‘ณัฐชนน สะอาดศรี’ คนรุ่นใหม่หัวใจหมอลำ หันหน้ากลับสู่การเรียน เพราะการศึกษาคือประตูสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม

“หมอลำ” มีรากเหง้ามาจากดินแดนอีสานของไทย โดยคำว่า “หมอ” หมายถึง ผู้รู้ ผู้มีความชำนาญ ส่วนคำว่า “ลำ” หมายถึงการขับร้องเป็นทำนองยาว ๆ คล้ายกับการเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง ดั้งเดิมหมอลำเป็นการร้องเพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดนิทานชาดก เรื่องราวพุทธศาสนา หรือประวัติท้องถิ่นให้ชาวบ้านฟัง ในยุคที่ยังไม่มีทีวีหรือวิทยุ
“แคน” เครื่องดนตรีไม้ไผ่ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นหัวใจสำคัญของหมอลำ ท่วงทำนองของแคนช่วยพาผู้ฟังลอยไปกับจังหวะที่ทั้งสนุกสนานและอบอุ่น ผู้ร้องจะใช้เสียงสูงต่ำแบบพิเศษ ถ่ายทอดความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ ฟังแล้วเหมือนได้เดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชนบทอีสานจริง ๆ และเมื่อเวลาผ่านไปดนตรีหมอลำก็แตกแขนงหลายสไตล์ เช่น ลำกลอน, ลำเรื่องต่อกลอน, หมอลำซิ่ง แต่ไม่ว่าจะสไตล์ไหน จุดร่วมคือ “ความม่วนหรือความสนุกสนาน” และพลังของเสียงดนตรีล้วนเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกันทั้งสิ้น

ณัฐ ณัฐชนน สะอาดศรี วัย 24 ปี แดนเซอร์คณะหมอลำเสียงอิสาน คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้หมอลำในการทำมาหากินตั้งแต่อายุ 16 ปี ครั้งหนึ่งเขาหันหลังให้การศึกษาเพื่อปากท้อง แต่เมื่อเจอโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อปี 2563 งานไม่มี เงินไม่มี ทำให้ตระหนักว่า ชีวิตไม่มีความแน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อได้รับโอกาสจึงกลับมาเรียนอีกครั้ง
ณัฐเล่าเรื่องราวของตนเองผ่านคลิปวิดีโอในเฟซบุ๊ก กสศ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ว่า “ณัฐ จบ ป.6 ครับ ศึกษาถึงมัธยมปีที่ 3 แต่ไม่จบครับ เป็นความชอบตั้งแต่เด็กเลยครับ แล้วก็คำว่าหมอลำอยู่คู่กับชีวิตประจำวันของชาวอีสานมานานมากแล้ว ก็เลยคลุกคลีกับคำว่าหมอลำครับ เลยอยากมาเป็น ปีนี้ปีที่ 7 ครับ คำว่าเสียงอิสานก็อยู่คู่กับสังคมเรามานานพอสมควรครับ ก็เลยชอบ ประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างช่วง โควิด-19 ก็เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ณัฐมองว่ามันสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดครับ ลำบากมากช่วงนั้น งานไม่มี แล้วก็รายได้ก็หายไปเลยนะครับ นั่นแหละครับทำให้ณัฐตัดสินใจเรียน

ณัฐคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครับสำหรับณัฐ ณัฐเลยอยากเรียน ณัฐจะใช้เป็นใบเบิกทางในการสานต่อสิ่งที่รัก แล้วก็หาความมั่นคงให้กับตัวณัฐเอง ใช้ความรู้มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันตอนนี้ครับ ถ้าเราเต้นมันก็มีพื้นฐาน หรือเราชอบในการร้องเพลง เขาก็มีพื้นฐานในหลักสูตรที่เขาสอน ก็นำมาสานต่อได้ครับ หากวันหนึ่งที่ณัฐตัดสินใจไม่เป็นหมอลำต่อแล้ว ณัฐก็ใช้วุฒิไปทำอาชีพอื่นต่อที่มั่นคงกว่านี้ได้
ท้าทายเรื่องเวลาครับต้องจัดสรรเวลาให้ดี เพราะว่าเราทำงานตอนกลางคืน เราต้องพักผ่อนตอนกลางวัน มันต้องจัดสรรเวลาให้ทุกส่วน อยากบอกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรามากๆเลยครับ เหมาะสำหรับการทำงานของพวกเรา การทำงานเราเวลามันไม่เหมือนคนปกติทั่วไป เพราะเราทำงานตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสที่ดีมากๆ เขาพูดเขาสอนอะไรมาเราก็จำให้ได้มากที่สุดครับ แล้วก็ทำแบบทดสอบ ส่งทางออนไลน์เลยครับ มีการสอบครับ เห็นเขาบอกว่าจะมีการอบรม 5 วันครับ หลังจากนั้นเป็นการสอบ สอบแบบภาคปฏิบัติครับ
อยากเรียนเกี่ยวกับนาฏศิลป์ครับ อยากศึกษาให้มากกว่านี้ ตอนนี้สิ่งที่ณัฐเป็นอยู่มันสอนประสบการณ์ให้ณัฐแล้ว แต่ณัฐอยากรู้พื้นฐานที่มันมากกว่านี้ครับ ตอนแรกที่บ้านก็ไม่ค่อยโอเคครับ เพราะว่าส่วนใหญ่อาชีพหมอลำถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมั่นคง ทางบ้านไม่ค่อยโอเคเท่าไร แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านเคารพการตัดสินใจของเรา
อยากบอกตากับยายว่า ณัฐเรียนจบแล้วนะครับ สามารถหาอาชีพ หางานที่มั่นคงได้มากกว่าเดิม ที่สามารถดูแลตัวณัฐได้ หรือจุนเจือครอบครัวได้ครับ”

‘ห้องเรียนหมอลำของณัฐ’ เกิดจากความร่วมมือของบอสแป้ง – ณัฐธิดา เสียงอิสาน กับ ครูปริม – ปริมประภา สุวรรณพรม คุณครูและผู้อำนวยการจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้กำลังมองหาทางออกให้กับเยาวชนที่หลุดออกจากระบบ
เสียงอิสานเป็นอีกคณะหมอลำที่นำหลักสูตรหมอลำศึกษามาปรับใช้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ “เรียนไปนำ ลำไปด้วย” หมายถึงการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียนที่ชื่อ “ห้องเรียนหมอลำ” ห้องเรียนที่เกิดจากผลสำรวจความจริงในวงหมอลำทั่วภาคอีสาน โดยหัวใจสำคัญของห้องเรียนหมอลำที่ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ออกแบบ คือการทำลายกำแพงระหว่างการเรียนและการทำงาน ซึ่งแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ส่วนหลักที่ผู้เรียนสามารถทำได้จริง คือ (1) การเรียนผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสิ่งที่ใกล้ตัวหรือสิ่งที่ปฏิบัติในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว (2) การเรียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผู้เรียนต้องบริหารจัดการตัวเอง ระหว่างที่ต้องทำงานกับช่วงเวลาที่ต้องศึกษาเนื้อหา และส่งงานผ่านออนไลน์ สุดท้ายคือ (3) การเรียนผ่านค่ายหมอลำ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงที่วงหมอลำปิดฤดูกาล (ช่วงเดือนกรกฎาคม) เด็กๆ จะต้องเข้าค่ายเพื่อสรุปบทเรียนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร่วมกับอาจารย์ บรมครูหมอลำ ศิลปินในวงการ

ในวันนี้ ณัฐ ณัฐชนน สะอาดศรี ทำความฝันก้าวเล็กๆ อีกก้าวหนึ่งสำเร็จแล้ว จบหลักสูตรหมอลำศึกษา และมีฝันอยากจะเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์อีกด้วย เรื่องราวของณัฐคงจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนอีกหลายๆ คนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และอยากได้โอกาสในการกลับมาเรียนอีกครั้ง ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) https://www.eef.or.th/contact/
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา , เฟซบุ๊ก เจ้าดำ ณัฐชนน และเว็บไซต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย