บรรยากาศการเฉลิมฉลองสมโภช “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จ.นครศรีธรรมราช หลังยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แห่งที่ 9 ของไทย

หลังจากที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ และแห่งที่ 9 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ชาวนครศรีธรรมราชได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงสุดตระการตาของเยาวชนมโนราห์กว่า 500 ชีวิต ที่พร้อมใจกันแต่งเครื่องอย่างสวยงามและร่ายรำอย่างพร้อมเพรียง ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในแผ่นดิน

โดยการจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฏาคม 2569 ด้วยการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ซึ่งมีข้าราชการและประชาชนเข้าร่วมทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก ขณะที่ตลอดทั้งวันก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ขอพรที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารอย่างไม่ขาดสาย แสดงถึงความเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธามิเสื่อมคลาย


ในช่วงบ่ายมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองสมโภชการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ได้ร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และต่อจากนั้นก็มีพิธีแห่ผ้าขึ้นห่มพระบรมธาตุ พร้อมเวียนผ้ารอบองค์พระบรมธาตุ 3 รอบตามประเพณี
การที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นการประกาศคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดทางภาคใต้อีกด้วย

และช่วงค่ำ ปิดท้ายด้วยการแสดงของคณะมโนราห์กว่า 500 ชีวิตที่พร้อมใจกันมารำมโนราห์ถวายองค์พระบรมธาตุ จนล้นลานโพธิ์ ต้องปิดถนนราชดำเนินเพื่อให้นักแสดงได้ใช้พื้นที่อีกแห่งหนึ่ง สำหรับมโนราห์ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่มาแสดงนั้น เป็นเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่แต่งตัวด้วยชุดมโนราห์สีสันสวยงาม และร่วมกันแสดงอย่างพร้อมเพรียงกัน ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์สำคัญที่สวยงามยิ่งหน้าหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากนั้น ในวันดังกล่าว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ก็ได้เปิดห้อง “พระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมรดกโลกครั้งนี้ด้วย นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมศิลปากร ที่ได้นำเสนอและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ผ่านสื่อจัดแสดงที่ทันสมัยและสวยงาม เพื่อสืบสาน สร้างสรรค์ ต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมในฐานะแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชนและท้องถิ่น

ห้องนิทรรศการถาวรนี้ นำเสนอโบราณสถานสำคัญทางศาสนาซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของ
ชาวนครศรีธรรมราชและประชาชนทั่วไปในภาคใต้ ในหัวข้อ “พระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช” ประกอบด้วย
- การเกริ่นนำ “เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ” แนะนำความสำคัญของพระบรมสารีริกธาตุในประเทศไทย ความเป็นมาของพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชในฐานะหนึ่งในจอมเจดีย์แห่งสยาม และประวัติของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร
- ส่วนที่ 1 พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช นำเสนอโดยสื่อมัลติมีเดียและโมเดลจำลองที่อธิบายประวัติศาสตร์และความสำคัญของพระมหาธาตุเจดีย์ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของคาบสมุทรภาคใต้
- ส่วนที่ 2 พุทธบูชาและประเพณี นำเสนอความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระมหาธาตุเจดีย์ ผ่านเรื่องการกัลปนาวัดที่ปรากฏในเอกสารโบราณ การถวายเครื่องพุทธบูชา ประเพณีที่เกี่ยวข้อง โดยจัดแสดงเครื่องพุทธบูชาบนองค์พระมหาธาตุเจดีย์จากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จำนวน 10 รายการ และสื่ออินเทอร์แอกทีฟ
- ส่วนที่ 3 พระราชศรัทธาและการดำเนินงานทางโบราณคดี นำเสนอเรื่องราวของพระราชศรัทธา และการทำนุบำรุงพระมหาธาตุเจดีย์ การอนุรักษ์วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ตามหลักสากล จากอดีตถึงปัจจุบัน การดำเนินงานทางโบราณคดี โดยใช้กราฟิก สื่อมัลติมีเดีย และโบราณวัตถุที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2552 และ 2559 เข้ามาช่วยอธิบายอายุ พัฒนาการ และคุณค่าของวัด รวมทั้งจัดแสดงหน้าบันไม้จำหลักจากพระวิหารหลวง
- ส่วนที่ 4 นานาสาระ นำเสนอเรื่องราว ความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ความศรัทธาของผู้คนที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน บทบาทของพระมหาธาตุเจดีย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจ และอัตลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช โดยจำลองบรรยากาศพื้นที่จัดแสดงเสมือนระเบียงคด ของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนได้เดินชมเรื่องราวภายในวัด




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก แฟนเพจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช , กรมศิลปากร และรายการขันข่าวเช้าตรู่ TV3HD