‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเจ้าฟ้าฯ สู่ประชาชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายใต้ชื่อ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

โดยกิจกรรมในวันเปิดนิทรรศการ มีการเสวนาในหัวข้อ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแนวทางการสืบสานพระปณิธาน จากศิษย์เก่าที่มีโอกาสได้ถวายงานใกล้ชิด โดย ศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ พระอาจารย์ที่ปรึกษา เอกอัครราชทูตอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) อดีตที่ปรึกษา โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และรองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด พระสหายร่วมรุ่น และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ พระอาจารย์ที่ปรึกษา และสตรีท่านเดียวที่ได้เป็นตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวย้อนรำลึกความทรงจำถึงพระจริยวัตรของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่า “รู้สึกซาบซึ้งมากค่ะที่ได้รับเลือกให้เป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษา ตั้งแต่ปี 1 นะคะ ก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ พระองค์ท่านไม่ได้โปรดให้ทำอะไรเป็นพิเศษ ถวายคำแนะนำหรืออะไรเป็นพิเศษ และพระองค์ท่านมีพระจริยวัตรที่เรียบง่าย อย่างวันแรกที่ได้พบพระองค์ท่าน วันที่ 11 พฤษภาคม 2540 ท่านก็เสด็จมาในวันรับเพื่อนใหม่ ท่านทรงนั่งอยู่แถวหน้าในคอมมอนรูม ซึ่งดูกระดำกระด่างพื้นไม่ค่อยสะอาดเท่าไร ท่านทรงฉลองพระองค์เสื้อสีม่วง ทรงสนับเพลา หรือกางเกงสีดำ รวบพระเกศาไว้ด้านหลังพระเศียร และติดกิ๊บสีม่วง รุ่นพี่ก็ส่งน้ำถวายพระองค์ท่าน ให้พระองค์ท่านส่งน้ำไปข้างหลัง ท่านก็ส่งน้ำไปประมาณร้อยถ้วย ก็เป็นที่ซาบซึ้ง แอบดูอยู่ห่างๆ รู้สึกว่าพระองค์ท่านวางพระองค์แบบธรรมดามากๆ เลย หรือวันแรกๆก็ถามทำไมท่านเลือกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับเดียว ท่านก็ทรงเล่าให้ฟังว่า อยากเรียนที่ธรรมศาสตร์ และทูลกระหม่อมปู่เห็นพร้องด้วย ให้เรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจจะเป็นเรื่องส่วนพระองค์ไปหน่อย บางทีก็มีคนถามว่าถ้าพระองค์ไม่ติดเอนทรานซ์ที่หมายจะทำอย่างไร ถ้าไม่ติดเอนทรานซ์มหาวิทยาลัยที่หมาย ก็จะไปเรียนรามคำแหง ท่านไม่ทรงถือพระองค์ว่าท่านจะไปทรงพระอักษรปะปนกับชาวบ้าน…พระองค์ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า ภานะ ถ้าภาจบแล้วเนี่ย ภาก็จะไปทำงานกฎหมาย เพื่อจะใช้กฎหมายในทางทฤษฎีไปในทางปฏิบัติ แต่ในที่สุดภาก็จะทำหน้าที่ราชวงศ์ทั้งหลาย ก็คือรับใช้ประชาชน เพราะหัวใจของประเทศชาติก็คือประชาชน ท่านจะรับใช้ประชาชนเหมือนที่ราชวงศ์ทำ ท่านทรงรับสั่งแบบนี้ ฟังแล้วเป็นที่ซาบซึ้งมาก ไม่ว่าใครฟังก็คงซาบซึ้งนะคะ…”

รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด พระสหายร่วมรุ่น และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวย้อนความทรงจำเมื่อ 29 ปีก่อน เมื่อครั้งได้เรียนร่วมกับเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่า “ขออนุญาตเรียกพระองค์ท่านว่า ‘พระองค์ภา’ นะคะ เวลาทุกคนนึกถึงพระองค์ท่านก็จะนึกถึงวันแรก คือวันที่ 11 พฤษภาคม (พ.ศ.2540) คือสมัยก่อนวันที่ 11 พฤษภาคม จะเป็นวันที่คนที่สอบเอนทรานซ์ในสมัยนั้นติด จะมีการจัดที่เรียกว่า ‘วันรับเพื่อนใหม่’ ภาพอย่างแรกเลยที่เรารู้ว่าจะมีพระองค์ภามาเรียนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย สิ่งที่เรามีอยู่ในหัวหรือคาดการณ์ว่าคงจะต้องมีการจัดอะไรเป็นพิเศษ หรือว่าจะต้องมีการจัดพื้นที่จัดอะไรเป็นพิเศษที่เรียกว่าท่านอาจจะไม่สามารถมาเรียนกับพวกเราเป็นปกติ ก็กังวลอยู่เหมือนกัน จะไปได้แค่ไหน หรือเดินได้แค่ไหน คือภาพที่เพื่อนส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแบบนั้น ก็คงตื่นเต้นด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็คือจะทำตัวอย่างไร ปรากฎว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่เราเจอท่านครั้งแรกที่อาจารย์เสาวนีย์เล่านะคะ ท่านฉลองพระองค์ด้วยเสื้อยืดสีม่วง เราก็อ๋อเจ้าฟ้าเขาฉลองพระองค์แบบนี้ใช่ไหม อันนี้ก็คือทำให้ความเกร็งของเพื่อนๆนั้นหายไป ท่านร่วมกิจกรรมเหมือนนักศึกษาคนอื่นทั่วไปเลยค่ะ ไม่มีการแบ่งพื้นที่เป็นพิเศษหรือว่าจัดอะไรที่เป็นพิเศษ อันนี้คือความเซอร์ไพรส์อย่างหนึ่งของเพื่อนร่วมรุ่นนะคะ… ภาพนี้คือภาพที่ทุกคนพูดตรงกันไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือว่าจะเป็นคนที่อยู่ในช่วงโมเมนต์นั้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่รังสิตหรือที่ท่าพระจันทร์ว่า พระองค์ทรงมีพระจิรยวัตรที่เรียบง่าย อ่อนน้อม เคารพ และให้เกียรติพระอาจารย์ เพื่อนร่วมรุ่น และคนอื่นๆ แม้แต่จะเป็นแม่บ้าน เป็นภารโรง หรือว่าเป็นใครก็แล้วแต่ ซึ่งท่านไม่ได้ถือพระองค์เลย อันนี้คือสิ่งที่คนพูดตรงกันว่าพระองค์คือเจ้าฟ้าที่เดินเคียงข้างประชาชนจริงๆ…”

เอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) อดีตที่ปรึกษา โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กล่าวย้อนพระกรณียกิจเมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ ว่า “เมื่อกล่าวถึงทูลกระหม่อมภานั้น ในวงการระหว่างประเทศนั้นจะถวายพระนามว่า ‘ปริ๊นเซส แพท’ ในการประชุมต่างๆนั้น สิ่งที่สำคัญมากคือ เบื้องต้นทุกๆคนนั้นจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นว่าจะถวายการรับเสด็จฯ อย่างไร จะประพฤติตนอย่างไร แต่ด้วยความว่าผู้บังคับบัญชาก็พูดแล้วว่าพระองค์ท่านนั้นมีพระจริยวัตรที่งดงาม สบายๆ เพราะฉะนั้นเนี่ยก็เป็นที่รักใคร่ ด้วยพระบารมี ด้วยพระปรีชาสามารถ ทำให้นานาประเทศนั้นให้การยอมรับและถวายพระเกียรติมาตลอดนะครับ ในวงการระหว่างประเทศนั้น ‘ปริ๊นเซส แพท’ ได้รับการมองว่าเป็นผู้ที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ทรงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับกลุ่มผู้เปราะบาง และในทุกๆที่นั้น พระดำรัสหรือถ้อยแถลงต่างๆ จะยึดหลัก 3 ประการ คือ ความยุติธรรม หลักนิติธรรม ความมั่นคงที่ยั่งยืน อันนี้เปรียบเสมือนปรัชญาประจำพระองค์ …ในวงการระหว่างประเทศนั้น เราถือว่าพระองค์ท่านได้ยกระดับความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้กับมนุษยชาติเป็นอย่างมากนะครับ ผมเองนั้นนั่งฟัง และท่านรับสั่งเสมอว่า ในการที่จะรับผิดชอบงานเรื่องนี้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญ โดยต้องพิจารณาโดยใช้ประชาชน ใช้คนเป็นศูนย์กลาง และพิจารณาในเรื่องขององค์รวมด้วย พระองค์ท่านเองก็พยายามที่จะเชื่อมโยงระหว่างความยุติธรรม หลักนิติธรรม และความมั่นคงที่ยั่งยืนมาตลอดเลยครับ…”

นี่เป็นเพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งของผู้ที่เคยถวายงานใกล้ชิด สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา บนเวทีเสวนานิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration’ ซึ่งสะท้อนให้เราเห็นถึงพระจริยวัตรที่งดงามและพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของเจ้าฟ้าหญิงฯ ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย

ทั้งนี้ นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” กำหนดจัดขึ้นทั้งที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 15 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 19.00 น. เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าชมข้อมูลนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ https://www.library.tu.ac.th
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก แฟนเพจ Thammasat University