ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย แต่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีชนกลุ่มน้อยมากกว่า 55 เผ่า อาศัยกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค ชนเผ่าเหมียว (Miao) เป็นหนึ่งใน 55 เผ่า ของจีน

  

เรื่อง อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์

             ชนเผ่าเหมียว (Miao) นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของจีนก็ว่าได้  โดยชนเผ่าเหมียวจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน โดยส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 90 จะอาศัยอยู่ในเมืองกุ้ยโจว ซึ่งถือได้ว่าชนเผ่าเหมียวเป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่และประชากรมากที่สุดในบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ในประเทศจีน โดยมีประมาณ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ของชาวเหมียว หรือ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเหมียว Kaili Xijiang Miao Village

                นอกจากชาวเหมียวจะอพยพมาตั้งหลักปักฐานในประเทศจีนแล้ว ยังอาศัยอยู่ในอีกหลากหลายประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศไทย พม่า เวียดนาม ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ในประเทศไทยจะเรียกชนเผ่านี้ว่า แม้ว

                ชนเผ่าพื้นบ้านเหมียวมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ดี จึงมักพบชาวเหมียวอาศัยอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างยากต่อการอยู่อาศัย อย่างเช่น บนภูเขาสูง ที่มีอากาศแปรปรวนโดยชาวเหมียวมักจะสร้างบ้านด้วยไม้ ทั้งหมด 3 ชั้น โดยจะอาศัยอยู่ในชั้นที่ 2 ของบ้าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชอบกินข้าวเหนียว มันฝรั่ง และข้าวโพด มีภาษาถิ่นหรือภาษาเหมียวเป็นภาษาของตัวเอง มีความเชื่อว่าบรรพบุรุษของตนเกิดมาจากผีเสื้อ และมีความเชื่อว่าเครื่องประดับเงินสามารถปกป้องตนเองให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ ได้ และเครื่องประดับทองจะแสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัว

                นอกจากนี้ชนเผ่าเหมียวยังแบ่งออกเป็น Long Skirt Miao and Short Skirt Miao ซึ่งที่ได้ไปเยี่ยมชมนั้น คือ หมู่บ้านชนเผ่าเหมียวกระโปรงยาว หรือ Long Skirt Miao โดยจะมีความแตกต่างกันตรงที่เครื่องแต่งกาย

          ในการเดินทางไปหมู่บ้านเหมียว เมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าของหมู่บ้าน ไม่ว่าใครก็ต้องได้รับการต้อนรับจากคนในหมู่บ้านไม่ว่าคนเท่าคนแก่ วัยรุ่น และสาวชนเผ่าเหมียวที่มายืนต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเสียงเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับเหล้าที่ใส่เขาควายให้สำหรับผู้ที่มาเยือนได้ลิ้มรสชาติ ไปพร้อมกับเสียงเพลง อันนี้ถือได้ว่าเป็นประเพณีของเหมียวอีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอถ้าได้มาเยือน

          จากสภาพที่ผมได้ไปในวันนั้นถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะมีฝนตกลงมา แต่จากสภาพที่ได้เห็นถือได้ว่าทางการจีนได้ให้ความสำคัญกับชนเผ่าพื้นบ้านไม่น้อย ประการแรกคือเรื่องของการพัฒนาที่อยู่อาศัยถึงแม้ว่าจะมีการดำรงชีวิตบนป่าเขา แต่ในที่แห่งนี้ บ้านเรือนทุกหลังได้ถูกสรรสร้างได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่นำมาสร้าง และการดีไซน์ได้อย่างลงตัวกับธรรมชาติโดยที่ไม่เกิดการสูญเสียของระบบนิเวศ และสามารถนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวอีกเช่นกัน  นับว่ามีการวางแผนการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจริงๆ

พอเดินมาเยี่ยมชมด้านในก็มีการขายสิ้นค้าต่างๆมากมายที่ผลิตมากจากวัสดุภายในถิ่นฐานที่ชนเผ่าเหมียวใช้ดำรงชีวิต และไม่แปลกเลยที่สินค้าประเภทเครื่องเงินจะมีจำหน่ายมากเพราะชนเผ่านี้มีความเชื่อว่า เครื่องประดับเงินสามารถปกป้องตนเองให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ ได้ และเครื่องประดับทองจะแสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัว ซึ่งทำให้ผมและเพื่อนซื้อกลับมาเป็นของฝากให้คนทางบ้านไม่น้อยชิ้น เพราะราคาที่นี้ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว

            ส่วนทางเรื่องของอาหารการกิน คนไทยส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าอาหารของจีนจืด แต่ในที่นี้ไม่เลยครับ เรื่องของอาหารที่นี้รสชาติไม่แตกต่างกับทางประเทศไทยเรามากเนื่องจากหมู่บ้านเหมียวอยู่ทางตอนใต้ของจีน ดังนั้นเรื่องของอาหารก็จะใกล้เคียงกับอาหารไทย ที่น่าสนใจก็คือข้าวผัดไข่ ถือว่าเป็นเมนูสุดโปรดของกรุ๊ปพวกเราเลยเพราะไม่ต้องมีกับข้าวก็สามารถทานได้เปล่าๆ แบบไม่ต้องมีกับ ถ้าเปรียบกับบ้านเราข้าวผัดไข่ของเขาก็คือข้าวสุกที่เราไว้สำหรับรับประทาน…..

ความหลากหลายของชนเผ่า ประเพณี วัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเหมียวแห่งนี้ถ้าเปรียบกับเมืองไทยของเราแล้วก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก แต่กับมาแตกต่างตรงที่จีนสามารถพัฒนาและให้ความกับชนเผ่าเหมียว จึงทำให้ประชากรของเขามีรายได้แม้จะเป็นชนเผ่าที่ห่างไกลความเจริญ อีกทั้งยังทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนีย์ภาพอันเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว  ถ้าเรามองความคิดและการพัฒนาของรัฐบาลจีนแล้วนำมาพัฒนาชนเผ่าแม้วในประเทศไทย ผมเชื่อ!ชนเผ่าแม้วของไทยก็สามารถเป็นจุดขายและสถานที่ท่องเที่ยวไม่ต่างอะไรกับ หมู่บ้านเหมียวในเมืองกุ้ยโจว

นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆน้อยๆที่ผมได้เก็บมาฝากกับผู้อ่าน  ที่เหมือนกับอาหารจานแรกที่เสิร์ฟพร้อมเกร็ดความรู้จากต่างแดนเท่านั้นครับ ในครั้งหน้ารับรองยังมีเรื่องมาเล่าจากพื้นแผ่นดินจีนให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันต่อไป…….

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD