ปี 2554 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องจารึกไว้ในความทรงจำ ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากและความสูญเสีย จาก ‘มหาวิบัติอุทกภัย’อันใหญ่หลวง แต่หากมองในมุมกลับกัน จะเห็นว่าท่ามกลางภาวะวิกฤตินี้ คนไทยทุกคนต่างยื่นมือเข้าเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ไม่เว้นแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย จึงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมิขาดสายแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยทุกคน
ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปีพ.ศ.2538 ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ
สังคมไทย เป็นสังคมพุทธ ซึ่งไม่ยอมรับการทำร้ายกัน และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ด้วยหลักศาสนา ศีลธรรม จรรยาบรรณ ที่ปลูกฝังกันมารุ่นสู่รุ่นให้เป็นคนดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ความอาทรเหล่านี้ก่อตัวเป็นความรัก ความอบอุ่น ซึ่งถือเป็นเกราะอย่างดี ที่คอยกำบังความรุนแรงทั้งปวงให้ครอบครัว สังคมไทยสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กน้อยกว่าในปัจจุบัน
ครั้งแรกที่ได้ล่องลอยอยู่กลางทะเลเพียงลำพัง ในเรือใบลำเล็ก หลังจากที่พี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี ดีกรีระดับคู่ฝึกแชมป์เรือใบเยาวชนมาหลายคน กระโดดลงน้ำไป แม้จะไม่ตื่นกลัว ตามประสาคนที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิม แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ นาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้ตั้งสติ แล้วสมองก็สั่งการมือซ้ายและขวาบังคับใบเรือและหางเสือเรือ ให้สามารถแล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล
หากพูดถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร หลายคนคงนึกถึงภาพของความเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว ศูนย์กลางหน่วยงานราชการ จนลืมนึกไปว่าภายใต้อาณาเขตอันกว้างขวางนั้น ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้ กรุงเทพฯมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 180,000 ไร่ และชาวกรุงเทพฯมีอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 13,000 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 26 เขตจาก 50 เขต แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทำให้กรุงเทพฯต้องจัดงานมหกรรมสินค้าด้านการเกษตรของกรุงเทพมหานครขึ้น
กลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับข่าวการทำบัตรประชาชนของเด็กอายุ 7 ปีบริบูรณ์ บนความสงสัยของบรรดาผู้ปกครองว่าทำไมเด็กๆ ต้องมีบัตรประชาชน ทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไร บางคนถึงขนาดมองลึกลงไปว่า มีใครมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการนี้ด้วยหรือไม่
สนามหญ้าเขียวขจี ที่ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติด้วยการสูบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดูสวยงามน่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ใหม่ ของท้องสนามหลวง ไม่นับการตกแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างแม้กระทั่งม้านั่งสาธารณะ ที่ทำให้สนามหลวงดูสง่างามขึ้นมากโข แต่หากจะให้สนามหลวงเป็นสถานที่”สวยแต่รูปจูบไม่หอม” ก็คงไม่คุ้มค่ากับงบประมาณเกือบ 200 ล้านบาท กรุงเทพมหานครจึงวางกฎ กติกา การบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงอย่างครบวงจรด้วย
229 ปีแห่งความทรงจำของคนไทยทั้งชาติกับท้องสนามหวง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย ท้องสนามหลวง มีมาแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 อยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นบริเวณที่โล่ง ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า “ทุ่งพระเมรุ” ต่อมารัชกาลที่ [...]
สถานีวิทยุครอบครัว FM 106 Mhz. ได้จัดงาน ผู้หญิงเก่งยุคใหม่ในงานสัมมนา Young Generation New Technology เนื่องจากวันที่ 1สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีนักบริหารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี จัด ณ [...]
ไทยทรงดำ เป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากเวียดนามกว่า 300 ปีมาแล้ว ตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย แต่พื้นที่หนึ่งที่ชาวไทยทรงดำยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเองมาได้หลายชั่วอายุคนแล้ว ก็คือที่ บ้านหัวเขาจีน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมีศูนย์วัฒนธรรมเป็นที่รวบรวมองค์ความรู้ และปลูกฝังค่านิยมให้ลูกหลานภูมิใจในเชื้อสายของตัวเอง




