“อาหารไทย” อร่อยไม่แพ้ชาติไหนในโลก แม้กระทั่งชาวแดนอาทิตย์อุทัย ชาติที่ขึ้นชื่อว่า “ชาตินิยมจ๋า” ก็ยังโปรดปราน โดยเฉพาะเหล่า “แม่บ้านชาวญี่ปุ่น” ที่ติดอกติดใจขนาด “เทกคอร์ส” เรียนทำอาหารไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง

    “โอ๊ย อาหารไทยน่ะเหรอ คนญี่ปุ่นยกนิ้วให้ ชอบรับประทานกันทุกเพศทุกวัน”

          นางพิมพ์ใจ มัตสุโมโต้ ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมไทยศึกษาในกรุงโตเกียวเอ่ยปากขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ ซึ่งเธอและทีมงานได้มาร่วมออกบู๊ธโชว์ความอร่อยของอาหารไทยและความสวยงามของศิลปะแกะสลักผักผลไม้ไทย ในงานโรดโชว์ความพร้องของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2553 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่กำลังตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยได้ลองลิ้มรส

          “เมนูอาหารที่แม่บ้านญี่ปุ่นนิยมเรียก ก็หนีไพ้นเมนูขึ้น ชื่ออย่าง ผัดไทย ต้มยำกุ้ง แกงเขียงหวาน กะเพราไก่ และอาหารทานเล่น อย่างม้าห้อ เขาบอกว่าอาหรไทยมีรสชาติกลมกล่อม รับประทานแล้วสุขภาพดี เพราะมีส่วนผสมของสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด” ผอ.สถาบันเผย

          ไม่ใช่แคอาหารไทยเท่านั้น “แกะสลักผัก-ผลไท้” ก็กำลัง “ฮ็อต” มนกลุ่มแม่บ้านญี่ปุ่นอีกทั้งอาจารย์ผู้สอนยังเป็นชาวญี่ปุ่นแท้ๆ แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย

          ”สวัสดีครับ” นายนากามูระ ฟูจิโอะ อาจารย์หนึ่งเดียวผู้สอนแกะสลักประจำสถาบัน เข้ามาทักทายด้วสำเนียงแปร่งๆ พร้อมกับเล่าถึงความประทับใจแกะสลักไทยว่า

          “แกะสลักเป็นงานที่มีความสวยงามมากช่วยเพิ่มสีสันให้กับจานอาหาร เพียงมีดด้ามเดียว ก็สามารถเนรมิตความอ่อนช้อยงดงามลงบนจานอาหารได้ เป็นสิ่งดีที่ญี่ปุ่นไม่เคยมี” เขาเล่าด้วยภาษาญี่ปุ่น โดยมีนางพิมพ์ใจ เป็นล่ามแปลอยู่ข้างๆ

          ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจเรียนแกะสลักที่ประเทศไทย และบินกลับมาฝึกปรือฝีมือที่ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นของนางพิมพ์ใจ และเมื่อนางพิมพ์ใจเปิดสถาบัน เมื่อ 2 ปีก่อน เจงได้ขึ้นแท่นเป้นอาจารย์สอนแกะสลักเต็มตัว

          “การสอนแกะสลักของผมไม่มีหลักสูตรตายตัว แต่กำหนดรอบกว้างๆ ว่า จะสอนแกะสบู่ ผักและผลไม้ ผลงานจะออกมาสวยงามแค่ไหนต้องอยู่ที่ฝีมือและความชำนาญ ทำให้กลุ่มผู้เรียน มีทั้งมาเรียนครั้ง 2 ครั้งก็เลิก เพราะไม่มีเวลา แต่ส่วนใหญ่ใจรัก ก็จะหาเวลาว่างมาเรียนต่อเนื่อง 1-2 ปี พอเรียนจบก็นำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะตกแต่งจานอาหารให้สวยงาม ตกแต่งข้าวกล่องให้ลูกไปรับประทานที่โรงเรียน” นากามูระบอก

          ตลอด 2 ปีที่เปิดสถาบันมา จึงมีแม่บ้านญี่ปุ่นมาเรียนทำอาหารไทยกว่า 300 คน ส่วนแกะสลักประมาณ 200 คน โดยในหนึ่งคอร์ส จะเรียนประมาณ 4 ครั้ง ครั้งละ 2 ชม. ค่าเล่าเรียนก็ถูกแสนถูก แกะสลัก 4,000 เยน คิดเป็นเงินไทย 1,500 บาท ส่วน อาหารไทยถูกลงไปอีกเพียง 1,000 เยนคิดเป็นเงินไทย 380 บาทเท่านั้น

          “ที่คิดค่าเล่าเรียนถูก เพราะอยากประชาสัมพันธ์ของดีของประเทศเราให้คนญี่ปุ่นรู้จักมากๆ คนญี่ปุ่นอยากมาเที่ยวประเทศไทยเยอะ เขาสนใจในวัฒนธรรมไทยที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ถ้าอาหารไทยได้รับการเผยแพร่มากเท่าไหร่ คนจะรู้จักเมืองไทยไปทั่วโลก ดูอย่างประเทศญี่ปุ่นคนทั่วโลกรู้จักเขาก็เพราะอาหารและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์” ผอ.สถาบันทิ้งท้ายว่า คนต่างชาติยังเป็น “คุณค่า” วัฒนธรรมไทย แล้วคนไทยล่ะ?

          ที่มา : นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 18 ก.พ. 2553

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

น้ำพระทัยทูลกระหม่อมหญิงฯ กับ สิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตยามน้ำท่วม

ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน

        เรื่องและภาพ: วิรงรอง พรมมี
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้แทนพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [...]

“ส้วมเฉพาะกิจ จากน้ำใจนิสิตจุฬาฯ”

ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
 
เรื่อง: วิรงรอง พรมมี
ภาพ: อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์,วิรงรอง พรมมี
         อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวไทยไม่ต่ำกว่า 30 จังหวัด แต่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก คือ พระนครศรีอยุธยา [...]

ความรุนแรงต่อเด็ก เรื่อง (ไม่) เล็กของสังคมไทย

สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน 

 เรื่อง: วิรงรอง  พรมมี
ภาพ: พงษ์พันธ์  พงษ์พิลา
      สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์สิทธิเด็ก [...]

แล่นเรือใบครั้งแรกในชีวิต นาทีแห่งอิสรภาพและความท้าทาย

ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
เรื่อง::สายสวรรค์ ขยันยิ่ง
ภาพ::กองทัพเรือ

 
           ประสบการณ์แล่นใบครั้งแรกในชีวิตนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันได้ไปทำข่าวพิธีเปิดโครงการ”เยาวชนเรือใบหัวใจสามัคคี” ที่สมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และกองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชน [...]

TAG CLOUD