<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง &#187; ประวัติศาสตร์</title>
	<atom:link href="http://www.saisawankhayanying.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saisawankhayanying.com</link>
	<description>สายสวรรค์ ขยันยิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2011 12:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2011 11:13:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[S.LOOK]]></category>
		<category><![CDATA[S.READING ROOM]]></category>
		<category><![CDATA[S.REPORT]]></category>
		<category><![CDATA[229ปี]]></category>
		<category><![CDATA[9 สิงหาคม 2554]]></category>
		<category><![CDATA[พระบรมมหาราชวัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีบวงสรวง]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงรัตนโกสินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กองประชาสัมพันธ์ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่1]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่4]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่5]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่9]]></category>
		<category><![CDATA[วังหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วังหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิรงรอง พรมมี]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวิไลซ์]]></category>
		<category><![CDATA[สายสวรรค์ ขยันยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งพระสุเมรุ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องพระโรงกลางแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องสนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับภูมิทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=4620</guid>
		<description><![CDATA[229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า &#8220;ทุ่งพระเมรุ&#8221; ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดฯให้เรียกว่า &#8220;ท้องสนามหลวง&#8221; ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ขยายเนื้อที่ออกไปอีกครึ่งหนึ่ง แล้วแต่งเป็นรูปไข่ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน<span id="more-4620"></span></h4>
<p>ข่าว: วิรงรอง พรมมี</p>
<p>ภาพ: กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4628" title="ภาพท้องสนามหลวงในอดีต" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/A12-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p>            <span style="color: #333399;"> วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2554 ถือเป็นฤกษ์ดีของการเปิดใช้ท้องสนามหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากปรับภูมิทัศน์มานานกว่าหนึ่งปี ได้ลุล่วงพร้อมใช้ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 1,985 รูปและถวายภัตตาหารพระราชาคณะ 10 รูป รวมถึงพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า ท้องสนามหลวงในวันนี้ จึงมีความสง่างามเคียงคู่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป โดยงานนี้มีการจัดนิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์”บริเวณสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิทรรศการ “แม่ของแผ่นดิน”บริเวณสนามหลวงฝั่งศาลฎีกา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ด้วย</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4631" title="ภาพพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและพระบูรพกษัตราธิราชเจ้า โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N2-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><span style="color: #333399;">                 นิทรรศการนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวข้ามกาลเวลาวิวัฒนาการของท้องสนามหลวงผ่านแกเลอรี่ภาพแห่งความทรงจำ นับตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สนามหลวงเป็นเพียงท้องไร่ท้องนา ในกาลสมัยต่อมาได้ยกระดับเป็นทุ่งพระสุเมรุ สถานที่ส่งเสด็จพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์กลับสู่สวรรคาลัย จนถึงนาหลวง สู่การเป็น มณฑลพิธี จัดงานพระราชพิธีรัฐพิธี ประเพณีต่างๆ จนกระทั่งก้าวล่วงสู่ยุคการเป็น ท้องพระโรงกลางแจ้ง สถานที่ที่ปวงชนชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง และยุคศูนย์กลางพระนคร ที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมและความเจริญในทุกด้านจวบจนปัจจุบัน นอกจากนี้ประชาชนที่มาร่วมชมนิทรรศการยังได้ชมภาพยนตร์สารคดีชุด “ท้องพระโรงกลางแจ้งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ผู้เข้าชมจะได้บรรยากาศของวันวานของท้องสนามหลวงจากอดีตถึงปัจจุบันและเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลากว่า 229 ปี ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ฉายภาพอดีต ปัจจุบันสู่อนาคตที่มีการใช้ท้องสนามหลวงอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลังสืบไป</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-4635" title="ภาพพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/N1-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4633" title="ภาพงานมณฑลพิธี ซึ่งจัด ณ ท้องสนามหลวง โดยมีประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/21.27-300x257.jpg" alt="" width="300" height="257" /></a></p>
<p>                                                                                                                                                              <span style="color: #333399;"> นิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์” จะเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2554 ระหว่างเวลา 09.00-22.00 น. และในวันที่ 13 สิงหาคม &#8211; 11 กันยายน 2554 ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. โดยมิเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-4641" title="ภาพท้องสนามหลวงหลังจากปรับภูมิทัศน์แล้วอย่างสวยงาม" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2011/08/IMG_1800-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กองประชาสัมพันธ์ กทม.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-report/new-sanam-luang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กไทยเจ๋ง! สร้างประวัติศาสตร์ใหม่กวาดครบ 5 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิค</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:53:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิสิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงซาเกรบ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)]]></category>
		<category><![CDATA[สนามบินสุวรรณภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นายชยากร พงษ์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[นายวีรภัทร พิทยครรชิต]]></category>
		<category><![CDATA[นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[นายอิสระพงศ์ เอกสินชล]]></category>
		<category><![CDATA[นายนครินทร์ โลหิตศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[นายไชยยศ จิรเมธากร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหิดลวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิค]]></category>
		<category><![CDATA[โครเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2816</guid>
		<description><![CDATA[เด็กไทยสร้างประวัติ ศาสตร์คว้าเหรียญทองครบทุกคน รวม 5 ทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก 2010 ที่โครเอเชีย เตรียมบินกลับถึงไทย 26 ก.ค.นี้ รมช.ศธ.พร้อมสสวท.จัดต้อนรับฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้านเด็กเก่ง วางแผนศึกษาต่อจบเป็นอาจารย์ด้านฟิสิกส์พร้อมทำงานวิจัยแทนคุณแผ่นดิน
          นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท.ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/5-Gold-Medal-Olympics-chemical.jpg"><img class="size-full wp-image-2817 aligncenter" title="เด็กไทย 5คนที่ได้เหรียญทอง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/07/5-Gold-Medal-Olympics-chemical.jpg" alt="" width="650" height="250" /></a>เด็กไทยสร้างประวัติ ศาสตร์คว้าเหรียญทองครบทุกคน รวม 5 ทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก 2010 ที่โครเอเชีย เตรียมบินกลับถึงไทย 26 ก.ค.นี้ รมช.ศธ.พร้อมสสวท.จัดต้อนรับฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้านเด็กเก่ง วางแผนศึกษาต่อจบเป็นอาจารย์ด้านฟิสิกส์พร้อมทำงานวิจัยแทนคุณแผ่นดิน</span><span id="more-2816"></span></p>
<p>       <span style="color: #0000ff;">   นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท.ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ ปี 2553  ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17 – 25 กรกฎาคม นี้ ผลปรากฏว่า ทีมเด็กไทยทั้ง 5 คน สร้างประวัติศาสตร์ สามารถคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้ครบทุกคน รวมทั้งหมด 5 เหรียญทอง  และคณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เวลา 14.20 น. เที่ยวบิน OS 025 โดยนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ คณะสสวท.จะจัดพิธีต้อนรับแสดงความยินดี ณ ชั้น 2 ด้านในประตูที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ตามกำหนด</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">          นางพรพรรณ กล่าวว่า สำหรับทีมฟิสิกส์ไทยนั้น ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายอิสระพงศ์ เอกสินชล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายวีรภัทร พิทยครรชิต โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย รศ.สุวรรณ คูสำราญ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สิทธิคง จากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.รัชภาคย์ จิตต์อารี จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ผศ.ดร.โศจิพงษ์ ฉัตราภรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม และอาจารย์ราม ติวารี จากสสวท.เป็นผู้จัดการทีม</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">          อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2545  แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ทีมเด็กไทยสามารถคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้ครบทั้ง 5 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และสำหรับการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกส์ระหว่างประเทศเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ประเทศแม็กซิโก ทีมไทยทำได้แค่ 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">      </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ที่มา: โพสต์ทูเดย์ ; วันที่ 24 กรกฎาคม 2553</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> ขอขอบคุณภาพข่าว :Nation Group</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/5-gold-medal-olympics-chemical/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;เทสสลีปเปอร์&#8217;นอนแล้วได้เงิน</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/super-taste-sleep-sleep-and-then-get/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/super-taste-sleep-sleep-and-then-get/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 22:01:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[การให้บริการ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หรูหรา]]></category>
		<category><![CDATA[หนูทดลอง]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องพัก]]></category>
		<category><![CDATA[อาหมวย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ทดลองใช้บริการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงเฮง]]></category>
		<category><![CDATA[ความสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเซปต์]]></category>
		<category><![CDATA[ตำแหน่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปักกิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นักสืบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์ท่องเที่ยว Qunar]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะลึก]]></category>
		<category><![CDATA[เทสสลีปเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Test Sleeper]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2612</guid>
		<description><![CDATA[ หนึ่งในพรอันประเสริฐที่บัณฑิตจบใหม่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะได้มา คือ การได้เป็นเจ้าของตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใฝ่ฝัน หรือถ้าจะให้ดีต้องเป็นงานสบายแถมเงินเดือนสูง
            ทว่า จะมีสักกี่คนที่โชคดีที่ได้รับพรวิเศษนั้นหรือสมหวังดั่งเช่น เจียงยูโม สาวจีนผู้โชคดี ที่สามารถเอาชนะผู้สมัครทางเน็ตกว่า 7,000 คนได้รับเลือกจากเว็บไซต์ท่องเที่ยว Qunar ให้เป็น &#8220;ผู้ทดลองใช้บริการ&#8221; หรือ &#8220;เทสสลีปเปอร์&#8221; (Test Sleeper) ให้กับโรงแรมสุดหรูในกรุงปักกิ่ง
          งานนี้หลังจากประกาศรายชื่ออกมาเมื่อเดือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;"> หนึ่งในพรอันประเสริฐที่บัณฑิตจบใหม่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะได้มา คือ การได้เป็นเจ้าของตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใฝ่ฝัน หรือถ้าจะให้ดีต้องเป็นงานสบายแถมเงินเดือนสูง<span id="more-2612"></span></span></h2>
<p><span style="color: #000000;">    </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Test-Sleeper2.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2614" title="ภาพห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/06/Test-Sleeper2.jpg" alt="" width="650" height="250" /></span></a><span style="color: #000000;">        ทว่า จะมีสักกี่คนที่โชคดีที่ได้รับพรวิเศษนั้นหรือสมหวังดั่งเช่น เจียงยูโม สาวจีนผู้โชคดี ที่สามารถเอาชนะผู้สมัครทางเน็ตกว่า 7,000 คนได้รับเลือกจากเว็บไซต์ท่องเที่ยว Qunar ให้เป็น &#8220;ผู้ทดลองใช้บริการ&#8221; หรือ &#8220;เทสสลีปเปอร์&#8221; (Test Sleeper) ให้กับโรงแรมสุดหรูในกรุงปักกิ่ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          งานนี้หลังจากประกาศรายชื่ออกมาเมื่อเดือน มี.ค. ก็ทำให้หลายคนตาร้อนผ่าวเพราะนอกจากจะเป็นอาหมวยดวงเฮงได้ครองตำแหน่งงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วยังได้เงินเดือนงามๆ ไปใช้เล่นอีกเดือนละ 1 หมื่นหยวน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทว่า ฟังชื่อตำแหน่งแล้วหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วหน้าที่ของผู้ที่จะเข้าไปเป็น &#8220;หนูทดลอง&#8221;ต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน คอนเซปต์สั้นๆง่ายๆ ก็คือ ทำตัวเสมือนหนึ่งเป็น &#8220;นักสืบ&#8221; หัวเห็ดเข้าไปสืบหาความลับบางอย่าง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาร้อยเรียงเป็นรายงานเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับความลับที่นักสืบสาวจำเป็นต้องเข้าไปสำรวจตรวจสอบนั้น ก็ต้องชอนไชเจาะลึกให้ละเอียดทุกกระเบียดนิ้วของโรงแรม ไล่ตั้งแต่ห้องพัก การให้บริการ สภาพแวดล้อม ความสะอาดของโรงแรม เรื่อยไปจนถึงรายละเอียดเล็กน้อยๆ เช่น การตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ อัตราความเร็วของอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งความแรงของฝักบัว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          งานนี้แม้ใครจะมองว่าเป็นงานง่ายๆ หมูๆแต่สำหรับอาหมวยซูโมแล้วกลับไม่คิดอย่างนั้นเพราะในแต่ละวันนอกจากจะต้องจับตามองทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ อดทน และรับผิดชอบแล้ว เธอยังต้องคอยบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอในสิ่งที่เธอเห็นและคิดด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ทว่า สำหรับโรงแรมที่ผ่านด่านการประเมินคุณภาพของ &#8220;เทสเตอร์สลีปเปอร์&#8221; มาได้ ก็จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากสมาคมโรงแรมจีนอีกด้วย&#8211;จบ&#8211;</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/super-taste-sleep-sleep-and-then-get/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวจริง! นักสะสมหนังสือเก่า เล่มเดียว 73,000 ซื้อ! ลอกเกร็ดอดีตจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Apr 2010 05:46:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บูธหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กาลากัตต้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนี่ยนมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวนกุหลาบ]]></category>
		<category><![CDATA[สะสม]]></category>
		<category><![CDATA[สังฆราชปาเลอกัว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนวน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[หัตถกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนอน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[อูย หยอง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้แต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[จตุจักร]]></category>
		<category><![CDATA[คลองถม]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โวหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โฉมหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[เก่า]]></category>
		<category><![CDATA[เสน่ห์]]></category>
		<category><![CDATA[เจมส์ โลว์]]></category>
		<category><![CDATA[เขียน]]></category>
		<category><![CDATA[GRAMMATICA LINGUE THAI]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2206</guid>
		<description><![CDATA[ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักวิชาการอิสระ นักสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย โชว์ &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; หนังสือสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกที่ซื้อมาในราคา 73,000 บาท พร้อมเปิดเกร็ดจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้ จิ๊กซอว์แห่งอดีตที่เขาเก็บรวมไว้ ทั้งบอกเล่าเสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือเก่า และพลาดไม่ได้เปิดโฉมหน้า &#8220;หนอนหนังสือ&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/oooi-heels.jpg"></a><span style="color: #333300;">ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักวิชาการอิสระ นักสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย โชว์ &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; หนังสือสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกที่ซื้อมาในราคา 73,000 บาท พร้อมเปิดเกร็ดจากหนังสืองานศพ เรื่องลับที่เขารู้ จิ๊กซอว์แห่งอดีตที่เขาเก็บรวมไว้ ทั้งบอกเล่าเสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือเก่า และพลาดไม่ได้เปิดโฉมหน้า &#8220;หนอนหนังสือ&#8221; ตัวจริงเสียงจริง&#8230;.อูย หยอง </span><span style="color: #000080;"><span id="more-2206"></span><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="310" height="250" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/5fN7bBqi-6I&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="310" height="250" src="http://www.youtube.com/v/5fN7bBqi-6I&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></span></h3>
<p><span style="color: #000080;">     <span style="color: #000000;">   &#8220;หนังสือเก่า ที่หายาก คือความภูมิใจของเรา&#8221; นี่คือข้อความที่ปรากฏบนนามบัตรของ ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ หรือพี่อ้วน กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ต้นฉบับ นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ไทย และเป็นนักเก็บสะสมหนังสือเก่าตัวยงของประเทศไทย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">        ประชาชาติธุรกิจออนไลน์แวะเวียนไปนั่งคุยกับคุณธงชัย ที่บ้าน&#8230;สำนักพิมพ์&#8230;ห้องสมุด ย่านงามวงศ์วาน 23 เพื่อขอความรู้เกี่ยวกับหนังสือเก่า เสน่ห์ ความน่าสนใจ ความภาคภูมิใจ ของการเก็บหนังสือคืออะไร&#8230;.</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">        คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206356l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-2208" title="ภาพหนังสือเก่าปกสีแดงอยู่ในสภาพดี" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206356l-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">@คุณค่าของหนังสืองานศพ<br />
       คุณธงชัยเล่าให้ฟังว่าเสน่ห์ของหนังสือเก่าอยู่ที่ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในหนังสือเก่าเหล่านี้ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องที่ out of print ไปนานแล้ว หลายเรื่องไม่ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำ เช่นนี้แล้วหนังสือก็หายสาปสูญไป เพราะฉะนั้นหนังสือเก่า โดยเฉพาะหนังสือที่ระลึกงานศพจึงเป็นหนังสือที่มีคุณค่า มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้เราได้รู้เพิ่มขึ้น คล้ายเป็นการต่อจิ๊กซอว์ทางประวัติศาสตร์ การได้ค้นเจอมิติใหม่ๆ หรือสิ่งที่ไม่มีใครเคยรู้จึงเกิดความรู้สึกสนุปไปกับประวัติศาสตร์<br />
      แหล่งของหนังสืองานศพที่สำคัญในเวลานี้ คุณธงชัยบอกว่า มีที่จตุจักร ยูเนี่ยนมอลล์ และคลองถม(คืนวันเสาร์) แล้วก็งานสัปดาห์หนังสือก็จะมีบูธหนังสือเก่า โดยในงานสัปดาห์หนังสือจะมีราคาสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง<br />
       มูลค่าของหนังสือเก่านั้นขึ้นกับความพึงพอใจของผู้ขาย และผู้ซื้อ<br />
       &#8220;อย่างบางเล่ม บางๆ ไม่มีรูปไม่มีอะไร คิดเรา 500 ผมไปงานสัปดาห์หนังสือมา ซื้อมาทั้งหมด 5 เล่ม 700 บาท เขาตั้งราคาให้เราต่อ มูลค่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราเห็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน อย่างเช่นคุณซื้อแล้วเอาไปเขียนหากินได้ ก็คุ้ม หรือหนังสือใหม่ก็ได้ความรู้ไปคุย อย่างน้อยก็เป็นฐานข้อมูลที่ทำให้เขาไม่กล้าดูถูกเรา โดยเฉพาะถ้าทำเรื่องเกี่ยวกับงานการเมือง&#8221;<br />
       ที่คุณธงชัยซื้อมานั้นมี &#8220;ประวัติ ตระกูลโปษยานนท์&#8221; ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ แตกสาแหรกเป็นหลายสายในปัจจุบัน หรือหนังสือเรื่อง &#8220;สุบิน สำนวนเองชาวใต้&#8221; ซึ่งคุณธงชัยยอมรับว่า ไม่รู้จะซื้อมาทำไม แต่ด้วยความที่ราคาไม่แพง เฉลี่ยแล้ว 5 เล่ม ตกเล่มละ 100 กว่าบาท<br />
       คุณธงชัยบอกต่อว่า หนังสืองานศพที่ซื้อมานั้น ส่วนใหญ่ดูที่เนื้อหา ไม่ได้เน้นเฉพาะว่าต้องเป็นเรื่องของชนชั้นนำ<br />
       นอกจากนี้ อีกเหตุหนึ่งที่ซื้อหนังสือเก่าก็เพราะรูปประกอบ เช่น &#8220;หนังสือที่ระลึกในงานหัตถกรรมของนักเรียนยุค 2498&#8243; คุณธงชัยบอกว่า เล่มนี้ซื้อมา 200 บาท ซึ่งถ้ามีโอกาสพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก็จะต้องมีภาพประกอบ ยิ่งถ้าเป็นภาพเก่าด้วยแล้ว อย่างเล่มนี้มีภาพโรงเรียนสวนกุหลาบยุคเก่า  สำหรับคนสะสมหนังสือ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">@โชว์เกร็ดประวัติศาสตร์จากหนังสืองานศพ<br />
        คุณธงชัยเก็บรวบรวมเกร็ดต่างๆ ที่อ่านพบในหนังสืองานศพไว้ ซึ่งถ้าบันทึกเสร็จแล้ว และมีจำนวนมากพอ คงจะได้อ่านเกร็ดเหล่านี้ในหนังสือรวมเล่มจากสำนักพิมพ์ต้นฉบับ<br />
       เกร็ดสนุกที่คุณธงชัยหยิบยกมาเล่าก็ไว้ เป็นโน๊ตๆ ไว้ อย่าง<br />
        &#8220;พระราชธรรมโสภณ เผื่อน เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ บันทึกไว้ว่าเมื่อ 6 กรกฎาคม 2492 พลเรือเอกหลวงชลธารพฤติไกร ได้ไปสนทนากับท่าน และมีฝรั่งกับล่ามมาดูกุฏิพระสองสามหลัง กล่าวทำนองจะขอซื้อกุฏิพระนั้นไปปลูกเป็นบ้านพัก แล้วแต่ทางวัดจะคิดราคาเท่าไร ฝรั่งคนนั้นปรากฏชื่อว่า มิสเตอร์ทอมป์สัน เจ้าของกิจการผ้าไหม จิม ทอมป์สัน แต่เจ้าอาวาสบอกว่า ได้ปรึกษากับโยมวัดแล้ว ปฏิเสธไปว่า เสียใจ ไม่อาจตกลงกันได้&#8221;<br />
         คุณธงชัยบอกว่า ที่เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2492 สะท้อนให้เห็นว่า ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาก็มีสปายสายลับมาแล้ว และนายจิม ทอมป์สัน เริ่มซื้อของเก่าแล้ว ด้วยประสงค์จะซื้อกุฏิวัดเครือวัลย์ที่สวยงาม โดยเรื่องนี้มาจากหนังสือที่ระลึกงานศพพระราชธรรมโสภณ เผื่อน สุมโน ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2519 <br />
         อีกเรื่องหนึ่งนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงเขียนไว้ในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เรื่อง คำว่าปล่อยพระพุทธบาท <br />
         &#8220;พบในสำนวนของรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ 2 หน้า 446 ผมก็อธิบายว่า เป็นคำแผลงจากข้อมูลซึ่งพบว่า พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำช้างต้นบรมจักรพาน ซึ่งไส้งาทะลุ เกรงจะล้ม ให้เอาไปปล่อยถวายเป็นพุทธบูชาที่พระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">@หนังสือ &#8220;แพง&#8221; ที่สุดที่เคยซื้อ<br />
         คุณธงชัยเล่าว่า แต่ละเดือนนั้นใช้เงินซื้อหนังสือแบบไม่มีจำกัด บางเดือนใช้เป็นหมื่น บางเดือนใช้ในหลัก 4-5 พัน บางเดือนไม่ได้ซื้อเลย โดยส่วนตัวนั้นคุณธงชัยบอกว่า ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองมากมาย เป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีรายได้จากการค้าขายพระเป็นหลัก ขายเหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 5 หนังสือจึงเป็นเหมือนธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงให้มากกว่า<br />
        ในวงการหนังสือเก่าตอนนี้ คุณธงชัยเป็นที่รู้จักกันในนาม &#8220;อ้วนต้นฉบับ&#8221; ซึ่งจัดว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ในวงการหนังสือเก่า หนังสือหายาก<br />
         แต่ถ้าหยิบยกชื่ออื่น คุณธงชัยเสนอชื่อ คุณไพศาล เปี่ยมเมตตาวัฒน์ สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊ค ต่างคนต่างก็มีหนังสือดีอยู่กับตัว<br />
         สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่คุณธงชัยบอกเล่าให้ฟังนั้น คือหนังสืองานศพพวกนี้ได้เข้าไปอยู่ในห้องสมุดชั้นนำของต่างประเทศ<br />
         &#8220;ต่างชาติเขาเก็บมานาน หนังสือสำคัญๆ ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมยุโรปเป็นวัฒนธรรมที่สะสมข้อมูล เขาไม่เหมือนประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทิ้งอย่างเดียว ได้หน้าลืมหลัง แล้วไม่เคยรื้อว่าหลังเป็นยังไงมีแต่เอาตัวรอดไปวันๆ&#8221;<br />
</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206368l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-2209" title="ภาพหนังสือเก่าที่โดนตัวหนอนเจาะกิน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206368l-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></span></a><span style="color: #000000;">         ไฮไลท์ในชีวิตการสะสมหนังสือเก่าของคุณธงชัยคงหนีไม่พ้น &#8220;GRAMMATICA LINGUE THAI&#8221; ซึ่งเป็นเล่มที่แพงที่สุด ประมูลมาในงาน Bangkok auction ที่ราคา 73,000 บาท ที่ว่าเป็นไฮไลท์นั้นเพราะคุณธงชัยบอกว่า ทราบจำนวนพิมพ์จากบันทึกของครูสมิธว่า พิมพ์ที่โรงพิมพ์อัสสัมชัญ จำนวน 60 ก็อปปี้เท่านั้น<br />
         GRAMMATICA LINGUE THAI เป็นตำราเรียนภาษาไทยของชาวตะวันตก พิมพ์ครั้งรัชกาลที่ 3 ปีสุดท้าย 2393 โดยสังฆราชปาเลอกัว เพื่อที่จะสอนภาษาไทยให้ชาวตะวันตกพูดภาษาไทยได้<br />
         แต่ก่อนหน้าสังฆราชปาเลอกัว มีอีกเล่มหนึ่ง ชื่อ GRAMMATICA THAI โดย เจมส์ โลว์ พิมพ์ปี 2371 ที่กาลากัตต้า ประเทศอินเดีย เล่มนี้ตอนนี้ยังพอหาได้ มูลค่า 3 แสนบาท ด้วยจำนวนพิมพ์เยอะพอสมควร<br />
         GRAMMATICA LINGUE THAI พาทต้นเป็นพาทว่าด้วยตำราเรียนภาษาไทย ชื่อจินดามณี แต่ที่สังฆราชปาเลอกัว เพิ่มเติมข้างหลังคือ สำนวนการพูดจาระหว่างชนชั้นต่างๆ ลูกศิษย์พูดกับพระสงฆ์ ทาสพูดกับเจ้า บ่าวพูดกับนาย ขุนนางชั้นผู้น้อยพูดกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พาทที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเลงหนังสือคือหน้า 172 เพราะมีรายชื่อหนังสือ ของหอหลวงที่ในหลวงทรงเก็บรักษาไว้อยู่ในห้องสมุดหลวง<br />
        &#8221;ความสนุกก็คือ ได้รู้ว่าเขาศึกษาอะไรกันอยู่ เขาพูดถึงบัญชีหนังสือไทยมีอะไรบ้าง พงศาวดารเมืองเหนือ พงศาวดารสยาม กฎหมายจินดามณี ดูหน้า 173 บรรทัดที่ 5-6 ขุนช้างขุนแผนว่าด้วยสหายเป็นทหารสองคนแย่งเมียกัน เห็นไหม เรื่องย่อคร่าวๆ ของวัฒนธรรมไทยที่จะให้ชาวยุโรปในขณะนั้นเข้าใจแบบง่ายๆ เล่มนี้ถามว่าทำไมซื้อ ก็เพราะเรารู้ว่าพิมพ์แค่ 60 เล่ม&#8221;</span></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">@หนังสือเก่าจำเป็นต้องได้รับการต่ออายุ</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206383l.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-2210" title="ภาพตัวหนอนที่กินหนังสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/12702061841270206383l-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><br />
<span style="color: #000000;">        เมื่อมีหนังสือดีอยู่กับตัว สิ่งหนึ่งที่คุณธงชัยทำคือ ต่ออายุให้กับหนังสือ เพื่อให้สังคมไทยได้รู้เรื่องประวัติความเป็นมาของตัวเอง โดยเล่ม  GRAMMATICA LINGUE THAI นี้ คุณธงชัยมอบให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ เอาไปพิมพ์ต่อายุโดยไม่คิดมูลค่า ออกมาเป็นเล่มปกแข็งสีแดงในราคาเพียง 650 บาท<br />
         การฟื้นคืนชีพหนังสือเก่าจึงเป็นสิ่งที่สำนักพิมพ์ต้นฉบับของคุรธงชัยทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ต่ออายุหนังสือไปแล้วประมาณ 30 รายชื่อ เช่น ตำราแม่ครังหัวป่าก์ สาระบัญชีว่าด้วยรายชื่อคนในกรุงเทพมหานครเมื่อ 2426 จดหมายความทรงจำกรมหลวงนรินทร์เจ้าพ่อวัดโพ<br />
         ปัจจุบันคุณธงชัยเรีบกตัวเองว่า นักวิชาการอิสระ เพราะไม่ได้จบประวัติศาสตร์ แต่ก็ได้รับเกียรติ ได้รับการเชิดชูในด้านประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะจากอาจารย์จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรือแม้กระทั่งส่วนราชการ<br />
         นอกจากนี้คุณอ้วยยังเป็นเอกชนเพียงรายเดียว ในอนุกรรมการชำระพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 และเป็นหนึ่งในอนุกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยที่มี ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นประธาน ด้วยส่วนใหญ่คณะอนุกรรมการเหล่านี้เป้นอดีตข้าราชการ เป็นครู เป็นอาจารย์ ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคุณธงชัย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">@เกร็ดความรู้เกี่ยวกับหนอนหนังสือ<br />
        คุณธงชัยเล่าว่า หนอนหนังสือ คือหนอนที่กินหนังสือเป็นอาหาร ลักษณะคล้ายเม็ดถั่วเล็กๆ สีใส บีบแล้วจะเป็นน้ำ<br />
         ลักษณะการกินหนังสือของหนอนพวกนี้นั้นตะกละตะกลามมาก จะทิ้งไว้เพียงฝุ่นผง เพียงเอามือดันสันหนังสือ ถ้าเล่มไหนมีฝุ่นหนังสือออกมาเป็นกระจุกแล้วละก็ สงสัยได้เลยว่า หนอนได้กินหนังสือเล่มนั้นแล้ว<br />
         พวกหนอนจะเริ่มกินจากสันหนังสือ ปกแข็งนี่จะเป็นอาหารอันโอชะ เจาะทะลุไปเรื่อยจนถึงหน้าข้างใน เห็นเป็นรอยปรุประน่าขยะแขยง กระจัดกระจายเต็มหน้า หรือหนักหน่อยก็ทั้งเล่ม<br />
         พี่อ้วนจึงบอกว่า ถ้ายังอยู่ในช่วงเริ่ม คือเคาะสันแล้วมีฝุ่นร่วงออกมา แต่ในตัวเนื้อกระดาษยังไม่เป็นไร ต้องยอมทิ้งปกไป เพื่อให้เนื้อในอยู่รอด<br />
         ทั้งที่ &#8220;ปก&#8221; ถือเป็นหน้าเป็นตาและมีแรงดึงดูดนักอ่านขนาดนั้น แต่เจอหนอนหนังสือโจมตีเมื่อไร จำต้องเสียเอกราชทุกครั้งไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา :วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/oooi-heels/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก่&#8230;แต่ยังมีไฟอยู่</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/terry-robinson/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/terry-robinson/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2010 17:47:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรผ่านประตู]]></category>
		<category><![CDATA[บีแอนด์คิว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลีออน ฟอสเตอร์-ฮิลล์]]></category>
		<category><![CDATA[วัยเกษียณ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อายุ]]></category>
		<category><![CDATA[อาวุโส]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณปู่]]></category>
		<category><![CDATA[คนชรา]]></category>
		<category><![CDATA[คนแก่]]></category>
		<category><![CDATA[ซิดนีย์ ไพเรอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทอรี โรบินสัน]]></category>
		<category><![CDATA[Terry Robinson]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=2142</guid>
		<description><![CDATA[มันยากขึ้นมาก หลังจากที่คุณอายุเกิน60 ปีไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ หากคุณทำงานหนักและขยันขึ้น&#8221;เทอรี โรบินสัน พนักงานอายุ 70 ปี ของบีแอนด์คิว ห้างสรรพสินค้าที่ขายเครื่องเรือนและเครื่องตกแต่งบ้านในลอนดอน บอกกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส
          การที่ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกับบีแอนด์คิวน่าจะเป็นเพราะว่าห้างสรรพสินค้าใน สหราชอาณาจักรแห่งนี้มีความแตกต่างไปจากห้างอื่นๆ เพราะมีพนักงานเป็นผู้สูงอายุวัยเกินเกษียณ มาทำงาน แห่ง นี้จำนวนมากห้างให้
          ข้อมูลก็พบตัวเลขว่า มากกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">มันยากขึ้นมาก หลังจากที่คุณอายุเกิน60 ปีไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ หากคุณทำงานหนักและขยันขึ้น&#8221;เทอรี โรบินสัน พนักงานอายุ 70 ปี ของบีแอนด์คิว ห้างสรรพสินค้าที่ขายเครื่องเรือนและเครื่องตกแต่งบ้านในลอนดอน บอกกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส<span id="more-2142"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">          การที่ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกับบีแอนด์คิวน่าจะเป็นเพราะว่าห้างสรรพสินค้าใน สหราชอาณาจักรแห่งนี้มีความแตกต่างไปจากห้างอื่นๆ เพราะมีพนักงานเป็นผู้สูงอายุวัยเกินเกษียณ มาทำงาน แห่ง นี้จำนวนมากห้างให้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ข้อมูลก็พบตัวเลขว่า มากกว่า 25% ของ พนักงานเป็นผู้ที่อยู่ในช่วงวัยเกินกว่า50 ปี และคนที่อายุอาวุโสมากที่สุดก็ ปาเข้าไปถึงอายุเฉียดร้อยที่ 95 ปี คือ คุณปู่ซิดนีย์ ไพเรอร์ ซึ่งตามข่าวก็ บอกว่ายังทำงานได้ดีอย่างกระฉับกระเฉง และเป็นที่รักใคร่ของลูกค้าเสียด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับ โรบินสัน ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นพนักงานแนะนำลูกค้าและกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวสอบเพื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ก็บอกว่า เหตุผลที่มาทำงานแม้จะอายุเยอะแล้วไม่ใช่เพราะมีปัญหาหรือไม่มีเงินใช้ แต่เป็นเพราะคิดว่าตัวเองยังมีไฟอยู่ ยังไม่อยากนอนพักอยู่กับบ้าน แต่ยังอยากทำงาน และบีแอนด์คิวก็เปิดโอกาสให้</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;"> </span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/280602991_24c5bd4aba.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2145" title="ภาพพนักงานห้างสรรพสินค้ายืนรุมล้อมเทอรี โรบินสัน" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/280602991_24c5bd4aba-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">         ในส่วนของบีแอนด์คิว เมื่อก่อนโน้นก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนชราเหมือนกัน แต่เมื่อราวๆ 20 ปีก่อน ในตอนที่ไปเปิดสาขาที่เมืองMacclesfield ก็ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน และพบว่าประสบความสำเร็จมาก แถมยังเป็นการเปลี่ยนทัศนคติผู้บริหารจากที่เคยคิดว่าเอาคนแก่มาทำงานแล้วจะยุ่งยาก เพราะต้องฝึกกันมากกว่าคนหนุ่มที่คาดว่าจะฝึกง่าย แต่พอเอาเข้าจริงๆ คุณลุง คุณตาเข้าใจอะไรๆ มากกว่าคนรุ่นหนุ่มสาวเยอะ อาจจะเป็นเพราะมีทักษะ มีประสบการณ์มากกว่าทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีกว่า</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          พูดถึงทักษะและประสบการณ์แล้ว ในหลายๆ เรื่องเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบีแอนด์คิวซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าของใช้ในบ้านมาก เช่น เวลาขายปลั๊กหรือสายไฟ บางทีพนักงานหนุ่มสาวก็ตอบคำถามลูกค้าหรือช่วยลูกค้าต่อสายไฟไม่เป็น แต่คนแก่ๆ ที่ต่อสายไฟมาเยอะแล้วในชีวิตนี้ กลับทำได้ง่ายๆ ยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แถมยังให้คำแนะนำลูกค้าได้สารพัดแบบที่คนรุ่นใหม่แนะนำไม่ค่อยจะได้ด้วย อาชีพผู้แนะนำสินค้าในร้านแบบบีแอนด์คิวนี้ จึงเป็นอาชีพที่เหมาะทีเดียวสำหรับผู้ผ่านโลกมามาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารบีแอนด์คิวยังบอกว่า พนักงานสูงวัยมีความรับผิดชอบต่องาน ไม่ค่อยจะลางานบ่อยๆ แถมยังมีความยืดหยุ่นสูง เช่น หากให้เปลี่ยนตารางการทำงานก็ไม่เคยบ่น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจนี้เป็นอย่างยิ่ง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/robinson.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="size-medium wp-image-2144 alignright" title="ภาพเทอรี โรบินสันออกกำลังกายในฟิตเนส" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/04/robinson-205x300.jpg" alt="" width="205" height="300" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ลีออน ฟอสเตอร์-ฮิลล์ ที่ปรึกษาของบีแอนด์คิว บอกว่า บริษัทมีนโยบายเป็นกลางด้านอายุของพนักงาน และโยนคำว่าเกษียณทิ้งไปตั้งแต่15 ปีก่อน รวมถึงไม่นำอายุมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้านสวัสดิการด้วย เรียกว่าทุกคนที่เป็นพนักงานจะได้รับสิ่งที่เท่าเทียมกันหมด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">           แต่หากจะบอกว่าบีแอนด์คิวให้โอกาสเฉพาะคนแก่ก็คงจะไม่ใช่ เพราะในทางกลับกันบีแอนด์คิวก็เปิดโอกาสรับพนักงานที่เป็นคนหนุ่มสาวด้วย โดยมีสัดส่วนจำนวนพนักงานที่อายุน้อยกว่า 25 ปี พอๆ กันกับพนักงานสูงวัย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ย้อนกลับไปที่ โรบินสัน คุณปู่บอกว่านอกจากการทำงานในหน้าที่แล้ว คุณปู่ยังมีอีกบทบาทหนึ่งในองค์กร คือการเป็นพี่เลี้ยงให้พนักงานเด็กๆ ซึ่งหลายคนขาดทักษะในด้านสังคม และไม่ค่อยจะคำนึงถึงอนาคต ซึ่งการได้ผู้มากประสบการณ์มาแบ่งปัน ก็น่าจะเป็นการทำให้คนทำงานรุ่นใหม่ได้ข้อคิดอะไรๆ ไปมาก</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เห็นอย่างนี้แล้วคนไทยเราอาจจะต้องหันมามองเรื่องนี้กันหน่อยในอีกไม่ช้าไม่นานเพราะสังคมไทยตอนนี้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เรามีประชากรสูงวัยมากขึ้นทั้งจากอัตราการเกิดที่น้อยลง และการที่ระบบสาธารณสุขดีขึ้น ทำให้มีคนชรามากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการดูแลให้ดี ก็จะกลายเป็นภาระที่คนวัยทำงานต้องเลี้ยงดูคนชราจำนวนมาก แต่หากเราสามารถสร้างทักษะ นำประสบการณ์การผ่านชีวิตมาเป็นปัจจัยในการหางานที่เหมาะสมให้ผู้สูงอายุทำ โดยเฉพาะงานที่คนหนุ่มสาวไม่ค่อยอยากทำ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการวางแผนด้านประชากรและเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศ เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้คนชราทำงานหลากหลาย อาทิคนเก็บบัตรผ่านประตูในโบราณสถาน หรือผู้แนะนำเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งคนวัยทำงานไม่ชำนาญเท่าคนวัยเกษียณ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกจากภาครัฐที่ควรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมแห่งผู้สูงอายุที่เรากำลังจะก้าวเข้าไปแล้ว บริษัทเอกชนเองก็อาจจะต้องคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากสมองของพนักงานผู้สูงอายุที่หลายๆ ท่านยังสามารถสร้างประโยชน์ให้ได้ แต่จะต้องหาจุดเหมาะสมที่ลงตัวระหว่างการจ้างผู้มีประสบการณ์กับค่าแรงที่อาจจะสูงไปหน่อย ซึ่งหากสามารถหาส่วนผสมที่ลงตัวได้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากทั้งทางสังคมและธุรกิจได้เป็นอย่างดีทีเดียว m</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันจันทร์ 5 เมษายน 53</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/terry-robinson/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรอาหารไทยฮ็อต &#8220;แม่บ้านญี่ปุ่น&#8221;ขอเป็นศิษย์</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/your-business-finder-for/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/your-business-finder-for/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 03:41:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[กะเพราไก่]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สีสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มตำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผัดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สอน]]></category>
		<category><![CDATA[ขิง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่า]]></category>
		<category><![CDATA[ตะไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[ต้มยำกุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แกะสลัก]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเขียงหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ใบมะกรูด]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมนู]]></category>
		<category><![CDATA[เอกลักษณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1611</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อาหารไทย&#8221; อร่อยไม่แพ้ชาติไหนในโลก แม้กระทั่งชาวแดนอาทิตย์อุทัย ชาติที่ขึ้นชื่อว่า &#8220;ชาตินิยมจ๋า&#8221; ก็ยังโปรดปราน โดยเฉพาะเหล่า &#8220;แม่บ้านชาวญี่ปุ่น&#8221; ที่ติดอกติดใจขนาด &#8220;เทกคอร์ส&#8221; เรียนทำอาหารไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง
    &#8220;โอ๊ย อาหารไทยน่ะเหรอ คนญี่ปุ่นยกนิ้วให้ ชอบรับประทานกันทุกเพศทุกวัน&#8221;
          นางพิมพ์ใจ มัตสุโมโต้ ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมไทยศึกษาในกรุงโตเกียวเอ่ยปากขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ ซึ่งเธอและทีมงานได้มาร่วมออกบู๊ธโชว์ความอร่อยของอาหารไทยและความสวยงามของศิลปะแกะสลักผักผลไม้ไทย ในงานโรดโชว์ความพร้องของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ประเทศญี่ปุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #000000;">&#8220;อาหารไทย&#8221; อร่อยไม่แพ้ชาติไหนในโลก แม้กระทั่งชาวแดนอาทิตย์อุทัย ชาติที่ขึ้นชื่อว่า &#8220;ชาตินิยมจ๋า&#8221; ก็ยังโปรดปราน โดยเฉพาะเหล่า &#8220;แม่บ้านชาวญี่ปุ่น&#8221; ที่ติดอกติดใจขนาด &#8220;เทกคอร์ส&#8221; เรียนทำอาหารไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง<span id="more-1611"></span></span></h3>
<p><span style="color: #000000;">    &#8220;โอ๊ย อาหารไทยน่ะเหรอ คนญี่ปุ่นยกนิ้วให้ ชอบรับประทานกันทุกเพศทุกวัน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          นางพิมพ์ใจ มัตสุโมโต้ ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมไทยศึกษาในกรุงโตเกียวเอ่ยปากขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ ซึ่งเธอและทีมงานได้มาร่วมออกบู๊ธโชว์ความอร่อยของอาหารไทยและความสวยงามของศิลปะแกะสลักผักผลไม้ไทย ในงานโรดโชว์ความพร้องของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2553 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่กำลังตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยได้ลองลิ้มรส</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/yummy_aw_02.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1616" title="ภาพต้มยำกุ้ง" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/yummy_aw_02-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เมนูอาหารที่แม่บ้านญี่ปุ่นนิยมเรียก ก็หนีไพ้นเมนูขึ้น ชื่ออย่าง ผัดไทย ต้มยำกุ้ง แกงเขียงหวาน กะเพราไก่ และอาหารทานเล่น อย่างม้าห้อ เขาบอกว่าอาหรไทยมีรสชาติกลมกล่อม รับประทานแล้วสุขภาพดี เพราะมีส่วนผสมของสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด&#8221; ผอ.สถาบันเผย</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/post-35-1219583735.jpg"></a><span style="color: #000000;">          ไม่ใช่แคอาหารไทยเท่านั้น &#8220;แกะสลักผัก-ผลไท้&#8221; ก็กำลัง &#8220;ฮ็อต&#8221; มนกลุ่มแม่บ้านญี่ปุ่นอีกทั้งอาจารย์ผู้สอนยังเป็นชาวญี่ปุ่นแท้ๆ แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8221;สวัสดีครับ&#8221; นายนากามูระ ฟูจิโอะ อาจารย์หนึ่งเดียวผู้สอนแกะสลักประจำสถาบัน เข้ามาทักทายด้วสำเนียงแปร่งๆ พร้อมกับเล่าถึงความประทับใจแกะสลักไทยว่า</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/post-35-12195837351.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1620" title="ภาพลูกแตงโมแกะสลักเป็นดอกไม้" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/post-35-12195837351-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a><span style="color: #000000;">          &#8220;แกะสลักเป็นงานที่มีความสวยงามมากช่วยเพิ่มสีสันให้กับจานอาหาร เพียงมีดด้ามเดียว ก็สามารถเนรมิตความอ่อนช้อยงดงามลงบนจานอาหารได้ เป็นสิ่งดีที่ญี่ปุ่นไม่เคยมี&#8221; เขาเล่าด้วยภาษาญี่ปุ่น โดยมีนางพิมพ์ใจ เป็นล่ามแปลอยู่ข้างๆ</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจเรียนแกะสลักที่ประเทศไทย และบินกลับมาฝึกปรือฝีมือที่ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นของนางพิมพ์ใจ และเมื่อนางพิมพ์ใจเปิดสถาบัน เมื่อ 2 ปีก่อน เจงได้ขึ้นแท่นเป้นอาจารย์สอนแกะสลักเต็มตัว</span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          &#8220;การสอนแกะสลักของผมไม่มีหลักสูตรตายตัว แต่กำหนดรอบกว้างๆ ว่า จะสอนแกะสบู่ ผักและผลไม้ ผลงานจะออกมาสวยงามแค่ไหนต้องอยู่ที่ฝีมือและความชำนาญ ทำให้กลุ่มผู้เรียน มีทั้งมาเรียนครั้ง 2 ครั้งก็เลิก เพราะไม่มีเวลา แต่ส่วนใหญ่ใจรัก ก็จะหาเวลาว่างมาเรียนต่อเนื่อง 1-2 ปี พอเรียนจบก็นำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะตกแต่งจานอาหารให้สวยงาม ตกแต่งข้าวกล่องให้ลูกไปรับประทานที่โรงเรียน&#8221; นากามูระบอก</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/ask20080107215145_lg1.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1615" title="ภาพส้มตำ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/ask20080107215145_lg1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></span></a></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">          ตลอด 2 ปีที่เปิดสถาบันมา จึงมีแม่บ้านญี่ปุ่นมาเรียนทำอาหารไทยกว่า 300 คน ส่วนแกะสลักประมาณ 200 คน โดยในหนึ่งคอร์ส จะเรียนประมาณ 4 ครั้ง ครั้งละ 2 ชม. ค่าเล่าเรียนก็ถูกแสนถูก แกะสลัก 4,000 เยน คิดเป็นเงินไทย 1,500 บาท ส่วน อาหารไทยถูกลงไปอีกเพียง 1,000 เยนคิดเป็นเงินไทย 380 บาทเท่านั้น</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/ask20080107215145_lg.jpg"></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ที่คิดค่าเล่าเรียนถูก เพราะอยากประชาสัมพันธ์ของดีของประเทศเราให้คนญี่ปุ่นรู้จักมากๆ คนญี่ปุ่นอยากมาเที่ยวประเทศไทยเยอะ เขาสนใจในวัฒนธรรมไทยที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ถ้าอาหารไทยได้รับการเผยแพร่มากเท่าไหร่ คนจะรู้จักเมืองไทยไปทั่วโลก ดูอย่างประเทศญี่ปุ่นคนทั่วโลกรู้จักเขาก็เพราะอาหารและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์&#8221; ผอ.สถาบันทิ้งท้ายว่า คนต่างชาติยังเป็น &#8220;คุณค่า&#8221; วัฒนธรรมไทย แล้วคนไทยล่ะ?</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ที่มา : นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 18 ก.พ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/your-business-finder-for/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรุษจีนไหว้ &#8220;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221; คนแห่แก้ ปีชง สะเดาะเคราะห์ ขอพรให้พ้นทุกข์ปีเศรษฐกิจวิบัติ</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 15:07:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[พวงมาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงธรรมการ]]></category>
		<category><![CDATA[การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมจีน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดมหรรณพาราม]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าพ่อเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธูป]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนตะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสามแพร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศแห่งความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ตั่ว เหล่า เอี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีกุน(หมู)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีมะเส็ง (งูเล็ก)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีร่วมชง]]></category>
		<category><![CDATA[ปีวอก (ลิง)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีขาล (เสือ)]]></category>
		<category><![CDATA[แดง]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เสือดุ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าพ่อใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าพ่อเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เทียน]]></category>
		<category><![CDATA[tiger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=1417</guid>
		<description><![CDATA[วันตรุษจีน ปี53 ปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221;นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221; สำหรับปีชงได้แก่ ปีวอก, ปีขาล, ปีมะเส็ง , และ ปีกุน เป็นปีร่วมชง จึงนิยมไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา

&#8220;ซินเจีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000000;">วันตรุษจีน ปี53 ปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221;นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221; สำหรับปีชงได้แก่ ปีวอก, ปีขาล, ปีมะเส็ง , และ ปีกุน เป็นปีร่วมชง จึงนิยมไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา<span id="more-1417"></span></span></h2>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Chao_Phor_Sua_Shrine.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1424" title="ภาพศาลเจ้าพ่อเสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/Chao_Phor_Sua_Shrine.jpg" alt="" width="300" height="200" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้&#8221; คำอวยพร วันปีใหม่ของชาวจีน มาถึงแล้ว!!! ทั้งยังดังกระหึ่มไปทั้งประเทศไทย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อประชากรของบ้านเมืองนี้ เกือบ 70 ล้านคน ไม่ว่าต้นตระกูลสายไหนก็ต้องมีเชื้อสายจีนมาผสมปนเปอยู่ไม่มากก็น้อย เอาแค่เบาะๆ &#8220;แซ่&#8221; ของชาวจีนในเมืองไทยมีการอัพเดทของสมาคมจีนล่าสุด พบว่ามีถึง 60 ตระกูลแซ่ในปัจจุบัน ขณะที่การสำรวจปี 2553 พบเพียงแค่ 10 ตระกูลแซ่เท่านั้น ส่วนแซ่ไหนมีจำนวนคนเท่าไหร่อย่าไปสนใจเลย เพราะเรื่องสำคัญที่จะว่ากันเป็นเรื่อง &#8220;สิริมงคล&#8221; วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน หรือ &#8220;ตรุษจีน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <strong>วันตรุษจีน ปี 2553 ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นปีนักษัตร &#8220;ขาล&#8221; หรือ &#8220;เสือ&#8221; ความหมายของปีเสือปีนี้เป็นอย่างไร? ร้าย หรือ ดี?</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน กล่าวถึงตรุษจีนปีเสือนี้ว่าเป็นปี &#8220;เสือขาว&#8221; เพราะว่าเป็นปีของทิศตะวันตก ซึ่งเสือขาวเป็นเสือที่อยู่ประจำทางทิศตะวันตก อีกนัยหนึ่ง ทิศตะวันตก เป็น ทิศแห่งความตาย ดังนั้น &#8220;เสือขาว&#8221; ปี 2553 นี้จึงเป็น &#8220;เสือดุ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คำว่า &#8220;เสือดุ&#8221; ในทางโหราศาสตร์นั้นย่อมหมายถึงเป็นปีแห่งธุรกิจการค้าล้มละลายกันมากเป็นประวัติการณ์บริษัทห้างร้านพากันปิดกิจการล้มระเนระนาด มีอุปสรรค ยากลำบากในการลงทุน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนคนที่เกิดปีขาลกลับไม่ย่ำแย่ เพราะอยู่ภายใต้อิทธิพลของเสือ ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนหากจะดูชะตาราศีคนปีเสือต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น วัน เดือน ปีเกิด</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับอาจารย์วิโรจน์แล้ว บอกว่ามีทางแก้คือ &#8220;การมีสติ&#8221;  &#8220;ต้องมีสติในทุกๆเรื่อง&#8230;จริงๆ แล้วดวงคนเราแก้ไม่ได้ แต่ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ใครที่เป็นปีชงก็ไปแก้ชง ไปไหว้ ตั่ว เหล่า เอี้ย ขอพร&#8221; เสียงแนะนำจากปรมาจารย์วัฒนธรรมจีน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; ที่อาจารย์วิโรจน์เอ่ยถึงท่านประดิษฐานอยู่ที่ &#8220;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221; ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กทม.ดังนั้น หากใครจะไหว้ตั่ว เหล่า เอี้ยตามคำแนะนำแล้วก็ต้องไปที่ศาลเจ้าพ่อเสือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; เป็นองค์ประธานของศาลเจ้าพ่อเสือ เมื่อเดินเข้าไปภายในศาลจะเห็นเด่นสง่าอยู่ตรงกลางของแท่นบูชา ทางซ้ายมือเป็น &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; แต่คนไทยมักเข้าใจผิดคิดว่าท่าน ตั่ว เหล่า เอี้ยเป็น &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; จริงๆ แล้วไม่ใช่!</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนที่เกิดปีชงในปีขาล 2553 ได้แก่ ปีวอก (ลิง), ปีขาล (เสือ), ปีมะเส็ง (งูเล็ก), เป็นปีร่วมชงและ ปีกุน(หมู) ปีร่วมชง เป็นปีที่ต้องไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและผ่อนหนักให้เป็นเบา</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/jaopootiger_939856358.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-full wp-image-1419" title="ภาพเจ้าพ่อเสือ" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/jaopootiger_939856358.jpg" alt="" width="231" height="318" /></span></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ประเสริฐ เวสสุกรรรมานุกูล ผู้จัดการและดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ บอกเล่าว่า ปีนี้คนมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือมีจำนวนมากกว่าทุกปี ในรอบ 12 ปีที่เห็นมานี้มากที่สุด มากมาตั้งแต่ปลายปี 2552 แล้ว ยิ่งใกล้วันตรุษจีนก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะว่าปีนี้เป็นปีขาล (เสือ) และเป็นปีชงด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ศาลแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มากและแรง คนที่มาจะรู้และเขาเชื่อศรัทธา ส่วนใหญ่มาขอพร ขอเลื่อน ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือขอในเรื่องธุรกิจค้าขาย เวลาจะตัดสินทำธุรกิจแล้วไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดี เจริญรุ่งเรืองไหม ก็จะมาเสี่ยงเซียมซี ถามท่าน หรือมาไหว้ขอพรให้ธุรกิจที่ทำอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีอุปสรรค บางคนจะตัดสินใจซื้อหุ้น ดี-ไม่ดี จะมาถามจากเจ้าพ่อใหญ่ (ตั่ว เหล่า เอี้ย) ซึ่งท่านมีเมตตามากบางคนก็มาขอเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่มาขอในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานจะสำเร็จทุกราย&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นคือความศักดิ์สิทธิ์ของ &#8220;เจ้าพ่อใหญ่&#8221; หรือ ตั่ว เหล่า เอี้ย ที่ผู้จัดการดูแลศาลบอกไว้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วน &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; นั้น ประเสริฐบอกว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของอำนาจ บารมี จะเมตตาช่วยเหลือคนที่มาไหว้ซึ่งจะต้องไหว้ให้ถูกต้อง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;เจ้าพ่อเสือ คือองค์ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตั่ว เหล่า เอี้ย คนที่มาไหว้ก็ต้องไหว้ให้ถูกต้อง ไหว้แบบไหน ของเซ่นไหว้อย่างไร หากไม่รู้ก็มาถามได้เรามีพนักงานคอยแนะนำ โดยเฉพาะคนที่เป็นปีชง (ขาล-วอก-มะเส็ง-กุน) ปีนี้ต้องมาไหว้เจ้าพ่อเสือเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีเคราะห์ร้ายทั้งหลายให้ออกไปจากชีวิต&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          อย่างไรก็ตาม ของไหว้ไม่ได้กำหนดตายตัวประเสริฐบอกว่าขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละคน บางคนถ้ามีฐานะดีก็ของไหว้มาก ส่วนคนฐานะยากจนแค่ธูปเทียนก็พอแล้ว ชุดละ 20 บาท มีจำหน่ายภายในศาล เมื่อไหว้เสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่ศาลจะมอบ&#8221;ส้มสิริมงคล&#8221; ให้กลับบ้านไป 4 ผล เพื่อความเจริญรุ่งเรือง          </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกเหนือจากเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าในศาล และเจ้าพ่อเสือแล้ว ประเสริฐยังชี้ชวนให้ดูความงดงามของสถาปัตยกรรมของศาลเก่าแก่โบราณแห่งนี้ ซึ่งว่าไปแล้วหากได้พินิจพิจารณาโดยละเอียด โดยไม่มีแถวแน่นขนัดของผู้คนที่มาศาลมาบดบังเป็นระยะๆ แล้ว นับว่าสถาปัตยกรรมภายในศาลเจ้าพ่อเสือและวัตถุโบราณที่ประดับประดาอยู่นั้นงดงามเกินคำบรรยาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ตั้งแต่เช้าตรู่&#8230;หกนาฬิกาจนถึงห้าโมงเย็นแถวแน่นขนัดของผู้ที่เคารพศรัทธาต่อเจ้าพ่อเสือทยอยหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ควันธูปตลบอบอวนกระจัดกระจายเมื่อถูกพัดลมขนาดยักษ์เป่าให้ลอยขึ้นไปในที่สูง หลายคนน้ำตาไหลเพราะแสบตา  แต่ด้วยความเคารพศรัทธามากล้นที่มีต่อ ตั่ว เหล่า เอี้ย และ เจ้าพ่อเสือ คนแน่นขนาดไหน ควันธูปมากมายเพียงไร คนเหล่านั้นก็ยังดั้งด้นไปจนถึงหน้าแท่นบูชา</span></p>
<p><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/275-3.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1420" title="275-3" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/275-3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></span></a><span style="color: #000000;">          เครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้กระดาษไหว้ จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบในถาด ลงมือจุดธูป เทียนหลับตาแล้วพนมมือ อธิษฐานขอพรในสิ่งที่มุ่งมาดปรารถนา  ใกล้ๆ กันกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ บางกลุ่มง่วนอยู่กับการเขย่ากระบอกเซียมซีอย่างตั้งอกตั้งใจ ในยามข้าวยากหมากแพง ปัญหารุมเร้า ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจวุ่นวาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          จะมีที่ไหนเป็นที่พึ่งทางใจได้ดีเท่านี้&#8230;ไม่มีอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ความเป็นมา&#8221;ศาลเจ้าพ่อเสือ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วเก่าแก่ ที่ทั้งคนไทยและคนจีนไปกราบไหว้ด้วยความเคารพศรัทธามากที่สุด สร้างโดยชาวจีนแต้จิ๋ว เดิมตั้งอยู่ ถนนบำรุงเมือง เมื่อมีการขยายถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงย้ายมาสร้างใหม่ที่บริเวณทางสามแพร่ง ถนนตะนาว ปัจจุบัน โดยรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่ดินให้สร้าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สมัยนั้นเจ้าของที่ดินคือ กระทรวงธรรมการ ซึ่งแต่เดิมก็ดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ แล้วต่อมารัฐได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยดูแล กระทั่งปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนจีนเรียกว่า &#8220;ตั่ว เหล่า เอี้ย&#8221; หรือ &#8220;ศาลเจ้าพ่อใหญ่&#8221; เป็นศาลเจ้า ที่ประดิษฐานเฮี้ยงเทียนเซียงตี่, เจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู, และ เจ้าแม่ทับทิมส่วนคนไทยเรียกศาลเจ้าพ่อเสือ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ 2525</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สำหรับตำนาน &#8220;เจ้าพ่อเสือ&#8221; นั้น มีคู่มากับประวัติของวัดมหรรณพาราม ซึ่งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กับศาลเจ้า เล่าสืบต่อกันมาว่าสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เดิมหลังวัดมหรรณพารามเป็น ที่รกร้างป่าดง มีเสืออาศัยอยู่และมีบ้านคนเป็นแม่ลูกคู่หนึ่ง คือนาง ผ่องกับ นายสอน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วันหนึ่งนายสอนไปอาหารในป่าแล้วถูกเสือกัดแขนขา ส่วนเสือก็ถูกแทงที่หน้าและต้นคอ นายสอนสู้ไม่ได้จึงกระโดดลงน้ำตะเกียกตะกายหนีกลับบ้าน แต่มาถึงแค่รั้วบ้านก็ขาดใจตาย เมื่อแม่รู้เข้าจึงไปแจ้งความที่อำเภอให้ออกล่าเสือนำมาลงโทษ ด้วยความสงสารทางอำเภอจึงออกล่าเสือตามคำขอก่อนไปได้ไปขอพรหลวงพ่อพระร่วงที่โบสถ์ ขอให้กับเสือได้ง่าย ก็ปรากฏว่าสามารถจับมาได้อย่างง่ายดาย และนำตัวมาประหารนางผ่องเห็นเสือน้ำตาไหลจึงสงสาร ขอเสือเป็นลูกแทนนายสอนที่ตายไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เสืออยู่กับยายผ่องจนกระทั่งยายผ่องจะตาย ชาวบ้านทำเชิงตะกอนเผาศพยายผ่อง ขณะที่ไฟลุกไหม้อยู่นั้นเสือก็กระโจนเข้าไปในไฟตายตามไปด้วย ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างศาลใกล้กับวัด โดยเอากระดูกเสือบรรจุไว้ในแท่นพร้อมรูปปั้นเสือ และอัญเชิญดวงวิญญาณเสือให้มาสถิตอยู่ในศาล เรียกว่าศาลเจ้าพ่อเสือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          คนจีนส่วนใหญ่มาไหว้ &#8220;เจ้าพ่อใหญ่&#8221; หรือ ตั่ว เหล่า เอี้ย เป็นหลัก ส่วนเจ้าพ่อเสือเป็นองค์รองโดยเจ้าพ่อใหญ่นั้นเป็นเทพเจ้าที่มีบารมีใหญ่ที่สุดของจีน </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ในเรื่องของรายได้ของศาลเจ้าพ่อเสือ มาจากการขายธูปเทียนและของไหว้ที่อยู่ภายในศาลเจ้า ธูปเทียนชุดละ 20 บาท ส่วนของไหว้แล้วแต่ว่ามีอะไรบ้าง หมูดิบ ไข่ดิบ ผลไม้ ข้าวเหนียวหวาน และถ้าเป็นปีชงก็ใช้ชุดปัดตัวสะเดาะเคราะห์ 1 ชุด ประกอบด้วยยันต์โบราณ 6 แผ่น กระดาษเงิน กระดาษทอง และธูปเทียน จำหน่ายชุดละ 60 บาทเท่านั้น</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sarn_sua.jpg"><span style="color: #000000;"><img class="alignright size-medium wp-image-1423" title="sarn_sua" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/sarn_sua-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></span></a><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/1_31.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          การซื้อของไหว้ หรือชุดปัดตัว หากเป็นการซื้อข้างนอกศาลเจ้าราคาจะสูงมาก บางคนถูกหลอกให้นำของไปไหว้ก่อนแล้วมาคิดเงินที่หลัง โดนพ่อค้าแม่ค้าโกงบอกราคาหลายพันบาท บางรายถึงหมื่นบาทก็มี ปรากฎเป็นคดีความที่โรงพัก สน.สำราญราษฎร์ จำนวนนับสิบคดี จนต้องมีป้ายคำเตือนระวังถูกหลอกติดตั้งไว้ในศาลเจ้า</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ภายในศาลเจ้าจะมีตู้แดงรับบริจาคเงินตั้งอยู่ด้วย เงินบริจาคในตู้นี้จะส่งไปที่กทม.แล้วจากนั้นจึงส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยจะเปิดตู้ได้ต้องมีกุญแจไขจาก 3 หน่วยงาน ฉะนั้นรายได้ส่วนนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับทางศาล</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          วิธีไหว้สักการะ ตั่ว เหล่า เอี้ย ธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียน แดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง</span><a href="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/02/1_3.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วนการสักการะเจ้าพ่อเสือ จะต้องซื้อเครื่องเซ่น ประกอบด้วยหมูสามชั้น ไข่สด และข้าวเหนียวหวาน มีทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่แล้วแต่จะเลือกเสร็จแล้วผู้คนนิยมเสี่ยงเซียมซีในศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งหมด 42 ใบ ใครเสี่ยงทายได้ใบไหนก็แล้วแต่ดวงชะตาที่แน่ๆ&#8230;เซียมซีที่ศาลเจ้าพ่อเสือได้ชื่อว่าแม่นและศักดิ์สิทธิ์อย่างแรง </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เวลาเปิด-ปิดศาลเจ้าพ่อเสือ    โดยปกติเปิดวลา 06.00 น. และปิดในเวลา 17.00 น. แต่สำหรับในช่วงตรุษจีน คือตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 จะเปิดให้ไหว้ทั้งคืนไปจนถึงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันตรุษจีน เปิดเรื่อยไปจนถึง 17.00 น. ก็ปิดตามเวลาปกติ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: นสพ. มติชน ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 2553</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-featured/tiger/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อประวัติศาสตร์แสนน่าเบื่อ กลายเป็นการ์ตูนสุดสนุก</title>
		<link>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/catoon/</link>
		<comments>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/catoon/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2010 02:37:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aof</dc:creator>
				<category><![CDATA[S.HIGHLIGHTS]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลสำคัญ]]></category>
		<category><![CDATA[พระเจ้าตากสินมหาราช]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.saisawankhayanying.com/?p=462</guid>
		<description><![CDATA[           เมื่อใดก็ตามที่เอ่ยถึงวิชาประวัติศาสตร์ ก็คงจะนึกไปถึงภาพครูยืนถือตำราเรียนเล่มหนาปึ้ก พลางอธิบายเรื่องราวความเป็นไปในอดีตยาวเหยียดด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงยานคาง กว่าจะถึงปัจจุบันก็เล่นเอานักเรียนที่หลายคนต่างพากันฟุบหลับน้ำลายยืดกันทั้งห้อง ก่อนทิ้งการบ้านให้เขียนเรียงความในท้ายชั่วโมงบรรยากาศเก่าๆ อันแสนน่าเบื่อนี้ผุดขึ้นในหัวใครหลายคน ราวกับฝันร้ายตามมาหลอกหลอน
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2552
โดย:อินทรชัย พาณิชกุล
 
          มาวันนี้ นับเป็นโชคดีของเด็กยุคใหม่ เพราะมีหลากหลายช่องทางในการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ผ่านรูปแบบอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รายการสารคดีท่องเที่ยวซึ่งดำเนินรายการโดยพิธี
          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993300;">          <span style="color: #000000;"> เมื่อใดก็ตามที่เอ่ยถึงวิชาประวัติศาสตร์ ก็คงจะนึกไปถึงภาพครูยืนถือตำราเรียนเล่มหนาปึ้ก พลางอธิบายเรื่องราวความเป็นไปในอดีตยาวเหยียดด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงยานคาง กว่าจะถึงปัจจุบันก็เล่นเอานักเรียนที่หลายคนต่างพากันฟุบหลับน้ำลายยืดกันทั้งห้อง ก่อนทิ้งการบ้านให้เขียนเรียงความในท้ายชั่วโมงบรรยากาศเก่าๆ อันแสนน่าเบื่อนี้ผุดขึ้นในหัวใครหลายคน ราวกับฝันร้ายตามมาหลอกหลอน</span></span><span style="color: #000000;"><span id="more-462"></span></span></h4>
<p><span style="color: #000000;">ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2552</span></p>
<p><span style="color: #000000;">โดย:อินทรชัย พาณิชกุล</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;">          มาวันนี้ นับเป็นโชคดีของเด็กยุคใหม่ เพราะมีหลากหลายช่องทางในการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ผ่านรูปแบบอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รายการสารคดีท่องเที่ยวซึ่งดำเนินรายการโดยพิธี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กรวัยโจ๋ หรือแม้แต่หนังสือหนังหาต่างๆ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้น่าอ่านมากขึ้น ทั้งรูปเล่มสะดุดตาเนื้อหาสั้นกระชับ และรูปภาพประกอบสี่สีสวยงามช่วยเปลี่ยนบรรยากาศชวนเบื่อหน่ายของประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องสนุกสนานได้ไม่น้อยเลย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          แต่ทั้งหมดที่พูดมานี้ คงไม่มีอะไรที่ฮอตเท่ากับรูปแบบหนังสือการ์ตูนอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ยุคบูมของการ์ตูนประวัติศาสตร์, ชีวิตคนดัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          กวาดสายตาไปบนแผงหนังสือตามร้านหนังสือใหญ่ๆ รู้สึกว่าโซนที่ได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่และ ดึงดูดเด็กๆ ได้มากที่สุดเห็นจะเป็นมุม &#8220;การ์ตูนความรู้&#8221; ซึ่งมีมากมายหลายต่อหลายประเภทแตกต่างกันไป เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชีวประวัติบุคคล เพศศึกษา วรรณกรรม สอนภาษา พัฒนาตนเอง กีฬาและความรู้ทั่วไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">         <img class="alignleft size-medium wp-image-469" title="9789747358988" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/97897473589882-208x300.jpg" alt="9789747358988" width="208" height="300" /> แต่สำหรับการ์ตูนความรู้ชุดประวัติศาสตร์และชีวประวัติบุคคลสำคัญ ทั้งของโลกและของไทย ดูเหมือนจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ  &#8220;การ์ตูนความรู้ชุดประวัติศาสตร์กับชีวประวัติบุคคลสำคัญ ถือว่าเป็นการ์ตูนความรู้ประเภทแรกๆของการ์ตูนความรู้ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในตลาด หนังสือขณะนี้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เป็นคำบอกเล่าของ นิธิ เจริญกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แอ็คชั่นเฟรม คิดส์ ผู้ผลิตการ์ตูนประวัติศาสตร์และชีวประวัติบุคคลสำคัญออกมามากมายหลายเล่ม เช่น แนวประวัติศาสตร์อย่างมหากาพย์สงครามศักดิ์สิทธิ์ ครูเสด สงครามโลกครั้งที่ 2 มหาวิบัติล้างพันธุ์มนุษย์ ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสิน  มหาราชกู้ชาติ  หรือแนวชีวิต บุคคลสำคัญของ ไทยอย่างพลตรี จำลอง ศรีเมือง<img class="alignright size-full wp-image-466" title="dbasset" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/dbasset2.jpg" alt="dbasset" width="170" height="241" /></span></p>
<p><span style="color: #000000;">           ฉบับการ์ตูน : ปฐมวัยสู่ผู้ว่ากทม. และชีวประวัติของพระรูปสำคัญ อาทิพุทธทาสภิกขุ และหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ฉบับการ์ตูนว.วชิรเมธี ผู้ติดปีกให้ธรรมะ และพระมหาสมปองธรรมะ Delivery ทั้งหมดล้วนขายดีเกินหมื่นเล่มต่อเรื่อง และยังคงพิมพ์ซ้ำออกมาเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ผมมองว่าตลาดหนังสือการ์ตูนบ้านเรามันเริ่มมาจากเมื่อ 30-40 ปีก่อนสมัยยังเล่มละบาท ก่อนจะเข้าสู่ยุคการ์ตูนญี่ปุ่นครองเมืองในเวลาต่อมาด้วยคุณภาพของเขา ด้วยความพร้อมของเขา(ศักยภาพของวงการการ์ตูนญี่ปุ่น) เหนือกว่าเราหลายเท่า จนทำให้ช่วงนั้นการ์ตูนไทยเงียบหายไปคนทำหนังสือก็ต้องหาตลาดใหม่ๆ สุดท้ายจึงมาหยุดที่ชุดการ์ตูนความรู้ในวันนี้ สองสามปีที่ผ่านมาหนังสือการ์ตูนแนวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนทำให้มีสำนักพิมพ์แนวดังกล่าวเกิดขึ้นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 แห่ง ผมว่าเพราะมันมีจุดเด่นตรงเนื้อหาสาระแถมอ่านสนุก การ์ตูนความรู้จึงมีประโยชน์มหาศาลต่อเด็กไทยและสังคมไทย&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          สอดคล้องกับความเห็นของ ไพราษฎร์ สุขสุเมฆบรรณาธิการการ์ตูนความรู้ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ที่บอกว่าเหตุผลหลักที่การ์ตูนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชีวิตของบุคคลสำคัญของโลกได้รับความนิยมอย่างสูง ก็เพราะว่าสามารถนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์ความเป็นมาในอดีตที่มีเนื้อหาสาระหนักอึ้งและมีขนาดยาวหลายร้อยหลายพันหน้ามาแปลงโฉมเป็นตัวการ์ตูนลายเส้นน่ารักๆสีสันสวยงาม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ขณะที่เนื้อหาก็ย่อยมาให้สั้นกระชับแต่ครบถ้วนจนอ่านรวดเดียวจบภายในเล่มได้ไม่ยาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กช่วงอายุ 6-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงแห่งการเริ่มต้นอ่านหนังสือแปลงตำราให้เป็นการ์ตูนระหว่างประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับหนังสือเล่มโต กับฉบับการ์ตูนเล่มกะทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก &#8230;เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเด็กๆ ต้องเลือกอย่างหลัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นั่นจึงเป็นภาระอันหนักอึ้งของคนทำหนังสือและนักเขียนการ์ตูนที่ต้องทำหน้าที่ย่อยข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่าง เสกให้เป็นลายเส้นการ์ตูนใสๆ น่ารัก อีกทั้งยังต้องเลือกเฟ้นเนื้อหาให้สั้นกระชับครบถ้วน แม้ไม่เทียบเท่ากับฉบับหนังสือ แต่ก็ต้องเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          <img class="alignleft size-full wp-image-470" title="catoon5" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/catoon5.bmp" alt="catoon5" />&#8220;อย่างเช่นประวัติคนสำคัญอย่าง ชาร์ลส ดาร์วินอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ขงเบ้ง พระพุทธเจ้า แม่ชีเทเรซา เจ้าหญิงไดอานา หรือบารัก โอบามา เนื้อหาหลักก็จะเล่าถึงเส้นทางชีวิตของคนคนนั้นว่าผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมาเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก นำเสนอในแง่มุมที่คนอ่านไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งแง่มุมของความสำเร็จและความล้มเหลวเพื่อให้เด็กๆ อ่านแล้วรู้ว่าคนเหล่านั้นก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ เหมือนพวกเรา มีสุข มีทุกข์ มีผิดหวัง สมหวัง แต่สาระจริงๆ คือเขาต่อสู้เอาชนะมันมาได้อย่างไร&#8221; ไพราษฎร์ กล่าว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ส่วน โอรส ตรัสโกษีย์ นักการ์ตูนฝีมือดี เจ้าของผลงานการ์ตูนแนวชีวประวัติบุคคลสำคัญ อาทิ&#8221;ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกู้ชาติ&#8221;"พุทธทาสภิกขุ ฉบับการ์ตูน&#8221; &#8220;หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ฉบับการ์ตูน&#8221; และเล่มล่าสุด &#8220;พลตรีจำลอง ศรีเมือง ฉบับการ์ตูน : ปฐมวัยสู่ผู้ว่ากทม.&#8221; ก็มีทรรศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างตำราเรียนและหนังสือการ์ตูน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ผมคิดมาตลอดว่าสำหรับเด็กๆ แล้ว หนังสือก็เหมือนยาขม พอยื่นให้ก็พากันยี้ส่ายหน้าไม่อยากรับไว้ มีแต่คนไม่ชอบ กลัว บางคนถึงขั้นเกลียด ขณะที่การ์ตูนเหมือนกับขนมหวาน ใครๆ ก็ชอบ การดัดแปลงเนื้อหาจากหนังสือให้เป็นการ์ตูนมันก็เหมือนทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เนื้อหาที่มันมีอยู่เยอะเราก็ตัดทอนบางส่วนที่สำคัญจริงๆ การคัดย่อเอาตอนสำคัญในประวัติมาบอกเล่าก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องน่าติดตาม เช่น ด้านที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เลยของท่านพุทธทาส ที่เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพสามารถถ่ายภาพและล้างอัดได้เอง และเคยถ่ายภาพท้องฟ้านับเป็นพันๆ ภาพ หรือภาพถ่ายที่สะท้อนปริศนาธรรมอื่นๆ หรือที่ท่านเคยทำวารสารพุทธศาสนารายสามเดือน โดยมีเครื่องมือสำคัญคือเครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องพิมพ์ที่ดูแลได้เองในวัด&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          นอกจากนี้ โอรสยืนยันว่าสิ่งสำคัญของการ์ตูนความรู้ก็คือการเขียนให้มันสนุกสนาน มีแอ็กชัน มีมุขตลกขำขันแทรกไว้เสมอ เพราะอ่านง่ายแล้วก็รู้สึกเพลิดเพลินด้วย และในตอนท้ายบทเราก็จะสรุปเนื้อหาในตอนตอนนั้นอีกครั้งหนึ่ง โดยอาจจะเพิ่มเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย เพื่อเป็นการทบทวนเรื่องราวทั้งหมดไปในตัวอีกครั้งหนึ่ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ผ่องเพ็ญ อาชเทวัญบรรณาธิการอำนวยการสำนักพิมพ์สกายบุ๊กส์ อีกหนึ่งสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือการ์ตูนความรู้หลายประเภทมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดทำการ์ตูนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยและบุคคลสำคัญของไทย อาทิการ์ตูนความรู้ชุดวีรชนไทย (ชีวประวัติพันท้ายนรสิงห์ สมเด็จพระศรีสุริโยไท ท้าวสุรนารี ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร หมู่บ้านบางระจัน) ชุดมหาราชชาติไทย พระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเรื่องราวชีวิตของกวีเอกของไทยอย่างสุนทรภู่และศรีปราชญ์ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ทุกๆ เรื่องที่นำมาดัดแปลงเป็นการ์ตูน มีเรียนในหลักสูตรปัจจุบันแทบทั้งนั้น พอเด็กได้มาเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์แต่ละยุค หรือรูปร่างหน้าตาคนสำคัญผ่านลายเส้นการ์ตูน มีฉากแอ็กชันสนุกเร้าใจ ตลก ได้เห็นสีหน้าท่าทางของตัวละคร และบรรยากาศสมจริงของฉาก ก็ดึงดูดให้พวกเขาสนใจอ่านกันมากขึ้น สามารถเรียนรู้เรื่องยากๆ ในรูปแบบที่ง่ายขึ้น&#8221;<img class="alignright size-medium wp-image-472" title="catoon2" src="http://www.saisawankhayanying.com/wp-content/uploads/2010/01/catoon21-300x225.jpg" alt="catoon2" width="300" height="225" /></span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ดิฉันคิดว่าในอนาคตจะมีประวัติศาสตร์ไทยในแง่มุมอื่นๆ หรือประวัติบุคคลสำคัญของประเทศอีกหลายคน ถูกนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นการ์ตูนอีกหลายเรื่อง เพราะความนิยมของคนอ่าน โดยเฉพาะเด็กๆ ส่งผลให้อัตราการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าปัจจุบันเราจะถูกวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามากลืน แต่ก็เชื่อว่าเยาวชนไทยก็คงยังจะชื่นชอบและสนใจเรื่องใกล้ตัวมากกว่า พวกเขาจะได้รู้จักประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแผ่นดินที่อยู่ รู้จักตัวตนของเขารู้จักชาติไทยว่ามีทุกวันนี้ได้อย่างไร&#8221;เสียงแฮปปี้จากหนอนนักอ่าน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ได้ยินแล้วแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อรู้ว่ามีเด็กหลายคน (รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองบางคน) ได้อ่านการ์ตูนความรู้ชุดประวัติศาสตร์และชีวประวัติบุคคลสำคัญทั้งของโลกและของไทย จากที่เคยเกลียดประวัติศาสตร์ชนิดเข้าไส้ ก็อ่านจบลงด้วยความเพลิดเพลินใจได้ไม่ยาก มิหนำซ้ำยังทำให้จำนวนไม่น้อยแห่ไปซื้อหนังสือฉบับเต็มมาเสพด้วยอาการติดลมไปตามๆ กัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โต๊ส-วัชระชัย ทองทิพย์ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านเกษตรศาสตร์นวมินทร์ หนุ่มน้อยวัย 14 ปี คนนี้ชอบอ่านหนังสือทุกประเภท ยกเว้นอย่างเดียวคือตำราเรียน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาจำพวกพระพุทธศาสนาประวัติศาสตร์ โต๊สบอกว่าเพื่อนๆ หลับกันแทบทั้งห้อง ตัวเขาเองพยายามจะจดตามคำที่ครูบรรยายแต่ไม่นาน บรรยากาศก็เข้าสู่ความเงียบเชียบ ทุกสรรพเสียงในห้องเหลือเพียงเสียงครูกับเสียงพัดลมดังหึ่งๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;จำได้ว่าปีที่แล้ว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติแม่พาไปเที่ยวแล้วเห็นหลายสำนักพิมพ์ลดราคาหนังสือการ์ตูนความรู้ แม่ก็หยิบพวกแนวชีวิตของบุคคลสำคัญของโลก ประวัติความเป็นมาสงครามโลก ตำนานพระนเรศวรมหาราช แล้วสมจิตร จงจอหอ (หัวเราะ) ที่ตอนนั้นกำลังดัง กลับมาก็อ่านรวดเดียวจบสองสามเล่มเลย สนุกมากครับ เพราะมันเป็นการ์ตูน ตลกด้วย มีเกร็ดความรู้แทรกไว้ตลอด แล้วท้ายบทยังมีสรุปของตอนนั้นๆ ไว้&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ผมไปซื้อเพิ่มมาอีกหลายเล่ม ขนหนังสือไปที่โรงเรียน เผลอแป๊บเดียวติดกันทั้งห้อง จนเดี๋ยวนี้ติดกันหมดแล้วครับ&#8221; เด็กชายวัชระชัยยิ้มแก้มปริ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          ด้านวัชรี ทองทิพย์คุณแม่ของเด็กชายวัชระชัยเล่าว่า ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าหนังสือการ์ตูนความรู้ชุดที่ซื้อให้ลูกจะโด่งดังได้รับความสนใจถล่มทลายจากบรรดาผู้ปกครอง เห็นว่าลดราคาและเป็นหนังสือที่มีสาระเลยซื้อให้ลูก ทั้งๆ ที่ราคาค่อนข้างแพง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;หนังสือการ์ตูนแบบนี้ถ้าเป็นสี่สี มันรู้สึกว่าน่าอ่านกว่าขาวดำนะคะ&#8221; เธอว่า &#8220;เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนเห็นเด็กรุ่นๆ ลูกอ่านกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็น่าดีใจที่เด็กๆ อ่านหนังสือการ์ตูนแนวนี้ มีหลายประเภท ทั้งวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ คืออ่านยังไงก็ได้ความรู้ เป็นผลบวกอยู่แล้วดิฉันว่าถ้าเด็กๆ หันมาอ่านหนังสือการ์ตูนแบบนี้ให้มากกว่าการ์ตูนบันเทิงธรรมดาๆ จะเป็นประโยชน์มาก&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          &#8220;ลูกๆ ของพ่อแม่คนไหน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองที่เกลียดประวัติศาสตร์ ลองเริ่มอ่านจากการ์ตูนก็ดีนะคะ พออ่านจบแล้วรู้สึกสนุก เดี๋ยวมันก็สนใจไปค้นคว้าหาหนังสือฉบับเต็มๆ มาอ่านเอง ถือเป็นการปูทางอย่างหนึ่งที่จะทำให้คนรักการอ่านได้&#8221; วัชรี เอาประสบการณ์ของตัวเองมาถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ฟัง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">          เด็กๆ คนไหนที่บอกว่าประวัติศาสตร์น่าเบื่อเห็นทีต้องให้พ่อแม่ไปหาการ์ตูนชุดความรู้เหล่านี้มาลองให้อ่านดูซะแล้ว เผื่อจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศอันแสนจะน่าสะอิดสะเอียน ให้กลายเป็นความสนุกสนานมีชีวิตชีวาได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">      </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.saisawankhayanying.com/s-highlights/catoon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

