<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ประชาชน</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>มูล บุญมั่น &#8216;นายฝาย&#8217;แห่งบ้านน้ำปุก&#8217;ตำแหน่งที่ไม่มีค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ban-nam-pook/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ban-nam-pook/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 22:21:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านน้ำปุก]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีเลี้ยงผีขุนน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝายน้ำดั้น]]></category>
		<category><![CDATA[มูล บุญมั่นเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อ.ปง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[จ.พะเยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดักตะกอน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ต.ขุนควร]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมแซม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาเรื่องการแย่งชิงน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปางสี่]]></category>
		<category><![CDATA[ปางเก้า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าดอยผาช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นายฝาย]]></category>
		<category><![CDATA[นาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[แก่ฝาย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำปุก]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บกักน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าหน้าที่ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เขตรักษาพันธุ์สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[Ban Nam Pook.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2618</guid>
		<description><![CDATA[บ้านน้ำปุก หมู่ 1 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา อยู่ห่างจากตัวเมือง อ.ปงไปทางทิศตะวันออก 24 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่อาศัยและทำกินติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง โดยรอบหมู่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยสารพัดชนิด
            กล่าวสำหรับ &#8220;แม่น้ำปุก&#8221;ไหลผ่านทางตะวันออกของหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสายหลักที่ใช้เลี้ยงชีพและประกอบอาชีพเกษตรกรรมของประชาชนในหมู่บ้านกว่า 160 ครัวเรือน
          วันนี้ที่น้ำปุกมีเสียงตอกดังสนั่นป่าเมื่อตามเสียงไปจึงพบว่าเป็นการทำฝายไม้แบบดั้งเดิม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">บ้านน้ำปุก หมู่ 1 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา อยู่ห่างจากตัวเมือง อ.ปงไปทางทิศตะวันออก 24 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่อาศัยและทำกินติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง โดยรอบหมู่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยสารพัดชนิด<span id="more-2618"></span></span></h3>
<p><span style="color: #003366;"><span style="color: #000000;">          </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Ban-Nam-Pook..jpg"></a><span style="color: #000000;">  กล่าวสำหรับ &#8220;แม่น้ำปุก&#8221;ไหลผ่านทางตะวันออกของหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสายหลักที่ใช้เลี้ยงชีพและประกอบอาชีพเกษตรกรรมของประชาชนในหมู่บ้านกว่า 160 ครัวเรือน</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วันนี้ที่น้ำปุกมีเสียงตอกดังสนั่นป่าเมื่อตามเสียงไปจึงพบว่าเป็นการทำฝายไม้แบบดั้งเดิม ปัจจุบันพบน้อยมาก ปัญหาเรื่องการแย่งชิงน้ำในปัจจุบันจะพบเห็นในหลายพื้นที่ ด้วยสาเหตุสำคัญเพราะปริมาณน้ำที่มีน้อยลงทุกปีโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ศึกชิงน้ำจะเกิดประจำ เหตุที่น้ำเหลือน้อยลงในทุกแม่น้ำส่วนใหญ่มาจากป่าต้นน้ำหายไป และผู้ใช้น้ำบริหารน้ำไม่มีระบบ หรือมือใครยาวสาวได้สาวเอา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ดังนั้น ทางภาคเหนือจึงมีบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ทรงภูมิด้านการจัดการน้ำหรือ การแบ่งสัดส่วนการใช้น้ำแก่ผู้ใช้น้ำในหมู่บ้านหรือพื้นที่ของตนเองได้อย่างลงตัวโดยไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ คือ &#8220;แก่ฝาย&#8221;หรือ &#8220;นายฝาย&#8221; แต่ละหมู่บ้านจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DisplayImage.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-full wp-image-2617" title="ภาพนายมูล บุญมั่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/DisplayImage.jpg" alt="" width="200" height="284" /></span></a><span style="color: #000000;">          มูล บุญมั่นเป็น &#8220;แก่ฝาย&#8221;หรือ&#8221;นายฝาย&#8221;แห่งบ้านน้ำปุก อายุ 56 ปี กล่าวว่าแม่น้ำปุกคือแม่น้ำสายหลักของชาวน้ำปุกการรักษาแม่น้ำปุกเพื่อใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าสูงสุด คือหน้าที่สำคัญต้องร่วมแรงร่วมใจกันดูแล  ดังนั้น ทุกปีคนน้ำปุกจะร่วมกันตีฝายน้ำปุก เพื่อให้เก็บกักน้ำ ดักตะกอน ชะลอน้ำ ให้ผืนป่าใกล้เคียงชุ่มชื้น โดยใช้ไม้ทำเป็นหลักหลายขนาดตอกลงไปในน้ำและยึดให้แน่นเป็นแผงขวางตลอดแนวลำน้ำประมาณ 50 เมตร (ขึ้นอยู่กับความกว้างของลำน้ำ) ยาวประมาณ 25 เมตร</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ประมาณเดือนมีนาคมทุกปี หรือช่วงก่อนที่น้ำจะมา จะมีล่ามฝายทำหน้าที่แจ้งทุกครัวเรือนส่งตัวแทนเข้าร่วมตีฝาย หากครัวเรือนใดที่ไม่ส่งตัวแทนมาจะเสียค่าปรับวันละ 200 บาท แต่ละครั้งการตีฝายจะทำเพื่อซ่อมแซมฝายส่วนที่เสียหายจากน้ำพัดในปีที่ผ่านมา จะเสียหายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงน้ำ หากปีไหนที่ฝายเสียหายมากจะต้องใช้เวลาตีฝายประมาณ 5-7 วัน หากเสียหายน้อย 1-2 วัน ก็เสร็จ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;การตีฝายเกิดขึ้นเพราะทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ตั้งแต่เด็ก ผู้นำ ประชาชน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของดอยผาช้างซึ่งเป็นลูกหลานในหมู่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่เป็นตัวแทนหมู่บ้าน ร่วมกันคนละไม้ละมือเมื่อถึงเวลาตีฝายเสร็จแล้วทุกคนจะได้ใช้น้ำร่วมกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ฝายที่ตีเสร็จเรียบร้อยจะทำให้พื้นที่หน้าฝายมีการกักเก็บน้ำได้มากขึ้น จากนั้นน้ำจะถูกผันไปใช้ในท้องที่การเกษตร คือ นาข้าวที่มีมากถึง 500 ไร่ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาจะใช้น้ำประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน(ปางเก้า) และทำนาเสร็จในเดือนธันวาคม(ปางสี่) พวกเราผู้ใช้น้ำจะมีการทำพิธีเลี้ยงผีขุนน้ำขอใช้น้ำตอนปางเก้า และขอบคุณหลังใช้น้ำตอนปางสี่</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มูลกล่าวอีกว่า การตีฝายเพื่อซ่อมแซมหรือเลี้ยงผีขุนน้ำแม่น้ำปุก คือสิ่งที่สื่อให้เห็นว่าคนน้ำปุกมีความรักษ์ป่า รักษ์น้ำ โดยยึดความสามัคคีเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ฝายน้ำปุกแห่งนี้ เรียกกันตามภาษาพื้นบ้านว่า &#8220;ฝายน้ำดั้น&#8221; อายุฝายลูกนี้ ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเล่าให้ฟังสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันคาดว่าเกือบ 200 ปี ครั้งแรกทำฝายมีครัวเรือน 5-6 หลังเท่านั้นก่อนที่ทางการจะประกาศให้เป็นหมู่บ้านแต่นั้นมาชาวบ้านได้ตีฝายซ่อมฝายทุกปีจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="color: #003366;"><span style="color: #000000;">          &#8220;ฝายน้ำปุกมีความสำคัญต่อคนในหมู่บ้านอย่างมาก ดังนั้น ชาวบ้านที่มีพื้นที่มากใช้น้ำมากต้องนำหลักไม้มามาก แต่รายที่มีน้อยก็นำหลักไม้มาน้อยโดยยึดจำนวนไร่ของที่ทำกินเป็นหลักเช่น ไม้หลักใหญ่ยาว 100 ซม. ไร่ละ 5 อัน ไม้หลักเล็กยาว 30 ซม. ไร่ละ 80 อันและ ไม้ตีขวางยาว 100 ซม.ไร่ละ 15 อัน และดินหรือหิน 3 ถัง (ครึ่งกระสอบฟาง) ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลยเพราะชาวบ้านช่วยกันหามาได้เอง แต่หากปีไหนที่ฝายเสียหายหนัก อบต.ก็ออกมาช่วยซ่อมให้ โดยมีงบประมาณหรือเครื่องจักรกลช่วยทุ่นแรงชาวบ้านและจากนั้นมาทุกปี เมื่อถึงเวลาซ่อมฝายพวกผม ซึ่งเป็น ส.อบต. และ นายกอบต.จะลงมาร่วมทำกิจกรรมกับชาวบ้านตลอด&#8221;</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/ShowPicture.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2619" title="ภาพชาวบ้านช่วยกันทำฝาย" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/ShowPicture-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนการทำหน้าที่ &#8220;แก่ฝ่าย&#8221; หรือ&#8221;นายฝาย&#8221; เป็นตำแหน่งที่ต้องเสียสละอดทน และมีไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับการจัดการน้ำให้ได้ตลอดเวลา และเป็นงานที่ไม่มีค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ถึงไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ผมก็เต็มใจนะ เพราะว่าเป็นความไว้วางใจและให้เกียรติเราจากคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่ใครจะเป็นได้ง่ายๆ ต้องได้รับการยอมรับและมีความรู้เรื่องการจัดการน้ำ การแบ่งน้ำให้กับคนใช้ได้อย่างดี รวมถึงแก้ปัญหาพิพาทเรื่องน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีด้วย การทำงานตรงนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินแต่อยู่ที่ความสุขกับการได้อยู่กับผืนป่ามีน้ำใช้ตลอดปี และชุมชนมีความสามัคคี ร่วมกันทำนุบำรุงฝายคือกิจกรรมที่ยึดเหนี่ยวคนน้ำปุกด้วยดีเสมอมา&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;">         </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> <!--more--></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/ban-nam-pook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันเถื่อน-ปลอม-ใช้แล้วอันตราย&#8230;อย่าเล่นกับไฟ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/oil/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/oil/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 18:03:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อค้ารายย่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[รมว.พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[สตช.]]></category>
		<category><![CDATA[จ.สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[จรวดอาร์พีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ด่านตรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[คนร้ายยิง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปั๊มเติมน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ป้ายทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันหล่อลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เขตทุ่งครุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2320</guid>
		<description><![CDATA[เหตุการณ์คนร้ายลอบใช้จรวดอาร์พีจียิงถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทยเ(แทปไลน์) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เลยทำให้นึกถึงน้ำมันขึ้นมาทันที อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุไวไฟ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความระทึกให้กับผู้อยู่ใกล้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่หนุ่มสาวไวไฟ (ฮา) แต่เรื่องที่ไม่ฮา เป็นเรื่องของน้ำมันที่ทำให้ชาวบ้านเกือบเอาชีวิตไม่รอด
          เรื่องแรก ตำรวจงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 161/2553 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2553 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">เหตุการณ์คนร้ายลอบใช้จรวดอาร์พีจียิงถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทยเ(แทปไลน์) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เลยทำให้นึกถึงน้ำมันขึ้นมาทันที อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุไวไฟ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความระทึกให้กับผู้อยู่ใกล้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่หนุ่มสาวไวไฟ (ฮา) แต่เรื่องที่ไม่ฮา เป็นเรื่องของน้ำมันที่ทำให้ชาวบ้านเกือบเอาชีวิตไม่รอด<span id="more-2320"></span></span></h3>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Oil.jpg"></a><span style="color: #000000;">          เรื่องแรก ตำรวจงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 161/2553 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2553 ตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 215/8 หมู่ 3 แขวงทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะกทม.</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์พนักงานสืบสวนกองปราบฯ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการและการข่าวที่ 1 ชุดเฉพาะกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)มีภารกิจหลักคือสืบสวนตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงทุกกรณี นำชุดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/65719.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2322" title="ภาพรถขนน้ำมันกำลังเทน้ำมันลงในทังน้ำมัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/65719-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พบนายบุญลือ คงศรี อายุ 35 ปี และ น.ส.คารคิดบุตระ อายุ 38 ปี เป็นผู้ดูแลสถานที่ ผลการตรวจค้นพบน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย (น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้ว) บรรจุอยู่ในถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 700 ถัง มีน้ำมันหล่อลื่นบรรจุอยู่รวมประมาณ 1.4 แสนลิตรราคาประเมินถังละ 1,200 บาท รวมมูลค่า 8.4 แสนบาท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งสองคนยอมรับว่า น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้ว เป็นของนายประกิจ อมรเจริญ จดทะเบียนการค้าเศรษฐภัณฑ์ เลขที่ 187/81-82 ซ.พุทธบูชา 41 ถนนพุทธบูชา</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันมี น.ส.วราภรณ์ มาตรา อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ มาแสดงตัวต่อตำรวจชุดตรวจค้นว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง เธอยอมรับว่าไม่มีใบอนุญาตให้มีไว้ครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 (วอ.8) ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย  พ.ศ. 2535 และใบอนุญาตประเภทกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 จึงถูกแจ้งข้อหาหลายกระทง โทษจำคุกไม่เกิน2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขั้นตอนการจับกุม พ.ต.ท.ธราดล เล่าว่า สืบทราบว่ามีการเก็บน้ำมันใช้แล้วอยู่จริง จึงแจ้ง พ.ต.อ.นรศักดิ์เหมนิธิ รองผู้บังคับการกองปราบฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการก่อนนำกำลังจับกุม</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/vofoy20080520093226.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2323" title="ภาพถังน้ำมันบรรจุน้ำมันใช้แล้วเต็มถัง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/vofoy20080520093226-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          สำหรับผู้เก็บน้ำมันใช้แล้ว ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เชื้อเพลิง ซึ่งกำหนดว่า น้ำมันชนิดไหนเก็บได้จำนวนเท่าไร ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของชุมชน เพราะหากเกิดการรั่วไหลก็เป็นมลภาวะต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว ทั้งต่อระบบทางเดินหายใจและร่างกาย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ดังนั้น ภาครัฐจะมองว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นวัตถุอันตราย เช่น แบตเตอรี่เก่า หรือน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว การเก็บต้องขออนุญาตและเก็บรักษาให้ดีพร้อมต้องตรวจสอบไม่ให้นำไปใช้ซ้ำเพราะเสี่ยงต่อการปลอมปน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คดีที่ฮือฮาเพิ่งเกิดมาไม่กี่วันนี้เอง เมื่อมีคนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใส่ถังน้ำมันของคลังน้ำมันบริษัทแทปไลน์นั่นเอง เสียวสันหลังวาบ หากผนังเก็บน้ำมันมีความหนาไม่เพียงพอ ระเบิดทะลุเข้าไปถึงน้ำมันอาจจะเกิดการระเบิดของเปลวเพลิงครั้งใหญ่ การจับคนที่ยิงอาร์พีจีก็คงเป็นไปได้ยาก คงจะถูกลวกสยองคากองเพลิงไปด้วยเป็นแน่แท้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ช่างฮึกเหิมไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ลงมือระหว่างที่มีการประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 เสียด้วย การปฏิบัติการครั้งนั้นจรวดอาร์พีจียิงไปโดนถังน้ำมัน 1 ถัง จาก 4 ถังแต่ละถังมีความจุ 20 ล้านลิตร แต่ถังที่โดนระเบิดมีน้ำมันเหลืออยู่ครึ่งเดียว ทำให้น้ำมันไหลรั่ว 3 หมื่นลิตรและเกิดเพลิงลุกไหม้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงถึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นประเมินความเสียหายจากน้ำมันที่รั่วไหลและค่าซ่อมแซม ประมาณ 2 ล้านบาท ใช้เวลาซ่อมแซม60 วัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วัวหายล้อมคอกทันที นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน สั่งการให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเรียกประชุมผู้ประกอบการคลังน้ำมัน 80 แห่ง คลังก๊าซ 30 แห่งทั่วประเทศมาหารือ และเตรียมความพร้อมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นเพราะไม่ทราบว่าคนร้ายจะก่อเหตุเมื่อไหร่อีก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อีกทั้งยังประสานงานไปยัง สตช. เพื่อขอความร่วมมือให้จัดตำรวจมาอารักขาความปลอดภัยบริเวณรอบนอกคลังน้ำมัน หรือให้ตั้งด่านตรวจบางจุดในถนนรอบเขตปริมณฑลที่เป็นที่ตั้งคลังน้ำมัน โดยคลัง</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/picture_123255114482.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2327" title="ภาพถังบรรจุน้ำมันของเครื่องยนต์" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/picture_123255114482-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          น้ำมันบางแห่งอาจจะต้องขอตำรวจเข้าไปรักษาความปลอดภัยด้วย </span></span><span style="color: #000000;">อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันแต่กระทบกับเศรษฐกิจอันฝืดเคืองของประเทศโดยตรง มีข้อมูลจากหาดใหญ่โพลล์ ของมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สำรวจความเห็นประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ พบว่าคนใต้ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับราคาน้ำมันแพงเป็นอันดับหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีการซื้อหา &#8220;น้ำมันเถื่อน&#8221; กันเอิกเกริกสาเหตุหลักส่วนต่างของราคาน้ำมันเถื่อนถูกกว่าน้ำมันในตลาดถึงลิตรละ 10-15 บาท เส้นทางการลักลอบเริ่มต้นจากมาเลเซีย หากขนกันทางบกจะมีจุดที่พบบ่อย 2 จุด คือ ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลาและด่านวังประจัน จ.สตูล ทั้งสองด่านนี้มีการลักลอบนำน้ำมันเข้ามาจำหน่ายประมาณ 2-3 หมื่นลิตรต่อวัน</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          วิธีของพ่อค้ารายย่อยจะใช้รถยนต์ส่วนตัวและดัดแปลงตัวถังบรรจุน้ำมันเพื่อให้สามารถเติมน้ำมันได้เพิ่มจากถังขนาดปกติที่ติดมากับรถประมาณ 100-200 ลิตร คนทำมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ 500-1,000 บาทต่อวัน ทำให้พ่อค้ารายย่อยจำนวนมากหันมาลักลอบนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายเพิ่มขึ้นกว่า 300-400 ราย</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/2009-10-22_006.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2324" title="ภาพเรือบรรทุกน้ำมันเต็มไปด้วยถังน้ำมัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/2009-10-22_006-300x194.jpg" alt="" width="300" height="194" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ตำรวจพบอีกว่ามีวิธีตบตาใหม่ๆ เช่น นำป้ายทะเบียนปลอมมาใส่ และพ่นสีรถใหม่เพื่อหลอกไม่ให้จับได้ ใน อ.สะเดา นั้นแสบไม่ใช่เล่น ผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายย่อยในพื้นที่มีประมาณ 10 ราย แต่ละรายจะลงทุนซื้อรถป้ายแดงมาดัดแปลงถังน้ำมัน เพื่อให้เติมน้ำมันได้ครั้งละมากๆ โดยความจุจะอยู่ที่ประมาณ 900-1,000 ลิตร</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สถานีบริการน้ำมันเถื่อนจะว่าจ้างคนขับรถวันละ1,500-2,000 บาท ขับเข้าออกวันละ 2 เที่ยวต่อวัน ก่อนจะส่งขายต่อพ่อค้าคนกลางและปั๊มหลอด หากเป็นปั๊มหลอดขายลิตรละ 24-25 บาท ถ้าพ่อค้าคนกลางลิตรละ26-27 บาท เพื่อนำไปขายต่อให้ลูกค้าในราคาลิตรละ30-31 บาท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่แสบทรวงก็คือ มีวิธีการตบตาเจ้าหน้าที่โดยปรับแต่งเข็มวัดน้ำมัน เพื่อรองรับการเติมน้ำมันเต็มถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเข็มวัดน้ำมันจะแสดงว่ามีการเติมน้ำมันไม่เต็มถัง แม้น้ำมันจะเต็มความจุแล้วก็ตามเจ้าหน้าที่ก็มักจะปล่อยผ่าน เพราะดูจากเข็มวัดน้ำมันเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ลือกันอีกว่า พ่อค้าน้ำมันยังจ่ายใต้โต๊ะให้แก่ปั๊มน้ำมันในฝั่งมาเลเซียเพื่อให้ปั๊มเติมน้ำมันในปริมาณเท่าไรก็ได้ แต่หากไม่จ่าย ทางปั๊มจะเติมให้แค่ 70-80 ลิตรเท่านั้น ค่าใช้จ่ายใต้โต๊ะก็อยู่ที่ 3 หมื่นบาท/เดือน หากวิ่งเข้าออกได้วันละ 2 เที่ยว แต่ละเที่ยวจะนำน้ำมันออกมาได้ประมาณ 900-1,000 ลิตร/วัน รายได้มหาศาลแบบนี้ถึงกล้าได้กล้าเสีย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">  <strong>        อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐต้องปรับตัวให้รู้เท่าทันกลโกงของแก๊งค้าน้ำมันเถื่อน เพราะหากรอดหูรอดตาไปมากเท่าไหร่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจเสียเอง ก็จะทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตจำนวนมหาศาลในแต่ละปีมากเท่านั้น!!! </strong><strong> เจ้าหน้าที่รัฐต้องปรับตัวให้รู้เท่าทันกลโกงของแก๊งค้าน้ำมันเถื่อนเพราะหากรอดหูรอดตาไปมากเท่าไหร่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจเสียเองก็จะทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตจำนวนมหาศาลในแต่ละปีมากเท่านั้น&#8211;จบ&#8211;</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/oil/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนไทยเครียดเพิ่ม37% หลังเหตุปะทะ10 เมษายน 53</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 May 2010 16:17:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สวดมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลาะวิวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2255</guid>
		<description><![CDATA[กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว 
     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">กรมสุขภาพจิต เผย คนไทยเครียดเพิ่มขึ้น หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 พุ่งสูงกว่า 37% แล้ว </span></span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/Strain.jpg"></a><span style="color: #000000;"><span id="more-2255"></span></span></strong></span><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่กรมสุขภาพจิต ดำเนินการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสุ่มสำรวจประชาชน 4 ภาค ภาคละ 200 คน และในกรุงเทพฯ อีก 200 คน เริ่มสำรวจก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 1 ครั้ง และหลังจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. อีก 3 ครั้ง โดยจากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า ภาพรวมทั้งประเทศ มีอารมณ์ร่วมทางการเมืองอยู่ในขั้นรุนแรงร้อยละ 25-30 แต่ที่น่าห่วงมากที่สุด คือ ผลสำรวจเฉพาะประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะมีระดับอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงสูงกว่าทุกภาค และสูงมากที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา คือ สูงถึงร้อยละ 37 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก นับเป็นภาวะวิกฤติของสุขภาพจิตประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะการที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงจะส่งผลต่อระดับความเครียด จิตใจว้าวุ่น นอนไม่หลับ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น เช่น เกิดการโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท และเมื่อพบกับผู้ที่มีความเห็นต่างกัน มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงสูง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2261" title="ภาพผู้ชายใช้มือกุมขมับนั่งเครียดที่โต๊ะทำงาน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/15-01.jpg" alt="" width="173" height="193" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">     น.พ.ยงยุทธ กล่าวต่อไปว่า หากพบว่า มีอาการกังวลต่อปัญหาบ้านเมือง ต้องคอยติดตามข่าวสารตลอด ชอบชวนคุยเรื่องการเมือง แสดงว่า มีอารมณ์ทางการเมืองเข้าขั้นรุนแรง 1.ควรบริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่ควรติดตามข่าวสารติดต่อกันเป็นเวลานาน 2.ลดการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ นำเสนอข่าวด้านเดียว 3.หาวิธีการลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ ทำสมาธิ เป็นต้น ในส่วนครอบครัวและชุมชนก็เป็นอีกส่วนที่จะช่วยลดอารมณ์ผู้ที่มีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงด้วยการรับฟัง ชื่นชม ห่วงใย และให้คำแนะนำ ขณะที่เครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ต ควรลดความรุนแรงใน<br />
การแสดงอารมณ์ และความคิดเห็นลงด้วย</span></p>
<div><span style="color: #000000;">สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิก)</span></div>
<div><a href="http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10"><span style="color: #000000;">http://www.dmh.go.th/video/flv.asp?fvideo=advisor_y.flv&amp;id=10</span></a></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/rad.jpg"></a></span></div>
<div><span style="color: #000000;"> </span></div>
<div><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.มติชน 30   เมษายน   2553</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/strain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สื่อรวมตัว วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mass-media/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mass-media/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 May 2010 15:26:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[3 พฤษภาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรวิชาชีพสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Mass media]]></category>
		<category><![CDATA[World Press Freedom Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2249</guid>
		<description><![CDATA[องค์กรวิชาชีพสื่อ รวมตัวกันเสวนาและอ่านแถลงการณ์เสรีภาพสื่อมวลชนโลก


3 พ.ค. 53 : องค์กรวิชาชีพสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และองค์กรวิชาชีพสื่อต่างๆ จึงได้นัดรวมตัวกันที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่ออ่านแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกและร่วมเสวนา &#8220;สื่อเสรีร่วมสร้างสันติภาพ&#8221;ตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันนี้
วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก หรือ World [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #003300;">องค์กรวิชาชีพสื่อ </span><span style="color: #003300;">รวมตัวกันเสวนาและอ่านแถลงการณ์เสรีภาพสื่อมวลชนโลก</span><strong><span id="more-2249"></span></strong><br />
<a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/mass-media.jpg"></a></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/phpThumb_generated_thumbnailjpg.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2251" title="ภาพเยาวชนยืนถือป้าย วันเสรีภาพสื่อมวลชน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/phpThumb_generated_thumbnailjpg.jpg" alt="" width="290" height="210" /></a><br />
<span style="color: #333300;">3 พ.ค. 53 : องค์กรวิชาชีพสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และองค์กรวิชาชีพสื่อต่างๆ จึงได้นัดรวมตัวกันที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่ออ่านแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกและร่วมเสวนา &#8220;สื่อเสรีร่วมสร้างสันติภาพ&#8221;ตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันนี้</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/untitled.bmp"><span style="color: #333300;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2252" title="ภาพสื่อมวลชนนั่งฟังสัมนา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/05/untitled.bmp" alt="" /></span></a></p>
<p>วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก หรือ World Press Freedom Day ซึ่งเป็นวันที่เน้นย้ำเจตนารมณ์ และหลักการพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก คือ เสรีภาพในการแสดงออก ให้ประชาชนของทุกประเทศได้ร่วมกันให้ความสำคัญกับการที่สื่อมวลชนจะต้องมีเสรีภาพ ซึ่งย่อมหมายถึงการที่ประชาชน จะมีเสรีภาพด้วย</p>
<p>สำหรับประวัติ วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ถือกำเนิด เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก</p>
<p><span style="color: #333300;">วันดังกล่าวเป็นวาระที่ประเทศต่าง ๆ รัฐบาล ประชาชน และสื่อมวลชน จะได้ร่วมกันปลุกจิตสำนึก พิจารณาและพัฒนาข้อคิดข้อเสนอต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน ทั้งยังเป็นโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมกันเฉลิมฉลองและประเมินสถานการณ์ของเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน<!--more--></span></p>
<p><span style="color: #333300;"> ที่มา : TNNThailand.com<!--attapon--><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mass-media/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงห่วงใยพสกนิกร ปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 09:19:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สวน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[นา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2039</guid>
		<description><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ประสบปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน เริ่มดำเนินการทำฝนหลวงแล้ว&#8230;
          นายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ทรงรับสั่งกับกองงานส่วนพระองค์ ให้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปีนี้มีความชื้นน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญการทำฝนหลวง ในระยะแรกจะแก้ปัญหามลภาวะของจังหวัดเชียงราย และพะเยาก่อน หลังจากนั้นจะย้ายไปดำเนินการทางตอนล่างของภาคเหนือ
    
          นายสุพัฒน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ประสบปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน เริ่มดำเนินการทำฝนหลวงแล้ว&#8230;<span id="more-2039"></span></span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/70509.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2041" title="ภาพชาวนาแบกกระสอบบนคันนา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/70509.jpg" alt="" width="420" height="252" /></span></a><span style="color: #000000;"><!--more--></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          นายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งปัญหามลพิษหมอกควันและภัยแล้ง ทรงรับสั่งกับกองงานส่วนพระองค์ ให้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปีนี้มีความชื้นน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญการทำฝนหลวง ในระยะแรกจะแก้ปัญหามลภาวะของจังหวัดเชียงราย และพะเยาก่อน หลังจากนั้นจะย้ายไปดำเนินการทางตอนล่างของภาคเหนือ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/c127309.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2044" title="ภาพหมอกควันที่หนาจัดจนมองข้างหน้าแทบไม่เห็น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/c127309.jpg" alt="" width="400" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">    </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควมคุมมลพิษ กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า มีปริมาณฝุ่นสูงถึง 278.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพประชาชน และจากการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง พบจำนวนจุความร้อนสะสมสูงสุด 616 จุด ที่เชียงใหม่ รองลงมาคือ น่าน และลำปาง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ได้จัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เข้าไปตรวจวัดคุณภาพอากาศในพม่าและลาว พร้อมแจ้งที่ประชุมคณะทำงานอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงให้สมาชิก ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เฝ้าระวังและควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้งนี้</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          ด้านนายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ได้เชิญผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหารือถึงวาระเร่งด่วน และรับทราบพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ทรงห่วงปัญหาการขาดแคลนน้ำ และการขาดแคลนอาหาร ซึ่งตนเองได้เข้าร่วมหารือด้วย พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ แก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด เข้าไปตรวจสอบจำนวนพื้นที่ประสบภัยแล้ง รวมทั้งด้านปศุสัตว์และประมงในทุกจังหวัด โดยเบื้องต้นให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ทันที ทั้งนี้จะจัดประชุมในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือตามแผนงานของกระทรวงและรัฐบาลต่อไป</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/495_1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-2043" title="ภาพชาวนาขี่เรือในแม่น้ำที่แห้งขอดเหลือน้ำเพียงแค่ที่ก้นแม่น้ำ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/495_1.jpg" alt="" width="349" height="243" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดโครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ แก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นให้สร้างฝายกั้นน้ำแบบง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น โดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ และใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นแรงงานหลักในการก่อสร้าง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเจ้าหน้าที่ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ทำการก่อสร้างฝายขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว จำนวน 30 ฝาย จากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ 282 ฝาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้านนายบุญสนอง สุชาติพงศ์ โฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยภัยแล้งและขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน กรมชลประทานได้เตรียมแผนช่วยเหลือไว้ 39 จังหวัด ขณะนี้จัดส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่นอกเขตชลประทานในภาคเหนือรวม 15 จังหวัด จำนวน 231 เครื่อง ภาคอีสาน 10 จังหวัด จำนวน 215 เครื่อง ภาคกลาง 11 จังหวัด จำนวน 116 เครื่อง และภาคใต้ 3 จำนวน 33 เครื่อง รวม 39 จังหวัด 595 เครื่อง สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถไปร้องขอได้ที่ อบต. อบจ. นายอำเภอ ชลประทานจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ได้ทั้งหมดกว่า 30 หน่วยงาน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ขณะที่นายวันชัย สุทธิวรชัย ผวจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งแล้ว 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ภูเขียว อ.บ้านแท่น อ.บ้านเขว้า และ อ.เมืองชัยภูมิ บางส่วน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณกว่า 2 พันครัวเรือน จำนวนกว่า 9 พันคน ส่วนใหญ่เป็นการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำการเกษตรบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกข้าวนาปรัง บางส่วนต้นข้าวเริ่มยืนต้นแห้งตายแล้วกว่า 2 พันไร่ สำหรับการช่วยเหลือ ได้มอบหมายให้ทางอำเภอต่างๆ เบิกจ่ายเงินช่วยผู้ประสบภัยแล้งอำเภอละ 1 ล้านบาท ส่วนที่เกินนั้นได้เร่งให้ทำเรื่องมาเบิกเงินกับทางจังหวัด เพื่อขุดลอกคูคลองให้น้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทางด้านนายวันชัย สุทิน ผวจ.กำแพงเพชร กล่าวว่า จังหวัดได้เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยสั่งการให้ทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง พร้อมจัดน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ครัวเรือนในทุกอำเภอ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรได้ประสานไปยังโครงการชลประทานจังหวัดและทุกหน่วยงานของชลประทานที่อยู่ในทุกพื้นที่ให้จัดสรรน้ำแก่เกษตรกรให้เพียงพอ และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้ง  นอกจากเตรียมการเรื่องของการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการเกิดไฟป่าโดยให้หมั่นตรวจสอบบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าเพื่อทันต่อการปฏิบัติหน้าที่</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.ไทยรัฐ วันที่ 13 มีนาคม 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/drought/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลุกจิตสาธารณะเพื่อสังคมเข้มแข็ง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 07:45:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ชายทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การบุกรุก]]></category>
		<category><![CDATA[การมีส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[การธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[ลำคลอง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สารสนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนตน]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสำนึก]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดินสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้ ภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1990</guid>
		<description><![CDATA[ที่ประเทศเกาหลีใต้มียุทธวิธีอย่างไรถึงได้พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เป็นคำตอบก็คือเขาฝึกให้พลเมืองโดยเฉพาะเยาวชนมีจิตสาธารณะ มีวินัยและมีความเป็นชาตินิยมสูง นั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ประเทศไทยเองก็เป็นห่วงและมีนโยบายหลายอย่างเพื่อปลุกจิตอาสาให้เกิดแก่คนไทยให้หวงแหนทรัพย์สมบัติของชาติและส่วนรวมเพื่อหล่อเลี้ยงสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้นประชาชนเข้มแข็ง ชาติแข็งแกร่ง&#8230;
          ประสาท พงษ์ศิวาภัยกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ ครอบคลุมกว้างขวาง ตั้งแต่ป่าไม้ ภูเขาชายทะเล แม่น้ำลำคลอง หรือที่ดินสาธารณะ การบุกรุก ครอบครองสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนาน การปราบปรามจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะมันมีมากมายมหาศาลทั่วประเทศ ดังนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">ที่ประเทศเกาหลีใต้มียุทธวิธีอย่างไรถึงได้พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เป็นคำตอบก็คือเขาฝึกให้พลเมืองโดยเฉพาะเยาวชนมีจิตสาธารณะ มีวินัยและมีความเป็นชาตินิยมสูง นั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ประเทศไทยเองก็เป็นห่วงและมีนโยบายหลายอย่างเพื่อปลุกจิตอาสาให้เกิดแก่คนไทยให้หวงแหนทรัพย์สมบัติของชาติและส่วนรวมเพื่อหล่อเลี้ยงสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้นประชาชนเข้มแข็ง ชาติแข็งแกร่ง&#8230;<span id="more-1990"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">   </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/Mental-public-alarm..jpg"></a><span style="color: #000000;">      </span><span style="color: #003300;"><span style="color: #000000;"> ประสาท พงษ์ศิวาภัยกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ ครอบคลุมกว้างขวาง ตั้งแต่ป่าไม้ ภูเขาชายทะเล แม่น้ำลำคลอง หรือที่ดินสาธารณะ การบุกรุก ครอบครองสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนาน การปราบปรามจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะมันมีมากมายมหาศาลทั่วประเทศ ดังนั้น ป.ป.ช. จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขึ้นเมื่อปี 2552 เพื่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ การเมืองเอกชน และประชาชน ช่วยรักษาสมบัติชาติ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/lunch4.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2026" title="ภาพเด็กและเยาวชนไทยแถบชนบท" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/03/lunch4.jpg" alt="" width="663" height="216" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          1.สร้างจิตสาธารณะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีความคิดว่าสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คือสมบัติของทุกคน ประชาชนทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ในการคัดค้าน แจ้งเบาะแส ร้องเรียน และฟ้องร้อง เมื่อเห็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณสมบัติของชาติ การส่งเสริมให้บุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อน เกิดจิตสำนึก และว่ากล่าวตักเตือนทักท้วงเมื่อมีการทำลายสาธารณสมบัติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.การเสริมสร้างเครือข่ายสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบการจัดตั้งกันเองโดยประชาชนในชุมชนเดียวกัน หรือจัดตั้งจากการดำเนินงานของภาครัฐหรือเอกชน มีการวางระเบียบแบบแผนที่ชัดเจนเพื่อเป็นพลังในการปกป้องสาธารณสมบัติของชาติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.การเข้ามีส่วนร่วมในการพิทักษ์สาธารณสมบัติด้วยวิธีต่างๆ เช่น การหยิบเอาภูมิปัญญาชาวบ้านด้านวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม หรือความเชื่อของชุมชนท้องถิ่นมาปรับประยุกต์ใช้เป็นกุศโลบายพิทักษ์สาธารณสมบัติของแผ่นดิน</span></p>
<p><span style="color: #003300;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #000000;"> วิธีการ</span></strong></span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          1.การสร้างคน สร้างเครือข่ายที่ชัดเจน-โครงการประชาศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ มีการสร้างเครือข่าย ด้วยการสัมมนาแกนนำประชาชนป้องกันการทุจริต ที่เป็นตัวแทนอำเภอละ 2 คน ใน 75 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน ในการคัดเลือกแกนนำประชาชน และเป็นหน่วยบริหารโครงการในการดำเนินกิจกรรมของแกนนำเครือข่ายประชาชนที่ผ่านการสัมมนา และได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งสนับสนุนจากสำนักงานป.ป.ช.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          2.การเผยแพร่ความรู้ทางสังคม- การอบรมความรู้เกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แลกเปลี่ยนประสบการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต ให้กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการพนักงานท้องถิ่น การร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          3.การเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆการจัดทำฐานข้อมูลเครือข่าย การสนับสนุนกิจกรรม และการจัดทำจดหมายข่าว เพื่อเผยแพร่กฎหมาย ระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. การเผยแพร่ ผลการดำเนินกิจกรรมเครือข่ายทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          4.การใช้สื่อเพื่อสร้างจิตสำนึกการผลิตสปอตในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือนิทานสำหรับเด็กและเยาวชน วีซีดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          5.การจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่นโยบายสาธารณะสู่ประชาชนการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนการจัดกิจกรรมวันสถาปนา การแถลงข่าวเปิดตัว-โครงการ การจัดกิจกรรมวันเด็ก และการจัดโครงการ ป.ป.ช. เคลื่อนที่แบบบูรณาการ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มีการเสนอแนะให้มีการใช้กระบวนการวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การให้นักวิชาการมีส่วนในการตรวจสอบ ทุกโครงการของรัฐ การใช้ระบบภูมิสารสนเทศ นักวิชาการด้านการเงิน การธนาคาร การใช้ข้อมูลจากการวิจัยของนักวิชาการสถาบันการศึกษา ร่วมกันตรวจสอบโครงการทุกโครงการของรัฐ เพื่อสร้างจิตอาสาว่าภาระในการปกป้องสาธารณสมบัติแผ่นดิน และรู้ดีว่านี่คือหน้าที่สำคัญยิ่งในฐานะที่เกิดเป็นคนไทย&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/mental-public/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>องค์การอาหารโลกขอบคุณน้ำใจ &#8216;คนไทย&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 07:41:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง3]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาคเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐเฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทูต]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำใจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอาหารโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[เคนโร โอชิริดาริ]]></category>
		<category><![CDATA[WFP]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Program]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1214</guid>
		<description><![CDATA[โครงการอาหารโลกหรือ World Food Program แห่งสหประชาชาติ แสดงความชื่นชมและขอบคุณการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างมากมาย ที่ได้รับจากประชาชนชาวไทย ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ส่งความช่วยเหลือผ่านโครงการอาหารโลก ไปช่วยผู้ประสบภัยเฮติ
          ในแถลงการณ์ขอแงองค์การอาหารโลก ที่ออกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซค์ ได้ระบุถึงรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงในการบริจาคข้าวสารจำนวน 20,000 ตัน องค์การอาหารโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติซึ่งมีมูลค่าประมาณ 340 ล้านบาท โดยบริษัทการบินไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">โครงการอาหารโลกหรือ World Food Program แห่งสหประชาชาติ แสดงความชื่นชมและขอบคุณการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างมากมาย ที่ได้รับจากประชาชนชาวไทย ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ส่งความช่วยเหลือผ่านโครงการอาหารโลก ไปช่วยผู้ประสบภัยเฮติ<span id="more-1214"></span></span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a><span style="color: #000000;">          ในแถลงการณ์ขอแงองค์การอาหารโลก ที่ออกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซค์ ได้ระบุถึงรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงในการบริจาคข้าวสารจำนวน 20,000 ตัน องค์การอาหารโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติซึ่งมีมูลค่าประมาณ 340 ล้านบาท โดยบริษัทการบินไทย รับหน้าที่ในการจัดส่งข้าวสารจำนวน 100 ตัน แรกทางอากาศ ออกเดินทางในวันนี้ ไปยังประเทศเฮติ เพื่อส่งมอบให้โครงการอาหารโลก นำไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที</span></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/0011.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1217" title="ภาพเด็กเล็กที่ได้รับการช่วยเหลือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/0011-259x300.jpg" alt="" width="259" height="300" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         นอกจากนี้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ร่วมแรงร่วมใจกับประชาชนชาวไทยและภาคธุรกิจ ในการระดมรวบรวมเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารโลก ซึ่งมียอดบริจาคทั้งสิ้น 170 ล้าน หรือประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสมทบทุนจัดหาอาหารช่วยเหลือประชาชนชาวเฮติ ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนำเงินบริจาคดังกล่าว เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งเป็นทูตพิเศษของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ ด้านโครงการอาหารโรงเรียน เพื่อพระราชทานให้โครงการอาหารโลกนำไปดำเนินงานต่อไป</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/004.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1220" title="ภาพเด็กเล็กที่ได้รับการช่วยเหลือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/004-300x184.jpg" alt="" width="300" height="184" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         นายเคนโร โอชิดาริ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเชีย ของโครงการอาหารโลกกล่าว “จากประสบการณ์ทำงานประเทศต่างๆ ร่วมกับโครงการอาหารโลก ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า มีประชาชนในประเทศใดที่จะสามารถรวบรวมน้ำใจและยืนมือให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ได้อย่างมากมายและทันท่วงที ได้เท่ากับสิ่งที่ได้เห็นจากน้ำใจของประชาชนคนไทยในวันนี้”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/wfp.jpg"></a>         การที่รัฐบาลไทยได้เข้ามอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากน้ำใจที่ประชาชนชาวไทยได้รวบรวมกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างดีจากภาคธุรกิจ นั้นแสดงถึงน้ำใจไมตรีอันอบอุ่นของชาวไทย และศักยภาพในการร่วมแรงร่วมใจในยามฉุกเฉิน เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยชาวเฮติ ซึ่งอยู่ไกลอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างทันการณ์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/world-food-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้วิกฤตชาติด้วย &#8216;ศาสตร์พระราชา&#8217;</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/partner-link/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/partner-link/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 15:44:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.TALK]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพร พรหมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชา]]></category>
		<category><![CDATA[กันธร ทองธิว]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อภิรัต สืบสงวน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมานพ จิ้มลิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[คำเดื่อง ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลดหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[นพวรรณ ทิพย์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[เพ็ชราทิพย์ คุ้มประยูร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร]]></category>
		<category><![CDATA[เงินล้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=438</guid>
		<description><![CDATA[          จากระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาได้มีการรวมตัวกันของเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ จนบังเกิดผลสำเร็จเป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสู่หลักปฏิบัติ เริ่มจากเกษตรกรแล้วขยายผลไปยังชุมชน ครู เชื่อมต่อไปยังภาคธุรกิจเอกชน และขยายไปยังคนอื่นที่สนใจซึ่งมีอยู่ทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการนำเศรษฐกิจพอเพียงหรือศาสตร์พระราชาไปปฏิบัตินั้นสามารถทำได้จริงทุกกลุ่มทุกสังคม
 

ที่มา :  นสพ.โพสต์ ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โดย :วรธาร ทัดแก้ว
         วิวัฒน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #333300;">          จากระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาได้มีการรวมตัวกันของเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ จนบังเกิดผลสำเร็จเป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสู่หลักปฏิบัติ เริ่มจากเกษตรกรแล้วขยายผลไปยังชุมชน ครู เชื่อมต่อไปยังภาคธุรกิจเอกชน และขยายไปยังคนอื่นที่สนใจซึ่งมีอยู่ทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการนำเศรษฐกิจพอเพียงหรือศาสตร์พระราชาไปปฏิบัตินั้นสามารถทำได้จริงทุกกลุ่มทุกสังคม</span></h4>
<p> </p>
<p><span id="more-438"></span></p>
<p>ที่มา :  นสพ.โพสต์ ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552</p>
<p>โดย :วรธาร ทัดแก้ว</p>
<p>         วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเวลาที่เหตุการณ์ทุกอย่างได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาดทั้งคน สัตว์และพืช วิกฤตเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง วิกฤตความขัดแย้งของสังคมและสงคราม จำเป็นอย่างยิ่งว่าบุคคลต้นแบบที่มีการนำทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้จนประสบความสำเร็จต้องได้รับการขยายผลเป็นตัวอย่างให้คนในสังคมได้เห็นและเดินตาม</p>
<p>         อย่างไรก็ตาม บุคคลที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นทั้งเกษตรกรเป็นทั้งนักธุรกิจที่นำเอาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้แล้วประสบความสำเร็จและความสุขในชีวิต  ซึ่งที่นำมากล่าวในที่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น<img class="aligncenter size-full wp-image-448" title="25300" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/253001.jpg" alt="25300" width="250" height="166" /></p>
<p><strong>ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ : ที่ </strong><strong>1 </strong><strong>ไร่ทำเงินเป็นล้าน</strong></p>
<p>         เจ้าของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง จ.ระยอง ก่อนที่จะนำเอาศาสตร์พระราชามาใช้เคยเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมล้านบาทจากการทำทุเรียนจนต้องหนีหนี้ไปอยู่ที่อื่น แต่สุดท้ายต้องกลับบ้านเพราะธนาคารจะยึดที่ เมื่อกลับมาก็ได้เจอกับวิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้ชักนำให้ใช้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการพึ่งตนเอง</p>
<p><strong>          </strong>ทุกวันนี้ชีวิตของเขาพลิกกลับสู่ความสุขอีกครั้งจากการไปดูงานที่แหล่งเรียนรู้ต่างๆ แล้วเริ่มต้นทดลองทำปุ๋ยหมัก ทดลองเลี้ยงปลา กบ ที่สุดก็พบว่าที่ดินเพียง 1 ไร่ก็ทำรายได้ถึง 1 ล้านบาท พร้อมยอมรับว่าวิชาของในหลวงนั้นสามารถปลดเปลื้องทุกข์และหนี้ได้จริง สามารถคิดต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับว่าชีวิตนี้รอดเพราะปุ๋ยหมัก เพราะปุ๋ยหมักนี้เอาไปสร้างอาหารอื่นๆ ได้ เช่น ทำให้มีข้าว ผัก ผลไม้ และอื่นๆ</p>
<p><strong>กันธร ทองธิว : แค่นำทฤษฎีฯ มาคิดก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง<img class="alignright size-full wp-image-442" title="25303" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/253031.jpg" alt="25303" width="196" height="250" /></strong></p>
<p>         ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลวิริยะพันธ์ ผู้บริหารเมืองโบราณ สานความฝันของการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลัง ผู้พลิกจากขาดทุนกว่าปีละ 40 ล้านมาตลอด 30 ปี มาเป็นการอยู่รอดอย่างยั่งยืนด้วยการนำเอาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้กับชุมชนเมืองโบราณกว่า 400 ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ด้วยการพึ่งตนเอง<br />
โดยที่เมืองโบราณมีการผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ มีการทำงานปลอดสารพิษ มีการนำน้ำมันเหลือใช้จากร้านอาหารต่างๆ มาผลิตเป็นไบโอดีเซลเพื่อใช้กับรถนำเที่ยวในเมืองโบราณ มีการผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ใช้เอง ปลูกข้าว ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อการบริโภค ทำให้ลดต้นทุนได้เยอะ</p>
<p>“โครงสร้างสังคมวัฒนธรรมของเมืองโบราณมีพร้อมอยู่แล้ว เพียงแค่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาคิดก็สำเร็จไปมากกว่าครึ่งแล้ว แค่คิดได้ เราก็รวยได้ แค่คิดได้ เราก็ล้างขาดทุนได้แล้ว เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เราขาดทุนเป็นสิ่งที่เรากำไรซึ่งไม่ใช่ในเรื่องของตัวเลขแน่นอน”</p>
<p><strong>เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร :</strong><strong> </strong><strong>ต่อยอดฮอร์สชูพอยท์ด้วยราชศาสตร์<img class="alignleft size-full wp-image-441" title="25304" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/25304.jpg" alt="25304" width="188" height="250" /></strong></p>
<p>ทายาทหนุ่มตระกูลศรีเฟื่องฟุ้งคนนี้ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในครอบครัวต่อยอดธุรกิจฮอร์สชูพอยท์ด้วยความพอเพียงให้มาบุกเบิกโครงการฮอร์สชูพอยท์ที่ชลบุรีจากโรงเรียนสอนขี่ม้าที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความรักของคุณลุง แต่ประสบปัญหาทางธุรกิจมาโดยตลอด ก็ได้เข้ามาช่วยดูแลและได้มาพบและซึมซับศาสตร์แห่งพระราชาผ่านอาจารย์ยักษ์</p>
<p>โดยเขาได้นำมาปรับใช้กับโรงแรมและโรงเรียนสอนเลี้ยงม้า เช่น มีการปลูกข้าว ปลูกผักปลอดสารพิษ ผลิตสบู่ แชมพูเพื่อใช้ในโรงแรม ส่วนฟางข้าวก็นำมาเลี้ยงม้า เป็นต้น </p>
<p><strong>เพ็ชราทิพย์ คุ้มประยูร : มีความสุขอยู่บ้านกับอาชีพง่ายๆ</strong><strong> </strong><strong>แต่รายได้ดี</strong></p>
<p>อดีตสาวออฟฟิศบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทข้ามชาติ ค้นพบอาชีพง่ายๆ รายได้ดี หันมามีความสุขกับการสร้างอาชีพง่ายๆ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีความสุขอยู่กับบ้าน กับต้นไม้ ค้นพบความต้องการของตนเองด้วยการทำน้ำยาอเนกประสงค์ลดสารพิษเพื่อคุณและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดลดปริมาณสารเคมี เสริมด้วยคุณสมบัติจากสับปะรดและสูตรเฉพาะตัวที่ปรับปรุงขึ้น กลายเป็นสินค้าคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่แพ้สารเคมีจากผงซักฟอก ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ “ช้องนาง” ที่ทำแบบพอดีๆ ขยายกิจการแบบเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง โดยมีความสุขเป็นเป้าหมายชีวิต</p>
<p><strong>ชัยพร พรหมพันธุ์ :</strong><strong> </strong><strong>ชาวนาเงินล้านตัวจริง เสียงจริง</strong><strong> <img class="alignright size-full wp-image-443" title="25301" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/25301.jpg" alt="25301" width="244" height="250" /></strong><strong><br />
</strong><br />
น้อยมากที่ชาวนาไทยจะได้สัมผัสเงินล้าน ทว่าลุงชัยพรชาวนาจากสุพรรณบุรี เป็นคนโชคดีคนหนึ่งที่ได้สัมผัสเงินล้าน แม้ตอนแรกจะมีความคิดที่ไม่อยากทำนาเหมือนผู้เป็นพ่อ แต่ก็ต้องวนกลับมาทำนาเหมือนเดิม และกว่า 20 ปีที่ทำนาเคมี ลุงชัยพรบอกว่ามีแต่จนกับเจ็บ!</p>
<p>เขาเล่าว่าพอได้พบกับ เดชา ศิริภัทร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิข้าวขวัญ ที่มาขอใช้ที่นาของเขาทดลองแปลงสมุนไพร ชีวิตก็เปลี่ยนไป เมื่อตัวเขาทำการทดลองเองแล้ว พบว่าข้าวในนาปีที่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลดลงเหลือดีเพียงแปลงเดียวคือแปลงที่พ่นด้วยสะเดา ซึ่งบทพิสูจน์ที่เห็นกับตาตัวเองนี้เขาจึงเดินหน้ามุ่งทำนาอินทรีย์มากว่า 20 ปี</p>
<p>วันนี้เขาเป็นหนึ่งในชาวนาเพียงไม่กี่คนที่กล้าบอกว่าอาชีพทำนาไม่จนอีกต่อไป พร้อมบทพิสูจน์ด้วยการส่งลูกเรียนจนจบปริญญาโทและกำลังจะส่งลูกคนสุดท้องตามไป</p>
<p><strong>คำเดื่อง ภาษี : ต้นแบบเกษตรประณีต</strong></p>
<p>ต้นแบบผู้ทำการเกษตรประณีตจากภาคอีสาน เขาใช้ที่เพียง 1 ไร่ ปลูกต้นไม้ที่กินได้ เป็นได้ทั้งยา สร้างบ้านเรือนในอนาคตได้ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ทำอาหาร สร้างชีวิตที่พอเพียงบนที่ดินเพียง 1 ไร่ โดยไม่ใช้สารเคมี</p>
<p>เน้นปรับแนวคิดใหม่จากการพึ่งพาตลาด พึ่งทุน จากภายนอกมาสู่การพึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติ ย้อนกลับสู่ภูมิปัญญาของท้องถิ่น พออยู่ พอกิน พอใช้</p>
<p>เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียนชุมชนอีสานขึ้นในปี 2539 เพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อนเกษตรกรตามแบบชาวบ้านสอนชาวบ้านด้วยตระหนักว่ากางร่มคนเดียวในทะเลทรายเป็นไปไม่ได้</p>
<p><strong>นพวรรณ ทิพย์วงศ์ : แม่บ้านพอเพียงบนที่ดิน </strong><strong>3 </strong><strong>งาน</strong><strong> </strong><strong><br />
</strong><br />
อดีตสาวโรงงานที่หวนคืนบ้านเกิดที่เชียงใหม่ ถือเป็นต้นแบบแม่บ้านที่หันมาลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ด้วยการปลูกผักอินทรีย์ ปลูกพืชตามฤดูกาล อนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่น ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงหมูหลุม เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ ทำอาหารปลอดสารพิษให้ครัวเรือน แปรรูปสมุนไพรพื้นบ้าน</p>
<p>เธอเป็นคนแรกในชุมชนที่ได้นำเอาความรู้ที่ได้จากการอบรมเดินเข้าสู่หนทางแห่งการพึ่งตนเอง โดยมีเครื่องมือพิสูจน์ผลสำเร็จเป็นบัญชีครัวเรือนที่แสดงตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ลดลงและรายได้ที่ต่อเนื่องจากที่ดินเพียง 3 งาน<br />
ทุกวันนี้ชีวิตมีความสุข ไม่เครียดเหมือนเมื่อทำงานเป็นสาวโรงงานที่เงินน้อยไม่พอเลี้ยงครอบครัว แต่ทุกวันนี้อาหารการกินไม่ต้องไปซื้อ เพราะมีพร้อมเกือบทุกอย่าง มีรายได้ทุกวันแม้จะวันละร้อยสองร้อยก็ได้เก็บ เพราะรายจ่ายแทบไม่มีเลย  </p>
<p><strong>ครูมานพ จิ้มลิ้ม : ลาแล้วหนี้จ๋า!<img class="alignleft size-full wp-image-445" title="25302" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/253021.jpg" alt="25302" width="177" height="250" /></strong></p>
<p><strong>    </strong>ครูจากโรงเรียนวัดเกาะจันทาราม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้เคยรวยนับล้านจากการขายที่ดิน ทว่าเมื่อเศรษฐกิจผันผวนที่ดินที่เคยสร้างผลกำไรก็กลายเป็นสร้างหนี้สินแทน เงินต้น 2 ล้านงอกเงยเป็น 6 ล้านบาทภายในเวลาไม่นาน ที่ดินที่เคยครอบครองถูกธนาคารยึด ไปทำนากุ้งหวังแก้วิกฤตปลดเปลื้องทุกข์ แต่สุดท้ายโชคไม่ช่วยต้องกลายเป็นสร้างหนี้เพิ่ม กลุ้มใจมากไม่มีทางออกจึงหันไปดื่มสุรากลายเป็นครูขี้เมา</p>
<p>แต่โชคดีที่ชีวิตมาเปลี่ยนไปเมื่อเพื่อนครูชวนไปอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาทำบัญชีครัวเรือน ใช้สติแก้ปัญหา ใช้ปัญญาแก้สถานการณ์ โยกหนี้นอกระบบเข้าสู่บัญชีสหกรณ์ ปัจจุบันชอบที่จะถ่ายทอดความรู้ศาสตร์พระราชาเป็นวิทยาทานให้คนทั่วไปที่สนใจ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>อภิรัต สืบสงวน :</strong><strong> </strong><strong>ความสุขคนเมืองผู้รักความพอเพียง</strong> <br />
 <br />
หนึ่งตัวอย่างคนเมืองที่รู้จักคำว่าพอเพียงและการแบ่งปัน จากเจ้าของร้านค้าส่งทองผู้พลิกชีวิตสู่ความพอเพียง ทำตัวเองเป็นต้นแบบการทำเกษตรอินทรีย์ปลูกพืชผักปลอดสารพิษนานาชนิด เขาบอกว่าอยากกินอะไรก็ปลูกลงไปในที่ดินที่นครปฐมจำนวน 40 ไร่ แล้วนำความรู้เรื่องสมุนไพรและจุลินทรีย์มาประยุกต์ใช้กับเกษตรอินทรีย์ช่วยให้เกษตรกรพืชเชิงเดี่ยวได้หันเข้ามาสู่ก้าวแรกของการทำเกษตรปลอดสารพิษ และมีความหวังว่าในวันหนึ่งสวนของเขาจะเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p>เขากล่าวว่า เศรษฐกิจพอเพียงคนทั่วไปมักเข้าใจว่าจะต้องเป็นเกษตรกร ชาวนาจึงเป็นเศรษฐกิจพอเพียง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ในภาคของเขาก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้ด้วยการทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกงใคร ไม่เบียดเบียนคนอื่น ตรงนี้ก็คือวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างหนึ่ง อีกอย่างเมื่อเราหามาได้แล้ว เราต้องรู้จักความพอเพียง ไม่ใช่หาได้เยอะก็ใช้เยอะ หรือเอาไปใช้ในเรื่องอบายมุขต่างๆ</p>
<p>เชื่อว่าศาสตร์ของพระราชาหากใครได้นำไปปฏิบัติแล้วก็จะทำให้ผู้นั้นประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตและการงาน และสามารถแก้วิกฤตต่างๆ ได้จริง และก็หวังว่าคนต้นแบบเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหลายๆ คนทุกหมู่เหล่าในทุกสาขาอาชีพได้หันมาใช้หลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการดำเนินชีวิตและการประกอบการงานทั้งปวง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/partner-link/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; ต้นแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-entertaining/doi-tung/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-entertaining/doi-tung/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 03:30:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.ENTERTAINING]]></category>
		<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[พระตำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[ราชสกุลมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สวนแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[หยดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[หอแห่งแรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[แบบแผนการแก้ปัญหา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=418</guid>
		<description><![CDATA[          ดอยตุง&#8221; จ.เชียงราย ยามปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าขึ้นไปเที่ยวชม &#8220;พระตำหนักดอยตุง&#8221; สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี &#8220;แม่ฟ้าหลวง&#8221; ของปวงไทย พร้อมกับชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชูช่ออยู่ภายใน &#8220;สวนแม่ฟ้าหลวง&#8221;
          ห่างจากพระตำหนักดอยตุง-ใกล้กับสวนแม่ฟ้าหลวง เพียงใช้เวลาเดินไม่กี่นาที เป็นที่ตั้งของ &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่บนดอยตุง
ที่มา: นสพ.มติชน วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
          ที่มาของหอแห่งแรงบันดาลใจนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">          ดอยตุง&#8221; จ.เชียงราย ยามปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าขึ้นไปเที่ยวชม &#8220;พระตำหนักดอยตุง&#8221; สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี &#8220;แม่ฟ้าหลวง&#8221; ของปวงไทย พร้อมกับชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชูช่ออยู่ภายใน &#8220;สวนแม่ฟ้าหลวง&#8221;<span id="more-418"></span></span></h2>
<p><span style="color: #000000;">          <img class="alignleft size-thumbnail wp-image-420" title="ภาพหอแห่งแรงบันดาลใจเป็นศิลปะไทยเหนือสวยงาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/hor-150x150.jpg" alt="hor" width="150" height="150" />ห่างจากพระตำหนักดอยตุง-ใกล้กับสวนแม่ฟ้าหลวง เพียงใช้เวลาเดินไม่กี่นาที เป็นที่ตั้งของ &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่บนดอยตุง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ.มติชน วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มาของหอแห่งแรงบันดาลใจนั้น &#8220;คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา&#8221; ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาดอยตุง เล่าว่า เกิดจากการจัดนิทรรศการ &#8220;แสงหนึ่งคือรุ้งงาม&#8221; ซึ่งเป็นนิทรรศการแสดงพระประวัติและพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2550</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการจัดงานและมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก็มีความเห็นว่า ควรนำส่วนหนึ่งของนิทรรศการแสงหนึ่งคือรุ้งงามมาจัดแสดงเป็นการถาวร ณ &#8220;หอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&#8221; ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แต่ต่อมาคณะทำงานเห็นว่าหอพระราชประวัติก่อสร้างมานานแล้ว ควรมีการปรับปรุงสถานที่รวมทั้งเนื้อหาจัดแสดงใหม่ จึงเนรมิตให้เป็น &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; ใช้งบประมาณราว 28 ล้านบาท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          งานนี้ &#8220;ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม&#8221; นัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงานสร้างสรรค์ &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; ออกแบบโดยได้แนวคิดจากหยดน้ำ ที่แม้เพียงหยดเดียวก็สามารถส่งแรงกระจายไปเป็นวงกว้าง เปรียบได้กับสมาชิกราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ที่ทรงเริ่มงานจากจุดเล็กๆ แต่ผลที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และทำให้ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยมีความสุข<img class="alignright size-full wp-image-422" title="ภาพหอแห่งแรงบันดาลใจหลังคารูปทรงแปอดเหลี่ยมเป็นกระโจม2ชั้นมุงด้วยหญ้าคาดูแล้วร่มรื้น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/hor1.bmp" alt="hor1" /></span></p>
<p><span style="color: #000000;">           &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจจัดแสดงเรื่องราวของราชสกุลมหิดล เริ่มจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ทุกพระองค์ต่างทรงเรียนรู้และทรงเป็นต้นแบบของกันและกัน เพื่อสร้างประโยชน์และความสุขให้กับแผ่นดิน&#8221; คุณหญิงพวงร้อยบอก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจแบ่งออกเป็น 7 ห้อง นำเสนอนิทรรศการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยน่าตื่นตาตื่นใจ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ห้องแรก คือ &#8220;ราชสกุลมหิดล&#8221; แนะนำสมาชิกราชสกุลมหิดลทั้ง 5 พระองค์ มีผังราชสกุลที่ย้อนไปถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ใกล้กันเป็นโซน &#8220;ดั่งหยดน้ำ&#8221; ที่ภายในห้องขนาด 25 ตารางเมตรนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงจากวิดีโอฉายลงตรงอ่างน้ำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรครึ่งเท่านั้น ติดกันเป็นแผ่นป้ายสีฟ้าเขียนว่า &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ เพียงหยดน้ำ หนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว แต่ขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด ราชสกุลมหิดล เปรียบได้ดั่งหยดน้ำหยาดลงบนแผ่นดิน สร้างความฉ่ำเย็นให้ชนทั้งมวล&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ห้องนี้ใช้น้ำจริงๆ หยดลงมา ขณะเดียวกันก็ใช้เทคนิคการฉายภาพเพื่อช่วยทำให้เห็นแรงกระเพื่อมของน้ำ เมื่อน้ำกระเพื่อมเป็นวงก็จะมีภาพฉายขึ้นมาเป็นประโยค เช่น &#8220;หยดน้ำคือความหวัง&#8221; &#8220;หยดน้ำคือความฉ่ำเย็น&#8221; &#8220;หยดน้ำคือชีวิต&#8221; &#8220;หยดน้ำคือจุดกำเนิด&#8221; เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ถัดมาเป็นห้อง &#8220;เรื่องราวของราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&#8221; กล่าวถึงพระราชประวัติสมเด็จย่าในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ยังทรงเป็นเด็กสาวสามัญ กระทั่งได้เป็นคู่ชีวิตของเจ้าฟ้า ได้เห็นและเรียนรู้พระจริยวัตรในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมฯ และทรงนำมาเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ ตลอดจนการอุทิศพระองค์เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำเสนอแต่ละช่วงพระชนมายุผ่านการฉายหนัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          การปฏิวัติ พ.ศ.2475 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหลายเรื่องราว หนึ่งในนั้นคือสมาชิกพระองค์หนึ่งในราชสกุลมหิดลที่เสด็จนิวัติกลับสู่ผืนดินไทย ด้วยทรงตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อประเทศชาติ เป็นที่มาของห้องที่ 3 &#8220;การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ห้องที่ 4 &#8220;ความทุกข์ยากของประชาชน&#8221; นำเสนอหลายปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของคนไทย ทั้งปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การขาดแคลนน้ำ สภาวะแห้งแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่สมาชิกราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ทรงรับรู้และทรงช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหา ต่อด้วยห้องที่ 5 &#8220;แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน&#8221; จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อทรงแก้ปัญหา โดยทรงยึดหลัก &#8220;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในส่วนนี้ยังนำวิธีการแก้ปัญหาน้ำใน 4 ภูมิประเทศ นั่นคือ บนภูเขา-ต้นน้ำ ที่ราบสูง-กลางน้ำ ที่ราบลุ่ม-ในเมือง และแถบชายฝั่งทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาศึกษาทดลองกระทั่งได้ผลดีมาจัดแสดงให้ชม ซึ่งประชาชนที่เข้าชมสามารถรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริได้ผ่าน &#8220;ชาโดว์ แอนิเมชั่น&#8221; ที่ทำเป็นจอขนาดใหญ่ หากสนใจโครงการพระราชดำริโครงการไหน ก็ชูมือให้เงาขึ้นที่หน้าจอ ตัวละครก็จะออกมาอธิบายความเป็นมาของโครงการพระราชดำรินั้น อย่าง โครงการกังหันชัยพัฒนา โครงการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ต่อด้วยห้อง &#8220;แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง&#8221; สะท้อนพระวิสัยทัศน์สมเด็จย่าที่ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง เพื่อช่วยเหลือให้ชาวเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทรงศึกษาจากโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงนำมาปรับใช้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <img class="alignleft size-full wp-image-423" title="ภาพภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ<br />
" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/hor2.bmp" alt="hor2" />ห้องสุดท้าย คือ &#8220;ห้องแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; แสดงถึงความใกล้ชิดและความผูกพันระหว่างสมาชิกราชสกุลมหิดลทั้ง 5 พระองค์ ซึ่งต่างเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน และทุกพระองค์ต่างทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยได้มีความสุข</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ห้องนี้ทิ้งคำถามให้ผู้ชมได้คิดว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหอแห่งแรงบันดาลใจนั้น ผู้ชมจะสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตได้อย่างไร และจะสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้บ้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;กว่าจะออกมาเป็นหอแห่งแรงบันดาลใจได้ต้องมีการค้นคว้าข้อมูลเยอะมาก อยากให้ผู้ชมได้แรงบันดาลใจจากการเข้าชม ถ้าหากได้แรงบันดาลใจแล้วนำไปใช้ในด้านที่มีประโยชน์ จากจุดเล็กๆ ก็กลายเป็นจุดใหญ่ สังคมก็ดีขึ้นได้&#8221; คุณหญิงพวงร้อยบอก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-17.30 น. โดยเสียค่าผ่านประตูคนละ 50 บาท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;พสกนิกรชาวไทย อยู่เย็นเป็นสุข ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ดังเรื่องราวที่ปรากฏใน &#8220;หอแห่งแรงบันดาลใจ&#8221; ที่เมื่อเปรียบกับ &#8220;น้ำ&#8221; แม้เพียงหนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว และขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-style/s-entertaining/doi-tung/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ในหลวง&#8221;พระราชทานพรปีใหม่ &#8220;คิดจะทำสิ่งใดต้องคิดให้ดีให้รอบคอบ&#8221;ส.ค.ส.ปีใหม่ทรงฉายกับคุณทองแดง</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/the-king/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/the-king/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Dec 2009 15:39:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[2553]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พระฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[พรปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[รัชการที่9]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ค.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[คุณทองแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ในหลวง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=401</guid>
		<description><![CDATA[          ในหลวงพระราชทานพรปีใหม่แก่คนไทย ขอให้ชาวไทยทุกคน ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ มีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา จะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ข้อสำคัญ ตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในปฏิบัติงาน

         เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2553 ความว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;">      <span style="color: #0000ff;">  </span><span style="color: #000000;"><span style="color: #0000ff;"> <span style="color: #000000;"> ในหลวงพระราชทานพรปีใหม่แก่คนไทย ขอให้ชาวไทยทุกคน ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ มีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา จะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ข้อสำคัญ ตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในปฏิบัติงาน</span></span><span id="more-401"></span></span></span><br />
<span style="color: #000000;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="580" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/j10QrZndKYs&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6&amp;border=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="580" height="360" src="http://www.youtube.com/v/j10QrZndKYs&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6&amp;border=1" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></span></h3>
<h3 style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">         เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2553 ความว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ทั้งขอขอบใจท่านเป็นอย่างมากที่วิตกห่วงใยในการเจ็บป่วยของข้าพเจ้า และแสดงออกโดยประการต่างๆ จากใจจริงที่จะให้ข้าพเจ้าหายเจ็บป่วยและมีความสุขสวัสดี</span></h3>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<h3><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-403" title="ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์ ฉลองพระองค์สูทสีกรมท่าทรงเนทไทสีฟ้าสลับน้ำเงิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/king1-300x200.jpg" alt="ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์ ฉลองพระองค์สูทสีกรมท่าทรงเนทไทสีฟ้าสลับน้ำเงิน" width="300" height="200" /></span></h3>
<h3><span style="color: #000000;">           ความสุขสวัสดีนี้เป็นสิ่งที่พึงปราถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและสติปัญญาในการประพฤติตัวปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ชาวไทยทุกคนได้ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ จะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในการประพฤติตัวและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีผลได้รับทั่วถึงกัน ความสุข ความสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้นทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทย ดังที่ทุกคน ทุกฝ่าย ตั้งใจปราถนา<br />
ขออนุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชาจงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และความสำเร็จสมประสงค์ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน</span></h3>
<h3><span style="color: #000000;">           สำหรับ ส.ค.ส.ที่พระองค์พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยในปีนี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แจ๊คเก็ตสีชมพูเข้ม ปักรูปคุณทองแดงที่ด้านซ้ายของพระอุระ ทับฉลองพระองค์ชั้นในสีขาว พระสนับเพลาสีกากี ฉลองพระบาทกีฬาสีเทาดำ ประทับบนพระเก้าอี้หวาย ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าและสวนดอกไม้ทรงฉายกับคุณทองแดงและคุณทองหลาง สุนัขทรงเลี้ยงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระเก้าอี้ทั้งสองด้าน ใต้ภาพคุณทองแดงและคุณทองหลางมีชื่อกำกับอยู่ทั้งสองสุนัข</span></h3>
<h3><span style="color: #000000;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-404" title="ภาพ ส.ค.ส.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์ มีคุณทองแดงกับคุณทองหลางสุนัขทรงเลี้ยงนั่งหมอยอยู่ข้างพระองค์รอบๆ ส.ค.ส.มีรูปน่าคนยิ้มเรียงรอบกรอบสามแถวข้อความอักษรสวัสดีปีใหม่ ขอจงมีความสุข ความเจริญ " src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2009/12/totdang.jpg" alt="totdang" width="640" height="474" /></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">             </span><strong><span style="color: #000000;">  มุมบนด้านซ้ายมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีเหลืองว่า ส.ค.ส.2553 (สอคอสอ สองพันห้าร้อยห้าสิบสาม) ส่วนมุมบนด้านขวามีตราผอบทอง ถัดเข้ามามีข้อความภาษาอังกฤษ Happy New Year 2010 (แฮปปี้ นิว เยียร์ ทูเทาว์ซันด์แอนด์เท็น) <br />
               ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีข้อความเป็นตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีเหลืองว่า สวัสดีปีใหม่ ขอจงมีความสุข ความเจริญ และมีตัวเลขสีชมพู ระบุวันเดือนปีว่า 2009 12 27 / 15:25 (สองพันเก้า สิบสอง ยี่สิบเจ็ด / สิบห้า ยี่สิบห้า)<br />
              กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละสองแถว ด้านข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว นับรวมกันได้ 418 หน้า ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม<br />
              บนกรอบ ส.ค.ส.ด้านล่าง มีแถบสีชมพู บนแถบมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค. 52 (กอ สอ เก้า ปรุง สิบห้า ยี่สิบห้า ยี่สิบเจ็ด ทอ คอ ห้าสอง) พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing, D Bramaputra, Publisher ( พริ้นเทด แอ้ท เดอะ สุวรรณชาด พับลิชชิ่ง, ดี.พรหมบุตร, พับลิชเชอร์ )</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/the-king/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

