Select Page

ท่องทะเลกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร

ท่องทะเลกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร

“ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร” เด็กๆและผู้ปกครองต่างส่งเสียงช่วยกันท่องคำขวัญประจำเรือหลวงอันยิ่งใหญ่ หลังสิ้นเสียงคำขอฟังจากทีมงาน ก่อนรถบัสคันใหญ่จะเคลื่อนตัวออกจากฐานทัพเรือกรุงเทพฯเป้าหมายคือ ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

เรื่อง : อรรถนนท์ จันทร์ทวีศักดิ์, อนุสรณ์ มีบุญ นิสิตฝึกงาน

 ภาพ : ชัยเวช ดวงมั่น นิสิตฝึกงาน

            หลังจากครอบครัวข่าว 3 ประกาศผ่านรายการข่าว “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมการเดินทางครั้งพิเศษ โดยให้ร่วมส่งข้อความสั้น (sms) ในหัวข้อที่ว่า “อยากท่องทะเลกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพราะอะไร” โดยมีกติกาให้เด็กอายุ 12 – 18 ปีเป็นคนคิดและส่งมาเอง ในเวลาเพียง 3 วันเท่านั้นก็มีผู้ให้ความสนใจส่งข้อความเข้าร่วมนับ 1,000 คน ซึ่งเหตุผลที่แต่ละคนส่งเข้ามานั้น อ่านแล้วผู้คัดเลือกเองแทบไม่เชื่อว่าเป็นข้อความที่มาจากเด็กอายุ 12-18 ปี ส่งมาด้วยตนเอง จนต้องมีการโทรฯตรวจสอบเป็นการใหญ่ โทรศัพท์จากต้นสายถึงปลายสายว่า “คุณคือผู้โชคดีที่ได้เข้าร่วมการเดินทางกับครอบครัวข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์เพื่อร่วมท่องทะเลกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรครับ” ปลายสายบางคนแทบไม่เชื่อและทวนคำอีกหลายรอบเพื่อความแน่ใจ คุณแม่ที่รับโทรศัพท์แทนบุตรบางท่านเสียงสั่นเครือเมื่อได้ยินข่าวดีจากทีมงานเพราะว่าดีใจแทนลูกของเขา การทยอยแจ้งข่าวดีกับผู้โชคดีได้เสร็จสิ้นลงภายใน 1 วัน พร้อมกับรอเวลาพร้อมหน้ากันที่ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ

            เช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม 2554 เวลาที่รอคอยก็มาถึงทั้งผมและทีมงานเดินทางมารอผู้เข้าร่วมเดินทางบริเวณจุดนัดพบตั้งแต่ตี5 ไม่น่าแปลกใจที่เด็กๆ หน้าตาสดใสตั้งแต่เช้าแทนที่จะงอแงง่วงนอน ไม่เลยครับเด็กๆเตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์กันแดด กล้องถ่ายภาพ อาหารราวๆกับมืออาชีพมาเองเลยทีเดียว ที่ผมและทีมงานจำไม่เคยลืมคือ ผู้ปกครองหลายท่านมีของฝากเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วยมีทั้งขนมหม้อแกงจากเพชรบุรี แคบหมูกับน้ำพริกหนุ่มจากภาคเหนือ และที่สำคัญทุกคนมาพร้อมรอยยิ้มที่เห็นแล้วมีความสุขที่สุดถึงแม้ว่าเวลาจะเช้าไปหน่อย เมื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาพร้อมกันแล้วทีมงานก็พาทุกท่านไปกราบสักการะพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้วยเหตุที่ว่าเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ทรงเป็นผู้นำในการกำหนดแนวทางในการพัฒนากองทัพเรือไทยให้มีความมั่นคง เริ่มจากการผลักดันให้มีการจัดตั้ง “โรงเรียน” ขึ้นในกองทัพเรือ ทั้งนี้เพื่อคนไทยจะได้รับการฝึกอบรมให้มีความรอบรู้ชำนิชำนาญมากพอที่จะทำงานในเรือได้เอง ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงเป็นผู้ริเริ่มในการกำหนดโครงการสร้างความต้องการกำลังของกองทัพเรือ จัดทำแผนป้องกันประเทศทางทะเล ซึ่งนับเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนากองทัพเรือในด้านต่างๆ อย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวไทยและชาวจีนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยด้วย จึงพากันเรียกขานพระนามท่านตามชาวจีนว่า”เสด็จเตี่ย” จนเป็นที่แพร่หลาย
           “เด็กๆและผู้ปกครองจากครอบครัวข่าวเที่ยงวันฯ ตามมาทางนี้ครับ” เสียงทีมงานบอกผู้ร่วมเดินทางพร้อมโบกสะบัดธงที่อยู่ในมือเพื่อเป็นการบอกสัญญาณกับผู้เข้าร่วมโครงการ ให้เดินตามไปยังรถบัสคันที่1 และ 2 ตามที่เจ้าหน้าที่กองทัพเรือจัดไว้ให้ แล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น ระหว่างเดินทางครั้งนี้ทุกคนได้รับชมความรู้เกี่ยวกับพระประวัติของเสด็จเตี่ยและประวัติ หน้าที่ ตลอดจนรูปแบบของเรือหลวงต่างๆ
           การเดินทางจากกรุงเทพฯ – ชลบุรี ใช้เวลาราว ๆ สามชั่วโมง รถมาหยุดที่ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งมีเหล่าทหารเรือรอรับอยู่ก่อนแล้ว ขบวนเราถือว่าเป็นขบวนสุดท้ายที่มาถึงซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเด็ก เยาวชน ผู้ปกครองที่มาจากข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์เพียงเท่านั้นแต่ยังมาจากหน่วยงานอื่นๆอีกหลากหน่วยงานกว่า 1,000 คนจากทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละคนพร้อมที่จะท่องทะเลกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรที่อ่าวสัตหีบ มองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ 10:45 น.แล้ว เด็กๆต่างทยอยขึ้นเรือพร้อมผู้ปกครองโดยจะมีเหล่าพี่ๆทหารเรือมาคอยให้ความดูแล ซึ่งแต่ละคนต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ความพิเศษของกิจกรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือให้มีการล่องเรือออกจากท่าเทียบเรือ ด้วยจำนวนคนกว่า 1,000 คนสู่ทะเล โดยในทุกๆปี กองทัพเรือจะมีการเปิดให้ชมเรือฯแต่ยังไม่เคยมีการล่องเรือออกสู่ทะเลมาก่อน ครั้งนี้จึงนับเป็นการเปิดมิติใหม่ ให้แก่เด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการเปิดโอกาสให้ขึ้นบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมกับล่องเรือชมทัศนียภาพอ่าวสัตหีบ ชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนแสนยานุภาพด้านการบินของอากาศยาน และแสนยานุภาพทางทะเลของกองทัพเรือ ก่อนวันเด็ก 1 วัน
             ความเป็นมาของเรือหลวงจักรีนฤเบศรนั้น เมื่อครั้งเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพรในปี พ.ศ.2532 กองทัพเรือ ได้ใช้เรือและอากาศยาน ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ ประสบภัย แต่เนื่องจากเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้น ไม่สามารถทนสภาพทะเลเมื่อครั้งเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบากและไม่ได้ผลตามที่กองทัพเรือต้องการ ประกอบกับภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้ขยายออกไปถึง 200 ไมล์ทะเล จึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล จำนวน 1 ลำ จากบริษัทบาซาน ประเทศสเปน ในวงเงินประมาณ 7,100 ล้านบาท ลงนามในสัญญาว่าจ้างสร้างเรือเมื่อ 27 มีนาคม 2535 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อเรือว่า “จักรีนฤเบศร” มีความหมายว่า “ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี”

            เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือหลวงจักรีนฤเบศรแล้วบรรยากาศคึกคักมาก ภายในเต็มไปด้วยผู้คน สีหน้าเด็กๆนั้นเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน หลายๆครอบครัวไม่รอช้าที่จะเก็บภาพบรรยากาศไว้เป็นที่ระลึก ในขณะที่หลายคนขอถ่ายรูปกับพี่ทหารเรือสุดเท่ เยาวชนบางคนที่ได้รับเลือกให้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นทหารเรือ บางคนบอกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ก็อยากจะเห็นเรือหลวงจักรีนฤเบศรสักครั้ง ซึ่งทีมงานเห็นแล้วมีความสุขด้วยจริงๆ ที่วันนี้ความใฝ่ฝันของหลายๆ คนเป็นจริงแล้ว

            การสาธิตปฏิบัติการชุดแรกของทหารเรือได้เริ่มขึ้น คือ “การสาธิตการช่วยเหลือตัวประกัน” ทุกคนต่างปรบมือส่งเสียงเฮ ตลอดจนตะโกนแสดงความตื่นเต้นดีใจ ซึ่งเปรียบเสมือนกับการให้กำลังใจแก่เหล่าทหารผู้เข้าร่วมแสดงการสาธิตครั้งนี้ด้วย พอจบการสาธิตเหล่าทหารที่แสดงการสาธิตก็เข้ามาหาเด็กๆพร้อมแจกพวงกุญแจรูปทหารเรือ งานนี้คนที่ได้รับกับมือพี่ๆทหารเรือถึงกับดีใจจนน้ำตาซึมเลยก็มี ผมเดินไปเดินมาเพื่อสำรวจและเก็บความสุขอยู่บนเรือกับเด็กๆ และมีโอกาสได้พบกับผู้พิการทางร่างกาย(ทางขา)นั่งววีลแชร์อยู่ ด้วยความสนใจจึงไม่รอช้าเดินเข้าไปพูดคุยก็อดที่จะยิ้มไม่ได้น้องเขาเล่าว่า เป็นนักศึกษาภายในพื้นที่และไม่มีโอกาสได้ขึ้นเรือหลวงจักรีฯเลย จนกระทั่งได้รับคัดเลือกจากสถานศึกษาให้เป็นตัวแทนในครั้งนี้ ทำให้รู้สึกดีใจมากและเป็นเกียรติ ถึงตัวเองจะเป็นผู้พิการแต่ก็ได้รับการดูแลไม่ต่างจากคนปกติจากทางพี่ๆทหารเรือที่วันนี้เอาใจพวกเขาเป็นพิเศษให้ความเป็นกันเองมากจนบางครั้งก็คิดว่าพี่ทหารเหล่านั้นเป็นคนรู้จักที่คุ้นเคยกันดี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเด็กนักเรียนจากโรงเรียนสิงห์สมุทร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ส่งเสียงเฮฮา พร้อมด้วยรอยยิ้ม ที่เดินโผเขามาพูดคุยกับทีมงาน เด็กทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทุกๆปีทางโรงเรียนก็จะพามาเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีฯ แต่ไม่เคยได้นั่งเรือล่องออกสู่ทะเลแบบนี้มาก่อน” ซึ่งนับเป็นสิ่งที่เด็กจาก ร.ร.สิงห์สมุทร รู้สึก แถมยังทิ้งท้ายให้กับทีมงานมากระซิบกองทัพเรือว่า อยากให้เพื่อนๆที่โรงเรียนมาร่วมกิจกรรมในวันนี้กันทั้งหมดโรงเรียนเลยทีเดียว เมื่อสิ้นสุดการแสดงบนดาดฟ้าเรือ ทุกคนก็ทยอยลงมารับประทานอาหารที่บริเวณใต้ดาดฟ้าเก็บอากาศยาน ซึ่งเหล่าพี่ทหารต่างบริการให้ความสะดวกสบายอย่างเต็มที่และเป็นกันเองทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ไม่มีช่องว่างระหว่างทหารกับประชาชนเลย ทำให้ทั้งเด็กและผู้ปกครอบหอบความประทับใจกลับไปฝากครอบครัวที่บ้านได้เป็นกอบเป็นกำ

            ระหว่างรับประทานอาหารกันอยู่นั้น พี่ๆทหารก็ให้น้องที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วร่วมเล่นกิจกรรมบนเวทีพร้อมแจกของรางวัล ซึ่งน้องๆ ต่างก็พากันแสดงความสามารถของตัวเองกันอย่างเต็มที่ บ้างก็โชว์ลีลาการเต้นที่ไม่เหมือนใคร บ้างก็โชว์การเล่นฮูล่าฮูป บางคนก็โชว์น้ำเสียงด้วยการร้องเพลง ที่หน่วยก้านดีราวกับจะได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กๆเลยทีเดียว ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่าเด็กๆในสมัยนี้กล้าแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์กันจริงๆ

            กิจกรรมได้จบลงพอดีกับเรือจอดเทียบท่า ทุกคนต่างก็ทยอยลงจากเรือ พร้อมกับความทรงจำดีๆ ที่ประทับใจกลับบ้าน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้หลายคนไม่ได้มีแค่ความประทับใจกลับไปเท่านั้น หากแต่พวกเขายังได้รับมิตรภาพจากเหล่าทหารเรือที่มอบให้ บางคนได้แรงจูงใจที่จะเป็นทหารเรือรวมทั้งกำลังใจที่จะทำตามความฝันของตัวเอง ซึ่งทีมงานก็ขอเป็นกำลังใจให้

About The Author

aof

Leave a reply