ายทอดสดต้องนอนดึก การนอนไม่เป็นเวลาประกอบกับพักผ่อนน้อย มีผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมา โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวอาจทำให้อาการกำเริบหรือทรุดลงกว่าเดิมได้ ดังนั้น เพื่อให้การชมกีฬาเป็นไปด้วยความสนุก ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายและดำเนินชีวิตตามปกติ จึงต้องรักษาสุขภาพ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ 1.ไม่รับประทานอาหารก่อนนอน 4 ชั่วโมง 2.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแม้จะไม่มีไขมัน แต่มีแคลอรีสูงเกือบเท่าไขมัน 3.งดขนมกรุบกรอบ เช่น มันฝรั่งทอด ป็อปคอร์น ขนมเหล่านี้มีผงปรุงรสที่มีโซเดียมสูง เป็นสาเหตุของโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ และทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/1165675038.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/59349_20_2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2476" title="ภาพหน้าท้องผู้ชายรัดติ้วอยู่ในเสื้อเชิตกับเค้กช็อคโกแลตด้านขวา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/59349_20_2-150x150.jpg" alt="" width="155" height="152" /></span></a><span style="color: #000000;">                                                          &#8220;หลายคนอาจทานอาหาร กับแกล้ม หรือขนม คู่ไปกับดื่มเหล้า-เบียร์ขณะดูบอล จากนั้นก็นอนทันที ซึ่งพลังงานสะสมส่วนเกินเหล่านี้จะกลายไปเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันชนิดเลว บางคนเห็นผลทันทีคือ น้ำหนักตัวเพิ่ม บางรายจะลงพุง ที่สำคัญระยะยาวส่งผลร้ายต่อสุขภาพแน่นอน และสังเกตได้ว่าผู้ที่พักผ่อนน้อย เมื่อตื่นนอนจะรู้สึกไม่สดใส มีผลต่อการเรียน การทำงาน สิ่งที่ควรปฏิบัติช่วงที่พักผ่อนน้อยคือ 1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตรต่อวัน สร้างความสมดุลให้ร่างกาย ป้องกันอาการร้อนในที่มักเกิดเมื่อนอนดึก 2.หมั่นออกกำลังกาย 3.หาเวลาพักผ่อนคลายความอ่อนล้า 4.ไม่เครียดกับการแข่งขัน ดูกีฬาให้เป็นกีฬา หลีกเลี่ยงการเล่นพนัน เพราะจะทำให้เครียดเกินกว่าความเป็นจริง&#8221; ศ.นพ.สมิงกล่าว</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/55951.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ศน.นพ.สมิงกล่าวอีกว่า ความเชื่อผิดๆ อย่างการดื่มเบียร์กับถั่วว่าเป็นเรื่องดีนั้น ความจริงแล้วแม้ถั่วจะเป็นอาหารมีไขมันชนิดดี แต่การกินร่วมกับเบียร์ก็ทำให้ได้รับพลังงานเกินจำเป็น และจะเปลี่ยนเป็นโทษต่อร่างกาย เช่น เบียร์จะให้พลังงานประมาณ 148 แคลอรีต่อกระป๋อง (360 มล.) หรือพลังงานเท่ากับข้าวสวย 2 ทัพพี ถ้าดื่มเบียร์ปกติ 6 กระป๋องจะได้พลังงานมากกว่า 800 แคลอรี ส่วนถั่วลิสง 10 เมล็ด เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 6 เมล็ด อัลมอลด์ 6 เมล็ด พลังงานเท่ากับน้ำมัน 1 ช้อนชา หรือเท่ากับ 45 กิโลแคลอรี เมื่อรวมกันแล้วก็เกินความจำเป็นของร่างกาย<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/55952.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-3643" title="ภาพแฟนบอลกำลังเชียร์ฟุตบอลข้ามสนามด้วยรอยยิ้ม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/55952-300x216.jpg" alt="" width="300" height="216" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/5595.jpg"></a><span style="color: #000000;">          นพ.ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจ หลอดเลือดและเมทแทบอลิซึม รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า การนอนดึกส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ภูมิต้านทานลดลง เป็นเหตุให้อาจเกิดอันตรายกับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง หอบ หืด ภูมิแพ้ และผู้ป่วยระบบประสาท เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง บวกกับมีความเครียดเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้มักพบข่าวที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดเสียชีวิตเนื่องจากการเชียร์ฟุตบอลได้ ดังนั้น หากทราบว่ามีโรคประจำตัวจึงควรหลีกเลี่ยงการนอนดึก และไม่เชียร์ฟุตบอลด้วยความเครียด.</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: </span><a href="http://www.thaipost.net/"><span style="color: #000000;">http://www.thaipost.net</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/cheer-ball/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นับถอยหลัง&#8217;บอลโลก 2010&#8242;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-cup-2010/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-cup-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2010 08:12:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA["คูมี่"(KUMI)]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลโลก]]></category>
		<category><![CDATA[กรีซ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบี อาร์เจนตินา]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มอี เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มจี บราซิล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มดี เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มซีอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอ - แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอช สเปน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอฟ อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[กานา]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาดัชต์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยลัฟโบโร่]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สโลวะเกีย]]></category>
		<category><![CDATA[สโลวีเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุรุกวัย]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนดูรัส]]></category>
		<category><![CDATA[จาบูลานี่]]></category>
		<category><![CDATA[คอนคาเคฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซาคูมี่ (ZAKUMI)]]></category>
		<category><![CDATA[ปารากวัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แมสคอต(ตัวนำโชค)]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แอลจีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[แคเมอรูน]]></category>
		<category><![CDATA[โอเชียเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตุเกส]]></category>
		<category><![CDATA[ไอวอรีโคสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไนจีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เม็กซิโก]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เดนมาร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[เซอร์เบีย]]></category>
		<category><![CDATA[Jabulani]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2434</guid>
		<description><![CDATA[ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับ ฟุตบอลโลก 2010 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้  ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน -11 กรกฎาคมนี้
          นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้ากีฬามติชนจะนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกไปจนกระทั่งเสร็จสิ้นการแข่งขัน เพื่อเป็นการเกาะติดการแข่งขันอย่างใกล้ชิดนอกเหนือจากข่าวสารต่างๆ ประจำวันโดยขอประเดิมด้วยข้อมูลเบื้องต้นที่น่ารู้ในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนจะเข้าสู่การปรีวิวการแข่งขันในแต่ละกลุ่มต่อไป
          การเลือกเจ้าภาพอย่างที่ทราบกันดีว่า ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 19 ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับ ฟุตบอลโลก 2010 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้  ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน -11 กรกฎาคมนี้<span id="more-2434"></span></span></h3>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/south-africa.jpg"></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/south-africa1.jpg"></a><span style="color: #000000;">          นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้ากีฬามติชนจะนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกไปจนกระทั่งเสร็จสิ้นการแข่งขัน เพื่อเป็นการเกาะติดการแข่งขันอย่างใกล้ชิดนอกเหนือจากข่าวสารต่างๆ ประจำวันโดยขอประเดิมด้วยข้อมูลเบื้องต้นที่น่ารู้ในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนจะเข้าสู่การปรีวิวการแข่งขันในแต่ละกลุ่มต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การเลือกเจ้าภาพอย่างที่ทราบกันดีว่า ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 19 ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา ตามนโยบายที่มีการหมุนเวียนชาติเจ้าภาพไปตามทวีปต่างๆ ทำให้การแย่งชิงโควต้าในปี 2010 มีเฉพาะประเทศในทวีปแอฟริกาเท่านั้น อันประกอบด้วย แอฟริกาใต้, อียิปต์,โมร็อกโก, ลิเบีย-ตูนิเซีย (เจ้าภาพร่วม) ก่อนที่ตูนิเซียจะถอนตัวในภายหลัง เนื่องจากทางคณะกรรมการบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ไม่อนุญาตให้มีเจ้าภาพร่วมได้ เป็นเหตุให้ลิเบียต้องถอนตัวตาม เพราะมาตรฐานไม่เพียงพอที่จะเป็นเจ้าภาพเพียงลำพังได้</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/imagesCANFN41W.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2435" title="ภาพถ้วยรางวัลฟิฟ่าเวิร์ดคัฟ2010 พร้อมกับโลโก้ด้านขวา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/imagesCANFN41W.jpg" alt="" width="275" height="183" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อถึงเวลาลงคะแนนเสียงในวันที่ 15 พฤษภาคมปี 2004 ที่กรุงซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลปรากฏว่าแอฟริกาใต้ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด 15 เสียง ตามมาด้วยโมร็อกโก 10 เสียง ส่วนอียิปต์ไม่ได้รับเสียงโหวตแม้แต่คะแนนเดียว ทำให้แอฟริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพในที่สุด และได้สิทธิลงแข่งรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ขณะที่ &#8220;แชมป์เก่า&#8221; อิตาลี ต้องลงแข่งรอบคัดเลือกไม่ต่างจากทีมอื่นๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ประกอบด้วย 32 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจากโซนต่างๆ แบ่งเป็น ยุโรป (13 ทีม), แอฟริกา (6 ทีม), อเมริกาใต้ (5 ทีม), เอเชีย(4 ทีม), คอนคาเคฟ (3 ทีม), โอเชียเนีย (1 ทีม)โดยจับสลากแบ่งสายออกเป็น 8 กลุ่ม  ดังนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กลุ่มเอ &#8211; แอฟริกาใต้, เม็กซิโก, อุรุกวัย, ฝรั่งเศส /กลุ่มบี อาร์เจนตินา, ไนจีเรีย, เกาหลีใต้, กรีซ / กลุ่มซีอังกฤษ, สหรัฐ, แอลจีเรีย, สโลวีเนีย / กลุ่มดี เยอรมนี,ออสเตรเลีย, เซอร์เบีย, กานา / กลุ่มอี เนเธอร์แลนด์,เดนมาร์ก, ญี่ปุ่น, แคเมอรูน / กลุ่มเอฟ อิตาลี,ปารากวัย, นิวซีแลนด์, สโลวะเกีย / กลุ่มจี บราซิล,เกาหลีเหนือ, ไอวอรีโคสต์, โปรตุเกส / กลุ่มเอช สเปน,สวิตเซอร์แลนด์, ฮอนดูรัส, ชิลี</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;">          แมสคอต(ตัวนำโชค)ซาคูมี่ (ZAKUMI) คือตัวนำโชคอย่างเป็นทางการประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยถูกออกแบบให้เป็น เสือดาววัย 15 ปี ที่ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน ปี 1994 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติของแอฟริกาใต้ และจะมีอายุครบ 16 ปีพอดี ในแมตช์ที่แอฟริกาใต้ลงแข่งกับอุรุกวัย ในรอบแรก</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/zakumi.gif"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2436" title="ภาพตัวแมสคอต ซาคูมี่" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/zakumi-254x300.gif" alt="" width="254" height="300" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ชื่อของซาคูมี่มาจากคำว่า &#8220;ซา&#8221; (ZA) + &#8220;คูมี่&#8221;(KUMI) โดยชื่อต้นคือรหัสเรียกชื่อย่อของประเทศแอฟริกาใต้ในภาษาดัชต์ (Zuid-Afrika) ส่วนคูมี่มีความหมายว่า &#8220;10&#8243; ซึ่งหมายความถึงภาษาที่ใช้ในทวีปแอฟริกาที่หลากหลายถึง 10 ภาษา ขณะที่สีเขียว(ผมของซาคูมี่) และสีเหลืองทอง (ลำตัวของซาคูมี่)คือสีที่ใช้เป็นชุดแข่งขันของแอฟริกาใต้นั่นเอง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกจากนี้ ซาคูมี่ยังมีคำขวัญประจำตัวด้วยว่า&#8221;การแข่งขันของซาคูมี่คือการเล่นแบบแฟร์เพลย์&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ลูกฟุตบอลลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้มีชื่อว่า จาบูลานี่ ได้รับการออกแบบโดย อาดิดาสบริษัทผลิตเครื่องกีฬาชั้นนำ พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยลัฟโบโร่ ในอังกฤษ และผลิตขึ้นที่ประเทศจีน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;จาบูลานี่&#8221; (Jabulani) เป็นภาษาซูลู มีความหมายว่า &#8220;นำความสุขมาสู่ทุกคน&#8221; ซึ่งสีสันบนลูกบอลที่มากมายถึง 11 สีนั้น นอกจากจะหมายถึง ผู้เล่น 11 คน ในทีมฟุตบอลแล้ว ยังหมายรวมถึง 11 ภาษาทางการที่ใช้ประเทศแอฟริกาใต้ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับลูกบอลที่จะใช้ในนัดชิงชนะเลิศ ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จะมีความพิเศษกว่าลูกบอลที่ใช้ในแมตช์อื่นๆ เพราะลายสามเหลี่ยมตรงลูกบอลจะเปลี่ยนเป็นสีทอง และใช้ชื่อบอลว่า &#8220;โจ&#8217;บูลานี&#8221; เพื่อให้เกียรติกับเมืองโจฮันเนสเบิร์กที่มีชื่อเล่นว่า &#8220;โจ&#8217;เบิร์ก&#8221; ด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วด้วยที่อาดิดาสออกแบบลูกบอลขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ในนัดชิงชนะเลิศโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/jabulani-test.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2437" title="ภาพลูกฟุตบอล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/jabulani-test-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          เงินรางวัล ฟุตบอลโลก 2010 มีเงินรางวัลรวมมากถึง 420 ล้านเหรียญสหรัฐ (13,860 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2006 ที่เยอรมนี ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยแต่ละทีมจะได้รับเงินเป็นค่าเตรียมทีมก่อน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (33 ล้านบาท) และทันทีที่ทัวร์นาเมนต์เริ่มต้นขึ้นในรอบแบ่งกลุ่ม (รอบแรก) ทุกทีมจะได้รับอีก 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (234 ล้านบาท) แต่หากผ่านเข้ารอบลึกๆก็จะได้โบนัสเพิ่มตามลำดับ โดยรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้รับเพิ่ม 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (297 ล้านบาท), รอบก่อนรองชนะเลิศ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ (594 ล้านบาท),รอบรองชนะเลิศ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (660 ล้านบาท), รองแชมป์ 24 ล้านเหรียญสหรัฐ  (792 ล้านบาท), แชมป์ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (990 ล้านบาท)</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้ ฟุตบอลโลกหนนี้ เป็นครั้งแรกด้วยที่ฟีฟ่าจ่ายเงินให้กับสโมสรฟุตบอลที่มีนักเตะไปรับใช้ทีมชาติรวม26 ล้าน ยูโร (1,040 ล้านบาท) หลังจากที่ผ่านมามักถูกสโมสรต่างๆ กล่าวโทษ เวลาที่นักเตะของทีมได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา : มติชน วันที่ 2 มิ.ย. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-cup-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สธ.เตือนภัยใช้คอมฯนานเสี่ยงเกิดโรค CVS</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 04:02:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยาว]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สั้น]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[จักษุแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดนนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีวีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[CVS:Computer Vision Syndrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2274</guid>
		<description><![CDATA[ สธ. เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส” ทำให้เด็กสายตาสั้นถึงร้อยละ 30 เด็กที่สายตาสั้นอยู่แล้วทำให้สั้นหนักขึ้น ในกลุ่มผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้ 
           สาธารณสุข เตือนภัยผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น เสี่ยงเกิดโรคสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า “โรคซีวีเอส” ทำให้เกิด อาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ มีผลงานวิจัยพบว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 25 นาที ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #ff0000;"> </span><span style="color: #000000;">สธ. เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส” ทำให้เด็กสายตาสั้นถึงร้อยละ 30 เด็กที่สายตาสั้นอยู่แล้วทำให้สั้นหนักขึ้น ในกลุ่มผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้ <span id="more-2274"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">          </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/computter.jpg"></a><span style="color: #000000;"> สาธารณสุข เตือนภัยผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น เสี่ยงเกิดโรคสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า “โรคซีวีเอส” ทำให้เกิด อาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ มีผลงานวิจัยพบว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 25 นาที ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เด็กที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วอาจต้องใส่ชนิดหนาขึ้น ส่วนผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปอาจเกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้นใช้เวลารักษานาน แนะการป้องกัน ควรพักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที ใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม ปรับความถี่คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานหรือค้นหาข้อมูล รวมถึงใช้เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2551 คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้คอมพิวเตอร์จำนวน 16.99 ล้านคน ในบ้านทุก 100 ครัวเรือน จะมีบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ 24.8 เครื่อง การใช้คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากในปี 2547 มีผู้ใช้ 12.54 ล้านคน นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า ผลจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เกิดอาการที่เรียกว่าซีวีเอส (CVS:Computer Vision Syndrome) ซึ่งมี 2 กลุ่มอาการใหญ่ๆ กระทบต่อการทำงานของอวัยวะ ได้แก่ ตา เนื่องจากใช้มองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกซึ่งจะเกี่ยวกับท่านั่งขณะใช้คอมพิวเตอร์ ในกลุ่มหลังนี้ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีที่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ เช่น โรคข้อ ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น หากใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี ก็จะมีปัญหาทั้งสายตาและมีอาการปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้น ทางด้านนายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า มีผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะทำเกิดให้เกิดสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 โดยเฉพาะเด็กมักจะใช้คอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่สายตาสั้นอยู่แล้วจะทำให้สั้นมากขึ้น ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางตา แต่ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฮ่องกง พบว่ามีเด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 แต่ไม่มีอันตรายต่อตา มีเพียงผลข้างเคียงเช่นอาการล้า ตาแห้ง ตามัวชั่วคราว ไม่ถึงขั้นตาบอด และมีอาการคอเคล็ด ปวดไหล่ ปวดข้อ ในบางคนจะเป็นระยะยาว สาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการทางตา เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกิน 25 นาที และตั้งจอคอมพิวเตอร์ที่ปรับระดับไม่เหมาะสมกับสายตา หรือวางเม้าท์ที่ไม่ได้ระดับกับแขน ความสว่างของไฟ การนั่งเป็นเวลานาน เป็นต้น นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อว่า การจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลต่อระบบของการกรอกตา ระบบกล้ามเนื้อและประสาท ซึ่งจะเกิดหลังจากใช้สายตานานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการดวงตาล้า ดวงตาตึงเครียด ตาช้ำ ตาแดง แสบตา การมองเห็นภาพไม่ชัดอยู่ในลักษณะภาพมัวๆ น้ำตาไหลมาก ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่และหลัง ในการป้องกันปัญหาทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ แนะนำว่าควรกระพริบตาบ่อยๆ พักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที หรือ 30 นาที พัก 10 นาที ถ้าหากจำเป็นอย่างน้อย 25 นาทีก็ควรพัก 1 ครั้ง หรือใช้วิธีมองวิวนอกหน้าต่าง มุมห้อง หรือไปเดินเล่น “ถ้าจะให้ดี การงีบหลับบนโต๊ะทำงานหลังอาหารเที่ยงประมาณ 15 นาที จะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในเวลาทำงาน และควรใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม แว่นที่แนะนำให้ใช้ ควรใช้แว่นตาชั้นเดียว ชนิดใช้เลนส์เคลือบสารป้องกันการสะท้อนของแสง และป้องกันรังสีคลื่นแม่เหล็กด้วย ” นายแพทย์ฐานปนวงศ์กล่าว นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากมีอาการเมื่อยล้า ปวดหัว ซึ่งเกิดจากการเครียด ปวดที่ไหล่ ข้อมือ หลัง ขา ซึ่งเป็นอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ต้องไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องใช้เวลานานเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง บางรายอาจต้องใช้ยากิน ยาหยอดตา เช่น น้ำตาเทียม บางรายต้องใช้กายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย วิธีการป้องกันอาการที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดคือ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตาประมาณ 20-26 นิ้ว วางคีย์บอร์ดและเม้าท์ให้อยู่ต่ำกว่าศอก แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลัง และที่สำคัญไม่ควรส่องเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ การปรับคอมพิวเตอร์ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างเท่ากับความสว่างของห้อง ปรับความถี่ของคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต หรือปรับให้สูงสุดเท่าที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยังรู้สึกสบายตา การใช้ตัวหนังสือควรใช้ตัวหนังสือสีดำบนพื้นสีขาว ใช้แผ่นกรองแสง และดูแลหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้มีฝุ่นเกาะติด เพื่อทำให้การมองเห็นชัดเจน นายแพทย์ฐาปนวงศ์กล่าวในตอนท้าย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td><span style="color: #000000;">แหล่งข่าวโดย » สำนักสารนิเทศกระทรวงสาธารณสุข <br />
(พฤษภาคม อาทิตย์ 2,พ.ศ 2553)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

