ถึงจะห่างหายจากสายตาของแฟนกีฬาทั่วโลกไปพักใหญ่ๆ แต่ด้วยชื่อของ ไมก์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันทั้งในและนอกสังเวียน เวลาที่เขาขยับตัวทำอะไรที สื่อคงไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ

          นอกเหนือจากคดีกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ หัวข้อข่าวของไอ้หน้าบากมักจะเกี่ยวพันกับเรื่องครอบครัวและลูกๆ เสียมาก อย่างสุดสัปดาห์ก่อน ไทสันก็เพิ่งอุ้มลูกสาวตัวน้อยไปชมมวยชิงแชมป์โลกมาหมาดๆ

          หรือเมื่อเร็วๆ นี้ เขายังทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปปรากฏตัวในรายการวิทยุ อีเอสพีเอ็น เรดิโอ ลาสเวกัสหลังเสร็จจากนัดทำฟันพร้อมเอนหลังคุยอย่างเป็นกันเองกับ ดีเจกริดล็อคเพื่ออัพเดตเรื่องสัพเพเหระในชีวิตให้แฟนกีฬาโลกได้ฟัง

          …เป็นเนื้อหาที่อีเอสพีเอ็นบอกว่าทำเอาหลายคนทึ่ง เพราะไมก์ไทสัน ในวันนี้ ห่างไกลจากความโลดโผนและอื้อฉาว ณ ช่วงชีวิตหนึ่งก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

          สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ “บทเรียนชีวิต” จากการสูญเสีย เอ็กโซดัสลูกสาวอายุเพียง 4 ขวบ จากอุบัติเหตุในบ้านอย่างไม่คาดฝันเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ถึงจะเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางบวก เจ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งความ “สุดโต่ง” อันเป็นเครื่องหมายการค้าแม้แต่นิดเดียว!

          ทุกวันนี้ เขาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปจากสมัยก่อนมาก หันมาให้เวลากับครอบครัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะไม่ไปปรากฏตัวที่งานไหนด้วยตัวเองยกเว้นได้รับเชิญเท่านั้น เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เลิกเที่ยวผู้หญิง และกลายเป็นมังสวิรัติเต็มตัว

         

     “ตอนเสียลูก ผมรู้สึกแย่มากๆ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ถึงจุดนึงเลยคิดว่าถ้าจะไปต่อก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง พยายามเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ตัวเองไม่ชอบ มันเริ่มราวๆ เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนครับ ผมพยายามจะใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์มากขึ้น เลิกสูบบุหรี่ เลิกหมดทุกอย่าง ส่วนเรื่องยา บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้มีปัญหาติดยานะ ปัญหาอยู่ตรงวิธีคิดมันผิดเพี้ยนไปเองมากกว่า เมื่อก่อนผมคิดแค่จะทำแต่เรื่องบ้าๆ ใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยง แล้วยาก็เป็นหนึ่งในนั้นแค่นั้นเอง”

          ไทสันมองกลับไปยังตัวตนในอดีตของตัวเองว่า ใช้ชีวิตเหลวแหลกเละเทะโดยไม่ดูตัวเอง และไม่ได้ดูเลยว่าทำอะไรเกินตัวไปขนาดไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนทวงหนี้และพบว่าตัวเองหมดตัวแล้ว แถมยังไปขู่เข็ญเอาเงินจากพ่อค้ายามาใช้ พอเริ่มสำนึกตัวก็ได้แต่คิดว่าตัวเองทำอะไรลงไป ปล่อยตัวจนย่ำแย่ขนาดไหน เดี๋ยวนี้พยายามปรับปรุงตัว ไม่ออกไปซ่าถึงไหนต่อไหนเหมือนก่อน ยิ่งพวกงานสังคมถ้าไม่มีใครเชิญมาก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปทั้งนั้น ทุกวันนี้เก็บเนื้อเก็บตัวกว่าแต่ก่อนมากๆ เพราะรู้สึกว่าได้ใช้เวลากับลูกๆ และภรรยา (ลากิฮา สไปเซอร์)มีความสุขมากกว่า ที่สำคัญคือครอบครัวนี่แหละที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เขา “เปลี่ยนชีวิต”ในครั้งนี้

          “ตอนที่ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงตัว ผมไม่รู้จริงๆว่าต้องทำยังไง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือโคเคน เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่พอจะคิดได้ แล้วผมก็นึกถึงที่เมียเคยพูดว่า ‘ฉันอยากให้คุณมีความรับผิดชอบ’ ตอนนั้นผมถามว่าหมายความว่ายังไง เธอบอกว่าอยากให้เราสองคนทำตัวให้สมกับที่เป็นสามีภรรยากัน นั่นแหละที่ผมคิดได้ว่าถึงเวลาแล้วผมบอกเมียว่า เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย ไม่ต้องรอแล้ว

          “ผมก็ปรับปรุงตัวเอง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ไอ้ผมมันเป็นประเภทสุดขั้วอยู่แล้วด้วย ไม่ว่าจะเรื่องดีๆ หรือเรื่องแย่ๆ เพราะงั้นพอตั้งใจจะทำอย่างนี้ก็ต้องให้มันสุดสุดไปเลย ผมจะไม่นอกใจเมียอีกแล้วจะไม่เสพยาอีกเพราะมันอาจจะทำให้เราต้องเลิกกัน ตอนที่ผมตั้งใจจะทำลายชีวิตตัวเอง ไม่มีใครหยุดผมได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พอตั้งใจจะทำเรื่องที่ถูกที่ควรแล้ว ใครหน้าไหนก็ห้ามผมไม่ได้เหมือนกันไอ้ความสุดโต่งเนี่ยจะเรียกว่าเป็นอาการป่วยของผมก็ได้มั้ง”

          เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการคืนสังเวียนอีกครั้ง ไทสันในวัย 44 ปีก็ตอบว่า ถ้าให้ขึ้นไปชกก็คงได้แต่ยืนแข็งทื่อ “ไมก์ ไทสัน” ในวันนี้เป็นคนละคนกับเมื่อก่อนแล้ว ยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน

          อ้อ! ข้อดีประการหนึ่งของการปรับปรุงตัวในครั้งนี้ก็คือน้ำหนักที่ลดลงฮวบฮาบ เพราะเขาเลิกทานเนื้อสัตว์หันมาเป็นมังสวิรัติเต็มตัวผ่านไปไม่ถึงปี จากเดิมที่น้ำหนักตัว 350 ปอนด์ (158 กิโลกรัม)ตอนนี้ลดไปแล้วถึง 130 ปอนด์ (59 กิโลกรัม)

          ดีเจเลยถามว่า ตอนที่อ้วนมากๆ ข้อเสียที่สุดคืออะไร? ไทสันก็ตอบกลั้วเสียงหัวเราะว่า  “คงจะเป็นเรื่อง  ล้างก้นลำบากละ มั้งครับ!?!”

 

                   ที่มา –มติชน ฉบับวันที่ 5 ส.ค. 2553

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD