ปาฏิหาริย์ทะเลพังงา พบแม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่นอกฤดูกาลรังที่ 3 สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลของไทย

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่เรื่องราวน่ายินดี เมื่ออุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ค้นพบแม่เต่ามะเฟือง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหายาก ขึ้นมาวางไข่นอกฤดูกาลเป็นรังที่ 3 ของปี ท่ามกลางความตื่นเต้นและการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญตลอดทั้งคืน
นางสาวพณัฐธภรณ์ เกตุสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ผู้รายงานเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 21 ถึง 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ได้สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต และทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต ในการปฏิบัติภารกิจออกลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟือง โดยมีการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนมาใช้ในการบินสำรวจทางอากาศ
จนกระทั่งในเวลา 00.44 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแม่เต่ามะเฟืองขนาดใหญ่กำลังคลานขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาด ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลป.1 (ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ) อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์และคุ้มกันอย่างใกล้ชิดในความมืด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวน จนกระทั่งแม่เต่าวางไข่เสร็จสิ้นกระบวนการตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และคลานกลับลงสู่ทะเล
จากการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลทางวิชาการของแม่เต่าและหลุมไข่ในเวลาต่อมา พบว่าแม่เต่ามะเฟืองตัวดังกล่าวมีขนาดสมบูรณ์และแข็งแรงมาก โดยวัดความกว้างของกระดองได้ 100 เซนติเมตร ความยาวกระดอง 155 เซนติเมตร ส่วนหลุมไข่มีความลึก 80 เซนติเมตร และมีความกว้างหลุม 42 เซนติเมตร จากการตรวจสอบภายในหลุมพบไข่เต่าทั้งหมดจำนวน 119 ฟอง เป็นไข่ที่มีสภาพสมบูรณ์พร้อมฟักจำนวน 99 ฟอง และเป็นไข่ลมอีกจำนวน 20 ฟอง โดยมีขนาดไข่เฉลี่ยอยู่ที่ 5.07 เซนติเมตร
คณะเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกันแล้วเห็นว่า จุดที่แม่เต่าเลือกวางไข่ในครั้งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่น้ำทะเลจะท่วมถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ไข่เต่าเน่าเสียและไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ จึงได้ร่วมกันดำเนินการขุดย้ายไข่เต่าทั้งหมดออกจากหลุมเดิมอย่างระมัดระวัง เพื่อนำไปฝังกลบและอนุบาลต่อในคอกอนุบาลไข่เต่ามะเฟือง บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากน้ำทะเล เพื่อให้ไข่เต่าได้ฟักตัวตามธรรมชาติต่อไป โดยทางอุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไข่เต่ามะเฟืองรังนี้จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 55 ถึง 65 วัน หรือคาดว่าจะฟักเป็นตัวประมาณช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ สำหรับการค้นพบในครั้งนี้นับเป็นรังที่ 3 ของการขึ้นวางไข่นอกฤดูกาลของแม่เต่ามะเฟืองในพื้นที่ ซึ่งตามปกติแล้วฤดูวางไข่ของเต่ามะเฟืองจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม
ข้อมูลจาก คลังความรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า เต่ามะเฟือง เป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสัตว์สงวน ตามบัญชีรายชื่อ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2562 มีลักษณะกระดองไม่เป็นเกล็ด แต่เป็นแผ่นหนังหนาสีดำ อาจมีแต้มสีขาวประๆ ทั่วตัว กระดองเป็นสันนูนตามแนวความยาวจากส่วนหัวถึงท้ายจำนวน 7 สัน (รวมขอบข้าง) ไม่มีเกล็ดปกคลุมส่วนหัว จะงอยปากบนมีลักษณะเป็นหยัก 3 หยัก ครีบหน้าใหญ่ลักษณะเหมือนใบพาย ตัวเต็มวัยยาว 210 ซม.หนัก 900 กก. ซึ่งจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 13-14 ปี ขนาดที่ขึ้นมาวางไข่มีความยาวไม่น้อยกว่า 150 ซม. มักวางไข่ในแนวหาดทรายโล่งที่ไม่มีพืชปกคลุม กินแมงกะพรุนเป็นอาหารหลัก อาศัยในเขตทะเลเปิดที่อุณหภูมิน้ำ 10-20ºC ประเทศไทยพบเต่ามะเฟืองได้น้อยมากในปัจจุบัน และพบการเกยตื้นเพียงบางแห่งในชายฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน การค้นพบในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายหาดในแถบจังหวัดพังงาได้เป็นอย่างดี
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , คลังความรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง




