<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; น้ำ</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2011 08:08:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.SPIRIT]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอสถสภา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สัตหีบ]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เรือใบ]]></category>
		<category><![CDATA[Sailboat]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4789</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล<span id="more-4789"></span></span></h4>
<p><span style="color: #333399;">เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง<br />
ภาพ::กองทัพเรือ</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/Sailboat.jpg"></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ&#8221;เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี&#8221; ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้สถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ ซึ่งบริษัทโอสถสภาเป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2554 ค่ะ ก่อนอื่นต้องพูดถึงโครงการนี้เสียก่อน เพราะน่าสนใจสำหรับเยาวชนและพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเล่นเรือใบเป็น</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4791" title="ภาพ พิธีเปิดโครงการเยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี โดยมีประธานและผู้ร่วมการโครงการ เยาวชนถ่ายภาพร่วมกันบนเวที" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo45-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเวลานับสัปดาห์ ที่พักพร้อม อาหารเพียงพอ แบบที่ผู้ปกครองไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท ทางสมาคมเรือใบฯจัดครูฝึกมากประสบการณ์มาสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กฏ กติกาเบื้องต้นของกีฬาเรือใบ การนิรภัยทางน้ำ แต่ก่อนจะได้ลงน้ำจริงๆ ต้องฝึกบังคับเรือใบจำลองบนบกเพื่อให้เกิดทักษะเบื้องต้นในการควบคุมเรือใบกันก่อนค่ะ แม้จะอยู่บนบก แต่เวลาที่มีลมพัดมาเจ้าเรือใบจำลองนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนจริง ครูฝึกสามารถสอนวิธีการบังคับใบและหางเสือให้เด็กๆคุ้นเคย พอลงทะเลไปเจอคลื่นลมจริงๆ ก็จะลดความตื่นเต้นไปได้มาก แต่อย่างไรก็ตามการฝึกแล่นใบนี้ต้องมีครูฝึกคอยควบคุมดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด โดยครู 1 คน ดูแลเด็กไม่เกิน 5 คนค่ะ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignright size-medium wp-image-4792" title="ภาพ เรือใบเล็จอดเรียงรายอยู่บนบก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo2-300x224.jpg" alt="" width="279" height="157" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;"> <br />
          นอกจากการฝึกแล่นใบแล้ว ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เด็กๆได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ยังเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคี ทำให้เด็กคิดเป็น ตัดสินใจเป็น และจุดประกายให้เด็ก ๆ อยากเป็นนักกีฬาเรือใบที่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับแชมป์โลก เรือใบเยาวชน ของสมาคมแข่งเรือใบฯ ที่มาร่วมดูแลและเป็นผู้ช่วยฝึกเด็กๆในโครงการนี้ด้วย<br />
 <br />
          กองทัพเรือและสมาคมแข่งเรือใบฯ ได้เริ่มจัดโครงการเยาวชนเรือใบเมื่อปีที่แล้วในภาคตะวันออก และที่อำเภอหัวหินเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โอสถสภา จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ศูนย์ล้อมสวัสดิ์ และ เทศบาลเมืองหัวหิน และในอนาคตจะขยายโครงการไปทั่วประเทศไม่เว้นแม้แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เดิมหลายคนคงคิดเหมือนกับดิฉันว่า เรือใบจะอยู่คู่กับทะเลเท่านั้น แต่เมื่อได้พูดคุยกับครูฝึกถึงได้เข้าใจว่า กีฬาเรือใบสามารถเล่นได้ในแหล่งน้ำทุกที่ไม่เฉพาะในทะเล ดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีน้ำ มีลม ที่นั่นมีเรือใบ” <br />
 <br />
</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="alignleft size-medium wp-image-4794" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่งยืนถ่ายภาพคู่กับ   ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo31-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><span style="color: #333399;">          ร.ต.สมเกียรติ พูนพัฒน์ ผู้ฝึกสอนประจำสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย ยังอธิบายต่อไปอีกว่ากีฬาประเภทนี้สามารถเล่นได้ทั้งชายและหญิง ฝึกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แม้กระทั่งเด็กพิเศษเช่นออทิสติก ก็สามารถฝึกได้ หากแต่ครูฝึกจะต้องประกบอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวไม่ให้คลาดสายตา เด็กชั้นประถมขึ้นไปถึงผู้ใหญ่โดยทั่วไป เรียนแบบจริงจังเต็มๆวันก็จะเห็นผลแล้ว สามารถบังคับเรือใบได้ เพียงแต่จะเก่งหรือไม่เก่ง จะพัฒนาไปถึงขั้นไหนนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความขยันหมั่นฝึกซ้อมนั่นเองค่ะ เมื่อซ้อมมากอยู่ในทะเลบ่อยๆ ก็จะมีโจทย์เรื่องลมและคลื่นในสภาวะต่างๆ มาให้แก้ปัญหาจนเกิดทักษะสูงขึ้นไป ฟังแล้วก็ชักสนใจอยากจะเล่นเรือใบให้เก่งเสียแล้วสิคะ คิดว่าใครที่เอาจริงเอาจังก็ไม่อยากเกินความพยายามแน่นอน เพราะดิฉันเองแค่ลงน้ำไปไม่ถึงชั่วโมง (โดยไม่ผ่านการฝึกเรือใบจำลองบนบกก่อนด้วยซ้ำ) ก็ยังพอเอาตัวรอดได้ แค่มีจังหวะที่เรือเอียงจนเกือบล่มไปนิดเดียวเท่านั้นเอง!!!!<br />
 <br />
          ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าที่คนไทยไม่นิยมเล่นเรือใบเพราะค่าใช้จ่ายมันสูงเกินไปรึเปล่า ร.ต.สมเกียรติก็ยอมรับว่าเป็นเหตุผลหนึ่ง นอกจากนั้น กีฬาเรือใบสมัยก่อนๆ ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการถ่ายทอดข่าวสารออกไปสู่ประชาชนทั่วไป ก็ทำให้ไม่มีใครได้เห็นกันมากนัก เด็กๆก็ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และไม่เกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่นเรือใบ ทางสมาคมเรือใบฯจึงพยายามเผยแพร่เรื่องนี้ และการเปิดโครงการอบรมให้แก่เยาวชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงกีฬาชนิดนี้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ(รวมทั้งดิฉันด้วย) บรรดาครูฝึกก็เชื้อเชิญให้ไปฝึกที่สมาคมเรือใบฯ ที่สัตหีบได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ<br />
 <br />
          ดิฉันเห็นด้วยกับสมาคมเรือใบฯ ที่ว่าหากขยายผลกีฬาเรือใบให้กว้างขวางออกไปในหมู่เยาวชนมากเท่าใด ก็จะยิ่งฝึกทักษะให้เยาวชนไทยคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มากยิ่งขึ้น ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ว่า&#8221;ถ้าเราเล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้ แล้วนำมาใช้ชีวิต นำมาใช้ในกิจการงานได้ ไม่มีทางขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต&#8221; <br />
 </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo.jpg"><span style="color: #333399;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4795" title="ภาพ คุณสายสวรรค์ ขณะแล่นเรือใบอยู่ในทะเล" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/photo-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></span></a><br />
<span style="color: #333399;">          แต่ความประทับใจส่วนตัวที่ดิฉันคิดว่าเป็นเสน่ห์ของการเล่นเรือใบ คือ ความรู้สึกมีพลังอำนาจในการควบคุมตัวเองอย่างอิสระกลางคลื่นลมในทะเล ฝึกใช้สติ ใช้สมองและสองมือให้สัมพันธ์กัน สายตาไม่ละเป้าหมายและจิตใจที่แน่วแน่เพื่อนำพาเรือใบเข้าฝั่งให้ได้อย่างปลอดภัย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/sailboat/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลื่นยักษ์สึนามิ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2011 08:34:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[ชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ริกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[สูง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณีพิบัติภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แรง]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[Tsunami]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4270</guid>
		<description><![CDATA[แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ขนาด 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดสึนามิถล่มเกาะฮอนชู พังราบเป็นหน้ากลอง และผู้เชี่ยวชาญได้ติดอันดับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างมูลค่าความเสียหายมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไม่น้อย ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับประเทศไทย และเราก็เคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 วันนี้เราจึงควรตั้งสติ และเรียนรู้เรื่องสึนามิกันให้เข้าใจถ่องแท้อีกครั้ง 
เรียบเรียงโดย: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #003366;"><span style="color: #993300;">แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ขนาด 9 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดสึนามิถล่มเกาะฮอนชู พังราบเป็นหน้ากลอง และผู้เชี่ยวชาญได้ติดอันดับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างมูลค่าความเสียหายมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไม่น้อย ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับประเทศไทย และเราก็เคยเจ็บปวดกับเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 วันนี้เราจึงควรตั้งสติ และเรียนรู้เรื่องสึนามิกันให้เข้าใจถ่องแท้อีกครั้ง </span><span id="more-4270"></span></span></h3>
<p><span style="color: #003366;">เรียบเรียงโดย: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง </span></p>
<p><span style="color: #003366;">ขอบคุณคลิปรายการ&#8221;ถอดรหัสพิบัติภัย&#8221;จากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/04/Tsunami.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #003366;">        คุณสมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้ให้ความรู้เรื่องคลื่นยักษ์หรือสึนามิ ตั้งแต่ที่มาของชื่อเรียกตามภาษาญี่ปุ่นว่า</span><br />
<span style="color: #003366;">         &#8220;สึ&#8221; หมายถึง ท่าเรือ </span></p>
<p><span style="color: #003366;">         &#8220;นามิ&#8221; หมายถึง คลื่น &#8220;สึนามิ&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          ในภาษาญี่ปุ่นจึงหมายถึง &#8220;คลื่นท่าเรือ&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           สาเหตุที่เรียกชื่อนี้ก็เป็นไปตามประวัติว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่ท่าเรือแห่งหนึ่งนั่นเอง ส่วนภาษาไทยน่าจะเรียกว่า&#8221;คลื่นยักษ์&#8221; แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มักเรียกทับศัพท์กันว่า &#8220;สึนามิ&#8221; เหมือนๆกับชาวต่างชาติทั่วโลก </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           สึนามิ หรือ คลื่นยักษ์ เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ขนาด 7 ริกเตอร์ ดินถล่มหรือภูเขาไฟระเบิดใต้มหาสมุทร หรือแม้แต่ฝีมือมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นยักษ์ได้เหมือนกัน </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           คลื่นยักษ์ครั้งที่รุนแรงที่สุดของโลก เกิดขึ้นที่ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ริกเตอร์ และคลื่นถล่มมาถึงประเทศญี่ปุ่น โดยจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหว ถึงญี่ปุ่นมีระยะทางถึง 18,000 กิโลเมตร คลื่นยักษ์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-16 ชั่วโมง </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดที่รอยเลื่อนที่เกิดจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรอินเดียลงใต้แผ่นยูเรเซีย หรือที่เรียกว่า &#8220;ซุนด้า เทรนช์&#8221; เกาะสุมาตราห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 800 กิโลเมตร จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย รับรู้แผ่นดินไหวในเวลาประมาณ 7:58 น. หลังจากนั้นอีกราวๆ 2 ชม. ชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยก็ถูกสึนามิถล่ม เกาะสุมาตราบริเวณที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดนั้นราบเป็นหน้ากลอง ศรีลังกา ไปจนถึง มาดากัสการ์ทางตะวันออกของแอฟริกา ต่างก็ถูกผลกระทบกันถ้วนหน้า</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           คลื่นยักษ์ยังสัมพันธ์กับระดับความลึกของน้ำทะเลด้วย โดยคลื่นจะวิ่งด้วยความเร็วจากจุดที่เกิด 943 กม./ชม. ความห่างของช่วงคลื่นที่วัดจากยอดคลื่นแต่ละลูกจะห่างกัน 282 กม. ดังนั้น หากอยู่ในทะเลลึกเราจะไม่รู้สึกเลย ความเร็วซัดเข้าฝั่ง 500-700 กม./ชม. ขณะที่เมื่อเข้าใกล้ฝั่ง ก็จะลดลงเหลือ 35-36 กม./ชม. </span></p>
<p><span style="color: #003366;">           มีข้อสังเกตด้วยว่า ระยะห่างของคลื่นแต่ละลูกนั้น ถ้ารอดชีวิตจากคลื่นลูกแรก ก็อาจจะรีบหนีได้ทัน เพราะบางคนลูกแรกยังรอด แต่คิดว่าไม่เป็นไรแล้วจึงไม่หนี หรืออาจตกใจอยู่ เลยเจอลูกที่2-3 เข้า เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          กรณีการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล อาจไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับการขยับตัวของแผ่นเปลือกโลกใต้ทะเล ถ้าขยับตัวแนวนอนก็อาจไม่เกิดสึนามิ แต่หากขยับตัวแนวตั้ง มันจะยกน้ำทะเลขึ้น ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5-7 ริกเตอร์ จึงต้องมีการเตือนกันก่อน เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าแผ่นดินไหวในมหาสมุทรแต่ละครั้งนั้นเกิดการขยับตัวแบบแนวนอน หรือแนวตั้ง</span></p>
<p><span style="color: #003366;">           ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อาศัยเครื่องมือจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่มีเครื่องมือวัด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบกับสำนักธรณีวิทยาสหรัฐ สวิสเซอร์แลนด์รวมถึงศูนย์เตือนภัยสึนามิ&#8221;โนอา&#8221;ของสหรัฐ เพื่อความรอบคอบแม่นยำ </span></p>
<p><span style="color: #003366;">          ก่อนหน้านั้น สถิติที่เกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดียไม่เคยมี จึงทำให้นักวิชาการทั่วโลกประมาท ไปเฝ้าระวังแต่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ดังนั้น ต่อจากนี้ไป ทุกประเทศที่อยู่ติดกับมหาสมุทรคงจะตื่นตัวกันมากขึ้นแล้วว่าอาจต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์สึนามิได้ทุกเมื่อ!!!!</span></p>
<p><span style="color: #003366;"> (ชมคลิปวิดีโอ) </span><br />
<iframe title="YouTube video player" width="480" height="390" src="http://www.youtube.com/embed/5bdE5hhZ8ig" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/tsunami/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดแทน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/alternative-energy/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/alternative-energy/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Dec 2010 13:28:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[S.VIDEO]]></category>
		<category><![CDATA[5 ธันวาคม]]></category>
		<category><![CDATA[84 พรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[Alternative Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการ]]></category>
		<category><![CDATA[กังหัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[สกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ธาตุ]]></category>
		<category><![CDATA[ของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แปรรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมพระเกียรติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=3735</guid>
		<description><![CDATA[โครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพร­ะเจ้าอยู่หัวด้านพลังงาน ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย­่างกว้างขวาง ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงศึกษาค้นคว้า และทรงริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงจากวัสดุท­างการเกษตร เป็นเวลานานร่วม 20 ปี รองรับการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยพยุงราคาสินค้าเก­ษตรที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ จากแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านได้ช่วยต่อ­ยอดการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในอีกหลายแขนง­&#8230;&#8230;
(คลิกชมคลิปวีดีโอ ติดตามรายงานโครงการพระราชดำริ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพลังงานทดแทน)

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพร­ะเจ้าอยู่หัวด้านพลังงาน ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย­่างกว้างขวาง ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงศึกษาค้นคว้า และทรงริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงจากวัสดุท­างการเกษตร เป็นเวลานานร่วม 20 ปี รองรับการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยพยุงราคาสินค้าเก­ษตรที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ จากแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านได้ช่วยต่อ­ยอดการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในอีกหลายแขนง­&#8230;&#8230;<span id="more-3735"></span></p>
<p>(คลิกชมคลิปวีดีโอ ติดตามรายงานโครงการพระราชดำริ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพลังงานทดแทน)</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/-NnKxZ6NyXI?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/-NnKxZ6NyXI?fs=1&amp;hl=en_US" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/12/Alternative-Energy1.jpg"></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/alternative-energy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตน้ำหน้าฝน ผลจากเอลนิโญ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/critically-dry/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/critically-dry/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2010 09:07:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝั่งทวีปออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝั่งทวีปอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทรแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สายสุนีย์ พุทธาคุณเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[รงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดู]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกบาศก์เมตร]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาวิศวกรรมโยธา]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมแหล่งน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิริกิติ์]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าฝน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปโภค]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีปอเมริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แย่งชิง]]></category>
		<category><![CDATA[แห้งแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนิโญ]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนภูมิพล]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2556</guid>
		<description><![CDATA[ผลจากการเฝ้าระวังปัจจัยต่างๆที่กระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นบริเวณกว้าง พบว่า&#8230;บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ เริ่มส่งสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะการเกิดปรากฏการณ์ เอลนิโญ มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552
          เอลนิโญ ที่รับรู้&#8230;เข้าใจกันโดยทั่วไปในปัจจุบัน หมายถึง&#8230;ปรากฏการณ์ การอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอนกลาง และตะวันออกของมหาสมุทร แปซิฟิกเขตร้อน
          ปัจจุบัน&#8230;อิทธิพลลมที่พัดมาจากทิศตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก(ทางฝั่งทวีปอเมริกา) ไปทางทิศตะวันตกของมหาสมุทร (ทางฝั่งทวีปออสเตรเลีย) อ่อนกำลังลงบางครั้งมีการพัดเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม ส่งผลให้เกิดพายุฝนรุนแรง มีอุทกภัยในแถบประเทศชายฝั่งทะเลของทวีปอเมริกาใต้
          ในทางกลับกัน จะเกิดความแห้งแล้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ผลจากการเฝ้าระวังปัจจัยต่างๆที่กระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นบริเวณกว้าง พบว่า&#8230;บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ เริ่มส่งสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะการเกิดปรากฏการณ์ เอลนิโญ มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552<span id="more-2556"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          เอลนิโญ ที่รับรู้&#8230;เข้าใจกันโดยทั่วไปในปัจจุบัน หมายถึง&#8230;ปรากฏการณ์ การอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอนกลาง และตะวันออกของมหาสมุทร แปซิฟิกเขตร้อน</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/100_1333.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2558" title="ภาพเขื่อนกั้นน้ำที่แห้งแล้ง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/100_1333-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #000000;">          ปัจจุบัน&#8230;อิทธิพลลมที่พัดมาจากทิศตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก(ทางฝั่งทวีปอเมริกา) ไปทางทิศตะวันตกของมหาสมุทร (ทางฝั่งทวีปออสเตรเลีย) อ่อนกำลังลงบางครั้งมีการพัดเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม ส่งผลให้เกิดพายุฝนรุนแรง มีอุทกภัยในแถบประเทศชายฝั่งทะเลของทวีปอเมริกาใต้</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในทางกลับกัน จะเกิดความแห้งแล้ง ไฟป่าในแถบประเทศอินโดนีเซีย ทวีปออสเตรเลีย เนื่องจากฝนไปตกกลางมหาสมุทรแปซิฟิก แทนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทร (ทางฝั่งทวีปออสเตรเลีย) เหมือนอย่างเช่นปีปกติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          รศ.ดร.สายสุนีย์ พุทธาคุณเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแหล่งน้ำ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร บอกว่า ประเทศไทย ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญหนนี้ ส่งผลให้ฤดูฝนปีนี้เริ่มมีฝนตกในช่วงต้นฤดู&#8230;ล่าช้ากว่าปีปกติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ปริมาณน้ำฝนโดยรวม จะมีค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ นอกจากนี้ ยังมีผลทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติในฤดูร้อนที่ผ่านมา ระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2553 ประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดในรอบทศวรรษ (ระหว่างปี 2543-2553) มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1.2 องศาเซลเซียส</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่เมื่อพิจารณาตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลอุณหภูมิทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2494 พบว่าอุณหภูมิสูงเป็นอันดับสองรองจากปี 2541 เป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนิโญระดับรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ปี 2541 เป็นปีที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงสุดในรอบ 100 ปี นับเป็นปีที่ร้อนที่สุดในศตวรรษที่ 20 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในประเทศไทย สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1.8 องศาเซลเซียส</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาพ อุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด โรคลมแดด (heat stroke) หรือบางที่เรียกว่า &#8220;โรคอุณหพาต&#8221; หรือ &#8220;โรคลมเหตุร้อน&#8221; ในรายที่ร่างกายไม่สามารถปรับสมดุลได้ จนทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;โรคลมแดดเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงที&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          รศ.ดร.สายสุนีย์ บอกว่า ยังดีที่เอลนิโญครั้งนี้ ไม่ยาวนานต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เพราะผลจากการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก พบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเริ่มลดระดับความรุนแรงลงมาแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาวะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะปกติ โดยคาดว่า จะใช้เวลาเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนิโญเข้าสู่ฤดูกาลปกติในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2553</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในลักษณะนี้ แม้จะเข้าสู่ช่วงปกติ แต่ก็จะส่งผลให้ในปีนี้ฤดูฝนในประเทศไทยจะล่าช้าออกไป&#8230;&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย จะมีปริมาณน้ำฝนโดยรวมต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ เนื่องจากสภาวะเอลนิโญกินเวลายาวนานล้ำเข้ามาถึงต้นฤดูฝนของประเทศไทย กว่าอิทธิพลของปรากฏการณ์นี้จะหมดลง&#8230;ร่องฝนของประเทศก็พาดต่ำลงมาทางตอนล่างของภาคเหนือแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><span style="color: #000000;">          &#8220;ปีนี้ประเทศไทยถือว่าโชคร้าย&#8221; รศ.ดร.สายสุนีย์ ว่า &#8220;ด้วยอิทธิพลจากเอลนิโญที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทำให้ในฤดูฝนปีที่แล้วมีพายุจร ที่เรียกว่าพายุหมุนเขตร้อน ที่จะให้น้ำอย่างเป็นน้ำเป็นเนื้อยิ่งกว่าฝนจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ตกในฤดู&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/75747574.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2559" title="ภาพน้ำในอ่าวเก็บน้ำที่ปริมาณน้อยจนตื้น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/75747574-300x210.jpg" alt="" width="300" height="210" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น้ำเหล่านี้&#8230;แม้ว่าจะมาเติมลงในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบนแต่ก็มีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ เชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน สถานการณ์ น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ จึงกำลังประสบภาวะวิกฤติอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ต้นเดือนมิถุนายน 2553&#8230;อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีน้ำเก็บกักเหลืออยู่เพียง 4,237 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น ร้อยละ 31 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ในขณะที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีน้ำเก็บกักเหลืออยู่ 3,385 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น ร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯทั้งหมด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 87 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 9 ของความจุอ่างฯทั้งหมด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภาพใหญ่วิกฤติน้ำที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ทุกฝ่ายจึงกำลังตั้งตารอฝนที่เลื่อนล่าช้าออกไปจากช่วงเวลาปกติกันอย่างใจจดใจจ่อ รศ.ดร.สายสุนีย์ บอกว่า แม้ว่าสภาวะเอลนิโญกำลังผ่านพ้นไป ก็ยังต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะสมดุลของภูมิอากาศเสียก่อน กว่า&#8230;ฤดูกาลจะกลับคืนสู่สภาพปกติ ใช้เวลาอีกประมาณ 1-3 เดือน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทว่า&#8230;ปฏิกิริยาอันซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงพลังงานระหว่างบรรยากาศ ภาคพื้นทวีป และน้ำในมหาสมุทรที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็นบริเวณกว้าง มีการผันแปร เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การคาดคะเนอิทธิพลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อปริมาณน้ำฝน ช่วงระยะเวลาที่จะเกิดฝนตามฤดูกาลปกติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกในลักษณะทอดเวลายาวออกไปนานกว่าที่คาดคะเนได้ในวันนี้ หรือไม่&#8230;อาจจะเปลี่ยนแปลงกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นกว่าที่คาดก็เป็นได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          รศ.ดร.สายสุนีย์ บอกอีกว่า ปัจจุบันแม้ว่าจะไม่สามารถคาดคะเนปริมาณน้ำฝนในปีนี้ได้ แต่ในภาวการณ์เฉพาะหน้า ที่ส่อเค้าชัดเจนว่าปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ภาคเหนือจะมีปริมาณต่ำกว่าปกติ ประกอบกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ&#8230;อาจจะส่งผลให้เกิดความขาดแคลนน้ำข้ามยาวไปถึงฤดูแล้งปี 2554</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/LANG.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-medium wp-image-2560 alignleft" title="ภาพพื้นดินแห้งจนแตกระแหง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/LANG-300x190.jpg" alt="" width="300" height="190" /></span></a><span style="color: #000000;">          ชัดเจนว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงฤดูแล้งในปี 2554 จึงเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ และน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่หน่วยงานรับผิดชอบต้องเตรียมมาตรการรองรับ โดยเฉพาะมาตรการการบริหารจัดการน้ำ</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จับตาเขื่อนใหญ่ๆ&#8230;อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ สองแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ข้อมูลล่าช่วงต้นเดือนมิถุนายน อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำสำหรับใช้งานได้เหลือเพียง 430 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำใช้งานได้เหลือเพียง 530 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมากในรอบ 18 ปี รองจากที่เคยเกิดวิกฤติ ภัยแล้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2535</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เฉลี่ยทั่วไปอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และสิริกิติ์ จะต้องจัดสรรน้ำให้กับความต้องการใช้น้ำในด้านต่างๆ ในฤดูฝนเฉลี่ยประมาณ 2,000-2,200 ล้านลูกบาศก์เมตร และฤดูแล้งเฉลี่ยประมาณ 3,100-3,200 ล้านลูกบาศก์เมตร</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อมีน้ำใช้น้อยลง แต่ยังจำเป็นต้องใช้น้ำอยู่เหมือนเดิม จำเป็นต้อง บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่มีสัดส่วนความต้องการใช้น้ำสูงที่สุด อยู่ที่ 70%</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;วันนี้&#8230;แม้ว่าอิทธิพลเอลนิโญกำลังผ่านพ้นไป เริ่มมีฝนตกแล้วในหลายพื้นที่ แต่ภายในฤดูฝนปีนี้ ปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ก็ยังไม่สามารถชดเชย เติมเต็มน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งสองได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถ้าไม่อยากให้วิกฤติน้ำ&#8230;เป็นปัญหารุนแรงถึงขั้นช่วงชิง แย่งน้ำกันใช้ดังที่เกิดขั้นมาแล้วในพื้นที่จังหวัดระยอง ชาวบ้าน&#8230;ชุมชนแย่งน้ำใช้กับโรงงาน&#8230;ภาคอุตสาหกรรม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มาตรการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนคือทางออกวิกฤติน้ำปีนี้ ก็ควรตระหนักถึงปัญหาความขาดแคลนน้ำใช้น้ำในทุกกิจกรรมอย่างประหยัด อย่างมีประสิทธิภาพ  คำนึงถึงลำดับความสำคัญของการแบ่งปันการใช้น้ำเป็นหลัก มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้แก้ไขปัญหาภัยแล้ง วิกฤติน้ำได้อย่างยั่งยืน.&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: http://www.thairath.co.th</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/critically-dry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมนูอาหารลดความเครียด เคล็ดลับจาก &#8216;มทร.พระนคร&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/menu-foods-rmut-phra/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/menu-foods-rmut-phra/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jun 2010 07:41:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อกโกแลต]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[กะทกรก]]></category>
		<category><![CDATA[มทร.พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[ยอ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขับถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สารบาราคอล (Baracol)]]></category>
		<category><![CDATA[หวาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์จักราวุธ ภู่เสม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ทริปโตฟาน]]></category>
		<category><![CDATA[ของหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นมสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แพสชั่นฟรุต (Passion fruit)]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่]]></category>
		<category><![CDATA[เชื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวรส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[เซโรโทนิน]]></category>
		<category><![CDATA[foods]]></category>
		<category><![CDATA[menu]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2399</guid>
		<description><![CDATA[จากปัญหาสถานการณ์การเมืองเศรษฐกิจ และความไม่สงบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของคนไทยค่อนข้างมาก ตลอดจนมลภาวะทางอากาศหายใจ อาหาร และน้ำดื่มก็ยังก่อให้เกิดปัญหาอนุมูลอิสระสะสมในร่างกายเป็นประจำทุกวันแบบไม่รู้ตัว
          ด้วยหลากหลายปัญหาดังกล่าว ทำให้ประชาชนคนไทยทุกวันนี้เป็นโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะความเครียด ที่ก่อให้เกิดปัญหากับระบบร่างกายจนแทบจะเป็นโรคประจำตัวของคนเมืองเข้าไปทุกที จึงควรมีการควบคุมไม่ให้ตัวเรามีความเครียดจนเกินจุดวิกฤต
          ความร้ายกาจของอาการเครียดนี้ ทำให้มีคนพยายามสรรหาวิธีคลายเครียดออกมาหลากหลายวิธี โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การใช้อาหารมาช่วยคลายเครียด ซึ่งจากข้อมูลผลการศึกษาวิจัยของสมาคมโภชนาการสหรัฐอเมริกาพบว่า การที่ร่างกายได้อาหารอย่างครบถ้วนจะช่วยในเรื่องของการรักษาสมดุลของอารมณ์ได้ เพราะอาหารเป็นตัวหนึ่งที่สร้าง&#8221;เซโรโทนิน&#8221; สารเคมีในสมองที่ช่วยทำให้คนเราใจเย็นและเบิกบานขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">จากปัญหาสถานการณ์การเมืองเศรษฐกิจ และความไม่สงบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของคนไทยค่อนข้างมาก ตลอดจนมลภาวะทางอากาศหายใจ อาหาร และน้ำดื่มก็ยังก่อให้เกิดปัญหาอนุมูลอิสระสะสมในร่างกายเป็นประจำทุกวันแบบไม่รู้ตัว<span id="more-2399"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/maue.jpg"></a><span style="color: #000000;">         ด้วยหลากหลายปัญหาดังกล่าว ทำให้ประชาชนคนไทยทุกวันนี้เป็นโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะความเครียด ที่ก่อให้เกิดปัญหากับระบบร่างกายจนแทบจะเป็นโรคประจำตัวของคนเมืองเข้าไปทุกที จึงควรมีการควบคุมไม่ให้ตัวเรามีความเครียดจนเกินจุดวิกฤต<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine1.jpg"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2402" title="ภาพชายกำลังนั่งกลุ้มใจ โดยใช้มือกุมศรีษะอยู่ในที่มือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/depression-from-defence-magazine1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความร้ายกาจของอาการเครียดนี้ ทำให้มีคนพยายามสรรหาวิธีคลายเครียดออกมาหลากหลายวิธี โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การใช้อาหารมาช่วยคลายเครียด ซึ่งจากข้อมูลผลการศึกษาวิจัยของสมาคมโภชนาการสหรัฐอเมริกาพบว่า การที่ร่างกายได้อาหารอย่างครบถ้วนจะช่วยในเรื่องของการรักษาสมดุลของอารมณ์ได้ เพราะอาหารเป็นตัวหนึ่งที่สร้าง&#8221;เซโรโทนิน&#8221; สารเคมีในสมองที่ช่วยทำให้คนเราใจเย็นและเบิกบานขึ้น รวมไปถึง&#8221;ทริปโตฟาน&#8221;สารอาหารที่ช่วยลดระดับความเครียดได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ฉะนั้น การเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อเป็นประโยชน์ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายเรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชญาภัทร์ สุทธิมิตรคณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารได้แนะนำการเลือกรับประทานอาหารเพื่อผ่อนคลายความเครียดว่า ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะคิด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ว่าการรับประทานอาหารเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ต้องใส่ใจมากนัก แต่จริงๆ แล้วอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรดูแลเป็นพิเศษ แต่อาหารธรรมดาก็อาจจะไม่ช่วยให้คลายเครียดได้ ดังนั้น จึงขอนำเสนอวิธีการเลือกรับประทานอาหารเพื่อช่วยคลายเครียด เช่น การเลือกรับประทานช็อกโกแลต น้ำมะตูม กล้วย และนมสด ซึ่งเป็นอาหารคลายเครียดที่ติดอันดับต้นๆ โดยพบว่าอาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยลดอาการกระวนกระวายได้ ทั้งยังช่วยลดอาการเครียด ทำให้นอนหลับสบายได้ดีอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/untitled.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-2403" title="ภาพกล้วยเชื่อม มีน้ำกะทิอยู่ในถ้วย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/untitled.bmp" alt="" width="258" height="131" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;">      </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Morinda.gif"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2405" title="ภาพลูกยอ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Morinda-150x150.gif" alt="" width="232" height="129" /></span></a></span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/มะตูม.bmp"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2404" title="ภาพน้ำมะตูมอยู่ในแก้วใส" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/มะตูม.bmp" alt="" width="302" height="91" /></span></a><span style="color: #000000;">   </span></p>
<p><span style="color: #000000;">                       นอกจากนี้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่และเมล็ดธัญพืชต่างๆ มีกรดอะมิโน ทริปโทเฟน ที่จะช่วยเพิ่มสารเซโรโทนินในสมอง ซึ่งมีฤทธิ์กล่อมประสาทช่วยคลายความหงุดหงิดลงได้</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;">          อาจารย์จักราวุธ ภู่เสม อาจารย์ประจำภาควิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร ยังได้คิดค้นเมนูอาหารที่จะช่วยคลายเครียด ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ ที่สามารถทำรับประทานที่บ้านได้ โดยเมนูยอดฮิตคือ ช็อคโกแลตกับน้ำมะตูม กล้วยเชื่อมและนมสด หากรับประทานก่อนนอนเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดอาการเครียดและทำให้นอนหลับสบาย</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/images.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2406" title="ภาพ น้ำนมในขวดแก้วทรงสูง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/images.jpg" alt="" width="98" height="122" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ถ้ากลัวว่ากล้วยเชื่อมจะทำให้อ้วน เราก็สามารถทานกล้วยสดแทนก็ได้ เช่นเดียวกับสลัดผลไม้ นอกจากนี้ สมุนไพรยังมีส่วนช่วยในการคลายเครียดได้ด้วย อย่างเช่น ขี้เหล็ก,เสาวรส และยอ สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้ เราสามารถหาได้สะดวกตามท้องตลาดทั่วไป ใบขี้เหล็กจะมีสารบาราคอล (Baracol) ที่มีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับง่ายและยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาหลับยากและปัญหาระบบขับถ่าย ส่วนเสาวรส เรียกอีกชื่อว่า กะทกรก หรือแพสชั่นฟรุต (Passion fruit) มีสรรพคุณเป็นยาคลายเครียด โดยนำส่วนใบไปตากแดดและนำมาชงเป็นชา หรือจะรับประทานส่วนยอดผักจิ้มกับน้ำพริกสำหรับยอแฝงไปด้วยคุณค่ามากมาย เกี่ยวกับการบำรุงสมองและการไหลเวียนของเส้นเลือดในสมอง ส่งผลให้มีสมาธิดีและมีความจำที่ดีขึ้น เพียงนำลูกยอไปฝานเป็นแว่นๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำลูกยอไปใส่แก้ว ก่อนจะเทน้ำร้อนตามและดื่มได้ทันที&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/news_img_100240_1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2407" title="ภาพช็อคโกแลตลูกกลม ในกล่องเรียงลาบดูน่ารับประทาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/news_img_100240_1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">         การเลือกเครื่องดื่มก็สำคัญไม่ต่างจากการอาหาร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการ ในคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์มทร.พระนคร ได้แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิปกติ ไม่เย็นจนเกินไป การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยลดอุณหภูมิส่วนเกินของร่างกายได้ เพราะในช่วงที่เราเกิดความเครียดนั้นระบบต่างๆ ของร่างกายเราจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการทำงานของเซลล์ และเซลล์นั้นก็จะปล่อยสารเคมีต่างๆ ออกมาทำให้เลือดของเรามีแร่ธาตุต่างๆ ในปริมาณที่สูงจนทำให้เลือดข้น</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกจากน้ำเปล่าแล้ว ก็ยังมีโกโก้ร้อน (อุ่นเกือบร้อน) เพราะในโกโก้นั้นจะมีสาร Phenyl ethylamine มีฤทธิ์คล้ายกับสาร Endorphin ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และมีความสุข</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารที่ช่วยคลายความเครียด รวมถึงการอบรมวิชาชีพต่างๆ ทางด้านคหกรรมศาสตร์ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.พระนครโทร.0-2281-9231-4 ต่อ 5203&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/menu-foods-rmut-phra/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลมแดด! ฮีตสโตรก มันมากับความร้อน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/hot-weather/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/hot-weather/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 12:45:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชีพจรเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[พิการทางสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[การขาดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[มีโรคไต]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ลม]]></category>
		<category><![CDATA[ลอก]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา]]></category>
		<category><![CDATA[สมองตีบ]]></category>
		<category><![CDATA[หมดสติ]]></category>
		<category><![CDATA[หายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหฆาต]]></category>
		<category><![CDATA[องศาเซลเซียส]]></category>
		<category><![CDATA[ฮีต สโตรก]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวบวม]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตประสาทแปรปรวน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรอท]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แดดเผา]]></category>
		<category><![CDATA[แดง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่สุก]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือแร่]]></category>
		<category><![CDATA[เสียชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เหงื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[Heat stroke]]></category>
		<category><![CDATA[www.cueid.org]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2196</guid>
		<description><![CDATA[ &#8221;โรคลมแดด จะเห็นเป็นข่าวบ่อยๆกับชาวบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตครั้งละมากๆ&#8221;  &#8220;ฮีต สโตรก&#8230;สำหรับคนไทยเป็นเพียงการเตือน ให้ระมัดระวังเท่านั้น เชื่อว่า&#8230;อากาศร้อนในประเทศไทยจะไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเหมือนต่างประเทศ&#8221;
 
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ว่า&#8230;ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป โดยเฉพาะระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยตลอดช่วง จะสูงกว่าค่าปกติ&#8230;และสูงกว่าปีที่ผ่านมา
          อากาศร้อน&#8230;อุณหภูมิการเมืองก็ร้อนแรงอย่างนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย www.cueid.org บอกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;"> &#8221;โรคลมแดด จะเห็นเป็นข่าวบ่อยๆกับชาวบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตครั้งละมากๆ&#8221;  &#8220;ฮีต สโตรก&#8230;สำหรับคนไทยเป็นเพียงการเตือน ให้ระมัดระวังเท่านั้น เชื่อว่า&#8230;อากาศร้อนในประเทศไทยจะไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเหมือนต่างประเทศ&#8221;<span id="more-2196"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ว่า&#8230;ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป โดยเฉพาะระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยตลอดช่วง จะสูงกว่าค่าปกติ&#8230;และสูงกว่าปีที่ผ่านมา</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/19_11_heat.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2198" title="ภาพปรอทวัดอุณหภูมิ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/19_11_heat-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          อากาศร้อน&#8230;อุณหภูมิการเมืองก็ร้อนแรงอย่างนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย www.cueid.org บอกว่า หน้าร้อนขณะนี้อุณหภูมิสูงขนาดที่ว่าต้มไข่สุก ด้วยกลางแดดปรอทขึ้นไปถึง 42 องศา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;อุณหภูมิขนาดนี้ ร่างกายจะมีการสูญเสียเหงื่อ น้ำ เกลือแร่มหาศาล&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คุณหมอธีระวัฒน์ บอกว่า คนที่เป็น สว. (สูงวัย) และยังมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน ต้องทานยาลดความดันโลหิตอยู่แล้ว มีเส้นเลือดหัวใจ สมองตีบ มีโรคไต การขาดน้ำ เกลือแร่ ทำให้เลือดข้น&#8230;เกิดการกำเริบของโรคเส้นเลือดตีบและโรคไต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แม้แต่คนที่คิดว่าแข็งแรงยังหนุ่มสาว การขาดน้ำ เกลือแร่ เมื่อถึงจุดหนึ่งศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศา</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/143120.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-2199" title="ภาพชายฉกรรจ์กำลังพยุงผู้หญิงที่เป็นลมแดด" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/143120.jpg" alt="" width="200" height="200" /></span></a><span style="color: #000000;">          แทนที่ตัวจะมีเหงื่อกลับแห้ง ตัวร้อนจัด พูดสับสนไม่รู้เรื่อง ซึ่งถ้าถึงระดับนี้จะหมายถึงอาการ&#8230; &#8220;Heat stroke&#8221; หรือ &#8220;อุณหฆาต&#8221; คือถึงตาย ไม่ใช่แค่อุณหอัมพาต อ่อนแรงเฉยๆ อาการฮีต สโตรก (Heat stroke) คนไทยอาจจะคุ้นกันดีในชื่อ&#8230; โรคลมแดด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;โรคลมแดดเป็นภาวะวิกฤติของร่างกาย ที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ เนื่องจากอากาศร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง 5-10 องศาเซลเซียสในระยะเวลาสั้นๆ&#8221;ภาวะนี้&#8230;จะทำให้สมองรู้สึกชินชากับความร้อนที่ได้รับ จนไม่รู้สึกกระหายน้ำ&#8230;ทั้งๆที่สมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายเสียหาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่งผลให้ระดับความดันเลือดตก&#8230;เลือดที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบไปเลี้ยงสมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการไตวาย หากเป็นมากๆ เซลล์กล้ามเนื้อก็จะเริ่มแหลกสลาย มีของเสียตกตะกอนในไต ทำให้เกิด ไตวายซ้ำซ้อน และเสียชีวิตในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;โรคลมแดด จะเห็นเป็นข่าวบ่อยๆกับชาวบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตครั้งละมากๆ&#8221; คุณหมอธีระวัฒน์ ว่า &#8220;ฮีต สโตรก&#8230;สำหรับคนไทยเป็นเพียงการเตือน ให้ระมัดระวังเท่านั้น เชื่อว่า&#8230;อากาศร้อนในประเทศไทยจะไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเหมือนต่างประเทศ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่ผ่านมา อุณหภูมิในบ้านเรา มักไต่ระดับทีละเล็กละน้อยครั้งละ 1-2 องศาเซลเซียส&#8230;จาก 35 องศาฯ เป็น 36 องศาฯ และจาก 36 องศาฯ เป็น 37 องศาฯ จะไม่เพิ่มขึ้นจาก 35 องศาฯ ทีเดียวไปเป็น 40 องศาฯ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การไต่ระดับสูงขึ้นทีละน้อย&#8230;ร่างกายคนไทยจะชิน ปรับสมดุลได้เอง ไม่ต้องกังวล&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/16865.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-thumbnail wp-image-2200 alignright" title="ภาพหญิงชราใช้พัดพัดให้ตนเอง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/16865-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง ได้แก่ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนที่มีความพิการทางสมอง จิตประสาทแปรปรวน เป็นโรคหัวใจ ความดัน คนเหล่านี้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือปรับตัวเองได้ไม่ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อีกข้อที่สำคัญ&#8230;ความร้อนของอากาศ ยังขึ้นกับความชื้นในอากาศ ซึ่งป้องกันไม่ให้เหงื่อระเหย ระบายความร้อนออกไม่ได้ ทำให้ความร้อนจริงที่ร่างกายต้องเผชิญสูงมากขึ้น ยิ่งอยู่กลางแดดและมีลมร้อนจัด&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สภาวะแวดล้อมแบบนี้จะอันตรายยิ่งขึ้น ที่ต้องระวัง&#8230;ช่วงสงกรานต์ ออกกำลังกายกลางแจ้ง ตีแบดฯ ตีเทนนิส ก็มีโอกาสเป็นลมแดดได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ย้ำอีกครั้ง&#8230;ถึงอันตรายที่เกี่ยวกับแดดและความร้อน แบ่งระดับความรุนแรงได้ 4 ระดับ&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระดับแรก แดดเผา ผิวบวม แดง ลอก ระดับที่สอง&#8230; ตะคริวตามน่อง กล้ามท้อง ระดับที่สาม&#8230; เพลียรุนแรง ใกล้จะช็อก ตัวเย็นชืดชื้น ชีพจรเร็วเบา เป็นลม อาเจียน แต่อุณหภูมิร่างกายยังปกติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระดับที่สี่&#8230; ฮีต สโตรก (Heat stroke) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤติ อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 41 องศาเซลเซียส ผิวแห้ง ร้อน ชีพจรเร็ว แรง อาจหมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อาการฮีต สโตรก ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนในโรงพยาบาล การปฐมพยาบาลขั้นต้น ให้ประคบเย็นตามซอกตัว เช็ดตัว พัดลมระบายความร้อน นอนราบ ยกเท้าสูง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หลบแดด ผึ่งลม ประคบเย็น และจิบน้ำ ถ้าอาการหนักมาก การใช้น้ำเย็นอาจทำให้เกิดตะคริวท้อง ให้นอนราบหรือตะแคง  &#8220;หากอาเจียนร่วมด้วย จำไว้ว่า&#8230;การดื่มน้ำจะทำให้เกิดอันตรายในระดับ 3 และถ้ามีอาการในระดับ 4 ห้ามให้น้ำดื่มเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายรุนแรงได้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ระยะนี้การพยาบาลให้น้ำทางปากอาจเป็นอันตรายได้ ยิ่งถ้าคนสูงอายุมีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับยาดังกล่าวข้างต้น ยิ่งมีอันตรายสูงเข้าไปอีก คุณหมอธีระวัฒน์ บอกอีกว่า คนอ้วน คนที่ดื่มสุรา เบียร์ ของหวาน จะมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะความสามารถในการปรับตัวกับความร้อนจะไม่ด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อาการก่อนหน้า&#8230;ที่จะถึงขั้นอุณหฆาต อาจนำมาด้วยตะคริว หรือ หน้ามืด เพลีย คลื่นไส้ จะเป็นลม เพราะฉะนั้น&#8230;ให้ดื่มน้ำบริสุทธิ์มหาศาล อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ข้อสำคัญ ให้หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำชา กาแฟ สุรา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถ้ายิ่งต้องออกไปกลางแดดนานๆ นอกจากความร้อน ยังมีเรื่องแสงสว่างจ้า ที่ควรระวัง คือ อาการปวดหัว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคปวดหัวประจำ ไมเกรน (migraine) อยู่แล้ว&#8230; &#8220;ไมเกรนเป็นสาเหตุสำคัญไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของปวดหัวทั้งหมด จะมีอาการปวดรุนแรงขึ้น&#8230;และถี่ขึ้น&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เนื่องจากแสงจ้า มีรังสี Ultraviolet (UV) ทั้งชนิด UVA และ UVB จะกระตุ้นให้ไมเกรนปะทุขึ้นมาได้</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/2009021715145295001.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2201" title="ภาพดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจ้า" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/2009021715145295001-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          เชิงวิชาการ&#8230;อาจจะอธิบายจากการที่สมองส่วนท้ายทอย (Occipital Lobe) ซึ่งเป็นส่วนรับแสง&#8230;ภาพของผู้ป่วยไมเกรนจะมีความไวกว่าปกติ นอกจากนั้น ยิ่งคนที่มีความสุขต่อการบริโภคขนมนมเนย ข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียน จนอ้วน (โดยดูจากดัชนีมวลกาย หรือขนาดรอบพุง) &#8230;จะยิ่งมีโอกาสเป็นไมเกรนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จากการศึกษาล่าสุดในวารสารปวดหัวปี 2553 ในประชากรของประเทศสหรัฐฯ จำนวน 21,783 ราย พบว่า&#8230; คนอ้วนจะมีโอกาสเป็นไมเกรนได้มากกว่าคนปกติ ทั้งในผู้ชายผู้หญิง และคนที่เป็นไมเกรนยังถูกกระตุ้นด้วยอาหารบางชนิดอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ข้อที่พึงปฏิบัติ คือ ระวังแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ ทั้งที่สอดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง หรือเมื่อออกไปกลางแจ้ง ต้องสวมแว่นกันแดดไว้ตลอด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แว่นกันแดดต้องมีคุณสมบัติตัดทั้งแสงจ้า รวมทั้งรังสี UVA และ UVB เนื่องจากถ้าตัดแสงอย่างเดียว รูม่านตาจะยิ่งขยายโตมากขึ้น เป็นโอกาสให้ได้รับรังสีมากขึ้นไปอีก ทำให้กระตุ้นไมเกรน รวมทั้งทำลายเยื่อประสาทตา&#8230;เลนส์ตาสำหรับในสถานที่ทำงาน จอคอมพิวเตอร์ต้องไม่จ้าจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ไฟฟลูออเรสเซนท์&#8230;เป็นอีกปัจจัยที่ต้องระวังไม่ให้กะพริบ เพราะการกะพริบ จะยิ่งกระตุ้นให้ปวดไมเกรนเข้าไปอีก&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรเสีย&#8230;ในคนที่อ้วนแล้ว ควรต้องลดน้ำหนัก ถึงแม้ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าลดน้ำหนักแล้วไมเกรนจะดีขึ้นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคือลดโอกาสเป็นหัวใจวาย อัมพฤกษ์ เบาหวาน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ปวดไมเกรนต้องทบทวนว่า ไปรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษ&#8230;ซึ่งแต่ละคนจะมีอาหารที่กระตุ้นไมเกรนไม่เหมือนกัน จึงต้องคอยจดจำ หลีกเลี่ยง มิฉะนั้นต้องทานยาแก้ปวดอยู่ร่ำไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;โดยเฉพาะ&#8230;ยาแก้ปวดยิ่งแรงเท่าไหร่ หรือยาที่มีสาร Ergot เช่น Cafergot &#8230;ถ้าใช้บ่อยเกิน 3 ครั้งขึ้นไปต่ออาทิตย์ จะยิ่งกระตุ้นให้ยิ่งปวดเข่าไปอีก และทำให้ต้องใช้ยาป้องกันการปวด ซึ่งต้องรับประทานทุกวันเป็นเดือน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คุณหมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ทิ้งท้ายว่า อากาศที่ร้อนระอุทะลุองศาอย่างนี้ เชื่อว่าคนไทยทุกคนคงต้องเผชิญไม่มากก็น้อย ข้อเตือนภัยต่อสุขภาพที่แฝงมากับความร้อนเหล่านี้&#8230;คงช่วยไม่ให้คุณเสี่ยงจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;สุดท้ายนี้&#8230;สงกรานต์ปีนี้ ขอให้คนไทยใช้ชีวิตอยู่กับความร้อนได้อย่างมีความสุขนะครับ&#8221;.&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: </span><a href="http://www.thairath.co.th/"><span style="color: #000000;">http://www.thairath.co.th</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/hot-weather/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงห่วงใยพสกนิกร ปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 09:19:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สวน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[นา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2039</guid>
		<description><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ประสบปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน เริ่มดำเนินการทำฝนหลวงแล้ว&#8230;
          นายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ทรงรับสั่งกับกองงานส่วนพระองค์ ให้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปีนี้มีความชื้นน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญการทำฝนหลวง ในระยะแรกจะแก้ปัญหามลภาวะของจังหวัดเชียงราย และพะเยาก่อน หลังจากนั้นจะย้ายไปดำเนินการทางตอนล่างของภาคเหนือ
    
          นายสุพัฒน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ประสบปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน เริ่มดำเนินการทำฝนหลวงแล้ว&#8230;<span id="more-2039"></span></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/70509.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2041" title="ภาพชาวนาแบกกระสอบบนคันนา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/70509.jpg" alt="" width="420" height="252" /></span></a><span style="color: #000000;"><!--more--></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          นายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ทรงรับสั่งกับกองงานส่วนพระองค์ ให้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปีนี้มีความชื้นน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญการทำฝนหลวง ในระยะแรกจะแก้ปัญหามลภาวะของจังหวัดเชียงราย และพะเยาก่อน หลังจากนั้นจะย้ายไปดำเนินการทางตอนล่างของภาคเหนือ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/c127309.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2044" title="ภาพหมอกควันที่หนาจัดจนมองข้างหน้าแทบไม่เห็น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/c127309.jpg" alt="" width="400" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">    </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควมคุมมลพิษ กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า มีปริมาณฝุ่นสูงถึง 278.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพประชาชน และจากการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง พบจำนวนจุความร้อนสะสมสูงสุด 616 จุด ที่เชียงใหม่ รองลงมาคือ น่าน และลำปาง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ได้จัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เข้าไปตรวจวัดคุณภาพอากาศในพม่าและลาว พร้อมแจ้งที่ประชุมคณะทำงานอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงให้สมาชิก ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เฝ้าระวังและควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้งนี้</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          ด้านนายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ได้เชิญผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหารือถึงวาระเร่งด่วน และรับทราบพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ทรงห่วงปัญหาการขาดแคลนน้ำ และการขาดแคลนอาหาร ซึ่งตนเองได้เข้าร่วมหารือด้วย พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ แก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด เข้าไปตรวจสอบจำนวนพื้นที่ประสบภัยแล้ง รวมทั้งด้านปศุสัตว์และประมงในทุกจังหวัด โดยเบื้องต้นให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ทันที ทั้งนี้จะจัดประชุมในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือตามแผนงานของกระทรวงและรัฐบาลต่อไป</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/495_1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2043" title="ภาพชาวนาขี่เรือในแม่น้ำที่แห้งขอดเหลือน้ำเพียงแค่ที่ก้นแม่น้ำ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/495_1.jpg" alt="" width="349" height="243" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดโครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ แก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นให้สร้างฝายกั้นน้ำแบบง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น โดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ และใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นแรงงานหลักในการก่อสร้าง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเจ้าหน้าที่ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ทำการก่อสร้างฝายขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว จำนวน 30 ฝาย จากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ 282 ฝาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้านนายบุญสนอง สุชาติพงศ์ โฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยภัยแล้งและขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน กรมชลประทานได้เตรียมแผนช่วยเหลือไว้ 39 จังหวัด ขณะนี้จัดส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่นอกเขตชลประทานในภาคเหนือรวม 15 จังหวัด จำนวน 231 เครื่อง ภาคอีสาน 10 จังหวัด จำนวน 215 เครื่อง ภาคกลาง 11 จังหวัด จำนวน 116 เครื่อง และภาคใต้ 3 จำนวน 33 เครื่อง รวม 39 จังหวัด 595 เครื่อง สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถไปร้องขอได้ที่ อบต. อบจ. นายอำเภอ ชลประทานจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ได้ทั้งหมดกว่า 30 หน่วยงาน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ขณะที่นายวันชัย สุทธิวรชัย ผวจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งแล้ว 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ภูเขียว อ.บ้านแท่น อ.บ้านเขว้า และ อ.เมืองชัยภูมิ บางส่วน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณกว่า 2 พันครัวเรือน จำนวนกว่า 9 พันคน ส่วนใหญ่เป็นการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำการเกษตรบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกข้าวนาปรัง บางส่วนต้นข้าวเริ่มยืนต้นแห้งตายแล้วกว่า 2 พันไร่ สำหรับการช่วยเหลือ ได้มอบหมายให้ทางอำเภอต่างๆ เบิกจ่ายเงินช่วยผู้ประสบภัยแล้งอำเภอละ 1 ล้านบาท ส่วนที่เกินนั้นได้เร่งให้ทำเรื่องมาเบิกเงินกับทางจังหวัด เพื่อขุดลอกคูคลองให้น้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทางด้านนายวันชัย สุทิน ผวจ.กำแพงเพชร กล่าวว่า จังหวัดได้เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยสั่งการให้ทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง พร้อมจัดน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ครัวเรือนในทุกอำเภอ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรได้ประสานไปยังโครงการชลประทานจังหวัดและทุกหน่วยงานของชลประทานที่อยู่ในทุกพื้นที่ให้จัดสรรน้ำแก่เกษตรกรให้เพียงพอ และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้ง  นอกจากเตรียมการเรื่องของการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการเกิดไฟป่าโดยให้หมั่นตรวจสอบบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าเพื่อทันต่อการปฏิบัติหน้าที่</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.ไทยรัฐ วันที่ 13 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>50 วัน 3 แผ่นดินไหว สัญญาณ! โลกป่วย!</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 11:20:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พังทลาย]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ริกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรโยธาปฏิบัติการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สึนามิ]]></category>
		<category><![CDATA[หมุนรอบตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[อาฟเตอร์ช็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ด็อกเตอร์โอ๋]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<category><![CDATA[โดมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลื่อนที่]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Earthquake]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1859</guid>
		<description><![CDATA[ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? 
          นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่? <span id="more-1859"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan.jpg"></a><span style="color: #000000;">         นับจากเหตุแผ่นดินไหวประเทศเฮติ&#8230;วันที่ 12 มกราคม 2553 วัดความรุนแรงได้ 7.0 ริกเตอร์ ทิ้งช่วงเพียง 45 วัน ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ระดับความรุนแรงถึง 8.8 ริกเตอร์ ไม่กี่ชั่วโมง&#8230;ก็ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก  และอีก 5 วันถัดมา&#8230;วันที่ 4 มีนาคม 2553 ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งที่ประเทศไต้หวัน วัดความรุนแรงได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 50 วัน&#8230;โลกมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ติดต่อกันขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยคงตั้งคำถาม&#8230;เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่?</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมีลักษณะที่รุนแรงขึ้น&#8230;เคลื่อนที่เร็วขึ้น เปรียบเสมือนโดมิโน&#8230;ทั้งสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ความสมดุลของโลกเปลี่ยนไป&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-1866" title="ภาพผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/imagesCAVIL4GC.jpg" alt="" width="92" height="138" /></span></a><span style="color: #000000;">          ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม หรือ ด็อกเตอร์โอ๋ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สังกัดสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันช่วยราชการสำนักงานผู้แทนการค้าไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล บอก</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เห็นได้จากกรณีตัวอย่าง เมืองลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา ตั้งอยู่กลางทะเลทราย แต่เกิดมีหิมะตกลงมาเมื่อต้นปีที่แล้ว สร้างความประหลาดใจให้ผู้คนทั่วโลก การเกิดพายุที่มากขึ้น&#8230;รุนแรงมากขึ้น น้ำแข็งละลายมากขึ้น รวมทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปมาก&#8230;หน้าร้อนจะร้อนมาก หน้าหนาวก็จะหนาวมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หรือแม้แต่&#8230;การเกิดแผ่นดินไหวที่ถี่มากขึ้นทั่วโลก ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า สัญญาณเหล่านี้&#8230;แสดงให้เห็นถึงสัญญาณอันตรายที่อาจจะเกิดภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ตามมา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การเกิดแผ่นดินไหว&#8230;ยังส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติอื่นๆได้ เช่น&#8230;สึนามิ แผ่นดินไหวทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลขยับอย่างกะทันหัน&#8230;น้ำทะเลก็จะปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุล&#8230;ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ล่าสุด&#8230;แผ่นดินไหวยังทำให้แกนของโลกเอียงลงได้ ส่งผลทำให้ระยะเวลาต่อวันสั้นลงไป เป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนต่อการหมุนรอบตัวเองของโลก กระทบถึงระยะของวันเวลา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกหนนี้ ด็อกเตอร์โอ๋ มองว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่มีใคร หรือนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เราทำได้แค่เตรียมรับมือเท่านั้น&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กรณีพายุอาจมีการเตือนล่วงหน้าได้ 2-3 วัน&#8230;การเกิดสึนามิอาจทำการเตือนล่วงหน้าได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง&#8230;แต่การเกิดแผ่นดินไหว เราสามารถรับรู้ได้ก่อนภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          หากไม่มีการเตรียมรับมือในเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้จะส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ ดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่ว่าจะเป็น&#8230;แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน ปี 1556 ที่เมืองชานสี (Shannxi) ได้คร่าชีวิตผู้คนถึง 830,000 คน และต่อมาในปี 1920 ที่เมืองไห่หยวน (Haiyuan) มีผู้เสียชีวิต 200,000 คน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1923 ที่เมืองคันโต (Kanto) ตึกมากกว่า 2 ใน 5 ของประเทศได้พังทลายลงมาหลังการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          น่าสังเกตว่า ในอดีตความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งมีน้อย&#8230;ต่างจากในปัจจุบันที่มีความถี่มากขึ้น&#8230;ช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน เกิดแผ่นไหวรุนแรงถึง 3 ประเทศ ทั้งที่แต่ละประเทศตั้งอยู่คนละเปลือกโลก</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">          ประเด็นสนใจ แผ่นดินไหวทั้ง 3 ครั้ง&#8230;ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งยังไม่รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกของทั้ง 3 ประเทศที่รวมกันมากถึงเกือบ 100 ครั้ง และวัดความรุนแรงได้มากถึง 6.9 ริกเตอร์สเกล</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-1867" title="ภาพเจ้าหน้าที่กำลังกู้ซากปรักหักพังของตึก" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/taiwan-quake2.jpg" alt="" width="265" height="177" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;ริกเตอร์สเกล&#8221; ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้ง หมายถึงค่าความรุนแรงของคลื่นสั่นสะเทือนใต้พื้นดินก่อนการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งวัดได้จาก 0-10 ริกเตอร์สเกล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โดยปกติในระดับความรุนแรง 6.0-6.9 ริกเตอร์ เป็นระดับที่สามารถทำให้ตึกที่ไม่แข็งแรงพังลงมาได้ ในกรณีของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เฮติวัดได้ 7.0 ริกเตอร์&#8230;ที่ชิลีวัดได้ 8.8 ริกเตอร์ และล่าสุด&#8230;ที่ไต้หวันวัดได้ 6.4 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล เช่นเดียวกับในประเทศไทยเมื่อครั้งตอนเกิดสึนามิในปี 2547 วัดได้มากถึง 9.3 ริกเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความรุนแรงจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 7 ริกเตอร์&#8230;มีความรุนแรงมากขึ้นถึง 10 เท่า&#8230;นั่นหมายความว่าถ้าจาก 6 ริกเตอร์ไปเป็น 8 ริกเตอร์ ความรุนแรงจะเพิ่มมากถึง 100 เท่าทีเดียว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้&#8230;ความรุนแรงยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ความห่างไกลจากศูนย์กลางของการเกิดแผ่นไหว ที่ตั้งของประเทศ และลักษณะของสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเทศ ซึ่งความเสียหายจะรุนแรงมากที่สุดในประเทศที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประสบการณ์ด็อกเตอร์ด้านวิศวโยธาจากต่างประเทศ ทำให้ด็อกเตอร์โอ๋ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ลึกลงไปถึงแผ่นเปลือกโลกเพราะต้องออกแบบสร้างอาคารให้สามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้&#8230; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับประเทศไทย แม้ว่าไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของเปลือกโลก และถึงแม้จะมีประเทศเวียดนามตั้งอยู่ทางด้านขวา ประเทศพม่าทางด้านซ้าย และอินโดนีเซียทางตอนล่าง มาช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง&#8230;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทำให้พื้นที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงน้อยกว่าประเทศอื่นมาก แต่สังเกตได้ว่า&#8230;เมื่อก่อนที่เราเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย แต่ระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดแผ่นดินไหวไปแล้วหลายครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;คนที่อยู่ทางภาคเหนือ รวมถึงคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ คงได้สัมผัส&#8230;รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แม้ว่าจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในประเทศข้างเคียง แต่ก็ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศไทยได้เหมือนกัน&#8230;ถ้าไม่เตรียมพร้อมที่ดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกว่า อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีลักษณะเป็นห้องแถว หรือบ้านที่เป็นลักษณะสองชั้น&#8230;ส่วนใหญ่เป็นอาคารทรงเก่า ฉะนั้นถ้าเกิดการทรุดตัว อาคารทั้งหมดจะดึงกันให้ทรุดตัวลงไปอีก เนื่องจากมีกำแพงติดกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;อาคารสูงๆ&#8230;ก็จะมีลักษณะเหมือนอย่างในประเทศไต้หวัน เวลาที่ทรุดตัว จะเอียงหักลงมา&#8230;และทรุดตัว จะไม่หักลงมาทับกันเหมือนขนมชั้นหรือแพนเค้ก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เราต้องประเมินระดับความต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งต้องศึกษาหาวิธีปรับปรุงอาคารที่อ่อนแอทั้งแบบเก่า แบบที่สร้างใหม่&#8230;ให้มีความต้านทานแผ่นดินไหว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่ขาดไม่ได้&#8230;ควรเตรียมถุงยังชีพตั้งไว้จุดที่ใกล้ตัวที่สุด เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาหารแห้ง หรืออาหารกระป๋องที่เปิดได้เลย และเพื่อป้องกันล่วงหน้า ไม่ควรมีของแข็ง ของหนักแขวนไว้บนหัวเตียง หรือที่ ที่สามารถตกลงมาใส่ในร่างกายได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ บอกอีกว่า เราคงหนีความเสี่ยงเลี่ยงแผ่นดินไหวไม่พ้น อีกประเด็นที่ต้องรู้คือลักษณะพื้นดินที่อ่อน เป็นตะกอนดินร่วน&#8230;ซึ่งมีคุณสมบัติขยายคลื่นแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ทำให้ต้องประเมิน ศึกษาพื้นที่ที่เสี่ยงภัย&#8230;ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินร่วนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายสูง ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆจังหวัด โดยเฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง เพราะเป็นพื้นที่&#8230;ที่เป็นชั้นตะกอนดินร่วน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เมื่อวิเคราะห์หาเสถียรภาพของพื้นที่และโครงสร้างใต้ดินแล้ว ก็ควรสร้างอาคารที่รองรับแผ่นดินไหวได้ อย่างประเทศญี่ปุ่น พบว่า สถิติการเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวลดลงเนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารต่างๆพิถีพิถันมากขึ้นและมีการสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ข้อมูลข้างต้นเหล่านี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้&#8230;เราคงต้องยึดหลักตื่นตัว&#8230;ไม่ประมาท และไม่ตื่นกลัวมากจนเกินไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เหตุการณ์สึนามิที่เกิดกับประเทศไทยเมื่อปี 2547 สร้างความเสียหายเอาไว้มากมาย ผ่านมาถึงวันนี้&#8230;6 ปีแล้ว คงไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า&#8230;จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เมื่อไหร่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ในช่วงชีวิต เราอาจได้เห็นสึนามิมากกว่าหนึ่งครั้ง&#8230;เหมือนกับการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดห่างกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นในครั้งนี้ และชีวิตเราในชาตินี้ก็ไม่แน่ว่า&#8230;อาจจะได้สัมผัสถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศไทย&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด็อกเตอร์โอ๋ กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา : นสพ ไทยรัฐ วันที่ 8 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/earthquake/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;มั่งมี&#8221; รับตรุษจีน &#8220;ปีเสือ&#8221; 53</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 08:02:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[บรรพบุรุษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟองเต้าหู้)]]></category>
		<category><![CDATA[พุทราจีน]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[การไหว้]]></category>
		<category><![CDATA[รํารวย]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นเส้น]]></category>
		<category><![CDATA[สีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ไท้ส่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ทองเทียนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซินแส]]></category>
		<category><![CDATA[ปีเสือ2553]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำชา]]></category>
		<category><![CDATA[โชคลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อสาย]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหอม]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหูหนู]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าที่]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเจ้าโชคลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[Chúxì]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1367</guid>
		<description><![CDATA[เผยเคล็บลับเสริมโชคลาภ วาสนา ต้อนรับปีใหม่จีน 53  โดยซินแสตี่ลี่มือหนึ่งของเมืองไทยพร้อม สาระน่ารู้ กับประเพณีตรุษจีน ในปีเสือนี้ ที่จะทำให้คุณสมหวังดั่งปราถนา &#8230;&#8230;  
เรื่อง: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์
ภาพ: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
 
“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ”
 ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย 
 
            สวัสดีปีเสือ 2553 ครับ&#8230; เมื่อเข้าปีใหม่จีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="color: #000000;">เผยเคล็บลับเสริมโชคลาภ วาสนา ต้อนรับปีใหม่จีน 53  โดยซินแสตี่ลี่มือหนึ่งของเมืองไทยพร้อม สาระน่ารู้ กับประเพณีตรุษจีน ในปีเสือนี้ ที่จะทำให้คุณสมหวังดั่งปราถนา &#8230;&#8230;</span></strong><strong><span style="color: #000000;"> <span id="more-1367"></span></span></strong></span><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">เรื่อง: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์<br />
ภาพ: สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/chinauntitled_copy58.jpg"><span style="color: #000000;"> </span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/cai-cc.jpg"></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><strong>“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้</strong> <strong>ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ</strong><strong>”</strong><br />
<strong> </strong>ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย<strong> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00989.jpg"></a><strong><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009801.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-full wp-image-1382 aligncenter" title="ภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ ไซ่ซิ้งเอี้ย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009801.jpg" alt="" width="432" height="576" /></span></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">            สวัสดีปีเสือ 2553 ครับ&#8230; เมื่อเข้าปีใหม่จีน หรือที่เรียกรู้จักและเรียกกัน “ตรุษจีน” หลายๆ บ้าน ก็คงต้องนึกถึง “อั่งเปา” ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการที่คู่แต่งงานให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคน ในครอบครัว ต่างออกมาเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ เริ่มจากญาติๆ แล้วต่อด้วยเพื่อนบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">            นอกจาก “อั่งเปา” แล้ว ยังมีประเพณีที่สืบทอดกันมานานของคนเชื้อสายจีน คือการไหว้เจ้าวันตรุษจีน เป็นการไหว้ใหญ่ ที่คนจีนจะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในตัวบ้าน คือ “เจ้าที่” หรือ “ตี่จู้เอี๊ยะ” ก่อน จากนั้นจึงตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวงกลางแจ้งเพื่อไหว้ฟ้าดิน และที่สำคัญคือ “ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” หรือ “ไซ่ซิ้งเอี้ย” นั้นเอง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00980.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009741.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1384" title="โต๊ะเครื่องบวงสรวง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC009741-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">       สาเหตุที่ต้องไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เพราะว่าเริ่มต้นนาทีแรกของวันใหม่ ก็ต้องไหว้สิ่งที่เป็นมงคล เมื่อไหว้สิ่งที่เป็นมงคล แล้วต่อมาถึงไหว้เทพเจ้าแห่งลาภผลเงินทองเพื่อขอให้เงินทองไหลมาเทมา เกิดความร่ำรวย<br />
       อาจารย์ จิระ จิระเจริญเวศน์ ซินแสมือหนึ่งด้านตี่ลี่ฮวงจุ้ย แนะว่า ปี พ.ศ. 2553 ควรไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภด้วยกระดาษสีแดง หรือเทียนแดง โดยให้เน้นสีแดงที่ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็น “สีมงคล” ถ้าจะให้ส่งผลดี ควรบูชาด้วยหมูทองซึ่งเป็นความเชื่ออีกอย่างที่อาจารย์จิระได้แนะนำ เพราะว่าในปีเสือนี้ หมูคือสัตว์ที่ช่วยเสริมดวงกันจึงมีการนำหมูมาเป็นสัญลักษณ์ในการเสริมดวง </span></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">        การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ ตรงกับเช้ามืดของ <strong>วันอาทิตย์ที่ </strong><strong>14 กุมภาพันธ์ 2553 เริ่มทำพิธีได้ตั้งแต่เวลา 23:00 น.ของวันที่ 13 ล่วงไปจนถึง 2:00 น.ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์</strong>  แต่สำหรับคนที่อยู่ในประเทศจีนจะไหว้ประมาณเวลา 22:00 น.ของวันที่ 13 ล่วงไปจนถึง<strong> </strong>01:00 น.ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด โดยปีนี้องค์ไท้ส่วย จะเสด็จมาทาง <strong>ทิศตะวันออกเฉียงใต้ </strong>(ฤกษ์วันและเวลา จะเปลี่ยนไปทุกปีนะครับ ไม่ตรงกัน รวมถึงทิศที่องค์ไท้ส่วยจะเสด็จมาด้วย)  ดังนั้นคนไทยเชื้อสายจีน ที่อาศัยในผืนแผ่นดินไทย บางครอบครัวจะไหว้เวลาเดียวกับประเทศจีน</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00983.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1371" title="โต๊ะเครื่องบวงสรวง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/DSC00983-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">         สิ่งที่จะทำให้พิธีไหว้สมบูรณ์ก็คืออาหาร ก็อีกเช่นกันที่ อาหารที่ใช้จะเน้น “สีแดง” เช่น สาคูแดงต้มสุก,ขนมจันอับ,อาหารเจ(เจไฉ่ เช่น เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้),พุทราจีน,ข้าวสวย,น้ำ,น้ำชา,และ<strong>สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ส้ม</strong> ซึ่งอาหารทั้งหมดเป็นของมงคล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนพวกกระดาษที่ใช้ไหว้ ซึ่งโดยปกติ ชุดไหว้องค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย และ ไหว้เจ้าอื่น จะมีขายตามศาลเจ้าจีนทั่วไป หรือร้านขายพวกของมงคลของจีน  แต่ไหนๆ วันนี้ผมเอาเรื่องดีๆ มาฝากก็ขอเอามาแบบเต็มที่ไปเลยครับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ผมได้ไปขอความรู้เพิ่มเติมเรื่องกระดาษไหว้จาก คุณสุชีพ อภิศักดิ์สิริกุล เจ้าของร้านทองเทียนไทย ที่ได้ให้รายละเอียดของกระดาษไหว้เพิ่มเติมมาด้วย อาทิ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           การไหว้ส่งเจ้าขึ้น สวรรค์ ซึ่งจะไหว้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย จนกระทั่งเจ้าที่ และบรรพบุรุษที่ไหว้ในวันตรุษจีนเลย ซึ่งนอกจากส้ม และอาหารเจ ที่อาจารย์จิระได้แนะนำไปข้างต้น ก็ ยังมีกระดาษหลายชนิดอีก ผมเลย เก็บเอามาเป็นความรู้มาฝากกันครับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">(ดูคลิปวีดีโอ)<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/yVU8_V2qFm0&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/yVU8_V2qFm0&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/R4XBIDZJfjk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/R4XBIDZJfjk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></p>
<h4><span style="color: #000000;">           งานนี้ หวังว่า หลายคนคงเก็บความรู้ที่ผมเอาฝากให้ ไปใช้ และขอให้ทุกคน รวยๆ สุขภาพแข็งแรงกันทั่วหน้านะครับ</span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/china/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

