Select Page

แก้วตา ดวงใจ ไทย-เนปาล

แก้วตา ดวงใจ ไทย-เนปาล

ผู้สูงอายุชาวเนปาลี ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ได้รับการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจก  ทำให้กลับมามีดวงตาที่เป็นปกติ หลังจากต้องทนทุกข์กับความเจ็บป่วยมานาน ด้วยโครงการ แก้วตา ดวงใจ เทิดไท้องค์ราชา ราชินี  ผ่าตัดตาต้อกระจกให้แก่ผู้ยากไร้ ณ วัดไทยลุมพินี เนปาล กิจกรรมหนึ่งที่คนไทยได้ไปช่วยแบ่งปัน และบรรเทาความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมโลกใบนี้ และช่วยสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทย กับเนปาล อีกทางหนึ่ง

เรื่อง/ภาพ  สายสวรรค์ ขยันยิ่ง

           เต๊นท์รับลงทะเบียนผู้ยากไร้เข้ารับการผ่าตัดตาต้อกระจก  ตั้งอยู่ใกล้กับอุโบสถวัดไทยลุมพินี คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่  เนื่องจากมีผู้สูงอายุชาวเนปาลีผู้ยากไร้จำนวนมาก มาแจ้งรายชื่อขอรับการผ่าตัด

            โดยหลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว  ผู้ป่วยจะต้องได้รับการคัดกรอง ว่าอาการตาต้อกระจกที่เป็นอยู่นั้นมากน้อยประการใด  รวมถึงสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีพอหรือไม่  ก่อนจะเหลือผู้ที่มีความพร้อมและอาการที่สามารถผ่าตัดได้จริงๆ

            นี่คือ “โครงการแก้วตา ดวงใจ เทิดไท้องค์ราชา ราชินี  ผ่าตัดตาต้อกระจกให้แก่ผู้ยากไร้ ณ วัดไทยลุมพินี เนปาล” ระหว่างวันที 11-15 กุมภาพันธ์ 2554 ดำเนินการโดย มูลนิธิไทยพึ่งไทยที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นประธาน สานต่อโครงการนี้มาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในอดีต ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ   วัดไทยลุมพินี  และองค์กร Youth Eye Service (YES) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการการกุศล ที่คนไทยได้เอื้อเฟื้อแบ่งปันให้แก่ผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีเชื้อชาติ  และนับถือศาสนาใด

            นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์  เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ เปิดเผยว่า ประเทศไทยกับเนปาล มีความสัมพันธ์ อันดีต่อกันมาช้านาน และชาวเนปาลเองก็มองชาวไทยด้วยทัศนคติที่ดี ท่านทูตเล่าให้ฟังว่าสถานทูตไทยกับวัดไทยลุมพินี ได้ร่วมกันทำ กิจกรรมเพื่อสังคม และช่วยเหลือคนท้องถิ่นชาวเนปาลมาโดยตลอด  เพราะถือว่าได้มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ กิจกรรมการตรวจรักษาตาต้อกระจก ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการ  ที่เกิดขึ้น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ชาวเนปาลและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทำ ให้ประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเนปาลอย่างดีในการที่จะดำ เนินการต่างๆ ที่เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม

             “พี่ปู” เป็นสรรพนามที่ท่านเรียกขานตัวเองเวลาพูดคุยกับนักข่าวอย่างเป็นกันเองมาตลอด บอกว่าก่อนหน้านี้เป็นเอกอัครราชทูตอยู่ที่ประเทศเยอรมนี  ครั้งแรกที่ได้รับคำ สั่งให้มาอยู่เนปาล  หลายคนก็ประหลาดใจ  เพราะดูเหมือนเป็นประเทศที่แตกต่างสุดขั้ว  แต่ก็มีคนใกล้ชิดที่รักนับถือกันบอกท่านทูตทีเล่นทีจริงว่า “พระพุทธเจ้าท่านคงอยากให้มาทำ งานที่นี่”  นี่จึงเป็นทัศนคติแบบบวกๆ ที่ท่านก็ตั้งอกตั้งใจมาทำ งานในดินแดนพุทธภูมิจริงๆ  ส่วนวัดไทยลุมพินีนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง มาอยู่เนปาลไม่ถึงปี ท่านก็มานอนวัด กินข้าววัด  สนทนาธรรม และช่วยงานวัด มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน 

            สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล มีประชากร 29 ล้านคน คนส่วนใหญ่ของประเทศ ร้อยละ 86.2 นับถือศาสนฮินดู  มีเพียงร้อยละ7.8  เท่านั้น  ที่นับถือศาสนาพุทธ  แต่ด้วยความพิเศษของเนปาล  ที่เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พระบรมศาสดาแห่งศาสนาพุทธ  จึงทำ ให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง และหยั่งรากลึกมาอย่างมั่นคงที่นี่

               ที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชนชาวไทย นิยมไปสักการะบูชาสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ที่ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล อย่างต่อเนื่อง   โดยสถิติเมื่อปี 2553 มีประมาณ 50,000 คน

          และเป็นที่น่าภูมิใจว่า  ประชาชนชาวไทยกำ ลังจะได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพ ในโครงการบูรณะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าแห่งนี้  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 84 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยฝีมือการประสานของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ เนปาล และวัดไทยลุมพินี นี่เอง

คลิกชมคลิปวีดีโอ

About The Author

aof

Leave a reply